
ผิดกฎจราจรตักเตือนก่อนปรับ เริ่มใช้แล้วปี 2569 เช็กเงื่อนไขการออกใบเตือนออนไลน์และวิธีตรวจสอบประวัติที่นี่ พบผิดซ้ำปรับทันที
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ผิดกฎจราจรตักเตือนก่อนปรับ เริ่มใช้แล้วปี 2569 เช็กเงื่อนไขการออกใบเตือนออนไลน์และวิธีตรวจสอบประวัติที่นี่ พบผิดซ้ำปรับทันที

Alex Marquez นักแข่งเจ้าของหมายเลข 73 จากทีม Gresini Racing ออกมาเผยว่ามีอยู่สองจุดที่เจ้าตัวต้องปรับในครึ่งหลังฤดูกาล 2025

FUCHS Silkolene ไม่ใช่แค่น้ำมันเครื่อง แต่ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบรนด์นี้ยังเป็นกุญแจสู่โพเดียมในการแข่งขันรุ่น SuperBike1000cc

Kawasaki KLR650 2022 ใหม่ยกคัน ให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง หากพูดถึง Kawasaki KLR650 2022 สายบุกป่าฝ่าดงต้องรู้จัก มันคือรถสองประสงค์ที่เป็นที่นิยมและครองใจผู้คนที่ที่ชื่นชอบการผจญภัยมาอย่างยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1987 และครั้งนี้นับเป็นเจเนอเรชันที่ 3 ของโมเดลนี้แล้ว โมเดลสองประสงค์สุดทนทานอย่างเจ้า KLR คันนี้กลับมาอีกครั้ง หลังจากไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมานานหลายปี มาเปิดตัวในฐานะโมเดลปี 2022 พร้อมกับการอัปเดตมากมายรอบด้าน จุดที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นการเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์แบบหัวฉีดเป็นครั้งแรกของโมเดลนี้เลยก็ว่าได้ หรือพูดให้ชัดๆ ก็คือเครื่องเดิมแล้วเปลี่ยนมาใช่หัวฉีดแทนคาร์บูเรเตอร์จะถูกต้องมากกว่า ซึ่งเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 652 ซีซีนี้ทางค่ายเขียวก็ระบุมาว่าตอนนี้ประหยัดกว่าเดิมและทนทานกว่าเดิมเสียอีก รวมถึงยังสามารถสตาร์ทได้ง่ายขึ้นแม้ว่าจะอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลหรือพื้นที่ๆ อากาศหนาวอีกด้วย นอกจากหัวฉีดแล้ว ยังมีการปรับเปลี่ยนโปรไฟล์ของแคมชาฟต์เพื่อปรับการจ่ายไอเดียและไอเสียใหม่ ช่วยให้ได้แรงบิดและกำลังในรอบกลางมากขึ้น มีการปรับเปลี่ยนวัสดุและรูปทรงตัวประคองโซ่เพื่อเพิ่มความทนทานอีกด้วย มีการปรับดีไซน์ของถังน้ำมันให้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีเรือนไมล์ดิจิตอลที่มาพร้อมเกจแสดงระดับน้ำมันแล้ว แชสซีเองก็มีการปรับปรุงให้มีการสั่นสะเทือนน้อยลงอีกด้วย ปรับเปลี่ยนชุดคลัตช์และเกียร์เพื่อให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้ดีขึ้น มีตัวเจเนอเรเตอร์ที่ทนทานมากขึ้นเพื่อจ่ายไฟให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะติดตั้งเพิ่มเข้ามาได้ดียิ่งขึ้น ซับเฟรมมีการเพิ่มความทนทานเข้าไป ปรับให้มีสวิงอาร์มยาวขึ้นเล็กน้อยและจุดหมุนของสวิงอาร์มมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ขึ้นเล็กน้อย นอกจากการปรับปรุงในส่วนต่างๆ ที่มีผลต่อการขับขี่และสมรรถนะของรถแล้ว ทางคาวาซากิยังได้คำนึงเรื่องของหน้าตารูปลักษณ์ด้วยเช่นกัน โดยตอนนี้ไฟหน้าเป็นแบบ LED แล้ว และยังมีลวดลายกราฟิกและสีสันใหม่อีกด้วย ในส่วนของความปลอดภัยเองก็ได้รับการอัปเกรด โดยมีดิสก์เบรกหน้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้เบรกได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ดีระบบเบรก ABS ยังคงเป็นออปชันที่ต้องติดตั้งเพิ่ม ซึ่งเป็นปกติของรถที่เน้นขี่ในทางที่สมบุกสมบัน ซึ่งมักจะไม่เน้นความเร็ว และมักจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่ระบบเบรก ABS นั้นกลับไปขัดขวางกับการขับขี่ได้ งานนี้ต้องลุ้นเอามากหน่อยนะครับสำหรับสาวก เพราะทางคาวาซากิไม่เคยนำโมเดลนี้มาขายในบ้านเรา แต่ถ้าใจรักอาจจะต้องสั่งเกรย์มาร์เก็ตดูครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สำหรับ Yamaha Y-Connect เทคโนโลยีใหม่นี้ถูกติดตั้งอยู่ใน All New YAMAHA AEROX ไฮเทคเหนือชั้นด้วยแอพพลิเคชั่นที่เชื่อมต่อชีวิตสมาร์ทสุดล้ำเรามาทำความรู้จักกันว่า คืออะไร ใช้งานยังไง มีประโยชน์ยังไง แอพพลิเคชั่นนี้จะเชื่อมต่อข้อมูลรถผ่าน CCU เฉพาะรุ่นที่มีเท่านั้น ช่วยให้สามารถรับรู้ข้อมูลต่างๆ ของรถและลักษณะการขับขี่ที่แสดงผลบนสมาร์ทโฟนอย่างง่ายดาย ด้วยโหมดฟังก์ชันต่างๆ ในการใช้งานอย่างครบครัน ช่วยให้หมดกังวลในการใช้งาน สะดวกสบาย สนุกเร้าใจในการขับขี่ ซึ่งมีด้วยกันถึง 8 ฟังก์ชั่นเลยทีเดียว WORRY-FREE หมดกังวลในการใช้งาน MAINTENANCE RECOMMENDED – แจ้งเตือนการบำรุงรักษาตัวรถ สามารถแจ้งสถานะของน้ำมันเครื่องและแบตเตอรี่ พร้อมทั้งแจ้งเตือนการบำรุงรักษา โดยระบบจะแสดงผลเป็นสีเขียว เหลืองและแดงตามระยะการใช้งาน MALFUNCTION NOTIFICATION – แจ้งเตือนเครื่องยนต์เกิดปัญหา เมื่อเครื่องยนต์มีความผิดปกติจะมีการแจ้งเตือนให้ทราบ โดยสามารถตั้งค่า ให้ส่งข้อมูล สถานที่ เวลา และอื่นๆ แจ้งไปยังศูนย์บริการของผู้จำหน่ายยามาฮ่า ที่กำหนดเพื่อขอความช่วยเหลือได้โดยอัตโนมัติ PARKING LOCATION – แสดงตำแหน่งจอดรถล่าสุด สามารถแสดงตำแหน่งที่จอดรถล่าสุดด้วย GPS ของมือถือ ช่วยในการหาจุดจอดรถเมื่ออยู่ใน ลานจอดรถหรือพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ดี CONVENIENCE สะดวกสบาย METER INDICATOR – แจ้งเตือนการติดต่อเข้ามือถือบนจอหน้าปัดรถ เมื่อมีสายเรียกเข้า อีเมล์ หรือการแจ้งเตือนข้อความบนมือถือ จะมีสัญญาณกระพริบแจ้งเตือน พร้อมแสดงระดับแบตเตอรี่มือถือบนจอหน้าปัดเรือนไมล์รถ พร้อมอัพเดทเวลาอัตโนมัติตามมือถือเมื่อเชื่อมต่อ CONTACT FORM – ช่องทางการติดต่อยามาฮ่า สามารถติดต่อส่งข้อมูลแจ้งเรื่อง หรือปัญหาให้ทางยามาฮ่าหรือผู้จำหน่ายทราบเบื้องต้นได้จากแอพพลิเคชั่น เพิ่มช่องทางในการติดต่อให้สะดวกขึ้น FUEL CONSUMPTION – แสดงข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง สามารถแสดงอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยกับระยะทางในการขับขี่ ซึ่งเลือกดูได้ทั้งแบบรายวันหรือรายเดือน EXCITEMENT สนุกเร้าใจในการขับขี่ REVS DASHBOARD – แสดงมาตรวัดสมรรถนะขณะขับขี่ สามารถแสดงข้อมูลการทำงานต่างๆ ของเครื่องยนต์ในการขับขี่แบบ Real Time ได้แก่ ระดับการเปิดของลิ้นเร่ง – จำนวนการหมุนของเครื่องยนต์ต่อนาที – อัตราเร่งวัดการขับขี่ แบบประหยัดพลังงาน – อุณหภูมิหม้อน้ำ – อุณหภูมิอากาศในห้องเครื่องด้วยกราฟิกเคลื่อนไหว 2 สไตล์ RANKING – แสดงอันดับในการขับขี่ สามารถแสดงการจัดอันดับในการขับขี่เปรียบเทียบกับผู้ขับขี่ยามาฮ่าทั่วโลกในรุ่นที่มี Y-Connect เช่นกัน โดยเลือกดูได้ทั้งโหมดระยะทางและการขับขี่แบบประหยัดพลังงาน อ่านมาถึงตรงนี้คงจะหายสงสัยกันไปอย่างแน่นอนสำหรับคำถามที่ว่า Yamaha Y-Connect คืออะไร ยามาฮ่าใส่เทคโนโลยีไฮเทคสุดล้ำมาให้ในรถคลาส 150 ซีซี ถือว่าเป็นอะไรที่ว้าวมาก แอพพลิเคชั่นที่พร้อมอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถในหลายๆด้าน ถือว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่าที่สุดในคลาสนี้เลยก็ว่าได้ และในอนาคตเทคโนโลยีตัวนี้คงจะไปอยู่ในโมเดลอื่นๆของทางยามาฮ่าอีกหลายๆรุ่น อย่างแน่นอน อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

All New Yamaha Aerox 155 2021 เครื่องใหม่พร้อมระบบ Y-Connect เปิดตัวแล้วกับสปอร์ตออโตเมติกสุดเร้าใจสไตล์อย่าง All New Yamaha Aerox 155 2021 ที่ปรับใหม่ทั้งรูปโฉมภายนอก ทั้งเครื่องยนต์ รวมไปถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ๆ อย่างระบบ Y-Connect ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อให้คุณเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับตัวรถได้เจาะลึกมากขึ้น Aerox 155 โมเดลใหม่ล่าสุดนี้เด่นในเรื่องดีไซน์สุดสปอร์ตถ่ายทอดดีเอ็นเอความสปอร์ตมาจาก R-Series มาเต็มเปี่ยม แต่ไม่ทิ้งเอกลักษณ์ Aerox ที่สังเกตได้จากด้านข้างตัวรถ ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ Y-Character โดยเป็นไฟ LED พร้อมกับไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์สุดสวยงาม ด้านไฟท้ายเองก็เป็น LED เช่นกันครับ เรือนไมล์ใหม่แบบ LCD ดิจิตอลเต็มระบบ แสดงผลข้อมูลสถานะต่างๆ ครบถ้วนพร้อมสามารถปรับการแสดงผลข้อมูลต่างๆ ผ่านปุ่มควบคุมที่แฮนด์บาร์ได้อีกด้วย เครื่องยนต์ใหม่ Bluecore 155 ซีซีแบบ 4 วาล์วพร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA เป็นบล็อกใหม่ที่มีการออกแบบฝาสูบใหม่ช่วยเพิ่มกำลังอัดเป็น 11.6.1 เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ด้วยท่อไอดีแบบคอคอดเร่งความเร็วส่วนผสมไอดีเข้าห้องเผาไหม้ได้เร็วขึ้น เพิ่มช่องทางเดินน้ำหล่อเย็นเพื่อระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ช่วงล่างยังคงไม่ต่างอะไรมากนัก โดยยังคงเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวด้านหน้าพร้อม ABS (เฉพาะรุ่น) โช้คหน้าเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นดรัมเบรกกับโช้คคู่แบบซับแทงค์เช่นเดิม (เฉพาะรุ่น ABS) ที่เด่นที่สุดของออโตเมติกคลาส 150 ซีซีคือการมีระบบ Yamaha Y-Connect ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อดูข้อมูลต่างๆ ของตัวรถได้ตลอดเวลา เป็นคันแรกในไทยเลย ซึ่งไม่เพียงแต่จะเรียกดูข้อมูลทั่วไปของตัวรถ แต่ยังรวมไปถึงการแจ้งเตือนการเช็คระยะของชิ้นส่วนต่างๆ อาการผิดปกติของรถ ตลอดไปจนถึงระบบ Ranking จัดอันดับการขับขี่ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลทั่วโลกได้อีกด้วย ซึ่งตรงนี้นอกจากจะเพิ่มความสะดวกสบายยังช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ได้อีกทางนึงด้วยครับ คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม โดย Aeroxจะมีจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นสแตนด์ดาร์ด ราคาแนะนำที่ 67,500 บาท 3 เฉดสีด้วยกัน และรุ่น ABS ในราคาแนะนำที่ 78,500 บาท อีก 3 เฉดสี ครับ อย่างไรก็ดี เราจะมีรีวิวแอร็อกซ์ให้ติดตามกันเร็วๆ นี้อีกด้วยครับ โดยเราจะรีวิวว่ามีอะไรใหม่บ้างแบบละเอียดยิบทุกซอกทุกมุมเลยล่ะครับ อย่าลืมติดตามกันครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 1290 SUPER ADVENTURE S ปรับใหม่หมด เน้นสบายและไฮเทค ตลาดรถแอดเวนเจอร์ไซส์ใหญ่ต้องลุกเป็นไฟอีกครั้งหลังจากที่ KTM ได้เปิดตัวโมเดลแอดเวนเจอร์ระดับเรือธงลำใหม่ออกมาหลังจากซุ่มพัฒนานานนับปี โดยมุ่งเน้นไปที่ตัวผู้ขับขี่และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ดีขึ้น KTM 1290 SUPER ADVENTURE S เป็นโมเดลแอดเวนเจอร์ไบค์ที่มีความสปอร์ตและทันสมัยที่สุดเท่าที่ทางค่ายรถจากออสเตรียผลิตขึ้นมา โดยหวังว่าจะเป็นรถที่ให้ความคล่องตัวสูง ให้ความสบายแก่ผู้ขับขี่ในทุกสภาพเส้นทาง ตลอดไปจนถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมถึงขีดสุด ในเรื่องของความสบายที่เรากล่าวไปในตอนต้นนั้น ทางเคทีเอ็มได้โฟกัสไปในการปรับเปลี่ยนเรื่องสรีรศาสตร์ โดยเปลี่ยนแชสซีใหม่หมด ปรับเรื่องการกระจายน้ำหนักและความฉับไวในการควบคุม มีการปรับให้คอบังคับเลี้ยวให้เข้าใกล้ตัวผู้ขับอีก 15 ม.ม. และย้ายตำแหน่งเครื่องส่วนของสูบหน้า นอกจากนี้ยังมีสวิงอาร์มที่ยาวขึ้นเพื่อให้เพิ่มความเสถียร์เวลาเร่งความเร็ว ซับเฟรมออกแบบใหม่ให้ได้เบาะนั่งที่ต่ำลงโดยยังคงความแข็งแรงไว้ได้ ทั้งยังออกแบบแฟริ่งใหม่ก็ดีไซน์ใหม่ให้เพรียวบาง ให้ความรู้สึกปราดเปรียว เบาะนั่งเองก็สามารถปรับระดับได้ 20 ม.ม. แฮนด์บาร์และวินด์ชิลด์ก็สามารถปรับระดับได้เช่นกัน เรียกว่าออกแบบมาให้ผู้ใช้งานปรับตำแหน่งส่วนสำคัญต่างๆ ให้ได้ท่านั่งที่สบายและเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด ในส่วนของเทคโนโลยีก็จัดเต็มระดับเรือธงโดยมีทีเด็ดที่ระบบอะแด็ปทีฟครูซคอนโทรลจากทาง Bosch ปรับได้ 5 ระดับ โดยอาศัยเรดาห์ด้านหน้าตัวรถ (ใต้ไฟหน้า) นอกจากนี้ก็ยังมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ครบถ้วน แต่มาในแบบที่อัปเกรดให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแทร็คชั่นคอนโทรล โหมดการขับขี่ต่างๆ ระบบเบรก Cornering ABS หน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยแบบ 6 แกน และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีหน้าจอเรือนไมล์ใหม่ เป็นหน้าจอ TFT 7 นิ้วที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้เช่นเคย แต่มีขนาดใหญ่ขึ้นและสว่างชัดเจนแม้แสงจ้าซึ่งด้านใต้ยังมีช่องเก็บของพร้อมกับพอร์จจ่ายไฟแบบ USB อีกด้วย และเพื่อให้ใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ ได้ง่ายดายมากขึ้นทางค่ายได้ออกแบบสวิตช์ควบคุมต่างๆ ขึ้นใหม่ ให้ใช้งานได้มากขึ้น และปรับเปลี่ยนได้แบบไม่ต้องจอดเลยหากคุ้นเคยแล้ว ส่วนขุมพลังเครื่องยนต์นั้นไม่ได้เป็นจุดเด่นมากนักสำหรับโมเดลนี้ เพราะไม่ได้แรงขึ้น ยังคังมีแรงม้าและแรงบิดเท่าเดิมที่ 160 แรงม้าและ 138 นิวตันเมตรตามลำดับ แต่มีน้ำหนักเบาลง 1.6 กิโลกรัมจากการปรับเปลี่ยนเคสเครื่องให้บางลงและเดินระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมันเครื่องใหม่ และแน่นอนว่าเครื่องยนต์ใหม่ผ่าน Euro5 แล้ว อีกทั้งยังปรับมาใช้เกียร์จาก PANKL ที่ปรับปรุงมาใหม่ รวมถึงท่อไอเสียแบบดีไซน์ใหม่อีกด้วย ส่วนของช่วงล่างนั้นใช้ระบบกันสะเทือน WP APEX แบบปรับไฟฟ้า ซึ่งทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์วัดมุมเอียงแบบ 6D เพื่อให้ปรับค่าแเดมปิ้งได้อัตโนมัติและเหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่ สรุปสั้นๆ สำหรับโมเดลใหม่นี้คือไม่เน้นเพิ่มความแรง แต่เน้นเพิ่มความสะดวกสบายและการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมมากขึ้น จากการปรับปรุงมิติของรถและเพิ่มเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไป ให้การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมกว่าที่เคยครับ ซึ่งก็เหมาะสมกับรถในสไตล์ทัวริ่งแอดเวนเจอร์แล้ว และหากยังไม่สุดพอก็มีของแต่งพาวเวอร์พาร์ทจาก KTM ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ได้อีกด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Speed Triple 1200 RS ใหม่ทุกมิติ แรงขึ้น 30 ม้า เบาลง 10 โล เทคจัดเต็ม เปิดตัวแล้วกับเจ้า Triumph Speed Triple 1200 RS หลังจากยั่วน้ำลายมาทั้งในแบบของคลิปทีเซอร์และภาพตัวอย่างที่เผยให้เห็นสัดส่วน หน้าอก หน้าใจ และบั้นท้าย เอ้ย ถังน้ำมัน ไฟหน้าและไฟท้าย วันนี้ก็ได้ฤกษ์ประกาศกันอย่างเป็นทางการแล้วครับ มีอะไรน่าสนใจในโมเดลใหม่นี้กันบ้าง ไปดูกันครับ เรียกว่าหลังเป็นโมเดลเกือบจะเป็นลูกเมียน้อยอยู่แล้วกับโมเดลระดับซูเปอร์เน็กเก็ดที่ไม่ได้รับการอัปเกรดปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นเวลานาน จนนึกว่าจะไม่สนใจกันแล้วซะอีก มาคราวนี้จัดใหญ่ใหม่ทุกมิติ ทั้งดีไซน์ ขุมพลัง แชสซี ช่วงล่าง ตลอดไปจนถึงเทคโนโลยี ซึ่งทางค่ายหวังว่าจะส่งมอบสุดยอดเน็กเก็ดสปอร์ตที่มีสุดยอดสมรรถนะให้กับไบเกอร์ เริ่มกันที่หน้าตานั้นมีการออกแบบเส้นสายลายมัดกล้ามให้ดูคลีนๆ และเฉียบคมยิ่งขึ้น แต่ยังคงไม่ทิ้ง DNA ของสตรีททริปเปิลแต่อย่างใด จุดเด่นของดีไซน์ใหม่นี้จะอยู่ที่ไฟหน้าและไฟท้ายใหม่ที่สวยงามหรูหราจัดๆ เครื่องยนต์นั้นยังคงเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบเรียงเสียงกระเส่าเช่นเคย แต่มีขนาดความจุที่เพิ่มมากขึ้นเป็น 1,160 ซีซี ให้แรงม้าเพิ่มมากขึ้น 30 ตัวกลายเป็น 180 แรงม้า และแรงบิดเพิ่มขึ้น 8 นิวตันเมตรเป็น 125 นิวตันเมตร นอกจากซีซีจะเพิ่มขึ้น รอบเองก็สูงขึ้นอีก 650 รอบ จากการมีแรงเฉื่อยในระบบน้อยลง 12% เรียกได้ว่าเป็นแรงที่สุดของตระกูล Speed Triple เลย นอกจากเรื่องของความแรง ไทรอัมพ์ยังใส่ใจในเรื่องของการควบคุมที่ดี ซึ่งจะต้องมีความคล่องตัวและแม่นยำสั่งได้ดั่งใจอีกด้วย ทางค่ายจึงทำการรีดน้ำหนักของรถลง 10 กก. ทำให้น้ำหนักรถรวมของเหลวเหลือเพียง 198 กิโลกรัมเท่านั้น แชสซีมีการออกแบบใหม่ปรับศูนย์ถ่วงใหม่ ตัวรถมีมิติที่เพรียวบางมากกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันมีแฮนด์บาร์ที่กว้างขึ้น ช่วยให้ขี่ได้ง่ายและคล่องตัวมากกว่าเดิม ช่วงล่างทั้งโช้คและเบรกก็จัดเต็มมาแบบซิ่งในสนามได้เลย โช้คแน่นอนว่าเป็นของ Ohlins และเบรกก็เป็นตัวท็อปอย่าง Brembo Stylema ก็การันตีเรื่องสมรรถนะช่วงล่างว่าต้องดีเยี่ยมแน่นอน และอย่างที่บอกไปข้างต้นเลยว่าไฮเทคจัดเต็ม ซึ่งยังถือว่าสุดในตระกูลอีกด้วย จัดมาให้ทั้ง เซ็นเซอร์วัดและประมวลผลแรงเฉื่อย ระบบเบรกแบบ Cornering ABS ครูซคอนโทรล แทร็คชันคอนโทรล ระบบกันล้อหน้าลอยตัว คันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 5 โหมด ควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ระบบสมาร์ทคีย์แบบใหม่ หน้าจอเรือนไมล์สี TFT 5 นิ้วแสดงผลได้หลากหลาย และสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานฟังก์ชั่นอัจฉริยะต่างๆ เสริมได้อีก เรียกได้ว่า แรง เบา ไฮเทค และสะดวกสบายครบถ้วนกระบวนความ งานนี้ต้องมารอลุ้นกันว่าราคาในไทยจะเร้าใจเหมือนตัวรถหรือไม่กันครับ คาดว่าไม่เกินปีนี้แน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha ครองแชมป์ แบรนด์มอไซค์ขายดีในอิตาลี ปี 2020 เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับสำหรับประเด็น Yamaha ครองแชมป์ รถขายดีในอิตาลี ปี 2020 ซึ่งหากคุณเป็นคนที่สนใจเรื่องราวในวงการสองล้อหรือยานยนต์มาระดับนึง คุณจะรู้ได้ว่าอิตาลีก็มีความเป็นชาตินิยมในระดับสูงพอสมควร นอกจากนี้อิตาลียังเป็นถิ่นกำเนิดของแบรนด์ยานยนต์ทั้ง 2 ล้อ 4 ล้อ ระดับโลกมากมาย แต่ยอดขายในปี 2020 นั้นกลับมีจำนวนรถของ Yamaha จากหลายรุ่นรวมกันจนครองแชมป์แบรนด์มอเตอร์ไซค์ขายดีที่อิตาลีไปได้ โดย 20 อันดับแรกของมอเตอร์ไซค์ขายดีนั้นตกเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นจากเมืองอิวาตะมากถึง 5 อันดับ และมียอดจดทะเบียนรวมกันสูงถึงเกือบ 12,000 คัน สวนทางกับแนวโน้มตลาดโดยรวมของอิตาลีเลยล่ะครับ อันดับ 5 เป็น Tracer 900 จำนวน 2,373 คัน อันดับ 7 เป็น Tenere 700 จำนวน 1,762 คัน อันดับ 8 เป็น MT-07 จำนวน 1,535 คัน อันดับ 11 เป็น MT-09 จำนวน 1,370 คัน อันดับ 18 เป็น Tracer 700 จำนวน 1,097 คัน นอกจากนี้ยังมีรุ่นอื่นๆ จากทางยามาฮ่าอีก รวมจดทะเบียนที่ 11,832 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1.35% ขณะที่ยอดขายโดยรวมทั้งตลาดตกลงมา 5.1% เรียกว่าสวนทางกันอย่างชัดเจน แม้ว่ารุ่นที่ขายดีอันดับ 1 จะไม่ใช่ Yamaha แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่าโดยภาพรวมแล้ว Yamaha มีรถที่มีศักยภาพ และตอบโจทย์แฟนๆ ชาวอิตาลีได้เป็นอย่างดี จนครองใจไบค์เกอร์แดนพิซซ่าได้จำนวนมาก แล้วแฟนๆ SuperBike คนไหนขี่รถ Yamaha กันบ้างมั้ยครับ? อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda NC750X 2021 ปรับใหม่ไล่เบา เพิ่มความแรงและความสปอร์ต เป็นอีกโมเดลที่ได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรับปี 2021 โดยครั้งนี้เจ้า Honda NC750X 2021 มีหมัดฮุคเล็กๆ แต่เรียกคนสนใจได้เยอะ เพราะเน้นไปที่การไล่เบา แต่เพิ่มความแรงและความสปอร์ตให้มีมากขึ้น หลักๆ ก็เป็นการอัปเกรดโมเดลเดิมอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นและรองรับ Euro5 ซึ่งในส่วนของเครื่องยนต์จะมีแรงม้าเพิ่มมากขึ้น 4 แรงม้า เป็น 57.67 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย มีการเพิ่มเรดไลน์ให้มากขึ้นอีก 600 รอบ ใส่ระบบคันเร่งไฟฟ้าเข้ามาเป็นครั้งแรก และเปลี่ยนระบบไอดีและไอเสียใหม่ ในเรื่องของน้ำหนักที่เบาลงนั้นมีผลมาจากเครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิม 1.2 กิโลกรัม และมีท่อไอเสียดีไซน์ 5 เหลี่ยมน้ำหนักเบาที่มีการออกแบบภายในใหม่ช่วยให้ได้เสียงที่นุ่มลึกอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีในส่วนของเฟรมและแฟริ่งที่ปรับใหม่อีกด้วย ทำให้รวมๆ แล้วลดไปได้ถึง 6 กิโลกรัม มีการปรับอัตราทดเกียร์ให้ชิดเข้าในช่วงของเกียร์ 1 2 และ 3 และเมื่อบวกกับสลิปเปอร์คลัตช์ก็ทำให้การขับขี่นั้นสมู้ทและเชนเกียร์ลงได้รวดเร็วได้อารมณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น คันเร่งไฟฟ้าที่ใส่เข้ามาทำให้มีโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Sport, Rain, Standard และ User ที่เจ้าของสามารถปรับการทำงานได้เอง ในส่วนของหน้าตานั้นมีดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตมากขึ้น โดยมีการออกแบบให้แฟริ่งใหม่นั้นเฉียบคม และมีความมินิมอลมากขึ้น ปรับดีไซน์ของไฟหน้า ไฟท้ายและไฟเลี้ยวใหม่ โดยเป็น LED ทั้งระบบ แม้ว่าจะมีน้ำหนักเบาลง เพิ่มความแรงและความสปอร์ต แต่ Honda ก็ยังไม่ลดฟังก์ชันในการใช้งาน มีการเพิ่มให้ช่องเก็บของจุได้มากขึ้น เบาะนั่งเตี้ยลง 30 ม.ม. ชิลด์บังลมกันลมได้ดีมากขึ้น และมีหน้าจอ LCD ใหม่อีกด้วย และทั้งหมดนี้ก็จะทำให้เจ้าทัวริ่งแอดเวนเจอร์คันนี้น่าสนใจมากขึ้นจากทั้งดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวขึ้น ตัวรถที่น่าจะขับขี่ได้ง่ายขึ้น สนุกขึ้นจากระบบต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามา นอกจากนี้ยังมีโมเดล DCT อีกด้วยนะครับ งานนี้สนนราคาน่าจะปรับเพิ่มจาก NC750X ที่เคยขายในบ้านเราเล็กน้อยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia RS 660 Trofeo สปอร์ตไบค์สเปกพร้อมแข่ง ราคา 660K ไม่รวมภาษี ล่าสุดทางเอพริลเลียค่ายรถอิตาลีก็ได้เปิดตัวโมเดลพิเศษพร้อมแข่งระดับกลางเครื่องสองสูบเพื่อหวังว่าจะเปิดโอกาสให้นักแข่งอายุน้อยได้มีโอกาสเติบโตและก้าวไปแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นไปในอนาคต ซึ่งโมเดลดังกล่าวก็คือเจ้า Aprilia RS 660 Trofeo ซึ่งเจ้า Trofeo นี้แน่นอนว่าก็มีพื้นฐานมาจากโมเดลสปอร์ตไบค์ขายจริงหรือรถโปรดักชันนั่นล่ะครับ แต่มีทางแผนกเรซซิ่งของทางค่ายได้มีการติดตั้งของเสริมสมรรถนะต่างๆ ให้กลายเป็นรถใช้งานในสนามเท่านั้น หรือจะเรียกว่ารถแข่งก็คงไม่ผิดนักครับ โมเดลพิเศษนี้ได้รับความร่วมมือจากแบรนด์ชั้นนำหลายแบรนด์ด้วยกันไม่ว่าจะเป็น แฟริ่งไฟเบอร์กลาส Cruciata Racing ท่อไอเสียจาก SC Project ยางจาก Pirelli ระบบเบรกจาก Brembo และระบบกันสะเทือนจาก Andreani (หน้า) และ Ohlins (หลัง) โดยรถเวอร์ชั่นพร้อมแข่งนี้มีแรงม้าที่ 105 แรงม้าบนน้ำหนักตัวรถเปล่าที่ 153 กก. ทั้งนี้ทาง Aprilia ยังได้จัดรุ่นแข่งขันเฉพาะของตัวเองขึ้นมาในรายการ ITALIAN SPEED CHAMPIONSHIP 2021 อีกด้วย โดยจะแข่งในปี 2021 นี้ ทั้งหมด 6 เรซด้วยกัน ได้แก่ที่ Misano 2 เรซ Imola, Mugello และ Vellalunga รวมเป็น 6 เรซ ซึ่งก็ต้องลงทะเบียนและเสียเงินค่าสมัครจำนวนนึง เพื่อที่จะได้รับรถ เข้าร่วมการแข่งขัน และการซัพพอร์ตอื่นๆ ตลอดรายการ แต่สำหรับคนทั่วไปที่สนใจและอยากจะได้รถมาใช้ก็สามารถซื้อได้ในราคาราวๆ 660,000 บาท (ไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) โดยสามารถเข้าไปติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.bkcorse.com/ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Moto Guzzi ฉลอง 100 ปี ด้วย 3 โมเดลพิเศษ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 1921 ในเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี Emanuele Vittorio Parodi และ Carlo Guzzi ได้เซ็นเอกสารร่วมมือกันก่อตั้งแบรนด์ โมโต กุซซี่ ขึ้นมา ผ่านกาลเวลาหลายทศวรรษ จากค่ายรถอิตาลีเล็กๆ ก็ได้หยั่งรากลึกและได้สร้างมอเตอร์ไซค์ที่ขายดีที่สุดในยุโรปจำนวนนึงในช่วงนึง กาลเวลาผ่านไปก็กลายเป็นค่ายรถค่ายแรกที่ติดตั้งอุโมงค์ลมเป็นของตัวเองในช่วงทศวรรษ 1950 และก็ได้กลายเป็นโมเดลที่โดดเด่นอย่างแท้จริงในอีกทศวรรษต่อมา ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะเป็นผู้ผลิตมอเตอร์ไบค์ขนาดเล็ก แต่ก็มีความสำคัญมากแบรนด์นึงเลยล่ะครับ และในปี 2021 นี้เอง โมโต กุซซี่ ก็ได้มีอายุครบ 100 ปีแล้ว และทาง Moto Guzzi ฉลอง 100 ปี ด้วยการเปิดตัวโมเดลพิเศษ 3 โมเดลด้วยกัน ได้แก่ V7 Stone Centenario , V85 TT Centenario และ V9 Bobbe Centenario ที่มาในชุดสีพิเศษฉลองครบรอบร้อยปี ซึ่งจะเป็นสีเงินสลับสีเขียวและเบาะนั่งสีน้ำตาล ซึ่งเป็นสีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโมเดล Otto Cilindri ปี 1955 ที่เป็นเหมือนกับจรวดทางเรียบ โดยทั้ง 3 โมเดลพิเศษนี้จะผลิตขึ้นอย่างจำกัดจำนวน แต่ทางค่ายเองยังไม่ได้ระบุว่าจะผลิตขึ้นทั้งหมดกี่คัน นอกจากนี้ยังไม่ประกาศราคาอีกด้วย งานนี้ใครชอบอาจจะต้องตัดสินใจไวสักหน่อย เพราะของดีๆ หล่อๆ นั้นมีไม่มากแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki Yoshimura SERT Motul ปรับทัพพร้อมลุยศึก EWC 2021 ล่าสุด Suzuki แชมป์โลกในศึกคนอึดรถทรหด World Endurance Championship 2020 (EWC) ก็ประกาศพร้อมป้องกันตำแหน่ง และปรับทัพดึงนักแข่งใหม่เข้ามาร่วมศึกฤดูกาล 2021 นี้ นักแข่งใหม่ที่จะเข้ามาร่วมทีม Yoshimura SERT Motul ได้แก่ Sylvain Guintoli นักแข่งชาวฝรั่งเศส และ Kazuki Watanabe นักแข่งชาวญี่ปุ่น โดยจะมาเข้าร่วมกับนักแข่งเดิมอย่าง Gregg Black และ Xavier Simeon ซึ่งเคยพิสูจน์ฝีมือมาแล้วกับการคว้าแชมป์โลก EWC เมื่อฤดูกาล 2020 และนับเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 16 ของทีมจากฝรั่งเศสทีมนี้แล้วครับ โดย Sylvain Guintoli กล่าวว่า “ความท้าทายครั้งใหม่นี้เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากๆ ผมเคยแข่งกับทีมเอสอีอาร์ทีมาแล้ว ในศึก 8 Hours ที่ Doha 2010 และเคยแข่งให้กับทีมโยชิมูระมาแล้วครั้งในศึก 8 Hours ที่ Suzuka ดังนั้นผมก็เลยรู้สึกดีมากๆ ที่จะได้พบกับความท้าทายครั้งใหม่กับการแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลครั้งแรก” ส่วนทางด้าน Kazuki Watanabe กล่าวว่า “ผมภูมิใจและตื่นเต้นมากๆ ที่ได้เป็นส่วนนึงของทีม ผมทุ่มเท่พัฒนารถเพื่อการแข่งขัน EWC เมื่อฤดูกาลที่แล้ว มันเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผมที่ได้เคยทำหน้าที่ในฐานเทสต์ไรเดอร์ และนั่นทำให้ผมสามารถทำความเข้าใจกับ GSX-R1000R ได้เป็นอย่างดี” ทั้งนี้ศึก EWC 2021 จะเริ่มแข่งขันสนามแรกของฤดูกาลที่ Le Mans ประเทศฝรั่งเศสในวันที่ 17 – 18 เมษายน 2021 นี้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bullit Hero 250 เรโทสแครมเบลอร์สุดเท่จากเบลเยียม ล่าสุดแบรนด์มอเตอร์ไซต์สัญชาติเบลเยียมก็ได้เพิ่มโมเดลใหม่ในตระกูลเรโทรสแครมเบลอร์ของทางค่ายให้มากยิ่งขึ้น ด้วยเจ้า Bullit Hero 250 นั่นเองครับ เจ้าฮีโร่คันนี้ถือว่าเป็นโมเดลที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับทางแบรนด์มากขึ้น เพราะแต่เดิมทีค่ายรถเบลเยียมค่ายนี้เป็นที่รู้จักจากรถขนาด 50 ซีซี และ 125 ซีซีเป็นหลัก ซึ่งโมเดลใหม่นี้ก็จะมาช่วยให้ทางค่ายมีรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมา ซึ่งจะตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากขึ้น โดยมันจะใช้เครื่องยนต์แบบสูบเดียวขนาด 250 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ DOHC ที่สามารถรีดแรงม้าออกมาได้สูงสุดที่ 25.8 แรงม้า ตัวรถมีถังน้ำมันทรงหยดน้ำตามแบบเรโทร จุได้ 15 ลิตร มีเบาะนั่งแบบแบนราบ แฮนด์บาร์แบบแฟล็ต การ์ดท้องเครื่อง และปลายท่อแบบยกสูง ช่วงล่างมีล้อซี่ขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้วตามลำดับ พร้อมยางแบบกึ่งออนโร้ดออฟโร้ด โช้คหน้าเป็นโช้คแบบหัวกลับและด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ส่วนระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบเบรก ABS ทั้งหมดนี้บนน้ำหนักรถเพียง 148 กิโลกรัมเท่านั้น ถือเป็นรถลุยๆ สไตล์เรโทรที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีตัวแทนจำหน่ายในไทย แต่ถ้าอนาคตมีก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW R 18 Spirit of Passion คัสตอมคันงามจาก Kingston Custom หากคุณหลงรัก BMW R 18 แต่ขณะเดียวกันในใจลึกๆ ของคุณก็ถวิลหารถที่มันลู่ลม สวยงามและดูดีมีศิลปะ เรามีข่าวดีมาให้คุณ ฝันของคุณอาจจะเป็นจริงได้หากคุณติดต่อ Kingston Custom สำนักแต่งรถเปิดกิจการโดย Dirk Oehlerking ที่คราวนี้มาคอลแล็บกับทาง BMW Motorrad และรังสรรค์คัสตอมคันงามอย่าง BMW R 18 Spirit of Passion ขึ้นมา คัสตอมโมเดลพิเศษนี้มีจุดเด่นพิเศษก็คือแฟริ่งทำมือสุดเนี้ยบจากทางสำนัก Kingston และทางเจ้าสำนักยังยืนยันว่าเขาแทบจะไม่ได้ทำอะไรกับเจ้า R 18 ที่เป็นรถต้นแบบมากนัก เขาพยายามที่จะรักษาและต่อเติมเส้นสายงานเพนต์ของเดิมเอาไว้ แทนที่จะทำมันขึ้นมาใหม่ทั้งหมดจนแทบจะกลายเป็นรถอีกคัน Oehlerking บอกว่าเจ้านี่เพอร์เฟ็กต์อยู่แล้ว ผมเลยปล่อยมันไว้อย่างเดิม เฟรมเองก็เป็นของเดิม 100 เปอร์เซ็นต์ และไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมัน แต่เขาได้เลือกติดตั้งอะไรเพิ่มเติมเข้าไปแทน อาทิ เบาะนั่งจากแค็ตตาล็อกของแต่ง ไฟเลี้ยวแต่งของ Kellermann ไฟหน้า LED แบบฝังติดกับแฟริ่งทรงโค้งขนาดใหญ่ เขายังได้ลงมือสร้างล้อหน้าและถังน้ำมันขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพื่อใช้ในงานนี้โดยเฉพาะอีกด้วย โดยปกติแล้วรถขี่ถนนส่วนใหญ่จะไม่มีเส้นสายลื่นไหลแบบนี้ ยิ่งทำให้เจ้านี่โดดเด่นแตกต่างจากโมเดลทั่วๆ ไป และแตกต่างกับโมเดลคัสตอมทั่วๆ ไปอีักกด้วย โดยดีไซน์การออกแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัดของความสามารถในการคัสตอมของรถเครื่องบ็อกเซอร์สุดเบิ้มคันนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก