SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2026 Ducati DesertX V2

Ducati DesertX V2 ปี 2026 มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ 890cc และน้ำหนักที่เบาลงกว่ารุ่นเดิมเกือบ 10 กิโลกรัม เช็กสเปกและกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่นี่

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
BMW M1000R 2023

BMW M1000R 2023 เปิดราคาไทย 1.599 ล้านบาท บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัว BMW M1000R 2023 มอเตอร์ไซค์รุ่นล่าสุดจากตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู M สืบทอดอัตลักษณ์ที่โดดเด่นจากบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R เน็กเก็ดไบค์พิกัดเรือธงและบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ซูเปอร์ไบค์พิกัดเรือธงซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยโมเดลนี้ได้รับการปรับแต่งอย่างละเอียดโดยคำนึงถึง ความต้องการเฉพาะของผู้ที่ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์สปอร์ตโรดสเตอร์เป็นหลัก และยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการผลักดันสิ่งที่เป็นไปได้ในการออกแบบมอเตอร์ไซค์ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่อีกครั้งของที่สุดแห่งสปอร์ตโรดสเตอร์ M 1000 R ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน 4 วาล์วไทเทเนียมต่อลูกสูบ DOHC และ BMW ShiftCam ความจุ 999 ซีซี ส่งพละกำลังสูงสุด 210 แรงม้าที่ 13,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบต่อนาที ให้ความเร็วสูงสุดที่ 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 6.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่วค่าออกเทน 95-98 รวมถึงยังมีคลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อมระบบคลัตช์ anti-hopping และระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมเกียร์ Straight Cut ที่ติดตั้งมาเพื่อการส่งกำลังที่เหนือกว่าอีกด้วย ระบบกันสะเทือนล้อหน้าเป็นโช้คหัวกลับ ขนาด 45 มม. พร้อมระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ในขณะที่ระบบกันสะเทือนล้อหลังเป็นสวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม พร้อมปรับตั้งค่า Dynamic Damping Control (DDC) โดยมีระยะยุบตัวโช้คหน้า 120 มิลลิเมตร และระยะยุบตัวโช้คหลัง 117 มิลลิเมตร ระบบเบรกมาพร้อมดิสก์เบรกคู่ที่ล้อหน้า และดิสก์เบรคเดี่ยวคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยวที่ล้อหลัง หัวใจสำคัญคือชุดแต่ง M Competition ด้วยคุณสมบัติที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ยกระดับสมรรถนะตัวรถให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งรวมถึงชุดสี Blackstorm metallic / M Motorsport ที่นั่ง M สปอร์ต ล้อ M คาร์บอนไฟเบอร์ ที่พักเท้าแบบ M และชิ้นส่วน M คาร์บอนไฟเบอร์ต่าง ๆ บริเวณ ฝาครอบล้อหลัง การ์ดโซ่ ฝาครอบล้อหน้า ฝาครอบถังน้ำมัน ฝาครอบแอร์บ็อกซ์ และแผ่นเบนทางลม ระบบเบรก M ได้รับการพัฒนาจากประสบการณ์ที่ได้จากระบบเบรกของรถแข่งบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในการแข่งขัน Superbike World Championship ทำให้โมเดลนี้เป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นที่สองที่ติดตั้งเทคโนโลยีนี้ สำหรับเรื่องของเทคโนโลยีมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบ Pro และระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์ Gear Shift Assistant Pro หรือควิกชิฟเตอร์ ที่ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงได้เกือบทุกช่วงน้ำหนักบรรทุกและช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์โดยไม่ต้องควบคุมคลัตช์ ระบบตรวจสอบความดันลมยาง (RDC) ไฟหน้าปรับองศาตามการเข้าโค้งแบบ LED สปอยเลอร์เครื่องยนต์ และระบบทำความร้อนที่แฮนด์ยังติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานพร้อมด้วยระบบควบคุมความเร็วคงที่และระบบสตาร์ทแบบไร้กุญแจ ฟังก์ชัน Brake Slide Assist ยังเป็นนวัตกรรมที่สำคัญและมีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่ในสนามแข่งซึ่งช่วยให้เบรกดริฟต์เข้ามุมด้วยการไถลได้อย่างต่อเนื่อง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Buell Super Cruiser

Buell Super Cruiser ครูเซอร์ที่เร็วที่สุดเผยโฉมแล้ว   ย้อนกลับไปในปี 2021 ค่ายรถสัญชาติอเมริกาอย่างบูเอลเคยระบุไว้ว่าจะเปิดตัวโมเดลใหม่ 10 โมเดลภายในปี 2024 ซึ่งในตอนนั้นฟัง ๆ ดูแล้วก็เป็นเรื่องที่ไกลตัวและยากที่จะเป็นจริงซะเหลือเกินกับแบรนด์นี้ ทว่าตอนนี้ทางแบรนด์กับร่วมมือกับสำนักคัสตอมรถชื่อดังระดับโลกอย่าง Roland Sands เพื่อสร้างโมเดลในสไตล์ครูเซอร์ขึ้นมาในชื่อว่า Buell Super Cruiser โดยเปิดให้จองพรีออเดอร์ผ่านทางเว็บไซต์แล้ว และจะส่งมอบปี 2025 กันเลยทีเดียว ซึ่ง Bill Melvin ซีอีโอของทางบูเอลอธิบายว่าการสร้างครูเซอร์ขึ้นมาสักคันนั้นเป็นอะไรที่ทางแบรนด์อยากทำมาโดยตลอด หลังจากที่ทุ่มเทสร้างสรรค์สปอร์ตไบค์มาเป็นเวลานานมากแล้ว ทางค่ายก็อยากจะทำอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง ซึ่งก็ไม่มีอะไรที่น่าจะดีไปกว่าการได้สร้างรถเท่ ๆ สักคันโดยการจับมือกับทาง Roland Sands ทาง Melvin ยังกล่าวอีกว่าตลาดอเมริกาตอนนี้เต็มไปด้วยรถอเมริกันที่ทั้งใหญ่และหนัก แถมยังช้าอีก แต่รถของเราจะไม่เป็นแบบนั้นและจะเป็นรถที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดอีกด้วย สำหรับทางโรแลนด์แซนด์สนั้นก็ยินดีเข้าร่วมในโปรเจ็กต์นี้ โดยไม่ใช่แต่เพียงช่วยออกแบบสไตล์ของรถเท่านั้น ทางสำนักยังช่วยดูแลเรื่องสมรรถนะของรถให้ด้วย และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าซูเปอร์ครูเซอร์คันนี้จึงมีเครื่องยนต์ที่ดีและสมรรถนะสูง พร้อมกับช่วงล่างที่ดีอีกด้วย ทางสำนักย่างกล่าวอีกว่า “หากพิจารณาถึงประวัติศาสตร์ของบูเอลและความต้องการของตลาดที่ควรจะต้องมีครูเซอร์ที่มีสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง และคุณภาพงานประกอบของแชสซีและเครื่องยนต์ของทางบูเอลแล้วมันช่างลงตัวกับโปรเจ็กต์นี้เสียตริง ๆ ” เมื่อลงไปดูในเชิงเทคนิคแล้ว โมเดลนี้จะมาพร้อมเครื่องยนต์วีทวินของทางแบรนด์และเลือกใช้ระบบเบรกของทางค่ายที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นตัวรถจะมีสวิงอาร์มและระบบกันสะเทือนด้านหน้าที่ยกมาจาก Hammerhead 1190 ที่เป็นสปอร์ตไบค์เรือธงของทางค่าย ทำให้ตัวรถนั้นดูโดดเด่นมากในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงของโปรเจ็กต์นี้ก็คือการดึงพละกำลังมหาศาลของเครื่องยนต์ที่มีมากถึง 175 แรงม้าออกมาจากรถที่ไม่ใช่สปอร์ตไบค์นั้นเอง ซึ่งงานนี้ก็ถือว่าเป็นอะไรที่นอกขนบรถในสไตล์คัสตอมและครูเซอร์ไบค์อย่างมาก โดยสรุปแล้วทั้งสองฝ่ายนั้นก็มีความตั้งใจที่จะร่วมมือกันสร้างครูเซอร์ไบค์ขึ้นมาใหม่ จากเดิมที่ใหญ่โตและเทอะทะให้กลายเป็นรถที่คล่องตัว ทรงพลังและสมรรถนะดีรอบด้าน ทั้งยังจะต้องมีความหล่อเท่ให้ใคร ๆ ก็ต้องเหลียวหลังมองในยามที่เจ้าของขี่เจ้าคันนี้ล่องไปตามถนนบนเทือกเขา หรือทางหลวงต่าง ๆ อีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli ไม่เคยหยุดพัฒนา

Pirelli ไม่เคยหยุดพัฒนา เปิดตัวยางใหม่รับฤดูกาลแข่ง 2023 ฤดูกาลแข่งรถปี 2023 นี้ในส่วนของยาง Diablo Superbike ทาง Pirelli จะเปิดตัวยางหน้าคอมปาวด์ SC0 ซึ่งจะเข้าคู่กับยางหลัง SCQ พร้อมกันนี้จะมียางหน้าขนาดใหม่สำหรับรุ่นซูเปอร์สปอร์ต และชุดยางใหม่สำหรับคลาส 300 อีกด้วย ปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 20 แล้วที่การแข่งขัน WorldSBK ได้เป็นเสมือนห้องทดลองนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ และถ่ายทอดลงมาสู่ยางขี่ถนนของทาง Pirelli และยังยืนยันว่าจะสนับสุนการแข่งขันการแข่งขันทั้งในระดับนานาชาติและระดับชาติกว่า 100 รายการ ทั้งการแข่งขันแบบออนโร้ดและออฟโร้ด Pirelli เผยว่าพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายกับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์หน้าที่ออสเตรเลียกับการแข่งขัน FIM Superbike World Championship โดยทางแบรนด์ยังยืนยันว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีคือหมุดหมายสำคัญที่มีต่อการแข่งขัน Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ของพีเรลลี่ กล่าวว่า “ปีนี้จะเป็นปีที่เราวุ่นว่ายอยู่กับข้อบังคับอะไรหลาย ๆ อย่าง การพัฒนาจะมุ่งหน้าไปที่การแข่งขัน WSBK เป็นหลัก และจะเป็นครั้งแรกที่เราจะขอแนะนำยางหน้าคอมปาวด์ SC0 ในการแข่งขันระดับโลก ขณะเดียวกันเราก็จะยังคงพัฒนาอย่างหลังสูตรนุ่มพิเศษ SCQ ของเรา ซึ่งจะกลายเป็นยางมาตรฐานในตระกูล Diablo Superbike และวางขายในท้องตลาด” “ส่วนการแข่งขันในคลาสอื่น ๆ อย่าง WorldSSP เราจะทำการเพิ่มยางหน้าขนาด 125/70 เข้ามาเพิ่มเติมจากเดิมที่เป็น 120/70 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการใช้ในการแข่งขันในรุ่นซูเปอร์ไบค์อยู่แล้ว ส่วนในรุ่น WorldSSP300 เราจะเริ่มแนะนำมาตรฐานใหม่ ซึ่งก็คือการเปิดตัวยางที่ทำจากวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ โดยจะเริ่มในการแข่งขันที่ Misano เป็นสนามแรก โดยเป้าหมายของเรายังคงเหมือนเดิมคือการพัฒนายางของเราอย่างต่อเนื่องปีต่อปี จากนั้นก็จะนำความรู้ของเราถ่ายทอดไปยังยางสำหรับขี่ถนนต่อไป” ข่าวใหม่และเป้าหมายในปี 2023 การแข่งขันนั้นเป็นส่วนหนึ่งใน DNA ของพีเรลลี่มานานกว่า 115 ปีแล้ว และวันนี้ก็มีการแข่งขันนับร้อยรายการทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติที่เราเข้าร่วมทุก ๆ ปี โดยเฉพาะในการแข่งขัน WSBK ซึ่งในปี 2023 นี้มีไฮไลท์ใหม่ ๆ ดังนี้ เปิดตัวคอมปาวด์ SC0 สำหรับยางหน้า หลังจากเพิ่มทางเลือกยางในตระกูล DIABLO Superbike ไปเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยการเปิดตัวยางหลังสูตรนุ่มพิเศษ (SCX ใน 2020 และ SCQ ใน 2022) พีเรลลี่ได้ตัดสินใจที่จะเปิดตัวยางหน้า SC0 อย่างเป็นทางการหลังพัฒนามาคลอด ซึ่งยางใหม่นี้ให้การยึดเกาะในระดับสูงมากแบบเดียวกับที่ยางหลังทำได้ โดยยางตัวใหม่นี้จะเริ่มให้นักแข่งได้ใช้กันในการแข่งขันที่ยุโรปในสนามแรก และปีนี้ตั้งเป้าจะพัฒนายางใหม่เพื่อจะได้ยางสูตรมาตรฐานสำหรับใช้ในปี 2024 เพิ่มยางหลัง SCQ เข้าสู่ตระกูล DIABLO Superbike พร้อมจำหน่ายเป็นทางการ ยางหลังสูตร SCQ เริ่มเปิดให้นักแข่งในรุ่นซูเปอร์ไบค์ใช้กันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยยางหลังสูตรนุ่มพิเศษนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีการยึดเกาะสูงสุงในระยะทางสั้น ๆ หรือใช้ในการควอลิฟายเป็นหลัก ในปี 2022 มีบางกรณีที่ยางตัวนี้สามารถใช้งานในการแข่งซูเปอร์โพลได้จนครบทั้ง 10 แล็ปในบางสนาม และเพื่อตอบสนองต่อการเรียกร้องของลูกค้า นักบิด และผู้จัดงานแข่งระดับชาติ ทางพีเรลลี่ได้ตัดสินใจเพิ่มยางตัวนี้เข้าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของยางในตระกูล DIABLO Superbike ซึ่งมีขายทั่วไป ดังนั้นจากปีนี้เป็นต้นไปยางตัวนี้จะมีให้ใช้ในทุกการแข่งขัน มีให้นักบิดมืออาชีพ หรือมือสมัครเล่นได้เลือกใช้กัน ขณะเดียวกันในการแข่งขัน WSBK ทางค่ายตัวพียาวก็จะยังคงพัฒนายางใหม่ ๆ ที่จะการันตีว่าจะให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นและสามารถใช้งานได้ครบ 10 แล็ปของการแข่งขันซูเปอร์โพลของทุก ๆ สนาม ยางหน้าใหม่ ขนาด 125/70 สำหรับการแข่ง WorldSSP ในรุ่นซูเปอร์สปอร์ต พีเรลลี่จะเปิดตัวยางใหม่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 125/70 ซึ่งเคยใช้ในรุ่นซูเปอร์ไบค์มาก่อนแล้ว โดยจะเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมจากเดิมไซส์ 120/70 ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้นักแข่งได้มียางหน้าบาลานซ์เข้าคู่กับยางหลังมากขึ้น มาตรฐานใหม่สำหรับการแข่ง WorldSSP300 นับตั้งแต่การแข่งขันสนามที่ 5 เป็นต้นไป หรือการแข่งขันที่ Misano นักแข่งในรุ่น Supersport 300 World Championship จะได้ใช้ยาง of DIABLO Superbike เซ็ตใหม่ โดยยางหน้าจะเป็นตัว SC1 และยางหลัง SC2 ซึ่งจะมีส่วนผสมของวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่แทนที่ส่วนผสมจากฟอซซิลแบบเดิม ๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการแข่งขันรอบแรก เมื่อเทียบกับฤดูกาลที่แล้วนักแข่งจะไม่สามารถใช้ยางหลัง SC1 ได้แล้ว แต่จะใช้ได้ SC2 แทน WORLDSBK แพล็ตฟอร์มแห่งการพัฒนานวัตกรรมกว่า 20 ปีมาแล้ว พีเรลลี่ได้เป็นพาร์ทเนอร์ทางเทคนิคกับการแข่งขัน FIM Superbike World

Monkey Carnival Limited Edition

Monkey Carnival Limited Edition ผลิตแค่ 99 คันในโลกเท่านั้น CUB House by Honda เปิดตัวความสนุกครั้งใหม่กับโปรเจกท์ Monkey X Carnival การคอลแล็บครั้งสำคัญของ Monkey และ Carnival แบรนด์แฟชั่นสายสตรีทระดับไอคอนนิกแห่งยุค เปิดตัว Monkey Carnival Limited Edition ดีไซน์พิเศษในแบบฉบับของมอเตอร์ไซค์สายวิบาก ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 99 คัน มาพร้อม Exclusive Box Set ที่นักสะสมจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด   Monkey Carnival Limited Edition ได้รับการออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจาก Baja Motocross ที่โด่งดังในอดีต ถ่ายทอดกลิ่นอายของรถสายลุยสู่ Monkey ได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยลายกราฟิกแนวสตรีทบนถังน้ำมัน Carnival Fuel Tank มาพร้อมเบาะ Carnival Red Seat สีแดง เติมสีสันให้สตรีทไปอีกขั้น เสริมลุคความเป็น Motocross ด้วย Carnival Hand Guard และ Carnival Wind Shield ให้สายลุยได้สนุกอย่างเต็มที่ ตอกย้ำความ Limited ด้วยการรัน Serial Number เลข 01-99 ที่ตัวถังและครอบกรองอากาศด้านข้างรถ และยังผสาน DNA ของ Carnival เข้าไปในแต่ละจุดของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ Monkey Carnival บน Side Cover ที่เพิ่มความเท่ด้วย Chrome Coating และโลโก้ Carnival บนสวิงอาร์มของรถ พร้อมซนไปทุกที่ด้วยเครื่องยนต์ 125 ซีซี 5 เกียร์ ให้คุณขี่สนุกทุกเส้นทาง พร้อมไฟหน้าทรงกลมในแบบฉบับของ Monkey และหน้าปัด LED แบบ Negative Meter กับลูกเล่นกราฟิกหน้าลิงแสบซน ตามสไตล์ Honda Monkey ทั้งนี้ราคาแนะนำอยู่ที่ 134,900 บาท มาพร้อม Exclusive Box Set ประกอบด้วย หมวกกันน็อก ผ้าคลุมรถ ป้ายทะเบียน พวงกุญแจ และสติ๊กเกอร์ ลาย Monkey Carnival สุดพรีเมียม พร้อมกันนี้ แบรนด์ Carnival ยังได้เปิดตัว Collection สุด Exclusive ที่เรียกว่า Monkey Carnival Collection เสริมลุคนักบิดสายแฟชั่นให้ทุกการขับขี่สนุกกว่าที่เคย พร้อมวางจำหน่ายที่หน้าร้าน Carnival 2 สาขา ที่ Warehouse 30 และสาขาสยามสแควร์ พร้อมทั้งวางจำหน่ายออนไลน์ และที่ CUB House Flagship สาขาเอกมัย ตั้งแต่ 23 กุมภาพันธ์ นี้ ผู้ที่สนใจสามารถร่วมลุ้นเป็นเจ้าของ 5 คันแรก ผ่านกิจกรรมบนหน้าเพจ Facebook CUB House เพียงร่วมกิจกรรม Ticket Photo ถ่ายรูปคู่กับรถคันจริงที่ร้าน Carnival สาขา Warehouse 30 และสาขาสยามสแควร์ และโพสต์ร่วมกิจกรรมใน Facebook ของ CUB House โดยจะมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ในวันศุกร์ ที่  24 กุมภาพันธ์ และจับรางวัลในวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่หน้าร้าน Carnival at Siam square สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/cubhousebyhonda Website: www.thaihonda.co.th/cubhouse หรือสอบถามได้ที่ CUB House Flagship Store ทุกสาขาทั่วประเทศ

Praga ZS 800

Praga ZS 800 เรโทรไบค์จากแบรนด์ไฮเปอร์คาร์สัญชาติเช็ค เมื่อแบรนด์ไฮเปอร์คาร์หันมาทำมอเตอร์ไซค์ อะไร ๆ มันก็ต้องดูหรูหรา ล้ำเลิศ เพริศแพร้ว จนทำเอาใจแป้ว โดยเฉพาะกับเจ้า Praga ZS 800 เรโทรไบค์คันที่คุณกำลังเห็นอยู่นี้ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง BD 500 มอเตอร์ไซค์ระดับไอคอนิกของทางค่ายเมื่อปี 1928 โมเดลสุดพิเศษนี้เป็นผลงานของทีมวิศวกรผู้ชำนาญการของทางแบรนด์ที่บรรจงสร้างไฮเปอร์คาร์ที่ชื่อว่า Bohema ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่สมัยใหม่กับดีไซน์แบบย้อนยุคจนกลายเป็นโมเดลสุดพิเศษขึ้นมา ตัวรถไม่เพียงแต่โดดเด่นในเรื่องของการออกแบบ แต่ยังมีน้ำหนักเบาจนหลายคนคาดไม่ถึง ด้วยการเลือกใช้เฟรมที่ผลิตขึ้นจากวัสดุโครโมลี น็อนและสกรูไทเทเนียม ท่อไอเสียไทเทเนียมเต็มระบบ ล้อคาร์บอนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักรถเปล่าเพียง 142 กิโลกรัม หรือน้ำหนักรถพร้อมของเหลวที่ 158 กิโลกรัมเท่านั้น มาดูในส่วนของขุมพลังกันบ้าง โมเดลนี้จะใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยอากาศขนาด 773 ซีซี (เครื่องของ Kawasaki W800) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ยังคงให้กลิ่นอายของความคลาสสิกจากตัวก้านกระทุ้งวาล์วด้านขวา แต่ก็ถูกปรับปรุงให้ทันสมัยให้มีความประหยัดและผ่านมาตรฐาน Euro5 ซึ่งให้กำลังสูงสุดที่ 50 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 65 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 5 สปีด โดยมีถังน้ำมันขนาด 11.5 ลิตรเป็นแหล่งบรรจุเชื้อเพลิงและเป็นส่วนหนึ่งของเฟรม พร้อมฝาครอบคาร์บอนฟอร์จเพิ่มความสวยงามหรูหรา ช่วงล่างของรถนั้นเป็นอะไรที่โดดเด่นและแปลกตาอย่างมาก ตัวรถเลือกใช้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าโช้คเดี่ยวพร้อมสวิงอาร์มแฃะกระเดื่อง โดยใช้โช้คจาก Ohlins TTX22 ที่ปรับแต่งค่า ๆ ต่างได้เต็มระบบ ด้านหลังเองมีดีไซน์ของรถในสไตล์หลังแข็ง แต่ก็เลือกวางโช้คโช้คเดี่ยว Ohlins TTX Air ไว้ใต้เบาะ ขณะที่ระบบเบรกนั้นเลือกใช้ไฮดรอลิกดรัมเบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลังบิลด์ติดไว้กับตัวล้อเลย เรียกได้ว่ารักษาภาพลักษณ์ความเรโทรไว้ขีดสุดจริง ๆ ส่วนในเรื่องเทคโนโลยีนั้นเรียกว่าทุ่มไปในขบวนการผลิตและการออกแบบ แต่ไม่ได้มีการระบุถึงเรื่องเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่เลย แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ รถแบบนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้ขี่ซิ่งอยู่แล้ว เน้นออกมาให้ขี่โชว์ให้คนเหลียวหลังมองเท่านั้น หรือจะซื้อมาประดับบารมีก็บอกเลยไม่ผิดหวัง เพราะสนนราคาอยู่ที่ 86,000 ยูโรแบบยังไม่รวมภาษี หรือคิดราว ๆ 3.15 ล้านบาท โดยจะผลิตขึ้นเพียง 28 คันเท่านั้น และจะเริ่มส่งมอบภายในกลางปีนี้ งานนี้ใครเงินเหลือก็ไปจัดกันได้นะครับ ซื้อมานี่ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม จอดที่ไหนใครก็ต้องหันมามองอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Aerox 2023 จัดจ้าน ทุกสีสัน!!

Yamaha Aerox 2023 มาพร้อมกับสีสันใหม่ จัดจ้าน !!   มีข่าวมาให้ลุ้นกันอีกแล้ว สำหรับการเปิดโฉมรถใหม่จากค่าย Yamaha กับรถจักรยานยนต์สปอร์ต ออโตเมติกอย่าง Yamaha  Aerox 2023 ที่มาพร้อมกับสีสันใหม่ จัดจ้าน พร้อมดีไซน์สปอร์ตรอบคัน  บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกของเมืองไทย พร้อมกระตุ้นตลาดรถจักรยานยนต์ด้วยการส่งรถจักรยานยนต์ “ยามาฮ่า แอร็อกซ์ ใหม่” สปอร์ต…ไม่ทิ้งลาย Spice up your challenge! สีใหม่! จัดจ้านทุกสีสัน บิดมันส์เร้าใจ ดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ดุดันตามแบบฉบับรถ Racing Sport ตระกูล R-Series สมรรถนะทรงพลังด้วยความแรงจากเครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี ผสานวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA พร้อมเทคโนโลยีใหม่ Y-CONNECT เชื่อมต่อข้อมูลรถเพื่อตอบสนองในการใช้งานและมั่นใจในการรับประกันมากกว่า ถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร “ยามาฮ่า แอร็อกซ์ ใหม่” …SPORT AUTOMATIC LEADER สปอร์ต…อัจฉริยะ ที่สุดแห่งสปอร์ตออโตเมติก ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเร้าใจด้วยสมรรถนะแรงเหนือใคร ด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ตอบสนองดีเยี่ยมทุกอัตราเร่ง สไตล์รถสปอร์ต ระบายความร้อนด้วยน้ำเต็มระบบ พร้อมลูกสูบแบบ Forged แข็งแกร่ง ทนทานและให้ความมั่นใจในการหยุดรถด้วยระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน ช่วยไม่ให้เสียการควบคุม ปลอดภัยอีกขั้นแบบรถสปอร์ตชั้นนำ เสริมด้วยยางหลังใหญ่ 140 มม. ล้อแม็ก 14 นิ้ว ใหญ่สุดในคลาสสปอร์ตออโตเมติก เฉียบคมทุกการเข้าโค้ง มั่นใจทุกการคอนโทรลแบบรถสปอร์ต และระบบกันสะเทือนหลังแบบซับแทงค์ ดูดซับแรงกระแทกดีเยี่ยม ลดแรงสะท้านในการขับขี่ ให้อารมณ์รถสปอร์ตตัวจริง ดูกันในเรื่องของการดีไซน์ ด้วยไฟหน้าใหม่! แบบ Full LED พร้อม Daytime running light สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ดีไซน์ใหม่ สว่างชัดเจนกว่าเดิมเพื่อทัศนวิสัยที่ดีขึ้น…ไฟท้ายใหม่! แบบ LED สว่างจัด ชัดเจน ช่วงท้ายดีไซน์แบบท้ายสั้นให้อารมณ์ซูเปอร์สปอร์ตพร้อมที่จับกันตกแบบ Build in อีกทั้งยังล้ำสมัยด้วยเรือนไมล์ดิจิทัลแบบ LCD สปอร์ตจัดเร้าใจด้วยกราฟิกแสดงผลวัดรอบ บอกครบทุกฟังก์ชัน แสดงผลการเชื่อมต่อกับ Y-CONNECT พร้อมสวิตช์เปลี่ยนโหมดง่ายขึ้นที่แฮนด์ซ้าย นอกจากนี้ “ยามาฮ่า แอร็อกซ์ ใหม่” เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันใช้งานเหนือชั้น ไม่ว่าจะเป็น SMART KEY SYSTEM ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ สะดวกสบายในการเปิดหรือปิด สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ / ปลดล็อกแฮนด์ / ปลดล็อกเบาะ / ปลดล็อกฝาถังน้ำมัน พร้อมสัญญาณ ANSWER BACK, ช่องเสียบต่อชาร์จแบตเตอรี่มือถือ A/C CHARGING SOCKET ป้องกันแบตฯ มือถือหมด ช่วยให้ไม่พลาดทุกการติดต่อ และช่องเก็บของด้านหน้าพร้อมฝาปิด และยังมี MEGA BOX ที่เก็บของใหญ่ ขนาด 25 ลิตร เก็บของได้จุใจ ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ และถังน้ำมันใหญ่ 5.5 ลิตร เติมน้ำมันได้มากขึ้น ไปได้ไกลกว่า! “ยามาฮ่า แอร็อกซ์ ใหม่” มาพร้อมกับความล้ำสมัย ไฮเทคเหนือชั้น ด้วยระบบ Y-CONNECT Application เชื่อมต่อชีวิตสมาร์ทสุดล้ำ แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อข้อมูลรถผ่าน CCU ช่วยให้สามารถรับรู้ข้อมูลต่างๆ ของรถ และการขับขี่ได้บนมือถืออย่างง่ายดาย ด้วยโหมดฟังก์ชันต่างๆ ในการใช้งานอย่างครบครัน มากถึง 9 ฟังก์ชัน เพื่อความสะดวกสบาย ได้แก่  1.METER INDICATOR – แจ้งเตือนการติดต่อเข้ามือถือ บนหน้าจอเรือนไมล์ 2. MAINTENANCE RECOMMEND – แจ้งเตือนการบำรุงรักษา 3. MALFUNCTION NOTIFICATION – แจ้งเตือนเครื่องยนต์เกิดปัญหา 4. FUEL CONSUMPTION

Yamaha YZF-R15M 2023 ใหม่ พร้อมจอสี TFT

Yamaha YZF-R15M 2023 มาพร้อมกับหน้าจอสี TFT ใหม่  มีข่าวดีมาแชร์ให้อ่านกันอีกครั้ง กับการเปิดตัวโมเดลสปอร์ตไบค์ สายพันธุ์ R-Series รุ่นพิเศษ อย่าง Yamaha YZF-R15M 2023 ในประเทศอินเดีย ที่มาพร้อมกับการอัปเกรดออพชันใหม่จากรุ่นก่อน และฟังก์ชันเสริม ที่อำนวยความสะดวกในการขับขี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แล้ว YZF-R15M เวอร์ชัน 2023 จะมีไฮไลท์อะไรที่น่าสนใจในรถรุ่นนี้กันบ้าง ไปดูกัน  หน้าจอสี TFT แสดงผลใหม่ หนึ่งไฮไลท์หลักของรถโมเดลพิเศษรุ่นนี้ กับหน้าจอสี TFT แสดงผลใหม่ ทั้งแสดงผลอัตราความเร็ว น้ำมัน ทริปการเดินทาง ชิฟไลท์ พร้อมระบบแทร็กชันคอนโทรล ระบบควิกชิฟเตอร์ ระบบแบตเตอรี่ และอื่น ๆ สามารถรองรับ Y-Connect ที่อำนวยสะดวกต่อการเดินทาง ให้อารมณ์การขับขี่แบบรถโมเดลรุ่นพี่อย่าง R1M อีกด้วย  ชุดไฟเลี้ยวใหม่  กิมมิกเล็ก ๆ น้อย ๆ กับการปรับเปลี่ยนจากชุดหลอดไฟเดิมที่เป็นแบบฮาโลเจน มาเป็นไฟ LED ที่ให้ความทันสมัย เข้ากับยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น  ด้านขุมพลังเครื่องยนต์ของ R15M 2023 ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กับเครื่องยนต์ SOHC 1 สูบ 4 จังหวะ 155 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 18.4 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อนาที กับแรงบิด 14.2 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด แอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ และระบบวาล์วแปรผัน หรือ  VVA ที่ช่วยเสริมการขับขี่ให้สนุกมากยิ่งขึ้น  ระบบกันสะเทือนก็เช่นเดียวกัน กับโช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ และโช้คเดี่ยวด้านหลังแบบสตรัทสปริง พร้อมระบบเบรก ดิสก์เบรก หน้า-หลัง เสริมระบบป้องกันล้อล็อก ABS Dual Channel ต่อด้วยช่วงล่างกับล้อหน้า-หลังขนาดเดิมที่ 17 นิ้ว และยางหน้า 100/80 และยางหลัง 140/70 แบบไม่ใช้ยางใน  ดูโดยรวมแล้ว เจ้ารถสปอร์ตโมเดลรุ่นนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนระบบเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกต่อผู้ขับขี่ให้ทันกับยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ส่วนรูปลักษณ์และเครื่องยนต์ของตัวรถยังคงไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่ยังไงเครื่องเดิม ๆ ก็ถือว่าแรงอยู่แล้ว รับประกันเลย สำหรับรถรุ่น Yamaha YZF-15M 2023 ยังไม่ได้เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าราคาน่าจะเพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย แต่ถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว เพราะได้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้กับขับขี่สนุกเร้าใจมากยิ่งขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BRABUS 1300 R Edition 23

BRABUS 1300 R Edition 23 กลับมาอีกครั้งดุดันยิ่งกว่า ค่ายรถสีส้มจากออสเตรียอย่างเคทีเอ็มกับผู้ผลิตอะไหล่แต่งสุดหรูหราอย่างบราบัส ยังคงเป็นมิตรที่ดี ส่งผลงานที่สร้างร่วมกันอย่าง Brabus 1300 R Edition 23 ออกมาอีกเป็นโมเดลที่ 2 หลังจากโมเดลแรกประสบความสำเร็จไปแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ มาดูกันว่าโมเดลใหม่นี้มีอะไรเด่น ๆ กันบ้าง การร่วมมือกันของสองแบรนด์ระดับโลกเคยสร้างปรากฏการณ์ที่ทุกคนต้องทึ่งมาแล้วในปี 2022 ก่อเกิดเป็นเน็กเก็ดไบค์ที่ไม่เพียงแค่ทรงพลังที่สุด ยังเป็นรถที่มีความโดดเด่น ดุดัน ขณะเดียวกันก็หรูหรา ทรงคุณค่า น่าสะสมอย่างที่สุด จากการเป็นรถที่ถูกผลิตขึ้นอย่างจำนวนจำกัด และเช่นกันในปี 2023 นี้ก็จะออกมาในรูปแบบเดียวกัน แต่มาในแบบที่ดุดำดุดันยิ่งกว่าเคย สมกับเป็นไนท์ไรเดอร์ ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ มีการขับเน้น DNA การออกแบบให้สมกับแบรนด์บราบัสมากยิ่งขึ้น โดยตัวรถจะมีให้เลือก 2 เฉดสี โดยทั้งสองเฉดสีจะมาพร้อมกับล้อฟอร์จ Monoblock Z wheels ชิ้นส่วนคาร์บอนเกรดไฮเอนด์และเบาะนั่งแบบสั่งทำที่จัดการโดยผู้เชี่ยวชาญการออกแบบภายในของทางบราบัส ในเมือง Bottrop ประเทศเยอรมัน ทำให้รถยิ่งโดดเด่นเหนือระดับ พร้อมการันตีว่าทุกคนต้องร้องว้าวเมื่อแรกเห็น   ในส่วนพื้นฐานนั้นยังคงเป็นเจ้า KTM 1290 SUPER DUKE R EVO ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้มันยอดเยี่ยมที่สุดในโลกสองล้อ และมุ่งเน้นให้ได้ประสบการณ์ขับขี่ที่เยี่ยมยอด ขับขี่ได้สบายแบบไร้ข้อติ โดยมีขุมพลังเป็นเครื่อง LC8 ที่เป็นเครื่องวีทวิน หรือสองสูบวีขนาด 1,301 ซีซี ที่ให้กำลังแรงถึง 180 แรงม้าที่ 9,500 รอบ กับแรงบิดสูงสุดที่ 140 นิวตันเมตรที่ 8,000 เพิ่มเอกลักษณ์พิเศษให้แตกต่างจากเดิมด้วยปลายท่อไอเสียสลิปออนแบบปลายคู่ของทางบราบัสซึ่งให้สุ้มเสียงทรงพลัง มาถึงตรงนี้เรามาดูจุดที่เปลี่ยนไปกันครับ โดยจุดแรกคือหน้ากากไฟหน้าใหม่ที่เข้าคู่กันกับแฟริ่งคาร์บอนด้านข้าง และสกู๊ปดักลมพร้อมแถบซิกเนเจอร์ของทางบราบัส ที่ยิ่งเสริมสร้างความโดดเด่นลงตัว แฟริ่งด้านข้างและช่องแอร์ดักต์เองก็มีการออกแบบใหม่ และเพื่อความสปอร์ตดุดันสุดขีดมีการใช้ท้ายคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมกับเพิ่มครอบเบาะท้ายดีไซน์ใหม่เข้ามา มีเปลี่ยนครอบแคร้งใหม่และสีให้เข้ากับตัวรถ ทำให้รถดูสวยลงตัวมากขึ้น เบาะนั่งก็หุ้มด้วยลวดลายเย็บปักแบบใหม่ มีกระจกปลายแฮนด์ดีไซน์ใหม่ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะช่วยให้ปรับมุมมองการมองเห็นได้ดียิ่งขึ้น ส่วนของล้อเองก็มีการทำสีแบบใหม่เป็นสีดำแพลตตินัมแบล็ก ปิดท้ายความแตกต่างด้วยเฉดสีใหม่ 2 เฉดสีคือ สีดำ Superblack และสีเทา Stealth Gray โดยแต่ละสีจะผลิตขึ้นเพียง 145 คันเท่านั้น จุดเด่นต่าง ๆ มีดังนี้: ซีเรียลนัมเบอร์แต่ละคันไม่ซ้ำกัน ล้อฟอร์จน้ำหนักเบา Monoblock Z แบบ 9 ก้านสีดำแพลตตินัม ปลายท่อสลิปออน เบาะพร้อมระบบอุ่นเบาะที่ทำขึ้นพิเศษ หน้าจอเรือนไมล์พร้อมอนิเมชันพิเศษ ชุดสีของหน้าจอแสดงผลเฉพาะ เฟรมสีดำพิเศษ แอร์ดักต์คาร์บอนไฟเบอร์ หน้ากากไฟหน้าคาร์บอนไฟเบอร์ อกล่างคาร์บอนไฟเบอร์ แผงคอ CNC ก้านเบรกและก้านคลัตช์ CNC แบบปรับระยะได้ พักเท้า CNC แบบปรับระยะได้ ฝากระปุกน้ำมันเบรก CNC ครอบเบาะแต่ง กระจกปลายแฮนด์ ท้ายคาร์บอนไฟเบอร์และที่ยึดทะเบียนแบบสั้น ไฟเลี้ยว LED พร้อมไฟเบรกในตัว ระบบกันสะเทือนแบบปรับไฟฟ้า WP APEX กันสะบัด WP APEX PRO 7117 โหมดการขับขี่ 5 โหมด (STREET – SPORT – RAIN – PERFORMANCE – TRACK) ประกับคันเร่งแบบทด อุ่นมือ แบตลิเทียมไอออนน้ำหนักเบา ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ในอีกหลาย ๆ จุด สุดท้ายนี้ใครที่สนใจสามารถพรีออเดอร์ได้ ผ่านทางเว็บไซต์ของ KTM ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์เวลา 3 ทุ่มบ้านเราเป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Fazzio ในทริปวันเดย์ของคนเจนใหม่

Yamaha Fazzio ในทริปสไตล์คนเจ็นใหม่ กับ Y-Connect ยามาฮ่า จัดทริปวันเดย์สุดเก๋ไปกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ กับการทดสอบ รีวิวขับขี่รถจักรยานยนต์สไตล์พรีเมียม Yamaha Grand Filano และรถจักรยานยนต์สไตล์ของคนเจ็นใหม่อย่าง Yamaha Fazzio พร้อมกับการใช้ฟังก์ชันจาก Y-Connect ตลอดการเดินทางในทริปนี้ ที่อำนวยความสะดวกในการขับขี่ในทุกเส้นทางบนท้องถนน ในวันนี้ ทางซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับทางยามาฮ่าไปพร้อมกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมาย ในกิจกรรมวันเดย์ทริป เพื่อพิสูจน์ฟังก์ชันของแอพ Y-Connect ในสมรรถนะการประหยัดน้ำมันของรถจักรยานยนต์ ตลอดระยะการเดินทางใน 1 วัน รวมถึงฟังก์ชันอื่น ๆ อีกด้วย จากนั้นก็ได้แยกกลุ่ม การขับขี่ระหว่าง Yamaha Grand Filano และ Yamaha Fazzio โดยทางซูเปอร์ไบค์ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มรถสกู๊ตเตอร์อย่าง ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ จากนั้นเชื่อมต่อแอพพลิเคชัน Y-Connect เข้ากับรถสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ พร้อมแสดงผลของการเดินทาง ข้อมูลรถ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันในช่วงการขับขี่ และฟังก์ชันอื่น ๆ พร้อมเริ่มสตาร์ทจุดเริ่มต้นที่ร้าน ชอคโกแลต วิลล์ บนถนนเกษตร-นวมินทร์ สู่กิจกรรมต่อไปกันเลย  มาถึงจุดเช็คอินที่ 1 กับกิจกรรมยิงธนูที่ Archery Thai เริ่มด้วยสาธิตการยิงธนูเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญ ให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ และสื่อต่าง ๆ สนุกไปกับเกมส์การแข่งขันยิงธนูสุดมันส์แบบนับแต้ม แต่เท่าที่เห็น ยิงเข้าเป้าบ้าง ไม่เข้าบ้างแหล่ะ แต่ยิงแป้กนี่เขินเลยนะ !!  จบกิจกรรมยิงธนูกันไปแล้ว ก็พร้อมเดินทางกันต่อ และไม่พลาดการติดต่อกับระบบแจ้งเตือนสายเข้าบนหน้าจอ พร้อมกับขับขี่ปลอดภัยมั่นใจระบบเบรก UBS ทำให้ถึงจุดนัดทานอาหารกลางวันที่ฝันคาเฟ่ คาเฟ่เก๋ๆ สุดต๊าซ ของวัยรุ่นยุคเนี๊ยะ  เมื่อรับประทานอาหารอิ่มกันไปที่เรียบร้อยแล้ว ก็มาเล่นกิจกรรมกันต่อ กับเกมส์ประกวดวาดภาพบนเค้กที่ทางร้านจัดเตรียมมาให้ ซึ่งให้เหล่าผู้ร่วมกิจกรรม ประชันลวดลายกันแบบไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว วาดโฉมลวดลายกันไปแล้ว ก็พร้อมที่จะลุยต่อ เริ่มสตาร์ทแอพ Y-Connect เดินทางลัดเลาะทั่วกรุงเทพจอดทุกไฟแดงแต่ประหยัดอย่างบอกใครกับระบบ Stop & Start System หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ทุกครั้ง เพิ่มความประหยัดให้กับวัยรุ่นยุคใหม่ ก่อนชมงานอาร์ตแกลเลอรี่ เก๋ไก๋สไตล์นิวเจ็น ในงาน TAKE YOUR TIME A Solo Exhibition by SUNTER ที่ศูนย์การค้า River City ที่ประดับความงามในภาพศิลปะต่าง ๆ มากมาย บวกกับความทันสมัยที่เข้ากับคนเจนใหม่ เหมือนกับคาแรกเตอร์ของรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ ที่ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว  เช็คอินสถานที่สุดท้ายในช่วงเย็นที่ท่ามหาราช พร้อมสรุปผลการขับขี่ในหนึ่งวัน กับเครื่องยนต์บลูคอร์ ซึ่งวันนี้ ทางซูเปอร์ไบค์ได้ขับขี่รถ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ และสามารถประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 54 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว และพบกับมื้อค่ำสุดหรูบนเรือ ซึ่งจะพาทุกคนไปดื่มด่ำบรรยากาศการรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์กลางแม่น้ำเจ้าพระยา จบสุดท้ายไปด้วย การกล่าวปิดงานกันอย่างอบอุ่น และสรุปผลการแข่งขันในแต่ละเกมส์ และการเล่นมินิคอนเสิร์ตเล็ก ๆ บนเรือกันอย่างสนุกสนาน  สำหรับใครที่สนใจรถสกู๊ตเตอร์ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ สามาติดต่อได้ที่ศูนย์ยามาฮ่า สแควร์ทั่วประเทศ สำหรับราคารถรุ่นนี้ รุ่น Smart Key ราคาแนะนำอยู่ที่ 56,600 บาท และ รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 54,900 บาท สามารถติดต่อได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการยามาฮ่า สแควร์ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง

CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง จาก Honda Racing UK เมื่อเร็ว ๆ นี้ทาง Honda Racing UK ได้ทำการเผยโฉม CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง สำหรับทำการแข่งขันในรายการ Bennetts British Superbike Championship และการแข่งขันโร้ดเรซซิ่งระดับนานาชาติรายการต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วยรายการ North West 200 และ Isle of Man TT โดยมี Andrew Irwin กับ Tom Neave ลงแข่งในรายการ BSB และมี John McGuinness MBE กับ Nathan Harrison แข่งรายการโร้ดเรซซิ่ง โดยสีสันในปีนี้คล้ายคลึงกับรถโปรดักชันที่ทางฮอนด้าขายอยู่มาก แบบเดียวกับ CBR1000RR-R Fireblade SP ในชุดสีแดง Grand Prix Red เรียกได้ว่าถ้าไม่สังเกตดี ๆ นี่ถึงกับแยกไม่ออกเลยทีเดียว ทั้งนี้ทางทีมเองก็หวังว่าจะสร้างความสำเร็จได้เหมือนกับปีที่แล้ว โดยเจ้าดาบเพลิงคันนี้ช่วยคว้าชัยชนะมาแล้วหลายครั้งในศึก North West 200 ทั้งยังคว้ารางวัลนักขี่หน้าใหม่ที่เร็วที่สุดในศึก TT นอกจากนี้ยังมีโพเดียมอยู่สม่ำเสมอแน่นอนว่ารวมไปถึงชัยชนะใน BSB จนสามารถรั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนรวม ขณะเดียวกันในพิกัดซูเปอร์สต็อกก็สามารถรักษาแชมป์ในรายการ Pirelli National Superstock championship ได้อีกด้วย สุดท้ายนี้ทางทีมยังเผยอีกว่าการเตรียมการสำหรับฤดูกาล 2023 นั้นเป็นไปได้ด้วยดี การทดสอบอย่างเป็นทางการของรายการ BSB เองก็จะเริ่มขึ้นที่ Navarra ทางตอนเหนือของสเปนในวันที่ 11 – 13 มีนาคมนี้แล้ว สำหรับคนที่อยากเห็นคันเป็น ๆ ล่ะก็สามารถบินไปชมกันได้ที่ Youles Motorcycles Honda Manchester ดีลเลอร์ที่อังกฤษซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมกันนี้ยังมีนักแข่งระดับตำนานที่เคยลงแข่ง TT 23 ครั้งและคว้าชัยในศึก NW200 มา 6 สมัย อย่าง John McGuinness MBE มาร่วมงานด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

ฤกษ์ออกรถปี 2566 ออกรถวันไหนดี ขับขี่รวย แคล้วคลาด ปลอดภัย

ถูกใจสายมูแน่นอนสำหรับ ฤกษ์ออกรถปี 2566 หลายคนคงจะมีความเชื่อแรงศรัทธาต่อดวงชะตา หรือการมูเตลูบ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะสาว ๆ นี่บอกเลยว่า การดูดวงเป็นงานอดิเรกเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะต้องดูฤกษ์งามยามดีก่อน เช่น ซื้อบ้าน แต่งงาน การเดินทาง ต่าง ๆ นา ๆ วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาเช็คฤกษ์ออกรถฉบับชาวสองล้อในปี 2566 กัน คงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหลาย ๆ คน แต่บอกไว้ก่อนนะว่าเรื่องแบบนี้อยู่ที่ความเชื่อส่วนบุคคลจ้า ทำนายเดือนกุมภาพันธ์ -หากออกรถในเดือนที่สองของปีนั้นจะส่งผลต่อเรื่องโชคลาภเงินทองให้ไหลมาเทมา ดวงชะตาจะหนุนนำ แต่แนะนำให้เข้าวัดทำบุญทำทานด้วยก็จะเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง ทำนายเดือนมีนาคม -ในการออกรถเดือนนี้จะช่วยส่งเสริมให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี นักขี่ท่านใดที่ทำการค้าขายก็มีโอกาสจะมีเงินทองมากขึ้น ใช้ชีวิตให้ดีระมัดระวังก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ทำนายเดือนเมษายน -ฤกษ์ออกรถในเดือนเมษายนนี้จะช่วยให้การเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตราย และรวมถึงเรื่องโชคลาภเงินทองก็ช่วยส่งเสริมด้วยเช่นกัน ทำนายเดือนพฤษภาคม -ชาวนักบิดสองล้อท่านใดที่มีแผนจะออกรถในเดือนนี้ บอกเลยว่าช่วยส่งเสริมเรื่องความรักไม่ว่าจะแฟน หรือคนในครอบครัว และยังช่วยในเรื่องของโชคลาภอีกด้วย ทำนายเดือนมิถุนายน -หากมีแพลนที่จะออกรถในเดือนนี้เป็นครึ่งปีหลังแห่งความสุขสมหวัง ไม่ว่าจะเรื่องหน้าที่การงาน หรือเรื่องค้าขายกระทั่งเรื่องความรักก็ส่งผลดีเช่นกัน ทำนายเดือนกรกฎาคม -เดือนนี้หน้าที่การงานจะมีความมั่นคงยิ่งขึ้น มีโอกาสที่จะได้เลื่อนตำแหน่งงานที่สูงขึ้น หรือแม้แต่ใครที่ทำการค้าขายก็จะมีรายได้และลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำนายเดือนสิงหาคม -ในเดือนสิงหาคมก็เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักบิดอย่างเรา ๆ เพราะช่วยในเรื่องความปลอดภัย ยิ่งเวลาเราเดินทางก็จะช่วยส่งเสริมได้เจอทางที่ดี ๆ และในส่วนเรื่องหน้าที่การงานก็จะได้ขยับตำแหน่งที่ดี และเพื่อนร่วมงานก็ชื่นชอบอีกด้วย ทำนายเดือนกันยายน -เดือนกันยายนนี้ มีโอกาสดี ๆ จะเข้ามาหาเตรียมตัวรับสิ่งที่ดีไว้ได้เลย และที่สำคัญจงมั่นใจ และพัฒนาตนเองให้มากยิ่งขึ้น เวลาตัดสินใจอะไรจะได้ไม่มีความลังเล ทำนายเดือนตุลาคม -ในเรื่องของความโชคร้ายจะมีการเปลี่ยนแปลงให้เป็นเรื่องที่ดีขึ้น อะไรที่เคยมีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้ เปลี่ยนหนักให้กลายเป็นเบา ทำนายเดือนพฤศจิกายน -ถ้าออกรถในเรื่องนี้จะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิม จะพบเจอเรื่องราวที่ดี และมีความสุข ปัญหาที่เคยมีอยู่ก็จะบรรเทาไป และแนะนำว่าถ้ายิ่งมีสติมากขึ้น ทำสมาธิฝึกจิตใจบ่อย ๆ หลายอย่างก็จะดีตามไปด้วย ทำนายเดือนธันวาคม และในเดือนสุดท้ายของปี หากออกรถเดือนนี้โชคชะตาจะหนุนนำพาแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา และจะสมหวังในหลาย ๆเรื่องที่ได้คาดหวังเอาไว้อีกด้วย หมายเหตุ : ฤกษ์ที่ทุกคนเห็นนี้อ้างอิงตามโหราศาสตร์ปฏิทินของจีน รวบรวมวันธงไชย และวันอธิบดีไว้เรียบร้อย และแต่ล่ะเดือนก็มีความโดดเด่นในเรื่องที่แตกต่างกันออกไป สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยหลังจากดู ฤกษ์ออกรถปี 2566 ก็คือ  การขับขี่ที่ปลอดภัยก็ต้องมาพร้อมกับสติบนท้องถนน เรื่องฤกษ์ โชคชะตา หรือการมูเตลู ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะเป็นตัวช่วย และเรื่องเหล่านี้ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

พาส่อง Yamaha YZF-R3

พาส่อง Yamaha YZF-R3 รถแข่งจากรายการ R3 bLU cRU Thailand Cup หลังจากเปิดตัวทีมแข่ง Yamaha Thailand Racing Team และรถแข่งของโครงการ Yamaha R3 bLU cRU Thailand Cup กันไปแล้ว เราก็ได้เห็นรถแข่งในรายการนี้จอดอยู่ในงานพอดี เพราะงั้นครั้งนี้เราก็เลยจะพาทุกท่านไปส่องโฉมม้าศึกตัวใหม่กันดีกว่า กับบทความ พาส่อง Yamaha YZF-R3 รถแข่งจากรายการ R3 bLU cRU Thailand Cup ว่ามีรูปลักษณ์และของแต่งอะไรบ้าง เผื่อผู้ที่สนใจหาแนวทางการแต่งรถแนวนี้กันบ้าง เราไปชมกัน  สำหรับโมเดลม้าศึก YAMAHA YZF-R3 MODEL 2023 เริ่มกันด้วยช่วงหน้ากับแฟริ่งหน้าแบบเรซซิ่งที่ตัดเรื่องระบบไฟส่องสว่างออกไป มีพื้นสีขาวด้านหน้าสำหรับติดเบอร์แข่ง พร้อมกราฟิกลายธงชาติไทยที่เข้ามาแทนส่วนที่เคยเป็นไฟหน้า รวมถึงแฟริ่งท้ายแบบเรซซิ่งที่ตัดเบาะนั่งคนซ้อนออกไป มีการเลือกสีสันผสมผสานระหว่างสีน้ำเงินเป็นหลักตัดไฮไลต์ด้วยสีฟ้า ยังแอบเสริมด้วยกิมมิกเล็ก ๆ บ่งบอกความเป็นไทยด้วยลายกนกสีขาวที่แฟริ่งด้านข้าง และมีช่วงล่างที่มีลายสีขาวผสมกับสีแดงเล็กน้อยที่สื่อถึงสีแบบมอเตอร์สปอร์ต และยังคงเอกลักษณ์ความเป็น DNA ของรถ R-Series พร้อมกับการปรับเซ็ตให้เข้ากับตัวของผู้ขับขี่แต่ละคนอีกที เสริมด้วยของแต่งเต็มแบบพิกัดให้สมรรถนะเหมือนรถแข่งในการแข่งขันระดับโลก     รวมถึง มีการปรับระดับแฮนด์ต่ำลงให้มีสรียศาสตร์ท่านั่งการขับขี่ที่พร้อมซิ่งอย่างเต็มรูปแบบ เสริมความเซฟตี้ด้วยการ์ดเบรก ลงมาที่ช่วงล่างด้านหน้ากับของแต่งที่ให้ความนุ่มนวลด้วยโช้คหัวกลับจาก Ohlins ชุดพักเท้าเกียร์โยงจาก RCB และผ้าเบรกจาก Nexzter ที่ให้ระยะการเบรกสั้นลงได้อย่างลงตัว เสริมสมรรถนะการเข้าโค้งด้วยยางหน้า -หลังจาก Bridgestone กับระบบการขับเคลื่อนด้วยโซ่และสเตอร์จาก D.I.D เพิ่มความนุ่มนวลด้านหลังด้วยโช้คอัพเดี่ยวไฟฟ้า Ohlins EC พร้อมซับแทงค์ และท่อไทเทเนี่ยม OP racing ยลโฉมของแต่งภายนอกกันไปแล้ว เรามาดูระบบเสริมภายในรถกันบ้าง ประกอบไปด้วย กล่อง ECU และเครื่องวัดและบันทึกข้อมูล Datalogger ของทาง aRacer แบตเตอรี Unibat หัวเทียน NGK น้ำมันเครื่องจากโรงงานของ Yamalube  ดูของแต่งรถแข่งคันนี้กันไปแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง อยากแต่งตามเลยใช่ไหมหล่ะ เอาหล่ะ ไว้รอดูรุ่นหน้ากันว่าจะเป็นรถรุ่นอะไรมาฝากแฟน ๆ ซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ ติดตามเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก