SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
พาชม Honda Exhibition Hall นายกฯ เปิดม่าน MotoGP 2026

การรอคอยของแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยและทั่วโลกสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อฤดูกาลแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกประจำปีได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยในปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
สเปค ราคา Honda CL300 2023

00สเปค ราคา Honda CL300 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ   Honda CL300 2023 เรโทรไบค์ในสไตล์สแครมเบลอร์ไบค์พิกัดเริ่มต้นกับบล็อกเครื่องยอดนิยมของทางค่าย มาในรูปลักษณ์คลาสสิกพร้อมลุยฝุ่นให้ชีวิตได้สนุกในแบบที่แปลกใหม่ยิ่งขึ้น ราคาแนะนำ 149,900 บาท  สเปค, สเป็ก ​ ไฟหน้า LED ดีไซน์คุ้นตา เรือนไมล์ทรงกลมดิจิทัลแบบกลับสี ปลอกกันฝุ่นโช้คหน้าองค์ประกอบของความย้อนยุค ปลายท่อยกสูงตามสไตล์ที่ดุดันพร้อมลุย ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวพร้อม ABS ยางแบบกึ่งใช้งานได้ทั้งทางดำและทางฝุ่น   สเปค ราคา Honda CL300 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 286 ซีซี แรงม้า (เคลม) 25.74 แรงม้าที่ 8,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 25.5 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 76.0 X 63.0 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 10.7:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ไฟฟ้า ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ล้อและยางหน้า ล้ออลูมิเนียม 110/80-R19″ M/C 59H แบบไม่ใช้ยางใน ล้อและยางหลัง ล้ออลูมิเนียม 150/70-R17″ M/C 69H แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก 41 ม.ม. ระยะยุบ 150 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร๋มและโช้คคู่ขขนาด 45 ม.ม. ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ระยะยุบ 145 ม.ม. เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 310 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ ระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก 1 ลูกสูบ ระบบเบรก ABS ยาว X กว้าง X สูง 2,178 X 831 X 1,134 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,485 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 155 ม.ม. ความสูงเบาะ 790 ม.ม. น้ำหนักรถ 172 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ระบบเบรก ABS 2 Channel หน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล LCD ระบบไฟ LED เต็มระบบ ระบบไฟเตือนฉุกเฉิน ESS ระบบกันขโมย HISS สีสันที่มีจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

BMW S1000XR 2023 สปอร์ตทัวริ่ง ตัวแรง จากค่ายใบพัดสีฟ้า

BMW S1000XR 2023 สปอร์ตทัวริ่ง ตัวแรง จากค่ายใบพัดสีฟ้า นอกจากการเปิดตัวโมเดล BMW M1000R 2023 ในประเทศไทยไปเมื่อไม่นาน วันนี้ทาง SuperฺBike Thailand จะมาแนะนำรถสปอร์ตทัวร์ริ่งตัวใหม่ในตระกูล S1000 จากค่ายใบพัดสีฟ้ากันอีกรุ่น กับเจ้า BMW S1000XR 2023 สปอร์ตทัวริ่งไซส์ใหญ่ในพิกัด 1000 ซีซี ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการขับขี่ในเมืองและออกทริปต่างจังหวัด ดีไซน์โฉบเฉี่ยว  เริ่มจากการออกแบบแฟริ่งให้มีมิติความเป็นรถสปอร์ต ชิลด์หน้าออกแบบทรงสูงในสไตล์ทัวริ่งแอดเวนเจอร์ พร้อมไฟ LED บิ้วอินเข้าไปในแฟริ่งด้านหน้า โดดเด่นด้วยแรมแอร์ขนาดใหญ่บริเวณคอนโทรลหน้า มาพร้อมกราฟิกลวดลาย S1000 XR และโลโก้ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ประทับตราด้านข้างเพิ่มความหรูหรา เสริมการทำสีดำในส่วนเครื่องยนต์และช่วงล่าง ให้ฟีลลิ่งความสมาร์ทและดุดันในการขับขี่ที่ใคร ๆ ก็ต้องมอง  นอกจากนี้ ตัวรถยังมีความพิเศษด้วยช่องเก็บบัตรบริเวณฝาถังน้ำมัน และช่องเก็บสัมภาระใต้เบาะขนาด 1.8 ลิตร พร้อมชุดแต่งคาร์บอน M Performance แร็กท้ายน้ำหนักเบาและกล่องท้ายมอเตอร์ไซค์ สำหรับรุ่นอัพเกรดอีกด้วย ขุมพลังเหลือล้ำ มาดูในส่วนของขุมพลังกันบ้าง กับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุด 165 แรงม้าที่ 11,000 รอบ และแรงบิด 114 นิวตันเมตร ที่ 9,250 รอบ มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนด้วยโซ่ และเกียร์ 6 สปีด และรับประกันความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งตอบโจทย์ผู้ขับขี่สายทัวริ่งได้อย่างแน่นอน เสริมความปลอดภัยด้วยการใช้เฟรมแบบ อลูมิเนียมคอมโพสิต พร้อมด้วยระบบช่วงล่าง กับโช้คหน้าหัวกลับ ขนาด 45 มม. มาพร้อมกระบอกโช้คสีทอง ส่วนโช้คหลัง เป็นโช้คอัพปรับระดับไฟฟ้า สามารถปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ส่วนระบบเบรก ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกเรเดียลเมาท์ 4 พอต เบรกหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 265 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 2 พอต มาพร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อ จะเป็นล้อฟอร์จอลูมิเนียมขนาด 17 นิ้ว หน้า-หลัง ดีไซน์มาอย่างสวยงาม ขนาดของยางหน้า-หลังขนาด 120/70 และ 190/55 แบบไม่ใช้ยางใน  เทคโนโลยีที่ไม่เป็นรองใคร แค่นั้นยังไม่พอ กับระบบเทคโนโลยีที่ไม่เป็นรองใคร เริ่มด้วยหน้าจอสี TFT ขนาด 6.5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อแอพพลิเคชัน BMW Motorrad Connectivity เข้ากับสมาร์ทโฟน ตัวรถและหมวกกันน็อกผ่านระบบบลูทูธได้สามารถ ดูเส้นทาง GPS, ฟังเพลงและสนทนาทางโทรศัพท์ได้ นอกจากนี้ยังระบบไฟ LED รอบคัน โหมดการขับขี่ Riding Mode พร้อมระบบอื่น ๆ ได้แก่ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSC Pro), ระบบควบคุมแรงฉุดเครื่องยนต์ (MSR), ระบบเบรก  ABS รวมไปถึงระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (DTC) ดูโดยรวมแล้ว ถือว่าทาง บีเอ็มดับเบิ้ลยู โมโตราด ออกแบบตัวรถได้มาอย่างดี ตอบโจทย์สำหรับสายสปอร์ตทัวริ่ง ซิ่งถูกใจอย่างแน่นอน ในรถตระกูล S1000 ถึงรูปลักษณ์จะดูเป็นรถทรงทัวริ่ง แต่สามารถขับขี่ได้อย่างสนุกตั้งแต่ออกสตาร์ทเลยทีเดียว  Racing red 2 Triple Black Light white/M Motorsport โดยมีจำหน่ายออกมาทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Light white/M Motorsport, Triple Black และ Racing red 2 สำหรับราคา จะอัปเดตอีกทีในภายหลัง อย่างไรก็ขอฝากติดตามข่าวสารรถจักรยานยนต์จากทาง SuperBike Thailand ในครั้งต่อไป หากมีข่าวสารอะไรใหม่ ๆ จะมาแชร์ให้อ่านกันครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CL500-เรียบง่าย-ทนทาน-พร้อมลุย.jpg

CL500 สแครมเบลอร์พิกัดกลางจาก Honda เปิดราคาไทยแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้เคยเปิดตัวเผยโฉมให้เห็นกันไปแล้วที่งาน EICMA ที่ประเทศอิตาลีเมื่อปีที่แล้ว มาวันนี้ก็ได้ฤกษ์มาเผยโฉมพร้อมเปิดตัวกันที่ประเทศไทยแล้ว สำหรับเจ้า Honda CL500 2023 สแครมเบลอร์ไบค์ สไตล์เรโทรแบบเดียวกันกับต้นตำรับสแครมเบลอร์ในยุคแรก ๆ ของทางค่ายปีกนก ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้กลายเป็นรถที่ขี่สนุก สมบุกสมบันได้ ทุกเส้นทาง ดีไซน์นั้นมาในแบบเรโทรผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยตามแบบที่ได้เก่าไปแล้ว ตัวรถถูกนำเสนอและดีไซน์ออกมาตามคอนเซ็ปต์ที่ว่า เรียบง่าย สมบุกสมบัน และทนทานอย่างแท้จริง กล่าวคือ ดีไซน์แบบเรียบง่าย ไม่มีแฟริ่งอะไรมาให้เกะกะเทอะทะ เผยให้เห็นเครื่องยนต์ เฟรมตลอดไปจนถึงช่วงล่างที่ทำสีดำมาได้อย่างชัดเจนดูดุดันเต็มพิกัด ขณะเดียวกันก็มีกลิ่นอายความคลาสสิกด้วย ไฟหน้า ไฟเลี้ยว กระจก และเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ทรงกลมที่ดูเข้ากันกับตัวรถ ตัวรถยังดูสมบุกสมบันด้วยองค์ประกอบของความเป็นสแครมเบลอร์ไบค์ ด้วยแฮนด์บาร์ยกสูง โช้คหน้าพร้อมปลอกยางกันฝุ่น เบาะนั่งแบบราบ ล้อที่รัดด้วยยางแบบดูอัลเพอร์โพส ตลอดไปจนถึงปลายท่อไอเสียแบบยกสูง  ในส่วนของเรื่องทนทานที่เป็นส่วนสุดท้ายก็คือเรื่องของเครื่องยนต์บล็อกยอดนิยมที่ได้รับการพิสูจน์และได้รับการยอมรับมาแล้วว่าทนทาน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 471 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 12 ลิตรด้วยหัวฉีดไฟฟ้า ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนแม็ปการจ่ายน้ำมันให้มีแรงต้นที่ดี เหมาะกับสไตล์ของรถ โดยมีการเคลมแรงม้าสูงสุดมาที่ 45.97 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 43.4 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ ขับเคลื่อนระบบเกียร์แบบ 6 สปีด เสริมความปลอดภัยด้วยระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ขณะที่ช่วงล่างก็ให้มาดีพอสมควร โดยด้านหน้าจะมีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิกขนาด 41 ม.ม. ส่วนโช้คหลังจะเป็นโช้คคู่พร้อมปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบเบรก ABS แบบดูอัลชาแนล  และในส่วนของล้อจะมีขนาด 19 นิ้วและ 17 นิ้วตามลำดับ รัดด้วยยางแบบสองประสงค์พร้อมลุยได้ทั้งทางดำและทางฝุ่นตามสไตล์ของรถประเภทนี้อยู่แล้ว สุดท้ายเรื่องของการวางจำหน่าย Honda CL500 นั้นจะจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 3 เฉดสี ได้แก่ สีส้ม สีเขียว และสีดำ ในราคาแนะนำที่ 226,800 บาท โดยสามารถไปดูและสัมผัสคันจริงได้ที่งาน Motor Show หรือจะไปลองขับขี่ที่ฮอนด้าบิ๊กวิงใกล้บ้านท่านเลยก็ได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

CL300-สแครมเบลอร์น้องเล็ก-สเปค

CL300 สแครมเบลอร์พิกัดเริ่มต้นจากค่ายปีกนก เปิดตัวที่ประเทศไทยกันอย่างเป็นทางการแล้วกับ Honda CL300 2023 สแครมเบลอร์ไบค์ในพิกัดเริ่มต้น หลังที่ก่อนหน้านี้ไปเผยโฉมกันก่อนแล้วที่ต่างประเทศ ซึ่งเรียกเป็นการปลุกผีฟื้นคืนตำนานให้กับสแครมเบลอร์ของทางฮอนด้าจากในอดีต ที่เคยมีมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 60 แล้ว สำหรับครั้งนี้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้มีความโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น แต่ยังให้กลิ่นอายของความคลาสสิกอยู่ โดยตั้งอยู่บนแนวคิด เรียบง่าย สมบุกสมบัน และทนทาน ตัวรถไม่มีแฟริ่งอะไรให้ดูเทอะทะเกะกะ แต่กับโชว์ตัวเฟรมและเครื่องยนต์ให้เห็นชัดเจน ดูดิบดุดัน ขณะเดียวกันก็มีองค์ประกอบที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ความเป็นสแครมเบลอร์ให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นแฮนด์บาร์แบบยกสูง เบาะนั่งแบบราบ ยางพร้อมลุย และท่อไอเสียแบบปลายยกสูง ส่วนความคลาสสิกก็จะอยู่ในส่วนของไฟหน้า ไฟเลี้ยว และเรือนไมล์ดิจิทัลแบบ LCD ทรงกลม ปลอกยางกันฝุ่นของโช้คหน้า และถังน้ำมันทรงสวยได้รูป ส่วนเรื่องของเครื่องยนต์นั้นก็จะเป็นขุมพลังแบบ 1 สูบ 286 ซีซี ระบายความร้อน ที่ใช้เชื้อเพลิงผ่านระบบหัวฉีดจากถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร บล็อกเดียวกันกับที่ถูกใช้ในหลาย ๆ โมเดลของทางค่ายที่ใช้รหัส 300 เหมือนกันนั่นเอง แต่จะมีการปรับแม็ปการจ่ายน้ำมันให้มีทอร์คที่มาเร็วมาไว เมื่อเทียบกับโมเดลที่ใกล้เคียงกันมากที่สุดอย่างเจ้า Rebel300 ซึ่งจะมีตัวเลขกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 25.74 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดสูงสุด 25.5 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ และแน่นอนว่ามีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากการเสียอาการที่ล้อหลัง เวลาเชนเกียร์ลงอย่างรวดเร็วเพื่อลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง ต่อกันในส่วนของช่วงล่างที่ให้สเปคมาถือว่าดีได้มาตรฐานและปลอดภัย โดยด้านหน้าจะมีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิกขนาด 41 ม.ม.พร้อมปลอกยางกลางฝุ่น ขณะที่ด้านหลังจะเป็นโช้คหลังคู่ที่สามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบ ABS และระบบ ESS ส่วนล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียมสีดำด้านหน้าขนาด 19 นิ้วและด้านหลังขนาด 17 นิ้ว พร้อมรัดด้วยยางแบบดูอัลเพอร์โพสหรือยางสองประสงค์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งทางดำและทางฝุ่น สุดท้ายในเรื่องของการวางจำหน่ายนั้นตัวรถจะจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี คือ สีส้ม (Candy Energy Orange) สีเทา (Pearl Grey) และสีขาว (Pearl White) โดยจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 149,900 บาท ซึ่งสามารถไปชมสีสันหรือสัมผัสคันจริงกันได้ที่งาน Motor Show หรือจะไปที่ฮอนด้าวิงเซ็นเตอร์ใกล้บ้านท่านเลยก็ยังได้ครับ ทั้งนี้จะเปิดรับจองเป็นครั้งแรกในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ที่กำลังจะมาถึงนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Honda คว้าชัย MXGP 2023 ในเรซ 2

Honda คว้าชัย MXGP 2023 ในเรซ 2 ประเทศอาร์เจนติน่า “รูเบน เฟอร์นานเดซ” พร้อมควง Honda CRF450R เปิดตัวได้ยอดเยี่ยมจากTeam HRC จาก Honda คว้าชัย MXGP 2023 เรซ 2 ที่อาร์เจนตินา “รูเบน เฟอร์นานเดซ” เปิดตัวกับ Team HRC ได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันรถจักรยานยนต์วิบากชิงแชมป์โลก รายการเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิล์ด แชมเปี้ยนชิพ สนามแรกที่อาร์เจนตินา ด้วยการคว้าชัยชนะได้ทันที ด้วยสุดยอดตัวแข่งอย่าง CRF450R แม้ว่าก่อนเริ่มต้นฤดูกาล ฮอนด้าต้องพบกับความท้าทายอย่างมากเมื่อ “ทิม ไกจ์เซอร์” ยอดนักบิดมือหนึ่งของทีมได้รับบาดเจ็บ เหลือเพียง “รูเบน เฟอร์นานเดซ” ที่พึ่งเข้ามาสู่ทีมเป็นปีแรกเท่านั้น การแข่งขันสนามเปิดฤดูกาล MXGP 2023 ดวลทางฝุ่นกันที่ประเทศอาร์เจนตินา ในรายการ MXGP of Patagonia – Argentina ความมุ่งมั่นของฮอนด้าและสมรรถนะตัวแข่ง  CRF450R ได้พิสูจน์ศักยภาพอีกครั้ง ซึ่งฤดูกาลนี้มีคะแนนสะสมให้เก็บในรอบการคัดเลือก เพื่อหาอันดับการออกสตาร์ท  “รูเบน เฟอร์นานเดซ” สามารถคว้าอันดับ 4 คะแนนสะสม 7 แต้มมาครอง การแข่งขันเรซแรก “รูเบน เฟอร์นานเดซ” พร้อมด้วย Honda CRF450R หมายเลข 70 โชว์ศักยภาพอันน่าทึ่งทันที ด้วยการรั้งกลุ่มนำพร้อมมีลุ้นอันดับโพเดียม อย่างไรก็ตามความผิดพลาดเล็กน้อยในช่วงปลายเกมส์ นักบิดดาวรุ่งชาวสเปนของ HRC จบอันดับ 5 เมื่อจบการแข่งขัน การแข่งขันเรซที่สอง ”รูเบน เฟอร์นานเดซ” เริ่มต้นการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม ขึ้นนำพร้อมปิดเกมส์คู่แข่ง ก่อนที่จะคว้าชัยชนะ ไปครองได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งผลการแข่งขันรวมทั้ง 2 เรซ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” จาก Team HRC เป็นนักแข่งที่ทำผลงานรวมได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยรวมแต้มสะสมและจากการจับเวลารอบคัดเลือก มีคะแนนทั้งสิ้น 48 คะแนน รั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนชิงแชมป์โลก  สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน MXGP 2023 สนาม 2 จะมีขึ้นในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ที่ ริโอลา ซาร์โด ประเทศอิตาลี แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #MXGP #HRC #RaceToTheDream #Honda อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Harley-Davidson X350 เปิดตัวที่จีน กับราคาราว ๆ 170K

Harley-Davidson X350 เปิดตัวที่จีน กับราคาราว ๆ 170K หลาย ๆ คนน่าจะได้ยินข่าวเรื่องโมเดลใหม่ไซส์เล็กพิกัดเริ่มต้นของค่ายรถสัญชาติมะกันอย่าง Harley-Davidson X350  ซึ่งก็ได้ฤกษ์เปิดตัวเปิดราคาสักที โดยเปิดตัวกันที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตนั่นเอง โดยเปิดมาราคาค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว คือเริ่มต้นที่ 33,388 หยวน หรือราว ๆ 170,000 บาทนั่นเอง โมเดลนี้ถือกำเนิดขึ้นได้จากความร่วมมือระหว่างฮาร์ลีย์เดวิดสันร่วมกับทาง QJ Motor ที่เป็นค่ายมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่ในประเทศจีนและยังผลิตรถให้ Benelli อีกด้วย ทำให้โมเดลนี้ โดยทางฮาร์ลีย์จะเป็นคนออกแบบรูปลักษณ์หน้าตา และทาง QJ จะเป็นคนผลิตให้ ตัวรถมาในสไตล์ของแฟล็ตแทร็ก โดยมีแรงบันดาลใจมาจากโมเดลระดับตำนานอย่าง XR750 ได้กลิ่นอายของความคลาสสิก โดยตัวรถจะมีระบบไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มระบบ และหน้าจอเรือนไมล์ทรงกลมแบบผสมผสานกันระหว่างแบบอนาล็อกและดิจิทัล สำหรับขุมพลังนั้นทางค่ายจะใช้เครื่องยนต์จากทาง QJ นั่นเอง ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบสองสูบเรียงขนาด 353 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดไฟฟ้า ซึ่งให้กำลังสูงสุด 36.71 แรงม้า ส่วนแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 31 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ซึ่งเคลมมาว่าทำท็อปสปีดได้ที่ราว ๆ 143 กม./ชม. และมีถังน้ำมันขนาด 13.5 ลิตร โดยใช้ระบบส่งกำลังผ่านเกียร์แบบ 6 สปีดและโซ่ ไม่ได้เป็นสายพาน แน่นอนว่าแตกต่างจากพี่ใหญ่โมเดลอื่น ๆ ในค่ายที่จะเป็นเครื่องวีทวินและเป็นขับสายพาน ในส่วนของช่วงล่างนั้นถือว่าให้มาดี ตัวรถเลือกใช้เฟรมถักร่วมกับระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 41 ม.ม.ปรับรีบาวด์ได้ ขณะที่ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวปรับรีบาวด์และพรีโหลดได้ ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่และดิสก์เบรกหลังเดี่ยวพร้อมระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียมรัดด้วยยาง Pirelli Angel ST ขนาด 120/70-ZR17 และ 160/60-ZR17 ตามลำดับ งานนี้ใครเป็นสาวกฮาร์ลีย์เดวิดสัน แต่งบน้อยก็น่าจะได้มีโอกาสได้เป็นเจ้าของกันได้ง่ายขึ้นกับโมเดลนี้ แต่จะไม่ได้สัมผัสเอกลักษณ์หรือดีเอ็นเอความเป็นฮาลีย์ฯ ได้แบบเต็มที่เหมือนรุ่นใหญ่อย่างแน่นอนครับ ส่วนเรื่องเข้าไทยนั้นคิดว่าไม่น่าพลาด แต่อาจจะต้องรอกันหน่อยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

LCR Honda เปิดตัวทีมแข่ง พร้อมลุยศึกโมโตจีพี

LCR Honda เปิดตัวทีมชุดใหญ่ “รินส์-นาคากามิ” เสริมทัพทวงความยิ่งใหญ่ LCR Honda ยอดทีมในศึก โมโตจีพี เปิดตัวทีมแข่งประจำฤดูกาล 2023 อย่างเป็นทางการ ด้วยการดึงตัว อเล็กซ์ ริน นักบิดบิ๊กเนมชาวสแปนิช จับคู่ ทาคาอากิ นาคากามิ ทีมเมทชาวญี่ปุ่นร่วมโปรเจกต์ทวงความยิ่งใหญ่ให้ “ฮอนด้า” ก่อนเปิดฉากซีซั่นใหม่ปลายเดือนมีนาคมนี้ ฮอนด้า อยู่ระหว่างการทวงคืนความสำเร็จในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โดยใน โมโตจีพี 2023 มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างมากภายใต้ เอชอาร์ซี (HRC) โดยเฉพาะการดึงตัวนักบิดระดับแชมป์โลกอย่าง โจอัน เมียร์ มาร่วมงานกับ มาร์ค มาร์เกซ ในทีมโรงงาน เรปโซล ฮอนด้า นอกจากนี้ ยังได้ตัว เคน คาวาอูชิ ผู้อำนวยการด้านเทคนิคคนใหม่ของ เอชอาร์ซี มาร่วมพัฒนารถแข่ง RC213V คันใหม่ โดยหนึ่งในนักบิดบิ๊กเนมที่ย้ายมาร่วมงานกับ ฮอนด้า ในฤดูกาลนี้คือ อเล็กซ์ รินส์ เจ้าของหมายเลข 42 ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นทางการกับ แอลซีอาร์ ฮอนด้า เมื่อวันอังคารที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมด้วยทีมเมทชาวญี่ปุ่นอย่าง ทาคาอากิ นาคากามิ หมายเลข 3 รินส์ และ นาคากามิ ถือเป็นกำลังสำคัญอย่างมากในการพัฒนารถแข่ง RC213V เพื่อยกระดับให้มีความดุดันมากขึ้น ซึ่งทั้งคู่จะใช้รถแข่งสเป็กเดียวกันกับนักบิดทีมโรงงานอย่าง มาร์เกซ และ เมียร์ โดยเป้าหมายคือ พาฮอนด้า กลับคืนสู่ระดับท็อปใน โมโตจีพี รินส์ กล่าวว่า “นี่จะเป็นฤดูกาลที่ 7 สำหรับผมในโมโตจีพี และในแต่ละปีผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้การทำงานภายใต้ความกดดัน ใจเย็น และรักษาความเร็วในสนามแข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมได้ก้าวที่ยิ่งใหญ่ในด้านจิตใจ ใจเย็น และรับมือกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ผมจะเริ่มต้นปี 2023 ด้วยการทำงานและความมุ่งมั่น มีศักยภาพที่ดี” ด้าน นาคากามิ กล่าวว่า “เป้าหมายของผมในปี 2023 คือการแข่งขัน เรามีรูปแบบการแข่งขันที่แตกต่างกันในช่วงสุดสัปดาห์ และเรามีการแข่งขันรอบ สปรินต์ เรซ มันจะเป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างยุ่งยาก แต่เราพร้อมที่จะแข่งขัน ต่อสู้ และหวังว่าเราจะสามารถรวมตัวกัน และสร้างฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จได้ ผมพร้อมและหวังว่าเราจะได้แข่งขันที่ยอดเยี่ยมในอนาคต”  สำหรับศึก โมโตจีพี 2023 มีคิวทดสอบอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 11-12 มีนาคมนี้ ที่ อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเลือกสเป็กรถแข่งในปีนี้ ก่อนจะดวลความเร็วสนามแรกในวันที่ 24-26 มีนาคมนี้ ในรายการ โปรตุกีส กรังด์ปรีซ์ แฟนความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้า ในศึก โมโตจีพี ตลอดทั้งฤดูกาล พร้อมส่งกำลังใจเชียร์ยอดนักบิดไทย และติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #MotoGP #RepsolHonda #HRC #SC35 #Moto2 #RaceToTheDream #HondaRacingThailand #HondaTeamAsia อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค BMW M1000R 2023 ราคาและรายละเอียด

สเปค BMW M1000R 2023 สปอร์ตโรดสเตอร์พิกัดเรือธง     BMW M1000R 2023 รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตโรดสเตอร์พิกัดเรือธง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซี  ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน ให้พละกำลังสูงสุด 210 แรงม้า โดดเด่นด้วยชุดแต่ง M Competition ยกระดับสมรรถนะตัวรถให้สูงยิ่งขึ้น ราคา 1,599,000 บาท   สเปค, สเป็ก ​   วิงก์เล็ต โช้คหน้าหัวกลับและคาลิเปอร์เบรก M กุญแจคีย์เลส หน้าจอ TFT โช้คหลังเดี่ยวพร้อมระบบ DDC ไฟ LED   สเปค BMW M1000R 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999 ซีซี แรงม้า (เคลม) 210 แรงม้าที่ 13,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 113 นิวตันเมตรที่ 11,100 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 49.7 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 13.3 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อมระบบคลัตช์ anti-hopping ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 (ล้อแม็กคาร์บอน) แบบไม่ใข้ยางใน ยางหลัง 200/55-ZR17 (ล้อแม็กคาร์บอน) แบบไม่ใข้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ขนาด 45 มม. พร้อมระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม พร้อมโช้คเดี่ยว และระบบ Dynamic Damping Control (DDC) เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 320 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก M (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก M (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 996 x 2,085 x 1,176 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,455 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 830 ม.ม. น้ำหนักรถ 199 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 16.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ น้ำมันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่วออกเทน 95-98 เทคโนโลยี ควิกชิฟเตอร์ โหมดการขับขี่ Pro Riding Modes กุญแจคีย์เลส ระบบครูซคอนโทรล ระบบไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง ระบบตรวจสอบความดันลมยาง ระบบอุ่นมือ หน้าจอ TFT   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น M1000R 2023     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

บุกโรงงานเวสป้า

บุกโรงงานเวสป้า ส่องฐานการผลิตอิตาเลียนพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์ที่ครองใจผู้ใช้ทั่วโลก บริษัท วีพีพีดับเบิลยู ซัพพลายส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำ และ มอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาเลียนระดับตำนานจากกลุ่ม Piaggio Group ได้แก่ Vespa, Piaggio, Aprilia และ Moto Guzzi แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดกิจกรรมใหญ่ “Vespa’s factory visit in Vietnam” พาสื่อมวลชน บุกโรงงานเวสป้า เพื่อเยี่ยมชมฐานการผลิตรถพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์ ณ Piaggio Vietnam ณ เมืองหวิงฟุก ประเทศเวียดนาม ฮับการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์สกู๊ตเตอร์ของแบรนด์ Vespa แบรนด์ Piaggio และแบรนด์ Aprilia ที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล และส่งออกไปจัดจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก พร้อมเผยแผนยกระดับโรงงานรองรับการเติบโตของตลาดและเทรนด์ไลฟ์สไตล์ในอนาคต ตอกย้ำความเป็นไอคอนนิกอิตาเลียนแบรนด์ตัวจริงด้วยการจัดแสดงไลน์อัพผลิตภัณฑ์ยอดนิยมกว่า 10 รุ่น สัมผัสความประทับใจในกิจกรรม Test-ride ฉบับพิเศษ กับ 4 รุ่น จาก 3 แบรนด์ชั้นนำภายในเครือ โรงงานผลิต Vespa หรือ Piaggio Vietnam ถือเป็น 1 ใน 12 โรงงานการผลิตของ Vespa ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดหวิงฟุก (Vinh Phuc) โดยเริ่มก่อตั้งโปรเจ็กต์สร้างโรงงานที่เวียดนามในปี ค.ศ. 2007 และเริ่มสร้างโรงงานในช่วงต้นปี ค.ศ. 2008 หากนับจนถึงตอนนี้เป็นระยะเวลากว่า 15 ปี ที่โรงงานแห่งนี้ได้ผลิตผลงานมาสเตอร์พีซอย่าง Vespa, Aprilia และ Piaggio ไปแล้วหลายแสนคัน โดยโรงงานแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นฮับการผลิตสำคัญของ Vespa, Aprilia และ Piaggio ที่คงมาตรฐานการผลิตเช่นเดียวกันกับทุกโรงงานของ Vespa ที่กระจายตัวอยู่ในทั่วโลก ซึ่งถือเป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 265,000 ตารางเมตร ครอบคลุมการผลิตที่ครบวงจร พร้อมเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการผลิต ที่ทันสมัย อีกทั้งยังมีส่วนวิจัยและพัฒนา (R&D) สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค รวมถึงสนามทดสอบภายในโรงงานแห่งนี้อีกด้วย ในส่วนของไลน์การผลิตจากโรงงานแห่งนี้ จะเน้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกู๊ตเตอร์ ประกอบด้วย 3 แบรนด์ ได้แก่ แบรนด์ Vespa แบรนด์ Piaggio และแบรนด์ Aprilia ประกอบด้วย สกู๊ตเตอร์รุ่นต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นVespa GTS ซึ่งถือเป็นกลุ่มท็อปของแบรนด์ ที่เริ่มผลิตตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2004 Vespa LX และ Vespa S ที่เริ่มเดินสายการผลิตในปี ค.ศ. 2009 Vespa Primavera และ Vespa Sprint ที่เริ่มผลิตในปี ค.ศ. 2013 นอกจากนี้ ยังมี Piaggio Liberty ที่เริ่มผลิตในปี ค.ศ. 2011 และ Piaggio Medley S ที่เริ่มขึ้นสายการผลิตในปี ค.ศ. 2015 รวมถึง สกู๊ตเตอร์รุ่นล่าสุดอย่าง Aprilia SR GT 200 สำหรับความพิเศษของกิจกรรม “Vespa’s factory visit in Vietnam” ในครั้งนี้ นอกจากการเปิดโรงงานให้เยี่ยมชมสายการผลิตอย่างเป็นทางการแล้ว เวสป้าได้ตอกย้ำภาพการเป็นอิตาเลียนแบรนด์ตัวจริงขนานแท้ ด้วยการจัดแสดงไลน์อัพผลิตภัณฑ์ยอดนิยมและผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 10 รุ่น พร้อมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะของสกู๊ตเตอร์ 4 รุ่น จาก 3 แบรนด์ชั้นนำภายในเครือ รวมถึงกิจกรรมไลฟ์สไตล์ตะลุยถิ่นดินแดนสองล้อซ้อนเวสป้าชมเมืองฮานอย สะท้อนภาพความนิยมและความเป็นไอคอนนิกของสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมสัญชาติอิตาเลียนแท้อย่าง Vespa และ Piaggio ที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน อ่านข่าวอื่น ๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Maverix Group รุกตลาด จัดทัพของแต่งบิ๊กไบค์ เพียบ!!

Maverix Group รุกตลาด จัดทัพของแต่งบิ๊กไบค์ เพียบ!! Maverix Group ขับเคลื่อนธุรกิจรถมอเตอร์ไซค์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายชิ้นส่วน อะไหล่ตกแต่ง รายเดียวในประเทศไทย ที่รวมแบรนด์คุณภาพระดับโลก พร้อมส่งเสริมสมรรถนะการขับขี่ปลอดภัย บริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายชื้นส่วนจักรยานยนต์สมรรถนะสูงและอะไหล่แต่งรถมอเตอร์ไซค์ Superbike แบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ เพียงรายเดียวในประเทศไทย อาทิ Brembo, Domino Racing, Allegri, Matris, BMC, Austin Racing, Bonamici, Zuper Flo เป็นต้น ล่าสุด มาเวอร์ริค กรุ๊ป ได้จัดกิจกรรม Maverix Group Press Conference 2023 ประกาศวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ และนำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดแห่งการขับขี่ปลอดภัยอย่างมั่นใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและลูกค้า พร้อมด้วยกิจกรรมฝึกอบรมวิธีการใช้งานผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง โดยผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์พันธมิตร และกิจกรรมทดสอบด้านคุณภาพและความปลอดภัย ณ สนาม Motor Sport Park สุวรรณภูมิ คุณนรวิชญ์ ภทรธนกฤต กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของ มาเวอร์ริค กรุ๊ป เกิดจากแพชชั่น และความชอบในการขับขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ทั้งรถญี่ปุ่นและยุโรปมากว่า 15 ปี รวมถึงการขับขี่แบบโรดทริป และในสนามแข่ง ซึ่งเคยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมแข่งขันทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษอีกด้วย  รวมไปถึงการดูแลรถ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาด้วยตนเอง ประกอบกับในสมัยก่อน อะไหล่ที่ดีหาได้ค่อนข้างน้อย จำนวนรถจักรยานยนต์และศูนย์บริการมีไม่เยอะเท่าในปัจจุบัน ซึ่งแบรนด์เหล่านี้ สนใจที่จะทำตลาดในประเทศไทย จึงเริ่มทดลองตลาดและตัดสินใจนำเข้าสินค้ามาขายเองโดยตรง  โดยสินค้าที่นำเข้ามานั้นมีหลากหลายแบรนด์ ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เทรนด์ความชอบ สภาวะทางเศรษฐกิจ รถจักรยานยนต์ที่มีขายในตลาดอยู่ ณ ตอนนั้น ทำให้เราต้องมีสินค้าครบทุกประเภท เพื่อตอบโจทย์ตลาดและสภาวะการณ์ดังกล่าว  หลังลูกค้าได้สัมผัสกับสินค้าก็เริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นสิ่งที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ร้านค้าเริ่มมาติดต่อรับสินค้าไปขาย จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ มาเวอร์ริค กรุ๊ป ในที่สุด ซึ่งถือว่าเราได้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงรายเดียวในประเทศไทย  นอกจากนี้ ยังเป็นการบ่งบอกถึงคาแรคเตอร์เฉพาะของ มาเวอร์ริค กรุ๊ป ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีมุมมองและแนวคิดการทำธุรกิจที่แปลกใหม่ โดยหลังจากนี้ เชื่อว่ากลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์จะยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะคนไทยส่วนมากมีพื้นฐานการขับขี่มอเตอร์ไซค์ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว คาดว่าปีนี้ จะเป็นปีที่ดีและฟื้นตัวขึ้นกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา เห็นได้จากยอดขายและยอดจองรถของปีที่แล้วสูงถึง 1.8 ล้านคัน เติบโตจากปี 2021 ถึง 11.5% และรถใหม่ก็คงทยอยออกมาภายในปีนี้เช่นกัน” คุณนรวิชญ์กล่าวต่อว่า “ชิ้นส่วนอะไหล่ตกแต่งรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ มีฐานการผลิตในประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าได้เป็นอย่างดีในแง่ของคุณภาพ เรามีมุมมองการทำธุรกิจกับร้านค้า ตัวแทนจำหน่ายที่แตกต่างไปจากผู้นำเข้ารายอื่น โดยมีการแบ่งปันความรู้ของสินค้าและประสบการณ์ รวมถึงการบริการ โดยทีมช่างเทคนิคที่มีความชำนาญโดยเฉพาะ จึงเป็นการสร้างโอกาสในการเติบโตไปพร้อมกัน ในปัจจุบันเรากำลังขยายฐานลูกค้าตัวแทนจำหน่ายมากยิ่งขึ้น”  นอกจากนี้ บริษัทฯ ขับเคลื่อนแบรนด์ภายใต้แนวคิด Safe & Fun เล็งเห็นความสำคัญของคนที่ใข้รถจักรยานยนต์ ซึ่งจะต้องรู้สึกสบายและปลอดภัยทุกครั้งที่ขับขี่ จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ของลูกค้า รวมถึงเรื่อง Performance & Reliable การเพิ่มสมรรถนะและความปลอดภัยสำหรับรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการแข่งขันอีกด้วย ทั้งนี้ยังมีคอร์ส Maverix Group Expert หรือการอบรมเชิงลึกให้กับคู่ค้าทั่วประเทศ  โดยเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการรับรองร่วมถ่ายทอดวิธีการติดตั้งและใช้งานอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ยังได้วางกลยุทธ์การบริหารงานในอีกหลายส่วน อาทิ การขยายขอบเขตพื้นที่จัดจำหน่ายสินค้าในทวีปเอเชีย การกระจายสินค้า และโลจิสติกส์ พร้อมกับพัฒนาระบบจัดการให้เป็นไปได้ง่ายขึ้น  สำหรับกลุ่มเป้าหมาย มีตั้งแต่รถจักรยานยนต์ที่ใช้งานทั่วไป จนถึงรถในสนามแข่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับแบรนด์สินค้า ทั้งนี้ยังมองว่าตลาดในประเทศไทยยังมีโอกาสที่จะพัฒนาและเติบโตได้อีกในอนาคต และยินดีเปิดรับผู้ค้าธุรกิจที่จะจับมือร่วมกันเพื่อพัฒนาตลาดจักรยานยนต์ในประเทศไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติ  สำหรับกิจกรรมภายในงานนี้ สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้ประกาศวิสัยทัศน์ของแบรนด์ เพื่อสร้างโอกาสในการเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมด้วยกัน อีกทั้งเป็นการเปิดตัวสินค้าของแต่ละแบรนด์ โดยมุ่งว่าองค์กรจะสามารถเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำเข้าเพียงรายเดียวในประเทศไทย ตลอดจนสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทฯ และพันธมิตรทางธุรกิจในด้านการเป็นผู้นำในกลุ่มสินค้าคุณภาพและความปลอดภัย นอกจากนี้ยังให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในข้อมูลสินค้าและวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง ซึ่งประกอบไปด้วย Brembo, Domino Racing, Allegri, Matris, BMC, Austin Racing, Bonamici และ Zuper Flo โดยผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์พันธมิตร ให้สื่อและลูกค้าได้ทำความเข้าใจถึงโปรดักส์แบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจว่าสินค้าทุกชิ้นที่ทางบริษัทฯ เลือกมานั้น คำนึงถึงผู้ที่ใช้งานจริงเป็นหลัก จึงต้องเป็นของที่ปลอดภัย ได้คุณภาพระดับพรีเมียม ในราคาที่จับต้องได้ รวมถึงการบริการ หลังการขายในกรณีที่สินค้าเกิดมีปัญหา 

BMW รุกศักราชใหม่

BMW รุกศักราชใหม่ เปิดบิ๊กไบค์ 3 โมเดล พร้อมขยายรับประกันเป็น 5 ปี บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ฉลองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์พรีเมียมไทยต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่สาม จากผลลัพธ์แห่งความทุ่มเทของบริษัทด้านความพึงพอใจของลูกค้า นวัตกรรม และยนตรกรรมศาสตร์แห่งศิลป์จากบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทำผลงานยอดจดทะเบียนรถยนต์อย่างแข็งแกร่ง  ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดบีเอ็มดับเบิลยูและมินิในตลาดรถยนต์พรีเมียมที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกว่า 46.6% เพิ่มขึ้น 36.1% จากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย วางแผนต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมใหม่มากมาย นำทัพโดยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูหลากหลายโมเดลและรถยนต์มินิ รวมไปถึงมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู M 1000 R, R 1250 GS และ R1250 GS Adventure ในตัวเลือกสีใหม่ BMW รุกศักราชใหม่ มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย การมุ่งสู่อนาคตคือนิยามของทุกสิ่งที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ วิธีที่เราทำธุรกิจ หรือการมอบสิ่งดี ๆ คืนให้กับโลก ความมุ่งมั่นในด้านนวัตกรรมและความเป็นเลิศตลอดทั้งปี 2565 ส่งผลให้ลูกค้ามอบความไว้วางใจให้กับเรา เราภูมิใจที่จะประกาศว่าเรายังคงครองตำแหน่งผู้นำในเซกเมนต์พรีเมียมอีกครั้ง และด้วยความสำเร็จและการเติบโตตลอดปีที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Luxury Class และรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการเปิดตัวรุ่นรถยนต์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบีเอ็มดับเบิลยู XM, X7  หรือซีรีส์ 7 อย่างไรก็ตาม พลังแห่งการเลือกยังคงเป็นปรัชญาที่เราภาคภูมิใจ และพร้อมแนะนำหลากหลายยนตรกรรมใหม่ ๆ จากแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ไปจนถึงบริการและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ เรายังมุ่งมั่นเดินหน้าธุรกิจอย่างยั่งยืน อย่างที่เห็นได้จากหลากหลายโครงการด้านความยั่งยืนที่เราให้ความสำคัญมากขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะยังคงมุ่งสู่ความเป็นเลิศไปพร้อม ๆ กับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการและพาร์ทเนอร์ของเรา เพื่อส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าคนสำคัญของเราทุกคน” อุ่นใจในทุกเส้นทางกับการขยายการรับประกันและแพ็คเกจบำรุงรักษาใหม่จากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย สิงห์นักบิดอุ่นใจกว่าที่เคย บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ขยายการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางและบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินหรือ โมบิลิตี้ เซอร์วิส เป็นระยะเวลา 5 ปี สำหรับลูกค้าที่รับมอบมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 (เข้าถึงการรับประกันได้ทั่วโลกกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สำหรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น) ในขณะเดียวกัน แพ็คเกจบำรุงรักษา BMW Motorrad Service Inclusive (BMSI) ยังพร้อมให้ลูกค้าได้เลือกซื้อเป็น ครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป ซึ่งสามารถเลือกได้ระหว่างแพ็คเกจบำรุงรักษาครอบคลุม 3 ปี / 30,000 กิโลเมตร หรือแพ็คเกจ 5 ปี / 50,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)* โดยมีรายละเอียด ดังนี้ รุ่น การรับประกันและ โมบิลิตี้ เซอร์วิส ราคาแพ็คเกจ BMSI 3 ปี/30,000 กม. (บาท) ราคาแพ็คเกจ BMSI 5 ปี/50,000 กม. (บาท) CE04 5 ปี / ไม่จำกัดระยะทาง 13,000 19,000 C 400 19,000 31,000 G 310 28,000 36,000 F 750, F 850, F 900 27,000 40,000 S 1000 31,000 46,000 K 1600 34,000 48,000 R nineT, R 1250 33,000 48,000 R 18 32,000 50,000   แพ็คเกจบำรุงรักษา BMW Motorrad

TMAX Racing Experience 2023 มันส์ได้ใจสกู๊ตเตอร์สายซิ่ง

งานนี้ถูกใจสาย บิ๊กสกู๊ตเตอร์ ที่สุดแล้ว กับงาน TMax Racing Experience 2023 เป็นกิจกรรมที่ทาง Yamaha Riders’ club จัดให้สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยามาฮ่า TMax ทุกรุ่น ทุกอิดิชั่น จะใหม่จะเก่ามาได้ทั้งหมด เพื่อเปิดประสบการณ์การขับขี่อย่างถูกต้องในสนาม แก่งกระจาน เซอร์กิต จังหวัด เพชรบุรี ถ้าให้พูดถึงรถสกู๊ตเตอร์สมรรถนะสูง ซีซีเยอะ ช่วงล่างดี เทคโนโลยีเพียบ ตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น Yamaha Tmax อย่างแน่นอน เรียกได้ว่าท็อป ๆ ในคลาสเลยละ แต่ในเมื่อแรงแล้ว ทักษะการขับขี่ ยังได้ไม่เต็มที่ ยังไม่รู้จักตัวรถจริง ๆ ก็คงจะเสียดายเมื่อเรารีดสมรรถนะออกมาได้ไม่หมด Yamaha Riders’ club เห็นถึงส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในส่วนนี้ งานมันส์ ๆ ดี ๆ แบบนี้จึงเกิดขึ้นมา ซึ่งวัตถุประสงค์หลัก ๆ เลยก็เพื่อที่จะให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ สามารถขับขี่รถของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพถูกต้อง พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการขับขี่บิ๊กไบค์ ไทย ยามาฮ่า ที่นำทีมโดย อาจารย์เป็ด วรวุฒิ พุทโธ อาจารย์เบิร์ด ประวัติ ญาณวุฒิ ดีกรีแชมป์ประเทศไทย อ.เป็ด วรวุฒิ พุทโธ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการขับขี่บิ๊กไบค์ สาวกบิ๊กสกู๊ตเตอร์ Tmax อ.เบิร์ด ประวัติ ญาณวุฒิ ดีกรีแชมป์ประเทศไทย รุ่น SS1 ท่าทางการขับขี่สำคัญ ต้องรู้..!! และทีมงานผู้ช่วยครูฝึก แนะนำการขับขี่ ดูแลความปลอดภัย พร้อมอำนวยความสะดวกอย่างมืออาชีพตลอดทั้งวัน เรามาดูรายละเอียดงานครั้งนี้กันดีกว่า ว่า บิ๊กสกู๊ตเตอร์ ที่เข้าร่วมงานเกือบ 50 คัน ทำอะไรกันบ้าง ในการเรียนการสอนครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เท่า ๆ กัน พร้อมกับ แบ่งสัดส่วนของสนามเป็น 2 ช่วง เพื่อที่เพิ่มความเข้นข้นในการสอน การแนะนำมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการจัดเตรียมวางไพลอนภายในสนาม เพื่อที่จะเป็นจุดสังเกตในสถานีต่าง ๆ การเลี้ยว การเบรก และ การเติมคันเร่ง ได้อย่างถูกต้อง และในช่วงบ่าย เซสชั่นสุดท้าย เปิดแบบเต็มสนาม ให้ได้วิ่งแบบเต็มที่ นำความรู้ที่ได้จากช่วงเช้ามาใช้ขับขี่ รีดสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ทั้งผู้ขับขี่และตัวรถ ในงาน TMAX Racing Experience 2023 ครั้งนี้ถือว่า ยามาฮ่าไรเดอร์คลับ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับการพากลุ่มลูกค้ามาเปิดประสบการณ์ใหม่ ได้เรียนรู้วิธีการขับขี่อย่างถูกต้อง ได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่ใช้รถรุ่นเดียวกัน การแนะนำจากผู้ชำนาญการ คุ้มค่ากับการมางานครั้งนี้ ขี่กลับบ้าน ทักษะ ทัศนคติ ความรู้ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ครั้งต่อไป มีงานเมื่อไร ที่ไหน ติดตามข่าวสารได้ทาง Yamaha Riders’ club เจอกันงานต่อไป…!! อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก