SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า จักรยายนต์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อรถ

ปัญหาการจอดรถกีดขวางทางจราจร หรือการจอดรถหน้าบ้านคนอื่นจนเกิดเป็นคดีความทำร้ายร่างกายกัน กลายเป็นประเด็นที่สังคมไทยเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายเข้มงวดเหมือนในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ที่มีกฎหมาย “Shako Shomei” บังคับให้ผู้ซื้อรถต้องมีใบรับรองสถานที่จอดรถก่อนจึงจะจดทะเบียนได้ คำถามสำคัญคือ ไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อรถ จะสามารถนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแนวคิดที่ขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในปัจจุบัน

สถานะทางกฎหมายปัจจุบัน ซื้อรถในไทยต้องมีที่จอดหรือไม่?

ตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกและการจดทะเบียนรถยนต์ในปี 2568-2569 สำหรับ “บุคคลธรรมดา” ที่ต้องการซื้อรถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) ยังคงสามารถซื้อและจดทะเบียนได้ตามปกติโดยไม่ต้องแสดงหลักฐานที่จอดรถ รัฐบาลยังคงมองว่ารถยนต์เป็นทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ที่ประชาชนมีสิทธิครอบครองได้ตราบเท่าที่มีกำลังซื้อ

อย่างไรก็ตาม หากเป็นกลุ่ม “รถยนต์ส่วนบุคคลขนาดใหญ่” หรือรถเชิงพาณิชย์บางประเภท การจดทะเบียนในปัจจุบันเริ่มมีการกำหนดให้ต้องแสดงแผนผังที่จอดรถและได้รับคำรับรองจากเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการนำรถบรรทุกหรือรถขนาดใหญ่ไปจอดทิ้งไว้บนถนนสาธารณะ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดระเบียบที่เข้มงวดขึ้น

ความพยายามในการผลักดันกฎหมายสไตล์ญี่ปุ่นในไทย

แนวคิดการออกกฎหมาย ไม่มีที่จอดห้ามซื้อรถ เคยถูกนำเสนอเข้าสู่สภาหลายครั้งเพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ แต่ต้องเผชิญกับแรงต้านและข้อจำกัดหลายประการ:

  1. ระบบขนส่งมวลชนที่ไม่ครอบคลุม: ในประเทศญี่ปุ่น ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่มีรถเนื่องจากระบบรางเข้าถึงทุกพื้นที่ แต่ในไทย การลิดรอนสิทธิการซื้อรถในขณะที่ขนส่งสาธารณะยังไม่พร้อม ถูกมองเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน

  2. การพิสูจน์ที่จอดรถ: การตรวจสอบว่าที่จอดรถมีอยู่จริงและเหมาะสมหรือไม่ ต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก ซึ่งอาจกลายเป็นช่องว่างให้เกิดการทุจริตหรือการออกใบรับรองปลอม

  3. ความเหลื่อมล้ำทางสังคม: กฎหมายนี้อาจเอื้อประโยชน์ให้คนที่มีบ้านเดี่ยวหรือคอนโดมิเนียมราคาแพง แต่กระทบโดยตรงต่อผู้พักอาศัยในตึกแถวหรือชุมชนแออัด

ไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อรถ

กฎหมายที่บังคับใช้จริงเมื่อคุณจอดรถไร้ระเบียบ

แม้จะยังซื้อรถได้โดยไม่ต้องมีที่จอด แต่สิ่งที่เจ้าของรถต้องเผชิญในปี 2569 คือบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับแก้ไขล่าสุด) และประมวลกฎหมายอาญา:

  • การจอดรถกีดขวางการจราจร: มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท และเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจในการยกรถหรือล็อกล้อทันทีโดยผู้ต้องหาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการลากจูง

  • ความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ: ตามมาตรา 397 การจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่นจนเข้า-ออกไม่ได้ ถือเป็นการละเมิดสิทธิและสร้างความเดือดร้อน มีโทษปรับสูงสุดถึง 5,000 บาท

  • กฎระเบียบหมู่บ้านจัดสรร: ปัจจุบันศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษารับรองอำนาจของนิติบุคคลหมู่บ้านในการออกระเบียบห้ามจอดรถบนถนนส่วนกลาง และสามารถเรียกเก็บค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมได้หากสมาชิกฝ่าฝืน

ไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อรถ

สรุปความเป็นไปได้ในอนาคต

บทสรุปของข้อพิพากษ์ที่ว่า ไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อรถ ยังคงห่างไกลจากความเป็นจริงในแง่ของกฎหมายบังคับก่อนซื้อ แต่ในเชิงพฤตินัย “ที่จอดรถ” กำลังกลายเป็นต้นทุนแฝงที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าที่จอดรถรายเดือน หรือค่าปรับจราจรที่เข้มงวดขึ้น

สิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการแทนการห้ามซื้อ คือการ “จำกัดสิทธิการใช้” เช่น การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าเขตเมืองหนาแน่น (Congestion Charge) และการบังคับใช้กฎหมายห้ามจอดในทางสาธารณะอย่างเด็ดขาด ซึ่งหากบังคับใช้ได้อย่างจริงจัง ประชาชนจะเกิดความตระหนักเองว่า “ถ้าไม่มีที่จอด ก็ไม่ควรซื้อรถ” โดยไม่ต้องรอให้มีกฎหมายมาห้ามโดยตรง แต่สุดท้ายนี้ หากเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันก็ควรแบ่งปันพื้นที่สาธารณะกัน เพราะพื้นที่หน้าบ้านไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

ไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อรถ ดราม่าเพื่อนบ้านที่ไม่มีใครยอมใคร

ไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อรถ

ปัญหาการจอดรถกีดขวางทางจราจร หรือการจอดรถหน้าบ้านคนอื่นจนเกิดเป็นคดีความทำร้ายร่างกายกัน กลายเป็นประเด็นที่สังคมไทยเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายเข้มงวดเหมือนในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ที่มีกฎหมาย “Shako Shomei” บังคับให้ผู้ซื้อรถต้องมีใบรับรองสถานที่จอดรถก่อนจึงจะจดทะเบียนได้ คำถามสำคัญคือ ไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อรถ จะสามารถนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแนวคิดที่ขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในปัจจุบัน

สถานะทางกฎหมายปัจจุบัน ซื้อรถในไทยต้องมีที่จอดหรือไม่?

ตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกและการจดทะเบียนรถยนต์ในปี 2568-2569 สำหรับ “บุคคลธรรมดา” ที่ต้องการซื้อรถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) ยังคงสามารถซื้อและจดทะเบียนได้ตามปกติโดยไม่ต้องแสดงหลักฐานที่จอดรถ รัฐบาลยังคงมองว่ารถยนต์เป็นทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ที่ประชาชนมีสิทธิครอบครองได้ตราบเท่าที่มีกำลังซื้อ

อย่างไรก็ตาม หากเป็นกลุ่ม “รถยนต์ส่วนบุคคลขนาดใหญ่” หรือรถเชิงพาณิชย์บางประเภท การจดทะเบียนในปัจจุบันเริ่มมีการกำหนดให้ต้องแสดงแผนผังที่จอดรถและได้รับคำรับรองจากเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการนำรถบรรทุกหรือรถขนาดใหญ่ไปจอดทิ้งไว้บนถนนสาธารณะ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดระเบียบที่เข้มงวดขึ้น

ความพยายามในการผลักดันกฎหมายสไตล์ญี่ปุ่นในไทย

แนวคิดการออกกฎหมาย ไม่มีที่จอดห้ามซื้อรถ เคยถูกนำเสนอเข้าสู่สภาหลายครั้งเพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ แต่ต้องเผชิญกับแรงต้านและข้อจำกัดหลายประการ:

  1. ระบบขนส่งมวลชนที่ไม่ครอบคลุม: ในประเทศญี่ปุ่น ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่มีรถเนื่องจากระบบรางเข้าถึงทุกพื้นที่ แต่ในไทย การลิดรอนสิทธิการซื้อรถในขณะที่ขนส่งสาธารณะยังไม่พร้อม ถูกมองเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน

  2. การพิสูจน์ที่จอดรถ: การตรวจสอบว่าที่จอดรถมีอยู่จริงและเหมาะสมหรือไม่ ต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก ซึ่งอาจกลายเป็นช่องว่างให้เกิดการทุจริตหรือการออกใบรับรองปลอม

  3. ความเหลื่อมล้ำทางสังคม: กฎหมายนี้อาจเอื้อประโยชน์ให้คนที่มีบ้านเดี่ยวหรือคอนโดมิเนียมราคาแพง แต่กระทบโดยตรงต่อผู้พักอาศัยในตึกแถวหรือชุมชนแออัด

ไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อรถ

กฎหมายที่บังคับใช้จริงเมื่อคุณจอดรถไร้ระเบียบ

แม้จะยังซื้อรถได้โดยไม่ต้องมีที่จอด แต่สิ่งที่เจ้าของรถต้องเผชิญในปี 2569 คือบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับแก้ไขล่าสุด) และประมวลกฎหมายอาญา:

  • การจอดรถกีดขวางการจราจร: มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท และเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจในการยกรถหรือล็อกล้อทันทีโดยผู้ต้องหาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการลากจูง

  • ความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ: ตามมาตรา 397 การจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่นจนเข้า-ออกไม่ได้ ถือเป็นการละเมิดสิทธิและสร้างความเดือดร้อน มีโทษปรับสูงสุดถึง 5,000 บาท

  • กฎระเบียบหมู่บ้านจัดสรร: ปัจจุบันศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษารับรองอำนาจของนิติบุคคลหมู่บ้านในการออกระเบียบห้ามจอดรถบนถนนส่วนกลาง และสามารถเรียกเก็บค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมได้หากสมาชิกฝ่าฝืน

ไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อรถ

สรุปความเป็นไปได้ในอนาคต

บทสรุปของข้อพิพากษ์ที่ว่า ไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อรถ ยังคงห่างไกลจากความเป็นจริงในแง่ของกฎหมายบังคับก่อนซื้อ แต่ในเชิงพฤตินัย “ที่จอดรถ” กำลังกลายเป็นต้นทุนแฝงที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าที่จอดรถรายเดือน หรือค่าปรับจราจรที่เข้มงวดขึ้น

สิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการแทนการห้ามซื้อ คือการ “จำกัดสิทธิการใช้” เช่น การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าเขตเมืองหนาแน่น (Congestion Charge) และการบังคับใช้กฎหมายห้ามจอดในทางสาธารณะอย่างเด็ดขาด ซึ่งหากบังคับใช้ได้อย่างจริงจัง ประชาชนจะเกิดความตระหนักเองว่า “ถ้าไม่มีที่จอด ก็ไม่ควรซื้อรถ” โดยไม่ต้องรอให้มีกฎหมายมาห้ามโดยตรง แต่สุดท้ายนี้ หากเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันก็ควรแบ่งปันพื้นที่สาธารณะกัน เพราะพื้นที่หน้าบ้านไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า