สลับแบต = แบตเก่า? NIO Firefly EV สลับแบตไวใน 3นาที
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของค่าย NIO (นีโอ) ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่ได้รับฉายาว่า Tesla แห่งแดนมังกร ได้สร้างกระแสฮือฮาอีกครั้งหลังมีรายงานยืนยันว่า NIO Firefly EV รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดในรูปแบบแฮทช์แบ็ก 5 ประตู จะถูกส่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี 2569 ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มธนบุรี บลูสกาย
ดีไซน์และมิติตัวถัง: พรีเมียมคอมแพ็กต์ที่ล้ำสมัย
NIO Firefly ถูกออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มตลาด B-Segment Hatchback โดยมีขนาดตัวถังยาว 4,003 มม. กว้าง 1,781 มม. และฐานล้อ 2,615 มม. ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า Mini Cooper SE เล็กน้อย แต่ยังคงความคล่องตัวสูงด้วยวงเลี้ยวแคบเพียง 4.7 เมตร เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบวงแหวนสามชั้น (Triple-ring) และมือจับประตูแบบ Pop-up เรียบเนียนไปกับตัวรถ
สมรรถนะที่เหนือกว่ารถระดับเดียวกัน
แม้จะเป็นรถขนาดเล็ก แต่ NIO ไม่ลดละเรื่องสมรรถนะ โดยติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive) ให้พละกำลังสูงสุด 105 kW (141 แรงม้า) แรงบิด 200 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 8.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 150 กม./ชม. มาพร้อมช่วงล่างด้านหลังแบบ Multi-link ที่เซตมาอย่างมั่นใจระดับเดียวกับรถพรีเมียมฝั่งยุโรป
พลิกโฉมการชาร์จด้วยเทคโนโลยี Power Swap
หัวใจสำคัญที่จะทำให้ NIO Firefly ประสบความสำเร็จในไทยคือระบบ NIO Power Swap หรือการสลับแบตเตอรี่อัตโนมัติ ซึ่งรุ่นนี้รองรับการสลับแบตเตอรี่ก้อนใหม่ที่มีความจุ 42.1 kWh ภายในเวลาเพียง 3-5 นาทีเท่านั้น โดยกลุ่มธนบุรีมีแผนจะขยายสถานีสลับแบตเตอรี่ในเส้นทางหลักทั่วประเทศไทย เพื่อลบข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาการรอชาร์จไฟที่นานหลายชั่วโมง
ระบบตรวจสอบสุขภาพ 24 ชั่วโมง (Cloud-Based Monitoring)
ในทุกๆ ครั้งที่ NIO Firefly ขับเข้าสู่สถานีสลับแบตเตอรี่ (Power Swap Station) ระบบเซนเซอร์จะทำการตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ (State of Health – SOH) ทันทีตั้งแต่วินาทีที่ถอดออก แบตเตอรี่ทุกก้อนในระบบจะถูกเชื่อมต่อกับ NIO Power Cloud เพื่อติดตามพฤติกรรมการชาร์จ อุณหภูมิ และการเสื่อมสภาพของเซลล์
หากก้อนใดมีความจุลดลงเกินเกณฑ์มาตรฐาน (โดยทั่วไปคือต่ำกว่า 80%) หรือตรวจพบความผิดปกติเพียงเล็กน้อย ระบบจะทำการ “กักกัน” แบตเตอรี่ก้อนนั้นไม่ให้ถูกนำไปสลับให้กับผู้ใช้รายอื่น และส่งเข้าสู่กระบวนการซ่อมบำรุงหรือนำไปใช้เป็น Battery Storage สำหรับเก็บไฟในอาคารแทน
มาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว
NIO Firefly ถูกสร้างขึ้นด้วยโครงสร้างเหล็กกล้าความแข็งแกร่งสูง (High-strength steel) ถึง 83.4% และติดตั้งระบบความปลอดภัย ADAS มากกว่า 20 รายการ จนสามารถคว้ารางวัลมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP มาครองได้สำเร็จ มอบความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง
แผนการตลาดและราคาคาดการณ์ในไทย
จากการคาดการณ์ NIO Firefly ในไทยน่าจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ในช่วง 900,000 – 1,100,000 บาท (ขึ้นอยู่กับนโยบาย BaaS หรือเช่าใช้แบตเตอรี่) โดยจะเริ่มทำตลาดรุ่นพวงมาลัยขวาพร้อมกับประเทศสิงคโปร์ในช่วงต้นปี 2569 ซึ่งจะเป็นการเปิดประตูสู่แบรนด์ลูกอื่นๆ ในเครืออย่าง ONVO ต่อไปในอนาคต
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่






