SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เปรียบเทียบ 10 รุ่น

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่บีบรัด การตัดสินใจกำเงินเพื่อซื้อรถมอเตอร์ไซค์สักคันไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุดในทุกเม็ดเงินที่จ่ายไป สมรภูมิเดือดของตลาดสองล้อจึงกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ทุกค่ายต้องงัดไม้ตายออกมาฟาดฟันกันแบบไม่มีใครยอมใคร

ไม่ว่าจะเป็นค่ายญี่ปุ่นเจ้าตลาดที่ผูกขาดความเชื่อมั่นมาอย่างยาวนาน หรือแบรนด์ทางเลือกน้องใหม่ที่พร้อมทุบตลาดด้วยออปชันล้นทะลักระดับรถบิ๊กไบค์ การนำเสนอข้อมูลบนหน้ากระดาษโบรชัวร์ที่มีแต่ข้อดีอาจไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจอีกต่อไป นี่คือการเปิดหน้าชนและชำแหละรายละเอียดของรถมอเตอร์ไซค์ยอดฮิตแบบหมดเปลือก เพื่อลบความลังเลและมอบข้อมูลที่แท้จริงก่อนการเดินเข้าโชว์รูม

งบประมาณระดับนี้ถือเป็นจุดสวีตสปอต (Sweet Spot) ของตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย เพราะเป็นช่วงราคาที่สามารถคาดหวังถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ระดับ 125-160cc เทคโนโลยีล้ำสมัย และความอเนกประสงค์ได้อย่างเต็มที่ เพื่อความชัดเจนในการตัดสินใจ นี่คือการชำแหละรายละเอียดของ มอเตอร์ไซค์งบไม่เกินแสน ทั้ง 10 รุ่นเด่นที่มีจำหน่ายในไทยแบบหมัดต่อหมัด

กลุ่ม 1: สปอร์ตออโตเมติก 150-160cc ท้าชนความแรงและเทคโนโลยี

1 Honda Click 160

  • ราคา: ประมาณ 69,900 บาท
  • ความคุ้มค่า: ตอบโจทย์คนชอบรถน้ำหนักเบาแต่มอบอัตราเร่งจัดจ้านด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว
  • ข้อได้เปรียบ: อัตราเร่งต้นถึงกลางยอดเยี่ยม มุดง่ายในเมือง คล่องตัวสูงมาก
  • ข้อเสียเปรียบ: โช้กหลังเดี่ยวเดิมๆ ค่อนข้างย้วยเมื่อมีคนซ้อน เบรกหลังยังเป็นดรัมเบรกในรุ่นสแตนดาร์ด
  • การบำรุงรักษา: ค่าเซอร์วิสถูก อะไหล่หาง่ายทั้งเบิกศูนย์และของแต่งภายนอก
  • ศูนย์บริการ: ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศผ่าน Honda Wing Center
  • อาการประจำรุ่น: ชามคลัตช์มีอาการสั่นตอนเครื่องเย็น ฝาปิดถังน้ำมันกดยากเมื่อใช้ไปสักระยะ
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

2 Yamaha Aerox 155

  • ราคา: ประมาณ 72,900 บาท (รุ่น Standard)
  • ความคุ้มค่า: สปอร์ตสกู๊ตเตอร์ตัวตึง คุ้มสุดสำหรับคนชอบออปชันล้ำๆ และการเชื่อมต่อ Y-Connect
  • ข้อได้เปรียบ: เครื่องยนต์มีระบบ VVA วาล์วแปรผัน ดึงหน้าหงายในรอบปลาย ยางหลังขนาดใหญ่ให้ความนิ่งในโค้ง
  • ข้อเสียเปรียบ: ถังน้ำมันขนาดเล็กเพียง 5.5 ลิตรทำให้ต้องแวะปั๊มบ่อย เบาะคนซ้อนค่อนข้างสูง
  • การบำรุงรักษา: ของแต่งสายซิ่งเพียบ ค่าบำรุงรักษาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • ศูนย์บริการ: หาเข้าได้ง่ายตาม Yamaha Square ทุกสาขา
  • อาการประจำรุ่น: โช้กหน้ามีเสียงกระแทกเวลาตกหลุมลึก ซีลปั๊มน้ำมักจะรั่วซึมเมื่อถึงระยะ
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

3 Zontes 150X

  • ราคา: 74,800 บาท
  • ความคุ้มค่า: ผู้ท้าชิงหน้าใหม่ที่ให้ออปชันล้นทะลักที่สุดในคลาส 150cc ด้วยเฟรมอลูมิเนียมและเทคโนโลยีพรีเมียม
  • ข้อได้เปรียบ: เครื่องยนต์แรงสุดในคลาส (17.7 แรงม้า) ถังน้ำมันใหญ่ 11 ลิตร มี Traction Control, ABS หน้า-หลัง, จอ TFT และ U-Box ใส่หมวกกันน็อกได้ 2 ใบ
  • ข้อเสียเปรียบ: แบรนด์ยังใหม่ในเซกเมนต์นี้ ความเชื่อมั่นเรื่องราคาขายต่อในระยะยาวยังต้องรอการพิสูจน์
  • การบำรุงรักษา: รับประกันเครื่องยนต์ 5 ปี และรับประกันเฟรมตลอดอายุการใช้งาน ระบบอิเล็กทรอนิกส์เยอะต้องให้ช่างเฉพาะทางดูแล
  • ศูนย์บริการ: ทยอยขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องผ่านตัวแทนจำหน่าย Zontes และ Moto Addict
  • อาการประจำรุ่น: เป็นโมเดลใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว จึงยังไม่มีรายงานปัญหาเรื้อรังที่ชัดเจน แต่ต้องระวังเรื่องเซนเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ที่อาจรวนได้
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

กลุ่ม 2: พรีเมียมคลาสสิก เน้นสไตล์และไลฟ์สไตล์

4 Honda Giorno+

  • ราคา: ประมาณ 61,900 – 66,900 บาท
  • ความคุ้มค่า: รถสไตล์เรโทรยอดฮิตที่สุดในตอนนี้ ขับขี่ง่ายและมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ
  • ข้อได้เปรียบ: ช่องเก็บของใต้เบาะ (U-Box) ขนาดใหญ่ เติมน้ำมันด้านหน้าสะดวกไม่ต้องเปิดเบาะ เครื่อง 4 วาล์วขี่สนุก
  • ข้อเสียเปรียบ: ราคาหน้าร้านมักจะถูกปั่นให้สูงกว่าราคาแนะนำ เบรกหลังเป็นดรัมเบรก
  • การบำรุงรักษา: เครื่องยนต์ 125cc eSP+ ดูแลง่าย อะไหล่แชร์กับรถรุ่นอื่นของค่ายได้
  • ศูนย์บริการ: เข้าศูนย์ Honda ได้ทั่วไทย
  • อาการประจำรุ่น: ชุดสีบริเวณคอนโซลมีเสียงดังรบกวนเวลาขี่ เบาะปิดยากต้องออกแรงกด
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

5 Yamaha Grand Filano Hybrid

  • ราคา: ประมาณ 64,700 – 69,200 บาท
  • ความคุ้มค่า: ยืนหนึ่งเรื่องความประหยัดน้ำมันและความนุ่มนวล เหมาะสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน
  • ข้อได้เปรียบ: เครื่องยนต์ Blue Core Hybrid นุ่มนวลและประหยัดน้ำมันสูงสุด งานประกอบและสีตัวถังเนี๊ยบมาก
  • ข้อเสียเปรียบ: อัตราเร่งไม่ปรู๊ดปร๊าด ช่วงล่างเดิมๆ ค่อนข้างย้วยเมื่อทำความเร็วสูง
  • การบำรุงรักษา: ทนทานตามมาตรฐาน Yamaha ดูแลแค่การถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรอง
  • ศูนย์บริการ: ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • อาการประจำรุ่น: ลูกปืนคอพวงมาลัยแตกไวกว่าปกติ แบตเตอรี่อาจเสื่อมไวเนื่องจากต้องจ่ายไฟให้ระบบสมาร์ตมอเตอร์เจนเนอเรเตอร์
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

กลุ่ม 3: ตัวเลือก มอเตอร์ไซค์งบไม่เกินแสน สายครอบครัวและอรรถประโยชน์

6 Honda Wave 125i

  • ราคา: ประมาณ 55,200 – 57,400 บาท
  • ความคุ้มค่า: ราชาแห่งรถครอบครัว ซื้อมาใช้งานคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
  • ข้อได้เปรียบ: ประหยัดน้ำมันขั้นสุด (เคลมไว้ที่ 71.4 กม/ลิตร) เครื่องยนต์ทนทานเป็นเลิศ ราคาขายต่อแข็งที่สุดในตลาด
  • ข้อเสียเปรียบ: ไม่ใช่รถออโตเมติก ต้องคอยเปลี่ยนเกียร์ เบรกหลังยังเป็นดรัมเบรก
  • การบำรุงรักษา: ค่าซ่อมบำรุงถูกที่สุด ช่างมอเตอร์ไซค์ทุกคนในประเทศไทยสามารถซ่อมได้
  • ศูนย์บริการ: มีอยู่ทุกซอกทุกมุมของประเทศ
  • อาการประจำรุ่น: ชุดแฟริ่งพลาสติกมักจะมีเสียงสั่นกระทบกันเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

7 Honda Lead 125

  • ราคา: ประมาณ 58,500 บาท
  • ความคุ้มค่า: รถออโตเมติกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับสายแบกของและเน้นประโยชน์ใช้สอย
  • ข้อได้เปรียบ: U-Box ความจุ 37 ลิตร ใหญ่ที่สุดในคลาส เครื่องยนต์ 4 วาล์ววิ่งทางไกลสบาย
  • ข้อเสียเปรียบ: ล้อหลังขนาดเพียง 10 นิ้ว ทำให้รู้สึกสะเทือนมากเมื่อเจอถนนขรุขระ ดีไซน์ค่อนข้างเรียบง่าย
  • การบำรุงรักษา: อะไหล่ราคาถูก ของแต่งสายดันโลและสายทัวร์ริงเยอะมาก
  • ศูนย์บริการ: เข้าได้ทุกสาขาของ Honda
  • อาการประจำรุ่น: เฟืองท้ายมีเสียงหอนเมื่อวิ่งความเร็วสูง ชุดคลัตช์สั่นตอนเครื่องเย็น
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

8 Yamaha PG-1

  • ราคา: ประมาณ 64,900 บาท
  • ความคุ้มค่า: รถสไตล์ Outdoor Lifestyle ที่ตอบโจทย์คนชอบแคมป์ปิ้ง ขี่สนุกไม่ซ้ำใคร
  • ข้อได้เปรียบ: ช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม น้ำหนักเบา ลุยทางฝุ่นและทางลูกรังได้สบาย
  • ข้อเสียเปรียบ: ไม่มีช่องเก็บของใต้เบาะ ถังน้ำมันเล็กเพียง 5.1 ลิตร ไฟหน้ายังเป็นหลอดฮาโลเจน
  • การบำรุงรักษา: เครื่องยนต์พื้นฐานจาก Finn ระบายความร้อนด้วยอากาศ ทนทานจนแทบไม่ต้องซ่อม
  • ศูนย์บริการ: ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • อาการประจำรุ่น: ยางเดิมติดรถลื่นมากเมื่อเจอถนนเปียก เบาะนั่งค่อนข้างแข็งหากต้องขี่ทางไกล
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

กลุ่ม 4: สกู๊ตเตอร์ทางเลือกใหม่ เน้นขี่สบายและดีไซน์พรีเมียม

9 GPX Drone 150 (4 Valves)

  • ราคา: ประมาณ 77,500 บาท
  • ความคุ้มค่า: พรีเมียมสกู๊ตเตอร์ในราคาจับต้องได้ ดีไซน์สปอร์ตดุดันสะกดทุกสายตา
  • ข้อได้เปรียบ: เครื่องยนต์ SYM จากไต้หวันไว้ใจได้เรื่องความทนทาน ระบบไฟ Full LED โช้กหลังปรับพรีโหลดได้
  • ข้อเสียเปรียบ: อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันค่อนข้างดุเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากฝั่งญี่ปุ่น
  • การบำรุงรักษา: อะไหล่บอดี้เบิกศูนย์ GPX ส่วนอะไหล่เครื่องสามารถเทียบชิ้นส่วน SYM ได้
  • ศูนย์บริการ: มีศูนย์ GPX ครอบคลุมระดับหนึ่ง แต่บางพื้นที่อาจต้องรออะไหล่นาน
  • อาการประจำรุ่น: สลักคาลิปเปอร์เบรกหน้ามีเสียงดัง ยางติดรถแข็งไว
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

10 Suzuki Burgman Street 125EX

  • ราคา: ประมาณ 69,900 บาท
  • ความคุ้มค่า: สกู๊ตเตอร์สายทัวร์ริงไซซ์เล็ก นั่งสบายที่สุดในคลาส 125cc
  • ข้อได้เปรียบ: เบาะกว้างและนุ่มมาก พื้นที่วางเท้าเหยียดได้ยาว เครื่องยนต์ทำงานเงียบและนุ่มนวล
  • ข้อเสียเปรียบ: ล้อหลังขนาด 12 นิ้วดูไม่สมส่วนกับบอดี้รถ อัตราเร่งออกตัวค่อนข้างอืด
  • การบำรุงรักษา: ทนทานตามสไตล์ซูซูกิ แทบไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ
  • ศูนย์บริการ: ศูนย์บริการน้อย ต้องพึ่งพาศูนย์ใหญ่ระดับจังหวัด
  • อาการประจำรุ่น: หาของแต่งตรงรุ่นยาก โช้กหลังนิ่มเกินไปเวลาตกหลุมแรงๆ อาจกระแทกยัน
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

สรุป เลือกรถให้ตรงไลฟ์สไตล์ คือความคุ้มค่าที่แท้จริง

การตัดสินใจเลือกซื้อ มอเตอร์ไซค์งบไม่เกินแสน สุดท้ายแล้วไม่มีคันไหนที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ มีเพียงรถที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ขับขี่ได้มากที่สุดเท่านั้น หากความเร็ว ออปชัน และเทคโนโลยีคือสิ่งสำคัญ Zontes 150X และ Yamaha Aerox 155 คือตัวเลือกที่โดดเด่นโดนใจสายสปอร์ต หากเน้นความอเนกประสงค์ ใส่ของได้เยอะและดูแลรักษาง่าย Honda Lead 125 หรือรถครอบครัวตำนานอย่าง Wave 125i จะไม่ทำให้ผิดหวัง ในขณะที่สายแฟชั่นที่เน้นความคลาสสิกขี่ชิล Honda Giorno+ และ Yamaha Grand Filano Hybrid ก็พร้อมตอบสนองภาพลักษณ์ที่ดูดีในทุกเส้นทาง

การพิจารณาข้อดี ข้อเสีย และอาการประจำรุ่นที่นำเสนอไปทั้งหมด จะช่วยให้การเปรียบเทียบสเปกบนหน้ากระดาษกลายเป็นการตัดสินใจที่เฉียบคมและใช้งานได้จริง สิ่งที่อยากเน้นย้ำที่สุดคือ ก่อนตัดสินใจวางเงินซื้อ ควรไปทดลองคล่อมและทดลองขับขี่ตัวจริงที่ศูนย์บริการใกล้บ้าน เพื่อสัมผัสถึงท่านั่ง น้ำหนักรถ และฟีลลิงการควบคุม ว่าสอดคล้องกับสรีระและความถนัดมากน้อยเพียงใด เพราะรถจักรยานยนต์ที่ดีที่สุดคือรถที่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจและควบคุมได้อย่างปลอดภัยในทุกครั้งที่บิดคันเร่ง

หากต้องการอัปเดตข้อมูลข่าวสารวงการสองล้อแบบเจาะลึก รู้ลึก รู้จริง และไม่พลาดทุกกระแสยานยนต์ที่กำลังมาแรง สามารถติดตามคอนเทนต์คุณภาพจากทีมงานมืออาชีพได้ที่เพจ Superbike X Superdrive (https://www.facebook.com/SuperBikeMagazineTH) แหล่งรวมข้อมูลความเร็วที่พร้อมตีแผ่ทุกข้อเท็จจริงแบบตรงไปตรงมา

Peak SuperBikeMag

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เทียบสเปก 10 มอเตอร์ไซค์งบไม่เกินแสน เจาะลึกข้อดีข้อเสียแบบหมัดต่อหมัด!

เปรียบเทียบ 10 รุ่น

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่บีบรัด การตัดสินใจกำเงินเพื่อซื้อรถมอเตอร์ไซค์สักคันไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุดในทุกเม็ดเงินที่จ่ายไป สมรภูมิเดือดของตลาดสองล้อจึงกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ทุกค่ายต้องงัดไม้ตายออกมาฟาดฟันกันแบบไม่มีใครยอมใคร

ไม่ว่าจะเป็นค่ายญี่ปุ่นเจ้าตลาดที่ผูกขาดความเชื่อมั่นมาอย่างยาวนาน หรือแบรนด์ทางเลือกน้องใหม่ที่พร้อมทุบตลาดด้วยออปชันล้นทะลักระดับรถบิ๊กไบค์ การนำเสนอข้อมูลบนหน้ากระดาษโบรชัวร์ที่มีแต่ข้อดีอาจไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจอีกต่อไป นี่คือการเปิดหน้าชนและชำแหละรายละเอียดของรถมอเตอร์ไซค์ยอดฮิตแบบหมดเปลือก เพื่อลบความลังเลและมอบข้อมูลที่แท้จริงก่อนการเดินเข้าโชว์รูม

งบประมาณระดับนี้ถือเป็นจุดสวีตสปอต (Sweet Spot) ของตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย เพราะเป็นช่วงราคาที่สามารถคาดหวังถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ระดับ 125-160cc เทคโนโลยีล้ำสมัย และความอเนกประสงค์ได้อย่างเต็มที่ เพื่อความชัดเจนในการตัดสินใจ นี่คือการชำแหละรายละเอียดของ มอเตอร์ไซค์งบไม่เกินแสน ทั้ง 10 รุ่นเด่นที่มีจำหน่ายในไทยแบบหมัดต่อหมัด

กลุ่ม 1: สปอร์ตออโตเมติก 150-160cc ท้าชนความแรงและเทคโนโลยี

1 Honda Click 160

  • ราคา: ประมาณ 69,900 บาท
  • ความคุ้มค่า: ตอบโจทย์คนชอบรถน้ำหนักเบาแต่มอบอัตราเร่งจัดจ้านด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว
  • ข้อได้เปรียบ: อัตราเร่งต้นถึงกลางยอดเยี่ยม มุดง่ายในเมือง คล่องตัวสูงมาก
  • ข้อเสียเปรียบ: โช้กหลังเดี่ยวเดิมๆ ค่อนข้างย้วยเมื่อมีคนซ้อน เบรกหลังยังเป็นดรัมเบรกในรุ่นสแตนดาร์ด
  • การบำรุงรักษา: ค่าเซอร์วิสถูก อะไหล่หาง่ายทั้งเบิกศูนย์และของแต่งภายนอก
  • ศูนย์บริการ: ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศผ่าน Honda Wing Center
  • อาการประจำรุ่น: ชามคลัตช์มีอาการสั่นตอนเครื่องเย็น ฝาปิดถังน้ำมันกดยากเมื่อใช้ไปสักระยะ
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

2 Yamaha Aerox 155

  • ราคา: ประมาณ 72,900 บาท (รุ่น Standard)
  • ความคุ้มค่า: สปอร์ตสกู๊ตเตอร์ตัวตึง คุ้มสุดสำหรับคนชอบออปชันล้ำๆ และการเชื่อมต่อ Y-Connect
  • ข้อได้เปรียบ: เครื่องยนต์มีระบบ VVA วาล์วแปรผัน ดึงหน้าหงายในรอบปลาย ยางหลังขนาดใหญ่ให้ความนิ่งในโค้ง
  • ข้อเสียเปรียบ: ถังน้ำมันขนาดเล็กเพียง 5.5 ลิตรทำให้ต้องแวะปั๊มบ่อย เบาะคนซ้อนค่อนข้างสูง
  • การบำรุงรักษา: ของแต่งสายซิ่งเพียบ ค่าบำรุงรักษาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • ศูนย์บริการ: หาเข้าได้ง่ายตาม Yamaha Square ทุกสาขา
  • อาการประจำรุ่น: โช้กหน้ามีเสียงกระแทกเวลาตกหลุมลึก ซีลปั๊มน้ำมักจะรั่วซึมเมื่อถึงระยะ
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

3 Zontes 150X

  • ราคา: 74,800 บาท
  • ความคุ้มค่า: ผู้ท้าชิงหน้าใหม่ที่ให้ออปชันล้นทะลักที่สุดในคลาส 150cc ด้วยเฟรมอลูมิเนียมและเทคโนโลยีพรีเมียม
  • ข้อได้เปรียบ: เครื่องยนต์แรงสุดในคลาส (17.7 แรงม้า) ถังน้ำมันใหญ่ 11 ลิตร มี Traction Control, ABS หน้า-หลัง, จอ TFT และ U-Box ใส่หมวกกันน็อกได้ 2 ใบ
  • ข้อเสียเปรียบ: แบรนด์ยังใหม่ในเซกเมนต์นี้ ความเชื่อมั่นเรื่องราคาขายต่อในระยะยาวยังต้องรอการพิสูจน์
  • การบำรุงรักษา: รับประกันเครื่องยนต์ 5 ปี และรับประกันเฟรมตลอดอายุการใช้งาน ระบบอิเล็กทรอนิกส์เยอะต้องให้ช่างเฉพาะทางดูแล
  • ศูนย์บริการ: ทยอยขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องผ่านตัวแทนจำหน่าย Zontes และ Moto Addict
  • อาการประจำรุ่น: เป็นโมเดลใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว จึงยังไม่มีรายงานปัญหาเรื้อรังที่ชัดเจน แต่ต้องระวังเรื่องเซนเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ที่อาจรวนได้
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

กลุ่ม 2: พรีเมียมคลาสสิก เน้นสไตล์และไลฟ์สไตล์

4 Honda Giorno+

  • ราคา: ประมาณ 61,900 – 66,900 บาท
  • ความคุ้มค่า: รถสไตล์เรโทรยอดฮิตที่สุดในตอนนี้ ขับขี่ง่ายและมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ
  • ข้อได้เปรียบ: ช่องเก็บของใต้เบาะ (U-Box) ขนาดใหญ่ เติมน้ำมันด้านหน้าสะดวกไม่ต้องเปิดเบาะ เครื่อง 4 วาล์วขี่สนุก
  • ข้อเสียเปรียบ: ราคาหน้าร้านมักจะถูกปั่นให้สูงกว่าราคาแนะนำ เบรกหลังเป็นดรัมเบรก
  • การบำรุงรักษา: เครื่องยนต์ 125cc eSP+ ดูแลง่าย อะไหล่แชร์กับรถรุ่นอื่นของค่ายได้
  • ศูนย์บริการ: เข้าศูนย์ Honda ได้ทั่วไทย
  • อาการประจำรุ่น: ชุดสีบริเวณคอนโซลมีเสียงดังรบกวนเวลาขี่ เบาะปิดยากต้องออกแรงกด
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

5 Yamaha Grand Filano Hybrid

  • ราคา: ประมาณ 64,700 – 69,200 บาท
  • ความคุ้มค่า: ยืนหนึ่งเรื่องความประหยัดน้ำมันและความนุ่มนวล เหมาะสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน
  • ข้อได้เปรียบ: เครื่องยนต์ Blue Core Hybrid นุ่มนวลและประหยัดน้ำมันสูงสุด งานประกอบและสีตัวถังเนี๊ยบมาก
  • ข้อเสียเปรียบ: อัตราเร่งไม่ปรู๊ดปร๊าด ช่วงล่างเดิมๆ ค่อนข้างย้วยเมื่อทำความเร็วสูง
  • การบำรุงรักษา: ทนทานตามมาตรฐาน Yamaha ดูแลแค่การถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรอง
  • ศูนย์บริการ: ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • อาการประจำรุ่น: ลูกปืนคอพวงมาลัยแตกไวกว่าปกติ แบตเตอรี่อาจเสื่อมไวเนื่องจากต้องจ่ายไฟให้ระบบสมาร์ตมอเตอร์เจนเนอเรเตอร์
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

กลุ่ม 3: ตัวเลือก มอเตอร์ไซค์งบไม่เกินแสน สายครอบครัวและอรรถประโยชน์

6 Honda Wave 125i

  • ราคา: ประมาณ 55,200 – 57,400 บาท
  • ความคุ้มค่า: ราชาแห่งรถครอบครัว ซื้อมาใช้งานคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
  • ข้อได้เปรียบ: ประหยัดน้ำมันขั้นสุด (เคลมไว้ที่ 71.4 กม/ลิตร) เครื่องยนต์ทนทานเป็นเลิศ ราคาขายต่อแข็งที่สุดในตลาด
  • ข้อเสียเปรียบ: ไม่ใช่รถออโตเมติก ต้องคอยเปลี่ยนเกียร์ เบรกหลังยังเป็นดรัมเบรก
  • การบำรุงรักษา: ค่าซ่อมบำรุงถูกที่สุด ช่างมอเตอร์ไซค์ทุกคนในประเทศไทยสามารถซ่อมได้
  • ศูนย์บริการ: มีอยู่ทุกซอกทุกมุมของประเทศ
  • อาการประจำรุ่น: ชุดแฟริ่งพลาสติกมักจะมีเสียงสั่นกระทบกันเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

7 Honda Lead 125

  • ราคา: ประมาณ 58,500 บาท
  • ความคุ้มค่า: รถออโตเมติกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับสายแบกของและเน้นประโยชน์ใช้สอย
  • ข้อได้เปรียบ: U-Box ความจุ 37 ลิตร ใหญ่ที่สุดในคลาส เครื่องยนต์ 4 วาล์ววิ่งทางไกลสบาย
  • ข้อเสียเปรียบ: ล้อหลังขนาดเพียง 10 นิ้ว ทำให้รู้สึกสะเทือนมากเมื่อเจอถนนขรุขระ ดีไซน์ค่อนข้างเรียบง่าย
  • การบำรุงรักษา: อะไหล่ราคาถูก ของแต่งสายดันโลและสายทัวร์ริงเยอะมาก
  • ศูนย์บริการ: เข้าได้ทุกสาขาของ Honda
  • อาการประจำรุ่น: เฟืองท้ายมีเสียงหอนเมื่อวิ่งความเร็วสูง ชุดคลัตช์สั่นตอนเครื่องเย็น
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

8 Yamaha PG-1

  • ราคา: ประมาณ 64,900 บาท
  • ความคุ้มค่า: รถสไตล์ Outdoor Lifestyle ที่ตอบโจทย์คนชอบแคมป์ปิ้ง ขี่สนุกไม่ซ้ำใคร
  • ข้อได้เปรียบ: ช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม น้ำหนักเบา ลุยทางฝุ่นและทางลูกรังได้สบาย
  • ข้อเสียเปรียบ: ไม่มีช่องเก็บของใต้เบาะ ถังน้ำมันเล็กเพียง 5.1 ลิตร ไฟหน้ายังเป็นหลอดฮาโลเจน
  • การบำรุงรักษา: เครื่องยนต์พื้นฐานจาก Finn ระบายความร้อนด้วยอากาศ ทนทานจนแทบไม่ต้องซ่อม
  • ศูนย์บริการ: ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • อาการประจำรุ่น: ยางเดิมติดรถลื่นมากเมื่อเจอถนนเปียก เบาะนั่งค่อนข้างแข็งหากต้องขี่ทางไกล
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

กลุ่ม 4: สกู๊ตเตอร์ทางเลือกใหม่ เน้นขี่สบายและดีไซน์พรีเมียม

9 GPX Drone 150 (4 Valves)

  • ราคา: ประมาณ 77,500 บาท
  • ความคุ้มค่า: พรีเมียมสกู๊ตเตอร์ในราคาจับต้องได้ ดีไซน์สปอร์ตดุดันสะกดทุกสายตา
  • ข้อได้เปรียบ: เครื่องยนต์ SYM จากไต้หวันไว้ใจได้เรื่องความทนทาน ระบบไฟ Full LED โช้กหลังปรับพรีโหลดได้
  • ข้อเสียเปรียบ: อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันค่อนข้างดุเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากฝั่งญี่ปุ่น
  • การบำรุงรักษา: อะไหล่บอดี้เบิกศูนย์ GPX ส่วนอะไหล่เครื่องสามารถเทียบชิ้นส่วน SYM ได้
  • ศูนย์บริการ: มีศูนย์ GPX ครอบคลุมระดับหนึ่ง แต่บางพื้นที่อาจต้องรออะไหล่นาน
  • อาการประจำรุ่น: สลักคาลิปเปอร์เบรกหน้ามีเสียงดัง ยางติดรถแข็งไว
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

10 Suzuki Burgman Street 125EX

  • ราคา: ประมาณ 69,900 บาท
  • ความคุ้มค่า: สกู๊ตเตอร์สายทัวร์ริงไซซ์เล็ก นั่งสบายที่สุดในคลาส 125cc
  • ข้อได้เปรียบ: เบาะกว้างและนุ่มมาก พื้นที่วางเท้าเหยียดได้ยาว เครื่องยนต์ทำงานเงียบและนุ่มนวล
  • ข้อเสียเปรียบ: ล้อหลังขนาด 12 นิ้วดูไม่สมส่วนกับบอดี้รถ อัตราเร่งออกตัวค่อนข้างอืด
  • การบำรุงรักษา: ทนทานตามสไตล์ซูซูกิ แทบไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ
  • ศูนย์บริการ: ศูนย์บริการน้อย ต้องพึ่งพาศูนย์ใหญ่ระดับจังหวัด
  • อาการประจำรุ่น: หาของแต่งตรงรุ่นยาก โช้กหลังนิ่มเกินไปเวลาตกหลุมแรงๆ อาจกระแทกยัน
ขอขอบคุณภาพจาก : CheckRaka

สรุป เลือกรถให้ตรงไลฟ์สไตล์ คือความคุ้มค่าที่แท้จริง

การตัดสินใจเลือกซื้อ มอเตอร์ไซค์งบไม่เกินแสน สุดท้ายแล้วไม่มีคันไหนที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ มีเพียงรถที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ขับขี่ได้มากที่สุดเท่านั้น หากความเร็ว ออปชัน และเทคโนโลยีคือสิ่งสำคัญ Zontes 150X และ Yamaha Aerox 155 คือตัวเลือกที่โดดเด่นโดนใจสายสปอร์ต หากเน้นความอเนกประสงค์ ใส่ของได้เยอะและดูแลรักษาง่าย Honda Lead 125 หรือรถครอบครัวตำนานอย่าง Wave 125i จะไม่ทำให้ผิดหวัง ในขณะที่สายแฟชั่นที่เน้นความคลาสสิกขี่ชิล Honda Giorno+ และ Yamaha Grand Filano Hybrid ก็พร้อมตอบสนองภาพลักษณ์ที่ดูดีในทุกเส้นทาง

การพิจารณาข้อดี ข้อเสีย และอาการประจำรุ่นที่นำเสนอไปทั้งหมด จะช่วยให้การเปรียบเทียบสเปกบนหน้ากระดาษกลายเป็นการตัดสินใจที่เฉียบคมและใช้งานได้จริง สิ่งที่อยากเน้นย้ำที่สุดคือ ก่อนตัดสินใจวางเงินซื้อ ควรไปทดลองคล่อมและทดลองขับขี่ตัวจริงที่ศูนย์บริการใกล้บ้าน เพื่อสัมผัสถึงท่านั่ง น้ำหนักรถ และฟีลลิงการควบคุม ว่าสอดคล้องกับสรีระและความถนัดมากน้อยเพียงใด เพราะรถจักรยานยนต์ที่ดีที่สุดคือรถที่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจและควบคุมได้อย่างปลอดภัยในทุกครั้งที่บิดคันเร่ง

หากต้องการอัปเดตข้อมูลข่าวสารวงการสองล้อแบบเจาะลึก รู้ลึก รู้จริง และไม่พลาดทุกกระแสยานยนต์ที่กำลังมาแรง สามารถติดตามคอนเทนต์คุณภาพจากทีมงานมืออาชีพได้ที่เพจ Superbike X Superdrive (https://www.facebook.com/SuperBikeMagazineTH) แหล่งรวมข้อมูลความเร็วที่พร้อมตีแผ่ทุกข้อเท็จจริงแบบตรงไปตรงมา

Peak SuperBikeMag

[email protected]