SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ZX-10RR 2023 ม้าศึกคันใหม่

ZX-10RR 2023 ม้าศึกคันใหม่ ค่ายเขียวเผยโฉมแล้ว เขียวมากกว่าที่เคยสำหรับเจ้า Kawasaki ZX-10RR 2023 ม้าศึกคันใหม่ ของค่ายเขียวสำหรับสู้ศึกการแข่งขันรถโปรดักชันระดับโลกหรือ WolrdSBK นั่นเอง ซึ่งถ้าสังเกตดั ๆ ก็จะเห็นได้ว่ามันมีส่วนที่เป็นสีเขียวมากกว่าของโมเดลปี 2022 และแน่นอนว่ายังมี Jonathan Rea และ Alex Lowes ออกแสวงหาชัยชนะเช่นเดิม ฤดูกาลใหม่ของการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship 2023 ใกล้จะมาถึงแล้ว และหลาย ๆ ทีมก็เริ่มที่จะเผยโฉมรถแข่งหรือม้าศึกของพวกเขาสำหรับการแข่งขันที่ใกล้จะระเบิดขึ้นมาแล้ว ล่าสุดก็เป็นทาง Kawasaki Racing Team WorldSBK ที่มี Jonathan Rea และ Alex Lowes เป็นนักแข่ง โดยในปีนี้ม้าศึกของพวกเขามีสีเขียวบนแฟริ่งมากกว่าที่ผ่านมา  ทำให้มันยิ่งดูโดดเด่นมากขึ้น เมื่อรวมเข้ากับหมายเลขที่ด้านข้างตัวรถแล้วก็ยิ่งลงตัว ในส่วนของสีดำเองก็ทำให้รถดูดุดันและปิดท้ายด้วนเส้นประสีแดง แชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Rea เผยว่า: “ผมตื่นเต้นมาก ๆ กับฤดูกาลใหม่นี้ เราพักเบรกฤดูกาลกันอย่างเต็มที่ แล้วตอนนี้ผมก็ตื่นเต้นที่จะได้ไปที่ Phillip Island และเริ่มต้นปีนี้เหมือนอย่างที่เคยในแบบของพวกเรา ผมรู้สึกว่าผมเตรียมพร้อมมาอย่างดี และในช่วงทดสอบรถในช่วงฤดูหนาวของพวกเราเองก็มีการพัฒนาขึ้น ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นชั้นดี มันดีมาก ๆ ที่ได้มีคนใหม่ ๆ มาอยู่รอบ ๆ ตัวเรา และนั่นทำให้เรารู้สึกแปลกใหม่ ผมอยากจะลุยเต็มแก่แล้ว เรากับรถพัฒนาไปมากและกำลังทุ่มเทอย่างหนักที่จะเพิ่มฟีลลิ่งของรถและผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้ว เราหวังว่าเราพร้อมที่จะคว้าชัยชนะมาและแย่งแชมป์โลกกลับมาให้ได้” Lowes เพื่อนร่วมทีมอีกคนที่กำลังมองหาหนทางกลับไปยืนอยู่บนโพเดียมในปี 2023 เสริมว่า: “ผมชอบหน้าตาของรถตอนนี้ ผมชอบดีไซน์ของปี 2023 จริง ๆ ปีที่แล้วผมทำความเร็วได้ดีพอสมควร และมีผลงานที่ดีในรอบซูเปอร์ดพล และผมก็ยังติดหนึ่งในสามมาได้ พอการแข่งขันเริ่มต้นไปแล้ว พอกริพยางลดลง ผมก็ต้องพยายามมากขึ้นอีก นั่นคือจุดที่ผมต้องโฟกัสเพิ่ม ผมตั้งตาคอยฤดูกาลใหม่นี้มาตลอด ผมมีข่าวดีสำหรับการซ้อมในช่วงฤดูหนาว และผมอดใจรอที่จะเริ่มแข่งไม่ไหวแล้ว ผมอาจจะแข่งในรายการนี้มาพักนึงแล้ว แต่ผมยังคงตื่นเต้นเหมือนกับได้ลงแข่งครั้งแรกอยู่เลย ผมรู้สึกเหมือนกับตอนปี 2014 เลย ตอนนี้ผมตั้งตาคอยที่จะไปเยือนออสเตรเลียและเริ่มธุรกิจของผมสักที” Guim Roda ผู้จัดการทีม KRT กำหนดกรอบเป้าหมายสำหรับฤดูกาลนี้ไว้แล้ว บอกว่า “เราทำงานหนักที่จะเก็บรายละเอียดบางส่วน พัฒนารถของเรา และการจัดการในทีมของเราเพื่อที่จะคว้าแชมป์อีกครั้ง ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ เราต้องการที่จะทำให้แฟน ๆ ของเราสนุกไปกับการแข่งขัน และหวังว่ารถสีเขียวของเราจะได้ยืนบนตำแหน่งสูงสุด Johnny และ Alex พร้อมที่จะลุยด้วยพลังไฟจากแบตที่ชาร์จมาแบบเต็มพิกัด เพราะงั้นเรามาคอยดูกันว่าการแข่งขันที่ออสเตรเลียในฤดูกาลใหม่นี้ทีมเราจะแข็งแกร่งได้มากแค่ไหน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค GPX Tuscany 150 ราคา และข้อมูล

สเปค GPX Tuscany 150 ราคา และข้อมูล     GPX Tuscany 150 สกู๊ตเตอร์สไตล์สปอร์ตคลาสสิก ที่มาพร้อมกับประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัว ในดีไซน์ที่ให้ความหรูหรา แต่แแฝงความสนุกไปกับสีสัน กับเครื่องยนต์พิกัด 150 ซีซี เหมาะกับการขับขี่ในเมืองได้อย่างสนุกสนาน ราคาแนะนำ รุ่น Smart Key ราคา 63,700 บาท รุ่น Standard   ราคา 59,900 บาท  สเปค, สเป็ก ​   กุญแจอัจฉริยะ Smart Key ระบบแบรก Combine Brake System (CBS) เรือนไมล์ Full LCD ระบบไฟส่องสว่าง Full LED USB Type A รองรับ Fast Charging ใต้เบาะใหญ่ถึง 27 ลิตร   สเปค GPX Tuscany 150 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 1 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 149.6 ซีซี แรงม้า (เคลม) 11 แรงม้าที่ 8,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 11.4 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 2 วาว์ลต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 57.4 X 57.8 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ ออโต้ ระบบจุดระเบิด Full Transistor Ignition ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด EFI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 110/70-12” 53L (ล้อแม็ก) ไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 120-70-12” 58L (ล้อแม็ก) ไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 226 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. กว้าง X ยาว X สูง 675 X 1,855 X 1,130  มม. ระยะฐานล้อ NA ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 101 ม.ม. ความสูงเบาะ 780 ม.ม. น้ำหนักรถ 122 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 5.7 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 เทคโนโลยี – ระบบเบรก Combine Brake System (CBS) – เรือนไมล์ Full LCD – USB Type A รองรับ Fast Charging – กุญแจอัจฉริยะ Smart Key   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Smart Key Rubino Red (แดง) Gelato Green Mint (เขียว) Smoke Gray

Keeway Victoria 200 เปิดตัวแล้ว!!

Keeway Victoria 200 สกู๊ตเตอร์ดีไซน์ย้อนยุค เทคโนโลยีล้ำ เปิดตัวแล้ว นอกจากทาง Keeway ได้เปิดตัวสกู๊ตเตอร์ Keeway Shiny 150 กันไปแล้ว ยังมีอีกรุ่นที่เปิดตัวมาด้วยอย่าง Keeway Victoria 200 สกู๊ตเตอร์สไตล์ย้อนยุค 60 (SIXTIES) เรียกได้ว่ารุกตลาดรถสกู๊ตเตอร์ 2 ล้อตั้งแต่ต้นปี 2023 กันเลยทีเดียว ในครั้งนี้ เราจะมายลโฉมเจ้า วิกตอเรีย 200 รุ่นนี้กัน ว่าจะมีความพิเศษอย่างไรบ้าง  สำหรับสกู๊ตเตอร์สายพันธุ์ใหม่รุ่นนี้ที่ถือกำเนิดขึ้นจากการผสานความร่วมมือกัน ระหว่าง Victoria และ Keeway ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านการผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์มากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก กับความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม จึงเกิดเป็นโฉมรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ให้เราได้เห็นกัน  แม้ว่ารูปลักษณ์จะพาย้อนเวลากลับไปเมื่อครึ่งศตวรรษที่แล้ว แต่ Keeway Victoria มาพร้อมความสะดวกสบายสุดล้ำ สกู๊ตเตอร์มีเบาะนั่งแบบแยกส่วนที่โดดเด่นให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายสะดวกสบายอย่างยิ่ง ด้วยกระจังหน้าแบบย้อนยุคแฝงความล้ำสมัยด้วยไฟหน้าล้ำยุคแบบ FULL LED เต็มรูปแบบที่โดดเด่น ผสานกับไฟเบรกแบบ LED คู่อันเป็นเอกลักษณ์และไฟสัญญาณที่ผสานเข้ากับด้านหลังของสกู๊ตเตอร์อย่างลงตัว    เปี่ยมไปด้วยระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ของตัวรถ ด้วยสวิตช์จุดระเบิดแบบมัลติฟังก์ชันประกอบด้วยสตาร์ทไฟฟ้า ที่เก็บของใต้เบาะที่พอเพียงกับทุกไลฟ์สไตล์  และมาพร้อมช่องชาร์จไฟ USB ให้ทุกคนไม่พลาดการติดต่อ สำหรับพละกำลังเจ้าวิกตอเรีย 200 ที่มากับเครื่องยนต์ 1 สูบ ขนาด 171.7 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้กำลังสูงสุด 11.3 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 12 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาทีทำให้  Victoria เป็นรถที่คล่องแคล่ว คล่องตัว  พร้อมช่วงล่าง ด้วยโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก และโช้คหลังแบบปรับระดับได้ มาพร้อมความปลอดภัยที่ไม่ถูกลืม ด้วยดิสก์เบรกหน้า ขนาด 220 มม. พร้อมระบบการกระจายแรงเบรก และดิสก์เบรกขนาด 215 มม.  มั่นใจทุกการเดินทางด้วยยาง Tubeless ขนาด 120/70-12 ทั้งหน้าและหลัง โดยรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทา CLOUD GREY, สีแดง VERMILLON RED, สีเขียว EMERALD GREEN และสีฟ้า CYAN BLUE พร้อมการรับประกัน 3 ปี 30,000 กิโลเมตร ส่วนราคานั้นผมจะมาเปิดเผยทีหลังกันครับ ทั้งหมดนี้พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศคลิกเลย!! https://bit.ly/3eqrUBK และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ Keeway Victoria ได้ที่ Website : www.keeway-thailand.com   Facebook : KeewayMotorcycle Line : @Keeway อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Lenovo Team เปิดตัวทีมแข่ง

Ducati Lenovo Team เปิดตัวทีมแข่ง MotoGP 2023 แล้ว เผยโฉมรถและนักแข่งประจำทีมกันไปแล้วกับ Ducati Lenovo Team ทีมโรงงานของทางค่ายแดงในศึก MotoGP 2023 ต่อหน้าผู้ชมทั่วโลก ตลอดไปจนถึงพาร์ทเนอร์ สปอนเซอร์ และสื่อมวลชนจากนานาประเทศ พร้อมยืนยันว่าแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง Francesco Bagnania จะใช้เบอร์ 1 ลงแข่ง ซึ่งไม่มีใครใช้มานานนับสิบปีแล้ว ก็อย่างที่เคยการเผยโฉมยานแข่งอย่าง Desmosedici GP 2023 นั้นเป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นเสมอ แน่นอนว่ามี Francesco Bagnania และ Enea Bastianini มาร่วมเผยโฉมรถด้วย ซึ่งในปีนี้ยังคงใช้สีแดงคลาสสิกแบบเดิม เพิ่มเติมด้วยการโชว์ชิ้นส่วนคาร์บอนในบางชิ้น และเฉดสีแดงอ่อน Claudio Domenicali (ซีอีโอของ Ducati Motor) กล่าวว่า “วันนี้เราได้ถ่ายทอดสดช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับทางดูคาติอีกครั้งนึงแล้ว นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทางบริษัทเลยที่เราได้เปิดตัวทีมแข่ง MotoGP และ WorldSBK พร้อมกัน การเริ่มต้นใหม่พร้อมกันทั้งหมดเป็นหนทางที่ดีที่จะเฉลิมฉลองคุณค่าและทักษะของแผนก Ducati Corse ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา แผนกที่ทำงานทุกวันไม่เคยหยุดเพื่อที่จะพาเรามาถึงจุดสูงสุดของโลก หลังจากความสำเร็จอันน่าทึ่งในการแข่งขันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ความท้าทายที่จะได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งนั้นมันตรึงตราใจเรา ผมดีใจมากที่เราได้เริ่มต้นจากที่นี่ที่ Madonna di Campiglio มันเหมาะกับวลีที่ว่า “Made in Italy” ที่เราเป็นเสมือนตัวแทนที่สุดแสนจะภูมิใจ Ducati เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นด้วยสไตล์ สมรรถนะและเทคโนโลยี ขณะเดียวกันความหลงใหลในการแข่งขันก็คือหัวใจหลักของเรา การได้ทำงานแล้วสนุกไปด้วยคือส่วนนึงในปรัชญาของเรา มันเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่เราทำและช่วยให้เรารับมือกับความเหน็ดเหนื่อยได้ดีขึ้น ความสวยงามและโอกาสบนยอดเขาที่คอยต้อนรับเรานั้นเป็นโอกาสที่เหมาะเหม็งที่สุดที่เราจะรวมงานนำเสนอเข้ากับช่วงเวลาที่น่ายินดียิ่งซึ่งจะสร้างพลังให้กับเราเริ่มต้นฤดูกาลได้เป็นอย่างดี ” Luigi Dall’Igna (ผู้จัดการทั่วไป Ducati Corse) กล่าวว่า “การเริ่มต้นฤดูกาลใหม่มักจะน่าตื่นเต้นเสมอ และปีนี้จะยิ่งกว่าเดิมถ้าอยากจะคงชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ การจะทำให้ได้เหมือนกับปีที่แล้วนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายนัก แต่เป้าหมายของเราคือการเอาชนะตัวเองและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ในการแข่งขัน MotoGP นอกจากแชมป์โลกอย่าง Pecco Bagnaia เราเองก็จะพึ่งพา Enea Bastianini ที่ได้อันดับสามในปีที่แล้วด้วย และยังมีทีม Gresini Racing ด้วย เราเชื่อมั่นว่าในปีนี้นักแข่งของเราจะเป็นดาวเด่นในการแข่งขันอีก สิ่งที่แน่นอนเลยก็คือการแข่งขันจะสูงมากยิ่งขึ้นไปอีก มีนักแข่งเก่ง ๆ หลายคนในกริดสตาร์ท และค่ายอื่น ๆ เองก็จะต้องทำงานอย่างหนักในช่วงฤดูหนาวนี้ อย่างไรก็ตามเราจะไม่ยอมแพ้ เราเองก็ตั้งตารอคอยการเปิดฤดูกาลใหม่นี้เช่นกัน และเราจะป้องกันแชมป์ทั้งสามตำแหน่งที่เราได้มาเมื่อปีที่แล้วให้ได้”   Luca Rossi (ประธาน Intelligent Devices Group ที่ Lenovo) กล่าวว่า “หลังจากมีปีที่ประสบความเร็จอันเยี่ยมยอดแล้ว เราก็ยังคงตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นฤดูกาลใหม่นี้ด้วยกัน เรายินดีกับความสำเร็จที่เราพบพานมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เริ่มต้นการเป็นพาร์ทเนอร์ทางเทคโนโลยีของเรากับทางดูคาติ และเราตื่นเต้นที่จะได้ร่วมกันต่อไปอีกเพื่อเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีและช่วยพัฒนาสมรรถนะในแทร็กอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการแข่งขันในรายการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก นับตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และการจำลองเพื่อให้เกิดการร่วมมือกันแบบอัจฉริยะตลอดไปจนถึงความเป็นจริงเสริมหรือ AR ทาง Lenovo เองก็ทำงานกับดูคาติอย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะแสดงให้เห็นความคุ้มค่าของการเปลี่ยนแปลงการทำงานมาในรูปแบบดิจิทัลและประสบผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยสร้างมันขึ้นมาบนพื้นฐานค่านิยมของเราซึ่งก็คือ ความเร็ว ความละเอียดอ่อน ทีมสปิริต และการโฟกัสไปที่ผลลัพธ์ เราจะก้าวไปข้างหน้าให้เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้นและทำให้กีฬานั้นตื่นเต้นยิ่งขึ้น ” Francesco Bagnaia (#1, Ducati Lenovo Team) กล่าวว่า “ช่วงพักฤดูหนาวของผมนั้นสั้นกว่าปกติ เพราะคำมั่นของผมหลังจากที่ผมคว้าแชมป์โลกมาได้ แต่ตอนนี้ผมชาร์จแบตมาเต็มที่แล้วพร้อมที่จะออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่แล้ว ผมคิดถึงเจ้า  Desmosedici GP และทีมของผมเหลือเกิน แถมผมยังอดใจรอที่จะกลับลงแทร็กไม่ไหวแล้ว นอกจากนี้ในตอนแรกผมเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะใช้เบอร์ 63 ต่อไปหรือจะเปลี่ยนไปใช้เบอร์ 1 ดี แต่ในที่สุดผมก็เลือกใช้อย่างหลัง การได้เห็นเบอร์ 1 บนรถนั้นมันสวยมาก ๆ และตอนนี้เป้าหมายของผมก็คือทำทุกอย่างที่จะรักษามันไว้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะว่าผมคาดไว้ว่าการแข่งขันมันจะยากขึ้นกว่าปีที่แล้ว คู่แข่งหลายคนก็พร้อมที่จะท้าชิงตำแหน่ง อย่างไรก็ตามผมก็ตระหนักได้ว่าผมมีรถและทีมที่ดีที่สุดที่จะตั้งเป้าหมายในปี 2023 ไว้สูงอีกเช่นเดิม สุดท้ายนี้ผมก็ต้องขอบคุณทุกคนจาก Ducati และทีมงานของผม! ผมพร้อมที่จะกลับไปผจญภัยกับทุกคนอีกครั้งแล้วครับ” Enea Bastianini (#23, Ducati Lenovo Team):  “การได้ใส่ชุดสีของทีมออฟฟิเชียลมันให้ความรู้สึกสุดยอด และตอนนี้มันขึ้นอยู่กับผมแล้วว่าผมจะพิสูจน์ว่าผมสมควรที่จะได้รับโอกาสนี้หรือเปล่า ผมตื่นเต้นมากกับฤดูกาลใหม่นี้! โชคดีที่ผมได้ขี่เจ้า Desmosedici GP สีแดงของผมโดยที่ไม่ต้องรอนานนัก อีกไม่กี่สัปดาห์เราจะได้ไปเซปังเพื่อทดสอบรถครั้งแรกของปีนี้ และมันจะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่จะได้รู้จักทุกคนในทีมได้ดียิ่งขึ้น และยิ่งไปกว่านั้นคือการได้เริ่มต้นทำงานกับรถ มันจะต้องเป็นปีที่โหดหินมาก ๆ แน่นอน และมันจะต้องมีช่วงเวลาที่ง่ายและยากลำบากให้เราต้องเผชิญ แต่ผมพร้อมแล้วสำหรับทุกอย่าง

Keeway Shiny 150 เปิดตัวแล้วในไทย

Keeway Shiny 150 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย  หลังจากกระแสตอบรับเป็นไปอย่างที่น่าพอใจ สำหรับรถจักรยานยนต์รุ่น Keeway Versilia 150 ที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา ในครั้งนี้ ทาง Keeway พร้อมเดินหน้าเปิดตัวสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด อย่าง Keeway Shiny 150 กับโฉมใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานกันแบบครบครัน  สำหรับสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ เป็นโฉมใหม่ล่าสุดที่มาในรูปแบบอิตาเลียนสไตล์ โดดเด่นด้วยการดีไซน์เปรียบเสมือนงานศิลปะชั้นยอด ที่ผสมผสานระหว่างสไตล์และเทคโนโลยีของสกู๊ตเตอร์ในปัจจุบัน  สำหรับรูปลักษณ์ตัวรถ ที่ให้อารมณ์ความคลาสสิกด้วยไฟหน้าทรงกลม และตัวรถที่มองด้านข้างจะเห็นส่วนเว้า ส่วนโค้ง ในลักษณะรูปวงรี ที่สื่อความเป็นอิสระในการเดินทาง ควบคู่ไปกับการเน้นด้วยเส้นโครเมียมในหลายมุมของตัวรถ เสริมเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังที่มีลวดลายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนในรูปแบบย้อนยุค  แม้ว่าตัวรถจะมีกลิ่นอายแห่งความคลาสสิก แต่ยังมาพร้อมกับนวัตกรรมสมัยใหม่เพื่อตอบสนองการใช้งานในปัจจุบัน เริ่มด้วยไฟหน้า LED และไฟเลี้ยวคู่หน้าบิ้ลต์อิน DRL รูปวงแหวนและ “x” โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไฟข้างตัวรถเป็น LED ขนาดเล็กที่ส่องสว่าง ในสไตล์เรโทรคลาสสิก พร้อมเรือนไมล์ทรงกลมเป็นแบบดิจิตอลและไฟพื้นหลังที่ปรับเปลี่ยนได้ถึง 7 สี สามารถปรับได้ตามใจชอบเลยทีเดียว พร้อมที่เก็บสัมภาระด้านหน้าและช่องเสียบ USB  มาดูพละกำลังของรถรุ่นนี้กันบ้าง กับเครื่องยนต์ SOHC 1 สูบ ขนาด 149.6 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมเคลมแรงม้าที่ 8.3 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที ขณะที่แรงบิดสูงสุดที่ 8.5 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที กับระบบขับเคลื่อนด้วยเกียร์ ออโตเมติก CVT และความจุถังน้ำมันขนาด 5.6 ลิตร  ต่อกันด้วยระบบช่วงล่าง กับโช้คหน้าแบบ เทเลสโคปิก โช้คหลังเดี่ยว พร้อมระบบดิสก์เบรกหน้า ขนาด 220 ม.ม. และดรัมเบรกด้านหลัง เสริมด้วยล้อหน้าและหลังขนาด 12 นิ้ว ยางหน้าและหลังขนาด 120/70 แบบไม่ใช้ยางใน ที่ให้ฟีลลิ่งการขับขี่เน้นความคล่องตัว และสามารถเลี้ยวในวงแคบได้ สีฟ้า Sky Blue สีขาว Daisy White สีแดง Cherry Red สีดำ Raven Black   โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีแดง Cherry Red, สีฟ้า Sky Blue, สีขาว Daisy White และสีดำ Raven Black พร้อมการรับประกัน 3 ปี 30,000 กิโลเมตร ในราคาโปรโมชั่นสุดพิเศษ 58,500 บาท สำหรับผู้ที่จอง 500 คันแรกเท่านั้น (ราคาแนะนำที่ 62,500 บาท) สามารถเริ่มจองได้ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ 2023 เป็นต้นไป   ทั้งหมดนี้พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศสามารถเข้าไปชมได้ที่ช่องทางออนไลน์ https://bit.ly/3eqrUBK และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website : www.keeway-thailand.com Facebook : KeewayMotorcycle Line : @Keeway อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha รุกตลาดต่อเนื่องปี 66

Yamaha รุกตลาดต่อเนื่องปี 66 เดินหน้า ROAD TO SUCCESS ยามาฮ่า ปลื้มยอดจำหน่ายในปี 2565 เดินหน้า ROAD TO SUCCESS ตอกย้ำสินค้าคุณภาพ พร้อมชิงส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 16.5% ในปี 2566 เพิ่มความเชื่อมั่นรุกขยายโชว์รูมรูปแบบใหม่เพิ่มเป็น 170 แห่งในปีนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ประกาศความสำเร็จสินค้าครองใจชาวไทยในปี 2565 โตขึ้น 6.9% สร้างยอดจำหน่าย 284,000 คัน พร้อมเดินหน้ารุกตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทยต่อเนื่องในปี 2566 จากการคาดการณ์ ตลาดรวมเท่ากับปี 2565 ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดรวมเป็น 16.5% มั่นใจสินค้าครองใจชาวไทยครบทุกเซกเมนต์ เสริมความแข็งแกร่งเครือข่ายผู้จำหน่าย ขยายโชว์รูปแบบใหม่ New YAMAHA SQUARE เพิ่มเป็น 170 แห่งภายในปีนี้ พร้อมสร้างความเป็น พรีเมียม แบรนด์ เพื่อสร้าง Lifetime Customer โดยการยกระดับประสบการณ์มัดใจลูกค้าด้วย 6 กลยุทธ์หลักของ Yamaha รุกตลาดต่อเนื่องปี 2566 นี้ มร.ทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัดมร.ทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จของยามาฮ่าในปีที่ผ่านมาว่า “ก่อนอื่นผมต้องของขอบคุณท่านสื่อมวลชน พันธมิตรทางการค้า ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกท่าน สำหรับการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างดียิ่งในปีที่ผ่านมา ด้วยประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญ และทุกหน่วยงานมีความมุ่งมั่นทำงานร่วมกับยามาฮ่าประเทศญี่ปุ่นวางแผนและพัฒนาสินค้าออกมาอย่างดีที่สุด แม้จะมีปัจจัยเรื่องความไม่แน่นนอนของสินค้าที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงปัญหาการขาดแคลนสินค้า ซึ่งเราก็สามารถแก้ไขและสร้างสถานการณ์ให้ดีขึ้น จนสามารถที่จะบรรลุผลประกอบการ และยอดขายประจำปีได้ตามเป้าหมาย เรายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ตราสินค้ายามาฮ่าในประเทศไทย และยังคงเน้นย้ำในความสำคัญของบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งกับความเป็นสินค้าพรีเมียมของเรา และสร้างลูกค้าให้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต ผมเชื่อว่า ด้วยสินค้าที่เราเตรียมไว้สำหรับปีนี้ และแผนงานที่ได้วางไว้ เราจะสามารถบรรลุเป้าการขาย และส่วนแบ่งการตลาดที่เรามุ่งหวัง และเรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม เหนือกว่าความคาดหวัง ให้กับลูกค้าของเราทุกๆ คนครับ” คุณพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงนโยบายของยามาฮ่าในปี 2566 ว่า “สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ในปี 2565 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจยานยนต์ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พอสมควร รวมทั้งการขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิต ทำให้สินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แต่ตลาดรถจักรยานยนต์ยังคงเติบโตขึ้นถึง 11.8% ทำให้มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 1,800,583 คัน รวมทั้ง ยังคงเสริมความแข็งแกร่งด้วยสินค้าและการบริการหลังการขาย จนสามารถสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น 6.9% มียอดจดทะเบียน 283,903 คัน สามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดได้อยู่ที่ 15.8% และกลุ่มรถออโตเมติก โดยเฉพาะ ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด คอนเน็คเต็ด ยังคงแข็งแกร่งและสามารถเติบโตจากปีที่แล้วถึง 35% โดยมียอดจดทะเบียนมากถึง 97,446 คัน และกลุ่มรถครอบครัว ยามาฮ่า ฟินน์ ยังคงได้รับความนิยมและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถเติบโตได้ถึง 31% เมื่อเทียบกับปี 2564 จนทำให้มียอดจดทะเบียนสูงถึง 84,871 คัน  และยามาฮ่า R15 ยังคงรักษาความเป็นรถสปอร์ตยอดนิยมอันดับ 1 ในรุ่น 150 ซีซี ได้อย่างเหนียวแน่น ขณะที่ศูนย์บริการของยามาฮ่ามีอัตราลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น นับเป็นความสำเร็จที่ยามาฮ่ามีความภูมิใจในปีที่ผ่านมา สำหรับในปี 2566 นี้ คาดการณ์ว่าภาพรวมของตลาดรถจักรยานยนต์จะอยู่ที่ระดับ 1.80 ล้านคัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีจากการคาดการณ์เศรษฐกิจ และการลงทุนในปี 2566 นี้ ของภาครัฐ และการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น พร้อมกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีความเบาบางลงจนเป็นโรคประจำถิ่น ทำให้ภาพรวมของระบบเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในประเทศมีการฟื้นตัว ซี่งเป็นปัจจัยบวกต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ส่วนในด้านปัจจัยเสี่ยงยังคงเป็นเรื่องของหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น การขาดแคลนชิ้นส่วนและวัตถุดิบไม่เพียงพอในบางรุ่น รวมถึงกฎหมายควบคุมดอกเบี้ยเช่าซื้อที่มีผลต่อผู้บริโภค โดยในปีนี้ มีการคาดการของตลาดรวมรถจักรยานยนต์จะเป็น 1.8 ล้านคัน เท่ากับปี 2565 โดยยามาฮ่าได้ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 16.5% หรือประมาณ 295,000 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นอีก 4% เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา พร้อมเร่งกำลังการผลิต และมุ่งเน้นกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ รวมถึงกลยุทธ์การขายและการตลาด เพื่อที่จะสร้างความแข็งแกร่ง

Honda Scoopy เปิดรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น

Honda Scoopy จับมือ Colors Culture เปิดตัวรถสกู๊ตเตอร์รุ่นพิเศษ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มรถ Fahion A.T. อีกครั้ง ด้วยการจับมือกับแบรนด์เสื้อผ้าดังอย่าง “Colors Culture” โดย พีพี กฤษฏ์ เปิดตัวรถสกู๊ตเตอร์รุ่นพิเศษ Honda Scoopy Colors Cultureไ Limited Edition ที่ออกแบบลวดลายเพื่อแฟน ๆ ของ พีพี กฤษฏ์ และวัยรุ่นไทยโดยเฉพาะ  สำหรับรถสกู๊ตเตอร์รุ่นดังกล่าว ถูกออกแบบให้โดดเด่นสะดุดตา ทุกมุมมองในสไตล์ระดับ Iconic ของวัยรุ่น ผสมผสานความสดใสของสีสันและเส้นสายเอกลักษณ์ที่เป็น Signature ของแบรนด์ Colors Culture บนตัวรถสีขาว – ชมพู สะท้อนคาแรคเตอร์ความซุกซน ขี้เล่น ในสไตล์ของ พีพี กฤษฏ์ ที่รวมเอาสตรีทแฟชั่นและความคัลเลอร์ฟูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สามารถแมตซ์รถเข้ากับการแต่งตัวได้หลากหลายรูปแบบตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้  นอกจากความลงตัวของสีสันและกราฟิกแล้ว ยังขับขี่สนุกด้วยเครื่องยนต์ eSP ที่ให้แรงบิดอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วยเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกอย่าง Honda SMART Key สตาร์ทโดยไม่ต้องใช้กุญแจ เสริมด้วยช่องชาร์จไฟสำรอง USB Socket Type A ให้ทุกดิจิทัลไลฟ์ของผู้ใช้ไม่มีสะดุด โดยรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ ผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น โดยมาพร้อมกับหมวกกันน็อก Be Colorful Be Iconic ดีไซน์สุดพิเศษเฉพาะผู้ที่จองเท่านั้น สำหรับราคาแนะนำที่ 57,700 บาท พร้อมเปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2023 ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ 1.ทางออนไลน์ เพียงคลิกที่ลิงก์ https://booking.thaihonda.co.th/booking/personal-info/scoopyxcolorculture  2.จองภายในงาน ติด Trend Fest ที่จัดขึ้นใน 4 จังหวัดทั่วประเทศ กรุงเทพฯ (วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2023 ที่สยามสแควร์ซอย 7) เชียงใหม่ ชลบุรี (พัทยา) และสงขลา (โปรดติดตามกำหนดการอีกครั้ง) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Prima Pramac Racing พร้อมบุก MotoGP

Prima Pramac Racing เปิดตัวทีมแข่ง MotoGP 2023 อัพเดตข่าวสาร MotoGP อีกครั้งในฤดูกาล 2023 สำหรับการเปิดตัวทีมแข่งอิสระอย่าง Prima Pramac Racing ที่มากับชุดสีแดง สีม่วงและสีขาว พร้อมนักแข่งคู่บุญของทีมอย่าง Jorge Martin และ Johann Zarco โดยดีกรีผลงานของนักแข่งทั้งสอง จาก Zarco ที่เคยทำผลงานคว้าแชมป์โลก Moto2 ถึง 2 สมัย และ Martin เจ้าของดีกรีแชมป์โลก Moto3 โดยปีนี้ ทั้งคู่จะกลับมาอีกครั้งกับโฉมรถ Ducati Desmosedici GP23 ซึ่งเป็นสเปคเดียวกันกับทีมแข่งโรงงานอีกด้วย จากการขึ้นโพเดียมถึง 8 ครั้งและตำแหน่งโพลโพซิชั่นถึง 7 รายการในฤดูกาลที่ผ่านมา สำหรับฤดูกาลนี้ นักแข่งทั้งสองกำลังเตรียมเซอร์ไพรส์ให้ทีมและแฟน ๆ ทุกคน ด้วยติด 1 ใน 3 อันดับแรกในตารางคะแนนรวม , ทีมอิสระที่ได้ตำแหน่งดีที่สุด และตำแหน่งนักแข่งทีมอิสระยอดเยี่ยม Paolo Campinoti หัวหน้าทีม กล่าวว่า “สำหรับเป้าหมายในปีนี้ เราตั้งเหมือนกับเคยตั้งในช่วงต้นฤดูกาลของการแข่งขันทุก ๆ ปี คือการเป็นทีมอิสระที่ดีที่สุด และไม่ยอมให้ใครชนะง่าย ๆ เมื่อไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา เราได้แสดงถึงศักยภาพของทีมในการแข่งขัน MotoGP อย่างแท้จริง และนักแข่งของเราพยายามคว้าอันดับสูงสุดให้ได้อย่างต่อเนื่อง และความพร้อมของสมาชิกในทีมทุกคนได้สร้างทีมของเราให้เป็นทีมที่ดีที่สุดใน Paddock, ในฐานะหัวหน้าทีม ผมไม่อาจขออะไรได้อีก เราภูมิใจในตัวเพื่อน ๆ ในสิ่งที่เราเป็น และการร่วมมือกับ Prima ทำให้เราได้รับแรงผลักดันเพิ่มเติมอย่างแน่นอน เราจะเข้าสู่สนามเร็ว ๆ นี้ สำหรับการทดสอบในช่วงต้นฤดูกาล ผมแทบรอไม่ไหวแล้ว สำหรับฤดูกาลนี้มันจะสนุกสุดมันส์ขนาดไหน” George Ottathycal ซีอีโอของ Prima Assicurazioni กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเปิดฤดูกาล MotoGP 2023 ร่วมกับ Paolo นักแข่ง และทีมงานทั้งหมด พวกเรารู้สึกพอใจเป็นอย่างมากในฤดูกาลที่ผ่านมา นอกเหนือจากเป้าหมายที่สำคัญ ขอขอบคุณสำหรับการทำงานเป็นทีม ปีนี้เป็นปีแรกที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นโอกาสที่คุ้มค่า ที่เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทั้งเรื่องเทคโนโลยีและพรสวรรค์ของนักแข่ง ประหนึ่งเพื่อนคู่หูที่เติบโตมาด้วยกัน ซึ่งเราเป็นแฟนวงการ 2 ล้อตัวจริง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์กว่า 1 ใน 10 คนในอิตาลีที่ทำประกันกับ Prima เรามาที่นี่ เพื่อให้กำลังใจนักแข่งและทีม และมั่นใจว่าพวกเขาจะได้ชูธง” Gino Borsoi ผู้จัดการทีม กล่าวว่า “พวกเราตั้งตารอฤดูกาลนี้ด้วยความกระตือรือร้นอย่างมาก สำหรับผมแล้ว มันจะเป็นการผจญภัยครั้งใหม่ และผมจะบอกว่ามันเป็นปีที่สำคัญ ในฤดูกาล 2023 นี้ จะเป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าร่วมทีม Prima Pramac Racing สำหรับหมายเลข 23 นั้น สำคัญกับผมมาก และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แม้แต่ตอนที่ผมลงเล่น หวังว่ามันจะเป็นสัญญาณที่ดี สำหรับการทดสอบที่  Valencia ผมรู้จักทุกคนและคนขี่อยู่แล้ว ความประทับใจแรก ๆ ของผมเป็นกำลังใจมาก ๆ และพอใจมาก ๆ ผมไม่รู้หรอก ว่าในอนาคตจเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ฉันเชื่อว่าเราจะทำให้ดีที่สุด” Johann Zarco “3 ปีติดต่อกันแล้ว ที่ผมจะอยู่กับทีม Prima Pramac ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สวมชุดสีเหล่านี้ในฤดูกาลต่อไป เรามีทีมที่ยอดเยี่ยม รถแข่งที่ยอดเยี่ยม และผมกับ Jorge เข้ากันได้ดีมาก ผมจะบอกว่าเรามีส่วนผสมทั้งหมดสำหรับฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม และบางที ใครจะรู้ ชัยชนะอาจจะมาหาเราก็ได้” Jorge Martin “ผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้ร่วมงานกับทีมของผมอีกครั้ง ปีที่แล้วเป็นปีที่พิเศษ และมีช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก แต่มันก็ช่วยให้ผมเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น ผมมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และความทะเยอทะยานอย่างแท้จริง และผมรู้ว่าเราสามารถทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมร่วมกับทีมของผมได้ที่ Sepang เมื่อผมคร่อมรถดูคาติ ผมจะรู้ว่าความพยายามทั้งหมด ในการซ้อมช่วงหน้าหนาวก่อนเปิดฤดูกาลนั้นคุ้มค่าหรือไม่” เราพร้อมแล้ว! ผมพร้อมแล้ว!!” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

มิลเลนเนียม กรุ๊ป ผุดโชว์รูม ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน สาขาธนบุรี

มิลเลนเนียม กรุ๊ป เปิดตัวโชว์รูม ฮาร์ลี่ย์ สาขาธนบุรี รองรับชุมชนคนรักอิสระและการผจญภัย จากความนิยมรถจักรยานยนต์สองล้อคลาสสิกในประเทศไทยที่เพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง และแล้วก็ไม่รอช้า กับค่ายรถตรานกอินทรีสัญชาติอเมริกันอย่าง Harley-Davidson ปักหมุดขยายสาขาเพิ่มอีกหนึ่งแห่งในย่านธนบุรี กับ Harley-Davidson สาขาธนบุรี (วงเวียนพระราม 5 – ราชพฤกษ์) เพื่อรองรับการบริการลูกค้าแบบครบวงจร โดยกลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ผู้แทนจำหน่าย Harley-Davidson อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้ฤกษ์เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรใหม่ล่าสุด พร้อมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปีแห่งความสำเร็จ ของแบรนด์มอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกัน สำหรับโชว์รูมใหม่ของ Harley-Davidson พร้อมศูนย์บริการครบวงจร สาขาธนบุรี (วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์) นับเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของผู้ชื่นชอบไลฟ์สไตล์อิสระ ด้วยการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน สอดคล้องกับตัวอาคารที่ออกแบบได้อย่างโดดเด่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ป้อมปราการและความเป็นอิสระ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์การเป็นเมืองหลวงเก่ามาอย่างยาวนานนั้นเอง ดังนั้น จึงได้นำ “ค่ายคูประตูหอรบ” ซึ่งมีบุคลิกของผู้บุกเบิก รักการผจญภัยและการเป็นขาลุย เช่นเดียวกับแบรนด์ Harley-Davidson มาเป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบ ขณะที่โทนสีหลักของ ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน คือ ส้ม-ดำ ก็ได้รับการถ่ายทอดผ่านสีคล้ายสนิมเหล็กและโครงสร้างสีดำ จัดวางในระนาบที่สามารถพลิกเปิด-ปิด คล้ายหน้าต่างของป้อมปราการในอดีต สร้างความแตกต่างได้อย่างเด่นชัด  สำหรับภายในพื้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่งนี้ มีพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร ซึ่งเหล่าแฟน ๆ ชาว ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน ทุกรุ่น สามารถยลคันโปรดที่จัดแสดงอยู่ภายในกว่า 30 คันอย่างใกล้ชิด ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และเสน่ห์ชวนหลงใหล ไม่ว่าจะเป็น “รูปลักษณ์” ที่คลาสสิกเหนือกาลเวลา “เสียง” ยามสตาร์ทเครื่องคำรามกึกก้อง ทรงพลัง และน่าเกรงขาม นอกจากจะมี Harley-Davidson รุ่นต่างๆ ให้เลือกสรรอย่างจุใจ มากไปด้วยอุปกรณ์ตกแต่ง รวมถึงศูนย์บริการครบวงจร ที่ให้บริการโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ที่ผ่านการฝึกอบรมจาก Harley-Davidson University นักขับขี่ตัวยงหรือกระทั่งมือใหม่ ยังเพิ่มประสบการณ์พิเศษกับสนามทดสอบการขับขี่เพื่อใช้ฝึกขับขี่และพัฒนาทักษะ นับเป็นโชว์รูมแห่งแรกในย่านนี้ที่จัดเต็มอย่างเหนือระดับ และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของคนคอเดียวกันให้แนบแน่นยิ่งขึ้น  รวมถึง ยังมีการจัดตั้งคอมมูนิตี้ เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบ Harley-Davidson ได้มีพื้นที่รวมตัวอย่างอบอุ่น อาทิ H.O.G. Chapter (Harley-Davidson Owners Group) ซึ่งเป็นชุมชนของชาว ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน ที่มีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย รวมตัวเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทริปท่องเที่ยว รวมไปถึงการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) หลากหลายรูปแบบ ซาจีฟ รัชเกคาราน, กรรมการผู้จัดการ Harley-Davidson สำหรับตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย และอินเดีย เผยว่า “ปีนี้ มีความพิเศษ เนื่องจากเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปี ของ Harley-Davidson ที่มอบความสุขและความอิสระ มาสู่ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ทั้งยังเป็นปีที่เราได้ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด กับการเปิดตัว Harley-Davidson สาขาธนบุรี โดยเราเชื่อมั่นว่าลูกค้า รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson จะรู้สึกประทับใจกับผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย สินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์ และความพร้อมในการให้บริการด้านต่าง ๆ เมื่อได้มาเยือนโชว์รูมแห่งนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ Harley-Davidson สาขาธนบุรี ก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคตได้” ด้าน ปอนด์ จงเสรี, ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด กล่าวว่า “Harley-Davidson สาขาธนบุรี นับเป็นสิ่งที่แสดงถึงความมุ่งมั่น ในการพัฒนาคุณภาพในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และบริการหลังการขายแบบครบวงจร ควบคู่ไปกับการกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น กับบรรดาสมาชิกกลุ่มต่างๆ ผ่านหลากหลายกิจกรรมที่เราจัดขึ้น ซึ่งโอกาสวันเปิดโชว์รูมใหม่ในวันนี้ เราก็ได้เชื้อเชิญเหล่าสมาชิก H.O.G. Chapter ซึ่งเป็นชุมชนชาว Harley-Davidson เมืองไทย มาร่วมคาราวาน Harley-Davidson พร้อมทำกิจกรรมสร้างสรรค์กันอย่างสนุกสนานอีกด้วย”  หากท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่ https://www.harley-davidson.com/th/th/index.html อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

NINJA ZX-4RR

NINJA ZX-4RR 2023 ซูเปอร์สปอร์ต 4 สูบเรียงเสียงหวานจากค่ายเขียว เปิดตัวกันสักที แต่ไปเปิดกันไกลถึงอีกฝากโลกนึงเลยทีเดียว กับเจ้า Kawasaki Ninja ZX-4RR 2023 ซูเปอร์สปอร์ต 4 สูบเรียงเสียงหวานที่แฟน ๆ นักบิดชาวไทยชื่นชมนิยมกันเป็นนักหนา โดยเปิดตัวมาในโฉม KRT Edition หรือลวดลายทีมแข่งคาวาซากิเรซซิ่งทีมจากรายการ WorldSBK นั่นเอง สำหรับดีไซน์ก็กลมกลืนแนบเนียนไปกับพี่ใหญ่เรือธงสายสปอร์ตอย่าง ZX-10RR ไม่ต่างอะไรกันมากนักหากไม่สังเกตดี ๆ เรียกได้ว่าน่าจะถูกใจนักบิดสายสปอร์ตแต่งบประมาณไม่เอื้ออำนวยกับรุ่นใหญ่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะจะได้ความหล่อที่ใกล้เคียงกันมากเลยทีเดียว โดยยังโดดเด่นที่ไฟหน้าคู่ LED ที่ให้ทัศนวิสัยแจ่มชัด ส่วนไฟเลี้ยว LED ด้านหน้าเองก็จะบิลต์อินเข้าไปในแฟริ่งเลย ส่วนไฟท้าย LED นั้นมาพิมพ์เดียวกับพี่ใหญ่เลย   ส่วนของเครื่องยนต์ที่เป็นไฮไลต์ของโมเดลนี้ก็คือเครื่องยนต์บล็อกใหม่ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 399 ซีซี 4 วาล์วต่อสูบ ซึ่งออกแบบมาโดยใช้ฟีดแบ็กจากลูกค้าที่ขับขี่รถในตระกูลนินจาซูเปอร์สปอร์ต ทำให้โมเดลนี้เป็นรถรอบจัด คันเร่งไว ขณะเดียวกันก็มีแรงบิดในรอบต่ำและกลางมากพอที่จะขับขี่ในเมืองได้สะดวก แต่ก็ไม่ทิ้งพละกำลังในรอบสูง ๆ ให้มันส์ไปกับการขับขี่ในสนาม พร้อมกับเสียงคำรามที่รับรองว่าโดดเด่นและถูกใจนักบิดอย่างแน่นอน ยังมีทีเด็ดที่แรมแอร์ที่เป็นจุดขายเด่นของเจ้านินจาที่อยู่บริเวณตรงกลางด้านหน้าของตัวรถที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์โดยมีลักษณะคล้ายกับของ H2 เลยทีเดียว ซึ่งจะเพิ่มอากาศเข้าไปยังแอร์บ็อกซ์ได้มากขึ้น ตลอดไปจนถึงช่วยระบายความร้อนอีกด้วย อย่างไรก็ดีทางค่ายยังไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขกำลังแรงม้า แต่ก็คาดการณ์กันว่าจะไม่ต่ำกว่า 70 แรงม้า ขณะที่แรงบิดนั้นเคลมมาที่ 35.25 นิวตันเมตร โดยจะใช้น้ำมันจากถังขนาด 15 ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด ที่มาพร้อมกับควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทางและแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ช่วยให้การเข้าเกียร์ทำได้ง่ายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น   ในส่วนของแชสซีทางค่ายเลือกใช้เฟรมถักที่ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากแชสซีของรถแข่ง WorldSBK ให้มีน้ำหนักเบา และจากขนาดที่เล็กและแม่นยำของมัน ทำให้ขับขี่ได้เข้าโค้งได้ดีและเร้าใจ ระบบกันสะเทือนจาก Showa ด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับ SFF-BP ขนาด 37 ม.ม. ที่สามารถปรับสปริงพรีโหลดได้ ขณะที่ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยว BFRC Lite พร้อมซับแทงค์ที่สามารถปรับคอมเพรสชัน รีบาวด์และพรีโหลดได้ โดยทำงานร่วมกับกระเดื่องและสวิงอาร์ม เพื่อให้คุณสามารถปรับแต่งให้เข้ากับตัวคุณและสไตล์การขับขี่ได้มากที่สุด ขณะที่ระบบเบรกด้านหน้าก็จะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 290 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกโมโนบล็อกเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบการันตีพลังเบรกที่ยอดเยี่ยม ขณะที่ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดี่ยว และแน่นอนว่าพร้อม ABS จากทาง Nissin ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนเรื่องของล้อนั้นจะเป็นล้ออลูมิเนียมแบบ 5 ก้านรูปดาวรัดด้วยยางขนาด 120/70 ZR17 และ 160/60 ZR17 หน้าหลังตามลำดับ ต่อกันที่เรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ถือว่าให้มาค่อนข้างพอตัว เริ่มต้นกันที่แทร็คชันคอนโทรล 3 โหมดและปิดเปิดได้ พาวเวอร์โหมด หรือโหมดควบคุมกำลังเครื่องยนต์ 2 โหมด ไรดิ้งโหมด 3 โหมดหลักได้แก่ Sport, Road และ Rain พร้อมโหมด Rider ที่สามารถปรับตั้งได้เองอีก 1 โหมด   หน้าจอเรือนไมล์สีขนาด 4.3 นิ้วที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ผ่านแอพพลิเคชัน Rideology The App ช่วยให้สามารถแสดงผลข้อมูลตัวรถ บันทึกเส้นทางการเดินทาง แจ้งเตือนสายเรียกเข้าและอีเมลบนหน้าจอ และปรับแต่งข้อมูลการแสดงผลหน้าจอเรือนไมล์ผ่านสมาร์ทโฟนได้สะดวก ตลอดไปจนถึงโหมดแสดงผลแบบ Circuit โหมดที่ช่วยแสดงเวลาแล็ปและข้อมูลเกี่ยวกับแทร็กเหมาะสำหรับการขับขี่ในสนาม สุดท้ายนี้เรื่องของการจำหน่าย ตอนนี้ยังมีแค่สีสันเดียวคือสีทีมนี่ล่ะครับ ส่วนราคาจำหน่ายนั้นอยู่ที่ 9699 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยก็อยู่ที่ราว ๆ 318,000 บาท คาดว่าเมื่อจำหน่ายในไทยคาดว่าน่าจะอยู่ที่สามแสนปลาย ๆ และก็น่าจะเข้ามาจำหน่ายในช่วงปลายปีนี้ งานนี้นักบิดสายเขียวที่ไม่ใช่สมุนไพร น่าจะได้เฮกันก็คราวนี้ล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก