
MG สร้างประวัติศาสตร์เป็นแบรนด์รถยนต์จีนรายแรกที่มียอดขายสะสมในยุโรปและอังกฤษเกิน 1 ล้านคัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

MG สร้างประวัติศาสตร์เป็นแบรนด์รถยนต์จีนรายแรกที่มียอดขายสะสมในยุโรปและอังกฤษเกิน 1 ล้านคัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด

New Honda SCOOPY 2026 เปิดตัวในไทย 9 สีใหม่ 3 สไตล์ เช็กสเปกเครื่องยนต์ eSP ฟีเจอร์ USB Type-C และตารางราคาแนะนำครบทุกรุ่นย่อยที่นี่

เปิดตัวทีม VR46 Racing Team ของ Valentino Rossi สำหรับศึก MotoGP 2026 เจาะลึกลายใหม่ Black and Light พร้อมสเปครถแข่ง GP26 ของ Di Giannantonio

GSX-R750 K5 Barry Sheene รถสุดแรร์ที่นักสะสมต้องการ GSX-R750 K5 Rare Barry Sheene มอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษของตำนานแชมป์โลก Barry Sheene ถูกนำมาประมูลโดย H&H Classics ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ Barry Sheene ชื่อนี้ยังคงเป็นที่จดจำในวงการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะกับความสำเร็จที่เขาสร้างร่วมกับ Suzuki ตลอดหลายปี และคว้าแชมป์โลกมากถึง 3 สมัยในเวิร์ลกรังปรีซ์ ตลอดอาชีพการแข่งรถของเขา Sheene ลงแข่งขันด้วยมอเตอร์ไซค์สองรุ่นที่นั่นคือ Suzuki RG500 และ Suzuki TR750 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มีบทบาทสำคัญในการคว้าแชมป์โลกและสร้างชื่อเสียงให้กับเขานั่นเอง โดยโมเดลดังกล่าว เป็นหนึ่งในสปอร์ตไบค์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของแบรนด์ และยังคงเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และรุ่นนี้เป็นรุ่นพิเศษที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง Barry Sheene อย่าง K5 ที่ผลิตออกมาเพียง 50 คันในโลกเท่านั้น มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 4 จังหวะ ขนาด 749 ซีซี DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ให้กำลังถึง 145 แรงม้าที่ 12,800 รอบต่อนาที พร้อมกับลวดลายและสัญลักษณ์พิเศษที่ระลึกถึง Sheene รวมถึงการใส่ใจในรายละเอียดที่ทำให้รุ่นนี้ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นลวดลายกราฟิกแบบตัวแข่ง สปอนเซอร์ พร้อมเลขนัมเบอร์ของแชมป์โลกและชุดสีของตัวรถ ให้ความย้อนยุคเหมือนไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปสนามแข่งในยุคปี 90 จากประเมินราคาคาดการณ์ไว้ที่ 10,000 – 12,000 ยูโรหรือราว ๆ 3.6 ล้านบาท จึงเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะนักสะสมมอเตอร์ไซค์ รวมถึงแฟน ๆ ค่ายคนบ้าจะต้องรู้จักเป็นอย่างดี นับว่าหาได้ยากเพราะมีจำนวนจำกัดเพียง 50 คันทั่วโลกเท่านั้น ใครที่ได้ไปรับรองได้ว่า หากขายต่อราคากระโดดขึ้นอย่างแน่นอน แต่อย่างว่าหล่ะครับ ถ้ามีสะสมไว้ ยังไงก็ภูมิใจกว่า เพราะมันไม่ได้หาจากที่ไหนง่าย ๆ จริงหรือไม่ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Scrambler2025 รุ่นพิเศษ ‘Rizoma Edition’ Ducati Scrambler2025 ได้เปิดตัวรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันปี 2025 ‘Anniversario Rizoma Edition’ ซึ่งความพิเศษของโมเดลนี้ผลิตออกมาเพียง 500 คันเท่านั้น หลังจากการเปิดตัว Scrambler รุ่นใหม่ในรุ่น รุ่น Icon Dark และ Full Throttle นอกจากนี้ยังมีการเผยโฉม Multistrada รุ่นใหม่สามรุ่น ได้แก่ V4, V4 S และ Pikes Peak ในซีรีส์ World Premiere ปี 2025 เครื่องยนต์ของ Scrambler รุ่นลิมิเต็ดนี้ใช้เครื่องยนต์เดียวกับรุ่น Scrambler ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้คือรุ่น Icon Dark และ Full Throttle มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบสองสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 803 ซีซี ให้กำลัง 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 65.2 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ รวมไปถึงระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ อาทิ ติดตั้งระบบ Ride-by-Wire, ระบบ Quickshifter และโหมดการขับขี่ แม้ว่า Scrambler รุ่นลิมิเต็ดนี้จะคล้ายกับรุ่น Icon Dark และ Full Throttle แต่ Fabrizio Rigolio นักออกแบบจาก Rizoma กล่าวว่า “รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับ 500 คนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และต้องการสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง อีกทั้งการออกแบบในรุ่นลิมิเต็ดนี้ เป็นงานที่ท้าทายพวกเรา (Rizoma) ที่ต้องออกแบบโดยคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวรถไว้ และพวกเราก็สามารถคงเอกลักษณ์ของความเป็น Scrambler ไว้ได้อย่างสมบูรณ์” “ผมประทับใจกับความตั้งใจ ความใส่ใจในรายละเอียด และความเรียบง่ายของการออกแบบ รวมถึงการใช้สีที่ Rizoma ได้นำมาผสมผสานในแนวคิด ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรุ่นเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ Scrambler รุ่นนี้” สีของรถคันนี้ถูกออกแบบโดย Rizoma ร่วมกับ Centre Stile Ducati โดยใช้โทนสีที่สมดุลระหว่างสี Stone White, สีดำ และสี Metal Rose จุดเด่นไฮไลท์น่าสนใจ ตัวถังด้านข้างสกรีนด้วยตัวอักษรแบบมินิมอล ที่พักท้าสีทูโทนแบบเดียวกับตัวรถ กระจกมองหลังใต้แฮนด์ เบาะตรงกลางลายผ้าอัลคันทาร่า พร้อมกันลื่นด้านท้าย โดยราคาวางจำหน่าย Ducati ตัวพิเศษนี้ “10 Anniversario Rizoma Edition” ซึ่งเป็นรุ่นที่ถือเป็น “ของสะสมที่แท้จริง” โดยมีราคาจำหน่ายในประเทศอังกฤษอยู่ที่ 13,095 ปอนด์ หรือตีเป็นเงินไทยยังไม่รวมภาษีประมาณ 566,000 บาท ซึ่งสูงกว่ารุ่น Full Throttle อยู่ที่ประมาณ 82,000 บาท และสูงกว่ารุ่น Icon Dark 156,000 บาท โดยในตัวลิมิเต็ดนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2025 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Aprilia Tuono V4 ปีกใหม่ ใหญ่มาก อีกหนึ่งค่ายที่คิดว่าจะเปิดตัวโมเดลใหม่มาพร้อมกัน ๆ จากทางฝั่งค่ายสามตา กับ 2025 Aprilia Tuono V4 ไฮเปอร์เน็กเก็ด ซึ่งมีข่าวภาพหลุดจากการทดสอบเมื่อไม่นานนี้ กับสิ่งที่ปรับเปลี่ยนใหม่ที่เป็นจุดสังเกตเห็นได้ชัดก็คือ ปีกแอโรไดนามิกขนาดใหญ่ ดูคล้ายคลึงเหมือนกับรุ่น RSV4 โฉมใหม่ซะทีเดียว การพัฒนาแอโรไดนามิกในรุ่นใหม่ จากภาพถ่ายที่ปรากฏ การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือการเพิ่มปีกแอโรไดนามิกในตัว ซึ่งถูกออกแบบมาให้กลมกลืนไปกับรูปทรงของมอเตอร์ไซค์ โดยชุดวิงก์เล็เตถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มแรงกดในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำให้มอเตอร์ไซค์มีความเสถียรมากขึ้น ลดการลอยของล้อหน้าและเสริมสมรรถนะโดยรวม โดยการออกแบบดีไซน์วิงก์เล็ตชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบมอเตอร์ไซค์ในสนามแข่ง MotoGP เครื่องยนต์ V4 และการพัฒนาทางเทคนิค แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายละเอียดทางเทคนิค แต่จากข้อมูลที่ปรากฏในภาพถ่าย มีแนวโน้มสูงที่ Aprilia จะคงเครื่องยนต์ V4 ขนาด 1,077 ซีซี ที่ทรงพลังของ Tuono รุ่นก่อนหน้าไว้ นอกจากนี้ยังคาดว่าโมเดลใหม่นี้จะมาพร้อมการอัปเกรดด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำสมัยมากขึ้น, โหมดการขับขี่หลายแบบ และการอัปเดตระบบเบรกและช่วงล่าง คาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ด้วยการปรากฏตัวที่เผยให้เห็นถึงการพัฒนาของ Tuono V4 รุ่นใหม่ คาดว่า Aprilia จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และคาดว่าจะเป็นที่จับตามองของแฟน ๆ มอเตอร์ไซค์ซูเปอร์เนคเก็ดทั่วโลก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 KTM FREERIDE E เอ็นดูโร่ไร้เสียง 2025 KTM FREERIDE E เปิดตัวแล้วในเว็บไซต์หลักที่เป็นทางการของ KTM โดยในโมเดลที่เปิดใหม่ล่าสุดนี้เป็นโมเดลที่ 4 จาก 9 โมเดลที่จะเปิดตัวในปีนี้ เอ็นดูโร่ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมสมรรถนะที่ปรับปรุงใหม่ รวมไปถึงระบบช่วงล่างที่ถูกตั้งค่ามาให้เหมาะกับการขับขี่ทางฝุ่นมากยิ่งขึ้น ระยะทางการวิ่งที่มากขึ้น ความสามารถที่มากขึ้น และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ขุมพลังกระทัดรัด แต่พลังล้น มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่สามารถให้กำลังสูงสุดได้ถึง 19.2 กิโลวัตต์ มาพร้อมแรงบิด 37 นิวตันเมตร และสามารถทำความเร็วสูงสุด (เคลม) ที่ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดีไซน์มอเตอร์ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก กะทัดรัด และเงียบกว่าเดิม ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องยนต์มีความน่าเชื่อถือ มีแรงบิดที่ตอบสนองทันที ให้ความรู้สึกเหมือนการขับขี่รถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แบตเตอรี่ปรับปรุงใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน MX50 น้ำหนัก 29 กิโลกรัม ถูกออกแบบให้ถอดเปลี่ยนได้เพื่อเพิ่มระยะทางในการขับขี่ ความจุแบตเตอรี่ 5.5 kWh ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 1.5 kWh อีกทั้งยังช่วยเพิ่มระยะการขับขี่ได้มากขึ้นถึง 20% แบตเตอรี่มีแรงดันไฟฟ้าประมาณ 50 โวลต์ และสามารถชาร์จได้มากกว่า 1,000 รอบการชาร์จหนึ่งครั้งสามารถกับขี่ได้ระยะเวลาขับขี่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง และระยะเวลาชาร์จตั้งแต่ 0-100% จะใช้ระยะเวลาการชาร์จทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง (เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 660W) ระบบช่วงล่างจาก WP ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้า และด้านหลังจากแบรนด์ WP Suspension โดยด้านหน้ามาในรุ่น WP XACT แบบหัวกลับ โช้คหน้าแบบแยกขนาดแกน 43 มม. มีแคปซูลอากาศในด้านซ้าย และระบบหน่วงน้ำมันในด้านขวา การปรับตั้งทำได้ง่ายด้วยวาล์วปรับแรงดันอากาศ และปั๊มอากาศที่มาพร้อมกันสำหรับตั้งค่าพรีโหลดสามารถปรับการหน่วงในจังหวะยืดตัวของโช้คอัพได้อย่างง่ายดาย โช้คอัพด้านหลังรุ่น WP XPLOR PDS มาพร้อมซับแทงค์และระยะยุบตัว 250 มม. การไหลของน้ำมันได้รับการปรับเพื่อให้การหน่วงคงที่ การตั้งค่าที่เหมาะสมสามารถปรับได้ตามสภาพการขับขี่ โดยมีตัวปรับแบบ Clicker ที่สามารถปรับได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ปรับแรงหน่วงความเร็วสูงและต่ำได้ที่ส่วนบนของโช้ค และปรับอัตราการหน่วงการยืดที่ฐาน ผู้ขับขี่สามารถปรับพรีโหลดได้อย่างรวดเร็วด้วยการหมุนประแจหกเหลี่ยม เบรกพร้อมระบบ BRAKTEC KTM FREERIDE E มาพร้อมกับดิสก์เบรก และระบบ BRAKTEC ที่พัฒนามาจากการใช้งานในรถออฟโรด ด้านหน้า มาพร้อมจานเบรกขนาด 260 มม. และ ด้านหลัง มีขนาดจานเบรกอยู่ที่ 240 มม. การติดตั้งเบรคแบบ “สไตล์จักรยาน” หนึ่งในจุดเด่นที่แตกต่างจากรถรุ่นอื่น ๆ ของ KTM ล้อเคลือบสีดำพร้อมดุมอลูมิเนียมจาก Giant ขนาด 90/90-21 และ 120/90-18 มาพร้อมยาง Michelin Enduro Medium จอแสดงผล LCD จะแสดงข้อมูลสำคัญทีละค่า เช่น สถานะแบตเตอรี่ โหมดการขับขี่ แผนที่การคืนพลังงาน และข้อมูลการเดินทาง โดยผู้ขับขี่สามารถสลับตัวเลือกได้ง่าย ๆ ผ่านปุ่มบนแฮนด์ 2025 KTM FREERIDE E สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ ประเภทมอเตอร์ มอเตอร์กระแสตรงแบบซิงค์โครนัส กำลังสูงสุด 19.2 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 37.6 นิวตันเมตร ประเภทแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ความจุของแบตเตอรี่ 5.5 kWh น้ำหนักแบตเตอรี่ 29 กิโลกรัม เวลาชาร์จแบตเตอรี่ 8 ชั่วโมง (0-100% เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 660W) 1.30 ชั่วโมง (0-100% เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 3.3 kW) ความเร็วสูงสุด (เคลม) 95 กิโลเมตร/ชั่วโมง ยางหน้า 90/90-21 M/C 54R ยางหลัง 120/90-18 M/C 70R เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว

Energica มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอิตาลีล้มละลาย Energica Motor Company SpA ผู้ผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ควบคุมโดยกองทุนอเมริกัน Ideanomics Inc. โดยร้อยละ 75 ในที่ประชุมของบริษัทประกาศว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมาได้มีมติให้เข้าสู่กระบวนการล้มละลายตามกฎหมายตามมาตรา 121 ต่อไป” ทางบริษัทได้แถลงการณ์เพิ่มเติม “ตอนนี้ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง แม้จะมีความพยายามจากฝ่ายบริหารในการค้นหานักลงทุนใหม่อย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาการดำเนินธุรกิจในลักษณะที่ดีที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของเจ้าหนี้ แต่ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ทางเลือกอื่น ๆ เหล่านี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก ทำให้บริษัทไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ซึ่งจะทำให้สามารถชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” แม้จะมีแถลงการณ์ของผู้ก่อตั้งบริษัท ที่มีท่าทีเชิงบวกต่อการเข้าซื้อบริษัทของ Ideanomics โดยระบุว่า ” การไหลเข้าของเงินสดช่วยให้บริษัท มีเสรีภาพและความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดการการเงินและการเติบโตขององค์กร” แต่การเติบโตที่ “ลดลง” ของตลาดรถมอเตอร์ไซค์ EV ก็ส่งผลกระทบต่อการลงทุนอื่น ๆ ของบริษัทเอกชน รวมถึงความจำเป็นในการค้นหาการลงทุนจากภายนอกเพิ่มเติม ก็ทำให้บริษัทประสบปัญหา ถึงแม้ว่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ในส่วนของฟังก์ชันการใช้งาน รูปทรงดีไซน์การออกแบบ และความเงียบในการใช้งานต่าง ๆ จะสามารถทำออกมาได้ดี แต่ผู้ผลิตรายนี้ และผู้ผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้าอื่นๆ ก็มีการต่อสู้ที่ยากลำบาก เพราะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้มีราคาแพง เมื่อเปรียบเทียบกับจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน อีกทั้งยังมีปัญหาด้านเทคโนโลยี ความจุของแบตเตอรี่ที่วิ่งได้น้อยกว่าระยะเวลาที่ชาร์จต่อหนึ่งครั้ง จึงทำให้ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอด รวมไปถึงปัญหาชาร์จต่าง ๆ ดังนั้นจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักขี่มอเตอร์ไซค์ทั่วไป รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติอิตาลีรายนี้ถือเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในด้านเทคโนโลยีจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในตลาดอเมริกาอย่างมาก รวมถึงการได้รับสิทธิในการผลิตรถแข่ง ในรายการแข่ง MotoE ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งการแข่งขันในปี 2019 ซึ่งทางบริษัทได้พัฒนาจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ชื่อว่า Ego Corsa ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งโดยเฉพาะ Energica Ego Corsa คือรถจักรยานยนต์แข่งไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุด (ในช่วงเวลานั้น) ที่พัฒนาสำหรับการแข่งขัน FIM Enel MotoE World Cup ในช่วงระหว่างปี 2019-2022 โดยยานยนต์ไฟฟ้าขั้นนี้มีพื้นฐานร่วมกับ Ego รุ่นที่ใช้บนถนนทั่วไป แต่มีการปรับจูน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นด้านการแข่งขัน ทำให้จักรยานยนต์นี้เป็นผลงานชิ้นเอกที่ได้รับการยกย่องจากนักแข่ง MotoE และสื่อมวลชนในเรื่องพลัง และความสามารถในการขับขี่ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลายประการในตลาด EV และการแข่งขันที่สูง ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับปัญหาในที่สุด แม้ว่าในตลาดของรถยนต์จะยังไม่มีปัญหาด้านการทำตลาด อีกทั้งยังมีแบรนด์ใหม่ ๆ คลอดออกมาอย่างมากมาย แต่กลับกันในด้านของมอเตอร์ไซค์ยังไม่สามารถทำตลาดได้เท่าที่ควร และยังมีปัญหาจุกจิกอย่างมากมาย ทำให้ผู้ผลิตเริ่มบางรายเริ่มล้มเลิกแผนการไปตาม ๆ กัน ต้องกันต่อไปอนาคตว่าแบรนด์เจ้าตลาดจะเทคแอคชั่นกับเทคโนโลยีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามากน้อยแค่ไหน Energica กับผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ Model : Experia Model : Eva Ribelle Model : Ego Model : EsseEsse9 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Norden 901 Expedition MY25 ตัวสุดสายลุย จากแดนไวกิ้ง Husqvarna แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์จากสัญชาติสวีเดน เดินหน้าต่อยอดรหัสสายพันธุ์ 901 กับโมเดลเซ็กเมนต์สายลุยอย่าง Norden 901 Expedition 2025 ตัวเต็งจากแดนไวกิ้งในเวอร์ชัน 2025 พร้อมออปชันเสริมใหม่เต็มลำ ทั้งฟีเจอร์ ช่วงล่างและสมรรถนะ เพิ่มขีดความสามารถกับประสบการณ์ในเส้นทางฝุ่นให้ผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มระดับ โดยความน่าสนใจนั้นมีหลายจุดด้วยกันอย่างจุดแรกก็คือ ชุดสีและตัวถังที่ถูกปรับปรุงมาใหม่ ดูมีลูกเล่น และมีสีสันมากยิ่งขึ้น ลายกราฟิกออกแบบใหม่ดูสดขึ้นกว่าแต่ก่อน พร้อมภาพลักษณ์ความเป็นตัวแข่งของทางค่ายดี ๆ นี่เอง และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับชุดอุปกรณ์สำหรับเดินทางทั้งชุดกระเป๋าด้านข้างสามารถบรรทุกสัมภาระได้มากถึง 36 ลิตร สำหรับดีไซน์ในส่วนอื่น ๆ ยังคงยึดความเป็นเอกลักษณ์โมเดลสายลุยสไตล์เรโทรฉบับค่าย กับไฟหน้าทรงกลมพร้อมชิลด์ขนาดใหญ่สไตล์ทัวริ่งที่คอนโซนหน้า ถังน้ำมันขนาดใหญ่ เบาะ ท่อ อกล่าง การ์ดแฮนด์และกระจกข้าง Norden 901 Expedition 2025 มีระบบ Cornering Traction Control (MTC) ทั้งยังให้ผู้ขับขี่ได้เปิดประสบการณ์การขับขี่ทางฝุ่นอย่างเต็มพิกัด กับระบบ Cornering Traction Control ปรับปรุงใหม่สามารถปรับค่าได้ถึง 10 ระดับ เรียกได้ว่ามือใหม่หัดลุย สามารถดริฟต์ล้อหลังหล่อ ๆ หน้ามอนิเตอร์ได้เลยทีเดียว ยังรวมไปถึงฟีเจอร์ใช้งานทั้ง USB-C หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านแอพลิเคชัน Ride Husqvarna Motorcycle สามารถใช้ระบบนำทาง (Turn by Turn) แบบเรียลไทม์ รวมถึงการโทรออก รับสายและฟังเพลงได้เช่นกัน พร้อมโหมดการขับขี่ (Street, Rain, Off-Road และ Explorer) มีให้เลือกใช้งานและตอบสนองความแรงบิดที่แม่นยำด้วยคันเร่งไฟฟ้า พาวเวอร์สลิปเปอร์คลัตช์ และยังเพิ่มความสะดวกสบายอีกขั้นให้กับผู้ขับขี่ด้วยฮีตกริปและอุ่นเบาะ ช่วงล่างใหม่ WP XPLOR Suspension และออกแบบช่วงล่างมาพิเศษ ด้วยระบบกันสะเทือนจาก WP XPLOR โช้คหน้า USD ขนาด 48 มม. โช้คเดี่ยวด้านหลัง พร้อมระยะยุบเท่ากันที่ 240 มม. ปรับแต่งได้เต็มระบบไม่ว่าจะเป็นพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชัน จับคู่กับจานดิสก์เบรกคู่ด้านหน้าขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ 4 พอต จานดิสก์เบรกหลัง 260 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ พร้อมเทคโนโลยีห้ามล้อ Cornering ABS จาก Bosch ล้อซี่ลวด 21 -18 นิ้วและยางทูปเลส Pirelli Scorpion Rally STR เครื่องยนต์ยังคงเป็น 2 สูบขนาด 889 ซีซี ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า และแรงบิด 100 นิวตันเมตร ถังน้ำมัน 22 ลิตร ที่เคลมระยะทางได้มากถึง 400 กม. และยังผ่านค่ามาตรฐานไอเสีย EURO5+ อีกด้วย ถือว่าเป็นเวอร์ชันที่น่าสนใจสำหรับสายลุยเลยก็ว่าได้ สวยไม่แพ้ KTM เลยทีเดียวและราคาคงไม่ทิ้งห่างมากนักจากโฉมก่อน ๆ อย่างไรต้องรอชมราคากันอีกครั้ง และอาจมีโอกาสเข้ามาขาในไทยก็เป็นไปได้ แต่เปอร์เซ็นต์คงน้อยกว่ารุ่นแสตนดาร์ดหล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Kawasaki Z650 โฉมใหม่ เปลี่ยนแค่สี 2025 Kawasaki Z650 เป็นมอเตอร์ไซค์สไตล์เน็กเก็ดไบค์ (Naked Bike) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา หรืออาจคงคุ้นเคยชื่อของ ER-6N ก่อนที่จะเปลื่ยนมาเป็น Z650 ในปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียว สมรรถนะอันยอดเยี่ยม และการควบคุมที่ง่าย ทำให้ Z650 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับทั้งนักขี่มือใหม่และนักขี่ที่มีประสบการณ์ 2025 Kawasaki Z650 สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 649 ซีซี แรงม้า (เคลม) 68 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิด (เคลม) 64 นิวตันเมตร ที่ 6,700 รอบ/นาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83.0 x 60.0 มม. อัตราส่วนการอัด 10.8:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด (Fuel Injection) ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 ZR17 ยางหลัง 160/60 ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Horizontal Back-link ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง 765 x2,055×1,065 มม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 188 กก. (รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT 4.3 นิ้ว ระบบไฟ LED รอบคัน ระบบ ABS (Anti-lock Braking System) ระบบ Traction Control (KTRC) โหมดการขับขี่ (Riding Modes) แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ โหมดประหยัดน้ำมัน (Eco Riding Indicator) สีสันที่วางจำหน่าย Metallic Spark Black / Green Metallic Spark Black / Red Metallic Matte Dark Gray / Metallic Spark Black อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R41.05 UN-ECE กฎใหม่ ท่อเงียบ เรื่องก็เงียบ ..!! เริ่มเข้มงวดมากขึ้นทุกที แต่ก็เพื่อผลประโยชน์โดยรวมสำหรับผู้ร่วมใช้งานบนท้องถนน โดยล่าสุดทางสหภาพยุโรปเริ่มมีการบังคับใช้กฎหมาย R41.05 UN-ECE ในเรื่องการจำกัดเสียงรถจักรยานยนต์ ซึ่งจะเริ่มอย่างเป็นทางการในปี 2025 ซึ่งหมายความว่ารถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ไม่ว่าค่ายไหนก็ตาม จะต้องผ่านการ QC ในเรื่องค่าเสียงที่ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการสร้างภาระและความเดือดร้อนให้กับผู้คนโดยรอบโดยเฉพาะพื้นที่บริเวณในเมืองหรือแม้กระทั่งตามชุมชนต่าง ๆ โดยกฎใหม่นี้จะบังคับใช้ในปี 2025 และจะมีการปรับปรุงการทดสอบให้เข้มงวดขึ้น โดยวัดเสียงที่ความเร็วเครื่องยนต์และรอบเกียร์ ซึ่งจะเริ่มวัดการทำงานของเครื่องยนต์ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของความเร็วสูงสุดในแต่ละรอบเกียร์นั้น ๆ และในช่วงความเร็ว 10-100 กม./ชม. นอกจากนี้ ผลการทดสอบจะได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากภายนอก เพื่อลดช่องว่างในการอ้างอิงตัวเลขของทางผู้ผลิตอีกด้วย หากมีการใช้กฎหมายดังกล่าว อาจส่งผลกระทบถึงผู้ผลิตเพียงบางรายเท่านั้น (รายใหญ่ที่ขายรถบิ๊กไบค์) แถมยังเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในทางอ้อมอีกด้วย และคาดว่าตลาดรถไฟฟ้าน่าจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในตลาดยุโรปอย่างแน่นอน สำหรับผู้บริโภคอย่างไบค์เกอร์เรา ๆ อาจต้องกุมขมับกันเลยทีเดียว หรือว่าเซอร์กิตอาจจะเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับสายซิ่งซะแล้ว ต้องรอติดตามฟีดแบคจากไบค์เกอร์หนุ่มตาน้ำข้าวแล้วหล่ะครับ แต่ที่แน่ ๆ ทางดีลเลอร์จำหน่ายอะไหล่ท่อแต่งรถมอเตอร์ไซค์ทางฝั่งยุโรปโดนกระทบร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน ซึ่งอยู่ยากละทีนี้.. อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Cyclone RC600 สปอร์ตไซส์เล็กพร้อมวิงก์เล็ตไซส์ยักษ์ Cyclone RC600 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในงาน CIMA Motor ในประเทศจีน กับรถสปอร์ตไบค์ที่มีการออกแบบตามสไตล์ของ MotoGP ซึ่งเป็นดีไซน์ที่กำลังเป็นกระแสแนวโน้มใหม่ในตลาดที่กว้างใหญ่ของประเทศจีนมาพร้อมด้วยวิงเล็ตขนาดใหญ่ ขุมกำลังของเจ้าคันนี้ใช้เครื่องยนต์สองสูบ Parallel-twin ขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 560 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 58.3 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 55 นิวตันเมตรที่ 6,500 ต่อนาที พร้อมถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 15 ลิตร สเปคเบื้องต้น ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบ Up-site Down โช้คอัพหลังเดี่ยว ดิสก์เบรกหน้า-หลังจาก J.Juan พร้อมเทคโนโลยี ABS ในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วยจอแสดงผล TFT รุ่นล่าสุดไฟ LED แบบเต็มระบบรอบคัน อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการยึดเกาะถนนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่ และระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ของ Bosch อีกทั้งมีพอร์ต USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์สมาร์ทโฟน โดยราคาคาดการณ์การวางจำหน่ายจะอยู่ที่ประมาณ 3,700 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 134,000 บาท สำหรับสาวกชาวไทยถ้าสนใจอยากจะขี่เจ้าคันนี้ ก็เตรียมลุ้นได้เลย เพราะพี่จีนรุกตลาดไทยแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

YZF-R9 และ MT-09SP เทียบจุดต่อจุด YZF-R9 และ MT-09SP เทียบจุดต่อจุด วันนี้จะมาเทียบความแตกต่างระหว่าง Yamaha YZF-R9 ที่พึ่งเปิดตัวไปแบบสด ๆ ร้อนเมื่อไม่กี่วันมานี้ และ Yamaha MT-09SP ที่เปิดตัวและวางไปแล้ว ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าทั้งสองรุ่นนี้มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่ทั้งคู่ก็มีเครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันอยู่ คือเครื่องยนต์แบบ CP3 ใครที่กำลังลังเลใจว่าจะเอา YZF-R9 หรือ MT-09SP หวังว่าในบทความนี้จะทำให้สิ่งที่คาใจอยู่สามารถหาคำคอบได้ง่ายขึ้น การออกแบบดีไซน์ YZF-R9 : รถสปอร์ตเต็มรูปแบบ (Full-fairing sportbike) มาพร้อมปีกวิงก์เล็ตตามแบบพี่ใหญ่เรือธงของค่ายอย่าง Yamaha R1 ให้กลิ่นอายของความเป็น MotoGP โดยวิงก์เล็ตที่ถูกเพิ่มมานี้ ถูกออกแบบเพื่อการขับขี่ความเร็วสูงบนสนามแข่งหรือบนถนนเปิด มีการออกแบบที่คำนึงถึงเรื่องแอโรไดนามิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องความเร็ว และการควบคุม Yamaha MT-09 SP: เป็นรุ่นพิเศษของ MT-09 ที่อยู่ในสไตล์เนกเกต (Naked bike) ซึ่งออกแบบให้ใช้งานง่ายในเมือง อีกทั้งยังมีความคล่องตัวสูง มีการออกแบบที่เผยให้เห็นตัวเครื่องและโครงสร้างของรถ ให้อารมณ์ความดิบ ๆ สไตล์สปอร์ตเปลือย ขุมกำลังเครื่องยนต์ ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันแบบ 3 สูบ ขนาดเครื่องยนต์ 890 ซีซี แต่จะมีการปรับจูนที่แตกต่างกัน โดย YZF-R9 : เน้นการจูนให้มีความเร็วสูงสุด และการตอบสนองที่เฉียบคมในรอบสูง สามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้ยาวมากขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการขี่บนสนามแข่ง MT-09SP : เน้นแรงบิดที่สูงในรอบต่ำ และกลาง เพื่อให้ขับขี่สนุกและคล่องตัวในสภาพการจราจรในเมืองหรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน ระบบกันสะเทือน YZF-R9 : โช้คหน้าแบบอัพหัวกลับ KYB ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้ ขนาดแกน 43 มม. ระยะยุบ 120 มม. และโช้คอัพด้านหลังก็เป็นของ KYB ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม MT-09SP : โช้คอัพหน้าหัวกลับ KYB Premium ปรับค่าแดมปิ้งได้ทั้ง พรีโหลด รีบาวด์ และคอมเพรสชัน แต่อโนไดซ์กระบอกโช้คสีดำ ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวจาก Ohlins พร้อมซับแทงค์ ฟูลเซ็ตติ้งเต็มระบบ ระบบเบรก ปั้มเบรกด้านบน และด้านล่างของทั้งสองรุ่นนี้ ให้มาเป็น Brembo ทั้งคู่ ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema และด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ย YZF-R9 : จะมีขนาดดิสก์เบรกหน้า อยู่ที่ 320 มม. และ ดิสก์เบรกหลัง 220 มม. MT-09SP : จะมีขนาดดิสก์เบรกหน้า อยู่ที่ 298 มม. และ ดิสก์เบรกหลัง 245 มม. ระบบเบรกของทั้งสองรุ่นนี้เบรกดี ทำงานไว สั่งได้ดั่งใจแน่นอน ท่านั่งในการขับขี่ YZF-R9 : ท่านั่งเป็นท่านั่งแนบกับตัวรถมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับการขับขี่ความเร็วสูงและการขี่ในสนามแข่ง MT-09SP : ท่านั่งเป็นแบบตรงและผ่อนคลายมากกว่า เหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางที่นาน ๆ เทคโนโลยี YZF-R9 : กุญแจจะเป็นแบบธรรมดา ระบบช่วยการออกตัว (Launch Control) MT-09SP : ระบบสมาร์ทคีย์ แต่สิ่งที่ทั้งสองรุ่นให้มาเหมือนกันได้แก่ จอกลาง TFT ขนาด 5 นิ้วพร้อมการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน โหมดการขับขี่ 3 โหมด สปอร์ต, Street และ Rain และสามารถปรับแต่งได้เองอีก 2 โหมด และ โหมด Track ที่สามารถเซ็ทค่าการขับขี่ของตัวเองลงไปได้ด้วย ระบบ Engine Brake หน่วยประมวลผล IMU แบบ 6 แกน ราคา YZF-R9 : ราคาคาดการอยู่ที่ 517,000 บาท (ราคายังไม่เปิดจำหน่ายในไทย) MT-09SP :

2025 Triumph Speed Twin 900 สเปค และรายละเอียด 2025 Triumph Speed Twin 900 สปอร์ตคลาสสิค 2 สูบเรียงขนาดเครื่องยนต์ 900 ซีซี มาพร้อมสไตล์ใหม่ที่ผสมผสาน DNA การออกแบบของ Speed Twin เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่เพรียวบาง สปอร์ต และมีไดนามิกมากขึ้น รวมถึงระบบฟีเจอร์การใช้งานต่าง ๆ ระบบช่วงล่าง อีกทั้งยังเสริมความคล่องตัวไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือออกทริปทางไกล ซึ่งรถคันนี้พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน และน่าหลงใหลให้กับผู้ขับขี่มากกว่าเดิม ราคา : คาดการณ์ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 415,000 บาท ระบบไฟ Full LED สว่างชัด ฝาถังน้ำมันพร้อมโลโก้ของไทรอัมพ์ ถังน้ำมันพร้อมกราฟิกสีสัน และโลโก้ไทรอัมพ์ เพลท Speed Twin 900 ด้านข้างรถ ขุมกำลังขนาด 900 ซีซี โช้คอัพคู่จาก Marzocchi พร้อมซับแทงค์ 2025 Triumph Speed Twin 900 ข้อมูล และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 900 ซีซี แรงม้า (เคลม) 65 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 80 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 8 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 84.6 x 80 มม. อัตราส่วนการอัด 11.0:1 ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 100/90-R18 ยางหลัง 150/70 R17 ระบบกันสะเทือนหน้า ระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับจาก Marzocchi ขนาด 43 มม. โดยมีระยะยุบตัวอยู่ที่ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง ระบบกันสะเทือนหลังคู่จาก Marzocchi พร้อมซับแทงค์ และสามารถปรับตั้งค่าพรีโหลดได้ โดยมีระยะยุบตัวอยู่ที่ 116 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ 4 พอต ขนาด 320 มม. (OC-ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ 2 พอตขนาด 255 มม. (OC-ABS) กว้าง X ยาว X สูง 777 x 2,090 x 1,115 มม. ระยะฐานล้อ 1,435 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ N/A ความสูงเบาะ 780 มม. น้ำหนักรถ 216 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี โหมดการขับขี่ 2 โหมดได้แก่ Road และ Rain Bluetooth สำหรับเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Cruise Control ช่องเสียบ USB Type-C ระบบไฟ Full LED ABS Traction Control สีสันที่วางจำหน่าย สีขาว (Pure White) สีดำ (Phantom Black)

Yamaha Grand Filano 2025 เปิด 2 รุ่นใหม่ Hybrid Connected และ Special Edition ยกระดับความแกรนด์อย่างมีระดับ ราคาเริ่มต้น 6.5 หมื่นเท่านั้น