SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
พาชม Honda Exhibition Hall นายกฯ เปิดม่าน MotoGP 2026

การรอคอยของแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยและทั่วโลกสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อฤดูกาลแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกประจำปีได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยในปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Superbike-qj_motor_logo

เป็นข่าวที่ทำให้ค่ายรถจักรยานยนต์เจ้าตลาดเดิมต้องหันมามองค้อนกันคอเคล็ด เมื่อล่าสุดมีข้อมูลยืนยันความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ QJ Motor แบรนด์รถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากแดนมังกร (บริษัทแม่ของ Benelli)

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Garmin Zumo R1 Radar 2025 ระบบเรดาร์ แจ้งเตือนคนจี้ตูด

Garmin Zumo R1 Radar 2025 ระบบเรดาร์ แจ้งเตือนคนจี้ตูด ใครที่ชอบขี่รถหวาดเสียว ขี่ไม่ค่อยระมัดระวัง สายตาสั้น กะระยะไม่ถูก หรือมองไม่ค่อยเห็นตอนกลางคืน ท่านมาถูกทางแล้ว!! ในบทความนี้เราจะพามาชมอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจ และถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสุดพิเศษจากทางผู้ผลิตอย่าง Garmin ซึ่งเราอาจเคยคุ้นในชื่อของระบบเนวิเกเตอร์หรือระบบ นำทาง Turn by Turn ในรถมอเตอร์ไซค์บางรุ่นไปบ้างแล้ว ถึงคราวนี้ทางผู้ผลิตก็พร้อมต่อยอดนวัตกรรมใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยอุปกรณ์ชิ้นใหม่อย่าง Garmin Zumo R1 Radar 2025 Garmin Zumo R1 Radar 2025 ระบบตรวจจับเรดาร์ เพิ่มความปลอดภัย สำหรับเจ้า R1 Radar รุ่นนี้ก็คือระบบเรดาร์อัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยด้วยการตรวจจับจุดบอดและแสดงสถานะของยานพาหนะแบบเรียลไทม์ในบริเวณใกล้เคียง โดยอุปกรณ์ดังกล่าวมาพร้อมกับไฟด้านข้างสองดวงและไฟสีแดงด้านหลัง (ติดตั้งเพิ่มเติมได้) เพื่อช่วยเพิ่มการมองเห็นของผู้ขับขี่ ในขณะที่ไฟสัญญาณบริเวณประกับแฮนด์จะช่วยแจ้งเตือนเกี่ยวกับยานพาหนะที่กำลังเข้ามาใกล้ตัวรถ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถเชื่อมต่อข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน zūmo™ Radar ในสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์นำทางบนรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น  ซึ่งสามารถแบ่งประเภทการแจ้งเตือนได้ดังต่อไปนี้ แจ้งเตือนผ่านหน้าจอเรดาร์ : แสดงข้อมูลเรดาร์แบบเต็มหน้าจอสำหรับยานพาหนะที่อยู่ในระยะรัศมี การแจ้งเตือนด้วยเสียง : ได้ยินการแจ้งเตือนเมื่อมีรถเข้าใกล้เมื่อจับคู่กับหมวกกันน็อกหรือชุดหูฟังที่รองรับ ผ่านแอปพลิเคชัน zūmo™ Radar การตั้งค่าปรับแต่ง: ปรับเปลี่ยนการตั้งค่าไฟและการแจ้งเตือนได้ผ่านแอปพลิเคชัน zūmo Radar โดยผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าระยะการแจ้งเตือนของไฟแสดงตำแหน่งสำหรับยานพาหนะที่กำลังเข้าใกล้จุดบอด ออกแบบเพื่อมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ นอกเหนือจากจะช่วยตรวจจับเรดาร์เพื่อความปลอดภัยแล้ว ตัวอุปกรณ์ยังออกแบบมาเพื่อใช้งานสำหรับมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ ด้วยวัสดุฮาร์ดแวร์เคลือบผิวด้วยสีพาวเดอร์โค้ทและยังผ่านการรับรองมาตรฐาน IP67 ซึ่งป้องกันฝุ่นและน้ำได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังติดตั้งง่าย สะดวก และที่สำคัญไม่ต้องใช้แบตเตอรีหรือต้องชาร์จไฟให้เสียเวลานั่นเอง  ราคาและการวางจำหน่าย โดยเปิดราคาจำหน่ายในราคาแนะนำ 599.99 ดอลล่าร์สหรัฐหรือราว ๆ 20,700 บาท โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งจองได้ผ่านทาง https://www.garmin.com/en-US/c/automotive/motorcycle-gps-navigation/ กันได้เลย  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CFMoto 750SR สปอร์ตสี่สูบเรียงจากแดนกังฟู

CFMoto 750SR สปอร์ตสี่สูบเรียงจากแดนกังฟู CFMoto 750SR รหัสโมเดลใหม่ล่าสุดของสปอร์ตไบค์คลาสกลาง จากค่าย CF Moto แบรนด์รถจักรยานยนต์ชื่อดังจาก สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีรายงานล่าสุดออกมาว่าตอนนี้ทางค่ายได้ผ่านขั้นตอนของการยื่นจดทะเบียนเป็นที่เรียบร้อย คาดเปิดตัวได้เร็วสุดกลางปีนี้ การออกแบบดีไซน์ โมเดล 750SR โมเดล 675SS   การออกแบบดีไซน์รอบคันของว่าที่เรือธงคันใหม่ของค่ายลำนี้ ดูผิวเผินอาจจะมีความคล้ายคลึงกับญาติพี่น้องร่วมชายคาอย่างโมเดล CFMoto 675SS ที่พึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้า แต่ก็มีการปรับปรุงในส่วนของเส้นสายรอบคันให้มีความดุดันมากยิ่งขึ้น ซึ่งในจุดที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจะเป็นในส่วนของวิงก์เล็ตหน้าที่มีขนาดใหญ่กว่า สเปคเครื่องยนต์เบื้องต้น ในด้านของรายละเอียดเครื่องยนต์ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่ออกมาเยอะมากมาย โดยจะมีรายละเอียดที่สำคัญบางจุดเท่านั้น ได้แก่ เครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียง ขนาด 749 ซีซี พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 110 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่ประมาณ 143 ไมล์/ชม. หรือ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และน้ำหนักรวมของสปอร์ตไบค์คันนี้อยู่ที่ 213 กิโลกรัม ซึ่งมีน้ำหนักใกล้เคียงกับ Kawasaki Z900, Suzuki V-Strom 650 หรือบิ๊กสกู๊ตเตอร์จากค่ายส้อมเสียงอย่าง Yamaha TMAX 530 เรียกได้ว่าถ้าขี่โมเดลแบรนด์เจ้าตลาดได้ ก็ขี่ 750 จาก CFMoto ได้แบบสบาย ๆ ซึ่งเครื่องยนต์นี้มีขนาดกระบอกสูบอยู่ที่ 72 มม. และเครื่องยนต์ของสามสูบของโมเดล 675SS ก็ใช้กระบอกสูบขนาด 72 มม.เช่นกัน จึงอาจจะมีความเป็นไปได้ว่าองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ลูกสูบ วาล์ว และการออกแบบห้องเผาไหม้อาจเป็นการสืบทอด และพัฒนามาจากรุ่น 675SS ช่วงล่าง และระบบเบรก ในส่วนของระบบกันสะเทือนอาจะมีความคล้ายคลึงกับโมเดล 675SS ที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับจาก KYB และด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยวจาก KYB เช่นเดียวกันทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ในเรื่องของระบบเบรก ด้านหน้าติดตั้งคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียล เมาท์จากทาง Brembo มาพร้อมล้อหน้าขนาด 120/70-17 และ 180/55-17 สำหรับล้อหลัง ระบบเบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลังมาพร้อมระบบความปลอดภัย ABS เทคโนโลยีรถแข่งที่มาพร้อมกับตัวรถ รถจากค่ายจีนขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของการมอบเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่มาแบบจัดเต็ม อีกทั้งค่ายจีนแบรนด์นี้ยังเป็นค่ายที่ส่งรถเข้าไปร่วมทำการแข่งขันในรายการ Moto2 และ Moto3 ด้วยเหตุนี้การถ่ายโอนเทคโนโลยีจากรถแข่งสู่รถถนนทั่วไปก็อาจเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้ ซึ่งในรุ่นว่าที่เรือธงลำนี้ก็อาจอัดเทคโนโลยีมาแบบไม่น้อยหน้า แต่ในช่วงพัฒนานี้จะมีการเปิดเผยออกมาเพียงบางอย่างเท่านั้น อาทิ ระบบไฟแบบ Full LED หน้าจอสีแบบ TFT ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (Traction Control) และระบบป้องกันล้อหลังยก (Rear-Wheel Lift Control) ที่เป็นอีกเทคโนโลยีในรถระดับรถ 1000 ซีซี ซึ่งถ้ามีเทคโนโลยีระบบป้องกันล้อหลังยกก็อาจจะมีเทคโนโลยีในส่วนของ IMU 6 แกนที่จะร่วมประมวลผลเพื่อควบคุมการทำงานของ Anti Wheelie (ระบบป้องกันล้อหน้ายก) ร่วมด้วย ย้ำว่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น  ในส่วนของการวางจำหน่ายคาดการณ์ว่าจะเริ่มวางจำหน่ายได้เร็วสุดในช่วงกลางปี 2025 ในส่วนของประเทศจีน และประเทศทางฝั่งยุโรป ซึ่งโมเดลใหม่นี้เป็นการเสริมทัพรุ่นน้องอย่างโมเดล 450SR และ 675SR-R ที่วางจำหน่ายไปแล้วก่อนหน้านี้ หรือโมเดลสี่สูบเรียงที่จะเปิดตัวใหม่นี้ อาจเป็นการกรุยทางเพื่อต้อนรับเครื่องยนต์ V4 ก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 CFMoto 675SS พลังแรงจากแดนมังกร

2025 CFMoto 675SS พลังแรงจากแดนมังกร 2025 CFMoto 675SS สปอร์ตคลาสกลางจากค่าย CFMoto เปิดตัว และวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วในสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศทางโซนยุโรป มาพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์สามสูบเรียง พร้อมการออกแบบดีไซน์ที่เน้นไปที่ความสปอร์ต เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจในตลอดการเดินทาง จุดเด่นที่น่าสนใจ ไฟหน้าดีไซน์สปอร์ต คาลิเปอร์เบรกจาก J.Juan หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว ไฟท้ายเพิ่มความเป็นสปอร์ต 2025 CFMoto 675SS สเปค และรายละเอียด เครื่องยนต์ เครื่องยนต์สามสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 675 ซีซี แรงม้า (เคลม) 95 แรงม้าที่ 11,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 69.9 นิวตันเมตรที่ 8,250 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 72 มม.x 55.2 มม. อัตราส่วนการอัด N/A ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Slipper Clutch ระบบจุดระเบิด Electronic ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ความจุถังน้ำมัน 15.1 ลิตร ยางหน้า 120/70-R17 ยางหลัง 180/55-R17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบ USD จาก KYB สามารถปรับค่าพรีโหลด, คอมเพลสชัน และรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 130 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว จาก KYB สามารถปรับค่าพรีโหลด และรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 130 มม. ระบบเบรกหน้า ดิกส์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์จาก J.Juan แบบสี่ลูกสูบ พร้อมจานเบรกขนาด 300 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์จาก J.Juan แบบลูกสูบเดี่ยว พร้อมจานเบรกขนาด 240 มม. กว้าง x ยาว x สูง 728 x 2,020 x 1,105 มม. ระยะฐานล้อ 1,399 มม. ระยะห่างจากพื้น 144.78 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 194.5 กิโลกรัม เทคโนโลยี ระบบ ABS แบบ Dual-Channel  ระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน CFMoto RideSync Connectivity Quick Shifter แบบทางเดียว (Upper)   สีสันที่วางจำหน่าย Nebula Black Nebula White   ในส่วนของการวางจำหน่ายในโมเดลนี้จะวางจำหน่ายในประเทศจีน และประเทศทางฝั่งยุโรป ด้วยมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 7,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 276,400 บาท สายสปอร์ตไบค์ไซส์กลางในไทยหากสนใจตัวนี้อาจจะทำได้แค่ดูผ่านมือถือไปก่อน เพราะข่าวคราวเงียบสงัด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW พัฒนาชุดไร้ปีก หวังเพิ่มแอโร่ ช่วยสร้างแรงกด

BMW พัฒนาชุดไร้ปีก หวังเพิ่มแอโร่ ช่วยสร้างแรงกด เรามาถึงในยุคที่ MotoGP กำหนดมาตรฐานความสำเร็จในเรื่องของอากาศพลศาสตร์ ส่วนสำคัญที่เป็นตัวสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ที่พึ่งคว้าแชมป์ WSBK ฤดูกาล 2024 ไปหมาด ๆ อย่าง BMW Motorrad ได้ทำการเผยแนวคิดจดสิทธิบัตรสำหรับชุดอุปกรณ์เสริมแอโรไดนามิกอย่าง ท่อลมระบายอากาศ เทคโนโลยีแบบใหม่ที่เข้ามาเสริมในเรื่องหลักอากาศพลศาสตร์โดยไม่ต้องประกอบชุดแฟริ่งเพิ่ม ซึ่งมีหลักกลไกการทำงานคล้ายคลึงกับ Gurney Flaps ที่ใช้ในรถแข่ง MotoGP หรือแม้กระทั่ง F1 สำหรับใครหลาย ๆ คนที่ติดตามข่าวสารในวงการ 4 ล้อนั้นคงจะทราบดีว่า เจ้าตัว Gurney Flaps หรือแผ่นขอบเล็ก ๆ ที่วางตั้งฉากอยู่ท้ายปีกของรถ จะเป็นตัวทำหน้าที่เพิ่มมุมองศาการไหลผ่านของทิศทางลม และยังช่วยลดแรงต้าน สร้างแรงกดให้กับตัวรถให้นิ่งเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะช่วงเข้าโค้งด้วยความเร็งสูง ไม่ต้องติดแฟริ่งเพิ่ม และเพื่อผลลัพธ์เดียวกัน BMW ได้พัฒนาแนวคิดที่เลียนแบบการทำงานของ Gurney flaps โดยไม่ต้องติดตั้งชิ้นส่วนเพิ่มเติม แต่ใช้การระบายอากาศแรงดันสูงผ่านช่องเล็ก ๆ บนตัวถังที่ตั้งฉากกับพื้นผิวแทน โดยมีช่องรับอากาศแรงดันสูงที่ติดตั้งในท่ออากาศหลักด้านหน้าของตัวรถ (แรมแอร์) แล้วลำเลียงอากาศปล่อยสู่ผ่านช่องเล็ก ๆ บนแผงหน้าทางด้านข้าง ซึ่งระบบการลำเลียงอากาศดังกล่าวอาจดูคล้ายคลึงกับระบบ  Aerodinamica Lamborghini Attiva หรือ ALA ที่ใช้ในรถแลมโบกีนี โดยสามารถเปิด-ปิดใช้งานผ่านระบบไฟฟ้า ผลลัพธ์คือแฟริ่งหน้าที่สามารถแยกการไหลของอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอากาศจะไหลออกจากตัวถังและไหลรอบตัวผู้ขับขี่โดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ตัวถังหรือใช้ Gurney flaps จริง ๆ ที่อาจลดความสวยงามของรถไปได้ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ที่ไม่เพียงเพิ่มสมรรถนะ แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่ล้ำสมัย BMW กำลังก้าวสู่ความเป็นผู้นำในตลาดรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง ความก้าวหน้าด้านนี้อาจนำไปสู่การเปิดตัวรุ่นใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งความเร็ว ความสวยงาม และประสิทธิภาพในอนาคต และเราอาจได้เห็นเทคโนโลยีดังกล่าวอาจถูกนำมาใช้ในการแข่งขันที่เกิดขึ้นในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์โก เบซเซคคี่ เผย รู้สึกโชคดีเมื่อได้เคียงข้างมาร์ติน

มาร์โก เบซเซคคี่ เผย รู้สึกโชคดีเมื่อได้เคียงข้างมาร์ติน มาร์โก เบซเซคคี่ นักบิดจากทีม Aprilia Racing ได้ออกมาเผยว่าตนนั้นพร้อมแล้วที่จะลงแข่งให้กับทีมโรงงานของ Aprilia และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ‘รู้สึกโชคดี’ ที่จะร่วมเป็นทีมเมทกับแชมป์โลกคนล่าสุดอย่างฆอร์เก้ มาร์ติน บัญญาย่าทำได้ดี แต่มาร์ตินคู่ควรกับแชมป์มากกว่า อดีตนักแข่งทีม VR46 รายนี้เตรียมย้ายเข้าไปแข่งทีมโรงงานเป็นครั้งแรกในอาชีพกับ Aprilia โดยเบซเซคคี่จะเข้ามาเป็นทีมเมทร่วมกับ ฆอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งเขาเองชื่นชมทั้ง บัญญาย่า และ มาร์ติน ที่สามารถเค้นฟอร์มเก่ง ขับเคี่ยวแย่งแชมป์ในฤดูกาล 2024 ได้อย่างสูสี แต่ก็ยอมรับว่าทีมเมทคนใหม่ของเจ้าตัวคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์มากกว่า  “มาร์ตินทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว (2024) เขามีความสม่ำเสมอ เร็ว และมีเทคนิคความสามารถในตลอดการแข่งขัน เขาอาจจะไม่ชนะเท่าบัญญาย่า แต่สุดท้ายแล้วมาร์ตินก็สามารถคว้าแชมป์ได้ เพราะการคว้าแชมป์ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วเพียงอย่างเดียว” และยังเผยว่าตนนั้นโชคดีที่ได้เป็นทีมเมทกับฆอร์เก้ มาร์ติน เพราะเจ้าตัวมองว่าการได้ร่วมทีมด้วยกันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ และได้เก็บเกี่ยวข้อมูลที่สำคัญจากนักบิดที่เป็นแชมป์ประจำรายการคนล่าสุด  “การได้ร่วมทีมฆอร์เก้ถือเป็นโชคดีครั้งใหญ่ เพราะเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นนี่จะถือเป็นโอกาสเรียนรู้ และเป็นโอกาสที่จะได้รับข้อมูลสำคัญจากนักบิดที่เก่งที่สุดในโลก” 2024 ฤดูกาลที่ไม่ค่อยน่าจดจำ เบซเซคคี่ในการแข่งขันฤดูกาล 2024 อาจจะดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากเจ้าตัวนั้นเจออุปสรรคต่าง ๆ มาตลอดฤดูกาลกับรถ GP23 โดยความสำเร็จที่ทำได้กับทีม VR46 ในการแข่งขันฤดูกาล 2024 สามารถทำได้หนึ่งโพเดียมด้วยการจบอันดับที่ 3 ในการแข่งขันสนามที่ 4 ของฤดูกาล  อีกทั้งยังจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 12 สะสมได้ 153 คะแนน ตามหลังเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟาบิโอ ดิ จานนานโตนิโอ อยู่ที่ 12 คะแนน  “มันเป็นฤดูกาลที่ยากมาก ผมไม่คิดว่าผมจะต้องเจอความยากลำบากขนาดนี้ ตั้งแต่การทดสอบตัวรถครั้งแรก ผมก็รู้สึกไม่ค่อยดีกับตัวรถแล้ว” “ผมมั่นใจว่าผมเติบโตขึ้นมากในปีนี้ ทั้งชีวิตส่วนตัว และชีวิตนักแข่ง เพราะตลอดฤดูกาลที่ผ่านผมไม่เคยรู้สึกดีบนตัวรถเลย ต้องปรับตัวอยู่ตลอด และแน่นอนว่าผมคาดหวังเรื่องผลงานมากกว่านี้ และผมก็อยากทำให้ได้ดีมากกว่านี้” การลงทดสอบตัวแข่งในสนามถัดไปจะลงทดสอบกันที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดยจะแบ่งเป็นรอบ Shakedown Test ที่ให้เฉพาะนักแข่งที่เข้ามาแข่งขันในฤดูกาล 2025 ครั้งแรกลงทดสอบ และTest Riders ของทีม โดยจะทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 และการทดสอบ Sepang Test จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2025 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 MotoGP Presentation ปฎิทินเปิดตัวทีมแข่ง มาแล้ว

ปักหมุดให้พร้อม !! ปฎิทินเปิดตัวทีม MotoGP 2025 มาแล้ว เข้าสู่ปี 2568 ของการเตรียมพร้อมเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันโมโตจีพี 2025 อย่างเป็นทางการ สำหรับแฟน ๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตารอลุ้นกับ 2025 MotoGP Presentation ว่าจะมาเมื่อไหร่ ซึ่งล่าสุด..ทางผู้จัดการแข่งขันอย่างดอร์น่า สปอร์ต ได้เผยตารางเปิดตัวทีมใหม่เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งแต่ละทีมมีกำหนดการเปิดตัวทีมแข่งพร้อมไลน์อัพนักบิดดังนี้ 2025 MotoGP Presentation TrackHouse Racing MotoGP (วันที่ 14 มกราคม 2568) Raul Fernandez #25 Ai Ogura #79   Aprilia Racing (วันที่ 16 มกราคม 2568) Jorge Martin #89 Marco Bezzecchi #72   Gresini Racing MotoGP (วันที่ 18 มกราคม 2568) Alex Marquez #73 Fermin Aldeguer #54 Ducati Factory Team (วันที่ 20 มกราคม 2568) Marc Marquez #93 Francesco Bagnaia #63   Red bull KTM Factory Racing / Tech 3 (วันที่ 30 มกราคม 2568) Brad Binder # 33 (Red bull KTM Factory Racing) Pedro Acosta #37 (Red bull KTM Factory Racing) Enea Bastianini #23 (Red Bull KTM Tech3) Maverick Viñales #12 (Red Bull KTM Tech3)   Monster Energy Yamaha MotoGP / Prima Pramac (วันที่ 31 มกราคม 2568) Fabio Quartararo #20 (Monster Energy Yamaha MotoGP) Alex Rins #42 (Monster Energy Yamaha MotoGP) Jack Miller #43 (Prima Pramac Yamaha) Miguel Oliveira #88 (Prima Pramac Yamaha)   LCR Honda (วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568) Johann Zarco #25 ก้อง สมเกียรติ จันทรา #35   Pertamina Enduro VR46 Racing Team (TBC) Franco Morbidelli #21 Fabio Di Giannantonio #49   Repsol Honda Team (TBC) Luca Marini #10 Joan Mir #36 (อัปเดตล่าสุด

Himalayan 650 2025 บังบอกขอเทสก่อน..

Himalayan 650 2025 บังบอกขอเทสก่อน เห็นโฉมแรกละต้องบอกเลยว่า เขาแอบทดสอบเจ้า Norden ตัวใหม่ป่ะหว่าา.. ทำไมโมเดลมันพิลึกแปลก ๆ แต่พอเห็นแร็คท้ายอาร์มก็รู้เลยว่ารถอังกฤษสัญชาติอินเดียแน่นอน และนี่ก็คือรถแกงกระหรี่ หรือ Himalayan 650 2025 เจ้าหิมาลายันพี่ใหญ่ในเวอร์ชันเดโม่ หลุดทดสอบมาให้ชมกันแล้ว รุ่นนี้ไม่ใช่ฮัสกี้ อย่าเข้าใจผิด จากภาพสปายช็อตและข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งวงในอ้างอิงมาว่า รุ่นนี้อาจจะเป็นเจ้าหิมาลายัน 650 หรือไม่ก็อาจจะเป็นคลาส 750 ซีซีหรือมากกว่านั้น เนื่องด้วยตัวบอดี้ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ บวกกับรูปลักษณ์การดีไซน์ที่ชวนให้นึกถึงเจ้า Norden 901 อย่างไรก็ดีก็คงต้องยึดสเปค 650 ตามหลักแหล่งข้อมูลเบื้องต้น และแน่นอนว่า การออกแบบสไตล์ RE ก็ยังคงทิ้งเป็นเอกลักษณ์ตามฉบับทางค่ายไว้ทุกประการ ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ด้วยการผสมผสานระหว่างแอดเวนเจอร์ทัวริ่งกับความหล่อเหลาคลาสสิกในแบบรอยัลเอ็นฟิลด์ ทำให้รุ่นเดโม่ 650 คันนี้ ค่อนข้างมีสไตล์และเป็นเอกลักษณ์อย่างชัดเจน ด้วยไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ ยัดแฟริ่งด้านข้างออกแบบให้มีความสูงเพรียว เว้าช่องถังน้ำมันด้านข้าง ติดแฮนด์ยกเยื้องคู่กับตัวเบาะออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน รวมถึงเบาะหลังสำหรับคนซ้อน ให้ความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไกล เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 648 ซีซี   ผนวกกับเครื่องยนต์วางมุม 90 องศาขนาด 2 สูบเรียง 648 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้าที่ 47 แรงม้าและแรงบิด 52 นิวตันเมตร ชุดเกียร์บ็อกซ์ 6 สปีด และติดอกล่างกันชนมาให้ โดยยึดแพลตฟอร์มตัวเลขแรงม้า และแรงบิดแบบเดียวกันกับโมเดลอื่น ๆ ในคลาส 650 ซีซี ทั้ง Interceptor 650, Continental GT 650, Super Meteor 650 และ Shotgun 650 แต่คงปรับช่วงอัตราทดเกียร์ให้เข้ากับสไตล์ตัวรถในแบบแอดเวนเจอร์ทัวริ่งนั่นเอง และระบบช่วงล่างที่เป็นอัปไซส์ดาวน์ด้านหน้าและโช้คเดี่ยวด้านหลัง สามารถปรับแต่งได้เต็มระบบ ทั้งยังใส่ระบบเบรก เป็นดิสก์คู่พร้อมคาลิเปอร์จาก Bybre พร้อมระบบ ABS ล้อหน้า 19 นิ้ว ล้อหลัง 17 นิ้ว แบบซี่ลวดและรัดมาด้วยยางออลเทอร์เรน ในเรื่องของระบบเทคโนโลยียังคงไม่มีการอัปเดตอะไรเพิ่มเติม ต้องรอทางค่ายอัปเดตอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และนี่อาจเป็นโฉมเดโม่เวอร์ชันสุดท้ายก่อนผลิตจริง แต่และคาดการณ์น่าจะเปิดตัวภายในปีนี้ พร้อมราคาคาดการณ์ราว ๆ 4 แสนรูปี หรือประมาณ 1.5 แสนบาท ถ้าหากมาไทยราคาอาจกระโดดไปถึง 2 แสนกลาง ๆ อย่างไรต้องรอเฟิร์มอีกครั้งแล้วจะรีบแจ้งให้ทราบ หรือดูรีวิว Himalayan 450 คลิ๊กที่นี่  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Stark Varg EX ใครเบื่อรถน้ำมัน ต้องรุ่นนี้

Stark Varg EX ใครเบื่อรถน้ำมัน ต้องรุ่นนี้ เปิดต้นปี 2025 พร้อมกับข่าวล่าสุดของผู้ผลิตแบรนด์น้องเล็กจากสเปน Stark Future ได้ทำการเปิดตัวรถวิบากไฟฟ้า “Varg EX” พร้อมนวัตกรรมสุดล้ำสมัยที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน มาพร้อมกับความโดดเด่นด้วยการดึง DNA สายพันธุ์มาจากรถสูตรเอนดูโร่ไฟฟ้าที่คว้าแชมป์ทางฝุ่นมาแล้วมามากมายอย่าง Varg MX ด้วยสมรรถนะอันโดดเด่นกับพละกำลังที่มีมากถึง 60 แรงม้า (รุ่น Standard) และ 80 แรงม้า (รุ่น Alpha) พร้อมแรงบิดขนาด 1,036 นิวตันเมตรที่ล้อหลัง ผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 360V  ใช้แบตเตอรี 7.2-kWh แม้จะไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ แต่สามารถชาร์จด้วย Level 2 EV Charger (240 โวลต์) ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง หรือไฟบ้านทั่วไป (120 โวลต์) ในเวลา 5-6 ชม. ซึ่งรองรับการขับขี่นานสุด 6 ชม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของผู้ขับขี่อีกด้วย มาพร้อมกับขนาดน้ำหนักตัวเพียง 120 กก.พร้อมฟังก์ชันต่าง ๆ ออกแบบมาให้สามารถขับขี่ใช้งานได้จริงทั้งทางฝุ่นและทางดำ ไม่ว่าจะเป็นไฟโปรเจคเตอร์และไฟเลี้ยวบิวต์อินไว้ที่การ์ดไฟหน้า จอสี TFT ออกแบบเสมือนสมาร์ทโฟนสามารถถอดได้หรือเรียกว่า Stark Arkenstone โดยมีฟีเจอร์ GPS บันทึกเส้นทาง ระบบนำทาง (Turn-by-Turn) ฟังก์ชันปรับ Power Mode ติดตั้งมาให้ผ่าน VARG APP คอนโทรลเปิด-ปิดใช้งานผ่านปุ่มประกับทางซ้ายออกแบบใหม่สวยงามทีเดียว สำหรับระบบกันสะเทือนให้มาเป็นโช้ค KYB แบบ Up Side Down ขนาด 48 มม. ปรับคอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ ส่วนโช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดและคอมเพรสชันทั้งไฮด์และโลว์สปีด ใส่ดิสก์เบรกขนาด 260 มม. และ 220 มม. พร้อมครอบจานหน้า สวมคาลิเปอร์ Brembo ขนาด 2 ลูกสูบและลูกสูบเดียว มีขนาดล้อและยางที่ 90/90-21 และ 140/80-18 สีแดง สีขาว สีเทา โดยเปิดให้จองแล้วในราคา 12,900 ยูโร หรือราว ๆ 4.5 แสนบาท สำหรับรุ่น Standard และราคา 13,900 ยูโร หรือราว ๆ 4.9 แสน สำหรับรุ่น Alpha  พร้อมส่งในช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นไป สำหรับใครรู้สึกเหม็นน้ำมัน หรือกำลังมองหารถเอนดูโร่ไฟฟ้าที่ขับขี่ง่าย แต่ยังแฝงไปด้วยขุมพลังระดับตัวแข่งสามารถใช้งานได้ทั้งบนทางดำและทางฝุ่น และพิเศษกับฟีเจอร์หน้าจอแบบใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน ต้องพิจารณารุ่นนี้ได้เลย แต่ทว่ามันไม่เข้าไทยหน่ะสิ..อาจจะต้องยุ่งยากหน่อยละครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Max Verstappen เผย “ผมคือแฟนตัวยง MotoGP”

Max Verstappen เผย “ผมคือแฟนตัวยง MotoGP” Max Verstappen แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน Formula 1 ได้ออกมาเผยว่าตัวเขาเป็นแฟนคลับในการแข่งขัน MotoGP อีกทั้งยังได้เผยว่าใครเป็นนักแข่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัว การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบอย่าง MotoGP ยังคงดึงดูดสายตาจากนักแข่ง F1 อยู่ไม่น้อยเมื่อ แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น นักแข่งแชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 4 สมัย ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเผยในงานของ Red Bull ที่ศูนย์ Hanger 7 ในเมืองซาลซ์บูร์ก โดยผ่านรายการทางเว็บไซต์ของ Servus TV ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งสองแชมป์สะท้อนถึงฤดูกาล 2024 ของพวกเขา และแสดงมุมมองเกี่ยวกับแง่มุมที่แตกต่างของมอเตอร์สปอร์ต  ในระหว่างรายการ แม็กซ์ เปิดเผยว่าเขาเป็นแฟนตัวยงของการแข่งขัน MotoGP ซึ่งถึงขั้นที่ต้องนำ iPad ไปที่สนามแข่งเพื่อไม่ให้พลาดการรับชม แม้ว่าจะตัวจะมีแข่งก็ตาม “ผมเป็นแฟนในการแข่งขัน MotoGP และผมเองพยายามดูทุกการแข่งขัน ผมถึงขั้นพก iPad ไปที่สนามแข่งเพื่อไม่ให้พลาดเลย” มาร์กคือนักบิดที่ดีที่สุดในกริด  สำหรับเวอร์สแท็พเพ่น เขามองว่ามาร์เกซที่เป็นอดีตร่วมแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Redbull ว่าเป็น “นักบิดที่ดีที่สุดในกริด” โดยได้กล่าวว่า “มาร์ก มาร์เกซ เป็นแชมป์ MotoGP ถึง 6 สมัย แม้ว่าจะเขาอาจจะต้องปรับตัวกับทีมใหม่ (Ducati Lenovo) แต่ผมมั่นใจว่าเขาจะสามารถทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเดิม”  การพบกันของสองแชมป์ชื่อดังนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนร่วมกันของ Red Bull แม้ว่ามาร์เกซจะย้ายไปทีมโรงงาน Ducati ซึ่งมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับ Monster Energy ซึ่งทำให้ความร่วมมือของเขากับ Red Bull จะสิ้นสุดลงและไม่เพียงแค่นั้นเจ้าตัวยังออกมาเผยอีกว่าตัวเขามีความสนใจจะที่จะลองขี่รถ MotoGP แต่ก็ยอมรับว่าทางทีม F1 ของเขาอาจจะยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่กับแนวคิดนี้ เพราะทีมไม่ต้องการให้เจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บ  “ผมอยากลองมาก แต่ผมคิดว่ามันจะสมเหตุสมผลกว่าถ้าเริ่มจาก Moto2 หรือ Moto3 ก่อนที่จะลอง MotoGP ผมอยากทำจริงๆ แต่ผมเข้าใจความกังวลของทีมผม ตอนนี้ผมคงต้องพอใจกับการชมในฐานะผู้ชมไปก่อน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Yamaha MT-09 Y-AMT ทดสอบครั้งแรก! โดยนักแข่งระดับโลก

2025 Yamaha MT-09 Y-AMT ทดสอบครั้งแรก! โดยนักแข่งระดับโลก เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทาง ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป ได้สร้างเซอร์ไพร์สให้กับแฟน ๆ ทางฝั่งส้อมเสียง ด้วยการปล่อยคลิปวิดีโอทดสอบ 2025 Yamaha MT-09 Y-AMT โดยนักแข่งโมโตจีพีจาก Yamaha Monster Engery อย่าง Fabio Quartararo และ Alex Rins  เพื่อเป็นการพิสูจน์และสร้างความมั่นใจให้กับเหล่าไบค์เกอร์ กับโมเดลโฉมใหม่พร้อมระบบเกียร์แพดเดิ้ลชิฟต์อย่าง Y-AMT ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน กับฟีดแบคของทั้งสองนักแข่งซึ่งทดสอบแล้วจะเป็นอย่างไร มารับชมในคลิปนี้ได้เลย นับเป็นเซอร์ไพรส์กับในการร่วมทดสอบพร้อมการันตีความพิเศษโดยนักแข่งแชมป์โลก ซึ่งทั้งฟาบิโอและรินส์เองยังต้องบอกว่า มันสะดวกสบายมากขึ้นหลายเท่า ระบบออโต้ทรานส์จะเข้ามาปรับเปลี่ยนมิติการขับขี่ให้ง่ายดายขึ้นโดยไม่ทิ้งคาแรคเตอร์ออกไปแม้แต่น้อย..ใครที่บอกว่ารุ่น Y-AMT ยกล้อไม่ได้ ให้มาดูคลิปนี้ หรือถ้าหากรับชมแล้วอยากไม่มันส์จุใจหรืออยากดูข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมรีวิวทดสอบ คลิ๊กที่นี่ มีจำหน่ายทั้งหมด 3 สี Midnight Cyan Tech Black สำหรับเจ้า MT-09 Y-AMT พร้อมจำหน่ายแล้วในราคาแนะนำที่ 519,000 บาท กับสีที่จำหน่ายทั้งหมด 3 สีได้แก่ Tech Black, Midnight Cyan และ Icon Blue สามารถเข้าไปรับชมตัวจริงหรือทดลองขับขี่ได้ที่ ยามาฮ่า ไรเดอร์ส คลับ สาขาใกล้บ้านท่านได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM Riders Academy 2024 แคมป์สุดเดือด ของคนวัยมันส์

KTM Riders Academy 2024 แคมป์สุดเดือด ของคนวัยมันส์ เติมความมันส์ทะลุขีดจำกัด..!! สำหรับกิจกรรม KTM Riders Academy 2024 เทรนนิ่งแคมป์สุดเดือด ที่จะพาลูกค้าชาว KTM และ Husqvarna (ฮัสกี้) มาเปิดประสบการณ์การขับขี่ Hard Enduro ครั้งแรกที่ จ.เชียงใหม่ นำทัพโดยครูฝึกระดับโลกอย่าง ปีเตอร์ เนซูต้า : Romaniacs Legend โค้ชผู้ช่วยชาวไทยและทีมงาน KTM จากต่างประเทศ และเพื่อให้เหล่ายูสเซอร์ได้ร่วมสัมผัสกับการขับขี่ Hard Enduro พร้อมเติมเต็มสกิลการขับขี่ทางฝุ่นแบบเต็มพิกัด กับโปรแกรมที่ทาง KTM จัดเต็มไว้ให้แบบจุก ๆ  ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัพ ตามสเตชันต่าง ๆ อาทิ สเตชันการขับขี่ศราลม สเตชันขี่จั้มสิ่งกีดขวาง สเตชันขับขี่บนทางดิน และ Wheelie Station ไปพร้อมกับโมเดลสายลุยชูโรงอย่าง KTM 350 EXC-F Six days และ Husqvana FE350 ให้ผู้ขับขี่ได้เคาะสนิม ฝึกสกิลควบคุมคอนโทรล การจัดสรีระท่าทางขับขี่ที่เหมาะสม การใช้คันเร่ง การใช้เบรกและการบาลานซ์ตัวรถ ก่อนแบ่งกรุ๊ปขับขี่ในลำดับถัดไป โดยแบ่งเป็นกรุ๊ปขับขี่ประเภทมือโปรและมือใหม่ แยกรูทเส้นทางขับขี่พร้อมจุดทดสอบหรือ Way Point ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งแต่ละจุดล้วนมีอุปสรรคและความท้าทายไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเป็นหัวใจหลักของกิจกรรมครั้งนี้ก็คือ การก้าวข้ามความกลัวจากอุปสรรคต่าง ๆ หรือการปลดลิมิต ขีดจำกัดตัวเองพร้อมที่จะลุยและผจญภัยไปในทุกเส้นทางนั่นเอง ซึ่งการขับขี่รูปแบบเอ็นดูโร่นั้นไม่ยากอย่างที่คิด หากหมั่นฝึกฝนเป็นประจำ ซึ่งจุด ๆ นี้นอกจากจะช่วยให้ขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการฝึกแก้อาการตัวรถสำหรับนักบิดสายแทร็กเดย์อีกด้วย มาชมบรรยากาศความมันส์ภายในกิจกรรมครั้งนี้ DAY 1 ต่อความมันส์ใน DAY 2 อีกทั้งยังได้สัมผัสบรรยากาศความเป็นธรรมชาติของตัวเมืองเชียงใหม่ และวิถีชีวิตของผู้คนบนพื้นที่และตามจุดชมวิวของอุทยานต่าง ๆ ใน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่อีกด้วย พร้อมแจกประกาศณียบัตรสำหรับผู้ขับขี่ที่มาร่วมกิจกรรมภายในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องหมายการันตีที่ผ่านบททดสอบจากครูฝึกระดับโลก ปีเตอร์ เนซูต้า และถือว่าเป็นกิจกรรมสุดพิเศษของเหล่ายูสเซอร์ที่ได้เข้ามาร่วมเปิดประสบการณ์สุดท้าทาย พร้อมสร้างมิตรภาพใหม่ ๆ ที่มาทำกิจกรรมร่วมกัน  หากใครสนใจที่อยากเข้าร่วมกิจกรรมจากทาง KTM สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้บนช่องทางเพจ KTM Thailand ได้เลย สำหรับกิจกรรมต่อไปจากทาง KTM Thailand จะเป็นกิจกรรมอะไร อย่าลืมฝากติดตามข่าวสารจาก SuperBike Thailand รับรอง สนุกแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก