SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
มอเตอร์ไซค์ดับทาวน์อินทาวน์ เฉลยแล้ว! สาเหตุพบคลื่นกวนระบบ

มอเตอร์ไซค์ดับทาวน์อินทาวน์ ไขปริศนาขณะขับผ่านย่านทาวน์อินทาวน์ กสทช. ตรวจพบคลื่นรบกวนจากอุปกรณ์บนตึกสูง กระทบระบบกุญแจรีโมทและวงจรไฟฟ้า

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
รถมอเตอร์ไซค์จีนยุคใหม่ เจาะลึกเปลี่ยนเกมตลาด 2026 ไปไกลแค่ไหน?

รถมอเตอร์ไซค์จีนยุคใหม่ ทั้งด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ V4 ระบบ AI อัจฉริยะ และการเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าที่กำลังเขย่าบัลลังก์ค่ายญี่ปุ่น

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Shakedown Test2025 ค่ายไหนส่งใครทดสอบบ้าง ?

Shakedown Test2025 ค่ายไหนส่งใครทดสอบบ้าง ? Shakedown Test2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย กำลังจะเริ่มเปิดฉากอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 31 มกราคมที่จะถึงนี้ โดยการทดสอบรอบนี้จะเป็นการทดสอบเฉพาะกลุ่มเทสไรเดอร์ และเหล่านักแข่งหน้าใหม่ที่จะขึ้นมาแข่งขันใน MotoGP ฤดูกาล 2025 เป็นครั้งแรก  โดยการทดสอบในรอบ Shakedown Test ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นจะเป็นการทดสอบเพื่อให้เหล่าเทสไรเดอร์ และทีมช่างของแต่ละทีมได้ทำการวิเคราะห์ และพิจารณาในข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตัวรถ ก่อนที่จะส่งต่อรถให้กับนักแข่งของแต่ละทีม เพื่อให้สามารถแข่งขันในช่วงเรซจริงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ Honda และ Yamaha ร่วมจอยในรอบ Shakedown Test ซึ่งการทดสอบในรอบนี้ทางฝั่งค่ายญี่ปุ่นอย่าง ฮอนด้า และยามาฮ่า ก็จะได้สิทธิพิเศษในการลงทดสอบ ที่สามารถนำนักแข่งลงไปร่วมทดสอบได้ในรอบ Shakedown ที่ค่ายญี่ปุ่นสามารถทำเช่นนี้ได้เพราะรถแข่งจากค่ายญี่ปุ่นทั้งสองแบรนด์สามารถทำคะแนนได้อยู่ในอันดับสุดท้าย และรองสุดท้าย ทางฝั่งฮอนด้าสามารถทำคะแนนได้เพียง 75 คะแนน และยามาฮ่าทำได้เพียง 124 คะแนน ซึ่งหมายความว่าทั้งคู่ยังไม่สามารถทำคะแนนได้ถึง 35% ของคะแนนรวมทั้งหมดตลอดซีซันที่ 728 คะแนน (แบ่งเป็น (คะแนนการแข่งวันอาทิตย์ 25 คะแนน) x (20 สนาม)) + ((การแข่งขันในวันเสาร์ 12 คะแนน) x (20 สนาม)) และไม่สามารถขึ้นโพเดียมได้เลยในตลอดซีซั่น 2024 ที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ทั้งสองค่ายจึงทำให้เข้าเงื่อนไขดังกล่าว เพื่อให้ผู้ผลิตทั้งสองรายสามารถพัฒนารถที่ใช้แข่งขัน เพื่อให้สามารถต่อสู้กับรถแข่งทางฝั่งยุโรปได้อย่างสูสี นักแข่งหน้าใหม่ลงครบ  และการซ้อมรอบนี้จะรวมไปถึงเหล่านักแข่งหน้าใหม่ที่ได้ขึ้นมาแข่งขันใน MotoGP2025 เป็นฤดูกาลแรกได้แก่ ไอ โอกูระ จากทีม Trackhouse Racing, เฟอร์มิน อัลเดเกร์ จากทีม Gresini Racing และสมเกียรติ จันทรา จากทีม LCR Honda  นอกเหนือจากสามรายที่ได้กล่าวไปเมื่อข้างต้นแล้วนั้น ก็ยังมีเหล่าเทสไรเดอร์ หรือนักทดสอบรถแข่งของแต่ละค่าย โดยส่วนใหญ่จะเป็นอดีตที่เคยมีผลงานยอดเยี่ยมมาก่อน ในช่วงที่ตัวเองแข่งขัน ร่วมลงทดสอบในรอบนี้อีกด้วย ดังนี้ ค่าย Ducati Michele Pirro (มิเคเล่ ปีร์โร) นักทดสอบหลักของทีม Ducati (อดีตแชมป์โลกรุ่น 125 ซีซีในปี 2004) Fermin Aldeguer (เฟอร์มิน อัลเดเกร์) นักแข่งหน้าใหม่สังกัดทีม Gresini Racing ค่าย Aprilia Lorenzo Savadori (โลเรนโซ ซาวาดอรี) นักทดสอบหลักของทีม Aprilia Ai Ogura (ไอ โอกูระ) นักแข่งหน้าใหม่สังกัดทีม Trackhouse Racing ค่าย KTM Dani Pedrosa (ดานี่ เปโดรซ่า) นักทดสอบหลักของทีม KTM (อดีตแชมป์โลกรุ่น 250 ซีซีในปี 2005 ปัจจุบันทำหน้าที่หัวหน้าทีมทดสอบ) Pol Espargaro (โปล เอสปาร์กาโร) นักทดสอบของค่าย KTM (อดีตแชมป์โลก Moto2 ปี 2013) ค่าย Yamaha Andrea Dovizioso (อันเดรีย โดวิซิโอโซ) นักทดสอบของทีม Yamaha (อดีตแชมป์โลกรุ่น 125 ซีซี) Augusto Fernandez (อากุสโต้ เฟร์นันเดซ) นักทดสอบของค่าย Yamaha (แชมป์โลก Moto2 ปี 2022) Fabio Quartararo (ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร) นักแข่งสังกัดทีม Monster Energy Yamaha MotoGP Alex Rins (อเล็กซ์ รินส์) นักแข่งสังกัดทีม Monster Energy Yamaha MotoGP Jack Miller (แจ็ค มิลเลอร์) นักแข่งสังกัดทีม Prima

