
Honda Giorno+ 2026 เจาะเหตุผลทำไมถึงครองใจวัยรุ่นไทย ด้วย 7 เฉดสีใหม่ ดีไซน์พรีเมียม และเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์วที่ทั้งแรงและประหยัด
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda Giorno+ 2026 เจาะเหตุผลทำไมถึงครองใจวัยรุ่นไทย ด้วย 7 เฉดสีใหม่ ดีไซน์พรีเมียม และเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์วที่ทั้งแรงและประหยัด

Ducati Hypermotard V2 2026 All New รถไฮเปอร์โมตาร์โฉมใหม่ พร้อมเครื่องยนต์ Ducati New V2 ไล่เบาทั้งคัน คงสมรรถนะซูเปอร์โมโตเต็มเปี่ยม

Ducati Panigale V4 ลายพิเศษฟรานเชสโก้ บัญญาย่า เตรียมออกสู่ลานประมูลอีกครั้งเมื่อบริษัทประมูลอย่าง Iconic Auctioneers พร้อมนำออกมาให้ผู้ที่สนใจได้ประมูล

ชม ZX-10RR Winter Test 2023 ของนักแข่ง WSBK ล่าสุด Kawasaki Racing Team ก็ได้ทำการเปิดเผยการซ้อมและทดสอบรถของ 2 นักแข่งประจำทีมซึ่งก็คือ Jonathan Rea อดีตแชมป์โลก 6 สมัยและ Alex Lowes ซึ่งทำการทดสอบในช่วงพักฤดูกาล ซึ่งก็คือช่วงฤดูหนาวนี่เอง ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมประจำของทางค่ายเขียว บทความนี้เราก็จะพาทุกท่านไป ชม ชม ZX-10RR Winter Test 2023 กันครับ ตัวรถของนักแข่งทั้งสองคนจะมาในชุดสีที่มีชื่อเรียกว่าวินเทอร์เทสต์ ซึ่งจุดเด่นคือมาในโทนสีดำเป็นหลักตัดกับสีเทาด้าน และตัดด้วยเส้นสายสีเขียวเอกลักษณ์ของทางค่าย พร้อมลวดลายผลึกหิมะหรือสโนว์เฟล็กที่มีตัวอักษรคันจิจากภาษาญี่ปุ่นอ่านว่าฟุยุอยู่ภายในซึ่งมีความหมายว่า ฤดูหนาวนั่นเอง แน่นอนว่ายังคงใส่โลโก้ของสปอนเซอร์มาให้พร้อมพรรค ไม่ว่าจะเป็น elf, Monster Energy, Showa เป็นต้น และแน่นอนว่าในอนาคตเราก็จะได้เห็น Kawasaki Ninja ZX-10RR ในลวดลายใกล้เคียงกันนี้วางจำหน่ายในปี 2023 อีกด้วย งานนี้ใครเป็นสาวกและชื่นชอบก็เก็บเงินรอกันได้เลยครับ รายละเอียดรถแข่งคร่าว ๆ ก็จะอยู่บนพื้นฐานของ Ninja ZX-10RR ที่มีเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 998 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีท่อไอเสียเต็มระบบจากทาง Akrapovic ใช้ระบบเบรกจาก Brembo โดยมีสายเบรกจากทาง J.Juan ระบบกันสะเทือนจาก Showa ยางสลิก Pirelli Diablo SuperBike เป็นต้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Voge Sfida SR4 สกู๊ตเตอร์พิกัด 350 ซีซี ที่หล่อดี แถมฟีเจอร์แน่น การจะซื้อรถสักคันนึงหากเรามองจากมุมมองในการใช้งานจริง ๆ แล้ว การที่รถประเภทอื่น ๆ จะเอาชนะแม็กซี่สกู๊ตเตอร์ไปได้นั้นยากจริง ๆ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงความสามารถในการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการใช้งานในเมืองหรือในชีวิตประจำวันหรือการออกทริปเดินทางไกลแบบทัวริ่งก็ทำได้ นอกจากนี้ยังเป็นรถที่ขี่ง่ายใช้งานง่ายอีกด้วย และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสกู๊ตเตอร์ถึงได้มียอดขายดีไม่ว่าจะในยุโรปหรือว่าเอเชีย และนี่คือ Voge Sfida SR4 สกู๊ตเตอร์พิกัด 350 ซีซีคันล่าสุดจากค่ายรถสัญชาติจีนแต่มาเปิดตัวที่อิตาลี ซึ่งเป็นโมเดลที่ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว Voge นั่นคือแบรนด์รถสัญชาติจีน ซึ่งเป็นพรีเมียมแบรนด์แบรนด์นึงจากผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่อย่าง Loncin ซึ่งทางแบรนด์บุกมาเปิดตลาดที่ยุโรปในอิตาลีมาพักนึงแล้ว และเจ้าสกู๊ตเตอร์คันนี้ก็เป็นโมเดลใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีแน่น ๆ น่าจับตามองเลยล่ะครับ จุดเด่นของเจ้าสกู๊ตเตอร์คันนี้เลยก็คือฟีเจอร์แน่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟ LED เต็มระบบ หน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 7 นิ้วที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือระบบบลูทูธเฮดเซ็ตได้ ระบบไฟส่องสว่างในโค้ง แทร็คชันคอนโทรล และแม้กระทั่งระบบตรวจจับแรงดันลมยาง ตลอดไปจนถึงฟีเจอร์ใช้งานทั่วไปอย่างช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ช่องใส่แก้วหน้าที่คอนโซลหน้า เป็นต้น ส่วนในด้านสมรรถนะ เจ้า Sfida คันนี้ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์สูบเดียวแบบหัวฉีดขนาด 350 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้าที่ 29 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดที่ 28.47 นิวตันเมตร และเพื่อให้ขับขี่ได้สบายขั้นสุดมีการใช้ตัวซับแรงสั่นสะเทือนเพื่อลดการสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ที่เป็นตัวการสำคัญของการสั่นสะเทือน ในส่วนของช่วงล่างมีการเลือกใช้เฟรมที่ทำจากอลูมิเนียมอัลลอยซึ่งมีน้ำหนักเบาช่วยให้ขับขี่ได้ดี จากการที่มีน้ำหนักใต้สปริงที่น้อยลง โช้คหน้าเป็นโช้คเทเลสโคปิกธรรมดาที่มีขนาดแกน 35 ม.ม. ขณะที่ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดได้จาก KYB และระบบเบรกจากทาง J.Juan โดยด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่และดิสก์เบรกหลังเดี่ยว พร้อม ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สุดท้ายนี้วางจำหน่ายในราคา 6,840 ยูโรหรือราว ๆ 250,000 บาทไทย ก็ถือว่าราคาค่อนข้างมาไกลเลยทีเดียว แต่อ็อปชันที่ให้มาก็ถือว่าแน่น ๆ อยู่ ไม่แน่ว่าถ้ามาขายในไทยอาจจะทำราคาได้ดีกว่านี้ก็เป็นไปได้นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

FIM ประกาศยกระดับความปลอดภัย หมวกกันน็อกสำหรับนักแข่งเฟส 2 หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักมาตรฐานความปลอดภัยหมวกกันน็อกกันดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น มอก. หรือ TIS ของบ้านเรา, JIS ของญี่ปุ่น, DOT ของอเมริกา, ECE ของยุโรป, Sharp ของอังกฤษ หรือจะเป็น Snell ที่เป็นแบบสากล ก็ตาม ๆ แต่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักมาตรฐานความปลอดภัยของทางสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศ ซึ่งจะแตกต่างไปจากมาตรฐานที่เรารู้จักกันโดยทั่วไป กล่าวคือของทางสหพันธ์ฯ จะเป็นมาตรฐานที่บังคับใช้กับหมวกที่ใช้ในการแข่งขันนั่นเอง ซึ่งตอนนี้ทางสหพันธ์ฯ หรือ FIM ประกาศยกระดับความปลอดภัย หมวกกันน็อกสำหรับนักแข่งเฟส 2 แล้ว หลังจากที่โปรแกรมยกระดับมาตรฐานหมวกกันน็อกที่ใช้ในการแข่งขันเฟสแรกหรือเรียกย่อ ๆ ว่า FRHPhe-01 นั้นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและจนได้ประสบการณ์และความรู้มาตลอด 4 ฤดูกาลแข่งขันแล้ว ความรู้และประสบการณ์ดังกล่าวก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามันสามารถยกระดับความปลอดภัยของนักแข่งได้อย่างชัดเจน ซึ่งหมวกที่จะผ่านมาตรฐานของโปรแกรมการยกระดับนี้ จะต้องผ่านการประเมินเรื่องความสามารถในการป้องกันทั้งทดสอบในการกระแทกที่ศีรษะทั้งในแบบความเร็วต่ำ กลาง และสูง กระแทกในมุมเอียง การทดสอบการเจาะทะลุ ซึ่งเป็นผลมาจากการศึกษาจากหมวก 38 ใบจากทั้งหมด 22 แบรนด์ที่ผ่านมาตรฐานนี้ หลังจากที่ความร่วมมือระหว่างผู้ถือหุ้นใหญ่และแล็ปที่ทางสหพันธ์ฯ รับรอง (แล็ปทดสอบแรงกระแทกของทางมหาวิทยาลัย Zaragoza) FRHPhe-02 หรือเฟสที่ 2 ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ซึ่งเฟสนี้จะรวมไปถึงหมวกสำหรับแข่งขันออฟโร้ด ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของความปลอดภัยในการแข่งขันโมโตครอส เอ็นดูโร สปีดเวย์ และครอสคันทรี ซึ่งจะถือเป็นครั้งแรกกับมาตรฐาน FIM กับการแข่งขันออฟโร้ดอีกด้วย โดยมาตรฐานใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะในทุกรูปแบบ ซึ่งหมวกที่จะเข้ามาทดสอบมาตรฐานใหม่จะปลอดภัยยิ่งกว่ามาตรฐานที่มีในท้องตลาดทั้งหมด โดยจะเพิ่มความเข้มข้นในการทดสอบทุกด้านให้มากขึ้น รวมไปถึงเพิ่มการทดสอบรูปแบบใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น ทดสอบการถอดนวมรองแก้มอย่างรวดเร็วและการทดสอบที่คำนึงถึงการแตกหักของกระโหลกศีรษะ เป็นต้น ทั้งนี้มาตรฐานใหม่นี้จะเริ่มแนะนำให้ใช้ในปี 2025 และกลายเป็นข้อบังคับในปี 2026 นี้ โดยนักแข่งทุกคนจะต้องใช้ (เว้นแต่ นักแข่งกีฬาประเภทไทรอัล จักรยานไฟฟ้า รถ SSV หรือ UTV และ การแข่งแลนด์สปีดเวิลด์เรคคอร์ดประเภทพสตรีมไลเนอร์) ซึ่งแน่นอนว่าค่ายผู้ผลิตหมวกกันน็อกก็จะต้องผลิตหมวกออกมาให้สอดคล้องกันเพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานของความปลอดภัยไปพร้อม ๆ กัน เรียกว่าเป็นผลดีต่อผู้ใช้หมวกกันน็อกอย่างพวกเราจริง ๆ นะครับ อย่างไรก็ดี ราคาหมวกดังกล่าวอาจจะมีราคาแพงมาก ทางเราก็ขอแนะนำให้ใช้หมวกที่ได้มาตรฐานรับรองตามท้องตลาดกันไปก่อน อย่าไปใช้หมวกปลอมหมวกก็อปหลายเอกันเลยน่ะครับ มันไม่คุ้มเอาเสียเลยกับการที่จะต้องเอาชีวิตไปแลกกับหมวกแบบนั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

หลาย ๆ ท่านที่กำลังสนใจเจ้า New Yamaha Xmax Connected อยู่น่าจะพอรู้ว่าเจ้าโมเดลใหม่นี้มีระบบนำทางด้วย ทีนี้เจ้าระบบนำทางที่ว่านั้นต้องใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชัน Garmin StreetCross ซึ่งเป็นแอฟพลิเคชั่นที่ทางยามาฮ่าร่วมพัฒนากับทางการ์มิน โดยจะเป็นแอพฯ ระบบนำทางโดยแสดงผลเป็นแผนที่เส้นทางการเดินทางบนหน้าจอสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว ของ Xmax Connected นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่และน่าสนใจมากเลยทีเดียว เรามาพูดถึงการทำงานแอพนี้กันหน่อย นอกจากจะเป็นระบบที่อำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางแล้ว ยังมีวิธีใช้ที่ง่ายดายอีกด้วย เรามาดูวิธีใช้เจ้าระบบนำทางที่ว่านี้กันดีกว่าครับ ขั้นตอนที่ 1 ดาวน์โหลด App การ์มินสตรีทครอส ซึ่งสามารถโหลดได้ทั้ง App Store และ Play Store พร้อมกับลงทะเบียนข้อมูลให้เรียบร้อย Play Store คลิกดาวน์โหลด App Store คลิกดาวน์โหลด ขั้นตอนที่ 2 จับคู่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนของคุณเข้ากับ New Xmax Connected ผ่านระบบเชื่อมต่อ Y-Connected ขั้นตอนที่ 3 เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยก็สามารถใช้งานระบบนำทางได้อย่างง่ายดายเพียงระบุสถานที่ปลายทางใน สมาร์ทโฟนและสั่งนำทาง ระบบจะแสดงแผนที่และข้อมูลเส้นทางบนหน้าจอ เรือนไมล์ TFT ที่สามารถมองเห็นได้อย่างสะดวกและชัดเจน และนี่คือเทคโนโลยีที่ทางยามาฮ่าร่วมพัฒนากับทางการ์มิน เพื่อให้เหล่าสาวกค่ายยามาฮ่าเอ็นจอยกับการเดินทางมากยิ่งขึ้น และอยากจะบอกว่า แอพพลิเคชั่นนี้ไม่เสียค่าบริการแต่อย่างใด ทั้งยังสามารถอัพเดตได้ตลอดผ่านต้นทางการบริการ เป็นอะไรที่สุดยอดเลยทีเดียว ถือว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของของ New Xmax Connected ที่ทำให้ทุกคน ตัดสินใจซื้อได้ไม่ยากเลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Monkey Custom Cherry Edition 2022 ตำนานความสนุกกับไลฟ์สไตล์แฟชั่นยุค 80 ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ทำเอางาน Motor Expo 2022 คึกคักไปอีกขั้น ด้วยการนำโมเดลดังระดับตำนานอย่างฮอนด้า มังกี้ ที่มีมาตั้งแต่ปี 1988 ทำให้เรานึกถึงความสนุก และไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยสีสันในวันวาน ให้กลับมาป่วนวงการกันอีกครั้ง พร้อมความสดใส ในลุคใหม่ที่โดดเด่น ด้วยบอดี้สีแดงตัดครีม พร้อมลวดลายรูปเชอร์รี่บนตัวถังของ New Monkey Custom Cherry Edition 2022 ที่เป็นการมิกซ์แอนด์แมทช์ความสนุก สดใส ในยุคปัจจุบัน ให้เข้ากับความคลาสสิก และกลิ่นอายในยุค 80 ได้อย่างลงตัว ทั้งยังคงเสน่ห์ของดีไซน์แบบฉบับที่เป็นสามเหลี่ยม Nigiri (Unique Balance) เสริมความเท่อีกระดับด้วยล้ออัลลอยสีดำ เฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี เกียร์ 5 สปีด โดยเปิดราคาแนะนำที่ 109,900 บาท และพิเศษสุด! เมื่อจองในงาน Motor Expo หรือสั่งจองออนไลน์ รับฟรีทันที! หมวกกันน็อกลายเชอร์รี่ ไว้ใส่เข้าเซตกัน บอกเลยว่าขับไปไหน ยังไงก็ต้องมีคนเหลียวหลังมอง พบกับโปรโมชั่นสุด Exclusive เฉพาะชาว CUB House เพียงจองรถที่ร่วมรายการ Monkey C125 และ CT125 รับฟรี! หมวกกันน็อก Retro Helmet Limited Edition มูลค่า 1,290 บาท* สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ที่จองในงานเเละออนไลน์เท่านั้น! เชิญพบกับความสดใส ซุกซน ร่วมสัมผัสความคลาสสิกระดับตำนาน ด้วยตัวเองได้แล้วที่งาน Motor Expo 2022 บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า (G01) อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคมนี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ CUB House Flagship Store ทั้ง 15 สาขาทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดใน Facebook : facebook.com/cubhousebyhonda อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha ลุยเต็มแม็กซ์ ส่งท้ายปีจัดเต็มโปรในงาน Motor Expo 2022 บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด สานต่อความนิยมเขย่าตลาดรถจักรยานยนต์ส่งท้ายปี จัดทัพใหญ่เข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39 Thailand International MOTOR EXPO 2022 เปิดตัว NEW YAMAHA XMAX CONNECTED … Follow the MAX นิยามใหม่ของพรีเมียมสปอร์ตสกู๊ตเตอร์ที่ครองใจทั่วโลก ตอกย้ำความแรงด้วยยอดจำหน่ายสูงสุดตลาดพรีเมียมสปอร์ตออโตเมติกคลาส 300 ในประเทศไทย พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นแบบสุดแม็กซ์ภายในบูธ Express The Unlimited Ride (เอ็กซ์เพลส ดิ อันลิมิเต็ด ไรด์) G03 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี” นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39 ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสอันดีที่ยามาฮ่าได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์จากตระกูล MAX Series ที่ครองใจชาวไทยมาอย่างยาวนาน และสร้างยอดขายได้เป็นอันดับ 1 ของโลกมาแล้ว และครั้งนี้ยามาฮ่ามีความภูมิใจในที่จะแนะนำ NEW YAMAHA XMAX Connected … Follow the MAX นิยามใหม่ของพรีเมียมสปอร์ตสกู๊ตเตอร์ ด้วยดีไซน์สปอร์ตใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดท้าย พร้อมด้วยเทคโนโลยี Y-Connect และ Dual Displays เชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างผู้ใช้กับรถได้ทุกเส้นทาง พร้อมกันนี้ ยามาฮ่ายังได้นำทัพรถจักรยานยนต์ทุกรุ่น ทุกซีรีส์ มาร่วมเติมเต็มบรรยากาศ พร้อมด้วยโปรโมชั่นแบบสุดแม็กซ์ภายในบูธ Express The Unlimited Ride (เอ็กซ์เพรส ดิ อันลิมิเต็ด ไรด์) G03 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี” ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จัดเต็มโปรโมชั่นสุดแม็กซ์สร้างโอกาสให้ทุกท่านได้เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าได้ง่ายยิ่งขึ้น เพียงแค่สแกน QR CODE ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลของรถจักรยานยนต์รุ่นต่าง ๆ เหมือนมาสัมผัสด้วยตัวเอง รวมถึง Highlight ที่ไม่ควรพลาด!! โปรโมชั่นจัดเต็มสุดแม็กซ์ ฉลองเปิดตัว NEW YAMAHA XMAX Connected จองสิทธิ์ทางออนไลน์ซื้อชุดแต่ง XMAX Sport High Tech Set ในราคาสุดพิเศษเพียง 18,156 บาท พร้อมจัดไฟแนนซ์รวมไปกับรถจักรยานยนต์ NEW YAMAHA XMAX Connected จำนวนจำกัดเพียง 120 ชุดเท่านั้น ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 * เปิดให้จองทางออนไลน์ FB Yamaha Society Thailand เวลา 09.59 น. ของทุกวัน จำกัดวันละ 10 ชุด เท่านั้น เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันรุ่นอื่น ๆ ดังนี้ ซื้อ YAMAHA MT-15 รับ Gift Voucher มูลค่า 15,000 บาท ซื้อ YAMAHA WR155R รับ Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท ซื้อ All New YAMAHA R15 Connected หรือ All New YAMAHA R15M Connected-ABS รับ Gift Voucher มูลค่า 8,000 บาท ซื้อ YAMAHA XSR155 รับ Gift Voucher มูลค่า 8,000 บาท

ตัดแต้มใบขับขี่ เริ่ม 9 มกราคม 66 แต้มหมดอดขับ 90 วัน วันที่ 1 ธันวาคม 2565 พลตำรวจดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกรมขนส่งทางบก บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ธนาคารกรุงไทย ร่วมกันพัฒนาแอป ‘KHUB DEE’ เพื่อเป็นระบบฐานข้อมูลบันทึกคะแนนความประพฤติของผู้ขับขี่ และเป็นช่องทางในการชำระค่าปรับในระบบบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยจะเริ่ม ตัดแต้มใบขับขี่ วันที่ 9 มกราคม 2566 เป็นมาตรการเสริมในการสร้างวินัยการขับขี่เพิ่มเติมจากการออกใบสั่งเพื่อบังคับใช้ตามกฎหมายปกติ ทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ โดยผู้ขับขี่มีทั้งหมด 12 คะแนน เมื่อทำผิดกฎจราจรหรือไม่ชำระค่าปรับ จะถูกตัดคะแนนความประพฤติ ตามเกณฑ์ดังนี้ 1. หลักที่เป็นปัจจัยในการเกิดเหตุจำนวน 20 ทำความผิดเมื่อทำผิดทั้งที่ความผิดแบ่งเป็นสี่ระดับได้แก่ -ตัด 1 คะแนน เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ -ตัด 2 คะแนน คือ ฝ่าไฟแดง ขับย้อนศร ขับรถขณะถูกเพิกถอนใบขับขี่ -ตัด 3 คะแนน เช่น ขับรถชนแล้วหนี -ตัด 4 คะแนน คือ เมาแล้วขับ ขับรถในขณะเสพยาเสพติด, แข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.กลุ่มความผิดอื่น ๆ ตามฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก จำนวน 42 ฐานความผิด เช่น จอดในที่ห้ามจอด ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ขณะขับรถ โดยจะถูกตัดคะแนนเมื่อไม่ขำระค่าปรับในเวลาที่กำหนด หากผู้ขับขี่ถูกตัดจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ 90 วัน หากฝ่าฝืนขับขี่ขณะถูกสั่งพักจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากถูกสั่งพักใบอนุญาตขับขี่เป็นครั้งที่ 3 ภายใน 3 ปี อาจถูกสั่งพักมากกว่า 90 วัน และหากถูกสั่งพักเป็นครั้งที่ 4 อาจถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทุกประเภท ส่วนการคืนคะแนนมี 2 รูปแบบ คือ เมื่อครบหนึ่งปีจะได้คืนอัตโนมัติ กับเมื่อเหลือน้อยกว่า 6 คะแนน หรือเหลือ 0 คะแนน แล้วผ่านการอบรมกับกรมการขนส่งทางบกที่จัดปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบคะแนนหรือชำระค่าปรับผ่านเว็บไซต์ E-Ticket PTM, แอปพลิเคชั่น KHUB DEE หรือแอปพลิเคชั่นเป๋าตังค์ได้ ขอบคุณภาพ ตัดแต้มใบขับขี่ เริ่ม 9 มกราคม จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CBR650R 2023 ปรับสีสันและกราฟิกใหม่ดุดันยิ่งขึ้น ล่าสุดในงาน Motor Expo 2022 ที่อิมแพ็กต์ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ไทยฮอนด้าก็ได้ทำการเปิดตัวเปิดราคาของเจ้า New Honda CBR650R 2023 สปอร์ตไบค์ฟูลแฟริ่ง 4 สูบเรียง ที่สะท้อนจิตวิญญาณรถสปอร์ตจากสนามแข่ง ที่ครั้งนี้ปรับสีนสันและกราฟิกใหม่ ขับเน้นความดุดันยิ่งขึ้นด้วยเส้นสายของสีดำที่ตัดเข้ากับตัวรถอย่างลงตัว มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีแดง GRAND PRIX RED และสีดำ MAT GUNPOWDER BLACK METALLIC ราคาแนะนำ 324,300 บาท โดยรายละเอียดต่าง ๆ ยังคงเดิม โดยมีเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงขนาด 649 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีถังน้ำมันขนาด 15.4 ลิตร พร้อมกันยังมีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ช่วยให้มือคลัตช์เบาและลดอาการท้ายสไลด์เวลาเชนเกียร์ลงอย่างรวดเร็วก่อนเข้าโค้ง ระบบกันสะเทือนจาก Showa ด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับแบบ SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. ขณะที่ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวสามารถปรับพรีโหลดได้ ส่วนระบบเบรกเอาอยู่ด้วยดิสก์เบรกหน้าคู่คาลิเปอร์เบรก Nissin 4 ลูกสูบ และดิสก์หลังเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS และระบบไฟเตือนฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน ESS ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยและยางขนาด 120/70 ZR17 M/C (58W) และ 180/55 ZR17 M/C (73W) หน้าหลังตามลำดับ ส่วนฟีเจอร์เด่น ๆ ก็เช่น ระบบ HSTC หรือแทร็คชันคอนโทรลช่วยเพิ่มความปลอดภัย ช่องจ่ายไฟแบบ USB ใต้เบาะใช้ชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ ระบบไฟ LED เต็มระบบ เป็นต้น นอกจากนี้ฮอนด้ายังได้ยกทัพบิ๊กไบค์ทุกรุ่นมาให้ทุกคนได้ลองสัมผัส พร้อมข้อเสนอพิเศษสุดกับแคมเปญ “Honda BigBike BUY NOW… XCITE NOW” ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 2,948 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุดเริ่มต้น 3.29% ต่อปี และ Gift Voucher มูลค่าสูงสุดถึง 200,000 บาท ฟรีทะเบียน และ พรบ. ทุกคัน สามารถพบกับฮอนด้าบิ๊กไบค์ในงาน Motor Expo 2022 ได้ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า (G01) อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคมนี้ ติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นสุดพิเศษของรถรุ่นต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ Honda BigBike : fb.com/HondaBigBikeTH CUB House : fb.com/cubhousebyhonda อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki ขนโมเดลใหม่ พร้อมโปรเด็ด โชว์ในงาน Motor Expo 2022 บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำสถิติยอดขายรถพุ่งไม่หยุด ภายหลังจากที่เริ่มทยอยส่งโมเดลใหม่ลงทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง Ninja ZX-25R, รถดูอัลเพอร์โพสในซี่รี่ย์ KLX230 ที่มีรุ่นย่อย 4 รุ่น และรถจักรยานยนต์สปอร์ตขายดีอย่าง Ninja 400 SE กับลวดลายเรซซิ่งทีมใหม่ของปี 2023 รวมถึง Z400 SE สีใหม่ล่าสุด ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ Kawasaki ขนโมเดลใหม่ พร้อมจัดโปรโมชันพิเศษกระตุ้นกำลังซื้อเพิ่มเติมในช่วงเวลาสุดพิเศษภายในงาน MOTOR EXPO 2022 นี้ทั้ง ฟรีประกันภัยชั้น 1, Gift voucher, ฟรีทะเบียน/พรบ. และเมื่อจองรถจักรยานยนต์และทำแบบสอบถามภายในงาน รับฟรี Kawasaki USB Bag มูลค่า 699 บาท ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 คุณกฤษณะ ภาคีแพทย์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย กล่าวว่า “จากปริมาณยอดขายที่เติบโตขึ้นเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่ออุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่เริ่มกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง แม้ว่าจะยังคงมีปัจจัยต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบอยู่บ้างก็ตาม คาวาซากิยังเชื่อว่าความต้องการซื้อของลูกค้าในประเทศไทยนั้นยังคงมีอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเป็นคันแรก ซื้อเพื่อทดแทนคันเก่า หรือซื้อเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น คาวาซากิจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยใส่เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการจัดโปรโมชั่นที่ดึงดูดความสนใจ ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จและได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดียิ่งครับ” คาวาซากิได้จัดแสดงรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่น ภายในงาน MOTOR EXPO 2022 โดยผู้สนใจสามารถสอบถามข้อเสนอที่คุ้มค่าที่บูธรถจักรยานยนต์คาวาซากิ หรือที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ นอกเหนือจากรถจักรยานยนต์แล้ว ทางคาวาซากิยังมีผลิตภัณฑ์เพื่อกีฬาทางน้ำ นั่นคือ JetSki ซึ่งคาวาซากิได้นำเจ๊ตสกีรุ่นใหม่ล่าสุดรุ่น ULTRA310LX และ ULTRA310LX-S มาจัดแสดงและยังเปิดรับจองภายในงานนี้อีกด้วย ที่บูธ Join Boat E02 โดยผู้แทนจำหน่าย MF Marine สามารถดูรายละเอียดโปรโมชัน รุ่นต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่: www.kawasaki.co.th/promotion อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Lambretta G350 เปิดตัวพร้อมราคาแนะนำที่ 215,000 บาท ในงาน Motor Expo Lambretta G350 เปิดตัวพร้อมราคาแนะนำที่ 215,000 บาท ในงาน Motor Expo ล่าสุดในงาน Motor Expo 2022 ทางแลมเบรตต้า ประเทศไทยก็ได้ทำการ เปิดตัว G350 ให้ได้ลองสัมผัสและจับจองพร้อมโปรโมชันพิเศษในงาน สำหรับ G350 นั้นถือเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซของทางค่ายที่มาในสไตล์สุดคลาสสิกแบบฉบับของทางค่าย โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มาจากสกู๊ตเตอร์รุ่นแรก ๆ ของทางค่าย เส้นสายตัวรถดูเรียบหรูแบบมินิมัล แอบล้ำสมัยด้วยระบบไฟ LED ทั้งคัน หน้าจอเรือนไมล์สี TFT ที่แสดงผลได้แบบครบถ้วน และรายละเอียดดีเทลตามแบบฉบับของแลมเบรตต้าครบถ้วน ตัวรถมาพร้อมขุมพลังสูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ขนาดใหญ่ถึง 330.1 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 9.5 ลิตร ด้วยระบบหัวฉีด ซึ่งเคลมแรงม้ามากถึง 27.46 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 27 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ ช่วงล่างโดดเด่นมีสไตล์ด้วย โช้คหน้าแบบดับเบิ้ลอาร์มลิงก์ โช้คหลังคู่ปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกขนาด 240 ม.ม. ทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS แบบ Dual Channel มีล้ออัลลอยขนาด 12 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมยางจาก Pirelli รุ่น Angel Scooter ขนาด 120/70-12″ และ 130/70-12″ หน้าหลังตามลำดับ โดยจะมีจำหน่ายทั้งหมด 3 เฉดสี คือ สีแดงเบาะแดง สีดำเบาะส้ม และสีขาวเบาะส้ม พร้อมเปิดราคาแนะนำที่ 215,000 บาท ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและจองผ่านช่องทางออนไลน์ https://lambretta.co.th . หรือ สามารถมาสัมผัสตัวจริงด้วยตัวเองที่ บูธ LAMBRETTA รหัส G12 ภายในงาน Motor Expo 2022 ที่จัดขึ้น ณ อิมแพคชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 12 ธ.ค.65 นี้ https://www.facebook.com/lambretta.th อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki GSX-8S เน็กเก็ดตัวแรงคันล่าสุดจากค่ายคนเดือด ก็เปิดตัวไปแล้วกันที่ Eicma สำหรับเจ้า Suzuki GSX-8S เน็กเก็ดตัวแรงพิกัดกลางใหม่ที่นับวันจะมีขนาดความจุเพิ่มมากขึ้นทุกที สำหรับคันนี้ทางค่ายก็ระบุมาว่ามันเกิดมาเพื่อสร้างความเร้าใจด้วยสมรรถนะ เทคโนโลยีและสไตล์ที่โดดเด่นซึ่งทางค่ายทุ่มเทอย่างหนักให้ได้มา โดยมันจะมีเครื่องยนต์ใหม่ แชสซีใหม่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ ๆ รวมไปถึงดีไซน์ที่ดุดัน เพื่อยกระดับเน็กเก็ดไบค์ระดับกลาง ตัวรถนั้นเน้นดีไซน์แบบมินิมัล ด้านหน้าเด่นด้วยไฟ LED ทรง 6 เหลี่ยมซ้อนกัน 2 ชั้น พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ ดูเฉียบคม ปราดเปรียวและดุดัน ด้านข้างมีแฟริ่งคลุมเครื่องอยู่บางส่วน ให้ได้เหลี่ยมมุมที่ดูล้ำ ๆ หน่อย และเสริมด้วยล้อและเฟรมสีฟ้าสว่างสดใส ปิดท้ายด้วยกราฟิกที่สดใหม่ให้ภาพลักษณ์ร่วมสมัย ในส่วนของเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องบล็อกใหม่แบบ 2 สูบเรียง 776 ซีซี 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ จากโรงงานฮามามัตซึ ที่มุ่งเน้นในเรื่องสมรรถนะที่เหมาะสมกับเน็กเก็ดไบค์ เลือกใช้เพลาข้อเหวี่ยงแบบ 270 องศาเพื่อให้ได้ทอร์คที่หนักแน่น โดยเคลมแรงบิดมาสูงถึง 78 นิวตันเมตรที่ 6,800 รอบ ขณะที่แรงม้าสูงสุดจะอยู่ที่ 82.9 แรงม้าที่ 8,500 รอบ ทางค่ายยังได้แอบใส่เทคโนโลยีใหม่อย่าง Suzuki Cross Balancer ที่ออกแบบมาช่วยลดการสั่นสะเทือนที่ไม่ต้องการออกไป และยังช่วยให้รถมีขนาดเครื่องยนต์ที่กะทัดรัด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับรถได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการดีไซน์ปลายท่อแบบสั้นเสียใหม่ อยู่ทางด้านขวาของเครื่องยนต์และเชิดขึ้นเล็กน้อย ยิ่งทำให้รถดูกะทัดรัดและรู้สึกคล่องตัว ในส่วนของแชสซีตัวรถยังคงออกแบบมาเพื่อให้ขับขี่ได้สบาย มีแฮนด์บาร์กว้างแบบสอบปลายทำจากอลูมิเนียม ช่วยให้ขับขี่ได้ลื่นไหลสไตล์สปอร์ต และยังช่วยผ่อนแรงเวลาเข้าโค้งหรือบังคับเลี้ยวได้มาก ทั้งยังขับขี่มั่นใจได้ด้วยโช้คหน้าแบบหัวกลับและโช้คหลังจาก KYB ที่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียมใหม่ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อให้ตัวรถขับขี่ได้คล่องตัว นิ่งและนุ่ม ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 310 ม.ม. และดิสก์เบรกหลังเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. ปิดท้ายด้วยเรื่องระบบอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี สิ่งแรกเลยที่ดูเหมือนจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของรถสมัยนี้ไปแล้วเลยก็คือหน้าจอสี TFT โดยโมเดลนี้จะมีขนาด 5 นิ้ว ที่แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ ได้ครบครัน ตัวรถมีโหมดแทร็กชันคอนโทรล 3 โหมดและเปิดปิดได้ เอ็นจิ้นแม็ป 3 โหมด คันเร่งไฟฟ้า ระบบอีซี่สตาร์ท ระบบช่วยป้องกันเครื่องดับเวลารถเดินเบา สลิปเปอร์คลัตช์ และควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง สุดท้ายนี้ตัวรถจะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงิน สีขาวและสีดำด้าน งานนี้ใครชื่นชอบเน็กเก็ดไบค์ระดับกลางจากค่ายซูซูกิค่ายนี้คงต้องรอกันนานหน่อยนะครับ แฟน ๆ ชาวไทยค่ายนี้น่าจะพอเข้าใจกัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha YZR 500 ของ Kenny Roberts Jr. ถูกประมูลไปกว่า 11 ล้าน เรียกว่าเป็นคันเดียวในโลกที่ยังอยู่ในท้องตลาดก็ว่าได้ หากไม่นับคันที่จอดแสดงโชว์ในพิพิธภัณฑ์ของทางยามาฮ่าที่เมืองอิวาตะ สำหรับเจ้า Yamaha YZR 500 OWJ1 ของ Kenny Roberts Jr. (อดีตแชมป์โลกชาวอเมริกา) ในปี 1996 ซึ่งเป็นเวลา 1 ปีก่อนที่พ่อของเขาก่อตั้งทีมขึ้นมาเพื่อไล่ล่าแชมป์โลก กระทั่งเขาสามารถคว้าแชมป์โลกได้ในปี 2000 แต่เป็นกับรถ Suzuki RGV 500 กับทีมอื่นอีกด้วย อย่างไรก็ตามรถแข่งของเขายังเป็นสมบัติของเขาอยู่หลายปี กระทั่งเขาตัดสินใจที่จะขายมัน และหลังจากนั้นมันก็เปลี่ยนเจ้าของไปเรื่อย ๆ อีกหลายมือ กระทั่งตัวรถมาถึงที่อังกฤษและได้รับการซ่อมแซมขนานใหญ่ โดยจุดเด่นของเจ้าคันนี้คือมันมีขุมพลัง 4 สูบวี 499 ซีซีแบบ 2 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งทางยามาฮ่าเลยระบุไว้ว่ามันมีแรงม้ามากถึง 180 แรงม้า จัดเป็นอสูรร้ายตัวจริงในยุคนั้นเลย เพราะว่าตัวรถนั้นมีน้ำหนักเพียง 130 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งที่เบาได้ขนาดนั้นก็เพราะการใช้เฟรมแบบอลูมิเนียมและชิ้นส่วนแม็กนีเซียมในหลาย ๆ จุด ตลอดไปจนถึงชิ้นส่วนที่ทำขึ้นจากคาร์บอนไฟเบอร์ จึงทำให้มันกลายเป็นยอดรถจากค่ายญี่ปุ่นในเวลานั้นเลยล่ะครับ และในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาช่วงที่มีงาน Goodwood Festival of Speed เจ้าคันนี้ได้กลับคืนสู่มือของครอบครัวโรเบิร์ตอีกครั้ง พร้อมกับมีการขี่เจ้าคันนี้โชว์ในสนามโดยพ่อของเขาเอง และกระทั่ง Wayne Rainey และเมื่อจบงานรถคันนี้ก็กลับเข้าไปสู่ตลาดประมูลอีกครั้งกับทาง Iconic Motorbikes Auctions ใน Santa Monica ที่คาลิฟอร์เนีย ซึ่งต่อมาถูกประมูลไปได้โดยบุคคลนิรนาม โดยคิดเป็นเงินไทยกว่า 11.46 ล้านบาทเลยทีเดียวล่ะครับ ก็ถือว่าเป็นรถแข่งในยุค 2 จังหวะที่เรียกว่าเป็นโมเดลระดับตำนานโมเดลนึงของยามาฮ่าเลยก็ว่าได้ครับ งานนี้ไบเกอร์รุ่นใหญ่หลาย ๆ คนคงจะน้ำลายหกกันเป็นแน่ ใครที่เกิดทันยุคสองจังหวะจะรู้ว่า ยุคนั้นมันหอมหวนแค่ไหน อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก