
DM-i 6.0 จาก BYD เตรียมเปิดตัวระบบปลั๊กอินไฮบริดเจนใหม่ ในปี 2026 คาดประหยัดน้ำมันทะลุ 50 กม./ลิตร และวิ่งได้ไกลขึ้น
วงการยานยนต์โลกกำลังจับตามองก้าวย่างครั้งสำคัญของ BYD (บีวายดี) อีกครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายกับระบบ DM-i 5.0 ที่สร้างสถิติประหยัดน้ำมันอย่างน่าเหลือเชื่อ ล่าสุดมีข้อมูลรั่วไหลจากแหล่งข่าวในประเทศจีนระบุว่า ยักษ์ใหญ่รายนี้ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังซุ่มพัฒนาและเตรียมขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ติดตั้งระบบ DM-i 6.0 เจเนอเรชันที่ 6 ซึ่งจะเป็นอาวุธลับชิ้นใหม่ในการถล่มคู่แข่งทั้งรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฮบริดค่ายญี่ปุ่น
หากย้อนกลับไปเพียงไม่นาน ระบบ DM-i 5.0 ของ BYD ได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่สูงถึง 46.06% ส่งผลให้รถยนต์อย่าง Qin L และ Haise 06 สามารถทำระยะทางวิ่งรวมได้เกิน 2,100 กิโลเมตร แต่สำหรับ ระบบขับขี่อัจฉริยะ และขุมพลังใหม่ของทางค่าย โดยข่าวลือระบุว่า BYD มีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานยิ่งกว่าเดิม โดยคาดว่าเครื่องยนต์สันดาปที่จะทำหน้าที่ปั่นไฟในระบบนี้จะมีความร้อนประสิทธิภาพสูงกว่า 48% ซึ่งเข้าใกล้ขีดจำกัดทางวิศวกรรมขึ้นไปทุกที
การยกระดับในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องความประหยัดน้ำมันที่อาจทำตัวเลขได้ดีกว่า 50 กิโลเมตรต่อลิตร (ในสภาวะทดสอบ) แต่ยังรวมถึงการปรับปรุงระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีความหนาแน่นของกำลังสูงขึ้น ทำให้การตอบสนองในช่วงความเร็วกลางถึงสูงทำได้นุ่มนวลและทรงพลังยิ่งขึ้น
รายงานจาก CarNewsChina ชี้ให้เห็นว่า BYD มีแผนที่จะนำระบบมาติดตั้งในรถยนต์หลากหลายรุ่นมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ยังมี “Range Anxiety” หรือความกังวลเรื่องจุดชาร์จไฟสำหรับรถไฟฟ้า 100% การขยายไลน์รถปลั๊กอินไฮบริดจะครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์นั่งขนาดเล็ก (Compact Car) ไปจนถึงรถกระบะและเอสยูวีขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้ BYD สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดในพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จยังไม่ทั่วถึงได้ดีกว่าคู่แข่ง
นอกจากนี้ การมาของระบบใหม่นี้ยังถูกมองว่าเป็นการแก้เกมกฎหมายไอเสียที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่มีการปรับฐานภาษีสรรพสามิตใหม่ในปี 2569 การที่รถสามารถปล่อยไอเสีย CO2 ได้ต่ำกว่าเดิมอย่างมาก จะทำให้รถของ BYD ยังคงความได้เปรียบด้านราคาจำหน่าย
นอกเหนือจากขุมพลังใต้ฝากระโปรงแล้ว มีการคาดการณ์ว่า BYD จะผนวกเทคโนโลยี Physical AI เข้ามาช่วยในการจัดการพลังงานของระบบโดย AI จะทำการวิเคราะห์สภาพการจราจร เส้นทาง และพฤติกรรมการขับขี่ผ่านข้อมูลคลาวด์ เพื่อวางแผนการสลับโหมดระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดแบบนาทีต่อนาที ซึ่งระบบอัจฉริยะนี้จะช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ดีกว่าระบบไฮบริดทั่วไป
ปัจจุบัน BYD ยังไม่ได้ออกมายืนยันกำหนดการเปิดตัวระบบ DM-i 6.0 อย่างเป็นทางการ แต่กระแสข่าวจากซัพพลายเชนระบุว่าเราอาจได้เห็นการเผยโฉมอย่างเร็วที่สุดในช่วงปลายปี 2568 หรือต้นปี 2569 ซึ่งหากสเปกเป็นไปตามข่าวลือจริง จะกลายเป็นฝันร้ายของค่ายรถยนต์กระแสหลักที่ยังตามหลังในเรื่องเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด
สำหรับประเทศไทยที่ BYD มียอดขายเป็นอันดับต้นๆ การมาถึงของเทคโนโลยีนี้จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ไฮเทค และตอบโจทย์ผู้ใช้รถชาวไทยที่ต้องการความประหยัดสูงสุดแต่ไม่อยากละทิ้งความสะดวกสบายในการเติมน้ำมัน บทสรุปของระบบจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องยนต์ใหม่ แต่คือการประกาศว่า “ยุคสมัยของรถยนต์สันดาปเพียวๆ กำลังจะสิ้นสุดลงอย่างถาวร”
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรถ BYDBYD ปล่อยทีเซอร์ Fang Cheng Bao Shark เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในจีน
ข่าวรถยนต์ผลวิจัยความภักดีแบรนด์รถยนต์ ปี 2026 คนไทยภักดีรถญี่ปุ่น 69% รถจีน 46%
ข่าวรถ NissanAll-New Nissan PIXO การกลับมาของซิตี้คาร์ในร่าง EV วิ่งไกล 259 กม. ชาร์จด่วน 28 นาที
ข่าวรถ Mercedes-Benzสเปกคันจริง Mercedes-Benz GLC EV รถไฟฟ้าประกอบไทย 421 แรงม้า
ข่าวรถ Toyotaภาพหลุด New Toyota Fortuner วิ่งทดสอบในไทย จริงหรือมั่ว?
ข่าวกฎหมายจราจรอุทาหรณ์สายซิ่ง! ศาลสั่งริบรถ 4 คันรวด แก๊ง TEENOSIE ซิ่งป่วนวิภาวดี โดนจำคุกพร้อมติดกำไล EM
ข่าวรถ GEELYGeely เปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จไว 2.25 MW ท้าชน BYD ชาร์จ 10-70% ใน 4.5 นาที
ข่าวรถ Bentleyเผยโฉม 2028 Bentley Torcal เอสยูวีไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของค่าย พกความแรง 876 แรงม้า