2025 Bennetts British Superbike ศึกคนเถื่อน ฤดูกาลใหม่ มาแล้ว

2025 Bennetts British Superbike ศึกคนเถื่อน ฤดูกาลใหม่ มาแล้ว เข้าสู่ช่วงฤดูกาล 2025 กับอีกหนึ่งรายการแข่งขันสองล้อสุดเดือดจากสหราชอาณาจักรอย่าง Bennetts British Superbikes Calendar 2025 พร้อมเผยปฎิทินการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาล ทั้งหมด 11 สนาม ปักหมุดวันให้พร้อม!! ปฏิทินแข่งขัน BSB ฤดูกาล 2025 Round Date Circuit Official Test  6-7 เมษายน Circuito de Navarra, สเปน Official Test  18-19 เมษายน Donington Park (GP Circuit), สหราชอาณาจักร Official Test  23-24 เมษายน Oulton Park, สหราชอาณาจักร 1 3-5 พฤษภาคม Oulton Park, สหราชอาณาจักร 2 16-18 พฤษภาคม Donington Park (GP Circuit), สหราชอาณาจักร 3 20-22 มิถุนายน Snetterton, สหราชอาณาจักร 4 4-6 กรกฎาคม Knockhill, สหราชอาณาจักร 5 25-27 กรกฎาคม Knockhill, สหราชอาณาจักร 6 8-10 สิงหาคม Thruxton, สหราชอาณาจักร 7 23-25 สิงหาคม Cadwell Park, สหราชอาณาจักร 8 5-7 กันยายน Donington Park (GP Circuit), สหราชอาณาจักร 9 19-21 กันยายน TT Circuit Assen, เนเธอร์แลนด์ 10 3-5 ตุลาคม Oulton Park, สหราชอาณาจักร 11 17-19 ตุลาคม Brands Hatch (GP Circuit), สหราชอาณาจักร   ตัวตึงที่น่าจับตามองในฤดูกาลนี้ ไคล์ ไรด์ (Kyle Ryde) – แชมป์ BSB 2024 จากทีม OMG GRILLA Yamaha Racing ทอมมี่ ไบรด์เวลล์ (Tommy Bridewell) – อดีตแชมป์ปี 2023 จากทีม BeerMonster Ducati แบรดลีย์ เรย์ (Bradley Ray) – อดีตแชมป์ปี 2022 ที่อาจกลับมาแข่งขันอีกครั้ง การชิงแชมป์เมื่อฤดูกาล 2024 ที่ผ่านมา รวมถึงนักแข่งที่มาร่วมแข่งขันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอดีตนักบิดจากโมโตจีพี หรือ WorldSBK กับกฎการแข่งขันสุดเดือด โดยออกแบบให้ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีในตัวรถ อาทิการห้ามใช้ระบบแทร็กชันคอนโทรล จึงต้องอาศัยทักษะความสามารถของนักแข่งล้วน ๆ ประกอบกับสนามที่จัดแข่งขันล้วนเป็นสนามที่ได้รับการรองรับในระดับสากล หรือแม้กระทั่งบางสนามก็เคยแข่งขันในรายการระดับโลก อาทิ Brands Hatch, Donington Park, และ TT Circuit Assen ซึ่งเต็มไปด้วยความเร็วและความท้าทาย โดยมีรุ่นแข่งขันทั้งหมดประกอบไปด้วย British Superbike Championship (BSB) รุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่สุด  British Supersport Championship รุ่นรองลงมาที่ใช้เครื่องยนต์พิกัด 600 – 700 ซีซี แบบเดียวกับการแข่งขันรุ่น SuperSport ใน WSBK British Superstock

VR46 มองว่า Ducati GP25 คืออาวุธที่แท้จริง

VR46 มองว่า Ducati GP25 คืออาวุธที่แท้จริง VR46 ที่พึ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา สองนักแข่งของทีมอย่าง “Diggia” ฟาบิโอ ดิ จานนันโตนิโอ และ “แฟรงกี้” ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี่ ก็ได้มีโอกาสในการขับขี่ตัวแข่งจากค่าย Ducati อย่าง Desmosedici GP โดย Diggia จะได้ใช้สเปคเดียวกับทีมโรงงาน ได้แก่ Desmosedici GP25 และมอร์บิเดลลี่จะได้ใช้ในสเปครองลงมาอย่าง Desmosedici GP24  ในการเปิดตัวทีมที่ผ่านมา หลังจากเผยโฉมรถใหม่ที่จะใช้แข่งขันในฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง มอร์บิเดลลี่ ได้ตอบคำถามกับสื่อเกี่ยวกับตัวรถ GP24 หลังจากที่เจ้าตัวเคยใช้ลงแข่งขันในการแข่งขันฤดูกาล 2024 ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่ามันเป็นรถแข่งที่ยอดเยี่ยม “GP24 มันเป็นรถแข่งที่ยอดเยี่ยม เพราะมันถูกพัฒนามาอย่างดี อีกทั้งรถคันนี้มันสามารถทำความเร็วได้อย่างน่าเหลือเชื่อ และสามารถคว้าชัยชนะได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงแข่งขัน ดังนั้นผมเลยเชื่อมั่นในรถแข่ง GP24 คันนี้”  และในรายของฟาบิโอ ดิ จานนันโตนิโอ ก็ได้ออกมาเผยถึงความรู้สึกที่เจ้าตัวจะได้ใช้รถที่มีการพัฒนามากถึง 2 ปีอย่าง GP25 (เดิมเจ้าตัวใช้ GP23 ในการแข่งขันเมื่อฤดูกาล 2024) โดยเจ้าตัวรู้สึกประทับใจ และมองว่า GP25 ที่จะได้ใช้แข่งขันนี้มันจะกลายเป็นอาวุธที่น่ากลัวอย่างแท้จริง “สำหรับผม ถือว่ามันเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่จาก GP23 เพราะผมได้ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนามาถึงสองปี เพราะฉะนั้นการขับขี่ครั้งนี้มันจะเป็นความท้าทายใหม่อย่างแน่นอน แน่นอนว่าในช่วงแรกคงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจถึงพัฒนาการของ GP25 และคงต้องดูว่าอะไรที่ใช้ได้ หรือใช้ไม่ได้”  “อย่างไรก็ตาม ผมว่า GP25 ที่ดูคาติมอบให้ผม ผมคิดว่ามันจะเป็นอาวุธที่น่าสนใจอย่างแท้จริง เพราะตัวแข่งคันนี้มันถูกพัฒนามาจาก GP24 แน่นอนว่าโฉมเก่าก็เป็นรถที่ยอดเยี่ยมมากอยู่แล้ว และยิ่งได้รับการพัฒนาในโฉมนี้มันก็จะดีมากยิ่งขึ้นไปอีก และนี่มันจะเป็นความท้าทายใหม่ที่ผมจะต้องมีสมาธิอย่างมากกับรถคันนี้” โดยในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากนี้จะมีนักแข่งเพียงสามรายเท่านั้นที่ได้ใช้รถ Ducati Desmosedici GP25 ได้แก่สองหนุ่มจากทีมโรงงาน Ducati Lenovo อย่าง มาร์ก มาร์เกซ และฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และฟาบิโอ ดิ จานนันโตนิโอ จากทีม VR46  “ดิกเจีย” จะควบ GP25 ลงซ้อมอีกครั้งอย่างเป็นทางการในรอบที่สนามเซปัง ประเทศมาเลยเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และแข่งขันนัดเปิดสนามในรายการ ThaiGP ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Prima Pramac จับมือ Alpine ลุย MotoGP2025

Prima Pramac จับมือ Alpine ลุย MotoGP2025 Prima Pramac อดีตทีมต้นสังกัดของแชมป์ MotoGP หนล่าสุดได้ประกาศจับมือกับอัลไพน์ แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากประเทศฝรั่งเศส โดยการประกาศจับมือหนนี้อาจนำมาซึ่งความร่วมมือด้านการพัฒนาในด้านของเทคโนโลยีรถแข่ง ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในการแข่งขันระดับ MotoGP เปาโล แคมปิโนติ หัวหน้าทีมของพราแม็ก ได้ออกมาเผยว่าตนนั้นรู้สึกยินดีที่จะได้จับมือกับอัลไพน์ อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าทั้งสองแบรนด์จะสามารถจับมือกันไปได้อย่างราบรื่นเพราะมีทัศนคติที่มีความคล้ายคลึงกัน “ผมมีความภูมิใจอย่างมากที่ทีมของเรา (พราแม็ก) ได้เริ่มต้นจับมือกับอัลไพน์ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการแข่งขันมาอย่างยาวนาน”  “นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ผลิตในการแข่งขันชั้นนำระดับโลกได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแข่งขัน MotoGP และการที่พวกเขา (อัลไพน์) เลือก พวกเราในการพัฒนาการแข่งขัน MotoGP มันเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าพวกเราเชื่อมั่นในวิธีการทำงานของพวกเรามาโดยตลอด ทั้งสองแบรนด์ถือเป็นแบรนด์ที่เต็มไปด้วยแพชชั่นการแข่ง และหลงใหลในความท้าทาย” อันโตนิโอ ลาบาเต้ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และการตลาดของทาง Alpine ได้ออกมาเผยว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้จะเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับลูกค้า และแฟน ๆ วงการมอเตอร์สปอร์ต อีกทั้งในทีมของพราแม็กยังแสดงให้เห็นอีกว่าทีมนั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้พิสูจน์ว่าตัวเองเป็นหนึ่งในทีมที่มีความทะเยอะทะยาน  “นอกเหนือจาก Formula 1 และ World Endurance Championship แล้ว Alpine ยังเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในวงการมอเตอร์สปอร์ตด้วยการเข้าร่วมการแข่งขัน MotoGP World Championship ร่วมกับทีม พราแม็ก ความร่วมมือนี้จะสร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับลูกค้าและแฟน ๆ ที่หลงใหลในมอเตอร์สปอร์ต ทั้งอัลไพน์และ พราแม็กพวกเราทั้งคู่ต่างมีค่านิยมร่วมกัน และที่สำคัญที่สุดคือจิตวิญญาณเดียวกัน ความหลงใหลในสมรรถนะ” “พราแม็กยังแสดงให้เราเห็นอีกว่า พวกเขานั้นเติบโตมากขึ้น ซึ่งเหมือนกับเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นทีมที่ยังเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน” ความร่วมมือนี้ยังรวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านแอโรไดนามิก การจัดการพลังงาน และวัสดุศาสตร์ขั้นสูง โดยทีมวิศวกรจากทั้งสองฝ่ายจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และการร่วมมือระหว่างพราแม็กและ อัลไพน์นับเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ต การผสานความเชี่ยวชาญจากทั้งสองโลกไม่เพียงสร้างมิติใหม่ในการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังเปิดศักราชใหม่ของนวัตกรรมการแข่งขันในศึก MotoGP 2025 โดยการเซ็นสัญญาหนนี้จะเป็นการเซ็นสัญญาระยะยาว ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป แต่ในส่วนของการรายละเอียดการสนับสนุนครั้งนี้แม้จะไม่มีการเผยข้อมูลตัวเลขออกมาอย่างเป็นทางการ แต่การประกาศจับมือการครั้งนี้ ถือเป็นก้าวยิ่งใหญ่ครั้งสำคัญของทีมพราแม็ก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Moto Evo 2025 แปลงรถไทรอัมพ์ ให้เป็น Moto 2 ผ่านสำนักแต่งออนไลน์

Moto Evo 2025 แปลงรถไทรอัมพ์ ให้เป็น Moto 2 ผ่านสำนักแต่งออนไลน์ หากไบค์เกอร์ท่านไหนที่อยากอัปเกรดรถซูเปอร์ไบค์ของท่าน แปลงโฉมให้เป็นตัวแข่ง Moto2 ทั้งในเรื่องชุดแต่งและสมรรถนะ บทความนี้เราจะขอแนะนำกับ Moto Evo 2025 แพลตฟอร์มที่พึ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งพร้อมที่จะสานฝันให้ท่านเป็นนักแข่งระดับโลกอย่างเต็มตัว สำหรับแพลตฟอร์มดังกล่าวก่อตั้งโดย Tony Scott Motorsport สำนักแต่งรถมอเตอร์ไซค์ชื่อดังจากอังกฤษ และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า 7 ปี ในวงการแข่งขัน British SuperSport Championship – GP2 ซึ่งเชี่ยวชาญความรู้ในอะไหล่ตกแต่งและการออกแบบตัวรถ และพร้อมที่จะซัพพอร์ตโปรเจ็กต์ของลูกค้าให้สำเร็จลุล่วงเป็นไปตามเป้าหมาย สำหรับคอนเซ็ปต์แพลตฟอร์มดังกล่าวจะช่วยให้ลูกค้าหรือเจ้าของรถนั้นสามารถเนรมิตโมเดลในแบบที่ตนเองต้องการ ผ่านไดอะแกรมรูปทรงสามมิติโดยใช้พื้นฐานเครื่องยนต์ Moto2 ของไทรอัมพ์ ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวนั้นจะทำหน้าที่ช่วยคอนเซ้าท์หรือให้คำแนะนำ รวมไปถึงการหาพาร์ทอะไหล่ตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์ ทั้งอะไหล่ที่สามารถหาได้ในท้องตลาด หรือใครที่อยากได้พาร์ทตัวแต่งระดับใช้แข่งขัน สำนักเจ้านี้ย่อมจัดให้ได้เช่นกัน นอกจากในเรื่องของพาร์ทอะไหล่แล้ว เรื่องของการเซ็ตติ้งตัวรถ ทางสำนักก็พร้อมจะให้คำแนะนำเช่นกัน ซึ่งลูกค้าอยากเซ็ตติ้งให้เข้ากับสนามแข่งแบบไหน โมโตอีโวพร้อมยินดีให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง เพิ่มประสบการณ์การขับขี่ระดับเวิร์ลคลาส ลดปัญหากวนใจสำหรับสายช่างและยังช่วยลดความซับซ้อนดังกล่าวได้มาก โดยชิ้นส่วนที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้เฉพาะในส่วนที่ลูกค้าต้องการปรับเปลี่ยนโดยไม่กระทบชิ้นส่วนอื่น ๆ นอกจากนี้ยังช่วยเซ็ตติ้งให้เข้ากับสนามแทร็กที่คดเคี้ยวหรือแทร็กขนาดกว้างได้เช่นกัน โดยใช้พื้นฐานเครื่องยนต์จาก 3 รุ่นดังกล่าว ประกอบไปด้วย Triumph Daytona 675/R (2013-2017) Triumph 765 LE Moto 2 Triumph 765 Street Triple แบ่งเป็น 3 ออปชันให้ลูกค้า ประกอบไปด้วย ออกแบบพาร์ทและสร้างโมเดลตัวอย่าง ออกแบบพาร์ทและช่วยหาอะไหล่ให้ลูกค้า  ลูกค้าสามารถสั่งซื้ออะไหล่จาก TSM และอัปเกรดรถของลูกค้า พร้อมให้บริการต่าง ๆ อาทิ ออกแบบโครงสร้าง โดยโปรแกรมของ มอเตอร์ อีโว จะช่วยออกแบบหาไดเมนชันที่เข้ากับตัวผู้ขับขี่มากที่สุด ผ่านรูปทรงเลขาคณิตหรือโปรแกรมออกแบบสามมิติสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ของลูกค้า ยังรวมไปถึงของแต่งจากทางสำนักแบบสำเร็จรูป อาทิ เครื่องยนต์ Moto2 ขนาด 765 ซีซี 140 แรงม้า กล่อง ECU โช้คอัพ คาลิเปอร์ ล้อ และอื่น ๆ อีกมากมาย  แทร็ก ซัพพอร์ต ช่วยรวบรวมข้อมูลเซ็ตติ้งของตัวรถ ทั้งแชสซี ตัวถัง ช่วงล่างและข้อมูลดาต้าต่าง ๆ รวมถึงปรับเซ็ตให้ตรงตามความถนัดของผู้ขับขี่ในแต่ละสนามนั้น ๆ Rider Coaching  โค้ชชิ่งสำหรับการขับขี่เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า  ครบสูตรตัวแต่งอย่างแน่นอน หากไบค์เกอร์ท่านไหนสนใจ อยากมีรถแต่งสมรรถนะจัดจ้านซักคัน ให้ลองติดต่อทางสำนักแต่งหรือส่งรายละเอียดไปได้ที่ [email protected] หรือทางเว็บไซค์ https://tonyscottmotorsport.com/ แล้วก็เตรียมกำเงินไว้ให้ดี น่าจะใช้จ่ายเยอะอยู่พอสมควร  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Öhlins พัฒนาโช้คอัพสำหรับ Ducati Lenovo 2025

Öhlins พัฒนาโช้คอัพสำหรับ Ducati Lenovo 2025 Öhlins แบรนด์โช้คอัพคู่ใจของทีม Ducati Lenovo 2025 ยอดทีมประจำศึกการแข่งขัน MotoGP เจ้าของแชมป์ประเภทนักแข่ง 3 สมัย โดยทีมนี้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ของการแข่งขันได้เพราะการทีมมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมต่าง ๆ ของตัวรถ Desmosedici GP ที่เปลี่ยนจาก “ตัวแข่งธรรมดา” เป็น “ตัวแข่งที่มีจุดประสงค์ในการไล่ล่าโพเดียม” ไม่เพียงแค่การพัฒนาเครื่องยนต์ให้มีความยอดเยี่ยม แอโร่ไดนามิกที่เหนือชั้น ที่ช่วยให้รถมีความเสถียรมากขึ้นขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แต่อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจไม่น้อยก็เป็นระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนา ซึ่งเดิมทีเป็นโช้คอัพรุ่น TSB46 Carbon Front Fork ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการแข่งขัน MotoGP เพราะทางผู้ผลิตได้เล็งเห็น และเข้าใจว่าการแข่งขัน MotoGP  เป็นสนามแข่งขันที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและความกดดันสูง ทั้งจากทีมแข่งและสภาพการแข่งขันที่ต้องการความสมบูรณ์แบบอย่างมาก โดยมีช่องว่างให้ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการเหล่านี้ผู้ผลิตจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีระบบกันสะเทือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์สำหรับการแข่งขันที่มีความแม่นยำสูงและสมรรถนะในระดับสูง โช้คอัพ Öhlins – MotoGP™ Fork Bottoms โช้คอัพด้านหน้าเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดเป็นโช้คอัพแบบ UP-Side down ที่ถูกออกแบบดีไซน์ใหม่ จุดที่แตกต่างจากตัวก่อนหน้าเป็นการตัดซับแทงค์ออกไป โดยโช้คต้นนี้จะถูกนำไปใช้ลงสนามในการแข่งขัน MotoGP กับ DUCATI LENOVO TEAM   แม้จะพึ่งเปิดตัวทีมไปไม่นาน โช้คอัพเจนใหม่ของทีมโรงงานก็เผยโฉมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยโช้คอัพคู่นี้คาดการณ์ว่าจะถูกติดตั้ง และนำลงไปทดสอบในช่วงทดสอบ Winter test ที่กำลังจะมาถึงนี้ และไม่เพียงแค่โช้คอัพคู่นี้ แต่ในช่วงนี้ก็เตรียมพบกับเทคโนโลยีช่วยเหลือการแข่งขัน หรือของแต่งระดับเทพตัวใหม่ที่จะออกมาเผยโฉมอีกเรื่อย ๆ โดยโช้คอัพคู่หน้าเจเนอเรชั่นใหม่คู่นี้ อยู่ในขั้นตอนการประกอบขั้นสุดท้าย ก่อนนำไปทดสอบการใช้งานต่อไป เรียกได้เลยว่าเข้าโค้งหนนี้ Ducati Lenovo จัดให้แบบเนียนกริ๊บชนิดที่ว่าแฟน ๆ ต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rookie 2025 อาจตกเป็นของดาวรุ่งแดนกระทิงดุ ?

Rookie 2025 อาจตกเป็นของดาวรุ่งแดนกระทิงดุ ? Rookie 2025 หรือ Rookie of the year 2025 รางวัลสำหรับนักแข่งที่ขึ้นมาขับขี่ในการแข่งขันระดับสูงสุดเป็นฤดูกาลแรก แล้วสามารถทำผลงานได้ออกมาอย่างยอดเยี่ยม หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าเป็นรางวัลสำหรับมือใหม่ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ก็จะมีดาวรุ่งหน้าใหม่ขยับจาก Moto2 ขึ้นมาขับขี่ใน MotoGP ถึงสามคนได้แก่ ไอ โอกูระ, เฟอร์มิน อัลเดเกร์ และสมเกียรติ จันทรา  ซึ่งสามชื่อที่ได้กล่าวไปเมื่อข้างต้น ดูผิวเผินเหมือนว่านักบิดสัญชาติญี่ปุ่นจะดูมีความหวือหวามาเป็นอันดับต้น ๆ อาจเป็นเพราะว่าเจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์รายการ Moto2 ได้ในหนล่าสุด และการแข่งขันในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งสามก็ต่างได้ขึ้นไปกับต้นสังกัดต่าง ๆ ดังนี้ นักแข่ง สังกัดทีม รถที่ใช้แข่งขัน ไอ โอกูระ Trackhouse Racing  Aprilia RS-GP25 เฟอร์มิน อัลเดเกร์ Gresini Racing Ducati Desmosedici GP25 สมเกียรติ จันทรา LCR Honda RC213V   พอได้ทราบถึง ‘รถแข่งที่ใช้ทำการแข่งขัน’ ของทั้งสามคน เหมือนว่าด้านของนักบิดดาวรุ่งจากแดนกระทิงดุ ‘เฟอร์มิน อัลเดเกร์’ จะดูมีความน่าสนใจมากกว่าสองคนที่เหลือ เพราะศักยภาพของ Ducati Desmosedici หลาย ๆ คนที่ติดตามการแข่งขัน MotoGP ก็น่าจะทราบกันดีกว่ารถจากค่ายนี้มันไม่ธรรมดา การรันตีผลงานในฤดูกาล 2024 ที่สามารถคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขันทั้งหมด 20 สนาม อีกทั้งยังคว้าแชมป์ทีม และแชมป์ผู้ผลิตด้วยคะแนนที่สูงลิ่ว  และรถของ ‘ท่านก้อง’ ดูเหมือนว่าจะเสียเปรียบที่สุดในตาราง เพราะ RC213V จากค่ายปีกนกถูกยกให้เป็นรถที่ต้องพัฒนาอีกมาก และตามหลังคู่แข่งอยู่หลายช่วงตัว ตางคะแนนทีม และตารางคะแนนผู้ผลิตก็เป็นทางฮอนด้าที่เหมาอันดับสุดท้ายในตารางคะแนนไปทั้งคู่ ผลงานการทดสอบที่บาร์เซโลนา หลังจากปิดฤดูกาล 2024 ในการแข่งขัน Moto2 เป็นทางด้านของไอ โอกูระที่สามารถคว้าแชมป์โลก Moto2 ได้ด้วยคะแนน 274 คะแนน ทิ้งห่างเฟอร์มิน อัลเดเกร์ที่จบในอันดับที่ 5 ของตารางคะแนน ซึ่งทั้งคู่มีคะแนนห่างกันถึง 92 คะแนน และในรายของสมเกียรติ จันทรา จบในอันดับที่ 12 เก็บคะแนนได้ 104 คะแนน  โดยหลังจากปิดฤดูกาลนักแข่งหน้าใหม่ทั้งสามคนก็ได้ทำการลงทดสอบรถใหม่กับต้นสังกัดใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสามก็ล้มเทกระจาดทั้งหมด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะการขยับมาขับขี่ในรถที่มีซีซีสูงขึ้นก็ย่อมมีการควบคุมที่ยากลำบากมากกว่า ต้องใช้ทักษะ และเรียนรู้กับตัวรถจึงจะสามารถรีดประสิทธิภาพของรถได้ออกมามากที่สุด  ผลเวลาที่ทำได้ของทั้งสามคนในการทดสอบที่สนามบาร์เซโลน่า เฟอร์มิน อัลเดเกร์ สามารถทำเวลาได้ดีที่สุด รองมาเป็นไอ โอกูระ และสมเกียรติ จันทรา จบในอันดับสุดท้าย นักแข่ง เวลาต่อรอบเร็วที่สุด เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 01:40.56 ไอ โอกูระ 01:40.94 สมเกียรติ จันทรา 01:41.29   แฟรงกี้ คาร์เคดี้ จากมาร์ก สู่ เฟอร์มิน สำหรับเฟอร์มิน อัลเดเกร์ ไม่เพียงแค่ Ducati ที่จะมาเป็นตัวแปรของตัวในการสรรค์สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม แต่ ‘หัวหน้าทีมช่าง’ ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน เฟอร์มินเข้าร่วมแข่งขันภายใต้ทีม Gresini Racing ที่มี ‘แฟรงกี้ คาร์เคดี้’ เป็นหัวเรือของแผนกทีมช่าง ซึ่งแฟรงกี้เองก็เคยทำงานร่วมกับแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ จึงมีความน่าสนใจว่าหัวทีมช่างรายนี้อาจแบ่งปันเทคนิคบางสิ่งบางอย่างให้กับดาวรุ่งหน้าใหม่รายนี้ก็เป็นได้ ไอ โอกูระ กับการปรับตัวในการแข่งขัน MotoGP ความสม่ำเสมอของไอ โอกูระเป็นจุดแข็งของเจ้าตัวที่ทำให้เขาสามารถคว้าแชมป์ Moto2 ฤดูกาลล่าสุดได้ แต่เจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่าเขาก็ยังต้องปรับตัวกับการแข่งขัน MotoGP แม้ว่าจะทำงานภายใต้การควบคุมของ ‘ดาวิเด บริวิโอ’ ผู้จัดการทีม Trackhouse Racing ที่เคยมีประสบการณ์ในการปั่นนักแข่ง MotoGP มากมายไม่ว่าจะเป็น โจอัน เมียร์, อเล็กซ์ รินส์ และมาเวอริค บีญาเลส 

วาเลนตีโน รอสซี วางเป้าหมายของ VR46 ฤดูกาล 2025

วาเลนตีโน รอสซี วางเป้าหมายของ VR46 ฤดูกาล 2025 วาเลนตีโน รอสซี นายใหญ่ของทีมรองค่าย Ducati อย่าง VR46 Racing Team ที่เจ้าตัวออกมาเผยว่าตัวเขานั้นคาดหวังไว้อย่างสูง สำหรับการรีดฟอร์มเก่งในการไล่ลาโพเดียมของทีมประจำฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้  “ผมคาดหวังกับทีมในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ไว้สูงมาก เพราะในฤดูกาลนี้ทีมของเราเหมือนเป็นทีมรองในอันดับสองที่ใช้รถจากค่าย Ducati ในการแข่งขัน ดังนั้นผมเองก็หวังว่าเราจะสามารถต่อสู้เพื่อโพเดียม และชนะการแข่งขัน และหากเป็นไปได้ ผมเองก็หวังที่จบตำแหน่งสูง ๆ ในตารางคะแนน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าผมอยากให้ทีมนั้นติดท็อปไฟว์ในการแข่งขันทุกสนาม”  “เรามีความสุขอย่างมากที่มีนักแข่งสัญชาติอิตาลีถึงสองคนในทีม ผมคิดว่าเราสามารถแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง” อีกทั้ง ‘พ่อหมอ’ ยังออกมาเผยถึงฟรานโก้ โมบิเดลี นักบิดคนใหม่ล่าสุดของทีม ว่าการที่ทีมได้ตัวของ ‘แฟรงกี้’ เข้ามาอยู่ในทีมถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะแฟรงกี้เองก็เป็นอดีตเด็กปั้นจากอะคาเดมีของ VR46 Riders Academy และเคยพาอะคาเดมี่นี้ได้แชมป์โลก Moto2 ในฤดูกาล 2017  “การได้โมบิเดลี่เข้ามาอยู่ในทีมถือเป็นสิ่งที่พิเศษมากสำหรับเรา เพราะเขาเองเป็นนักแข่งที่เติบโตมาจากอะคาเดมีของเรา และเราก็อยู่เคียงข้างกันมาตลอดในอาชีพของเขา ดังนั้นการได้เข้ามาอยู่ในทีมก็เหมือนเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดให้สมบูรณ์ และเราหวังว่าเราจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากขึ้น” สองนักบิดของทีมอย่าง ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ และฟรานโก้ โมบิเดลลี่ จะขับขี่รถจากค่าย Ducati ลงแข่งขันในฤดูกาลนี้ โดยในรายของฟาบิโอจะขับขี่รถสเปคเดียวกันกับทีมโรงงานอย่าง Ducati GP25 และแฟรงกี้จะขับขี่ในสเปครองลงมาอย่าง Ducati GP24 โดยรายละเอียดกราฟิกของรถถูกออกแบบให้โดดเด่นด้วยสีเหลืองสะท้อนแสง และสีขาว รวมถึงหมายเลข 46 ที่อยู่เป็นกรอบล้อมรอบหมายเลขของนักแข่งทั้งสองคน “ผมมีความสุขมากกับลวดลายใหม่ เราเดินตามแนวคิดของปีที่แล้วร่วมกับ Aldo Drudi ผู้ออกแบบคนสำคัญของผม และรถแข่งสีเหลืองสะท้อนแสงนี้ก็เหมือนเป็น ‘รถของเรา’ และตอนนี้ที่เพิ่มลวดลายพระอาทิตย์และพระจันทร์รวมถึงเลข 46 มันยิ่งพิเศษมากขึ้น” โดยทีมของพ่อหมอจะเริ่มลงทำการทดสอบอีกครั้งในการทดสอบที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามรายการ ThaiGP 2025 ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เป้กโก้ มอง มาร์กมีทักษะการขับขี่ที่น่าสนใจ

เป้กโก้ มอง มาร์กมีทักษะการขับขี่ที่น่าสนใจ เป้กโก้ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และมาร์ก มาร์เกซสองนักบิดจากทีมโรงงานดูคาติที่ทั้งคู่รวมกันมีแชมป์มากถึง 11 สมัย โดยเป้กโก้ได้ออกมาเผยว่าทีมเมทแชมป์โลก 8 สมัยของเจ้าตัวนั้นมีทักษะการขับขี่ที่มีความน่าสนใจ และเป้กโก้เองก็เคยศึกษาการขับขี่ของมาร์ก มาร์เกซอีกด้วย  โดยจุดที่เป้กโก้ประทับใจ และต้องการศึกษาจากการขับขี่ของมาร์ก มาร์เกซ ได้แก่การขับขี่บนแทร็กที่มีความลื่นได้อย่างยอดเยี่ยม และวิธีการเข้าโค้งของแชมป์โลก 8 สมัยซึ่งก็เป็นจุดที่น่าสนใจไม่น้อย “มาร์กมีสองทักษะที่ผมประทับใจมาก อย่างแรกคือวิธีในการขับขี่บนแทร็กที่ลื่น เขาสามารถหาเทคนิคการขับขี่บนสนามแข็งประเภทนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือวิธีการเข้าโค้งซ้ายของเขา เขาทำอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นทั้งหมด ผมลองพยายามแล้ว แต่ทุกครั้งที่ผมทำ ผมมักจะเสียการควบคุมที่ล้อหน้า ดังนั้นผมต้องเรียนรู้การขับขี่ของเขา” นโยบายนักบิดต้องแบ่งปันข้อมูลกัน นโยบายของทางดูคาติมีการเผยว่านักบิดต้องมีการแบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกันภายในทีม อีกทั้งทางดูคาติยังมีการจัดทำรายงานหลังการแข่งขันสำหรับนักบิดแต่ละคน โดยในรายงานดังกล่าวจะมีการระบุถึงจุดแข็ง และจุดอ่อนเพื่อช่วยพัฒนาผลงานการขับขี่  “ปกติผมจะดูข้อมูลของนักบิดดูคาติที่มีการแข่งขันสูงทั้งหมด เพราะนักบิดหลายคนทำสิ่งที่แตกต่างกันได้ดี ดังนั้นมันสำคัญและน่าสนใจที่จะดูวิธีที่นักบิดคนอื่นใช้ทำเวลาต่อรอบ ตัวอย่างเช่น การแข่งขันที่สนามเฆเรซเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผมก็เรียนรู้จากมาร์กในการเข้าโค้งที่ 7 และ 8” ซึ่งแน่นอนว่าการเรียนรู้จากการขับขี่ในนักแข่งระดับท็อปเป็นที่มาร์ก มาร์เกซเห็นด้วย เพราะตัวเขาเองก็ได้ดู และเรียนรู้การขับขี่จากเป้กโก้ และมาร์ติน ที่ทั้งสองเป็นนักบิดที่เร็วที่สุดในการแข่งขันเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา  “แน่นอนว่าคุณต้องดูนักบิดดูคาติระดับท็อปทั้งหมด และเมื่อปีที่แล้ว โดยเฉพาะครึ่งแรกของฤดูกาล ผมดูสิ่งที่เป็กโกและมาร์ตินทำเยอะมาก เพราะทั้งสองคนเป็นนักบิดที่เร็วที่สุด แต่โดยเฉพาะเป็กโก เพราะเขาอยู่ในทีมโรงงาน เพื่อพยายามเข้าใจการตั้งค่า จากนั้นในครึ่งหลังของฤดูกาลมันก็เปลี่ยนไป เพราะผมเริ่มทำในแบบของตัวเองมากขึ้น เพราะผมเริ่มเข้าใจตัวรถและสิ่งที่ผมต้องการดีขึ้น แต่มันเป็นกลยุทธ์ที่ดีของดูคาติที่แบ่งปันข้อมูลระหว่างนักบิดทุกคน เพราะแบบนี้การพัฒนาก็ง่ายขึ้น” เป็นอีกหนึ่งคู่จากทีมโรงงาน Ducati ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘เต็งแชมป์’ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มการแข่งขันในฤดูกาล 2025 โดยมาร์ก และเป้กโก้จะจับมือพาทีมโรงงานสร้างความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าอันดับหนึ่งในทุกโพเดียมได้หรือไม่ เหล่าสาวกต้องติดตาม โดยการแข่งขันนัดเปิดสนามในการแข่งขัน Thai GP จะเปิดฉากในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 QJ Motor เล็งเปิดตัว 3 รุ่นใหม่

2025 QJ Motor เล็งเปิดตัว 3 รุ่นใหม่ ข้ามฝั่งยุโรปมาที่โซนเอเชียกันหน่อย กับแบรนด์ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ค่ายมังกรยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง 2025 QJ Motor จ่อประกาศเปิดตัวโมเดล 3 รุ่นใหม่พิกัด 600 ซีซี ที่มาพร้อมขุมกำลังสูบวีโดยเน้นไปที่สายครูเซอร์คลาสสิก โดยจ่อเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ Q600-12F ตามเอกสารการอนุมัติสำหรับโมเดลรุ่นแรกอย่าง Q600-12F ครูเซอร์โม่งหน้าขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกำลังเครื่องยนต์ V4 ขนาด 561 ซีซี ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กกว่าเจ้า SRV600V แต่เครื่องยนต์ดังกล่าวมีการออกแบบที่แตกต่างกันไป รวมถึงตัวถัง แฟริ่งและท่อไอเสีย ซึ่งออกแบบให้ดูคล้ายคลึงกับรุ่นพี่อย่าง SRV900V ส่วนรายละเอียดพื้นฐานทางเทคนิคนั้นแตกต่างกับเจ้า SRV600 โดยติดตั้งมาพร้อมน้ำหนักขนาด 223 กก. และเคลมแรงม้ามาที่ 67 แรงม้า และจัดท็อปสปีดมาที่ 178 กม./ชม. QJ600-12E ต่อด้วยรุ่นที่สองกับ QJ600-12E พร้อมเครื่องยนต์ V4 พื้นฐานตัวเดียวกันกับรุ่นแรก แต่ทว่าในเรื่องของการออกแบบทั้งหมดจะเน้นไปทางรุ่น 900 (แทบเหมือนกัน) ที่มีขนาดสัดส่วนใหญ่กว่าในรุ่นซีซีเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ล้อ ถังน้ำมัน เบาะโดยสารและบริเวณด้านท้าย รวมถึงขาหุ้มโช้คด้านหน้าที่ดีไซน์สวยงามและกำลังเป็นเทรนด์ใหม่ในตลาดจีน ณ ตอนนี้ โดยรวมตัวโมเดลมีน้ำหนักขนาด 218 กก. (น้ำหนักเบากว่ารุ่นแรก) และระยะฐานล้อขนาด 1,580 มม. QJ600-11D และครูเซอร์อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับการอนุมัติก็คือ QJ600-11D ซึ่งรุ่นนี้มีแนวทางการออกแบบแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ทั้งตัวบอดี้และสัดส่วนต่าง ๆ นอกจากนี้เครื่องยนต์ยังคงใช้แบบสองสูบเรียงขนาด 554 ซีซี เหมือนโมเดลรุ่นอื่น ๆ และให้กำลังแรงม้ามาที่ 60 แรงม้า เป็นรถที่สัดส่วนขนาดเล็กกว่ารุ่น V4 โดยมีฐานล้ออยู่ที่ 1,520 มม. น้ำหนักตัว 194 กก. ถึงแม้จะมีกำลังน้อยกว่าน้ำหนักเบากว่า แต่ทว่าเคลมความเร็วท็อปสปีดมาให้ถึง 192 กม./ชม. โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่นอาจถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ แต่ที่แน่ ๆ ไม่มาไทยแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Subaru Solterra รับบท Safety Car ในการแข่ง WSBK2025

Subaru Solterra รับบท Safety Car ในการแข่ง WSBK2025 Subaru Solterra รถยนต์พลัง EV จากค่าย Subaru แบรนด์รถยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น จะเข้ามารับบทบาทของรถ Safety Car ของการแข่งขัน SUPERBIKE WORLD CHAMPIONSHIP แทนที่ของ Dodge Challenger SPTs ภายใต้ข้อตกลงในระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2025 ถึงปี 2027 ซึ่งหมายความว่ารถ SUV ไฟฟ้าคันนี้จะเข้ามารับหน้าที่ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป รายละเอียดสเปคเบื้องต้น รายละเอียดสเปคของรถ SUV ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (All-Wheel Drive) ขนาด 71.4 kWh ให้พละกำลังรวมกันสูงสุดอยู่ที่ 217 แรงม้าที่มาพร้อมแรงบิดอยู่ที่ 168 นิวตันเมตร โดยทางค่ายเคลมระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ 228 ไมล์หรือ 366 กิโลเมตร อีกทั้งรถคันนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับเครื่องชาร์จ DC แบบเร็ว (DC Fast Charger) ซึ่งช่วยให้ชาร์จไฟได้ถึง 80% ภายในระยะเวลาประมาณ 30 นาที ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อในรถโมเดลนี้มีการทำงานจับคู่กับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า จึงทำให้รถคันนี้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนน ตั้งแต่ถนนในเมืองไปจนถึงเส้นทางโคลน ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจึงช่วยให้เพิ่มเสถียรภาพการควบคุม ทำให้การขับขี่มีความสนุกมากยิ่งขึ้น จับมือกับการแข่ง WSBK รถยนต์จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งตลอดฤดูกาลแข่งขันรายการ WSBK โดยรถคันนี้มีหน้าที่ในการประเมินสภาพสนามก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ละรอบ ไม่เพียงแค่รักษาความปลอดภัยก่อนเริ่มการแข่งขัน แต่บริเวณโดยรอบสนามแข่งขันในแต่ละครั้งจะมีพื้นที่พิเศษในการจัดแสดงรถยนต์ของทางค่ายเพื่อให้สื่อและแฟน ๆ ของ WorldSBK ได้สัมผัสกับนวัตกรรมล่าสุดของ Subaru รวมถึงมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ เช่น การทดลองขับบนสนามแข่ง การทดสอบรถ และกิจกรรมสนุกสนานอื่น ๆ อีกมากมาย Francesco Valentino (ฟรานเชสโก้ วาเลนติโน่) หัวหน้าฝ่ายการค้า และการตลาดของการแข่งขันรายการ WorldSBK ได้ออกมาแสดงความตื่นเต้นต่อความร่วมมือกับแบรนด์ Subaru ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Subaru ในฐานะพันธมิตรรถเซฟตี้คาร์อย่างเป็นทางการของ WorldSBK Solterra เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างนวัตกรรม สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ ทำให้มันเป็นรถที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันของเรา การมุ่งเน้นของแบรนด์รถยนต์ค่ายนี้ มีการเน้นในการผลิตรถยนต์คุณภาพสูงนั้นซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ WorldSBK ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ความร่วมมือครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงคุณค่าของการแข่งขันในฐานะแพลตฟอร์มการตลาดระดับโลกอีกด้วย” โดยรถ Safety Car จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะเริ่มปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งในรายการ WSBK ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คลายความกดดัน ? Gigi Dall’Igna เผย ไม่คิดว่า Ducati จะดีเท่าปีที่แล้ว

คลายความกดดัน ? Gigi Dall’Igna เผย ไม่คิดว่า Ducati จะดีเท่าปีที่แล้ว Gigi Dall’Igna หัวเรือคนสำคัญของทีมโรงงาน Ducati ออกมาคลายความกดดัน หรือเผยทริคปลุกใจอะไรบางอย่างหรือไม่ เพราะจู่ ๆ จีจี้ก็ได้ออกมาเผยกับสื่อว่าตนนั้นไม่คิดว่าทีมแข่งในปี 2025 นี้จะทำผลงานออกมาได้ดีเท่าปีที่แล้ว แม้ว่าทีมโรงงาน Ducati อย่าง ‘Ducati Lenovo’ จะมีสองนักแข่งที่ดีที่สุดในกริดเลยก็ว่าได้อย่าง ‘เป้กโก้’ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และทีมเมทของใหม่ของทีม มาร์ก มาร์เกซ เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย แต่จีจี้ ผู้จักการทีม Ducati ก็ออกมายอมรับว่า การที่ทำให้ทีมแข่งในปีนี้ทำผลงานให้เหมือนกับความยิ่งใหญ่ของฤดูกาลที่แล้วนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยาก “ผมคิดว่ามันซับซ้อนและอาจเป็นไปไม่ได้ที่จะทำได้ดีกว่าปีที่แล้ว แต่แน่นอนว่าเราสามารถพัฒนาตัวเองได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลักของเรา คือการคว้าแชมป์นักแข่งและแชมป์ผู้ผลิต ดังนั้นสิ่งสำคัญไม่ใช่การทำได้ดีกว่าฤดูกาลที่แล้ว สิ่งสำคัญคือการชนะทั้งสองแชมป์” ซึ่งในการแข่งขันรอบกรังด์ปรีซ์เมื่อฤดูกาล 2024 ทีมโรงงาน Ducati ก็สามารถเค้นฟอร์มร้อนแรงคว้าชัยในการแข่งขันไปถึง 19 สนาม แม้ในการแข่งขันสนามที่ 3 จะพลาดท่าเสียชัยชนะให้กับ Aprilia ไปแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจใด ๆ กับทีม เพราะสี่อันดับแรกของตารางคะแนนชิงแชมป์โลกก็เป็นรถจากค่าย Ducati ที่จับจองพื้นที่หัวตารางเป็นที่เรียบร้อย ตารางคะแนนชิงแชมป์โลก รถที่ใช้ คะแนน Jorge Martin Ducati 508 Francesco Bagnaia Ducati 498 Marc Marquez Ducati 392 Enea Bastianini Ducati 386 Brad Binder KTM 217   อีกทั้งยังแสดงถึงความเป็นเจ้าสนามด้วยการคว้าแชมป์ประเภทผู้ผลิตด้วยคะแนน 722 คะแนนห่างจากอันดับของอย่าง KTM ถึง 395 คะแนน ทีมผู้ผลิต คะแนน Ducati 722 KTM 327 Aprilia 302 Yamaha 124 Honda 75   อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทีมโรงงานจะสามารถกระชากแชมป์โลก 8 สมัยเข้ามาเป็นนักบิดของทีมได้ แต่ทาง Ducati เองก็ต้องเสียแชมป์โลกคนปัจจุบัน ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ ให้กับทีมโรงงาน Aprilia เสียเอเนีย บาสเตียนินี่ มาร์โก เบซเซคคี่ และการเสียทีม Prima Pramac ให้กับ Yamaha แต่หัวเรือของ ‘เจ้าสนาม’ รายนี้ก็ยังคงคิดว่าสองคู่หูใหม่นี้จะเป็นตัวเต็งในการคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ “เรามีนักแข่งแชมป์โลกสองคน และในมุมมองของผม พวกเขาคือนักแข่งที่ดีที่สุดในสนามในปี 2025” “เป้กโก้ (ฟรานเชสโก บัญญาญ่า) เป็นนักแข่งที่ยอดเยี่ยมที่พาเรากลับมาคว้าแชมป์นักแข่งอีกครั้งในปี 2022 เขาสามารถยืนยันตำแหน่งของเขาได้ในปีถัดมา และต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อชิงแชมป์โลกมาตลอด “ส่วนมาร์ค (มาร์เกซ) เป็นหนึ่งในนักแข่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ใน MotoGP ยุคปัจจุบัน แต่บางทีอาจเป็นตลอดกาล “เขาเคยมีอาการบาดเจ็บรุนแรง จากนั้นเขาก็ได้ร่วมงานกับเราปีที่แล้ว [ในทีมเกรซินี] และทำสิ่งที่ยอดเยี่ยม เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีเขาอยู่ในทีมของเรา” สองคู่หู มาร์ก และ เป้กโก้ จะลงซ้อมอย่างเป็นทางการอีกครั้งในการซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย ในช่วงระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะลงแข่งขันอย่างเป็นทางการในนัดเปิดสนาม Thai GP ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก