SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
โรงแรมในปั๊ม OR ทุ่ม 700 ล้านควง Centara ปั้นที่พักหลักร้อย

ารเดินทางข้ามจังหวัดของคนไทยกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อปั๊มน้ำมันที่เป็นเพียงจุดแวะพักเติมพลังงาน เติมเสบียง และเข้าห้องน้ำ กำลังจะถูกยกระดับให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนข้ามคืนอย่างเต็มรูปแบบ

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Red Bull ร่วมมือ Ducati ใน MotoGP ดีลยักษ์ตามรอย Marc Marquez

วงการ MotoGP ต้นปี 2026 ร้อนระอุยิ่งกว่ายางซอฟต์ เมื่อมีกระแสข่าวลือหนาหูจากฝั่งยุโรปว่า แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Red Bull กำลังซุ่มเจรจาดีลประวัติศาสตร์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
SuperBikeMag Trackday 2024 R.3 ยอดร่วมงานเกือบ 2,500 คน!!

SuperBikeMag Trackday 2024 R.3 ยอดร่วมงานเกือบ 2,500 คน!!  ส่งมอบความสนุกแก่สาวกสองล้อต่อเนื่องจนกระทั่งถึงสนาม 3 หรือสนามสุดท้ายประจำปี 2024 ในงาน SuperBikeMag.com Trackday & Trophy 2024 R.3 POWER BY PIRELLI THE SUPERBIKE TYRES งานแทร็กเดย์ของคนวัยมันส์ที่สนามพีระ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต พัทยา วันที่ 22 – 24 พ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมสร้างสถิติครั้งใหม่กับยอดผู้ชมร่วมงานเกือบ 2,500 คน SuperBikeMag Trackday R.3 2024 เพิ่มความสนุกแบบ X2 นับเป็นปรากฎการณ์ครั้งใหม่และการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเพื่อความสนุกแบบ X2 ที่ทางผู้จัดได้ใส่ใจจัดเตรียมไว้เพื่อความสนุกของชาวสองล้อโดยเฉพาะ สำหรับคะแนนโบนัสผู้ที่ทำเวลาดีที่สุดสามอันดับแรกในรอบควอลิฟาย และคะแนน X2 ของทุกรุ่นแข่งขันในสนามสุดท้ายนี้อีกด้วย นับได้ว่าหากใครไม่ได้ลงแทร็กเดย์ในสนามที่สองก็ยังมีสิทธิ์ลุ้นในการคว้าโพเดี้ยมประจำปีด้วยนั่นเอง ต่อยอดความสนุกแบบคูณ 2 ที่ไม่ใช่แค่มาดูแข่งรถอย่างเดียว ยังมีบูธกิจกรรมต่าง ๆ มากมายรองรับบริการตลอด 3 วัน รวมถึงโซนอื่น ๆ รองรับมากขึ้นอาทิ ฟู้ดทรัคส์ Showpow Cafe โซนจับฉลากหรือ Lucky Draw เพื่อลุ้นรับรางวัลต่าง ๆ และพิเศษสำหรับพื้นที่ VIP Parking สำหรับสปอนเซอร์ใจดีที่มาร่วมงานในครั้งนี้อีกด้วย กิจกรรมแทร็กเดย์และโทรฟี่ สำหรับรูปแบบของกิจกรรมยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์ในรูปแบบการแข่งขันสไตล์สองล้อ กับกิจกรรมที่แบ่งช่วงในรอบแทร็กเดย์ที่ให้นักบิดปลดลิมิตขีดความสามารถภายใต้การดูแลเรื่องความปลอดภัยจากทีมงานในทุก ๆ จุด โดยแบ่งเป็นรอบการซ้อมหรือ Warm up Lap เป็นกรุ๊ป A-D สำหรับสองวันแรก และเป็นรอบโทรฟี่สำหรับการแข่งขันโดยแบ่งอันดับกริดสตาร์ทจากผลจับเวลาในรอบควอลิฟาย หากใครทำเวลาต่อรอบดีที่สุดก็มีสิทธิ์ออกสตาร์ทลำดับหัวแถวนั่นเอง หากท่านใดอยากลงสนามแข่งขันให้ลองพิจารณากันดู เพราะงาน SuperBikeMag.com Trackday & Trophy จัดเต็มกับการเปิดรุ่นแข่งขันมากถึง 24 รุ่น โดยมีตั้งแต่รุ่นใหญ่ 1000 cc ไปจนถึงรุ่นเล็ก 150 cc ประกอบกับรุ่น SuperMoto สำหรับสายสตั้นแมนและรุ่นคลาสสิกอย่าง 2T Super Open 150 cc กับตัวแข่งเครื่องสองจังหวะระดับตำนาน มาแข่งให้สาวกคิดถึงการแข่งขันในยุคสมัยก่อนทีเดียว เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ก็มาร่วมงานนี้ด้วย ตัวเล็ก แม็กซิม เบนซ์ เรซซิ่ง เพิ่มสีสันภายในงานเป็นพิเศษ จากอินฟลูเอนเซอร์ในแวดวงการมอเตอร์ไซค์มาร่วมแข่งขันในสนามนี้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็น เบนซ์ เรซซิ่ง, บีม ศรัณยู และ Super Diva สาวสวยอย่าง ตัวเล็ก แม็กซิม มาร่วมล่าแชมป์รางวัลครั้งนี้ “ก้อง สมเกียรติ” โผล่เซอร์ไพร์สในงาน!! พร้อมโบนัสพิเศษ ที่มีนักแข่งระดับ MotoGP อย่าง “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” โผล่เซอร์ไพรส์แบบไม่ได้นัดหมายภายในงานในสไตล์แบบคนชิล ๆ ว่าง ๆ แวะมาดูเกมแข่งขันที่ทำเหล่าผู้ชมภายในงานแตกตื่นเป็นแถว รวมถึงนักแข่งรุ่นน้อง Moto3 อย่างก๊องส์ ธัชกร บัวศรี มาร่วมชมงานในครั้งนี้ นับเป็นเกียรติและเป็นโบนัสพิเศษสำหรับผู้ร่วมงานเสียจริง รับความสนุกแถมความฟินกันไปเต็ม ๆ น้อง ๆ นักเรียน..ก็มาดูงาน รวมถึงยังมีน้อง ๆ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีวิศวกรรมแหลมฉบัง En-Tech มาร่วมชมและร่วมสนุกกันภายในงาน ที่สำคัญได้มาเรียนรู้กิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ สร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดความฝันในอนาคตได้อย่างแน่นอน ขอขอบคุณสปอนเซอร์ใจดีทุกท่าน นอกเหนือจากกิจกรรมแทร็กเดย์และโทรฟี่ไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจหลักและขาดไปไม่ได้เลยก็คือ สปอนเซอร์ใจดีและลูกค้าทุกท่านที่มาร่วมงานนี้ ทั้ง Pirelli ที่ให้บริการเซอร์วิสและเปลี่ยนยางภายในงาน  Yamaha Rider’s club และ Honda Bigbike จองพื้นที่สำหรับพิทบริการลูกค้า พร้อมทั้งบริการเซอร์วิส ซ่อม เปลี่ยน ถ่าย ร้อยลวดฐานน้ำมันเครื่อง รวมถึงการเทรนด์นิ่งจากโค้ชชำนาญการระดับประเทศทั้ง อาจารย์เป็ด วรวุธิ พุฒิโธ จากยามาฮ่าบิ๊กไบค์ และโค้ชแมน กิตติ แจ่มสาคร จากฮอนด้าเรซซิ่ง มาร่วมให้คำแนะนำและทริค เทคนิคสำหรับการขับขี่ในสนามแข่งอย่างใกล้ชิด Yamaha Rider’s

YAMAHA Rider’s club พาลูกค้าลุ้นแชมป์แทร็กเดย์สนาม 3

YAMAHA Rider’s club พาลูกค้าลุ้นแชมป์แทร็กเดย์สนาม 3 อาบน้ำให้ชื่นใจแล้วมาขี่รถกับ YAMAHA Rider’s club ส่งต่อความมันส์ให้ลูกค้าสายซิ่งในศึก SuperBikemag.com Trackday & Trophy 2024 POWER BY PIRELLI THE SUPERBIKE TYRES R.3 2024 เมื่อวันที่ 22-24 พ.ย. 67 ที่ผ่านมา พร้อมพาเหล่าสาวกยามาฮ่า มาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบการแข่งขันในสนามแข่ง ภายใต้กฏและกติกาทั้งในรอบแทร็กเดย์และโทรฟี่ กับการแข่งขันเพื่อชิงแชมป์โพเดี้ยม และพิเศษยิ่งกว่าในสนามสุดท้ายมีการชิงแชมป์ประจำปี 2024 อีกด้วยที่ สนามพีระ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.ชลบุรี เพื่อเสริมทักษะและประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและตื่นเต้น ให้เหล่าสาวกเลือดสีน้ำเงินได้ลองสัมผัสกับการซ้อมและการแข่งขัน รวมไปถึงการปลดลิมิต ปลดล็อกตัวเองเพื่อลงสู่การแข่งขันในสนามจริงๆ นำทัพโดย อ.เป็ด วรวุฒิ พุทโธ ขี่กันให้จุก ๆ หากใครที่ได้มาขับขี่ครั้งแรกกลับไปมีสกิลการขับขี่ติดตัวแน่นอน การได้รับคำแนะนำจาก อาจารย์เป็ดวรวุฒิ พุทโธ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทางด้านการขับขี่ บิ๊กไบค์ มาค่อยแนะนำการขับขี่ให้กับเหล่าสาวกบิ๊กไบค์ทุกคนไม่ว่าจะเป็น R-Series, MT-Series หรือแม้กระทั่ง MaxSeries เพื่อให้ขับขี่ได้อย่างสนุกและปลอดภัย ยามาฮ่าจัดให้ พิทใหญ่ 4 พิทรองรับบริการ และยังมีพิทพร้อมทีมช่างชำนาญการที่พร้อมดูแลและเซอร์วิสรถให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่เพื่อให้รถพร้อมใช้งานในทุกการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น วอร์มยาง ถ่ายน้ำมัน ร้อยลวด ฐานน้ำมันเครื่อง เซ็ตติ้งระบบช่วงล่าง โช้ค เบรก ฯลฯ เรียกได้ว่าดูแลดีทุกจุด..เตรียมตัวลงขี่ในสนามอย่างเดียว ใครไม่มีชุด ยามาฮ่า..มีให้ยืม ใครที่ยังมาขับขี่ครั้งแรกแล้วไม่มีชุด ทาง YAMAHA ยังมีบริการยืมชุดเรซซิ่งสูท ถุงมือ และรองเท้าตลอดทั้งงานอีกด้วย พิเศษยิ่งกว่า..!! ไม่ใช่แค่เฉพาะลูกค้ายามาฮ่า บิ๊กไบค์เท่านั้น ผู้สมัครที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ยังสามารถเข้ามาใช้บริการได้อีกด้วย เพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียวเท่านั้น พิเศษสุด ๆ พิเศษยิ่งขึ้นด้วยรุ่นการแข่งขันพิเศษที่ทาง YAMAHA จัดให้เหล่าสาวกบิ๊กไบค์ในรุ่น YAMAHA Rider’s club R7, MT07, MT09, MT10 ขับขี่ได้อย่างจุกใจมากยิ่งขึ้น ภาพความมันส์ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1030127102248149&type=3 https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1029411948986331&type=3 เบนซ์ เรซซิ่ง มาร่วมจอยส์ความมันส์ ในสนาม 3 อีกหนึ่งลูกค้าที่พร่ำหวอดในการแข่งขัน SuperBikeMag มาอย่างยาวนาน และเป็นระดับถึง VIP ในวงการสองล้อได้มาร่วมจอยส์ความสนุกและสร้างสีสันภายในงานนี้อีกด้วย โดยทำการแข่งขันในรุ่น SuperBike 1000 cc รุ่นใหญ่สุดของการแข่งขัน และยังสามารถขึ้นโพเดี้ยมอันดับ 2 ไปได้ในครั้งนี้ เรียกได้ว่าทั้งหล่อ ทั้งเก่ง จริง ๆ ภาพบรรยากาศการแข่งขัน ครบทุกรสชาติที่ YAMAHA Big Bike จัดให้ลูกค้าเพื่อปลดปล่อยตัวเอง ได้ขับขี่ได้อย่างเต็มที่และปลอดภัยรวมถึงได้เรียนรู้ทักษะการขับขี่ การฝึกสกิลไปในตัว และความสนุก ความมันส์ มิตรภาพดี ๆ เหล่านี้ ที่หาจากที่ไหนไม่ได้  สุดท้ายต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้ชัยชนะในสนามที่ 3 และผู้ที่ได้แชมป์ประจำปี 2024 ในรุ่น YAMAHA Rider’s club R7, MT07, MT09, MT10 ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในงาน SuperBikeMag.comTrack day & Trophy 2025 Powered by Pirelli. The superbike Tyres ยังไงรอติดตามได้เลย แล้วเจอกันใหม่ในปี 2025  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fabio Quartararo กับการพัฒนารถแข่ง MotoGP ในการทดสอบที่บาร์เซโลนา

Fabio Quartararo กับการพัฒนารถแข่ง MotoGP ในการทดสอบที่บาร์เซโลนา Fabio Quartararo นักแข่งทีมยามาฮ่า ได้สรุปผลการทดสอบ MotoGP ที่สนามบาร์เซโลนา โดยกล่าวถึงการพัฒนาของทีมในด้านต่างๆ แม้ว่าจะยังไม่สามารถไล่ตามนักแข่งแนวหน้าได้ แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีสำหรับฤดูกาล 2024 ตัวแข่งคันใหม่ประสิทธิภาพดีขึ้น กวาร์ตาราโรเผยว่า รถใหม่จากค่ายมาพร้อมกับแชสซีรุ่นใหม่ที่นำมาทดสอบ ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพได้ดี โดยเฉพาะในจังหวะเข้าโค้งจากทางตรงไปยังการเอียงเต็มที่ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่เด่นชัดที่สุด แต่ยังต้องหาวิธีพัฒนาช่วงออกจากโค้งเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้น “เราได้พบแนวทางที่ช่วยพัฒนาในจังหวะเข้าโค้งแล้ว ตอนนี้เราต้องมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาจังหวะออกจากโค้งต่อไป”  โดยในการทดสอบครั้งนี้ ยามาฮ่ายังได้ทดลองใช้เครื่องยนต์ใหม่ รวมถึงแฟริ่งด้านบน และสวิงอาร์มใหม่ แม้ว่าเป้าหมายจะไม่ได้เน้นที่การเพิ่มสมรรถนะในทันที แต่เพื่อดูว่าชิ้นส่วนเหล่านี้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้หรือไม่ “เป้าหมายหลักของเราคือการประเมินว่าชิ้นส่วนใหม่ ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเดิมหรือไม่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในมาเลเซีย” นักบิดชาวฝั่งเศสกล่าวเสริม นักแข่งที่ขี่ให้กับ Yamaha ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลนี้เป็นครั้งแรกที่ยามาฮ่ามีนักแข่ง MotoGP สี่คนในสนาม โดยมีแจ็ค มิลเลอร์และมิเกล โอลิเวร่า เปิดตัวในทีม Prima Pramac Racing และ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ ที่จับคู่กับ อเล็กซ์ รินส์ มากับทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ซึ่งกวาร์ตาราโรมองว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก “การมีนักแข่งจากผู้ผลิตที่ต่างกัน รวมถึงวิศวกรจากทีมอื่นๆ ช่วยให้เราได้รับข้อมูลที่หลากหลาย และผมคิดว่าเราก้าวหน้าไปหลายขั้นตอนในการทดสอบวันนี้” เขากล่าว แม้จะยังต้องใช้เวลาเพื่อปรับปรุงในหลายจุด แต่กวาร์ตาราโรย้ำว่าการทดสอบครั้งนี้ให้ข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ทีมสามารถวางแผนพัฒนารถแข่งสำหรับฤดูกาลใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของยามาฮ่าในการกลับมาแข่งขันกับทีมชั้นนำของ MotoGP และแฟนๆ ของกวาร์ตาราโรคงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อเพื่อเห็นความก้าวหน้าในสนามต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Suzuki DR-Z4S และ SM แฝดนรกค่ายคนบ้า

2025 Suzuki DR-Z4S และ SM แฝดนรกค่ายคนบ้า 2025 Suzuki DR-Z4S และ DR-Z4SM ที่เปิดตัวใหม่จากงาน EICMA2024 ประเทศอิตาลีเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งสองโมเดลนี้เป็นล่าสุดจากค่ายซู โดยทั้งสองโมเดลที่เปิดใหม่นี้เป็นการมาแทน DR-Z400S และ DR-Z400SM สองรุ่นยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยความเรียบง่ายและราคาจับต้องได้ หลังจากผ่านไปกว่า 23 ปีตั้งแต่เปิดตัว DR-Z400S ครั้งแรก Suzuki ได้ปรับปรุงแพลตฟอร์ม DR-Z ครั้งใหญ่ แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์เดิมที่ทำให้รุ่นนี้ใช้งานง่ายและเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าสาวก รหัส S มาในสไตล์รถวิบาก รหัส SM มาในสไตล์รถซูเปอร์โมโต 2025 Suzuki DR-Z4S สเปค และรายละเอียด ในส่วนของสเปควิบากสองแฝดจากค่ายคนบ้าที่เปิดตัวใหม่นี้ จะมีทั้งหมดสองรุ่นย่อยได้แก่ Z4S ที่มาในดีไซน์ของทรงสไตล์วิบาก และ Z4SM ที่มาในรูปแบบของซูเปอร์โมโต ซึ่งรายละเอียดความแตกต่างของสเปคทั้งสองคันจะแตกต่างแค่เพียงบางจุดเท่านั้น Suzuki DR-Z4S Suzuki DR-Z4SM เครื่องยนต์ เครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ เครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 398 ซีซี 398 ซีซี ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว DOHC 4 วาล์ว แรงม้า (เคลม) 38 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที 38 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 37 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที 37 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 90 x 62.6 มม. 90 x 62.6 มม. อัตราส่วนการอัด 11.1 : 1 11.1 : 1 ระบบเกียร์ เกียร์แบบแมนนวล 5 สปีด เกียร์แบบแมนนวล 5 สปีด ระบบจุดระเบิด ระบบจุดระเบิด Electronic ระบบจุดระเบิด Electronic ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด หัวฉีด ระบบสตาร์ท Electric Electric ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ โซ่ ขนาดล้อ และยางหน้า 80/100-21 M/C 120/70-R17 M/C ขนาดล้อ และยางหลัง 120/80-18 M/C 140/70-R17 M/C ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบหัวกลับจาก KYB ขนาดแกน 46 มม. ระยะยุบตัวอยู่ที่ 280 มม. ปรับรีบาวด์ได้ โช้คอัพแบบหัวกลับจาก KYB ขนาดแกน 46 มม. ระยะยุบตัวอยู่ที่ 260 มม. ปรับรีบาวด์ได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยวจาก KYB ระยะยุบตัวอยู่ที่ 296 มม. โช้คอัพเดี่ยวจาก KYB ระยะยุบตัวอยู่ที่ 277 มม. ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์แบบสองสูบ ขนาด 270 มม. ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์แบบสองสูบ ขนาด 310 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์แบบลูกสูบเดี่ยว ขนาด 240 มม. ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์แบบลูกสูบเดี่ยว ขนาด 240 มม. กว้าง x ยาว x สูง 885 x 2,270 x 1,235

ก้อง สมเกียรติ ลั่น พร้อมลุย MotoGP ฤดูกาลหน้า

ก้อง สมเกียรติ ลั่น พร้อมลุย MotoGP ฤดูกาลหน้า ก้อง สมเกียรติ นักบิดสัญชาติไทยคนแรกที่จะได้ก้าวขึ้นไปสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP กับทีม LCR Honda ในฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง นักบิดสัญชาติไทยคนแรกใน MotoGP หลังจากที่แข่งขันในระดับ Moto2 มาเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี โดยผลงานที่ดีที่สุดของก้องในการแข่งขัน Moto2 คือการปิดฤดูกาลด้วยอันดับที่ 6 ในฤดูกาล 2023 ซึ่งในฤดูกาลหน้าจะเข้าร่วมแข่ง MotoGP ในนามทีม ‘LCR Honda’ ซึ่งจะเข้ามาแทนที่ของ ทาคาอากิ นาคากามิ ที่จะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นนักทดสอบในทีม HRC และจะจับคู่กับทีมเมทสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง ‘โยฮันน์ ซาร์โก’ “ใช่ครับ ผมรู้สึกดีใจมาก แน่นอนเลย นักแข่งไทยคนแรกใน MotoGP และยังได้ [แข่งในบ้านเกิด] เป็นสนามแรกใน MotoGP ฤดูกาลหน้า ผมดีใจมากจริง ๆ ครอบครัวผมก็ดีใจมาก เด็ก ๆ นักแข่งในประเทศไทย รวมถึง Honda Thailand ก็ดีใจที่ผมได้ก้าวขึ้นสู่ MotoGP” ฤดูกาลแรกกับภารกิจสุดท้าทาย ก้องจะเป็นหนึ่งในนักบิดสามคนหน้าใหม่ที่ขึ้นมาจาก Moto2 ในฤดูกาลหน้าร่วมกับ เฟอร์มิน อัลเดเกร์ (ขึ้นมาขี่กับทีม Grensini Racing) และ ไอ โอกุระ แชมป์คนล่าสุดในรายการ Moto2 (ขึ้นมาขี่กับทีม Trackhouse Aprilia) ซึ่งถ้าเทียบกันกับทั้งสามคน ดูเหมือนว่าก้องน่าจะต้องเจอโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายในฤดูกาลแรกไม่น้อย ม่ เนื่องจากเขาจะขี่ Honda RC213V ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่มีสมรรถนะน้อยกว่าตัวแข่งของทีมอื่น ๆ ในกริดการแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมา แม้สถานการณ์จะไม่ง่าย แต่นักแข่งชาวชลบุรียังคงหวังว่าเขาจะสามารถเก็บคะแนนได้ในฤดูกาลแรกของ MotoGP หรืออาจจะสามารถจบในอันดับท็อป 10 ได้ “ใช่ครับ แน่นอนว่ามันยาก เพราะเราเห็นได้ชัดว่า Honda เจอปัญหาค่อนข้างเยอะในช่วงสองปีที่ผ่านมา แต่ถ้าผมได้ลงแข่ง บางทีผมอาจช่วยอะไรบางอย่างให้ทีมได้ และบางที เราอาจจะพัฒนาขึ้นมาได้บ้าง”  “ปีหน้าจะเป็นการแข่งขันในปีแรกของผม [รายการ MotoGP] และเป้าหมายแรกของผมคือการเก็บแต้ม ถ้าทำได้ ผมอยากได้อันดับประมาณท็อป 10 หรืออาจจะดีกว่านั้น หรืออย่างน้อยก็ได้แต้มบ้าง ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดและทำเต็มที่ มันไม่ง่ายเลยเพราะใน MotoGP มีนักแข่งที่เร็วมาก ๆ หลายคน และการแข่งขันค่อนข้างดุเดือด” Honda RC213V คู่หูคันใหม่   นักบิดสัญชาติไทยรายนี้จะได้ขี่รถ RCV เป็นครั้งแรกในการทดสอบหลังจบฤดูกาลที่บาร์เซโลน่า ซึ่งจะเป็นการปรับตัวของก้องจากรถ Moto2 ไปสู่รถ MotoGP เมื่อพูดถึงการเตรียมตัวจาก Moto2 สู่ MotoGP สมเกียรติระบุว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่เขาต้องเรียนรู้ นอกจากนี้ เขายังมุ่งเน้นที่จะปรับตัวเพื่อให้สามารถไปกับรถระดับ MotoGP ได้ดีขึ้น “Moto2 ไป MotoGP มีความแตกต่างกันมาก เป็นคนละคลาส ความเร็วใน MotoGP มากกว่ามาก ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ซับซ้อนกว่าเยอะ ตอนที่ผมทดสอบ ผมต้องฝึกให้มาก และพยายามวิ่งให้เร็วที่สุด เพราะการแข่งขันสนามแรกก็จะเริ่มที่บุรีรัมย์ในประเทศไทย ผมจะพยายามวิ่งให้เร็ว และทำให้ดีที่สุด”  “และสภาพจิตใจของผมตอนนี้ก็ดีมาก ผมพยายามทำทุกอย่างให้ชัดเจน การเริ่มต้นสิ่งใหม่ในฤดูกาลหน้าถือเป็นเรื่องใหญ่ ๆ แต่ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด” การแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาล 2025 ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพเปิดการแข่งขันสนามแรก ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568-2 มีนาคม 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pedro Acosta เผยพลาดแต้มสำคัญ เพราะล้มบ่อยไป

Pedro Acosta เผยพลาดแต้มสำคัญ เพราะล้มบ่อยไป Pedro Acosta นักบิดไฟแรงจากทีม Red Bull GASGAS Tech3 กับการแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาลนี้ (ฤดูกาล 2024) ที่แม้จะเป็นฤดูกาลแรกของเขา แต่ก็สามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พาต้นสังกัดอยู่ในอันดับ 5 ของตารางคะแนน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันสนามสุดท้ายในบาร์เซโลนา อีกทั้งในฤดูกาลหน้าก็ได้ขยับไปเป็นตัวขี่ให้กับทีมโรงงานอย่าง KTM Factory Racing คู่กับทีมเมทอย่าง Brad Binder เป็นที่เรียบร้อย  แม้พลาดบ่อยแต่ยังติด Top 5 อีกหนึ่งความน่าอัศจรรย์ของอคอสต้า ถึงแม้ว่าในการแข่งขันฤดูกาลนี้เขาจะพลาดล้มบ่อย จะด้วยตัวเอง หรืออุบัติเหตุ หรือจบการแข่งขันต่ำกว่าอันดับ 5 แต่เขาก็ยังสามารถพาตัวเอง และต้นสังกัดทะยานมาอยู่ใน Top 5 ของตารางคะแนนตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้าแข่งขัน แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวก็มีอาการไม่พอใจเล็ก ๆ ที่ตัวเขานั้น ‘ล้มบ่อยเกินไป’ ทำให้เสียคะแนนสำคัญไปในหลาย ๆ สนาม แต่ในอีกมุมที่ถึงแม้จะล้มบ่อยแต่ก็ยังคงพอใจฟอร์มของตัวเองที่สามารถรักษาอันดับในตารางคะแนนได้  “มันเหลือเชื่อมากที่ผมยังอยู่ในอันดับที่ 5 หลังจากความผิดพลาดทั้งหมดในฤดูกาลนี้” พร้อมระบุว่าการจบฤดูกาลด้วยความรู้สึกดี และผลการแข่งขันที่น่าพอใจนั้นสำคัญกว่า อคอสต้าได้แสดงฝีมือโดดเด่นสุดเร้าใจในหลายสนามของฤดูกาลนี้ แต่เขาเองก็ยอมรับว่าได้พลาดโอกาสที่คว้าคะแนนสำคัญในบางครั้ง เขาได้ลองปรับแต่งบางอย่างกับรถ และยังคงทำผลงานได้ดีจนติดท็อปไฟว์ในหลายสนาม อคอสต้ายังกล่าวเสริมเกี่ยวกับความรู้สึกในการแข่งขันว่า “ผมมีความสุขที่ได้แข่งในรอบสุดท้ายเพื่อต่อสู้ในอันดับท็อป 5 ในของการแข่งขัน เรามีความสุขกับผลงานในตอนนี้ แต่ก็ยังต้องพัฒนาอีก ผมตื่นเต้นที่จะจบฤดูกาลนี้ด้วยอันดับที่ดีที่สุด” ตารางอันดับที่ Pedro Acosta สามารถทำได้ใน MotoGP ลำดับ สนามที่ทำการแข่งขัน อันดับที่ทำได้ 1 Lusail International Circuit  ประเทศกาตาร์ อันดับ 9 2 Autódromo Internacional do Algarve ประเทศโปรตุเกส อันดับ 3 3 Circuit Of The Americas ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับ 2 4 Circuito de Jerez – Ángel Nieto ประเทศสเปน อันดับ 10 5 Le Mans ประเทศฝรั่งเศส Not Classified 6 Circuit de Barcelona-Catalunya ประเทศสเปน อันดับ 13 7 Autodromo Internazionale del Mugello ประเทศอิตาลี อันดับ 5 8 TT Circuit Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ Not Classified 9 Sachsenring ประเทศเยอรมนี อันดับ 7 10 Silverstone Circuit ประเทศอังกฤษ อันดับ 9 11 Red Bull Ring – Spielberg ประเทศออสเตรีย อันดับ 13 12 MotorLand Aragón ประเทศสเปน อันดับ 3 13 Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี อันดับ 17 14 Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี Not Classified 15 Pertamina Mandalika Circuit ประเทศอินโดนีเซีย อันดับ 2 16 Mobility Resort Motegi ประเทศญี่ปุ่น Not Classified 17 Phillip Island ประเทศออสเตรเลีย Not

Casey Stoner เผยว่าการแข่ง MotoGP ปัจจุบัน ‘ง่ายเกินไป’

Casey Stoner เผยว่าการแข่ง MotoGP ปัจจุบัน ‘ง่ายเกินไป’ Casey Stoner อดีตนักแข่ง MotoGP สัญชาติออสเตรเลียได้ออกมาวิจารณ์เกี่ยวกับการแข่งขัน MotoGP ว่า ‘ง่ายเกินไป’ เพราะในปัจจุบันมีการแข่งขันรอบ Sprint Race เป็นตัวช่วยในการเก็บคะแนน Casey Stoner คือใคร อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบสัญชาติออสเตรเลียที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน MotoGP สามารถ เริ่มเส้นทางการแข่งขันในปี 2006 กับทีม Honda (LCR Honda) โดยในส่วนของความสำเร็จเจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์โลกได้สองสมัยในปี 2007 กับทีม Ducati และปี 2011 กับทีม Honda (Repsol Honda) ก่อนที่ในปี 2012 เจ้าตัวตัดสินประกาศแขวนหมวกหลังจบฤดูกาล โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่าต้องการให้เวลากับครอบครัวมากขึ้นและรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าทางจิตใจจากการแข่งขัน  Sprint Race คืออะไร  เดิมทีการแข่งขัน MotoGP จะมีแค่การแข่งขันในรอบของ Qualify หรือการจัดลำดับการออกสตาร์ท และการแข่งขันแบบ Main Race หรือการแข่งขันหลัก ถัดมาในฤดูกาล 2023 MotoGP ได้นำการแข่ง Sprint Race เพิ่มเข้ามาในการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันนี้เป็นการแข่งเพียงครึ่งเดียวของการแข่งขันปกติ เช่น ถ้าสมมติว่าสนามนั้น การแข่งขันในเรซปกติแข่งทั้งหมด 20 แล็ป สปรินท์เรซก็จะเหลือแค่ 10 แล็ปเท่านั้น ในส่วนของคะแนนก็จะลดลงเช่นกัน โดยอันดับที่ 1 ก็จะได้ 12 คะแนน อันดับ 2 ได้ 9 คะแนน อันดับ 3 ได้ 7 คะแนน อันดับ 4 ได้ 6 คะแนน อันดับ 5 ได้ 5 คะแนน อันดับ 6 ได้ 4 คะแนน อันดับ 7 ได้ 3 คะแนน อันดับ 8 ได้ 2 คะแนน และอันดับ 9 ได้ 1 คะแนน Sprint Race ทำให้การแข่งขันให้ง่ายเกินไป  แชมป์โลก MotoGP สองสมัยได้ให้สัมภาษณ์กับ GPOne โดยเขาแสดงความเห็นว่า MotoGP ในปัจจุบันง่ายเกินไป เมื่อเทียบกับวิสัยทัศน์ของมอเตอร์สปอร์ตที่ควรเป็นการแข่งของนักแข่งที่เก่งที่สุดบนสนามที่ท้าทายที่สุด เขากล่าวว่าวิศวกรมีอิทธิพลมากเกินไปต่อผลการแข่งขัน ทำให้การควบคุมของนักแข่งลดน้อยลง Stoner ยังวิจารณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันสปรินท์เรซ (Sprint Race) ซึ่งการแข่งขันนี้ลดเวลาในการฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขันระยะยาว (Main Race) เขาเห็นว่าการแข่งขันชิงแชมป์โลกไม่ควรจะเป็นเน้นเพียงการแข่งระยะสั้น แต่ควรเน้นการแข่งขันที่ต้องใช้ความอดทนของร่างกาย และยานพาหนะสำหรับแข่งขัน ซึ่งเหมือนกับการวิ่งมาราธอนที่ควรใช้ระยะทางเต็ม 43 กิโลเมตร มากกว่าจะวิ่งแค่ 10 รอบ “พวกเขาไม่มีทักษะการควบคุมรถมากพอ ทีมวิศวกรของทีมมีอิทธิพลมากเกินไปในการกำหนดผลการแข่งขัน การแข่งขันชิงแชมป์โลกไม่ควรเป็นแค่การแข่งแบบย่อส่วน มันควรจะเป็นการแข่งขันที่เน้นความอึดและความทนทานมากกว่า” นอกจากนี้ Stoner มองว่าการให้คะแนนจากสปรินท์เรซไม่ควรเกิดขึ้น โดยคะแนนควรมาจากการแข่งขันหลักในวันอาทิตย์เท่านั้น เขาเน้นว่าการตั้งค่ารถให้พร้อมสำหรับการแข่งขันตลอดระยะเวลานั้นเป็นเรื่องยาก และการมุ่งเน้นไปที่การทำเวลาต่อรอบเดียวเพื่อผ่านเข้าสู่ Q2 ทำให้นักแข่งละเลยการเตรียมรถให้พร้อมสำหรับการแข่งขันหลัก สุดท้าย Stoner กล่าวว่า ด้วยการพัฒนาด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และแอโรไดนามิกส์ รถแข่ง MotoGP ในปัจจุบันเป็นหนึ่งในรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่ง่ายที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถในช่วงที่เขาทำการแข่งขัน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM Factory Racing หวังดึง ‘อลอนโซ่’ ขี่รถทีมโรงงาน

KTM Factory Racing หวังดึง ‘อลอนโซ่’ ขี่รถทีมโรงงาน KTM Factory Racing ทีมในการแข่งขันรายการ MotoGP ได้เริ่มทำการหาว่าที่ ‘เปโดร อาคอสต้า’ คนถัดไป ด้วยการสร้างผลงานของนักแข่งรายนี้ก็เรียกว่าไม่ธรรมดา สามารถพาทีมต้นสังกัดอย่าง Red Bull GASGAS Tech3 รั้งอันดับที่ 5 ของตาราง สะสมได้ 209 คะแนน อีกทั้งอายุก็ยังน้อย สามารถพัฒนาได้อีกไกล จึงอาจมีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตถ้าไม่มาทีมโรงงานของ KTM ก็อาจถูกทีมโรงงานอื่นที่ไหนบางแห่งดึงไปร่วมทัพ  เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเรื่องนี้ขึ้นจึงขอ ‘กันไว้ดีกว่าแก้’ Pit Beirer หัวหน้าฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM ได้ออกมายอมรับว่าตอนนี้เขากำลังจับตามองเด็กหนุ่มดาวรุ่งอย่าง ‘David Alonso’ แชมป์การแข่งขันรายการ Moto3 คนปัจจุบันไว้อยู่ เพราะส่วนตัวเขาเชื่อว่านักแข่งคนนี้มีความพิเศษ และคาดว่าจะนำความสำเร็จมาให้ทีมโรงงานได้ในอนาคต อลอนโซ่กับผลงานที่ยอดเยี่ยม ผลงานการแข่งขันของนักบิดชาวโคลัมเบียวัย 18 ปีคนนี้เกิดมาเพื่อชัยชนะอย่างแท้จริง อลอนโซ่เริ่มต้นอาชีพด้วยการคว้าแชมป์รายการ European Talent Cup ในปี 2020 และต่อมาในปี 2021 ได้รับตำแหน่งแชมป์รายการ Red Bull MotoGP Rookies Cup ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง พาทีมต้นสังกัดอย่าง CFMOTO Aspar Team คว้าแชมป์รายการ Moto3 ในฤดูกาล 2024 ได้ตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาลดี (ได้แชมป์ตั้งแต่สนามที่ 16 ของการแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น) ฝ่าธงหมากรุกเข้าในอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Full Race ทั้งหมด 13 ครั้งจากการแข่งขันทั้งหมด 19 สนาม (และมีความเป็นไปได้ที่จะเก็บชัยได้ 14 สนาม จากการแข่งขัน 20 สนาม) ปัจจุบันเก็บคะแนนสะสมห่างจากอันดับสองอย่าง Daniel Holgado จากทีม Red Bull GASGAS Tech3 ถึง 160 คะแนน Pit Beirer เคยพูดถึงอลอนโซ่ไว้ว่า : “ตอนนี้เดวิดกำลังขยับขึ้นไปแข่งในรุ่น Moto2 แน่นอนว่าเราก็อยากเห็นเขาในรุ่น MotoGP ในอนาคตด้วย เรา (ทีม KTM) จำเป็นต้องมีนักแข่งรุ่นใหม่เจนใหม่ในอนาคต และแน่นอนว่ามันคงเป็นความฝันของเราที่จะมีนักแข่งในทีมซึ่งเริ่มต้นจาก Rookies Cup ของเรา และเติบโตขึ้นผ่านการแข่งขันรายการ Moto3 เรายอมรับว่าเดวิดอาจเป็นนักแข่งที่พิเศษ และเราจะดูแลเขาให้ดีเหมือนที่เราดูแลเปโดร เพื่อไม่ให้เขาหายไปจากเรา” เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับ KTM นักบิดชาวโคลัมเบียรายนี้เคยมีความเกี่ยวข้องกับ KTM โดยเมื่อปี 2021 อลอนโซ่เคยได้เข้าร่วมการแข่งรายการ Red Bull MotoGP Rookies Cup ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง Red Bull และ Dorna Sports โดยนักแข่งที่เข้าร่วมจะใช้รถแข่ง KTM RC 250 R ที่มีสเปคทุกอย่างเท่ากัน เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรมและเน้นที่ทักษะของนักแข่ง ด้วยการสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันรายการ Moto3 ทำให้อลอนโซ่ได้ขยับซีซี ขึ้นไปแข่งในรายการ Moto2 กับทีม CFMOTO Aspar Racing แต่ทีมต้นสังกัดใหม่ก็ยังคงใช้รถจักรยานยนต์ที่พัฒนามาจากรถของ KTM ดังนั้น แม้ว่าเขาจะแข่งให้กับ CFMOTO แต่ก็ยังคงมีการใช้เทคโนโลยีพื้นฐานจาก KTM ในการแข่งขัน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งถ้านำมาโยงกันเป็นแผนผังก็อาจจะมีความเป็นไปได้สูงที่ได้เห็นดาวโรจน์รายนี้มาสวมยูนิฟอร์มของทีมโรงงานแล้วพาค่ายส้มกลับไปสู่จุดสูงสุดแบบที่ควรจะเป็นอีกครั้ง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin เผยความรู้สึกหลังย้ายซบ Aprilia ปี 2025

Jorge Martin เผยความรู้สึกหลังย้ายซบ Aprilia ปี 2025 Jorge Martin จ่าฝูงในการแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2024 ได้เปิดเผยความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจสำคัญในการย้ายจากทีม Ducati ไปยัง Aprilia ในปี 2025 โดยในการย้ายทีมหนนี้เขาจะต้องทิ้งมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดในปัจจุบันอย่าง Ducati GP24 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในกริด MotoGP ณ เวลานี้ มาร์ตินได้รับคำถามถึงความรู้สึกของเขาที่จะต้องจากดูคาติเพื่อไปอยู่กับต้นสังกัดใหม่ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีหรือไม่ในระยะยาว เขาได้ให้คำตอบว่า “มันอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ดี หรืออาจจะไม่ดีก็ได้ เราก็ไม่รู้” โดยมาร์ตินยืนยันว่าเขาจะมุ่งมั่นในการแข่งขันสนามสุดท้ายในปีนี้ และไม่กังวลเกี่ยวกับอนาคตจนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจจริง ๆ แม้ว่าจะมีการตั้งคำถามถึงการตัดสินใจย้ายทีมของมาร์ติน โดยเฉพาะหลังจากที่ดูคาติมีการเตรียมมอบรถแข่งของทีมโรงงานให้กับเขาในปี 2025 แต่สุดท้ายกลับเลือกมาร์ค มาร์เกซแทน มาร์ตินยืนยันว่าเขาไม่เคยทบทวนการตัดสินใจนี้เลย “ไม่มีทางเลย” เขากล่าว “ผมได้เดินตามความฝันของตัวเองและหวังว่าจะทำให้มันเป็นจริงได้” ในมุมมองของมาร์ติน การย้ายทีมครั้งนี้ไม่ได้เป็นผลมาจากความโกรธที่ถูกทีมโรงงานปฏิเสธ แต่เป็นการตัดสินใจที่เขาคิดว่าน่าจะทำให้เขาไปถึงฝันของตัวเองได้ การย้ายไป Aprilia จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ในการแข่งขัน MotoGP และจะเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ในการแข่งขันกับทีมโรงงานที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงใน MotoGP จะชัดเจนขึ้นในปี 2025 เมื่อดูคาติจะมีนักแข่งหลักอย่าง เปกโก้ บัญญาญ่า และ มาร์ค มาร์เกซ ร่วมทีมในแผนงานใหม่ และลดจำนวนรถแข่งจาก 4 คันเหลือ 3 คัน จะทำให้การแข่งในปีนั้นมีความตื่นเต้น และมีความท้าทายยิ่งขึ้น สำหรับมาร์ติน การตัดสินใจย้ายไปทีม Aprilia ในปี 2025 เป็นการตัดสินใจที่มุ่งหวังการเติบโตในอาชีพของเขา แม้ว่าจะต้องแลกกับการทิ้งมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดในปัจจุบันไปก็ตาม และการแข่งขันสนามสุดท้ายจะตัดสินกันที่สนาม Circuit de Barcelona-Catalunya ในวันที่ 15-17 พฤศจิกายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Concept F 450 GS สายลุยรุ่นใหม่จาก BMW

Concept F 450 GS สายลุยรุ่นใหม่จาก BMW BMW Concept F 450 GS แอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลาง ที่เข้าถึงง่ายสำหรับสายลุย ซึ่งใกล้จะเริ่มเปิดสายพานการผลิตเวอร์ชันจริง ซึ่ง BMW Motorrad เปิดให้เห็นภาพของ BMW GS สำหรับใบขับขี่ระดับ A2 โดยโมเดลที่จะเป็นใหม่นี้จะเป็นการเติมเต็มช่องว่างระหว่างรุ่น G 310 GS และ F 800/900 GS ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ “ในโมเดลนี้เรามี DNA ที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูล GS และเราประสบความสำเร็จในการออกแบบคอนเซปต์นี้ให้มีความดึงดูดใจในเชิงสปอร์ตและความคล่องตัวของไอคอนออฟโรดขนาดใหญ่ของเรา ในรูปแบบที่กะทัดรัดเป็นพิเศษ” Alexander Buckan หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ BMW Motorrad กล่าว เครื่องยนต์พัฒนาใหม่ ในส่วนของรายละเอียดเครื่องยนต์ทางค่ายยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลออกมามากนัก จะเปิดเผยแค่เพียงบางส่วนเท่านั้นซึ่งโมเดลนี้ยังคงให้คุณภาพระดับพรีเมียมด้วยเครื่องยนต์แบบสองสูบเรียงขนาด 450 ซีซีให้พละกำลังที่ 48 แรงม้าที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด ออกแบบการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ใหม่ โครงสร้างน้ำหนักเบาและขนาดที่กะทัดรัดทำให้เครื่องยนต์นี้ไม่เพียงแค่คล่องตัว แต่ยังมีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยใหม่ ๆ  สมรรถนะเหมาะทั้งถนนและออฟโรด มาพร้อมเทคโนโลยีระดับพรีเมียม และพัฒนาเพื่อความสามารถในการขับขี่ออฟโรดที่ยอดเยี่ยม รวมถึงความคล่องตัวและการควบคุมบนถนน ติดตั้งโช้คกลับหัวและโช้คอัพที่ปรับตามน้ำหนัก ซึ่งได้รับเทคโนโลยีจากการแข่งแรลลี่และเอนดูโร่ โครงสร้างน้ำหนักเบาและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ล้ำสมัยทำให้รถมีน้ำหนักที่ 175 กิโลกรัม เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกพร้อม เนื่องจากเป็นรถที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่อย่าง BMW R1300 GS จึงติดตั้งระบบมาตรฐานความปลอดภัยและฟังก์ชันระดับเดียวกัน ประกอบด้วย BMW Motorrad ABS Pro (ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกที่ปรับตามมุมเอียง), ระบบเบรกสมรรถนะสูง และโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมาพร้อม BMW Connectivity และหน้าจอ TFT ขนาด 6.5 นิ้ว จึงทำให้การเชื่อมต่อระหว่างมอเตอร์ไซค์กับสมาร์ทโฟน รวมถึงอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ง่ายดายมากยิ่งขึ้น โดยในโมเดลใหม่นี้ทาง BMW Motorrad วางแผนที่จะเปิดตัวในช่วงปี 2025 สาวก R1300GS ท่านไหนที่อยากขี่ตัวใหญ่แต่ดูท่าทางแล้วขาไม่ค่อยถึง ให้ 450GS ตัวนี้เป็นคำตอบ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda V3 เครื่องใหม่ ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ไฟฟ้า

Honda V3 เครื่องใหม่ ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ไฟฟ้า Honda V3 เครื่องยนต์ใหม่จากค่ายปีกนก โดยเครื่องยนต์ใหม่นี้จะถูกพัฒนาสำหรับรถจักรยานยนต์ครั้งแรกของโลก ในงาน EICMA 2024 ประเทศอิตาลี เครื่องยนต์ V3 ตัวลูกสูบจัดเรียงในมุม 75 องศาแบบตัววี โดยมีลูกสูบ 2 สูบด้านหนึ่งเอียงไปด้านหน้า และอีก 1 สูบเอียงไปด้านหลัง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ถูกพัฒนาขึ้นใหม่สำหรับรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ออกแบบให้เพรียวบางและกะทัดรัดเป็นพิเศษ พร้อมกับระบบซูเปอร์ชาร์จเจอร์ไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่ใช้กับรถจักรยานยนต์จริง ๆ ซึ่งสามารถควบคุมการอัดอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับรอบเครื่องยนต์ ทำให้แรงบิดตอบสนองได้รวดเร็วแม้ในรอบต่ำ อีกทั้งระบบเทอร์โบไฟฟ้ายังเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดวางชิ้นส่วนในพื้นที่จำกัดของรถจักรยานยนต์ และช่วยให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่องยนต์มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังไม่จำเป็นต้องใช้ระบบอินเตอร์คูลเลอร์อีกเเล้ว ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีพื้นที่จำกัด   การพัฒนาเครื่องยนต์ V3 ที่มาพร้อมซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ไฟฟ้า ถือเป็นความท้าทายใหม่ในด้านเครื่องยนต์สันดาป แม้ว่ากระแสรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์จะไฟฟ้าอาจจะมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ทางฮอนด้าเองก็มุ่งหวังให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงความสนุกในการขับขี่ และการเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์อย่างเต็มที่ ในอนาคต ฮอนด้ามีแผนจะนำเครื่องยนต์ V3 นี้ไปใช้กับรุ่นที่มีความจุเครื่องยนต์ใหญ่ขึ้น (ก็คงเป็นพวกกลุ่มบิ๊กไบค์) และจะพัฒนาต่อเนื่องเพื่อให้สามารถผลิตแล้ววางจำหน่ายได้จริง ๆ  ไม่แน่ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่อาจจะได้เห็น Honda CBR1000RR-R เวอร์ชั่นซูเปอร์ชาร์จเจอร์ไฟฟ้าก็เป็นได้ และในเครื่องยนต์ใหม่นี้อาจจะถูกยัดมาในรถอีกหลาย ๆ โมเดลที่มีขนาด 500 ซีซี ขึ้นไป แต่จะว่าไปจริง ๆ ก็แอบอยากเห็นฮอนด้าทำ ระบบซูเปอร์ชาร์จเจอร์ไฟฟ้าในรถเล็กเหมือนกันนะ ใส่ฮอนด้าเวฟ น่าจะโมกันสนุกขึ้นน่าดู อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก