Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

อัปเดตข่าวมอเตอร์ไซค์ล่าสุด 2026 รุ่นใหม่ ราคา รีวิวครบทุกสไตล์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Harley-Davidson X350 เปิดตัวที่จีน กับราคาราว ๆ 170K

Harley-Davidson X350 เปิดตัวที่จีน กับราคาราว ๆ 170K หลาย ๆ คนน่าจะได้ยินข่าวเรื่องโมเดลใหม่ไซส์เล็กพิกัดเริ่มต้นของค่ายรถสัญชาติมะกันอย่าง Harley-Davidson X350  ซึ่งก็ได้ฤกษ์เปิดตัวเปิดราคาสักที โดยเปิดตัวกันที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตนั่นเอง โดยเปิดมาราคาค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว คือเริ่มต้นที่ 33,388 หยวน หรือราว ๆ 170,000 บาทนั่นเอง โมเดลนี้ถือกำเนิดขึ้นได้จากความร่วมมือระหว่างฮาร์ลีย์เดวิดสันร่วมกับทาง QJ Motor ที่เป็นค่ายมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่ในประเทศจีนและยังผลิตรถให้ Benelli อีกด้วย ทำให้โมเดลนี้ โดยทางฮาร์ลีย์จะเป็นคนออกแบบรูปลักษณ์หน้าตา และทาง QJ จะเป็นคนผลิตให้ ตัวรถมาในสไตล์ของแฟล็ตแทร็ก โดยมีแรงบันดาลใจมาจากโมเดลระดับตำนานอย่าง XR750 ได้กลิ่นอายของความคลาสสิก โดยตัวรถจะมีระบบไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มระบบ และหน้าจอเรือนไมล์ทรงกลมแบบผสมผสานกันระหว่างแบบอนาล็อกและดิจิทัล สำหรับขุมพลังนั้นทางค่ายจะใช้เครื่องยนต์จากทาง QJ นั่นเอง ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบสองสูบเรียงขนาด 353 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดไฟฟ้า ซึ่งให้กำลังสูงสุด 36.71 แรงม้า ส่วนแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 31 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ซึ่งเคลมมาว่าทำท็อปสปีดได้ที่ราว ๆ 143 กม./ชม. และมีถังน้ำมันขนาด 13.5 ลิตร โดยใช้ระบบส่งกำลังผ่านเกียร์แบบ 6 สปีดและโซ่ ไม่ได้เป็นสายพาน แน่นอนว่าแตกต่างจากพี่ใหญ่โมเดลอื่น ๆ ในค่ายที่จะเป็นเครื่องวีทวินและเป็นขับสายพาน ในส่วนของช่วงล่างนั้นถือว่าให้มาดี ตัวรถเลือกใช้เฟรมถักร่วมกับระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 41 ม.ม.ปรับรีบาวด์ได้ ขณะที่ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวปรับรีบาวด์และพรีโหลดได้ ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่และดิสก์เบรกหลังเดี่ยวพร้อมระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียมรัดด้วยยาง Pirelli Angel ST ขนาด 120/70-ZR17 และ 160/60-ZR17 ตามลำดับ งานนี้ใครเป็นสาวกฮาร์ลีย์เดวิดสัน แต่งบน้อยก็น่าจะได้มีโอกาสได้เป็นเจ้าของกันได้ง่ายขึ้นกับโมเดลนี้ แต่จะไม่ได้สัมผัสเอกลักษณ์หรือดีเอ็นเอความเป็นฮาลีย์ฯ ได้แบบเต็มที่เหมือนรุ่นใหญ่อย่างแน่นอนครับ ส่วนเรื่องเข้าไทยนั้นคิดว่าไม่น่าพลาด แต่อาจจะต้องรอกันหน่อยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

LCR Honda เปิดตัวทีมแข่ง พร้อมลุยศึกโมโตจีพี

LCR Honda เปิดตัวทีมชุดใหญ่ “รินส์-นาคากามิ” เสริมทัพทวงความยิ่งใหญ่ LCR Honda ยอดทีมในศึก โมโตจีพี เปิดตัวทีมแข่งประจำฤดูกาล 2023 อย่างเป็นทางการ ด้วยการดึงตัว อเล็กซ์ ริน นักบิดบิ๊กเนมชาวสแปนิช จับคู่ ทาคาอากิ นาคากามิ ทีมเมทชาวญี่ปุ่นร่วมโปรเจกต์ทวงความยิ่งใหญ่ให้ “ฮอนด้า” ก่อนเปิดฉากซีซั่นใหม่ปลายเดือนมีนาคมนี้ ฮอนด้า อยู่ระหว่างการทวงคืนความสำเร็จในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โดยใน โมโตจีพี 2023 มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างมากภายใต้ เอชอาร์ซี (HRC) โดยเฉพาะการดึงตัวนักบิดระดับแชมป์โลกอย่าง โจอัน เมียร์ มาร่วมงานกับ มาร์ค มาร์เกซ ในทีมโรงงาน เรปโซล ฮอนด้า นอกจากนี้ ยังได้ตัว เคน คาวาอูชิ ผู้อำนวยการด้านเทคนิคคนใหม่ของ เอชอาร์ซี มาร่วมพัฒนารถแข่ง RC213V คันใหม่ โดยหนึ่งในนักบิดบิ๊กเนมที่ย้ายมาร่วมงานกับ ฮอนด้า ในฤดูกาลนี้คือ อเล็กซ์ รินส์ เจ้าของหมายเลข 42 ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นทางการกับ แอลซีอาร์ ฮอนด้า เมื่อวันอังคารที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมด้วยทีมเมทชาวญี่ปุ่นอย่าง ทาคาอากิ นาคากามิ หมายเลข 3 รินส์ และ นาคากามิ ถือเป็นกำลังสำคัญอย่างมากในการพัฒนารถแข่ง RC213V เพื่อยกระดับให้มีความดุดันมากขึ้น ซึ่งทั้งคู่จะใช้รถแข่งสเป็กเดียวกันกับนักบิดทีมโรงงานอย่าง มาร์เกซ และ เมียร์ โดยเป้าหมายคือ พาฮอนด้า กลับคืนสู่ระดับท็อปใน โมโตจีพี รินส์ กล่าวว่า “นี่จะเป็นฤดูกาลที่ 7 สำหรับผมในโมโตจีพี และในแต่ละปีผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้การทำงานภายใต้ความกดดัน ใจเย็น และรักษาความเร็วในสนามแข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมได้ก้าวที่ยิ่งใหญ่ในด้านจิตใจ ใจเย็น และรับมือกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ผมจะเริ่มต้นปี 2023 ด้วยการทำงานและความมุ่งมั่น มีศักยภาพที่ดี” ด้าน นาคากามิ กล่าวว่า “เป้าหมายของผมในปี 2023 คือการแข่งขัน เรามีรูปแบบการแข่งขันที่แตกต่างกันในช่วงสุดสัปดาห์ และเรามีการแข่งขันรอบ สปรินต์ เรซ มันจะเป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างยุ่งยาก แต่เราพร้อมที่จะแข่งขัน ต่อสู้ และหวังว่าเราจะสามารถรวมตัวกัน และสร้างฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จได้ ผมพร้อมและหวังว่าเราจะได้แข่งขันที่ยอดเยี่ยมในอนาคต”  สำหรับศึก โมโตจีพี 2023 มีคิวทดสอบอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 11-12 มีนาคมนี้ ที่ อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเลือกสเป็กรถแข่งในปีนี้ ก่อนจะดวลความเร็วสนามแรกในวันที่ 24-26 มีนาคมนี้ ในรายการ โปรตุกีส กรังด์ปรีซ์ แฟนความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้า ในศึก โมโตจีพี ตลอดทั้งฤดูกาล พร้อมส่งกำลังใจเชียร์ยอดนักบิดไทย และติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #MotoGP #RepsolHonda #HRC #SC35 #Moto2 #RaceToTheDream #HondaRacingThailand #HondaTeamAsia อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค BMW M1000R 2023 ราคาและรายละเอียด

สเปค BMW M1000R 2023 สปอร์ตโรดสเตอร์พิกัดเรือธง     BMW M1000R 2023 รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตโรดสเตอร์พิกัดเรือธง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซี  ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน ให้พละกำลังสูงสุด 210 แรงม้า โดดเด่นด้วยชุดแต่ง M Competition ยกระดับสมรรถนะตัวรถให้สูงยิ่งขึ้น ราคา 1,599,000 บาท   สเปค, สเป็ก ​   วิงก์เล็ต โช้คหน้าหัวกลับและคาลิเปอร์เบรก M กุญแจคีย์เลส หน้าจอ TFT โช้คหลังเดี่ยวพร้อมระบบ DDC ไฟ LED   สเปค BMW M1000R 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999 ซีซี แรงม้า (เคลม) 210 แรงม้าที่ 13,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 113 นิวตันเมตรที่ 11,100 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 49.7 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 13.3 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อมระบบคลัตช์ anti-hopping ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 (ล้อแม็กคาร์บอน) แบบไม่ใข้ยางใน ยางหลัง 200/55-ZR17 (ล้อแม็กคาร์บอน) แบบไม่ใข้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ขนาด 45 มม. พร้อมระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม พร้อมโช้คเดี่ยว และระบบ Dynamic Damping Control (DDC) เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 320 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก M (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก M (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 996 x 2,085 x 1,176 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,455 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 830 ม.ม. น้ำหนักรถ 199 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 16.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ น้ำมันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่วออกเทน 95-98 เทคโนโลยี ควิกชิฟเตอร์ โหมดการขับขี่ Pro Riding Modes กุญแจคีย์เลส ระบบครูซคอนโทรล ระบบไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง ระบบตรวจสอบความดันลมยาง ระบบอุ่นมือ หน้าจอ TFT   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น M1000R 2023     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

บุกโรงงานเวสป้า

บุกโรงงานเวสป้า ส่องฐานการผลิตอิตาเลียนพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์ที่ครองใจผู้ใช้ทั่วโลก บริษัท วีพีพีดับเบิลยู ซัพพลายส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำ และ มอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาเลียนระดับตำนานจากกลุ่ม Piaggio Group ได้แก่ Vespa, Piaggio, Aprilia และ Moto Guzzi แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดกิจกรรมใหญ่ “Vespa’s factory visit in Vietnam” พาสื่อมวลชน บุกโรงงานเวสป้า เพื่อเยี่ยมชมฐานการผลิตรถพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์ ณ Piaggio Vietnam ณ เมืองหวิงฟุก ประเทศเวียดนาม ฮับการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์สกู๊ตเตอร์ของแบรนด์ Vespa แบรนด์ Piaggio และแบรนด์ Aprilia ที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล และส่งออกไปจัดจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก พร้อมเผยแผนยกระดับโรงงานรองรับการเติบโตของตลาดและเทรนด์ไลฟ์สไตล์ในอนาคต ตอกย้ำความเป็นไอคอนนิกอิตาเลียนแบรนด์ตัวจริงด้วยการจัดแสดงไลน์อัพผลิตภัณฑ์ยอดนิยมกว่า 10 รุ่น สัมผัสความประทับใจในกิจกรรม Test-ride ฉบับพิเศษ กับ 4 รุ่น จาก 3 แบรนด์ชั้นนำภายในเครือ โรงงานผลิต Vespa หรือ Piaggio Vietnam ถือเป็น 1 ใน 12 โรงงานการผลิตของ Vespa ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดหวิงฟุก (Vinh Phuc) โดยเริ่มก่อตั้งโปรเจ็กต์สร้างโรงงานที่เวียดนามในปี ค.ศ. 2007 และเริ่มสร้างโรงงานในช่วงต้นปี ค.ศ. 2008 หากนับจนถึงตอนนี้เป็นระยะเวลากว่า 15 ปี ที่โรงงานแห่งนี้ได้ผลิตผลงานมาสเตอร์พีซอย่าง Vespa, Aprilia และ Piaggio ไปแล้วหลายแสนคัน โดยโรงงานแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นฮับการผลิตสำคัญของ Vespa, Aprilia และ Piaggio ที่คงมาตรฐานการผลิตเช่นเดียวกันกับทุกโรงงานของ Vespa ที่กระจายตัวอยู่ในทั่วโลก ซึ่งถือเป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 265,000 ตารางเมตร ครอบคลุมการผลิตที่ครบวงจร พร้อมเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการผลิต ที่ทันสมัย อีกทั้งยังมีส่วนวิจัยและพัฒนา (R&D) สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค รวมถึงสนามทดสอบภายในโรงงานแห่งนี้อีกด้วย ในส่วนของไลน์การผลิตจากโรงงานแห่งนี้ จะเน้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกู๊ตเตอร์ ประกอบด้วย 3 แบรนด์ ได้แก่ แบรนด์ Vespa แบรนด์ Piaggio และแบรนด์ Aprilia ประกอบด้วย สกู๊ตเตอร์รุ่นต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นVespa GTS ซึ่งถือเป็นกลุ่มท็อปของแบรนด์ ที่เริ่มผลิตตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2004 Vespa LX และ Vespa S ที่เริ่มเดินสายการผลิตในปี ค.ศ. 2009 Vespa Primavera และ Vespa Sprint ที่เริ่มผลิตในปี ค.ศ. 2013 นอกจากนี้ ยังมี Piaggio Liberty ที่เริ่มผลิตในปี ค.ศ. 2011 และ Piaggio Medley S ที่เริ่มขึ้นสายการผลิตในปี ค.ศ. 2015 รวมถึง สกู๊ตเตอร์รุ่นล่าสุดอย่าง Aprilia SR GT 200 สำหรับความพิเศษของกิจกรรม “Vespa’s factory visit in Vietnam” ในครั้งนี้ นอกจากการเปิดโรงงานให้เยี่ยมชมสายการผลิตอย่างเป็นทางการแล้ว เวสป้าได้ตอกย้ำภาพการเป็นอิตาเลียนแบรนด์ตัวจริงขนานแท้ ด้วยการจัดแสดงไลน์อัพผลิตภัณฑ์ยอดนิยมและผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 10 รุ่น พร้อมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะของสกู๊ตเตอร์ 4 รุ่น จาก 3 แบรนด์ชั้นนำภายในเครือ รวมถึงกิจกรรมไลฟ์สไตล์ตะลุยถิ่นดินแดนสองล้อซ้อนเวสป้าชมเมืองฮานอย สะท้อนภาพความนิยมและความเป็นไอคอนนิกของสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมสัญชาติอิตาเลียนแท้อย่าง Vespa และ Piaggio ที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน อ่านข่าวอื่น ๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Maverix Group รุกตลาด จัดทัพของแต่งบิ๊กไบค์ เพียบ!!

Maverix Group รุกตลาด จัดทัพของแต่งบิ๊กไบค์ เพียบ!! Maverix Group ขับเคลื่อนธุรกิจรถมอเตอร์ไซค์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายชิ้นส่วน อะไหล่ตกแต่ง รายเดียวในประเทศไทย ที่รวมแบรนด์คุณภาพระดับโลก พร้อมส่งเสริมสมรรถนะการขับขี่ปลอดภัย บริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายชื้นส่วนจักรยานยนต์สมรรถนะสูงและอะไหล่แต่งรถมอเตอร์ไซค์ Superbike แบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ เพียงรายเดียวในประเทศไทย อาทิ Brembo, Domino Racing, Allegri, Matris, BMC, Austin Racing, Bonamici, Zuper Flo เป็นต้น ล่าสุด มาเวอร์ริค กรุ๊ป ได้จัดกิจกรรม Maverix Group Press Conference 2023 ประกาศวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ และนำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดแห่งการขับขี่ปลอดภัยอย่างมั่นใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและลูกค้า พร้อมด้วยกิจกรรมฝึกอบรมวิธีการใช้งานผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง โดยผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์พันธมิตร และกิจกรรมทดสอบด้านคุณภาพและความปลอดภัย ณ สนาม Motor Sport Park สุวรรณภูมิ คุณนรวิชญ์ ภทรธนกฤต กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของ มาเวอร์ริค กรุ๊ป เกิดจากแพชชั่น และความชอบในการขับขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ทั้งรถญี่ปุ่นและยุโรปมากว่า 15 ปี รวมถึงการขับขี่แบบโรดทริป และในสนามแข่ง ซึ่งเคยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมแข่งขันทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษอีกด้วย  รวมไปถึงการดูแลรถ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาด้วยตนเอง ประกอบกับในสมัยก่อน อะไหล่ที่ดีหาได้ค่อนข้างน้อย จำนวนรถจักรยานยนต์และศูนย์บริการมีไม่เยอะเท่าในปัจจุบัน ซึ่งแบรนด์เหล่านี้ สนใจที่จะทำตลาดในประเทศไทย จึงเริ่มทดลองตลาดและตัดสินใจนำเข้าสินค้ามาขายเองโดยตรง  โดยสินค้าที่นำเข้ามานั้นมีหลากหลายแบรนด์ ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เทรนด์ความชอบ สภาวะทางเศรษฐกิจ รถจักรยานยนต์ที่มีขายในตลาดอยู่ ณ ตอนนั้น ทำให้เราต้องมีสินค้าครบทุกประเภท เพื่อตอบโจทย์ตลาดและสภาวะการณ์ดังกล่าว  หลังลูกค้าได้สัมผัสกับสินค้าก็เริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นสิ่งที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ร้านค้าเริ่มมาติดต่อรับสินค้าไปขาย จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ มาเวอร์ริค กรุ๊ป ในที่สุด ซึ่งถือว่าเราได้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงรายเดียวในประเทศไทย  นอกจากนี้ ยังเป็นการบ่งบอกถึงคาแรคเตอร์เฉพาะของ มาเวอร์ริค กรุ๊ป ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีมุมมองและแนวคิดการทำธุรกิจที่แปลกใหม่ โดยหลังจากนี้ เชื่อว่ากลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์จะยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะคนไทยส่วนมากมีพื้นฐานการขับขี่มอเตอร์ไซค์ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว คาดว่าปีนี้ จะเป็นปีที่ดีและฟื้นตัวขึ้นกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา เห็นได้จากยอดขายและยอดจองรถของปีที่แล้วสูงถึง 1.8 ล้านคัน เติบโตจากปี 2021 ถึง 11.5% และรถใหม่ก็คงทยอยออกมาภายในปีนี้เช่นกัน” คุณนรวิชญ์กล่าวต่อว่า “ชิ้นส่วนอะไหล่ตกแต่งรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ มีฐานการผลิตในประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าได้เป็นอย่างดีในแง่ของคุณภาพ เรามีมุมมองการทำธุรกิจกับร้านค้า ตัวแทนจำหน่ายที่แตกต่างไปจากผู้นำเข้ารายอื่น โดยมีการแบ่งปันความรู้ของสินค้าและประสบการณ์ รวมถึงการบริการ โดยทีมช่างเทคนิคที่มีความชำนาญโดยเฉพาะ จึงเป็นการสร้างโอกาสในการเติบโตไปพร้อมกัน ในปัจจุบันเรากำลังขยายฐานลูกค้าตัวแทนจำหน่ายมากยิ่งขึ้น”  นอกจากนี้ บริษัทฯ ขับเคลื่อนแบรนด์ภายใต้แนวคิด Safe & Fun เล็งเห็นความสำคัญของคนที่ใข้รถจักรยานยนต์ ซึ่งจะต้องรู้สึกสบายและปลอดภัยทุกครั้งที่ขับขี่ จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ของลูกค้า รวมถึงเรื่อง Performance & Reliable การเพิ่มสมรรถนะและความปลอดภัยสำหรับรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการแข่งขันอีกด้วย ทั้งนี้ยังมีคอร์ส Maverix Group Expert หรือการอบรมเชิงลึกให้กับคู่ค้าทั่วประเทศ  โดยเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการรับรองร่วมถ่ายทอดวิธีการติดตั้งและใช้งานอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ยังได้วางกลยุทธ์การบริหารงานในอีกหลายส่วน อาทิ การขยายขอบเขตพื้นที่จัดจำหน่ายสินค้าในทวีปเอเชีย การกระจายสินค้า และโลจิสติกส์ พร้อมกับพัฒนาระบบจัดการให้เป็นไปได้ง่ายขึ้น  สำหรับกลุ่มเป้าหมาย มีตั้งแต่รถจักรยานยนต์ที่ใช้งานทั่วไป จนถึงรถในสนามแข่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับแบรนด์สินค้า ทั้งนี้ยังมองว่าตลาดในประเทศไทยยังมีโอกาสที่จะพัฒนาและเติบโตได้อีกในอนาคต และยินดีเปิดรับผู้ค้าธุรกิจที่จะจับมือร่วมกันเพื่อพัฒนาตลาดจักรยานยนต์ในประเทศไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติ  สำหรับกิจกรรมภายในงานนี้ สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้ประกาศวิสัยทัศน์ของแบรนด์ เพื่อสร้างโอกาสในการเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมด้วยกัน อีกทั้งเป็นการเปิดตัวสินค้าของแต่ละแบรนด์ โดยมุ่งว่าองค์กรจะสามารถเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำเข้าเพียงรายเดียวในประเทศไทย ตลอดจนสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทฯ และพันธมิตรทางธุรกิจในด้านการเป็นผู้นำในกลุ่มสินค้าคุณภาพและความปลอดภัย นอกจากนี้ยังให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในข้อมูลสินค้าและวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง ซึ่งประกอบไปด้วย Brembo, Domino Racing, Allegri, Matris, BMC, Austin Racing, Bonamici และ Zuper Flo โดยผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์พันธมิตร ให้สื่อและลูกค้าได้ทำความเข้าใจถึงโปรดักส์แบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจว่าสินค้าทุกชิ้นที่ทางบริษัทฯ เลือกมานั้น คำนึงถึงผู้ที่ใช้งานจริงเป็นหลัก จึงต้องเป็นของที่ปลอดภัย ได้คุณภาพระดับพรีเมียม ในราคาที่จับต้องได้ รวมถึงการบริการ หลังการขายในกรณีที่สินค้าเกิดมีปัญหา 

BMW รุกศักราชใหม่

BMW รุกศักราชใหม่ เปิดบิ๊กไบค์ 3 โมเดล พร้อมขยายรับประกันเป็น 5 ปี บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ฉลองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์พรีเมียมไทยต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่สาม จากผลลัพธ์แห่งความทุ่มเทของบริษัทด้านความพึงพอใจของลูกค้า นวัตกรรม และยนตรกรรมศาสตร์แห่งศิลป์จากบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทำผลงานยอดจดทะเบียนรถยนต์อย่างแข็งแกร่ง  ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดบีเอ็มดับเบิลยูและมินิในตลาดรถยนต์พรีเมียมที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกว่า 46.6% เพิ่มขึ้น 36.1% จากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย วางแผนต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมใหม่มากมาย นำทัพโดยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูหลากหลายโมเดลและรถยนต์มินิ รวมไปถึงมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู M 1000 R, R 1250 GS และ R1250 GS Adventure ในตัวเลือกสีใหม่ BMW รุกศักราชใหม่ มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย การมุ่งสู่อนาคตคือนิยามของทุกสิ่งที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ วิธีที่เราทำธุรกิจ หรือการมอบสิ่งดี ๆ คืนให้กับโลก ความมุ่งมั่นในด้านนวัตกรรมและความเป็นเลิศตลอดทั้งปี 2565 ส่งผลให้ลูกค้ามอบความไว้วางใจให้กับเรา เราภูมิใจที่จะประกาศว่าเรายังคงครองตำแหน่งผู้นำในเซกเมนต์พรีเมียมอีกครั้ง และด้วยความสำเร็จและการเติบโตตลอดปีที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Luxury Class และรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการเปิดตัวรุ่นรถยนต์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบีเอ็มดับเบิลยู XM, X7  หรือซีรีส์ 7 อย่างไรก็ตาม พลังแห่งการเลือกยังคงเป็นปรัชญาที่เราภาคภูมิใจ และพร้อมแนะนำหลากหลายยนตรกรรมใหม่ ๆ จากแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ไปจนถึงบริการและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ เรายังมุ่งมั่นเดินหน้าธุรกิจอย่างยั่งยืน อย่างที่เห็นได้จากหลากหลายโครงการด้านความยั่งยืนที่เราให้ความสำคัญมากขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะยังคงมุ่งสู่ความเป็นเลิศไปพร้อม ๆ กับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการและพาร์ทเนอร์ของเรา เพื่อส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าคนสำคัญของเราทุกคน” อุ่นใจในทุกเส้นทางกับการขยายการรับประกันและแพ็คเกจบำรุงรักษาใหม่จากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย สิงห์นักบิดอุ่นใจกว่าที่เคย บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ขยายการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางและบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินหรือ โมบิลิตี้ เซอร์วิส เป็นระยะเวลา 5 ปี สำหรับลูกค้าที่รับมอบมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 (เข้าถึงการรับประกันได้ทั่วโลกกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สำหรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น) ในขณะเดียวกัน แพ็คเกจบำรุงรักษา BMW Motorrad Service Inclusive (BMSI) ยังพร้อมให้ลูกค้าได้เลือกซื้อเป็น ครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป ซึ่งสามารถเลือกได้ระหว่างแพ็คเกจบำรุงรักษาครอบคลุม 3 ปี / 30,000 กิโลเมตร หรือแพ็คเกจ 5 ปี / 50,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)* โดยมีรายละเอียด ดังนี้ รุ่น การรับประกันและ โมบิลิตี้ เซอร์วิส ราคาแพ็คเกจ BMSI 3 ปี/30,000 กม. (บาท) ราคาแพ็คเกจ BMSI 5 ปี/50,000 กม. (บาท) CE04 5 ปี / ไม่จำกัดระยะทาง 13,000 19,000 C 400 19,000 31,000 G 310 28,000 36,000 F 750, F 850, F 900 27,000 40,000 S 1000 31,000 46,000 K 1600 34,000 48,000 R nineT, R 1250 33,000 48,000 R 18 32,000 50,000   แพ็คเกจบำรุงรักษา BMW Motorrad

TMAX Racing Experience 2023 มันส์ได้ใจสกู๊ตเตอร์สายซิ่ง

งานนี้ถูกใจสาย บิ๊กสกู๊ตเตอร์ ที่สุดแล้ว กับงาน TMax Racing Experience 2023 เป็นกิจกรรมที่ทาง Yamaha Riders’ club จัดให้สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยามาฮ่า TMax ทุกรุ่น ทุกอิดิชั่น จะใหม่จะเก่ามาได้ทั้งหมด เพื่อเปิดประสบการณ์การขับขี่อย่างถูกต้องในสนาม แก่งกระจาน เซอร์กิต จังหวัด เพชรบุรี ถ้าให้พูดถึงรถสกู๊ตเตอร์สมรรถนะสูง ซีซีเยอะ ช่วงล่างดี เทคโนโลยีเพียบ ตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น Yamaha Tmax อย่างแน่นอน เรียกได้ว่าท็อป ๆ ในคลาสเลยละ แต่ในเมื่อแรงแล้ว ทักษะการขับขี่ ยังได้ไม่เต็มที่ ยังไม่รู้จักตัวรถจริง ๆ ก็คงจะเสียดายเมื่อเรารีดสมรรถนะออกมาได้ไม่หมด Yamaha Riders’ club เห็นถึงส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในส่วนนี้ งานมันส์ ๆ ดี ๆ แบบนี้จึงเกิดขึ้นมา ซึ่งวัตถุประสงค์หลัก ๆ เลยก็เพื่อที่จะให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ สามารถขับขี่รถของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพถูกต้อง พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการขับขี่บิ๊กไบค์ ไทย ยามาฮ่า ที่นำทีมโดย อาจารย์เป็ด วรวุฒิ พุทโธ อาจารย์เบิร์ด ประวัติ ญาณวุฒิ ดีกรีแชมป์ประเทศไทย อ.เป็ด วรวุฒิ พุทโธ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการขับขี่บิ๊กไบค์ สาวกบิ๊กสกู๊ตเตอร์ Tmax อ.เบิร์ด ประวัติ ญาณวุฒิ ดีกรีแชมป์ประเทศไทย รุ่น SS1 ท่าทางการขับขี่สำคัญ ต้องรู้..!! และทีมงานผู้ช่วยครูฝึก แนะนำการขับขี่ ดูแลความปลอดภัย พร้อมอำนวยความสะดวกอย่างมืออาชีพตลอดทั้งวัน เรามาดูรายละเอียดงานครั้งนี้กันดีกว่า ว่า บิ๊กสกู๊ตเตอร์ ที่เข้าร่วมงานเกือบ 50 คัน ทำอะไรกันบ้าง ในการเรียนการสอนครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เท่า ๆ กัน พร้อมกับ แบ่งสัดส่วนของสนามเป็น 2 ช่วง เพื่อที่เพิ่มความเข้นข้นในการสอน การแนะนำมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการจัดเตรียมวางไพลอนภายในสนาม เพื่อที่จะเป็นจุดสังเกตในสถานีต่าง ๆ การเลี้ยว การเบรก และ การเติมคันเร่ง ได้อย่างถูกต้อง และในช่วงบ่าย เซสชั่นสุดท้าย เปิดแบบเต็มสนาม ให้ได้วิ่งแบบเต็มที่ นำความรู้ที่ได้จากช่วงเช้ามาใช้ขับขี่ รีดสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ทั้งผู้ขับขี่และตัวรถ ในงาน TMAX Racing Experience 2023 ครั้งนี้ถือว่า ยามาฮ่าไรเดอร์คลับ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับการพากลุ่มลูกค้ามาเปิดประสบการณ์ใหม่ ได้เรียนรู้วิธีการขับขี่อย่างถูกต้อง ได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่ใช้รถรุ่นเดียวกัน การแนะนำจากผู้ชำนาญการ คุ้มค่ากับการมางานครั้งนี้ ขี่กลับบ้าน ทักษะ ทัศนคติ ความรู้ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ครั้งต่อไป มีงานเมื่อไร ที่ไหน ติดตามข่าวสารได้ทาง Yamaha Riders’ club เจอกันงานต่อไป…!! อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

BMW M1000R 2023

BMW M1000R 2023 เปิดราคาไทย 1.599 ล้านบาท บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัว BMW M1000R 2023 มอเตอร์ไซค์รุ่นล่าสุดจากตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู M สืบทอดอัตลักษณ์ที่โดดเด่นจากบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R เน็กเก็ดไบค์พิกัดเรือธงและบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ซูเปอร์ไบค์พิกัดเรือธงซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยโมเดลนี้ได้รับการปรับแต่งอย่างละเอียดโดยคำนึงถึง ความต้องการเฉพาะของผู้ที่ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์สปอร์ตโรดสเตอร์เป็นหลัก และยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการผลักดันสิ่งที่เป็นไปได้ในการออกแบบมอเตอร์ไซค์ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่อีกครั้งของที่สุดแห่งสปอร์ตโรดสเตอร์ M 1000 R ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน 4 วาล์วไทเทเนียมต่อลูกสูบ DOHC และ BMW ShiftCam ความจุ 999 ซีซี ส่งพละกำลังสูงสุด 210 แรงม้าที่ 13,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบต่อนาที ให้ความเร็วสูงสุดที่ 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 6.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่วค่าออกเทน 95-98 รวมถึงยังมีคลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อมระบบคลัตช์ anti-hopping และระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมเกียร์ Straight Cut ที่ติดตั้งมาเพื่อการส่งกำลังที่เหนือกว่าอีกด้วย ระบบกันสะเทือนล้อหน้าเป็นโช้คหัวกลับ ขนาด 45 มม. พร้อมระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ในขณะที่ระบบกันสะเทือนล้อหลังเป็นสวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม พร้อมปรับตั้งค่า Dynamic Damping Control (DDC) โดยมีระยะยุบตัวโช้คหน้า 120 มิลลิเมตร และระยะยุบตัวโช้คหลัง 117 มิลลิเมตร ระบบเบรกมาพร้อมดิสก์เบรกคู่ที่ล้อหน้า และดิสก์เบรคเดี่ยวคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยวที่ล้อหลัง หัวใจสำคัญคือชุดแต่ง M Competition ด้วยคุณสมบัติที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ยกระดับสมรรถนะตัวรถให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งรวมถึงชุดสี Blackstorm metallic / M Motorsport ที่นั่ง M สปอร์ต ล้อ M คาร์บอนไฟเบอร์ ที่พักเท้าแบบ M และชิ้นส่วน M คาร์บอนไฟเบอร์ต่าง ๆ บริเวณ ฝาครอบล้อหลัง การ์ดโซ่ ฝาครอบล้อหน้า ฝาครอบถังน้ำมัน ฝาครอบแอร์บ็อกซ์ และแผ่นเบนทางลม ระบบเบรก M ได้รับการพัฒนาจากประสบการณ์ที่ได้จากระบบเบรกของรถแข่งบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในการแข่งขัน Superbike World Championship ทำให้โมเดลนี้เป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นที่สองที่ติดตั้งเทคโนโลยีนี้ สำหรับเรื่องของเทคโนโลยีมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบ Pro และระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์ Gear Shift Assistant Pro หรือควิกชิฟเตอร์ ที่ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงได้เกือบทุกช่วงน้ำหนักบรรทุกและช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์โดยไม่ต้องควบคุมคลัตช์ ระบบตรวจสอบความดันลมยาง (RDC) ไฟหน้าปรับองศาตามการเข้าโค้งแบบ LED สปอยเลอร์เครื่องยนต์ และระบบทำความร้อนที่แฮนด์ยังติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานพร้อมด้วยระบบควบคุมความเร็วคงที่และระบบสตาร์ทแบบไร้กุญแจ ฟังก์ชัน Brake Slide Assist ยังเป็นนวัตกรรมที่สำคัญและมีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่ในสนามแข่งซึ่งช่วยให้เบรกดริฟต์เข้ามุมด้วยการไถลได้อย่างต่อเนื่อง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Buell Super Cruiser

Buell Super Cruiser ครูเซอร์ที่เร็วที่สุดเผยโฉมแล้ว   ย้อนกลับไปในปี 2021 ค่ายรถสัญชาติอเมริกาอย่างบูเอลเคยระบุไว้ว่าจะเปิดตัวโมเดลใหม่ 10 โมเดลภายในปี 2024 ซึ่งในตอนนั้นฟัง ๆ ดูแล้วก็เป็นเรื่องที่ไกลตัวและยากที่จะเป็นจริงซะเหลือเกินกับแบรนด์นี้ ทว่าตอนนี้ทางแบรนด์กับร่วมมือกับสำนักคัสตอมรถชื่อดังระดับโลกอย่าง Roland Sands เพื่อสร้างโมเดลในสไตล์ครูเซอร์ขึ้นมาในชื่อว่า Buell Super Cruiser โดยเปิดให้จองพรีออเดอร์ผ่านทางเว็บไซต์แล้ว และจะส่งมอบปี 2025 กันเลยทีเดียว ซึ่ง Bill Melvin ซีอีโอของทางบูเอลอธิบายว่าการสร้างครูเซอร์ขึ้นมาสักคันนั้นเป็นอะไรที่ทางแบรนด์อยากทำมาโดยตลอด หลังจากที่ทุ่มเทสร้างสรรค์สปอร์ตไบค์มาเป็นเวลานานมากแล้ว ทางค่ายก็อยากจะทำอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง ซึ่งก็ไม่มีอะไรที่น่าจะดีไปกว่าการได้สร้างรถเท่ ๆ สักคันโดยการจับมือกับทาง Roland Sands ทาง Melvin ยังกล่าวอีกว่าตลาดอเมริกาตอนนี้เต็มไปด้วยรถอเมริกันที่ทั้งใหญ่และหนัก แถมยังช้าอีก แต่รถของเราจะไม่เป็นแบบนั้นและจะเป็นรถที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดอีกด้วย สำหรับทางโรแลนด์แซนด์สนั้นก็ยินดีเข้าร่วมในโปรเจ็กต์นี้ โดยไม่ใช่แต่เพียงช่วยออกแบบสไตล์ของรถเท่านั้น ทางสำนักยังช่วยดูแลเรื่องสมรรถนะของรถให้ด้วย และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าซูเปอร์ครูเซอร์คันนี้จึงมีเครื่องยนต์ที่ดีและสมรรถนะสูง พร้อมกับช่วงล่างที่ดีอีกด้วย ทางสำนักย่างกล่าวอีกว่า “หากพิจารณาถึงประวัติศาสตร์ของบูเอลและความต้องการของตลาดที่ควรจะต้องมีครูเซอร์ที่มีสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง และคุณภาพงานประกอบของแชสซีและเครื่องยนต์ของทางบูเอลแล้วมันช่างลงตัวกับโปรเจ็กต์นี้เสียตริง ๆ ” เมื่อลงไปดูในเชิงเทคนิคแล้ว โมเดลนี้จะมาพร้อมเครื่องยนต์วีทวินของทางแบรนด์และเลือกใช้ระบบเบรกของทางค่ายที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นตัวรถจะมีสวิงอาร์มและระบบกันสะเทือนด้านหน้าที่ยกมาจาก Hammerhead 1190 ที่เป็นสปอร์ตไบค์เรือธงของทางค่าย ทำให้ตัวรถนั้นดูโดดเด่นมากในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงของโปรเจ็กต์นี้ก็คือการดึงพละกำลังมหาศาลของเครื่องยนต์ที่มีมากถึง 175 แรงม้าออกมาจากรถที่ไม่ใช่สปอร์ตไบค์นั้นเอง ซึ่งงานนี้ก็ถือว่าเป็นอะไรที่นอกขนบรถในสไตล์คัสตอมและครูเซอร์ไบค์อย่างมาก โดยสรุปแล้วทั้งสองฝ่ายนั้นก็มีความตั้งใจที่จะร่วมมือกันสร้างครูเซอร์ไบค์ขึ้นมาใหม่ จากเดิมที่ใหญ่โตและเทอะทะให้กลายเป็นรถที่คล่องตัว ทรงพลังและสมรรถนะดีรอบด้าน ทั้งยังจะต้องมีความหล่อเท่ให้ใคร ๆ ก็ต้องเหลียวหลังมองในยามที่เจ้าของขี่เจ้าคันนี้ล่องไปตามถนนบนเทือกเขา หรือทางหลวงต่าง ๆ อีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Monkey Carnival Limited Edition

Monkey Carnival Limited Edition ผลิตแค่ 99 คันในโลกเท่านั้น CUB House by Honda เปิดตัวความสนุกครั้งใหม่กับโปรเจกท์ Monkey X Carnival การคอลแล็บครั้งสำคัญของ Monkey และ Carnival แบรนด์แฟชั่นสายสตรีทระดับไอคอนนิกแห่งยุค เปิดตัว Monkey Carnival Limited Edition ดีไซน์พิเศษในแบบฉบับของมอเตอร์ไซค์สายวิบาก ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 99 คัน มาพร้อม Exclusive Box Set ที่นักสะสมจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด   Monkey Carnival Limited Edition ได้รับการออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจาก Baja Motocross ที่โด่งดังในอดีต ถ่ายทอดกลิ่นอายของรถสายลุยสู่ Monkey ได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยลายกราฟิกแนวสตรีทบนถังน้ำมัน Carnival Fuel Tank มาพร้อมเบาะ Carnival Red Seat สีแดง เติมสีสันให้สตรีทไปอีกขั้น เสริมลุคความเป็น Motocross ด้วย Carnival Hand Guard และ Carnival Wind Shield ให้สายลุยได้สนุกอย่างเต็มที่ ตอกย้ำความ Limited ด้วยการรัน Serial Number เลข 01-99 ที่ตัวถังและครอบกรองอากาศด้านข้างรถ และยังผสาน DNA ของ Carnival เข้าไปในแต่ละจุดของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ Monkey Carnival บน Side Cover ที่เพิ่มความเท่ด้วย Chrome Coating และโลโก้ Carnival บนสวิงอาร์มของรถ พร้อมซนไปทุกที่ด้วยเครื่องยนต์ 125 ซีซี 5 เกียร์ ให้คุณขี่สนุกทุกเส้นทาง พร้อมไฟหน้าทรงกลมในแบบฉบับของ Monkey และหน้าปัด LED แบบ Negative Meter กับลูกเล่นกราฟิกหน้าลิงแสบซน ตามสไตล์ Honda Monkey ทั้งนี้ราคาแนะนำอยู่ที่ 134,900 บาท มาพร้อม Exclusive Box Set ประกอบด้วย หมวกกันน็อก ผ้าคลุมรถ ป้ายทะเบียน พวงกุญแจ และสติ๊กเกอร์ ลาย Monkey Carnival สุดพรีเมียม พร้อมกันนี้ แบรนด์ Carnival ยังได้เปิดตัว Collection สุด Exclusive ที่เรียกว่า Monkey Carnival Collection เสริมลุคนักบิดสายแฟชั่นให้ทุกการขับขี่สนุกกว่าที่เคย พร้อมวางจำหน่ายที่หน้าร้าน Carnival 2 สาขา ที่ Warehouse 30 และสาขาสยามสแควร์ พร้อมทั้งวางจำหน่ายออนไลน์ และที่ CUB House Flagship สาขาเอกมัย ตั้งแต่ 23 กุมภาพันธ์ นี้ ผู้ที่สนใจสามารถร่วมลุ้นเป็นเจ้าของ 5 คันแรก ผ่านกิจกรรมบนหน้าเพจ Facebook CUB House เพียงร่วมกิจกรรม Ticket Photo ถ่ายรูปคู่กับรถคันจริงที่ร้าน Carnival สาขา Warehouse 30 และสาขาสยามสแควร์ และโพสต์ร่วมกิจกรรมใน Facebook ของ CUB House โดยจะมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ในวันศุกร์ ที่  24 กุมภาพันธ์ และจับรางวัลในวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่หน้าร้าน Carnival at Siam square สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/cubhousebyhonda Website: www.thaihonda.co.th/cubhouse หรือสอบถามได้ที่ CUB House Flagship Store ทุกสาขาทั่วประเทศ

Praga ZS 800

Praga ZS 800 เรโทรไบค์จากแบรนด์ไฮเปอร์คาร์สัญชาติเช็ค เมื่อแบรนด์ไฮเปอร์คาร์หันมาทำมอเตอร์ไซค์ อะไร ๆ มันก็ต้องดูหรูหรา ล้ำเลิศ เพริศแพร้ว จนทำเอาใจแป้ว โดยเฉพาะกับเจ้า Praga ZS 800 เรโทรไบค์คันที่คุณกำลังเห็นอยู่นี้ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง BD 500 มอเตอร์ไซค์ระดับไอคอนิกของทางค่ายเมื่อปี 1928 โมเดลสุดพิเศษนี้เป็นผลงานของทีมวิศวกรผู้ชำนาญการของทางแบรนด์ที่บรรจงสร้างไฮเปอร์คาร์ที่ชื่อว่า Bohema ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่สมัยใหม่กับดีไซน์แบบย้อนยุคจนกลายเป็นโมเดลสุดพิเศษขึ้นมา ตัวรถไม่เพียงแต่โดดเด่นในเรื่องของการออกแบบ แต่ยังมีน้ำหนักเบาจนหลายคนคาดไม่ถึง ด้วยการเลือกใช้เฟรมที่ผลิตขึ้นจากวัสดุโครโมลี น็อนและสกรูไทเทเนียม ท่อไอเสียไทเทเนียมเต็มระบบ ล้อคาร์บอนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักรถเปล่าเพียง 142 กิโลกรัม หรือน้ำหนักรถพร้อมของเหลวที่ 158 กิโลกรัมเท่านั้น มาดูในส่วนของขุมพลังกันบ้าง โมเดลนี้จะใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยอากาศขนาด 773 ซีซี (เครื่องของ Kawasaki W800) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ยังคงให้กลิ่นอายของความคลาสสิกจากตัวก้านกระทุ้งวาล์วด้านขวา แต่ก็ถูกปรับปรุงให้ทันสมัยให้มีความประหยัดและผ่านมาตรฐาน Euro5 ซึ่งให้กำลังสูงสุดที่ 50 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 65 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 5 สปีด โดยมีถังน้ำมันขนาด 11.5 ลิตรเป็นแหล่งบรรจุเชื้อเพลิงและเป็นส่วนหนึ่งของเฟรม พร้อมฝาครอบคาร์บอนฟอร์จเพิ่มความสวยงามหรูหรา ช่วงล่างของรถนั้นเป็นอะไรที่โดดเด่นและแปลกตาอย่างมาก ตัวรถเลือกใช้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าโช้คเดี่ยวพร้อมสวิงอาร์มแฃะกระเดื่อง โดยใช้โช้คจาก Ohlins TTX22 ที่ปรับแต่งค่า ๆ ต่างได้เต็มระบบ ด้านหลังเองมีดีไซน์ของรถในสไตล์หลังแข็ง แต่ก็เลือกวางโช้คโช้คเดี่ยว Ohlins TTX Air ไว้ใต้เบาะ ขณะที่ระบบเบรกนั้นเลือกใช้ไฮดรอลิกดรัมเบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลังบิลด์ติดไว้กับตัวล้อเลย เรียกได้ว่ารักษาภาพลักษณ์ความเรโทรไว้ขีดสุดจริง ๆ ส่วนในเรื่องเทคโนโลยีนั้นเรียกว่าทุ่มไปในขบวนการผลิตและการออกแบบ แต่ไม่ได้มีการระบุถึงเรื่องเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่เลย แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ รถแบบนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้ขี่ซิ่งอยู่แล้ว เน้นออกมาให้ขี่โชว์ให้คนเหลียวหลังมองเท่านั้น หรือจะซื้อมาประดับบารมีก็บอกเลยไม่ผิดหวัง เพราะสนนราคาอยู่ที่ 86,000 ยูโรแบบยังไม่รวมภาษี หรือคิดราว ๆ 3.15 ล้านบาท โดยจะผลิตขึ้นเพียง 28 คันเท่านั้น และจะเริ่มส่งมอบภายในกลางปีนี้ งานนี้ใครเงินเหลือก็ไปจัดกันได้นะครับ ซื้อมานี่ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม จอดที่ไหนใครก็ต้องหันมามองอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Aerox 2023 จัดจ้าน ทุกสีสัน!!

Yamaha Aerox 2023 มาพร้อมกับสีสันใหม่ จัดจ้าน !!   มีข่าวมาให้ลุ้นกันอีกแล้ว สำหรับการเปิดโฉมรถใหม่จากค่าย Yamaha กับรถจักรยานยนต์สปอร์ต ออโตเมติกอย่าง Yamaha  Aerox 2023 ที่มาพร้อมกับสีสันใหม่ จัดจ้าน พร้อมดีไซน์สปอร์ตรอบคัน  บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกของเมืองไทย พร้อมกระตุ้นตลาดรถจักรยานยนต์ด้วยการส่งรถจักรยานยนต์ “ยามาฮ่า แอร็อกซ์ ใหม่” สปอร์ต…ไม่ทิ้งลาย Spice up your challenge! สีใหม่! จัดจ้านทุกสีสัน บิดมันส์เร้าใจ ดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ดุดันตามแบบฉบับรถ Racing Sport ตระกูล R-Series สมรรถนะทรงพลังด้วยความแรงจากเครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี ผสานวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA พร้อมเทคโนโลยีใหม่ Y-CONNECT เชื่อมต่อข้อมูลรถเพื่อตอบสนองในการใช้งานและมั่นใจในการรับประกันมากกว่า ถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร “ยามาฮ่า แอร็อกซ์ ใหม่” …SPORT AUTOMATIC LEADER สปอร์ต…อัจฉริยะ ที่สุดแห่งสปอร์ตออโตเมติก ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเร้าใจด้วยสมรรถนะแรงเหนือใคร ด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ตอบสนองดีเยี่ยมทุกอัตราเร่ง สไตล์รถสปอร์ต ระบายความร้อนด้วยน้ำเต็มระบบ พร้อมลูกสูบแบบ Forged แข็งแกร่ง ทนทานและให้ความมั่นใจในการหยุดรถด้วยระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน ช่วยไม่ให้เสียการควบคุม ปลอดภัยอีกขั้นแบบรถสปอร์ตชั้นนำ เสริมด้วยยางหลังใหญ่ 140 มม. ล้อแม็ก 14 นิ้ว ใหญ่สุดในคลาสสปอร์ตออโตเมติก เฉียบคมทุกการเข้าโค้ง มั่นใจทุกการคอนโทรลแบบรถสปอร์ต และระบบกันสะเทือนหลังแบบซับแทงค์ ดูดซับแรงกระแทกดีเยี่ยม ลดแรงสะท้านในการขับขี่ ให้อารมณ์รถสปอร์ตตัวจริง ดูกันในเรื่องของการดีไซน์ ด้วยไฟหน้าใหม่! แบบ Full LED พร้อม Daytime running light สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ดีไซน์ใหม่ สว่างชัดเจนกว่าเดิมเพื่อทัศนวิสัยที่ดีขึ้น…ไฟท้ายใหม่! แบบ LED สว่างจัด ชัดเจน ช่วงท้ายดีไซน์แบบท้ายสั้นให้อารมณ์ซูเปอร์สปอร์ตพร้อมที่จับกันตกแบบ Build in อีกทั้งยังล้ำสมัยด้วยเรือนไมล์ดิจิทัลแบบ LCD สปอร์ตจัดเร้าใจด้วยกราฟิกแสดงผลวัดรอบ บอกครบทุกฟังก์ชัน แสดงผลการเชื่อมต่อกับ Y-CONNECT พร้อมสวิตช์เปลี่ยนโหมดง่ายขึ้นที่แฮนด์ซ้าย นอกจากนี้ “ยามาฮ่า แอร็อกซ์ ใหม่” เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันใช้งานเหนือชั้น ไม่ว่าจะเป็น SMART KEY SYSTEM ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ สะดวกสบายในการเปิดหรือปิด สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ / ปลดล็อกแฮนด์ / ปลดล็อกเบาะ / ปลดล็อกฝาถังน้ำมัน พร้อมสัญญาณ ANSWER BACK, ช่องเสียบต่อชาร์จแบตเตอรี่มือถือ A/C CHARGING SOCKET ป้องกันแบตฯ มือถือหมด ช่วยให้ไม่พลาดทุกการติดต่อ และช่องเก็บของด้านหน้าพร้อมฝาปิด และยังมี MEGA BOX ที่เก็บของใหญ่ ขนาด 25 ลิตร เก็บของได้จุใจ ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ และถังน้ำมันใหญ่ 5.5 ลิตร เติมน้ำมันได้มากขึ้น ไปได้ไกลกว่า! “ยามาฮ่า แอร็อกซ์ ใหม่” มาพร้อมกับความล้ำสมัย ไฮเทคเหนือชั้น ด้วยระบบ Y-CONNECT Application เชื่อมต่อชีวิตสมาร์ทสุดล้ำ แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อข้อมูลรถผ่าน CCU ช่วยให้สามารถรับรู้ข้อมูลต่างๆ ของรถ และการขับขี่ได้บนมือถืออย่างง่ายดาย ด้วยโหมดฟังก์ชันต่างๆ ในการใช้งานอย่างครบครัน มากถึง 9 ฟังก์ชัน เพื่อความสะดวกสบาย ได้แก่  1.METER INDICATOR – แจ้งเตือนการติดต่อเข้ามือถือ บนหน้าจอเรือนไมล์ 2. MAINTENANCE RECOMMEND – แจ้งเตือนการบำรุงรักษา 3. MALFUNCTION NOTIFICATION – แจ้งเตือนเครื่องยนต์เกิดปัญหา 4. FUEL CONSUMPTION

Yamaha YZF-R15M 2023 ใหม่ พร้อมจอสี TFT

Yamaha YZF-R15M 2023 มาพร้อมกับหน้าจอสี TFT ใหม่  มีข่าวดีมาแชร์ให้อ่านกันอีกครั้ง กับการเปิดตัวโมเดลสปอร์ตไบค์ สายพันธุ์ R-Series รุ่นพิเศษ อย่าง Yamaha YZF-R15M 2023 ในประเทศอินเดีย ที่มาพร้อมกับการอัปเกรดออพชันใหม่จากรุ่นก่อน และฟังก์ชันเสริม ที่อำนวยความสะดวกในการขับขี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แล้ว YZF-R15M เวอร์ชัน 2023 จะมีไฮไลท์อะไรที่น่าสนใจในรถรุ่นนี้กันบ้าง ไปดูกัน  หน้าจอสี TFT แสดงผลใหม่ หนึ่งไฮไลท์หลักของรถโมเดลพิเศษรุ่นนี้ กับหน้าจอสี TFT แสดงผลใหม่ ทั้งแสดงผลอัตราความเร็ว น้ำมัน ทริปการเดินทาง ชิฟไลท์ พร้อมระบบแทร็กชันคอนโทรล ระบบควิกชิฟเตอร์ ระบบแบตเตอรี่ และอื่น ๆ สามารถรองรับ Y-Connect ที่อำนวยสะดวกต่อการเดินทาง ให้อารมณ์การขับขี่แบบรถโมเดลรุ่นพี่อย่าง R1M อีกด้วย  ชุดไฟเลี้ยวใหม่  กิมมิกเล็ก ๆ น้อย ๆ กับการปรับเปลี่ยนจากชุดหลอดไฟเดิมที่เป็นแบบฮาโลเจน มาเป็นไฟ LED ที่ให้ความทันสมัย เข้ากับยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น  ด้านขุมพลังเครื่องยนต์ของ R15M 2023 ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กับเครื่องยนต์ SOHC 1 สูบ 4 จังหวะ 155 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 18.4 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อนาที กับแรงบิด 14.2 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด แอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ และระบบวาล์วแปรผัน หรือ  VVA ที่ช่วยเสริมการขับขี่ให้สนุกมากยิ่งขึ้น  ระบบกันสะเทือนก็เช่นเดียวกัน กับโช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ และโช้คเดี่ยวด้านหลังแบบสตรัทสปริง พร้อมระบบเบรก ดิสก์เบรก หน้า-หลัง เสริมระบบป้องกันล้อล็อก ABS Dual Channel ต่อด้วยช่วงล่างกับล้อหน้า-หลังขนาดเดิมที่ 17 นิ้ว และยางหน้า 100/80 และยางหลัง 140/70 แบบไม่ใช้ยางใน  ดูโดยรวมแล้ว เจ้ารถสปอร์ตโมเดลรุ่นนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนระบบเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกต่อผู้ขับขี่ให้ทันกับยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ส่วนรูปลักษณ์และเครื่องยนต์ของตัวรถยังคงไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่ยังไงเครื่องเดิม ๆ ก็ถือว่าแรงอยู่แล้ว รับประกันเลย สำหรับรถรุ่น Yamaha YZF-15M 2023 ยังไม่ได้เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าราคาน่าจะเพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย แต่ถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว เพราะได้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้กับขับขี่สนุกเร้าใจมากยิ่งขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BRABUS 1300 R Edition 23

BRABUS 1300 R Edition 23 กลับมาอีกครั้งดุดันยิ่งกว่า ค่ายรถสีส้มจากออสเตรียอย่างเคทีเอ็มกับผู้ผลิตอะไหล่แต่งสุดหรูหราอย่างบราบัส ยังคงเป็นมิตรที่ดี ส่งผลงานที่สร้างร่วมกันอย่าง Brabus 1300 R Edition 23 ออกมาอีกเป็นโมเดลที่ 2 หลังจากโมเดลแรกประสบความสำเร็จไปแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ มาดูกันว่าโมเดลใหม่นี้มีอะไรเด่น ๆ กันบ้าง การร่วมมือกันของสองแบรนด์ระดับโลกเคยสร้างปรากฏการณ์ที่ทุกคนต้องทึ่งมาแล้วในปี 2022 ก่อเกิดเป็นเน็กเก็ดไบค์ที่ไม่เพียงแค่ทรงพลังที่สุด ยังเป็นรถที่มีความโดดเด่น ดุดัน ขณะเดียวกันก็หรูหรา ทรงคุณค่า น่าสะสมอย่างที่สุด จากการเป็นรถที่ถูกผลิตขึ้นอย่างจำนวนจำกัด และเช่นกันในปี 2023 นี้ก็จะออกมาในรูปแบบเดียวกัน แต่มาในแบบที่ดุดำดุดันยิ่งกว่าเคย สมกับเป็นไนท์ไรเดอร์ ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ มีการขับเน้น DNA การออกแบบให้สมกับแบรนด์บราบัสมากยิ่งขึ้น โดยตัวรถจะมีให้เลือก 2 เฉดสี โดยทั้งสองเฉดสีจะมาพร้อมกับล้อฟอร์จ Monoblock Z wheels ชิ้นส่วนคาร์บอนเกรดไฮเอนด์และเบาะนั่งแบบสั่งทำที่จัดการโดยผู้เชี่ยวชาญการออกแบบภายในของทางบราบัส ในเมือง Bottrop ประเทศเยอรมัน ทำให้รถยิ่งโดดเด่นเหนือระดับ พร้อมการันตีว่าทุกคนต้องร้องว้าวเมื่อแรกเห็น   ในส่วนพื้นฐานนั้นยังคงเป็นเจ้า KTM 1290 SUPER DUKE R EVO ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้มันยอดเยี่ยมที่สุดในโลกสองล้อ และมุ่งเน้นให้ได้ประสบการณ์ขับขี่ที่เยี่ยมยอด ขับขี่ได้สบายแบบไร้ข้อติ โดยมีขุมพลังเป็นเครื่อง LC8 ที่เป็นเครื่องวีทวิน หรือสองสูบวีขนาด 1,301 ซีซี ที่ให้กำลังแรงถึง 180 แรงม้าที่ 9,500 รอบ กับแรงบิดสูงสุดที่ 140 นิวตันเมตรที่ 8,000 เพิ่มเอกลักษณ์พิเศษให้แตกต่างจากเดิมด้วยปลายท่อไอเสียสลิปออนแบบปลายคู่ของทางบราบัสซึ่งให้สุ้มเสียงทรงพลัง มาถึงตรงนี้เรามาดูจุดที่เปลี่ยนไปกันครับ โดยจุดแรกคือหน้ากากไฟหน้าใหม่ที่เข้าคู่กันกับแฟริ่งคาร์บอนด้านข้าง และสกู๊ปดักลมพร้อมแถบซิกเนเจอร์ของทางบราบัส ที่ยิ่งเสริมสร้างความโดดเด่นลงตัว แฟริ่งด้านข้างและช่องแอร์ดักต์เองก็มีการออกแบบใหม่ และเพื่อความสปอร์ตดุดันสุดขีดมีการใช้ท้ายคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมกับเพิ่มครอบเบาะท้ายดีไซน์ใหม่เข้ามา มีเปลี่ยนครอบแคร้งใหม่และสีให้เข้ากับตัวรถ ทำให้รถดูสวยลงตัวมากขึ้น เบาะนั่งก็หุ้มด้วยลวดลายเย็บปักแบบใหม่ มีกระจกปลายแฮนด์ดีไซน์ใหม่ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะช่วยให้ปรับมุมมองการมองเห็นได้ดียิ่งขึ้น ส่วนของล้อเองก็มีการทำสีแบบใหม่เป็นสีดำแพลตตินัมแบล็ก ปิดท้ายความแตกต่างด้วยเฉดสีใหม่ 2 เฉดสีคือ สีดำ Superblack และสีเทา Stealth Gray โดยแต่ละสีจะผลิตขึ้นเพียง 145 คันเท่านั้น จุดเด่นต่าง ๆ มีดังนี้: ซีเรียลนัมเบอร์แต่ละคันไม่ซ้ำกัน ล้อฟอร์จน้ำหนักเบา Monoblock Z แบบ 9 ก้านสีดำแพลตตินัม ปลายท่อสลิปออน เบาะพร้อมระบบอุ่นเบาะที่ทำขึ้นพิเศษ หน้าจอเรือนไมล์พร้อมอนิเมชันพิเศษ ชุดสีของหน้าจอแสดงผลเฉพาะ เฟรมสีดำพิเศษ แอร์ดักต์คาร์บอนไฟเบอร์ หน้ากากไฟหน้าคาร์บอนไฟเบอร์ อกล่างคาร์บอนไฟเบอร์ แผงคอ CNC ก้านเบรกและก้านคลัตช์ CNC แบบปรับระยะได้ พักเท้า CNC แบบปรับระยะได้ ฝากระปุกน้ำมันเบรก CNC ครอบเบาะแต่ง กระจกปลายแฮนด์ ท้ายคาร์บอนไฟเบอร์และที่ยึดทะเบียนแบบสั้น ไฟเลี้ยว LED พร้อมไฟเบรกในตัว ระบบกันสะเทือนแบบปรับไฟฟ้า WP APEX กันสะบัด WP APEX PRO 7117 โหมดการขับขี่ 5 โหมด (STREET – SPORT – RAIN – PERFORMANCE – TRACK) ประกับคันเร่งแบบทด อุ่นมือ แบตลิเทียมไอออนน้ำหนักเบา ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ในอีกหลาย ๆ จุด สุดท้ายนี้ใครที่สนใจสามารถพรีออเดอร์ได้ ผ่านทางเว็บไซต์ของ KTM ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์เวลา 3 ทุ่มบ้านเราเป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Fazzio ในทริปวันเดย์ของคนเจนใหม่

Yamaha Fazzio ในทริปสไตล์คนเจ็นใหม่ กับ Y-Connect ยามาฮ่า จัดทริปวันเดย์สุดเก๋ไปกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ กับการทดสอบ รีวิวขับขี่รถจักรยานยนต์สไตล์พรีเมียม Yamaha Grand Filano และรถจักรยานยนต์สไตล์ของคนเจ็นใหม่อย่าง Yamaha Fazzio พร้อมกับการใช้ฟังก์ชันจาก Y-Connect ตลอดการเดินทางในทริปนี้ ที่อำนวยความสะดวกในการขับขี่ในทุกเส้นทางบนท้องถนน ในวันนี้ ทางซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับทางยามาฮ่าไปพร้อมกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมาย ในกิจกรรมวันเดย์ทริป เพื่อพิสูจน์ฟังก์ชันของแอพ Y-Connect ในสมรรถนะการประหยัดน้ำมันของรถจักรยานยนต์ ตลอดระยะการเดินทางใน 1 วัน รวมถึงฟังก์ชันอื่น ๆ อีกด้วย จากนั้นก็ได้แยกกลุ่ม การขับขี่ระหว่าง Yamaha Grand Filano และ Yamaha Fazzio โดยทางซูเปอร์ไบค์ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มรถสกู๊ตเตอร์อย่าง ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ จากนั้นเชื่อมต่อแอพพลิเคชัน Y-Connect เข้ากับรถสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ พร้อมแสดงผลของการเดินทาง ข้อมูลรถ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันในช่วงการขับขี่ และฟังก์ชันอื่น ๆ พร้อมเริ่มสตาร์ทจุดเริ่มต้นที่ร้าน ชอคโกแลต วิลล์ บนถนนเกษตร-นวมินทร์ สู่กิจกรรมต่อไปกันเลย  มาถึงจุดเช็คอินที่ 1 กับกิจกรรมยิงธนูที่ Archery Thai เริ่มด้วยสาธิตการยิงธนูเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญ ให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ และสื่อต่าง ๆ สนุกไปกับเกมส์การแข่งขันยิงธนูสุดมันส์แบบนับแต้ม แต่เท่าที่เห็น ยิงเข้าเป้าบ้าง ไม่เข้าบ้างแหล่ะ แต่ยิงแป้กนี่เขินเลยนะ !!  จบกิจกรรมยิงธนูกันไปแล้ว ก็พร้อมเดินทางกันต่อ และไม่พลาดการติดต่อกับระบบแจ้งเตือนสายเข้าบนหน้าจอ พร้อมกับขับขี่ปลอดภัยมั่นใจระบบเบรก UBS ทำให้ถึงจุดนัดทานอาหารกลางวันที่ฝันคาเฟ่ คาเฟ่เก๋ๆ สุดต๊าซ ของวัยรุ่นยุคเนี๊ยะ  เมื่อรับประทานอาหารอิ่มกันไปที่เรียบร้อยแล้ว ก็มาเล่นกิจกรรมกันต่อ กับเกมส์ประกวดวาดภาพบนเค้กที่ทางร้านจัดเตรียมมาให้ ซึ่งให้เหล่าผู้ร่วมกิจกรรม ประชันลวดลายกันแบบไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว วาดโฉมลวดลายกันไปแล้ว ก็พร้อมที่จะลุยต่อ เริ่มสตาร์ทแอพ Y-Connect เดินทางลัดเลาะทั่วกรุงเทพจอดทุกไฟแดงแต่ประหยัดอย่างบอกใครกับระบบ Stop & Start System หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ทุกครั้ง เพิ่มความประหยัดให้กับวัยรุ่นยุคใหม่ ก่อนชมงานอาร์ตแกลเลอรี่ เก๋ไก๋สไตล์นิวเจ็น ในงาน TAKE YOUR TIME A Solo Exhibition by SUNTER ที่ศูนย์การค้า River City ที่ประดับความงามในภาพศิลปะต่าง ๆ มากมาย บวกกับความทันสมัยที่เข้ากับคนเจนใหม่ เหมือนกับคาแรกเตอร์ของรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ ที่ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว  เช็คอินสถานที่สุดท้ายในช่วงเย็นที่ท่ามหาราช พร้อมสรุปผลการขับขี่ในหนึ่งวัน กับเครื่องยนต์บลูคอร์ ซึ่งวันนี้ ทางซูเปอร์ไบค์ได้ขับขี่รถ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ และสามารถประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 54 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว และพบกับมื้อค่ำสุดหรูบนเรือ ซึ่งจะพาทุกคนไปดื่มด่ำบรรยากาศการรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์กลางแม่น้ำเจ้าพระยา จบสุดท้ายไปด้วย การกล่าวปิดงานกันอย่างอบอุ่น และสรุปผลการแข่งขันในแต่ละเกมส์ และการเล่นมินิคอนเสิร์ตเล็ก ๆ บนเรือกันอย่างสนุกสนาน  สำหรับใครที่สนใจรถสกู๊ตเตอร์ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ สามาติดต่อได้ที่ศูนย์ยามาฮ่า สแควร์ทั่วประเทศ สำหรับราคารถรุ่นนี้ รุ่น Smart Key ราคาแนะนำอยู่ที่ 56,600 บาท และ รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 54,900 บาท สามารถติดต่อได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการยามาฮ่า สแควร์ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง

CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง จาก Honda Racing UK เมื่อเร็ว ๆ นี้ทาง Honda Racing UK ได้ทำการเผยโฉม CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง สำหรับทำการแข่งขันในรายการ Bennetts British Superbike Championship และการแข่งขันโร้ดเรซซิ่งระดับนานาชาติรายการต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วยรายการ North West 200 และ Isle of Man TT โดยมี Andrew Irwin กับ Tom Neave ลงแข่งในรายการ BSB และมี John McGuinness MBE กับ Nathan Harrison แข่งรายการโร้ดเรซซิ่ง โดยสีสันในปีนี้คล้ายคลึงกับรถโปรดักชันที่ทางฮอนด้าขายอยู่มาก แบบเดียวกับ CBR1000RR-R Fireblade SP ในชุดสีแดง Grand Prix Red เรียกได้ว่าถ้าไม่สังเกตดี ๆ นี่ถึงกับแยกไม่ออกเลยทีเดียว ทั้งนี้ทางทีมเองก็หวังว่าจะสร้างความสำเร็จได้เหมือนกับปีที่แล้ว โดยเจ้าดาบเพลิงคันนี้ช่วยคว้าชัยชนะมาแล้วหลายครั้งในศึก North West 200 ทั้งยังคว้ารางวัลนักขี่หน้าใหม่ที่เร็วที่สุดในศึก TT นอกจากนี้ยังมีโพเดียมอยู่สม่ำเสมอแน่นอนว่ารวมไปถึงชัยชนะใน BSB จนสามารถรั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนรวม ขณะเดียวกันในพิกัดซูเปอร์สต็อกก็สามารถรักษาแชมป์ในรายการ Pirelli National Superstock championship ได้อีกด้วย สุดท้ายนี้ทางทีมยังเผยอีกว่าการเตรียมการสำหรับฤดูกาล 2023 นั้นเป็นไปได้ด้วยดี การทดสอบอย่างเป็นทางการของรายการ BSB เองก็จะเริ่มขึ้นที่ Navarra ทางตอนเหนือของสเปนในวันที่ 11 – 13 มีนาคมนี้แล้ว สำหรับคนที่อยากเห็นคันเป็น ๆ ล่ะก็สามารถบินไปชมกันได้ที่ Youles Motorcycles Honda Manchester ดีลเลอร์ที่อังกฤษซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมกันนี้ยังมีนักแข่งระดับตำนานที่เคยลงแข่ง TT 23 ครั้งและคว้าชัยในศึก NW200 มา 6 สมัย อย่าง John McGuinness MBE มาร่วมงานด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

ฤกษ์ออกรถปี 2566 ออกรถวันไหนดี ขับขี่รวย แคล้วคลาด ปลอดภัย

ถูกใจสายมูแน่นอนสำหรับ ฤกษ์ออกรถปี 2566 หลายคนคงจะมีความเชื่อแรงศรัทธาต่อดวงชะตา หรือการมูเตลูบ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะสาว ๆ นี่บอกเลยว่า การดูดวงเป็นงานอดิเรกเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะต้องดูฤกษ์งามยามดีก่อน เช่น ซื้อบ้าน แต่งงาน การเดินทาง ต่าง ๆ นา ๆ วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาเช็คฤกษ์ออกรถฉบับชาวสองล้อในปี 2566 กัน คงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหลาย ๆ คน แต่บอกไว้ก่อนนะว่าเรื่องแบบนี้อยู่ที่ความเชื่อส่วนบุคคลจ้า ทำนายเดือนกุมภาพันธ์ -หากออกรถในเดือนที่สองของปีนั้นจะส่งผลต่อเรื่องโชคลาภเงินทองให้ไหลมาเทมา ดวงชะตาจะหนุนนำ แต่แนะนำให้เข้าวัดทำบุญทำทานด้วยก็จะเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง ทำนายเดือนมีนาคม -ในการออกรถเดือนนี้จะช่วยส่งเสริมให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี นักขี่ท่านใดที่ทำการค้าขายก็มีโอกาสจะมีเงินทองมากขึ้น ใช้ชีวิตให้ดีระมัดระวังก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ทำนายเดือนเมษายน -ฤกษ์ออกรถในเดือนเมษายนนี้จะช่วยให้การเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตราย และรวมถึงเรื่องโชคลาภเงินทองก็ช่วยส่งเสริมด้วยเช่นกัน ทำนายเดือนพฤษภาคม -ชาวนักบิดสองล้อท่านใดที่มีแผนจะออกรถในเดือนนี้ บอกเลยว่าช่วยส่งเสริมเรื่องความรักไม่ว่าจะแฟน หรือคนในครอบครัว และยังช่วยในเรื่องของโชคลาภอีกด้วย ทำนายเดือนมิถุนายน -หากมีแพลนที่จะออกรถในเดือนนี้เป็นครึ่งปีหลังแห่งความสุขสมหวัง ไม่ว่าจะเรื่องหน้าที่การงาน หรือเรื่องค้าขายกระทั่งเรื่องความรักก็ส่งผลดีเช่นกัน ทำนายเดือนกรกฎาคม -เดือนนี้หน้าที่การงานจะมีความมั่นคงยิ่งขึ้น มีโอกาสที่จะได้เลื่อนตำแหน่งงานที่สูงขึ้น หรือแม้แต่ใครที่ทำการค้าขายก็จะมีรายได้และลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำนายเดือนสิงหาคม -ในเดือนสิงหาคมก็เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักบิดอย่างเรา ๆ เพราะช่วยในเรื่องความปลอดภัย ยิ่งเวลาเราเดินทางก็จะช่วยส่งเสริมได้เจอทางที่ดี ๆ และในส่วนเรื่องหน้าที่การงานก็จะได้ขยับตำแหน่งที่ดี และเพื่อนร่วมงานก็ชื่นชอบอีกด้วย ทำนายเดือนกันยายน -เดือนกันยายนนี้ มีโอกาสดี ๆ จะเข้ามาหาเตรียมตัวรับสิ่งที่ดีไว้ได้เลย และที่สำคัญจงมั่นใจ และพัฒนาตนเองให้มากยิ่งขึ้น เวลาตัดสินใจอะไรจะได้ไม่มีความลังเล ทำนายเดือนตุลาคม -ในเรื่องของความโชคร้ายจะมีการเปลี่ยนแปลงให้เป็นเรื่องที่ดีขึ้น อะไรที่เคยมีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้ เปลี่ยนหนักให้กลายเป็นเบา ทำนายเดือนพฤศจิกายน -ถ้าออกรถในเรื่องนี้จะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิม จะพบเจอเรื่องราวที่ดี และมีความสุข ปัญหาที่เคยมีอยู่ก็จะบรรเทาไป และแนะนำว่าถ้ายิ่งมีสติมากขึ้น ทำสมาธิฝึกจิตใจบ่อย ๆ หลายอย่างก็จะดีตามไปด้วย ทำนายเดือนธันวาคม และในเดือนสุดท้ายของปี หากออกรถเดือนนี้โชคชะตาจะหนุนนำพาแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา และจะสมหวังในหลาย ๆเรื่องที่ได้คาดหวังเอาไว้อีกด้วย หมายเหตุ : ฤกษ์ที่ทุกคนเห็นนี้อ้างอิงตามโหราศาสตร์ปฏิทินของจีน รวบรวมวันธงไชย และวันอธิบดีไว้เรียบร้อย และแต่ล่ะเดือนก็มีความโดดเด่นในเรื่องที่แตกต่างกันออกไป สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยหลังจากดู ฤกษ์ออกรถปี 2566 ก็คือ  การขับขี่ที่ปลอดภัยก็ต้องมาพร้อมกับสติบนท้องถนน เรื่องฤกษ์ โชคชะตา หรือการมูเตลู ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะเป็นตัวช่วย และเรื่องเหล่านี้ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค GPX Tuscany 150 ราคา และข้อมูล

สเปค GPX Tuscany 150 ราคา และข้อมูล     GPX Tuscany 150 สกู๊ตเตอร์สไตล์สปอร์ตคลาสสิก ที่มาพร้อมกับประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัว ในดีไซน์ที่ให้ความหรูหรา แต่แแฝงความสนุกไปกับสีสัน กับเครื่องยนต์พิกัด 150 ซีซี เหมาะกับการขับขี่ในเมืองได้อย่างสนุกสนาน ราคาแนะนำ รุ่น Smart Key ราคา 63,700 บาท รุ่น Standard   ราคา 59,900 บาท  สเปค, สเป็ก ​   กุญแจอัจฉริยะ Smart Key ระบบแบรก Combine Brake System (CBS) เรือนไมล์ Full LCD ระบบไฟส่องสว่าง Full LED USB Type A รองรับ Fast Charging ใต้เบาะใหญ่ถึง 27 ลิตร   สเปค GPX Tuscany 150 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 1 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 149.6 ซีซี แรงม้า (เคลม) 11 แรงม้าที่ 8,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 11.4 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 2 วาว์ลต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 57.4 X 57.8 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ ออโต้ ระบบจุดระเบิด Full Transistor Ignition ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด EFI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 110/70-12” 53L (ล้อแม็ก) ไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 120-70-12” 58L (ล้อแม็ก) ไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 226 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. กว้าง X ยาว X สูง 675 X 1,855 X 1,130  มม. ระยะฐานล้อ NA ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 101 ม.ม. ความสูงเบาะ 780 ม.ม. น้ำหนักรถ 122 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 5.7 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 เทคโนโลยี – ระบบเบรก Combine Brake System (CBS) – เรือนไมล์ Full LCD – USB Type A รองรับ Fast Charging – กุญแจอัจฉริยะ Smart Key   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Smart Key Rubino Red (แดง) Gelato Green Mint (เขียว) Smoke Gray

Keeway Victoria 200 เปิดตัวแล้ว!!

Keeway Victoria 200 สกู๊ตเตอร์ดีไซน์ย้อนยุค เทคโนโลยีล้ำ เปิดตัวแล้ว นอกจากทาง Keeway ได้เปิดตัวสกู๊ตเตอร์ Keeway Shiny 150 กันไปแล้ว ยังมีอีกรุ่นที่เปิดตัวมาด้วยอย่าง Keeway Victoria 200 สกู๊ตเตอร์สไตล์ย้อนยุค 60 (SIXTIES) เรียกได้ว่ารุกตลาดรถสกู๊ตเตอร์ 2 ล้อตั้งแต่ต้นปี 2023 กันเลยทีเดียว ในครั้งนี้ เราจะมายลโฉมเจ้า วิกตอเรีย 200 รุ่นนี้กัน ว่าจะมีความพิเศษอย่างไรบ้าง  สำหรับสกู๊ตเตอร์สายพันธุ์ใหม่รุ่นนี้ที่ถือกำเนิดขึ้นจากการผสานความร่วมมือกัน ระหว่าง Victoria และ Keeway ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านการผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์มากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก กับความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม จึงเกิดเป็นโฉมรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ให้เราได้เห็นกัน  แม้ว่ารูปลักษณ์จะพาย้อนเวลากลับไปเมื่อครึ่งศตวรรษที่แล้ว แต่ Keeway Victoria มาพร้อมความสะดวกสบายสุดล้ำ สกู๊ตเตอร์มีเบาะนั่งแบบแยกส่วนที่โดดเด่นให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายสะดวกสบายอย่างยิ่ง ด้วยกระจังหน้าแบบย้อนยุคแฝงความล้ำสมัยด้วยไฟหน้าล้ำยุคแบบ FULL LED เต็มรูปแบบที่โดดเด่น ผสานกับไฟเบรกแบบ LED คู่อันเป็นเอกลักษณ์และไฟสัญญาณที่ผสานเข้ากับด้านหลังของสกู๊ตเตอร์อย่างลงตัว    เปี่ยมไปด้วยระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ของตัวรถ ด้วยสวิตช์จุดระเบิดแบบมัลติฟังก์ชันประกอบด้วยสตาร์ทไฟฟ้า ที่เก็บของใต้เบาะที่พอเพียงกับทุกไลฟ์สไตล์  และมาพร้อมช่องชาร์จไฟ USB ให้ทุกคนไม่พลาดการติดต่อ สำหรับพละกำลังเจ้าวิกตอเรีย 200 ที่มากับเครื่องยนต์ 1 สูบ ขนาด 171.7 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้กำลังสูงสุด 11.3 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 12 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาทีทำให้  Victoria เป็นรถที่คล่องแคล่ว คล่องตัว  พร้อมช่วงล่าง ด้วยโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก และโช้คหลังแบบปรับระดับได้ มาพร้อมความปลอดภัยที่ไม่ถูกลืม ด้วยดิสก์เบรกหน้า ขนาด 220 มม. พร้อมระบบการกระจายแรงเบรก และดิสก์เบรกขนาด 215 มม.  มั่นใจทุกการเดินทางด้วยยาง Tubeless ขนาด 120/70-12 ทั้งหน้าและหลัง โดยรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทา CLOUD GREY, สีแดง VERMILLON RED, สีเขียว EMERALD GREEN และสีฟ้า CYAN BLUE พร้อมการรับประกัน 3 ปี 30,000 กิโลเมตร ส่วนราคานั้นผมจะมาเปิดเผยทีหลังกันครับ ทั้งหมดนี้พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศคลิกเลย!! https://bit.ly/3eqrUBK และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ Keeway Victoria ได้ที่ Website : www.keeway-thailand.com   Facebook : KeewayMotorcycle Line : @Keeway อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Keeway Shiny 150 เปิดตัวแล้วในไทย

Keeway Shiny 150 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย  หลังจากกระแสตอบรับเป็นไปอย่างที่น่าพอใจ สำหรับรถจักรยานยนต์รุ่น Keeway Versilia 150 ที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา ในครั้งนี้ ทาง Keeway พร้อมเดินหน้าเปิดตัวสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด อย่าง Keeway Shiny 150 กับโฉมใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานกันแบบครบครัน  สำหรับสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ เป็นโฉมใหม่ล่าสุดที่มาในรูปแบบอิตาเลียนสไตล์ โดดเด่นด้วยการดีไซน์เปรียบเสมือนงานศิลปะชั้นยอด ที่ผสมผสานระหว่างสไตล์และเทคโนโลยีของสกู๊ตเตอร์ในปัจจุบัน  สำหรับรูปลักษณ์ตัวรถ ที่ให้อารมณ์ความคลาสสิกด้วยไฟหน้าทรงกลม และตัวรถที่มองด้านข้างจะเห็นส่วนเว้า ส่วนโค้ง ในลักษณะรูปวงรี ที่สื่อความเป็นอิสระในการเดินทาง ควบคู่ไปกับการเน้นด้วยเส้นโครเมียมในหลายมุมของตัวรถ เสริมเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังที่มีลวดลายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนในรูปแบบย้อนยุค  แม้ว่าตัวรถจะมีกลิ่นอายแห่งความคลาสสิก แต่ยังมาพร้อมกับนวัตกรรมสมัยใหม่เพื่อตอบสนองการใช้งานในปัจจุบัน เริ่มด้วยไฟหน้า LED และไฟเลี้ยวคู่หน้าบิ้ลต์อิน DRL รูปวงแหวนและ “x” โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไฟข้างตัวรถเป็น LED ขนาดเล็กที่ส่องสว่าง ในสไตล์เรโทรคลาสสิก พร้อมเรือนไมล์ทรงกลมเป็นแบบดิจิตอลและไฟพื้นหลังที่ปรับเปลี่ยนได้ถึง 7 สี สามารถปรับได้ตามใจชอบเลยทีเดียว พร้อมที่เก็บสัมภาระด้านหน้าและช่องเสียบ USB  มาดูพละกำลังของรถรุ่นนี้กันบ้าง กับเครื่องยนต์ SOHC 1 สูบ ขนาด 149.6 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมเคลมแรงม้าที่ 8.3 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที ขณะที่แรงบิดสูงสุดที่ 8.5 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที กับระบบขับเคลื่อนด้วยเกียร์ ออโตเมติก CVT และความจุถังน้ำมันขนาด 5.6 ลิตร  ต่อกันด้วยระบบช่วงล่าง กับโช้คหน้าแบบ เทเลสโคปิก โช้คหลังเดี่ยว พร้อมระบบดิสก์เบรกหน้า ขนาด 220 ม.ม. และดรัมเบรกด้านหลัง เสริมด้วยล้อหน้าและหลังขนาด 12 นิ้ว ยางหน้าและหลังขนาด 120/70 แบบไม่ใช้ยางใน ที่ให้ฟีลลิ่งการขับขี่เน้นความคล่องตัว และสามารถเลี้ยวในวงแคบได้ สีฟ้า Sky Blue สีขาว Daisy White สีแดง Cherry Red สีดำ Raven Black   โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีแดง Cherry Red, สีฟ้า Sky Blue, สีขาว Daisy White และสีดำ Raven Black พร้อมการรับประกัน 3 ปี 30,000 กิโลเมตร ในราคาโปรโมชั่นสุดพิเศษ 58,500 บาท สำหรับผู้ที่จอง 500 คันแรกเท่านั้น (ราคาแนะนำที่ 62,500 บาท) สามารถเริ่มจองได้ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ 2023 เป็นต้นไป   ทั้งหมดนี้พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศสามารถเข้าไปชมได้ที่ช่องทางออนไลน์ https://bit.ly/3eqrUBK และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website : www.keeway-thailand.com Facebook : KeewayMotorcycle Line : @Keeway อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha รุกตลาดต่อเนื่องปี 66

Yamaha รุกตลาดต่อเนื่องปี 66 เดินหน้า ROAD TO SUCCESS ยามาฮ่า ปลื้มยอดจำหน่ายในปี 2565 เดินหน้า ROAD TO SUCCESS ตอกย้ำสินค้าคุณภาพ พร้อมชิงส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 16.5% ในปี 2566 เพิ่มความเชื่อมั่นรุกขยายโชว์รูมรูปแบบใหม่เพิ่มเป็น 170 แห่งในปีนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ประกาศความสำเร็จสินค้าครองใจชาวไทยในปี 2565 โตขึ้น 6.9% สร้างยอดจำหน่าย 284,000 คัน พร้อมเดินหน้ารุกตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทยต่อเนื่องในปี 2566 จากการคาดการณ์ ตลาดรวมเท่ากับปี 2565 ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดรวมเป็น 16.5% มั่นใจสินค้าครองใจชาวไทยครบทุกเซกเมนต์ เสริมความแข็งแกร่งเครือข่ายผู้จำหน่าย ขยายโชว์รูปแบบใหม่ New YAMAHA SQUARE เพิ่มเป็น 170 แห่งภายในปีนี้ พร้อมสร้างความเป็น พรีเมียม แบรนด์ เพื่อสร้าง Lifetime Customer โดยการยกระดับประสบการณ์มัดใจลูกค้าด้วย 6 กลยุทธ์หลักของ Yamaha รุกตลาดต่อเนื่องปี 2566 นี้ มร.ทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัดมร.ทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จของยามาฮ่าในปีที่ผ่านมาว่า “ก่อนอื่นผมต้องของขอบคุณท่านสื่อมวลชน พันธมิตรทางการค้า ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกท่าน สำหรับการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างดียิ่งในปีที่ผ่านมา ด้วยประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญ และทุกหน่วยงานมีความมุ่งมั่นทำงานร่วมกับยามาฮ่าประเทศญี่ปุ่นวางแผนและพัฒนาสินค้าออกมาอย่างดีที่สุด แม้จะมีปัจจัยเรื่องความไม่แน่นนอนของสินค้าที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงปัญหาการขาดแคลนสินค้า ซึ่งเราก็สามารถแก้ไขและสร้างสถานการณ์ให้ดีขึ้น จนสามารถที่จะบรรลุผลประกอบการ และยอดขายประจำปีได้ตามเป้าหมาย เรายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ตราสินค้ายามาฮ่าในประเทศไทย และยังคงเน้นย้ำในความสำคัญของบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งกับความเป็นสินค้าพรีเมียมของเรา และสร้างลูกค้าให้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต ผมเชื่อว่า ด้วยสินค้าที่เราเตรียมไว้สำหรับปีนี้ และแผนงานที่ได้วางไว้ เราจะสามารถบรรลุเป้าการขาย และส่วนแบ่งการตลาดที่เรามุ่งหวัง และเรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม เหนือกว่าความคาดหวัง ให้กับลูกค้าของเราทุกๆ คนครับ” คุณพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงนโยบายของยามาฮ่าในปี 2566 ว่า “สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ในปี 2565 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจยานยนต์ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พอสมควร รวมทั้งการขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิต ทำให้สินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แต่ตลาดรถจักรยานยนต์ยังคงเติบโตขึ้นถึง 11.8% ทำให้มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 1,800,583 คัน รวมทั้ง ยังคงเสริมความแข็งแกร่งด้วยสินค้าและการบริการหลังการขาย จนสามารถสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น 6.9% มียอดจดทะเบียน 283,903 คัน สามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดได้อยู่ที่ 15.8% และกลุ่มรถออโตเมติก โดยเฉพาะ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด คอนเน็คเต็ด ยังคงแข็งแกร่งและสามารถเติบโตจากปีที่แล้วถึง 35% โดยมียอดจดทะเบียนมากถึง 97,446 คัน และกลุ่มรถครอบครัว ยามาฮ่า ฟินน์ ยังคงได้รับความนิยมและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถเติบโตได้ถึง 31% เมื่อเทียบกับปี 2564 จนทำให้มียอดจดทะเบียนสูงถึง 84,871 คัน  และยามาฮ่า R15 ยังคงรักษาความเป็นรถสปอร์ตยอดนิยมอันดับ 1 ในรุ่น 150 ซีซี ได้อย่างเหนียวแน่น ขณะที่ศูนย์บริการของยามาฮ่ามีอัตราลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น นับเป็นความสำเร็จที่ยามาฮ่ามีความภูมิใจในปีที่ผ่านมา สำหรับในปี 2566 นี้ คาดการณ์ว่าภาพรวมของตลาดรถจักรยานยนต์จะอยู่ที่ระดับ 1.80 ล้านคัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีจากการคาดการณ์เศรษฐกิจ และการลงทุนในปี 2566 นี้ ของภาครัฐ และการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น พร้อมกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีความเบาบางลงจนเป็นโรคประจำถิ่น ทำให้ภาพรวมของระบบเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในประเทศมีการฟื้นตัว ซี่งเป็นปัจจัยบวกต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ส่วนในด้านปัจจัยเสี่ยงยังคงเป็นเรื่องของหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น การขาดแคลนชิ้นส่วนและวัตถุดิบไม่เพียงพอในบางรุ่น รวมถึงกฎหมายควบคุมดอกเบี้ยเช่าซื้อที่มีผลต่อผู้บริโภค โดยในปีนี้ มีการคาดการของตลาดรวมรถจักรยานยนต์จะเป็น 1.8 ล้านคัน เท่ากับปี 2565 โดยยามาฮ่าได้ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 16.5% หรือประมาณ 295,000 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นอีก 4% เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา พร้อมเร่งกำลังการผลิต และมุ่งเน้นกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ รวมถึงกลยุทธ์การขายและการตลาด เพื่อที่จะสร้างความแข็งแกร่ง

Honda Scoopy เปิดรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น

Honda Scoopy จับมือ Colors Culture เปิดตัวรถสกู๊ตเตอร์รุ่นพิเศษ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มรถ Fahion A.T. อีกครั้ง ด้วยการจับมือกับแบรนด์เสื้อผ้าดังอย่าง “Colors Culture” โดย พีพี กฤษฏ์ เปิดตัวรถสกู๊ตเตอร์รุ่นพิเศษ Honda Scoopy Colors Cultureไ Limited Edition ที่ออกแบบลวดลายเพื่อแฟน ๆ ของ พีพี กฤษฏ์ และวัยรุ่นไทยโดยเฉพาะ  สำหรับรถสกู๊ตเตอร์รุ่นดังกล่าว ถูกออกแบบให้โดดเด่นสะดุดตา ทุกมุมมองในสไตล์ระดับ Iconic ของวัยรุ่น ผสมผสานความสดใสของสีสันและเส้นสายเอกลักษณ์ที่เป็น Signature ของแบรนด์ Colors Culture บนตัวรถสีขาว – ชมพู สะท้อนคาแรคเตอร์ความซุกซน ขี้เล่น ในสไตล์ของ พีพี กฤษฏ์ ที่รวมเอาสตรีทแฟชั่นและความคัลเลอร์ฟูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สามารถแมตซ์รถเข้ากับการแต่งตัวได้หลากหลายรูปแบบตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้  นอกจากความลงตัวของสีสันและกราฟิกแล้ว ยังขับขี่สนุกด้วยเครื่องยนต์ eSP ที่ให้แรงบิดอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วยเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกอย่าง Honda SMART Key สตาร์ทโดยไม่ต้องใช้กุญแจ เสริมด้วยช่องชาร์จไฟสำรอง USB Socket Type A ให้ทุกดิจิทัลไลฟ์ของผู้ใช้ไม่มีสะดุด โดยรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ ผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น โดยมาพร้อมกับหมวกกันน็อก Be Colorful Be Iconic ดีไซน์สุดพิเศษเฉพาะผู้ที่จองเท่านั้น สำหรับราคาแนะนำที่ 57,700 บาท พร้อมเปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2023 ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ 1.ทางออนไลน์ เพียงคลิกที่ลิงก์ https://booking.thaihonda.co.th/booking/personal-info/scoopyxcolorculture  2.จองภายในงาน ติด Trend Fest ที่จัดขึ้นใน 4 จังหวัดทั่วประเทศ กรุงเทพฯ (วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2023 ที่สยามสแควร์ซอย 7) เชียงใหม่ ชลบุรี (พัทยา) และสงขลา (โปรดติดตามกำหนดการอีกครั้ง) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Prima Pramac Racing พร้อมบุก MotoGP

Prima Pramac Racing เปิดตัวทีมแข่ง MotoGP 2023 อัพเดตข่าวสาร MotoGP อีกครั้งในฤดูกาล 2023 สำหรับการเปิดตัวทีมแข่งอิสระอย่าง Prima Pramac Racing ที่มากับชุดสีแดง สีม่วงและสีขาว พร้อมนักแข่งคู่บุญของทีมอย่าง Jorge Martin และ Johann Zarco โดยดีกรีผลงานของนักแข่งทั้งสอง จาก Zarco ที่เคยทำผลงานคว้าแชมป์โลก Moto2 ถึง 2 สมัย และ Martin เจ้าของดีกรีแชมป์โลก Moto3 โดยปีนี้ ทั้งคู่จะกลับมาอีกครั้งกับโฉมรถ Ducati Desmosedici GP23 ซึ่งเป็นสเปคเดียวกันกับทีมแข่งโรงงานอีกด้วย จากการขึ้นโพเดียมถึง 8 ครั้งและตำแหน่งโพลโพซิชั่นถึง 7 รายการในฤดูกาลที่ผ่านมา สำหรับฤดูกาลนี้ นักแข่งทั้งสองกำลังเตรียมเซอร์ไพรส์ให้ทีมและแฟน ๆ ทุกคน ด้วยติด 1 ใน 3 อันดับแรกในตารางคะแนนรวม , ทีมอิสระที่ได้ตำแหน่งดีที่สุด และตำแหน่งนักแข่งทีมอิสระยอดเยี่ยม Paolo Campinoti หัวหน้าทีม กล่าวว่า “สำหรับเป้าหมายในปีนี้ เราตั้งเหมือนกับเคยตั้งในช่วงต้นฤดูกาลของการแข่งขันทุก ๆ ปี คือการเป็นทีมอิสระที่ดีที่สุด และไม่ยอมให้ใครชนะง่าย ๆ เมื่อไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา เราได้แสดงถึงศักยภาพของทีมในการแข่งขัน MotoGP อย่างแท้จริง และนักแข่งของเราพยายามคว้าอันดับสูงสุดให้ได้อย่างต่อเนื่อง และความพร้อมของสมาชิกในทีมทุกคนได้สร้างทีมของเราให้เป็นทีมที่ดีที่สุดใน Paddock, ในฐานะหัวหน้าทีม ผมไม่อาจขออะไรได้อีก เราภูมิใจในตัวเพื่อน ๆ ในสิ่งที่เราเป็น และการร่วมมือกับ Prima ทำให้เราได้รับแรงผลักดันเพิ่มเติมอย่างแน่นอน เราจะเข้าสู่สนามเร็ว ๆ นี้ สำหรับการทดสอบในช่วงต้นฤดูกาล ผมแทบรอไม่ไหวแล้ว สำหรับฤดูกาลนี้มันจะสนุกสุดมันส์ขนาดไหน” George Ottathycal ซีอีโอของ Prima Assicurazioni กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเปิดฤดูกาล MotoGP 2023 ร่วมกับ Paolo นักแข่ง และทีมงานทั้งหมด พวกเรารู้สึกพอใจเป็นอย่างมากในฤดูกาลที่ผ่านมา นอกเหนือจากเป้าหมายที่สำคัญ ขอขอบคุณสำหรับการทำงานเป็นทีม ปีนี้เป็นปีแรกที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นโอกาสที่คุ้มค่า ที่เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทั้งเรื่องเทคโนโลยีและพรสวรรค์ของนักแข่ง ประหนึ่งเพื่อนคู่หูที่เติบโตมาด้วยกัน ซึ่งเราเป็นแฟนวงการ 2 ล้อตัวจริง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์กว่า 1 ใน 10 คนในอิตาลีที่ทำประกันกับ Prima เรามาที่นี่ เพื่อให้กำลังใจนักแข่งและทีม และมั่นใจว่าพวกเขาจะได้ชูธง” Gino Borsoi ผู้จัดการทีม กล่าวว่า “พวกเราตั้งตารอฤดูกาลนี้ด้วยความกระตือรือร้นอย่างมาก สำหรับผมแล้ว มันจะเป็นการผจญภัยครั้งใหม่ และผมจะบอกว่ามันเป็นปีที่สำคัญ ในฤดูกาล 2023 นี้ จะเป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าร่วมทีม Prima Pramac Racing สำหรับหมายเลข 23 นั้น สำคัญกับผมมาก และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แม้แต่ตอนที่ผมลงเล่น หวังว่ามันจะเป็นสัญญาณที่ดี สำหรับการทดสอบที่  Valencia ผมรู้จักทุกคนและคนขี่อยู่แล้ว ความประทับใจแรก ๆ ของผมเป็นกำลังใจมาก ๆ และพอใจมาก ๆ ผมไม่รู้หรอก ว่าในอนาคตจเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ฉันเชื่อว่าเราจะทำให้ดีที่สุด” Johann Zarco “3 ปีติดต่อกันแล้ว ที่ผมจะอยู่กับทีม Prima Pramac ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สวมชุดสีเหล่านี้ในฤดูกาลต่อไป เรามีทีมที่ยอดเยี่ยม รถแข่งที่ยอดเยี่ยม และผมกับ Jorge เข้ากันได้ดีมาก ผมจะบอกว่าเรามีส่วนผสมทั้งหมดสำหรับฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม และบางที ใครจะรู้ ชัยชนะอาจจะมาหาเราก็ได้” Jorge Martin “ผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้ร่วมงานกับทีมของผมอีกครั้ง ปีที่แล้วเป็นปีที่พิเศษ และมีช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก แต่มันก็ช่วยให้ผมเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น ผมมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และความทะเยอทะยานอย่างแท้จริง และผมรู้ว่าเราสามารถทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมร่วมกับทีมของผมได้ที่ Sepang เมื่อผมคร่อมรถดูคาติ ผมจะรู้ว่าความพยายามทั้งหมด ในการซ้อมช่วงหน้าหนาวก่อนเปิดฤดูกาลนั้นคุ้มค่าหรือไม่” เราพร้อมแล้ว! ผมพร้อมแล้ว!!” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

มิลเลนเนียม กรุ๊ป ผุดโชว์รูม ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน สาขาธนบุรี

มิลเลนเนียม กรุ๊ป เปิดตัวโชว์รูม ฮาร์ลี่ย์ สาขาธนบุรี รองรับชุมชนคนรักอิสระและการผจญภัย จากความนิยมรถจักรยานยนต์สองล้อคลาสสิกในประเทศไทยที่เพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง และแล้วก็ไม่รอช้า กับค่ายรถตรานกอินทรีสัญชาติอเมริกันอย่าง Harley-Davidson ปักหมุดขยายสาขาเพิ่มอีกหนึ่งแห่งในย่านธนบุรี กับ Harley-Davidson สาขาธนบุรี (วงเวียนพระราม 5 – ราชพฤกษ์) เพื่อรองรับการบริการลูกค้าแบบครบวงจร โดยกลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ผู้แทนจำหน่าย Harley-Davidson อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้ฤกษ์เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรใหม่ล่าสุด พร้อมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปีแห่งความสำเร็จ ของแบรนด์มอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกัน สำหรับโชว์รูมใหม่ของ Harley-Davidson พร้อมศูนย์บริการครบวงจร สาขาธนบุรี (วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์) นับเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของผู้ชื่นชอบไลฟ์สไตล์อิสระ ด้วยการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน สอดคล้องกับตัวอาคารที่ออกแบบได้อย่างโดดเด่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ป้อมปราการและความเป็นอิสระ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์การเป็นเมืองหลวงเก่ามาอย่างยาวนานนั้นเอง ดังนั้น จึงได้นำ “ค่ายคูประตูหอรบ” ซึ่งมีบุคลิกของผู้บุกเบิก รักการผจญภัยและการเป็นขาลุย เช่นเดียวกับแบรนด์ Harley-Davidson มาเป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบ ขณะที่โทนสีหลักของ ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน คือ ส้ม-ดำ ก็ได้รับการถ่ายทอดผ่านสีคล้ายสนิมเหล็กและโครงสร้างสีดำ จัดวางในระนาบที่สามารถพลิกเปิด-ปิด คล้ายหน้าต่างของป้อมปราการในอดีต สร้างความแตกต่างได้อย่างเด่นชัด  สำหรับภายในพื้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่งนี้ มีพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร ซึ่งเหล่าแฟน ๆ ชาว ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน ทุกรุ่น สามารถยลคันโปรดที่จัดแสดงอยู่ภายในกว่า 30 คันอย่างใกล้ชิด ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และเสน่ห์ชวนหลงใหล ไม่ว่าจะเป็น “รูปลักษณ์” ที่คลาสสิกเหนือกาลเวลา “เสียง” ยามสตาร์ทเครื่องคำรามกึกก้อง ทรงพลัง และน่าเกรงขาม นอกจากจะมี Harley-Davidson รุ่นต่างๆ ให้เลือกสรรอย่างจุใจ มากไปด้วยอุปกรณ์ตกแต่ง รวมถึงศูนย์บริการครบวงจร ที่ให้บริการโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ที่ผ่านการฝึกอบรมจาก Harley-Davidson University นักขับขี่ตัวยงหรือกระทั่งมือใหม่ ยังเพิ่มประสบการณ์พิเศษกับสนามทดสอบการขับขี่เพื่อใช้ฝึกขับขี่และพัฒนาทักษะ นับเป็นโชว์รูมแห่งแรกในย่านนี้ที่จัดเต็มอย่างเหนือระดับ และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของคนคอเดียวกันให้แนบแน่นยิ่งขึ้น  รวมถึง ยังมีการจัดตั้งคอมมูนิตี้ เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบ Harley-Davidson ได้มีพื้นที่รวมตัวอย่างอบอุ่น อาทิ H.O.G. Chapter (Harley-Davidson Owners Group) ซึ่งเป็นชุมชนของชาว ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน ที่มีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย รวมตัวเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทริปท่องเที่ยว รวมไปถึงการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) หลากหลายรูปแบบ ซาจีฟ รัชเกคาราน, กรรมการผู้จัดการ Harley-Davidson สำหรับตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย และอินเดีย เผยว่า “ปีนี้ มีความพิเศษ เนื่องจากเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปี ของ Harley-Davidson ที่มอบความสุขและความอิสระ มาสู่ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ทั้งยังเป็นปีที่เราได้ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด กับการเปิดตัว Harley-Davidson สาขาธนบุรี โดยเราเชื่อมั่นว่าลูกค้า รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson จะรู้สึกประทับใจกับผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย สินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์ และความพร้อมในการให้บริการด้านต่าง ๆ เมื่อได้มาเยือนโชว์รูมแห่งนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ Harley-Davidson สาขาธนบุรี ก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคตได้” ด้าน ปอนด์ จงเสรี, ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด กล่าวว่า “Harley-Davidson สาขาธนบุรี นับเป็นสิ่งที่แสดงถึงความมุ่งมั่น ในการพัฒนาคุณภาพในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และบริการหลังการขายแบบครบวงจร ควบคู่ไปกับการกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น กับบรรดาสมาชิกกลุ่มต่างๆ ผ่านหลากหลายกิจกรรมที่เราจัดขึ้น ซึ่งโอกาสวันเปิดโชว์รูมใหม่ในวันนี้ เราก็ได้เชื้อเชิญเหล่าสมาชิก H.O.G. Chapter ซึ่งเป็นชุมชนชาว Harley-Davidson เมืองไทย มาร่วมคาราวาน Harley-Davidson พร้อมทำกิจกรรมสร้างสรรค์กันอย่างสนุกสนานอีกด้วย”  หากท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่ https://www.harley-davidson.com/th/th/index.html อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก