SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
R3 สเปกแข่ง

R3 สเปกแข่ง จากรายการ R3 bLU cRU Challenge เป็นไงไปชม และเจ้า Yamaha YZF-R3 สเปกแข่ง คันที่คุณเห็นอยู่นี้นั้นคือรถแข่งที่ทางสปอนเซอร์เตรียมไว้ให้นักแข่งรุ่นเยาวชนไว้ใช้ทำการแข่งขันในพิกัด Junior Supersport กันครับ โดยมาจากรายการ R3 bLU cRU Challenge ในศึก British Junior Supersport Championship 2021 โดยพื้นฐานแล้วรถที่แข่งในคลาสจูเนียร์ Junior Supersport นั้นหลายๆ ส่วนจะต้องคงเดิมเป็นของติดรถ ห้ามมีการดัดแปลงหรือปรับเปลี่ยนใดๆ แต่ทางสปอนเซอร์อย่าง McAMS Yamaha ก็จะทำการติดตั้งของแต่งต่างๆ และดัดแปลงให้ R3 กลายเป็นรถแข่งที่มีสเปกสูงที่สุดเท่าที่กติกาจะเอื้อครับ ของแต่งเสริมสมรรถนะที่ใส่มาในรถก็จะมี ไส้โช้คหน้า Ohlins โช้คหลังจาก Ohlins สลิปเปอร์คลัตช์ ท่อไอเสีย Akrapovice แม็พการจ่ายน้ำมัน ตัวเก็บข้อมูล 2D และยาง Pirelli นอกจากนี้ก็จะมีของแต่งอื่นๆ อีกจำนวนนึงที่ไม่ได้มีผลต่อสมรรถนะโดยตรง แต่มีผลในการควบคุมขับขี่ซะมากกว่าครับ ยังไงๆ ก็ลองๆ ไปส่อง ไปชม และใช้เป็นแนวทางในการแต่งซิ่งกันได้นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Valentino Rossi หรือพ่อหมอ

Valentino Rossi หรือพ่อหมอ กับสถิติที่ยากจะหาใครเทียบ เขาคือนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้ทั้งในพิกัด 125 ซีซี 250 ซีซี 500 ซีซี (สมัยที่ยังเป็นรถ 2 จังหวะ) และ MotoGP เขาคือ Valentino Rossi ชายผู้ยิ่งใหญ่แห่ง MotoGP  ชัยชนะของเขาในการแข่งขัน MotoGP ครั้งแรกเป็นชัยชนะกับทาง Honda จากนั้นก็เป็น Yamaha โดยคว้าแชมป์โลกติดต่อกัน 5 สมัยก่อนที่จะมี Nicky Hayden มาตัดไปในปี 2006 และกลับมาคืนฟอร์มคว้าแชมป์โลกอีกในปี 2008 และ 2009  จากนั้นเขาก็เสียแชมป์ให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Jorge Lorenzo ในปี 2010 ก่อนจะย้ายไป Ducati แต่กลับทำผลงานได้ดีที่สุดแค่เพียง 3 โพเดียมจากการแข่งขัน 2 ฤดูกาล และเขาก็กลับคืนสู่เหย้าอีกครั้งกับทาง Yamaha ในปี 2013 และคว้าชัยได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่ Assen และจบที่อันดับ 2 ในปี 2014  ในปี 2015 เขาสู้ขับเคี่ยวกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Lorenzo อีกครั้งเพื่อที่จะเอาแชมป์สมัยที่ 10 มาให้ได้ แต่ก็พ่ายไปในเรซสุดท้ายเสียแชมป์ให้เพื่อนร่วมทีมไป จากนั้นในปี 2016 ผลงานของเขาก็ดีขึ้น ได้เห็นเขาออกสตาร์ทจากโพลโพซิชัน คว้าโพเดียมหลายต่อหลายครั้ง และชนะในหลายเรซ แต่ก็จบฤดูกาลที่ตำแหน่งรองแชมป์อีกครั้ง  ปี 2017 เขายังคงอยู่กับทางยามาฮ่ากับทีม Movistar Yamaha MotoGP แต่มีเพื่อนร่วมทีมใหม่อย่าง Maverick Viñales เขาคว้าชัยได้ในศึก Dutch GP ที่ TT Circuit Assen ซึ่งนับเป็นผลงานเด่นชิ้นนึงในฤดูกาลนั้น แต่เขาก็ต้องสู้กับปัญหาต่างๆ ทั้งยางที่ยึดเกาะได้ไม่ดี และขาหักจากการซ้อมก่อนการแข่งที่ Misano จนเขาน่าจะต้องกร่อยไปในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ Rossi กลับทำให้ทุกคนทึ่งหลังจากกลับมาจากอาการบาดเจ็บเพียงแค่ 3 สัปดาห์ และคว้าโพเดียมเพิ่มได้ก่อนที่จะปิดฤดูกาล ในปี 2018 เขายังคงอยู่กับทีมรักของเขาและแม้ว่าเขาจะไม่ได้แชมป์โลก แต่เขาก็ยังคว้าอันดับ 3 จากตารางคะแนนรวมมาได้ และในปี 2019 เขาไม่อาจจะคว้าชัยชนะในเรซใดเรซนึงได้เลย แต่เขาก็ยังคว้ามาได้ 2 โพเดียมจากการแข่ง 3 เรซแรกช่วงเปิดฤดูกาลและนั่นเป็นช่วงเดียวที่เราได้เห็นเขายืนพ่นฟองจากขวดแชมเปญ  และในปี 2020 ที่โลกเต็มไปด้วยโรคระบาด Covid-19 เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาทำได้ดีที่สุดคือคว้าโพเดียมมาได้ 1 ครั้งจากการลงสนามทั้งหมด 12 ครั้งจากทั้งหมด 14 เรซการแข่งขันที่ลดน้อยลงจากพิษของโรคระบายร้ายแรง และปี 2021 นี้เขาก็แสวงหาความเป็นไปได้ใหม่กับทีมที่กำลังมาแรงอย่าง PETRONAS Yamaha Sepang Racing Team ที่ได้รับรางวัลทีมอิสระยอดเยี่ยมอันดับ 1 ประจำฤดูกาล 2020 และนักแข่งจากทีมอิสระอันดับ 1 จากผลงานคว้ารองแชมป์โลก MotoGP 2020 ของพ่อหนุ่มหัวฟูเพื่อนร่วมชาติอย่าง Franco Morbidelli ที่ใช้เบอร์แข่งเบอร์ 21  มาถึงตอนนี้ผมเชื่อว่านี่คือโอกาสใหม่ๆ ของพ่อหมอที่จะได้มีโอกาสที่จะได้ทำในสิ่งที่เขารักนั่นคือการขี่ีรถ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่กับทีมโรงงานแล้ว แต่ฤดูกาลที่แล้วก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าทีมอิสระนั้นก็ไม่ได้ด้อยกว่าทีมโรงงานเลย งานนี้แฟนๆ ของ VR46 ก็คงต้องออกแรงเชียร์ให้หนักขึ้นกว่าเดิม และนี่อาจจะเป็นโอกาสช่วงสุดท้ายของพ่อหมอก่อนจะแขวนหมวกกันน็อกเลิกแข่งมอเตอร์ไซค์แล้วก็เป็นได้    สุดท้ายผมเชื่อว่าแม้เขาจะไม่ได้แชมป์โลกสมัยที่ 10 ตามที่หลายๆ คนอยากให้ได้ แต่ผมมั่นใจว่าเขาคือแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลที่จะอยู่ในใจของเหล่าแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตย่างแน่นอนครับ รวมตัวสถิติที่น่าสนใจของ Valentino Rossi หรือพ่อหมอ VR46 คว้าแชมป์โลกไปทั้งหมด 9 สมัย  แบ่งออกเป็น MotoGP 7 สมัย รุ่น 250 ซีซี 1 สมัย  และรุ่น 125 ซีซี 1 สมัย   ชนะการแข่งขันไปทั้งหมด 115 เรซ แบ่งออกเป็น MotoGP ทั้งหมด 89 เรซ 

Pirelli Diablo Rosso IV

Pirelli Diablo Rosso IV ยอดยางซูเปอร์สปอร์ตรุ่นใหม่เปิดตัวแล้ว   ล่าสุดพีเรลลี่ก็ได้เปิดตัวยางซูเปอร์สปอร์ตเจเนอเรชันใหม่อย่าง Pirelli Diablo Rosso IV ซึ่งก็นับว่าเป็นเจเนอเรชันที่ 4 แล้วสำหรับยางในตระกูลนี้ การันตีความดีงามของยางตระกูลนี้ได้จากยอดขายรวมนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 มากกว่า 5,000,000 เส้น  โดยยางในตระกูล Diablo นั้นคือยางมอเตอร์ไซค์สมรรถนะสูงจากทางแบรนด์พีเรลลี่ โดยเริ่มเปิดตัวตระกูลนี้ตั้งแต่ปี 2002 และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาให้กับรถในเซ็กเมนต์อื่นๆ มากขึ้น ไม่ได้จำกัดแค่เพียงยางที่ใช้สนามแข่ง แต่ยังพัฒนามารองรับกับรถซูเปอร์สปอร์ตขี่ถนนอีกด้วย และได้ใช้ความรู้ ประสบการณ์และเทคโนโลยีตลอด 18 ปีทั้งจากในสนามแข่งและจากถนนจริงมาพัฒนาเป็นยางเจเนอเรชันใหม่นี้ หลายๆ ค่ายรถชั้นนำของโลกเองก็เลือกที่จะใช้ยางในตระกูล Diablo Rosso ติดเป็นอาวุธให้กับโมเดลระดับเรือธงหรือตัวท็อปของทางค่ายมาโดยตลอด รวมไปถึงได้รับการันตีสมรรถนะเป็นยางอันดับ 1 จากสื่อต่างประเทศจำนวนมากมาโดยตลอด ซึ่งก็เป็นการการันตีได้เป็นอย่างดีสำหรับคุณภาพและสมรรถนะของยางตระกูลดังกล่าว และล่าสุดกับ Diablo Rosso IV ยางซูเปอร์สปอร์ตตัวใหม่ที่เป็นเหมือนกับยางที่จะมายกระดับของสมรรถนะยางให้สูงขึ้นไปอีกขั้น โดยมีการออกแบบให้ยางรุ่นใหม่นี้มีการควบคุม การยึดเกาะสูงสุดทุกสภาวะถนน ไม่ว่าถนนแห้งหรือถนนเปียก รวมถึงให้การตอบสนองที่ดีอีกด้วย เป็นยางที่เหมาะกับนักบิดที่ชอบการขับขี่ในสไตล์สปอร์ต ลื่นไหล และคล่องตัว หรือเป็นเจ้าของรถซูเปอร์สปอร์ต ไฮเปอร์เน็กเก็ต หรือรถสมรรถนะสูงๆ ที่ต้องการยางที่หนึบในทุกสภาพถนน ทุกสภาพอากาศ  อย่างไรก็ดียังไม่มีการพูดถึงเรื่องของราคา หรือขนาดไซส์ที่จะผลิตจำหน่ายในช่วงแรก แต่คาดว่าราคาจะไม่หนีจากรุ่นปัจจุบันมากนัก ส่วนไซส์น่าจะครอบคลุมถึงรถซูเปอร์สปอร์ตในบ้านเราอย่างแน่นอน แต่งานนี้สาวกต้องรอกันไปก่อนนะครับ กว่าจะมาไทยคงจะต้องรออีกสักระยะเลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR650R 2021 และ CB650R ตัวใหม่เพิ่มฟังก์ชันใหม่ Smartphone Charger

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ในประเทศไทย เปิดตัว New Honda CBR650R โมเดลปี 2021 เพิ่มสีสันความสปอร์ต ปรับลวดลายกราฟิกใหม่ ให้อารมณ์ความดุดันและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชันล้ำสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักบิดยุคดิจิทัลผู้ชื่นชอบรถสปอร์ต 4 สูบ พิกัด 650 ซีซี New CBR650R มาพร้อมคอนเซปต์ Feel The Race ถ่ายทอดจิตวิญญาณจากสนามแข่ง โดดเด่นด้วยลวดลายกราฟิกใหม่ที่เน้นเส้นสายเฉียบคมรอบตัวรถ ด้วยแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง เสริมภาพลักษณ์ความเป็นเรซซิ่งสปอร์ตอย่างเต็มตัว ทั้ง New CBR650R และ New CB650R ยังมาพร้อมกับสีเทาเข้มเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความดุดัน พร้อมด้วยฟังก์ชันใหม่ Smartphone Charger ช่องเสียบชาร์จสมาร์ทโฟนแบบ USB บริเวณใต้เบาะผู้ซ้อนท้าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว New CB650R 2021 และ New CBR650R ภายใต้คอนเซปต์ Neo Sports Café เท่ แรง เร้าใจ…ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี ทั้ง 2 รุ่น ติดตั้งโช้กอัพหน้าแบบหัวกลับขนาดใหญ่ 41 มม. Showa SFF-BP (Separate Function Front Fork – Big Piston) ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีทุกสถานการณ์ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 650 ซีซี มาพร้อมระบบ Assist & Slipper Clutch ช่วยลดอาการกระชากของล้อหลังในช่วงเปลี่ยนเกียร์สูงลงมาเกียร์ต่ำ ระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control) เทคโนโลยีจากสนามแข่ง ช่วยปรับกำลังเครื่องยนต์ให้เหมาะสมตามสภาพการขับขี่ และป้องกันล้อหมุนฟรี มั่นใจความปลอดภัยด้วยปั๊มเบรก 4 พอต กระจายแรงเบรกได้ดี ควบคุมได้ในทุกย่านความเร็ว นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ Emergency Stop Tail Light แสดงไฟฉุกเฉินเมื่อรถเบรกกะทันหันแบบที่ใช้ในรถระดับซูเปอร์สปอร์ต เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New 650 Series ใหม่ โมเดลปี 2021 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda BigWing ทั่วประเทศ สำหรับรุ่น New CBR650R ราคาแนะนำที่ 324,300 บาท และรุ่น New CB650R ราคาแนะนำที่ 309,100 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New 650 Series ใหม่ โมเดลปี 2021 ได้ที่ เว็บไซต์ www.hondabigbike.com เฟซบุ๊ก www.fb.com/hondabigbikeTH อินสตราแกรม : hondabigbike อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Vespa GTS Super Sport 300 HPE

Vespa GTS Super Sport 300 HPE สีขาวใหม่เผยโฉมแล้ว สานต่อเรื่องราวความเร็วแรงในคอนเซ็ปต์ super sport จากที่สุดแห่งเวสป้าเฟรมใหญ่ Vespa GTS ที่พร้อมปลุกจิตวิญญาณเหล่านักบิดครั้งใหม่ กับ “VESPA GTS SUPER SPORT 300 HPE สีขาวใหม่ (WHITE INNOCENZA)” มาพร้อมเสน่ห์แห่งความเท่เรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยสไตล์เรโทรโมเดิร์นสปอร์ต  โดยสีขาวใหม่นี้เติมเต็มความพรีเมี่ยมด้วยการแต้มสีแดงสุดโมเดิร์นรอบคัน ทั้งบังแตร 3 แถบบริเวณเน็กไท สปริงโช้ค บังโคลนหน้า และชุดสติ๊กเกอร์ด้านข้างตัวถังพร้อมเบาะปั๊มลอนและล้อแม็กสีดำเสริมลุคความเท่  และที่สำคัญยังคงขุมพลังกับสุดยอดสมรรถนะตามแบบฉบับด้วยเครื่องยนต์ High Performance Engine ขนาด 300 ซีซี เครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดของเวสป้าเท่าที่เคยมีมา ทำให้ตัวรถทั้งโดดเด่น เท่ และหรูหราทุกเส้นทาง ทั้งยังมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลมสุดคลาสสิก แต่ทันสมัยด้วยหลอดไฟแบบ Full LED เข้าคู่กับไฟท้ายแบบ LED ตัดขอบเส้นสายให้มีความพรีเมี่ยมมากขึ้นด้วยกรอบไฟชุบโครเมี่ยม และเพิ่มการกระจายแสงสว่าง เพื่อสร้างความชัดเจนในทุกเส้นทางยามค่ำคืน พร้อมไฟ Day Time Running Light ทั้งนี้โมเดลสีขาวใหม่นี้พร้อมให้คุณออกเดินทางเพื่อไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในสนนราคา 215,900 บาทครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia Tuono 660

Aprilia Tuono 660 ว่าที่สปอร์ตเน็กเก็ดที่จี๊ดจ๊าดที่สุดแห่งปี 2021 Aprilia Tuono 660 คือสปอร์ตเน็กเก็ดโมเดลที่โดดเด่นในเรื่องของความแรงและความเบา ที่ทางค่ายคุยไว้ว่า แรงดุจสายฟ้าและเบาดุจปุยเมฆ ซึ่งถ้าพิจารณาจากตัวเลขต่างๆ ก็พอจะเข้าใจได้อยู่ครับ   สปอร์ตเน็กเก็ดคันนี้มีขุมพลังแบบ 2 สูบเรียง ขนาด 659 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำที่เคลมแรงม้ามามากถึง 95 แรงม้า ซึ่งหากเทียบกับโมเดลอื่นๆ ที่อยู่ในพิกัดใกล้เคียงกัน อาทิ Yamaha MT-07 หรือ Kawasaki Z650 ก็เรียกว่าสูงกว่ามากเลยทีเดียว    ส่วนในเรื่องของน้ำหนักของตัวรถก็ถือว่าเบาสุดในพิกัดใกล้เคียงกัน เพราะหนักเพียง 183 กิโลกรัม จากการเลือกใช้เฟรมและสวิงอาร์มอลูมิเนียมซึ่งมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทาน รวมไปถึงเครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักเบาด้วย แน่นอนว่ารถที่น้ำหนักเบาก็จะช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ดีขึ้น และมีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่มากกว่า ว่ากันง่ายๆ ก็คือแรงกว่านั่นเอง   นอกจากเรื่องของความแรงและน้ำหนักแล้ว ตัวรถยังมีรายละเอียดที่ทางค่ายใส่ใจมากในหลายๆ ส่วนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแอโรไดนามิก ซึ่งมีการใช้แฟริ่งแบบดับเบิ้ลแฟริ่งที่ออกแบบมาให้รองรับในส่วนอากาศพลศาสตร์หรือแอโรไดนามิกเป็นอย่างดี  ดีไซน์ก็ให้ความเป็นสปอร์ตและโดดเด่นไม่เหมือนใครมากๆ โดยเฉพาะในส่วนของไฟหน้า LED 3 ดวง ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางค่ายเลย และแน่นอนว่ามีไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์มาให้ด้วย ด้านท้ายเองก็โฉบเฉี่ยวปรายเปรียวสไตล์สปอร์ตเช่นกัน  ในขณะที่ดีไซน์และกลิ่นอายของโมเดลนี้เต็มไปด้วยความเป็นสปอร์ตแบบเต็มๆ แต่ตัวรถก็มีท่านั่งขับขี่ที่ผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติในแบบของเน็กเก็ตไบค์ด้วยแฮนด์บาร์ที่ยกสูงขึ้นมา ซึ่งมั่วผสานการออกแบบแชสซีและระยะอ็อฟเซ็ตให้แตกต่างจากโมเดล RS ที่เป็นสปอร์ตจ๋าๆ ก็ช่วยให้รถควบคุมได้ดี ตอบสนองได้ฉับไว้ และคล่องตัวอีกด้วย  และสุดท้ายที่สำคัญคือความล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ ที่จัดมาให้แบบเต็มๆ เน้นๆ จนเกือบจะเป็นซูเปอร์ไบค์เรือธงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น คันเร่งไฟฟ้า แทร็คชันคอนโทรลปรับระดับได้ ระบบป้องกันการลอยตัวของล้อ ครูซคอนโทรล เอ็นจิ้นเบรกคอนโทรล แม็ปเครื่องยนต์ปรับเลือกเองได้ โหมดการขับขี่ 5 โหมด (3 โหมดสำหรับขี่บนท้องถนนทั่วไป และ 2 โหมดสำหรับขี่ในแทร็ก) ระบบเบรก ABS หน้าจอเรือนไมส์สี TFT  ส่วนเรื่องของสีสันนั้นจะมีจำหน่ายด้วยการ 3 เฉดสีคือ สีดำ Concept Black สีเทา Iridium Grey และสีเหลือง Acid Gold สุดจี๊ดเช่นเดียวกับเจ้า RS สำหรับราคานั้นยังไม่ระบุแต่คาดการณ์ว่าจะไม่หนีจากลูกพี่ลูกน้องของมันมากนัก ส่วนแฟนๆ ชาวไทยคงต้องอดใจรวมถึงต้องรอลุ้นไปอีกพักใหญ่ๆ เลยล่ะครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

All New Honda Wave110i 2021

All New Honda Wave110i ปรับใหม่หมด เพิ่มความคุ้มค่ารับปี 2021   สำหรับในปี 2021 นี้ All New Honda Wave110i ยกระดับความคุ้มค่าขึ้นไปอีกขั้นในฐานะรถครอบครัวยอดนิยมอันดับหนึ่ง พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “เพื่อนร่วมทางที่ใช่ เชื่อใจเป็นที่ 1” สำหรับในด้านรูปลักษณ์ภายนอกนั้นมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ เลือกใช้กราฟิกและสีสันใหม่ ให้ความสดใสมากขึ้น เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ทั้งยันทันสมัยด้วยไฟหน้า LED ส่องสว่างทุกเส้นทาง เพิ่มความปลอดภัยให้การขับขี่มั่นใจยิ่งขึ้น ไฟท้ายโฉบเฉี่ยวทันสมัย มองเห็นได้ไกล คมชัดทุกมุมมอง ส่วนของเครื่องยนต์ ใช้เครื่องใหม่ล่าสุดอย่าง Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซี มีการเพิ่มระยะชักยาวขึ้น ให้กำลังอัดมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพของระบบการหล่อลื่น ลดแรงเสียดทานและระบายความร้อนได้ดีกว่าเดิม ส่งผลให้เครื่องยนต์ประหยัด แรง และทนทาน  เครื่องใหม่นี้จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-FI ที่ปรับองศาการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ ให้เข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง เครื่องยนต์จึงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยมีอัตราความประหยัดคุ้มค่ามากที่สุดในกลุ่มรถครอบครัวถึง 76.9 กม./ลิตร ผ่านการรับรองภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 โดยสถาบันยานยนต์ และที่สำคัญคือเครื่องยนต์วางบนเฟรมใหม่น้ำหนักเบาลง ช่วยให้การควบคุมง่ายและคล่องตัว  นอกจากเรื่องของสมรรถนะแล้ว ยังอัพเกรดความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันการใช้งานครบครัน นำโดยพื้นที่ใต้เบาะหรือ U-Box ขยายใหญ่ขึ้น 35% เพิ่มพื้นที่ใส่สัมภาระจุใจไปได้ทุกเส้นทาง ถังน้ำมันออกแบบใหม่ เพิ่มความจุเป็น 5 ลิตร วิ่งได้ไกลขึ้นโดยไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อย ใช้งานง่ายด้วยหน้าปัดเรือนไมล์ดีไซน์ใหม่ ให้ข้อมูลรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการขับขี่ อาทิ ตำแหน่งเกียร์ ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง และระยะทางรวม  ทั้งนี้จะมีจำหน่าย 4 รุ่นย่อย ด้วยกัน    รุ่นสตาร์ทเท้า ดรัมเบรก ล้อซี่ลวด มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีแดง ราคาแนะนำที่ 36,900 บาท รุ่นสตาร์ทเท้า ดิสก์เบรกหน้า ล้อซี่ลวด มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีแดง-เทา, สีน้ำเงิน-เทา, สีดำ-เทา และสีเทาราคาแนะนำที่ 40,600 บาท  รุ่นสตาร์ทมือ ดิสก์เบรกหน้า ล้อซี่ลวด ราคาแนะนำที่ 43,500 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีแดง, สีน้ำเงิน-ฟ้า และสีดำ-เทา รุ่นสตาร์ทมือ ดิสก์เบรกหน้า ล้อแม็ก มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีแดง, สีน้ำเงิน-ฟ้า และสีดำ-เทา ราคาแนะนำที่ 45,500 บาท อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รีวิวยาง Pirelli Rosso Sport สำหรับ Xmax Forza ล็อตแรก 100 คู่เท่านั้น!!

กระแสแรงจนต้องมา รีวิวยาง Pirelli สายซิ่งกันอีกครั้ง สำหรับยาง Rosso Sport ตัวนี้ที่ใส่ลงไปใน Yamaha X-Max ของแอดมินเอง แต่ในการรีวิวครั้งนี้มียางตัวใหม่เพิ่มเข้ามา โดยล้อหน้าเองยังคงเป็น Rosso Scooter เดิมอยู่แล้ว แต่ยางหลังที่มีเพียง 100 เส้น ในล็อตแรก เป็นสเปกใหม่ที่มาในชื่อ Diablo Rosso Sport ที่ทาง พิเรลลี่ ไทยแลนด์ เคลมมาว่า เบากว่า หนึบกว่า สวยกว่า แน่นอน เรามาเข้าเรื่อง Xmax คันนี้กันเลยดีกว่า สำหรับคันนี้ในส่วนของตัวล้อ ไม่มีการปรับเปลี่ยน หรือแปลงขนาดใดๆทั้งสิ้น ยังคงใส่ยางไซส์ปกติได้ แต่ก่อนหน้านี้ที่ออกมาจากร้านต้องบอกเลยว่า “ยางเดิมอยู่ไม่ได้” เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนที่ใช้คันเร่งหนัก เลี้ยวแรง แซงตลอด ถ้าเป็นยางเดิมคงมีลื่นกันบ้าง ก็เลยมาเปลี่ยนเป็นพิเรลลี่ ดูต้องบอกเลยว่า คนละเรื่องเลยละครับ ต้นปี 2021 ยางพิเรลลี่ล็อตใหม่เข้ามาพอดี ในล็อตนี้มียาง Xmax ไซส์พิเศษลวดลายสายฟ้าอยู่จำนวน 100 คู่ เท่านั้น เป็นยางหลัง Diablo Rosso Sport ไซส์ 140/70-14 จำนวน 100 เส้น และยางหน้า Diablo Rosso Scooter 120/70-15 พร้อมที่จะมาจับคู่กับยางหน้า ทำให้ตัดสินใจไม่ยาก 1 ใน 100 ยังไงของก็ต้องมี เปลี่ยนเรียบร้อยสบายตัว พูดถึงตัวเนื้อยางหลัง Rosso Sport เป็นเนื้อยางสปอร์ต คอมปาวด์เดียว หรือเข้าใจกันง่ายๆ เป็นเนื้อยางสปอร์ตเหนียวหนึบแบบเดียวกันเหมือนกันทั้งวง โครงสร้างตัวยางแบบผ้าใบ โปรไฟล์ยางสัมผัสพื้นถนนกลมตามสไตล์ยางสปอร์ต พร้อมดอกยางลายสายฟ้า เวลามองๆ ก็จะซิ่งๆ หน่อย เหมือนกับยางระดับรถ SuperBike เขาใช้กัน ฟีลลิ่งยางตัวนี้ ถ้าใส่ไปแล้วอย่างแรกเลย คือ หล่อ ไม่ใช่ๆๆ มาพูดถึง สมรรถนะยาง ที่ทำให้พลิกรถไว เลี้ยวไว กว่าเดิม จนรู้สึกได้ เพราะด้วยน้ำหนักตัวยางหลังที่เบากว่าเดิม เวลาซอกแซกในเมืองทำได้ง่าย และเวลาเข้าโค้งในช่วงความเร็วสูงๆ ก็รู้สึกมั่นใจขึ้นกว่าเดิม เพราะถ้ายางลื่นระบบแทร็กชั่นของตัวรถคงทำงานไปแล้ว มั่นใจได้ ของดีอิตาลี ทำไมถึงเบากว่า?? ทางพิเรลลี่ ไทยแลนด์ เคลมน้ำหนักว่าเบากว่ายางรุ่น  Rosso Scooter 150/70 อยู่ราวๆ เกือบ 2 กิโลกรัม และก็ยังเป็นยางไซส์ 140/70 ที่เบากว่ายางในตลาดบางรุ่นเสียอีก อย่างไรก็ตามผมจะบอกว่า น้ำหนักเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องนึงเลยก็ว่าได้ เพราะยิ่งน้ำหนักโดยรวมเบา ก็จะยิ่งลดภาระการทำงานของรอบเครื่องยนต์ได้ ทำให้เวลาออกตัว เร่งแซงหรือแม้กระทั่งการทำความเร็วสูงสุด ก็ดีขึ้นกว่าเดิม และสำหรับใครที่ชอบโมดิฟาย ชุดข้าง ไล่ข้าง ข้างโอเพ่น หรือ แต่งแบบโอเพ่น เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้รถของคุณวิ่งดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน สำหรับไซส์ ณ ตอนนี้ ล้อหน้า 120/70 ขอบ 15 Rosso Scooter ล้อหลัง 140/70 ขอบ 14 Rosso Sport ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 4,790 บาท *** Forza 300 – 350 ก็สามารถใส่ได้นะ สำหรับใครที่อ่าน รีวิวยาง Pirelli จนจบต้องบอกเลยว่ายางเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ อย่างนึงเลยก็ว่าได้ ถ้ารถคุณมีแรงม้า แรงบิดที่มหาศาล ก็คงจะไร้ประโยชน์ถ้าไม่สามารถปล่อยมันลงพื้นได้เต็มพิกัด เพราะมันคือเรื่องจริง และถ้าสนใจยางตัวนี้สามารถติดต่อได้ที่ พิเรลลี่ 5 ดาว ทุกสาขาทั่วประเทศไทย  คลิกที่นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

YAMAHA FZ-X

YAMAHA FZ-X ว่าที่แอดเวนเจอร์ใหม่พื้นฐาน FZ 25 ล่าสุดก็มีข่าวคราวของมอเตอร์ไซค์ Yamaha จากฝากฝั่งแดนภารตะที่ได้ทำการยื่นจดเครื่องหมายการค้า FZ-X ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์น้ำหนักเบาที่ใช้พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกัน FZ 25 ที่เป็นรถในสไตล์เน็กเก็ดไบค์   มาถึงจุดนี้หลายๆ คนอาจจะไม่คุ้นชื่อ FZ 25 สักเท่าไหร่ เพราะว่ามันไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย แต่เป็นที่นิยมในอินเดีย ซึ่งจะเป็นเน็กเก็ดไบค์น้ำหนักเบา มีเครื่องยนต์แบบสูบเดียว 249 ซีซีระบายความร้อนด้วยอากาศ เคลมแรงม้ามาที่ 21 ตัว  และจากการที่ Yamaha ได้มีการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่า FZ-X ก็มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากกว่าจะมีพื้นฐานเดียวกัน และรหัส X ที่มีในชื่อก็น่าจะสื่อถึงความเป็นแอดเวนเจอร์ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมาก ทั้งนี้คู่แข่งที่อยู่ในพิกัดใกล้เคียงกันต่างก็มีรถในกลุ่มแอดเวนเจอร์พิกัดนี้กันแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะ Royal Enfield Himalayan, KTM 390 Adventure, BMW G 310 GS และ Kawasaki Versys X-300 ซึ่งต่างก็เป็นที่นิยม   อย่างไรก็ดีก็ต้องตามลุ้นกันต่อไปว่าจะเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน จะเข้าประเทศไทยมั้ย เพราะบ้านเราเอง Yamaha เองก็ไม่มีรถในสไตล์แอดเวนเจอร์พิกัดนี้ด้วย ซึ่งก็เป็นที่น่าจับตามองทีเดียวครับผม  อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Gold Wing

Honda Gold Wing อัปเดตใหม่รับปี 2021     หลงัจากที่ Honda ได้ทำการอัปเดตขนานใหญ่ให้กับ Gold Wing ในปี 2018 ในหลายๆ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการรีดน้ำหนัก ระบบกันสะเทือนหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบน เครื่องยนต์ 6 สูบนอนใหม่ และอ็อปชันเสริมใหม่อย่างระบบเกียร์ DCT 7 สปีด ต่อมาในปี 2021นี้เอง Honda ก็ได้อัพเกรดเจ้าปีกสีทองนี้อีกครั้ง หลักๆ ของการอัปเดตในครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 โมเดลย่อยด้วยกัน ได้แก่ โมเดลพื้นฐานและโมเดลท็อปอย่าง Gold Wing Tour ซึ่งก็จะได้รับการอัปเดตที่แตกต่างกันออกไปครับ  สิ่งที่ทั้ง 2 โมเดลจะได้เหมือนๆ กันก็คือลำโพงใหม่สำหรับระบบเครื่องเสียงบิลต์อิน ที่เคลมมาว่าลำโพงใหม่นี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเดิม และโมเดลพื้นฐานจะมีชุดสีใหม่เป็นสีเทา ‘Pearl Deep Mud Grey’ พร้อมกับเส้นสายสีส้มที่บริเวณบังโคลนหน้า แฟริ่ง ถังน้ำมันและท้าย แต่โมเดล Tour นั้นจะได้รับการอัปเดตหลายรายการมากกว่า สำหรับโมเดลตัวท็อปอย่าง Tour ก็จะได้รับการเพิ่มความสามารถในการทัวร์ หรือเดินทางไกลให้ดียิ่งขึ้นสมกับชื่อ เรื่องแรกคือกล่องสัมภาระที่มีความจุมากขึ้น กล่องท้ายจุเพิ่มขึ้น 11 ลิตร เป็นขนาด 61 ลิตร โดยดีไซน์ใหม่ให้สูงขึ้น เมื่อรวมกับกล่องข้างด้วยก็จะจุได้มากถึง 121 ลิตร ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับระบบสมาร์ทคีย์ได้ ต่อมาคือปรับดีไซน์ของพนักผิงหลังคนซ้อนให้นั่งสบาย และช่วยให้กล่องท้ายมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย โดยปรับองศาให้เอนไปทางด้านหลังมากขึ้นอีก 7 องศา และปรับมาใช้หนังสังเคราะห์สไตล์หนังกลับให้ดูมีความหรูหรามากขึ้นอีกด้วย  อย่างไรก็ดีก็นับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ยังไม่มีระบบอะแด็ปทีฟครูซคอนโทรลติดตั้งมาให้ (มีเพียงครูซคอนโทรลธรรมดา) ซึ่งอาจจะทำให้ดูเป็นเรื่องที่เสียเปรียบคู่แข่งอยู่บ้างในส่วนนี้ เพราะ BMW และ Ducati ก็เริ่มนำมาใช้ในโมเดลระดับสูงๆ หรือรุ่นเรือธงที่เน้นการเดินทางไกลของทางค่ายแล้วเรียบร้อย  อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CRF450Rally

Honda CRF450Rally ของแชมป์ Dakar Rally ใส่อะไรบ้างไปดู ระเบิดศึกสุดเดือดกันไปแล้วกับ Dakar Rally 2021 ซึ่งปีนี้ไปจัดแข่งขันกันในทะเลทรายของประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งการแข่งขันรายการนี้แชมป์ปี 2020 ตกเป็นของทาง Honda ด้วยฝีมือของ Ricky Brabec กับ Honda CRF450Rally Racebike  และครั้งนี้เราก็พามาดูกันว่ารถของแชมป์โลกคนล่าสุดของ Brabec นั้นมีอะไรยังไงบ้าง แม้ว่าทาง Honda จะไม่เปิดข้อมูลรายละเอียดออกมา แต่หากดูจากภาพก็พอจะดูออกได้ว่ามีการติดตั้งอะไรเข้าไปเพื่อเพิ่มสมรรถนะของรถเข้าไปบ้างครับ  แน่นอนว่าปีนี้รถของ Brabec สามารถติดป้ายหมายเลข 1 ที่สงวนไว้ให้แชมป์คนล่าสุดแต่เพียงผู้เดียว และปีนี้จะเป็นการป้องกันแชมป์สมัยแรกของเขาและของ Honda หลังจากที่ปีกลายได้ไปแย่งแชมป์มาจาก KTM ที่คว้าแชมป์ต่อเนื่องมายาวนานถึง 18 ปี  ตัวรถก็จะใช้เครื่องยนต์แบบสูบเดียวขนาด 450 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดแบบ PGM-FI ที่ทางค่ายเคลมมาว่ามีแรงม้ากว่า 60 แรงม้า พร้อมท่อไอเสียจาก Termignoni  และตัวรถก็จะมีอ็อปชันต่างๆ ที่เหมาะกับการแข่งขันแรลลี่ไม่ว่าจะเป็น ถังน้ำมันพลาสติกน้ำหนักเบาและมีขนาด 34.7 ลิตร ชิ้นส่วนหลายๆ ชิ้นถูกเปลี่ยนเป็นคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อรีดน้ำหนัก ถังแฟริ่ง ถังซับเฟรม และอื่นๆ ตัวรถติดตั้งระบบนำทาง และระบบอื่นๆ อีกหลายระบบที่ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจน มีช่วงล่างจาก Showa ระยะยุบ 310 ม.ม.และ 305 ม.ม.ตามลำดับ ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 พ็อต ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 1 พ็อต ล้อซี่ลวด DID พร้อมยางสำหรับบุกตะลุยทุกสภาพเส้นทาง เรียกได้ว่าจัดเต็มมากทีเดียวครับ งานนี้ใครชอบการแข่งขันที่สุดแสนจะทรหดอดทนอย่างรายการนี้ติดตามชมและเชียร์กันได้ครับ Honda จะสามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้หรือไม่ ก็ต้องลุ้นกันอีกหลายสเตจเลยครับ เพราะการแข่งขันเพิ่งเริ่มต้นไปเมื่อวันที่ 3 มกราคมนี้เอง อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

พ่อ Vinales

Vinales Racing Team ทีมแข่งใหม่ในศึก WorldSSP 300 Angel Vinales พ่อของนักบิดชาวสเปนในศึก MotoGP หัวหอกของ Yamaha อย่าง Maverick นั่นเอง ล่าสุด พ่อ Vinales ก็ได้ทำการเปิดตัวทีมแข่งใหม่เพื่อช่วยที่จะพัฒนาและสนับสนุนนักแข่งอายุน้อยที่มีพรสวรรค์ในศึก Superport 300 World Championship หรือ WorldSSP300 โดยทีมดังกล่าวก็คือ Vinales Racing Team ซึ่งจะใช้รถจากทาง Yamaha ซึ่งก็คือ YZF-R3 นั่นเอง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดตัวนักแข่งว่าเป็นใคร โดย Angel กล่าวว่า “ผมดีใจมากๆ มันอยู่ในหัวผมมานานแล้วนะ กับการที่จะได้เริ่มต้นทำอะไรแบบนี้ การได้มีทีมของตัวเองและเปิดโอกาสให้นักบิดอายุน้อยได้แสดงฝีมือของเขา”  “ผมรู้สึกยินดีมากๆ ที่ทำมันได้สำเร็จ และผมก็ตั้งตาคอยการเริ่มต้นของฤดูกาล 2021 อย่างมาก เพื่อที่จะได้เห็นผลลัพธ์ของงานที่เราทุ่มเททำลงไปออกมาที่สนามแข่ง ผมรู้สึกขอบคุณทุกๆ การสนับสนุนและการช่วยเหลือจากทุกๆ ฝ่ายที่ช่วยให้ความฝันของผมเป็นจริง” ทั้งนี้การแข่งขัน WorldSSP300 2021 จะระเบิดศึกครั้งแรกที่ Assen ในวันที่ 24 – 25 เมษายน ในฐานะรายการแข่งซัพพอร์ตในศึก WorldSBK งานนี้แฟนๆ ที่รัก Yamaha และเป็นสาวก R3 ก็ติดตามชมตามเชียร์กันได้นะครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก