
Honda CB500 Super Four 2026 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีที่ประเทศญี่ปุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง E-Clutch รุ่นที่สอง
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda CB500 Super Four 2026 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีที่ประเทศญี่ปุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง E-Clutch รุ่นที่สอง

Yamaha Tracer 9GT รถจักรยานยนต์สายตรวจรุ่นใหม่ของตำรวจทางหลวง ทล.1 กก.8 เครื่องยนต์ 890 ซีซี พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยครบมือ

New Ducati Formula 73 2026 รถมอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษที่คืนชีพตำนานแชมป์โลกยุค 70 ด้วยเครื่องยนต์ L-Twin และระบบช่วงล่าง Ohlins

หนุ่มออสเตรีย บิดปิดตายกล้อ..วิ่งไกลสุดในโลก กับระยะทางเท่านี้ ? การทำอะไรให้มันสุดติ่งในชีวิต..คงจะเป็นเรื่องที่บ้าบองมงาย และยิ่งทำอะไรก็ไม่รู้และไม่รู้ทำไปเพื่ออะไร ใครเห็นก็ต้องมีสบดด่า ฟักทองบ้าง ลูกชิดบ้าง แต่ส่วนหนึ่งของการกระทำเหล่านี้เชื่อได้เลยว่าสิ่งที่กำลังแอคชั่นอยู่นั้นจะต้องมีแพทชันใจรักอย่างแน่วแน่ ซึ่งถ้าให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็คงอาจทำให้นึกถึงชายที่บ้าพลังที่สุดในโลกอย่าง Guy Martin หรือดูโอ้ตาลุง Alan Millyard, Heny Cole แต่มีอีกคนนึงเช่นกันที่กล้าทำอะไรบ้าบิ่นอย่าง Guenter Schachermayr สตั้นเนอร์ชื่อดังจากออสเตรียที่ขี่รถเวสป้าที่ไม่มีล้อหน้า ไม่มองทาง และวิ่งบนเขา บันทึกสถิติอย่างไม่เป็นทางการครั้งใหม่กันให้ดูแล้ว Guenter Schachermayr ชายผู้บ้าพลังยิ่งกว่า เห็นแล้วก็ต้องอึ้ง..โดยเฉพาะคนไม่ได้ค่อยได้ดูอะไรบ้าบอ ๆ อย่างเราที่จะได้เห็นบุรุษผู้คลั่งไคล้ในการขับขี่เวสป้ามายกล้อโชว์บนรูทเส้นทางภูเขาพร้อม “ปิดตาคลุมหัว” ใช้เพียงประสาทสัมผัสจากการได้รับรู้ทางเสียงที่ได้ยินในการบังคับทิศทางรถ บวกกับฟีลลิ่งขับขี่ที่จะต้องยกล้อตลอดเวลาไม่ให้รถตก “บนเขา” นั่นเอง ใช้หูขับ..และสัมผัสด้วยความรู้สึก! โดยระยะทางที่ Guanter สามารถทำได้ก็คือ 4.5 กม. (2.7 ไมล์) ซึ่งแม้จะแทบไม่ได้กับ Wheelie King อย่าง Masaru Abe (ทำสถิติเวิร์ลเรคอร์ดขี่ยกล้อ 500 กม.) แต่เชื่อเถอะว่าถ้าให้ลองมาปิดตา ขี่ยกล้อลงถนนแถมเป็นทางชันคงเป็นไปไม่ได้แน่ ๆ ยกล้อแค่น้ำจิ้ม บ้ากว่านี้ก็ทำมาแล้ว นับเป็นประสบการณ์อะไรที่ท้าทายและเชื่อว่าน้อยคนที่จะทำได้ถ้าไม่ได้ฝึกฝนอย่างจริงจังเหมือนอย่างชายคนนี้ ซึ่งนอกจากเรื่องขี่ยกล้อขึ้นเขาแล้ว เขายังทำโปรเจ็กต์สุดท้าท้ายมากมาย อาทิ ขี่เวสป้าลากเครื่องบิน ขี่รถใต้น้ำ ขี่บนรางรถไฟ ขี่โชว์ใส่ล้อ (สรรหา) และที่สุดก็คงขี่ลุยเหนือเมฆ เรียกได้ว่าสุดเอ็กซ์ตรีมในทุก ๆ ด้านทีเดียว RedBull ต้องเข้าแล้วนะ (ฮ่าๆ) สุดท้ายใครสนใจผลงานจาก Guenter Schachermayr ก็สามารถติดตามผ่านช่องทางเว็บไซค์ คลิ๊กที่นี่ เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสนุก ๆ หรือใครอยากจะลองชาแลนจ์ยกล้อที่ทำได้ “มากกว่า” ก็ลองมาโชว์สกิลกันดูเผื่อทีมงานสนใจทำคอนเทนต์ลงช่องโปรโมทให้ ไหน..มีใครทำได้มากกว่านี้มั้ย ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Vespa Officina8 โฉมพิเศษเพื่อจิตวิญญาณแห่งโรงช่าง Vespa Officina8 คอลเลคชันพิเศษล่าสุดจากค่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลีอย่าง ‘เวสป้า’ ที่ได้พาเหล่าเวสปิสตี้ย้อนเวลาไปสู่ช่วงหลังสงครามโลกที่ทางเวสป้าได้ทำการผสานเทคโนโลยี และความงดงามร่วมสมัย ณ ขณะนั้น Officina8 คืออะไร ? ถ้าจะตอบคำถามนี้ก็อาจจะต้องย้อนกลับไปในช่วงปลายทศวรรษ 1940 ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงที่โลกกำลังฟื้นฟูจากภาวะสงคราม และในช่วงเวลาดังกล่าวแบรนด์ Piaggio ก็มีความริเริ่มในการสร้างรถจักรยานยนต์เวสป้า โดยตั้งเป้าว่านี่คือ ‘นวัตกรรมที่จะปฏิวัติวงการ’ โดยทีมผู้ผลิตในขณะนั้นก็มีหลากหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร นักออกแบบ ช่างเครื่อง และช่างโลหะ รวมทีมกันในมุมเล็ก ๆ ของโรงงานแล้วตั้งชื่อว่า Officina 8 กลุ่มช่างเทคนิคทีมนี้จะมีเอกลักษณ์ในการทำงานคือการสวม ‘ชุดเอี๊ยมสีน้ำเงิน’ พร้อมเข็มกลัดทองเหลืองที่สลักคำว่า ‘Piaggio 8’ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเครื่องหมายเกียรติยศสำหรับผู้ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโรงงาน Vespa Primavera และ GTV สองโมเดลพิเศษ เพื่อการเฉลิมฉลองให้สมกับความเป็นตำนาน ทางแบรนด์เวสป้าจึงเลือกโมเดล Primavera และ GTV ที่เป็นสองรุ่นจากคลาส 300 ซีซี มาแปลงโฉมในสไตล์ Officina8 อย่างเต็มรูปแบบ โดยโฉม Primavera ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 3 ขนาดได้แก่ 50ซีซี, 125ซีซี และ 150ซีซี โดดเด่นด้วยดีไซน์คลาสสิกน้ำหนักเบา เหมาะกับการใช้งานภายในเมือง และ Vespa GTV เน้นการออกแบบที่คงเสน่ห์แบบวินเทจ ด้วยไฟหน้าทรงต่ำ โดยทั้งสองรุ่นจะมาในชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการว่า ‘Blu Officina 8’ เป็นเฉดสีน้ำเงินแบบเดียวกับชุดในโรงงานอุตสาหกรรมของ Piaggio ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากโทนสีของโรงงานในศตวรรษที่ 20 เพิ่มความโดดเด่นด้วยขอบตัวรถอลูมิเนียมรอบตัวถัง เสริมด้วยดีเทลสีทองเหลืองบริเวณกระจังหน้า และล้อของตัวรถ รวมไปถึงเบาะนั่งของตัวรถที่ทำขึ้นมาด้วยงานหุ้มเบาะแบบสองชั้น เย็บเส้นแนวนอนแบบตัดสี และยึดด้วยหมุดทองเหลืองขัดเงา สำหรับรุ่น GTV ยังมาพร้อมแฟริ่งหน้าเข้าชุดสีเดียวกับตัวรถ สำหรับสาวกเวสปิสตี้ชาวไหนคนไหนที่สนใจอยากร่วมสานต่อรำลึกถึงความเป็นตำนาน ด้วยการหามาจอดในโรงรถที่บ้านก็อาจจะต้องรอการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่บอกว่าสองโมเดลนี้ควรค่าแก่การเก็บอย่างยิ่ง บอกเลย … อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia Racing รับ พัฒนา RS-GP เพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ Aprilia Racing ทีมดังจากการแข่งขัน MotoGP ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางทีมกำลังมุ่งพัฒนาตัวแข่งของทางค่ายอย่าง Aprilia RS-GP อีกทั้งทางด้านของผู้จัดการทีมอย่าง Paolo Bonora (เปาโล โบนอร่า) ก็ยังแสดงถึงความพึงพอใจของกับความก้าวหน้าในการพัฒนาตัวแข่งของทางค่าย การทดสอบหลังการแข่งขันที่สนามอารากอนประเทศสเปน ผู้จัดการทีมของทางค่ายก็แสดงความพึงพอใจไม่น้อย โดยระบุว่าการพัฒนาในด้านแอโรไดนามิกและอิเล็กทรอนิกส์ชุดใหม่ มีแนวโน้มจะถูกนำมาใช้ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ซึ่งทีมดังสัญชาติอิตาลีแบรนด์นี้ไม่สามารถต่อยอดจากชัยชนะสุดเซอร์ไพรส์ที่สนามซิลเวอร์สโตนในรายการ British MotoGP ได้ในสนามล่าสุดที่อารากอน หลังจากที่มาร์โก เบซเซ็คกีล้มในรอบควอลิฟาย ทำให้ต้องออกสตาร์ตจากกริดที่ 21 และจบการแข่งขันทั้งสองเรซในอันดับที่ 8 แม้จะคว้าชัยชนะที่ซิลเวอร์สโตนได้ แต่ฤดูกาลนี้ก็ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ Aprilia ซึ่งก่อนเปิดฤดูกาล 2025 เคยถูกคาดหมายว่าจะเป็นทีมลุ้นแชมป์จากการได้ตัวเบซเซ็คกี และแชมป์โลกคนล่าสุด ฆอร์เก้ มาร์ติน มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม เมื่อมาร์ตินต้องพักแบบไม่มีกำหนดจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ความหวังทั้งหมดตกไปอยู่ที่ผลงานของเบซเซคคีแต่เพียงผู้เดียวอย่างไร้ข้อกังขา อีกทั้งตอนนี้ทางค่ายยังพัฒนาตัวรถเพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ เพื่อให้นักแข่งเจ้าของหมายเลข 72 รายนี้รีดผลงานออกมาให้ดีมากที่สุด “อย่างที่เห็นกันว่าหลังจบเรซ สภาพแทร็กมักจะดี เราจึงมุ่งเน้นที่การไทม์แอทแทคของมาร์โกเป็นหลักและ เราลงมือปรับปรุงหลายอย่าง โดยเฉพาะในด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อควบคุมช่วงออกตัวจากโค้งให้ดีขึ้น รักษาเสถียรภาพของรถ และให้สามารถควบคุมได้มากขึ้น” นอกจากเรื่องระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว Aprilia ยังได้นำแฟริ่งหน้าชุดใหม่มาใช้ในการทดสอบ ซึ่งโบนอร่าเผยว่าอาจได้เห็นใช้จริงในการแข่งขันอีกไม่กี่สนามข้างหน้า “เรายังได้ทดสอบบางอย่างที่เกี่ยวกับแอโรไดนามิก มันให้ผลลัพธ์ที่ดี นั่นคือความเห็นแรก [แต่] เรายังต้องนำไปให้กับนักแข่งทุกคนได้ลอง เพื่อเก็บความคิดเห็นจากแต่ละคน ตอนนี้ดูแล้วมีแนวโน้มที่ดี และน่าจะได้เห็นมันถูกใช้งานในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนี้” “และในส่วนของสิ่งที่เราต้องปรับปรุง นั้นไม่ใช่แค่ในรอบควอลิฟาย แต่รวมถึงแอโรไดนามิกของตัวรถตลอดทั้งเรซ และในช่วงไทม์แอทแทคด้วย เรายังต้องจัดการเรื่องยางใหม่ให้ลงตัวสำหรับมาร์โก” “เราปรับได้บ้างแล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะฟีดแบ็กในช่วงเบรกของเขาออกมาดี แต่เรายังต้องทำงานต่อในช่วงออกจากโค้ง ดังนั้นถ้าเราต้องการดึงศักยภาพสูงสุดจากพรสวรรค์ของเขาออกมาให้ได้ เราต้องพัฒนาช่วงเร่งออกจากโค้งให้ดียิ่งขึ้น” เหล่านักแข่งทีมอาพริเลียจะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Alberto Puig เผย ‘พวกเรารู้ดีว่าปัญหาตอนนี้คืออะไร’ Alberto Puig (อัลเบอร์โต พูอิก) นายใหญ่ของทีมโรงงาน Honda ค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นในการแข่งขัน MotoGP ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางค่าย และตัวเขาเองนั้นรู้ดีว่าปัญหาหลัก ๆ ตอนนี้ของทางทีม และตัวแข่งอย่าง RC213V คืออะไร รับกำลังปรับ และกำลังจะพาทีมกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ย้อนกลับไปในการแข่งขันที่สนามเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศส โยฮันน์ ซาร์โก้ สามารถรีดฟอร์มเก่งในการแข่งขันพร้อมพาทีมฮอนด้ากลับสู่โพเดียมในตำแหน่งหมายเลข 1 หลังที่ทางทีมหายจากการขึ้นโพเดียมไปนานกว่า 980 วัน ซึ่งโพเดียมครั้งสุดท้าย ของฮอนด้าเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม ปี 2022 โดยมาร์ก มาร์เกซ ที่สนามฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ก่อนที่จะโชว์ความสุดยอดอีกครั้งในการแข่งขันที่สนามถัดมาที่สนาม ‘ซิลเวอร์สโตน’ ในการแข่งขันเรซหลักก็สามารถพาทีม Castrol Honda LCR กลับสู่โพเดียมได้อีกครั้งในตำแหน่งอันดับที่ 2 ซึ่งในการทดสอบตัวแข่งหลังจากจบการแข่งขันรายการ Aragon Grand Prix แต่ละทีมก็ได้ทำการลงทดสอบตัวแข่งที่สนาม MotorLand ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้แต่ละทีมได้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่พบในช่วง 8 สนามแรกของฤดูกาล 2025 รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันที่สนามอารากอนเองด้วย อย่างไรก็ตาม อัลเบอร์โต ปุยก์ หัวหน้าทีม Honda HRC Castrol ยืนยันว่าทางโรงงานญี่ปุ่น “เข้าใจปัญหาของเราอย่างชัดเจน” “พวกเรากำลังทดลองสิ่งต่าง ๆ ตามปกติ ทั้งของเล็ก ๆ และของใหญ่บางอย่าง คุณคงอาจะได้เห็นว่าเราทดลองสวิงอาร์มใหม่ รวมถึงส่วนอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่สามารถให้ทิศทางกับเราได้” “น่าเสียดายที่เรายังไม่มีลูก้าในตอนนี้ แต่โจอัน [เมียร์] กับโยฮัน [ซาร์โก้] จะได้ลองใช้อุปกรณ์ใหม่ และสมเกียรติ จันทราก็จะได้ทดลองสิ่งอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน” “ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะเปรียบเทียบอะไรได้ แต่สำหรับผม สิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อเราได้ชิ้นส่วนใหม่ ก็คือเวลาต่อรอบ ถ้าเวลาต่อรอบดีขึ้น อย่างน้อยคุณก็ควรจะพอใจในระดับหนึ่ง” ซึ่งในช่วงหลังมานี้ ทางค่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ก็อาจจะดูตามหลังค่ายทางฝั่งยุโรปอยู่หลายก้าว แต่ผู้จัดการทีม และทางค่ายก็ออกมาเผยว่าทางฮอนด้าก็ไม่ได้ติดหล่มอยู่กับที่ และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงระหว่างการพัฒนา “เราไม่ได้ติดอยู่กับจุดเดิม เรากำลังก้าวไปทีละขั้น ตอนนี้พวกเรามองเห็นว่ารถกำลังพัฒนาดีขึ้น และนักแข่งก็รับรู้ถึงสิ่งนี้ เรารู้ดีว่าปัญหาใหญ่ของเราคืออะไร และที่ญี่ปุ่นก็มีการทำงานอย่างหนักเพื่อลงมือแก้ไข” “เราจะไม่มีวันยอมแพ้” เหล่านักแข่งทีมฮอนด้าจะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak Razgatlioglu ร่วมจอย MotoGP ก็ดีนะ แต่ !? Toprak Razgatlioglu นักแข่งสัญชาติตุรกีจากค่าย ROKIT BMW MOTORRAD WORLDSBK TEAM ยอดทีมจากศึกการแข่งขัน WSBK ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ช่องทางสื่อออนไลน์อย่างเป็นทางการของ MotoGP ก็ได้ออกมาโพสต์เปิดตัวอย่างเป็นทางการของนักแข่งรายนี้ที่จะมาร่วมแข่งขันในฤดูกาล 2026 ซึ่งโทปรัคจะเข้ามาร่วมแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาล 2026 ภายใต้ทีม Prima Pramac Yamaha ซึ่งการขยับเข้ามาแข่งในรายการนี้ยังเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของนักบิดสัญชาติตุรกีอีกด้วย โดยโทปรัคสร้างประวัติศาสตร์ในการเป็นนักแข่งชาวตุรกีคนแรกที่แข่งขันในรายการ MotoGP แน่นอนว่าการขยับเข้ามาแข่งขันในการแข่งขันรายการ MotoGP เปรียบเป็นการเติมเต็มความฝันให้กับเจ้าตัว แต่ทางด้านของอดีตแชมป์ MotoGP 3 สมัยอย่าง ‘ฆอร์เก้ ลอเรนโซ’ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกับเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านช่องทาง Instagram ของเจ้าตัวว่าการย้ายมาแข่งให้ทีมรองของยามาฮ่าก็ดีนะ แต่ไปทีมอื่นจะดีกว่านี้หรือไม่ ซึ่งมีเนื้อหาในความดังนี้ “ว้าว! นี่คือข่าวที่สุดยอดสำหรับแฟน ๆ โมโตจีพีทุกคน มันคือสิ่งที่เราเฝ้ารออ่านกัน” “แม้ว่าผมจะคิดว่าสไตล์การขี่ของเขาน่าจะเข้ากับดูคาติหรือแม้แต่ฮอนด้ามากกว่า แต่ผมก็มั่นใจว่า ด้วยความอดทนและเวลา ท็อปรัคจะประสบความสำเร็จในโมโตจีพีได้เช่นกัน ความสามารถและทักษะการเบรกของเขานั้นปฏิเสธไม่ได้เลย” “ขอแสดงความยินดีกับท็อปรัค, ทีมพรามัค และยามาฮ่าสำหรับดีลครั้งนี้” การย้ายมาร่วมแข่งขัน MotoGP ของโทปรัคจะช่วยให้ทีม Prima Pramac ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของรายการอีกหรือไม่ หลังจากที่ทีมเคยคว้าแชมป์ MotoGP ในปี 2024 ร่วมกับฆอร์เก้ มาร์ติน จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ต้องติดตามกันต่อไป อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

7 ประเด็นน่าสนใจ ทำไมต้องเลือก Dragster ซิ่งในงานแทร็กเดย์? เราอาจปฎิเสธไม่ได้ว่าในยุคนี้ งานแทร็กเดย์นั้นกลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตของชาวสองล้อยุคใหม่ไปซะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสายที่ขี่รถบิ๊กไบค์ รถสปอร์ตไบค์ หรือแม้แต่สายสกูตเตอร์ ก็ล้วนอยากปล่อยของกันในสนามแข่งขันที่ปลอดภัยและควบคุมได้ แต่ถ้าหากจะพูดถึง “รถออโต้ที่เกิดมาเพื่อสนาม” ก็คงนึกชื่อไปในทางเดียวกันก็คือเจ้า Italjet Dragster นั่นเอง แต่เดี๋ยวก่อน..ทำไมเจ้าแดร็กสเตอร์ มีดีอะไรถึงได้ดังขึ้นชื่อขนาดนี้ เรามาดูคำตอบในแบบ 7 ข้อสงสัยยอดฮิตที่จะทำให้เอฟซีเข้าใจว่า ทำไม Italjet Dragster จึงเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่คลั่งความมันส์ในสนามกันครับ 1.Italjet Dragster ไม่ใช่รถสกูตเตอร์ธรรมดา ถ้าหากจะเรียกว่ารถสกูตเตอร์..คุณอาจจะโดนซีเล็งโดยไม่รู้ตัว เพราะเจ้ารุ่นนี้เป็นรถที่ถูกออกแบบมาให้มีเค้าโครงและระบบช่วงล่างแบบเดียวกันกับรถสปอร์ต และให้ฟีลลิ่งที่คล้ายคลึงกันแทบจะทั้งหมดแต่ต่างกันในเรื่องของระบบขับเคลื่อนที่เป็นสายพาน ประกอบกับตัวบอดี้และส่วนต่าง ๆ ก็คือเป็นรถออโต้แต่เป็นออโต้ที่ถูกออกแบบไม่เหมือนใคร ด้วยองค์ประกอบส่วนต่าง ๆ ที่น่าสนใจมีดังต่อไปนี้ ดีไซน์ ‘แปลก’ จากคอนเซ็ปต์ความล้ำสมัย งานอิตาลีทั้งคัน เฟรมถัก แลดูผ่าน ๆ เหมือน Bimota ย่อส่วน โช้คหน้าอยู่ที่แกนกลางลำตัว ส่วนโช้คหลังจะอยู่บริเวณด้านหลัง มีสวิงอาร์มหน้า รายละเอียดชิ้นส่วนต่าง ๆ พรีเมียมทุกจุด แม้แต่ยางยังให้เป็นยาง Pirelli สัญชาติอิตาลี เครื่องยนต์พื้นฐาน Vespa GTS 300 วางบล็อกเครื่องไว้ด้านหลัง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่แค่ ‘ดูเท่’ แต่ใช้งานได้จริงทีเดียวครับ 2.รถพิกัด 300 ซีซี มันจะมันส์หรอ ? หากคนที่ลงแข่งขันรุ่นเล็ก 125 ซีซี 150 ซีซี หรือ Scooter Open 200 cc อาจไม่มีปัญหาในส่วนนี้ แต่ถ้าใครมือตึง ๆ ชอบขี่บิ๊กสกูตเตอร์คลาส 300 – 350 ซีซี แล้วมองว่า Dragster กำลังเครื่องมันจะพอหรือไม่ ? ขอตอบเลยว่าเพียงพออย่างแน่นอน และอาจสนุกมากกว่าเพราะได้เปรียบในช่วงทางโค้งซะด้วย เพราะในเรื่องจุดเด่นช่วงล่างและฟีลลิ่งการสัมผัสที่ให้ความสปอร์ตพิกัดและแตกต่างกว่ารถสกูตเตอร์ทั่วไปนั่นเองครับ 3.ขี่ในเมืองก็แรงอยู่แล้ว และลงสนาม..มันต่างกันยังไง? ต่างอย่างแน่นอน !! ในแทร็กคือพื้นที่ให้คุณแสดงศักยภาพได้อย่างอิสระ ไม่ต้องกลัวรถติด ไม่ต้องห่วงถนนลื่น (ถ้าฝนไม่ตก) บิดให้เต็มที่ เอาให้กระหน่ำ และที่สำคัญคุณจะได้ลองสัมผัส การเข้าโค้งด้วยความเร็ว เบรกลึก และเดินคันเร่งเต็มแรง ได้ในแบบรถบนถนนทั่วไปไม่สามารถทำได้ 4.ขี่ยากไหม? ด้วยผลลัพธ์ความเป็นสปอร์ตในการขับขี่ อาจเป็นเหตุเนื่องมาจากการออกแบบตัวโมเดลที่ไม่เหมือนใคร ช่วงแรกผู้ขับขี่อาจรู้สึกแปลกมือ เพราะการแฮนด์เดอริ่งบังคับของรถรุ่นนี้จะไม่เหมือนกับรถสกูตเตอร์ทั่วไปที่สามารถบังคับเลี้ยวได้ง่ายกว่า แต่ถ้าคุณใช้สกิลการขับขี่เรซซิ่งผสมผสานเข้าไปละก็.. มันจะกลายเป็นรถที่พาคุณไปในเส้นไลน์ที่ต้องการได้ดี การเข้าโค้งที่นิ่ง คม โดยไม่ต้องฝืนตัวเองเลยแม้แต่น้อย 5.ถ้าลงแทร็ก..จะต้องแต่งเพิ่มหรือไม่ ? ขอตอบเลยว่า..ไม่จำเป็น เพราะว่ารถแดร็กสเตอร์นั้นเกิดมาเพื่อสนามอยู่แล้ว ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโช้ค เบรก หรือโครงสร้างใด ๆ เลย แต่ถ้าอยากแรงขึ้นสามารถไล่สเต็ปเครื่องได้ หรือเสริมอุปกรณ์รองรับเพอร์ฟอร์มานซ์และความปลอดภัยในสนาม อาทิ ยาง Pirelli Rosso Scooter กันล้ม (ติดเพิ่มก็ดี) หรือท่อแต่ง เพื่ออยากได้เสียงเร้า ๆ หรืออัตราเร่งที่ดีขึ้น เอาตามความต้องการของผู้ขับขี่นั่นแหล่ะครับ แต่ถ้าเอารถเดิม ๆ ไปลงขี่สนาม มันก็พร้อมซิ่งอยู่แล้ว 6.ครั้งแรกของมือใหม่..จะเกร็งไหม ? สำหรับใครที่เป็นชาวแดร็กสเตอร์มือใหม่ที่พึ่งถอยรถและยังไม่เคยมาขี่ในแทร็ก ไม่ต้องกังวัลไปว่าจะเป็นก้างขวางไลน์รถคันอื่นในสนามหรือไม่ ที่งาน SuperBikeMag Trackday ก็พร้อมต้อนรับนักบิดหน้าใหม่ และให้คำแนะนำการขับขี่ในสนามอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยและสร้างการรับรู้การขี่ในแทร็กผ่านสัญญาณธงต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเปิดรุ่นรองรับการแข่งขันเฉพาะรุ่นรถออโตเมติก และรุ่น Dragster โดยเฉพาะ อีกทั้งการแข่งขันรถแดร็กสเตอร์จัดขึ้นในงานนี้เป็นงานแรกนับตั้งแต่เข้ามาขายในไทย เพราะฉะนั้นจึงวางใจได้ และปฏิเสธไม่ได้ว่ารถแดรกสเตอร์คือรถที่ “คนมอง” มากที่สุดในสนาม เพราะมันแตกต่างอย่างมีสไตล์ ดีไซน์ไม่เหมือนใครและเสียงเครื่องก็ดุดันในแบบของมันเอง 7.ถ้าอยากเริ่ม ต้องเริ่มยังไง ? เตรียมรถให้พร้อมและตรวจเช็คสภาพของเหลว ยาง เบรก อุปกรณ์ขับขี่ ไรดิ้งเกียร์ และที่สำคัญ เตรียมใจให้สนุกเพราะงานแทร็กเดย์คือสนามที่คุณจะได้รู้จักรถตัวเอง และพัฒนาทักษะการขับขี่แบบปลอดภัยและมีสไตล์ รวมไปถึงได้แข่งขันสำหรับผู้ที่ต้องการความท้าทายเพื่อล่าโพเดี้ยมในสนามนั้น ๆ สำหรับสนามที่ 2 จะจัดขึ้นในวันที่ 8-10 สิงหาคม 2568 ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่าน ช่องทางเว็บไซค์ https://www.superbikemag.com/trackday/ ได้โดยตรง หรือผ่านทางตัวแทน Italjet Thailand เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในการร่วมลงกิจกรรมสนุก ๆ ในครั้งนี้

จิ๋วซ่า..ประลองแทร็ก Honda Minibike Trophy 2025 เปิดสนามแรกที่พีระ อีกหนึ่งรุ่นไฮไลท์พิเศษที่เข้ามาสร้างสีสันภายในงาน SuperBikeMag Trackday 2025 ในปีนี้เลยก็คือ เหล่าขบวนรถมินิไบค์จาก CUB House ของเหล่าสาวกที่มาร่วมสนุกในงานแทร็กเดย์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ Honda Minibike Trophy 2025 เพื่อตามหาแชมป์โพเดี้ยมสนามแรกที่พีระ เซอร์กิต พัทยา รองรับพื้นที่สำหรับพิทลูกค้า นับว่าเป็นกิจกรรมสุดพิเศษที่ทางไทยฮอนด้าได้จัดสรรขึ้นเพื่อให้สาวกชาวฮอนด้าคลับเฮ้าส์ได้มาร่วมสนุกกับการขับขี่ในสนามแข่งที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยและดูแลอย่างใกล้ชิด ร่วมกับโมเดลคลับเฮ้าส์ทั้ง Honda Monkey, Honda CT125 และ Honda Dax125 โดยผ่านรูปแบบของการซ้อมในรอบแทร็กเดย์และการแข่งขันในรุ่น Minibike Trophy ตลอดทั้ง 3 สนามในปีนี้ เซอร์วิสเต็มระบบจากทีมงานฮอนด้า โดยสิทธิพิเศษที่สาวกฮอนด้าจะได้รับก็คือพื้นที่จอดรถในพิทพร้อมช่างชำนาญการจากทางไทยฮอนด้า คอยให้บริการดูแลรถของท่านอย่างใกล้ชิด และจัดสภาพให้พร้อมใช้งานในสนามแข่งไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการปรับเซ็ตช่วงล่าง ร้อยลวดฐานน้ำมันเครื่อง บริการเติมน้ำมัน ซึ่งเรียกได้ว่าพร้อมเสิร์ฟความประทับใจให้ลูกค้ายันหน้ากริดสตาร์ทเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังให้สาวกได้สัมผัสถึงการขับขี่ในแทร็กกันแบบอิ่มหนำจุก ๆ ตลอดทั้ง 3 วัน แบ่งเป็นรอบแทร็กเดย์ในช่วงบ่ายวันศุกร์และรอบเช้าวันเสาร์ (รวม 10 เซสซัน) รอบควอลิฟายจัดลำดับกริดสตาร์ท และรอบโทรฟี่ในการแข่งขันของวันอาทิตย์ ไฮไลท์ในงาน โดยในงานดังกล่าวได้รับความไว้วางใจจากเหล่าสาวกฮอนด้ามากมายที่นำรถของตนเองในงานที่เรียกได้ว่า เอารถมาแข่งหรือเอามาโชว์อวดในงานกันแน่ Monkey ‘Astro Boy’ ตัวแต่ง ลิงซ่าทีเด็ดที่พีระ หากใครที่เป็นสายแต่งรถมังกี้แล้วหล่ะก็ ที่นี่ก็คือศูนย์รวมรถแต่งที่ย่อม ๆ เลยก็ว่าได้อย่าง Honda Monkey สีขาวคันนี้ ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในตองอูหรือเจ้าลิงซ่าระดับหัวแถวเลยก็ว่าได้ เพราะจัดของแต่งมาให้เรียกได้ว่า..เหลืออะไรให้แต่งเพิ่มบ้าง!! ซึ่งนอกจากผู้ชมจะได้รับชมการแข่งขันมินิไบค์รุ่นพิเศษแล้ว ยังได้รับชมรถแต่งเผื่อเอาไปแต่งเป็นแนวทางแต่งรถในแบบตนเองก็เป็นได้ NSR50 สปอร์ตตัวจิ๋ว 2 จังหวะในตำนาน นอกจากโมเดลคลับเฮ้าส์แล้ว ยังมีสปอร์ตไบค์ตัวจิ๋วในตำนานอย่าง Honda NSR50 มาร่วมแอบโผล่เซอร์ไพรส์ภายในงานอีกด้วย ทำเอาคิดถึงรถสองจังหวะกลิ่นน้ำมันควันขาวในยุคก่อน ๆ เลยทีเดียว ศึกปีกนก Mini bike Trophy 125cc การันตีความยอดฮิตไม่แพ้รุ่น Sportbike 400cc Open B. เลยแม้แต่น้อย สำหรับศึกรถเล็ก 125 ซีซี ที่ได้รับเกียรติจากอดีตนักแข่งระดับเอเชียอย่าง บอล ดอนตูม มาร่วมสร้างความสนุกในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย ผลการแข่งขัน ส่วนโพเดี้ยมในรุ่นฮอนด้า มินิไบค์ ถ้วยรางวัลอันดับ 1 ประจำสนามตกเป็นของคุณธนากฤต โดยทำ Best Lap ดีสุดที่ 1:31.534 นาที กับ Honda Monkey 125 อันดับ ชื่อ หมายเลข รุ่นรถ 1 ธนากฤษ 48 Honda Monkey 2 ภักดี วงศ์มงคล 57 Honda Monkey 3 เอกยุทธ 46 Honda Monkey 4 สมบูรณ์ วงศ์ไวพันธ์ 43 Honda Monkey 5 กฤติน พิชัยศรแปลง 52 Honda Monkey ต้องขอแสดงความยินดีสำหรับนักแข่งที่สามารถคว้าโพเดี้ยมได้ในครั้งนี้ สำหรับสนามถัดไปจะจัดขึ้นในวันที่ 8-10 สิงหาคม 2568 แฟน ๆ สาวกฮอนด้าคลับเฮ้าส์ห้ามพลาด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ Honda CubHouse หรือติดตามข่าวสารบนช่องทาง SuperBikeMag Trackday เพื่อไม่พลาดสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมในสนามถัดไป ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ดี ๆ ที่ไทยฮอนด้าส่งมอบให้กับลูกค้านอกเหนือจาก Honda Mini Track และเป็นการขยายช่องทางเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารถเล็กได้มากยิ่งขึ้นและสร้างมิตรภาพดี ๆ ให้กับชาวสองล้อ สำหรับสนามต่อไป..ห้ามพลาด จัดยิ่งใหญ่กว่าเดิมแน่นอน อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda มาเหนือ รวมพลนักบิดกว่าร้อยคัน ลุยงาน SuperBikeMag Trackday ที่พีระ หนึ่งผู้สนับสนุนหลักที่ขาดไม่ได้ไม่ว่าจะจัดในปีไหน ๆ ในงาน SuperBikeMag Trackday เลยก็คือ ค่ายปีกนกอย่าง Honda มาเหนือ จัดใหญ่อีกเช่นเคยด้วยการพาลูกค้าชาวฮอนด้าบิ๊กไบค์มาร่วมกิจกรรมความสนุกภายในงานแทร็กเดย์และโทรฟี่ที่มันส์ที่สุดในปี 2025 ที่สนามพีระ เซอร์กิต พัทยา Honda มีผู้ลงทะเบียนแข่งขันมากที่สุด ด้วยการพาเหล่าสาวกทั้งมือใหม่หรือสายซิ่งมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ในสนามแข่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ หรือมาฝึกสกิลขับขี่ในสนามเพื่อพัฒนาและต่อยอดฝีมือในอนาคต โดยกิจกรรมแบ่งเป็น 2 ก็คือ การซ้อมในรอบแทร็กเดย์และการแข่งขันในรอบโทรฟี่ แบ่งระดับความมันส์ให้สาวกได้สัมผัสอย่างเต็มที่ ซึ่งสมกับความเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของตลาดสองล้อในไทย ทั้งเรื่องของการบริการลูกค้าได้อย่างน่าประทับใจครอบคลุมการเซอร์วิสถึงที่ ซึ่งครั้งนี้ทางไทยฮอนด้าก็พร้อมที่จะรองรับบริการลูกค้าด้วยพิทจอดรถถึง 4 พิท แบ่งเป็น 2 โซนสำหรับลูกค้าชาวฮอนด้าบิ๊กไบค์และลูกค้าฮอนด้าคลับเฮ้าส์ พร้อมเอาใจลูกค้าด้วยช่างชำนาญการบริการเซอร์วิสอย่างใกล้ชิด ดูแลถึงรถทุกคันและลูกค้าทุกท่าน ตั้งแต่การจัดเตรียมรถ ถ่ายของเหลว ร้อยลวดอกล่าง วอร์มยางก่อนลงแทร็ค ซึ่งนอกจากบริการในเรื่องของตัวแข่งที่ในสนามของลูกค้าแล้ว ยังมีบริการด้านอื่น ๆ อาทิ บริการให้ยืมชุดเรซซิ่งสูทสำหรับขับขี่ในสนาม ส่วนลดต่าง ๆ ค่าอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน เพราะฉะนั้นส่วนนี้เองจึงทำให้มีผู้ร่วมลงทะเบียนแข่งขันมากที่สุดเป็นจำนวน 82 คัน รวมถึงรถฮอนด้าที่มาร่วมงานก็ร่วมนับร้อยคันเลยทีเดียว โดยบิ๊กไบค์เองมีโมเดลที่เรียกได้จัดแต่งเติมมาเต็มทีเดียว ทั้งสปอร์ตตัวแรงอย่าง CBR 1000RR-R Fireblade, CBR1000RR, CBR600RR, CBR650F,CBR650R และ CBR500R เรียกได้ว่าจัดซีบีอาร์ซีรี่ย์เต็มแทร็กขนาดนี้ อยากมีสปอร์ตไบค์เป็นของตัวเองซะแล้วสิ จัดรุ่นสุดพิเศษกับ Honda Cup Honda ยังเฉิดฉายในการแข่งขันรุ่นอื่น ๆ นอกเหนือจากทั้งสองรุ่นแข่งขันแล้ว..ยังมีโมเดลสายปีกนกที่ลงรุ่นแข่งขันอื่น ๆ ได้แก่ Honda CRF300L, CRF250L,CRF250M (ลงแข่งขันรุ่น SuperMoto 300cc. Open) และ CBR250RR (ลงแข่งขันในรุ่น SuperSport 400cc. Open B) ผลการแข่งขันรุ่น Honda Cup สำหรับโพเดี้ยมของการแข่งขันรุ่น Honda Cup อันดับ 1 ได้แก่ Mike Weller จาก Buvado Racing แชมป์สนามก่อนเจ้าเดิมกับผลเวลา Best Lap ที่เจ้าตัวสามารถทำได้ที่ 1:09.305 นาที ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับถ้วนรางวัลที่ได้ไปครั้งนี้ อันดับ ชื่อ หมายเลข รุ่นรถ 1 Mike Weller 67 CBR1000RR 2 Thomas Johansson 64 CBR600RR 3 สมบัติ โพธารินทร์ 4 CBR1000RR-R 4 ธวัชชัย ไทยกุล 339 CB650F 5 ธนโชติ มังคลาคีรี 188 CBR1000RR พร้อมให้สัมผัสกับรถ CBR Series ภายในงาน หากลูกค้าฮอนด้าท่านไหน สนใจอยากปรับเปลี่ยนสัมผัสโมเดลลรุ่นอื่น ๆ ทางฮอนด้าบิ๊กไบค์ก็พร้อมตอบสนองการบริการให้ยืมรถขี่ในแทร็กในรอบแทร็กเดย์ได้เช่นกัน โดยมีทั้ง CBR1000RR-R, 600RR, 650R และรุ่น 500R ซึ่งมีทุกเซ็กเมนต์สำหรับสายสปอร์ตที่ต้องการขับขี่ในแทร็กอีกด้วย นับว่าครบครันเรื่องการบริการเต็มระบบ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า สมกับเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ที่ใคร ๆ ต้องยกนิ้วให้จริง ๆ สำหรับสนามถัดไปจะจัดขึ้นในวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2568 ที่สนามพีระเซอร์กิต จ.ชลบุรี หากลูกค้าท่านไหนสนใจอยากมาลงขับขี่ในสนามกับทางฮอนด้า สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเพจฮอนด้าบิ๊กไบค์ แล้วท่านจะไม่เสียสิทธิ์ในการร่วมกิจกรรมครั้งต่อไป แล้วเจอกัน..สนามหน้า อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

โคตรมันส์!! คลาสใหญ่สุดของรายการ ‘FUCHS Silkolene Superbike 1,000CC’ แม้จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่ความสนุกความเร้าใจของกิจกรรมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 สนามแรกของฤดูกาล ยังคงอยู่ในดวงจิตดวงใจของเหล่านักซิ่งอยู่ ซึ่งก็ได้ทำการประเดิมการแข่งขันกันที่สนามพีระเซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรีเช่นเคย และแน่นอนว่ารุ่นไฮไลท์ของการแข่งขันอย่าง SuperBike 1000CC ในการแข่งขันฤดูกาลนี้ก็มีสปอนเซอร์รุ่นแข่งอีกด้วย ! แน่นอนว่าความดุเดือด เร้าใจของรุ่นการแข่งขัน ‘ตัวพัน’ ของรายการมันร้อนแรงเกินกว่าจะอดใจไหว ซึ่งในการแข่งขันฤดูกาล 2025 นี้ ในรุ่นของตัวพันซีซีก็ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลก ประสิทธิภาพสูงจากสนามแข่งระดับโลกที่ได้รับการผลิต-วิจัย และพัฒนาในเยอรมนี สำหรับรถจักรยานยนต์แบบ 100% อย่าง ‘FUCHS Silkolene’ และที่สำคัญคือแบรนด์น้ำมันเครื่องเจ้านี้จะมาเป็นสปอนเซอร์ให้กับรุ่นพันซีซีถึงสามสนามอีกด้วย ! ยกขบวนสินค้าน้ำมันเครื่องระดับโลกมาไว้ในงาน แน่นอนว่าแบรนด์น้ำมันเครื่องจากประเทศเยอรมนีค่ายนี้ไม่ได้เข้ามาเพียงแค่สนับสนุนรุ่นแข่งขันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังยกขบวนสินค้าต่าง ๆ ของทางแบรนด์ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่องเกรดต่าง ๆ ของทางค่าย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าของรถเล็ก รถใหญ่ เกียร์แมนนวล หรือเกียร์ออโต้ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ก็มาร่วมจำหน่ายภายในงานให้เหล่าไบค์เกอร์มาเลือกสรรกัน เพราะการแข่งขันนี้มี ‘โพเดียม’ เป็นเดิมพัน อันดับ หมายเลข นักแข่ง สังกัดทีม 1 67 ไมค์ เวลเลอร์ Buvado Racing 2 994 จาตุรนต์ เลิศมุธากร Updej Racing Team 3 919 นพพร สุทธิกาปลูก ID Helmet CP2 Racing Team 4 51 อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช REPSOL R-SERIES TEAM 5 8 วัชรพงศ์ ไชยเสริม Zipper & Raceline By.40 Garage 6 69 ณัฐกร อิ่มใจสุข Orchid Palm Homes Hua Hin iD Helmet CP2 Racing Team 7 720 ณัฐวัฒน์ วาริชชูชัยตระกูล CHERPOND โดยผลการแข่งขันในรุ่นใหญ่สุดของรายการในคลาส ‘พันซีซี’ อันดับที่ 1 ได้แก่ ไมค์ เวลเลอร์ จากทีม Buvado Racing ที่ควบคู่ใจอย่าง Honda CBR1000RR-R สามารถประเดิมคว้าแชมป์ในการแข่งขันสนามแรกไปครองได้สำเร็จ ทางด้านของ ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช ก็ได้มาเข้าร่วมการแข่งขันในรุ่นพันซีซีเช่นเดียวกัน ควบ YZF-R1 และสามารถคว้าโพเดียมอันดับ 4 ไปครองได้สำเร็จ โดยผู้ที่ทำเวลาต่อรอบดีที่สุดของการแข่งขันในรุ่นนี้ตกเป็นของนักบิดหมายเลข 994 คุณจาตุรนต์ เลิศมุธากร จากทีม Updej Racing Team โดยกดเวลาอยู่ที่ 1:06.763 นาที ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 129.413 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และแน่นอนว่าน้ำมันเครื่องจากประเทศเยอรมนีค่ายนี้ก็ยังเป็นแบรนด์น้ำมันเครื่องที่นักแข่งในรายการ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 ได้เลือกใช้จริง ๆ ซึ่งคุณศุภลาภ แสงจริง นักแข่งหมายเลข 161 ในรุ่น Scooter 300-350cc OPEN จากทีม N Bike Pro Shop Chonburi ก็ได้ออกมายืนยันว่าน้ำมันเครื่องของทางแบรนด์จะใช้งานหนักแค่ไหนก็เอาอยู่ ไม่มีปัญหา “รถแข่งทุกคันเราใช้น้ำมันเครื่อง FUCHS Silkolene ทุกลำ รถโมดิฟาย และเอาไปซัดแช่คันเร่งในสนามอย่างหนัก เอาอยู่สบาย ๆ จ้า ขอบคุณสปอนเซอร์น้ำมันเครื่องดีๆให้เราใช้ทำผลงานดีๆ FUCHS Silkolene ” อ่านต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) สำหรับการแข่งขันในรุ่นพันซีซี ‘FUCHS Silkolene Superbike 1,000CC’ จะยังคงความสนุกเร้าใจกันอย่างต่อเนื่องในการแข่งขันสนามที่สองของฤดูกาล

Aprilia Racing สู่ขอดาวเด่น Moto2 แทนที่ “มาร์ติน” Aprilia Racing ต้นสังกัดปัจจุบันของแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘มาร์ติเนเตอร์’ ฆอร์เก้ มาร์ติน ออกมาให้ความสนใจดาวรุ่งสัญชาติอังกฤษหนึ่งคน ขึ้นมาเป็นตัวแข่งของทีมโรงงาน ซึ่งอาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะให้มาแทนที่ของฆอร์เก้ มาร์ติน ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาฆอร์เก้ มาร์ติน ได้ออกมาโพสต์ผ่านในช่องทาง Instagram ส่วนตัวของเขาเกี่ยวกับการตัดสินใจในการ ‘บอกลา’ ทีมโรงงานของค่ายเทพสามตา โดยมีเนื้อหาในความดังนี้ “สวัสดีทุกคน, ผมอยากจะแชร์คำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ของผมกับ Aprilia ให้กับแฟน ๆ สื่อมวลชน และทุกคนที่ติดตามเส้นทางอาชีพของผม ผมไม่เคยละเมิดสัญญาแต่อย่างใด เมื่อตอนที่เราเซ็นสัญญากัน ผมได้ตกลงกับ Aprilia ว่า หากเงื่อนไขบางประการไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ผมขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องอนาคตของผมในปี 2026 ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ผมตัดสินใจยอมรับข้อเสนอในสัญญาฉบับนั้น ตอนที่ผมตัดสินใจเปลี่ยนทีมผู้ผลิตเมื่อปีที่แล้ว หนึ่งในข้อกำหนดของผมก็คือ การมีโอกาสทดสอบรถแข่งในสถานการณ์จริง และเข้าใจทีมงานรวมถึงวิธีการทำงานของพวกเขา เพื่อให้ผมรู้สึกมั่นใจที่จะเซ็นสัญญา 2 ปีแทนที่จะเป็นเพียงปีเดียว เราจึงใส่เงื่อนไขข้อนี้ไว้ในสัญญาด้วย เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจตามวันที่กำหนดไว้ในสัญญา ผมจึงตัดสินใจใช้สิทธิ์ในการยุติสัญญาของผมสำหรับฤดูกาล 2026 ผมดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความเคารพ ชัดเจน และมีเจตนาเพียงอย่างเดียว คือการควบคุมอนาคตของตัวเองในฐานะนักกีฬาอาชีพ น่าเสียดายที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุล้ม แม้ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วจะไม่ได้กระทบกับข้อตกลงที่เราได้ตกลงกันไว้ แต่ก็ส่งผลต่อช่วงเวลานี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมเปิดรับการพูดคุยกับทาง Aprilia มาโดยตลอด เพื่อขยายระยะเวลานี้ออกไปจนถึงการแข่งขันกรังด์ปรีซ์จำนวนหนึ่ง หลังจากที่ผมกลับมาลงแข่งอีกครั้ง เป้าหมายคือให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสให้กันและกันอีกครั้ง และรู้สึกมั่นใจก่อนที่จะตัดสินใจสำหรับฤดูกาล 2026 ผมซื่อสัตย์กับ Aprilia มาโดยตลอด ผมให้คุณค่ากับตัวรถ ทีมงาน และความทุ่มเทของทุกคนที่มีส่วนร่วมในโปรเจกต์นี้ สิ่งเดียวที่ผมขอคือให้ความตั้งใจและจิตวิญญาณของข้อตกลงที่เคยตกลงกันไว้กับ Aprilia ได้รับการเคารพ ไม่มีความขัดแย้งหรือการตำหนิใด ๆ ผมแค่ต้องการมองไปข้างหน้าอย่างชัดเจน หลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบากและบาดเจ็บอย่างรุนแรง และยังคงมุ่งมั่นที่จะทุ่มเททุกสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งในและนอกสนาม ขอบคุณทุกคนสำหรับความเข้าใจและความเคารพ ฆอร์เก้ มาร์ติน” โดยฆอร์เก้ มาร์ติน กับทีมโรงงานของค่ายเทพสามตานี้อาจจะยังดูไม่ค่อยมีความเข้ากันเท่าที่ควร โดยย้อนกลับไปในช่วงทดสอบที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย มาร์ตินเองก็ประสบอุบัติเหตุหนัก หลังจากนั้นไม่นาน ในช่วงก่อนเปิดการแข่งขันฤดูกาล 2025 มาร์ตินก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกครั้ง และเมื่อได้โอกาสกลับเข้ามาลงสนามในการแข่งขัน Qatar Airways Grand Prix of Qatar 2025 เจ้าตัวก็ไม่สามารถแข่งขันได้จบ เพราะเกิดอุบัติเหตุล้มหลังจากวิ่งได้เพียง 13 รอบเท่านั้น โดยการประสบอุบัติเหตุของเจ้าตัว ทำให้ไม่สามารถกลับเข้ามาแข่งขันได้อาจเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจในการบอกลาทีม แน่นอนว่าการออกมาบอกลาที่ ‘ชัดขนาดนี้’ ของฆอร์เก้ มาร์ติน ก็เป็นเรื่องที่ทางอะพริเลียไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ แต่หากค่ายก็เหมือนว่าจะมีแผนรับมือรอไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป้าหมายที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนักบิดสัญชาติอังกฤษในการแข่งขัน Moto2 อย่าง ‘Jake Dixon’ (เจค ดิกสัน) จากทีม Elf Marc VDS Racing ตามรายงานของ Motosprint ปัจจุบันดิกสันอยู่ในอันดับที่ 3 สะสมได้ 82 คะแนน แม้จะมีความสนใจมากน้อยแค่ไหน แต่เส้นทางของดิกสันในการเข้าสู่ทีมโรงงานของ Aprilia ยังเต็มไปด้วยความซับซ้อน และขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เป็นหลัก หากเก้าอี้ที่จำเป็นต้องว่าง คงเป็นเครื่องหมายตัวใหญ่ของทางทีม ตำแหน่งนักแข่งของทีมจะลงเอยอย่างไรนั้น ก็คงจะต้องหาผู้ที่คู่ควรต่อไป อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 งานซิ่งสุดขีด..ของเหล่าสายเลือดผู้ดี นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญและไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เลย สำหรับการพาแฟน ๆ และเหล่าสาวกมอเตอร์ไซค์สายเลือดแดนผู้ดีอังกฤษมาร่วมกิจกรรมแทร็กเดย์ใน Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 กับหนึ่งค่ายผู้ผลิตขวัญใจแฟน ๆ ทั่วประเทศอย่างไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ขนทัพเหล่านักบิดมากมายทั้งคนไทยและต่างชาติ มาร่วมจอยส์ความสนุกในกิจกรรมครั้งนี้ที่สนามพีระ เซอร์กิต พัทยา เปิดพิทพร้อมบริการเซอร์วิส..เต็มระบบ ยกระดับของงานไปอีกขั้นกับการสนับสนุนของผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์แบรนด์ดังจากยุโรปอย่าง Triumph มาเปิดพื้นที่เพื่อรองรับบริการลูกค้าไทรอัมพ์ทุกท่าน รวมถึงทีมช่างเซอร์วิสรองรับซัพพอร์ตสำหรับเซ็ตติ้งตัวรถเพื่อลงในแทร็กเต็มระบบตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งกิจกรรมภายในแบ่งออกเป็นช่วงแทร็กเดย์และโทรฟี่ เพื่อให้สัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่ในแทร็กสำหรับลูกค้ามือใหม่ อีกทั้งยังได้เปิดประสบการณ์ในสนามกับรุ่นแข่งขันเฉพาะที่ทางไทรอัมพ์จัดให้อย่าง Triumph Triple Engine Trophy 660 – 1,200 cc. เสียงสูบเอกลักษณ์จากอังกฤษ อย่างที่กล่าวมาคือมันไม่ง่ายเลยที่จะได้เห็นฝูงแตนสายพันธุ์อังกฤษ บวกกับโมเดลสามสูบเสียงเอกลักษณ์หลายคัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้า Daytona 660, Street Triple 765, Speed Triple 1200RR หรือแม้กระทั่งเจ้า Speed Twin คลาสสิกสุดเท่ (โมเดลขวัญใจแอด) มาร่วมโชว์หล่อกันภายในงานนี้อีกด้วย ให้ซิ่งกันสนุกตลอดทั้ง 3 วัน ให้ได้ซิ่งกันสนุกตลอดทั้ง 3 วัน พร้อมเปิดรอบคัดเวลาสำหรับการควอลิฟายเพื่อจัดลำกับกริดสตาร์ทในการแข่งขันของวันอาทิตย์ ให้นักบิดได้จัดไลน์ขับขี่ในสนามแข่งรวมถึงเปิดลิมิตตัวแข่งในรูทขับขี่ที่รับรองความปลอดภัยที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด นับได้ว่ามาสนามครั้งนี้..คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม อิงค์ อัศวานันท์ ร่วมโผล่เซอร์ไพรส์งานนี้ เรียกเสียงกรี๊ดฮือฮา..โดยเฉพาะสาววาย และพร้อมชวนโดนตกกับความน่ารัก สำหรับดารานักแสดงที่ขี่มอเตอร์ไซค์ได้นิดหน่อยอย่าง อิงค์ อัศวานันท์ ที่แอบโผล่มาร่วมเซอร์ไพรส์ในงานแทร็กเดย์ครั้งนี้ ไปพร้อมกับเจ้า Daytona 660 แถมกดเวลาต่อรอบดีสุดที่ 1:06 นาที ซึ่งเร็วกว่า Best Lap ในรุ่น 1,000 cc. เลยหล่ะครับ นอกจากจะหล่อแล้ว..แถมขี่รถได้นิดหน่อยจริง ๆ ผลการแข่งขัน Triumph Triple Engine Trophy 660 – 1,200 cc. อันดับ ชื่อ หมายเลข รุ่นรถ 1 Graham Kinght 92 Street Triple 765 2 กษิดิศ ไตรรัตนมงคล 710 Street Triple 765 3 Nigel Curtis 30 Street Triple 765 4 ธรรมวุฒิ ปรีชาธรรมรัช 777 Street Triple 765 5 Tath Siribodhi 660 Daytona 660 โดยอันดับผลการแข่งขัน ผู้ที่ชนะเลิศได้แก่ Graham Kinght ที่สามารถคว้าโพเดี้ยมประจำสนามครั้งนี้ไปได้ พร้อมเวลา Best lap ต่อรอบแข่งขันในเวลาที่ 1.11.898 นาที ขอแสดงความยินดีด้วยอีกครั้ง บูธสินค้าจากไทรอัมพ์..มากมาย นอกจากนี้ยังเปิดบูธสินค้าบริการภายในงาน กับ แอสเซสเซอรีไอเท็ม เสื้อผ้า หมวก รองเท้าและชุดขับขี่จากแบรนด์ Triumph มากมายมาให้เลือกแถมส่วนลดพิเศษเฉพาะภายในงานนี้อีกด้วย สำหรับใครที่ใฝ่ฝันอยากจะลงแทร็กไปพร้อมกับโมเดลสายเลือดผู้ดีแล้วหล่ะก็..ลองติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับทางแบรนด์ได้สำหรับโอกาสครั้งต่อไป โดย SuperBikeMag Trackday สนามหน้าจะจัดขึ้นวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2568 ห้ามพลาดสำหรับการติดตาม..แล้วเจอกัน สามารถรับชมอัลบั้มภาพกิจกรรม คลิ๊กที่นี่ อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Italjet SuperBike Trackday 2025 ศึกแข่งแดรกสเตอร์ “ครั้งแรก” ในไทย? เป็นปรากฎการณ์ครั้งแรกในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ กับค่ายผู้ผลิตรถแดรกสเตอร์สัญชาติอิตาลีอย่าง Italjet ได้เชิญชวนสาวกแฟน ๆ ชาวแดรกสเตอร์ทั่วประเทศ มาร่วมกิจกรรมความมันส์กันภายใน Italjet SuperBike Trackday 2025 สนามแรกที่พีระ เซอร์กิต จ.ชลบุรี แม้ว่าพึ่งมาทำตลาดในไทยได้ไม่นานถ้าเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ แต่ทว่ากระแสความฮิตนิยมกลับเพิ่มทวีคูณด้วยความแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใครในตัวโมเดล จึงทำให้เป็นที่น่าจดจำได้ง่ายเพียงเห็นแวบเดียวก็พาชวนตกหลงใหลในความเป็นรถอิตาลีซะทีเดียว ประกอบกับสตอรี่เรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร ถ้าหากให้พูดก็คือ..มันคือรถใช้สำหรับในแทร็กและก็ได้มาใช้ในแทร็กที่พีระจริง ๆ จัดใหญ่ให้ลูกค้า..มากถึง 4 พิท โดยงานครั้งนี้ทาง Italjet เองก็ใจปล้ำเป็นพิเศษ ด้วยการพาลูกค้าอิตัลเจ็ทมาร่วมกิจกิจกรรมแทร็กเดย์และโทรฟี่ตลอดทั้ง 3 วัน พร้อมเปิดพิทบริการลูกค้ามากถึง 4 พิท อัดแน่นด้วยเจ้า Dragster 300 ราว ๆ เกือบ 30 คัน อิ่มคุ้ม..กับกิจกรรมแทร็กเดย์และโทรฟี่ตลอด 3 วัน โดยภายในกิจกรรม ประกอบไปด้วยการพาเหล่าสายบิดไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือเก๋า มาเปิดประสบการณ์การขับขี่ในแทร็กซึ่งสนามพีระเซอร์กิตก็นับว่าเป็นสนามแข่งเบอร์ต้นในประเทศไทย โดยช่วงการซ้อมในรอบแทร็กเดย์จะแบ่งเป็น 2 วันก็คือเที่ยงวันศุกร์จนถึงเย็นและเช้าวันเสาร์ (ครึ่งวัน) ก่อนสู่รอบโทรฟี่ ในการควอลิฟายเพื่อจัดลำดับกริดสตาร์ทในการแข่งขันของวันอาทิตย์ และสุดพิเศษไปกว่านั้นก็คือการเปิดรุ่นแข่งขันเฉพาะรุ่น Italjet Dragster 300 ซึ่งเราจะได้เห็นการแข่งขันรถแดรกสเตอร์ “ครั้งแรก” ในประเทศไทยตลอดทั้ง 7 รอบ โดยเวลาผู้ที่สามารถทำเวลาดีที่สุดในการแข่งขันและสามารถคว้าแชมป์ประจำสนาม 1 ได้แก่ คุณ สรวิศ ปุณณหิตานนท์ กับ Best Lap Record เวลาที่ 1.29.888 นาที และต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ที่สามารถคว้าโพเดี้ยมไปได้ในครั้งนี้ อันดับผลการแข่งขัน อันดับ ชื่อ หมายเลข รุ่นรถ 1 สรวิศ ปุณณหิตานนท์ 302 Italjet Dragster 300 2 พันธุ์เทพ สอนประสม 304 Italjet Dragster 300 3 เกียรติศักดิ์ สานนอก 301 Italjet Dragster 300 4 Chen Po Yu 22 Italjet Dragster 300 5 วิทยา สิริปฐมจันทร์ 300 Italjet Dragster 300 พร้อมบูธสินค้าของแต่งจากอิตาลี นอกเหนือในเรื่องของการแข่งขันแล้ว ทางแบรนด์ยังขนสินค้ามากมายมาบริการภายในบูธ อาทิ ชุดชาม Malossi ผ้าเบรก Brembo กรอง BMC กันสะบัดแต่ง ชุดหางปลา,น็อต Bonamici Racing และปลอกแฮนด์ Domino ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบูธรวมสินค้าของแต่งนำเข้าจากอิตาลีทั้งลำทีเดียว แถมโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษมากมายอีกด้วย สนาม2..เจอกัน ภายใต้กิจกรรมสุดพิเศษในครั้งนี้ที่ทาง Italjet มอบให้กับสาวกลูกค้าทุกท่านได้มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ไม่มีที่ไหนมาก่อน สำหรับกิจกรรมของคนวัยมันส์กับ SuperBikeMag Trackday ในสนามที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 8 – 10 สิงหาคมนี้ ที่สนามพีระเซอร์กิต พัทยา หากใครที่ไม่ได้มาสนามนี้…สนามหน้า ห้ามพลาด!! ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางเพจ Italjet Dragster Thailand รับชมอัลบั้มภาพเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่ อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก