SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

พลิกโฉมการเดินทาง โรงแรมในปั๊ม OR จับมือ Centara ลุยที่พักหลักร้อย

การเดินทางข้ามจังหวัดของคนไทยกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อปั๊มน้ำมันที่เป็นเพียงจุดแวะพักเติมพลังงาน เติมเสบียง และเข้าห้องน้ำ กำลังจะถูกยกระดับให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนข้ามคืนอย่างเต็มรูปแบบ ข่าวใหญ่ที่สะเทือนทั้งวงการพลังงานและวงการอสังหาริมทรัพย์ในรอบสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นโปรเจกต์ โรงแรมในปั๊ม OR ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับบรรดานักเดินทางทั่วประเทศ

นี่คือการขยับตัวครั้งสำคัญของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ที่ประกาศเดินหน้าชนธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด ด้วยการจับมือกับยักษ์ใหญ่ด้านการบริการอย่างบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL (กลุ่มเซ็นทารา) ทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ว่างในสถานีบริการน้ำมันให้กลายเป็นห้องพักมาตรฐานระดับโรงแรมแบรนด์ดัง

การร่วมทุนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทดลองตลาด แต่เป็นการเอาจริงเอาจังด้วยมูลค่าการลงทุนรวมเฉียด 700 ล้านบาท เพื่อหวังชิงส่วนแบ่งการตลาดจากเจ้าถิ่นเดิมในกลุ่ม Budget Hotel และยังเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ของปั๊มน้ำมันให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ครบจบในที่เดียวอย่างแท้จริง

Superbikemag-โรงแรมในปั๊มOR
ภาพจำลอง โรงแรมในปั๊มOR

สรุปประเด็นหลักแบบเข้าใจง่าย

บทความนี้จะพาไปสืบค้นรายละเอียดของดีลประวัติศาสตร์ระหว่าง OR และ Centara ที่ร่วมกันปั้นธุรกิจ Budget Hotel ปตท. โดยครอบคลุมตั้งแต่เม็ดเงินการลงทุน จำนวนสาขานำร่อง รูปแบบและราคาห้องพัก รวมถึงวิเคราะห์ทิศทางการแข่งขันในสมรภูมิโรงแรมราคาประหยัด ว่าแบรนด์หน้าใหม่ที่พกอาวุธหนักมาเต็มพิกัด จะสามารถสู้กับเจ้าตลาดเดิมอย่าง Hop Inn หรือ B2 ได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังรวบรวมเสียงสะท้อนจากคนใช้ถนนจริงว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับโปรเจกต์ใหม่แกะกล่องนี้

การจับมือของสองยักษ์ใหญ่ ทุนหนา 700 ล้านบาท

โปรเจกต์นี้ขับเคลื่อนผ่านบริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้น 100% โดยได้เข้าไปตั้งบริษัทร่วมทุนกับ CENTEL ในสัดส่วนการถือหุ้น 49% ต่อ 51% เม็ดเงินลงทุนเริ่มต้นจากฝั่ง OR อยู่ที่ไม่เกิน 346 ล้านบาท ทำให้มูลค่ารวมของโปรเจกต์เมื่อรวมกับฝั่งเซ็นทาราแล้วสูงเฉียด 700 ล้านบาท การดึงเซ็นทาราเข้ามาร่วมทุน ถือเป็นกลยุทธ์ทางลัดที่ชาญฉลาดมาก เพราะปตท. มีทำเลทองริมถนนสายหลักและปริมาณทราฟฟิกมหาศาลอยู่ในมือ ในขณะที่เซ็นทารามีองค์ความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการโรงแรมระดับมืออาชีพอยู่แล้ว

เป้าหมาย 6 จังหวัดแรก กับราคาที่จับต้องได้

สำหรับรูปแบบของ โรงแรมราคาประหยัด ที่จะเกิดขึ้นใน PTT Station นั้น ข้อมูลล่าสุดระบุว่าในเฟสแรกจะนำร่องเปิดให้บริการใน 6 จังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญ แต่ละสาขาจะมีขนาดกำลังดีที่จำนวนห้องพักประมาณ 70-80 ห้อง โดยเคาะราคาขายเริ่มต้นเพียง 800-1,000 บาทต้นๆ ต่อคืน ซึ่งเป็นช่วงราคาที่สามารถแข่งขันได้โดยตรงกับตลาด Budget Hotel ชั้นนำในปัจจุบัน คาดการณ์ว่าสาขาแรกจะก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้เข้าไปเช็กอินนอนพักได้ภายในช่วงกลางปี 2570

กิน ดื่ม พัก ชาร์จ จบในระบบนิเวศเดียว

สิ่งที่ทำให้ ที่พัก PTT Station ดูน่ากลัวสำหรับคู่แข่ง คือระบบนิเวศการเดินทางที่แข็งแกร่ง ลองจินตนาการถึงนักเดินทางที่เหนื่อยล้าจากการขับรถ พวกเขาสามารถเลี้ยวเข้าปั๊มเดียวแล้วทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำมัน การเสียบปลั๊กชาร์จรถ EV ทิ้งไว้ข้ามคืน เดินไปซื้อของกินยามดึกในร้านสะดวกซื้อ นั่งทำงานจิบเครื่องดื่มในคาเฟ่อเมซอนตอนเช้า และเดินเข้าห้องพักที่สะอาดปลอดภัย

นอกจากเรื่องความสะดวกสบายแล้ว ยังมีเรื่องของระบบสะสมคะแนนข้ามแพลตฟอร์มที่เป็นไพ่ตายสำคัญ การจับมือกันครั้งนี้เปิดโอกาสให้เกิดการนำระบบสมาชิก Blueplus ของกลุ่มโออาร์ มาเชื่อมโยงการใช้งานและแลกสิทธิพิเศษร่วมกับ CentaraThe1 ของเครือเซ็นทารา ซึ่งหมายความว่าทุกยอดการใช้จ่ายในปั๊ม อาจนำมาแลกเป็นส่วนลดค่าห้องพักได้ในอนาคต สร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ชนิดที่คู่แข่งรายอื่นยากจะลอกเลียนแบบ

มุมมองภาพรวมตลาด

สมรภูมิโรงแรมราคาประหยัดในต่างจังหวัดของไทยดุเดือดมาพักใหญ่แล้ว ปัจจุบันมีผู้เล่นหลักอย่าง Hop Inn ที่ขยายสาขาทั่วเอเชียแปซิฟิก และ B2 ที่ยึดหัวหาดทั้งเมืองหลักและเมืองรอง การกระโดดเข้ามาของ OR และ Centara จะทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงและยกระดับมาตรฐานวงการขึ้นไปอีกขั้น โดยเฉพาะบนทำเลถนนสายหลัก (Highway) ที่ปั๊มน้ำมันมีความได้เปรียบด้านขนาดพื้นที่และที่จอดรถมากกว่าโรงแรมสแตนด์อโลนทั่วไปที่มักตั้งอยู่ในซอยแคบๆ

ในระยะยาว เทรนด์การพักผ่อนระหว่างทางจะเติบโตขึ้นตามการขยายตัวของโครงข่ายถนนและพฤติกรรมการขับรถท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเมื่อมีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้ามาเป็นปัจจัยเสริม การต้องจอดแวะพักชาร์จไฟเป็นเวลานาน ทำให้ธุรกิจที่พักและบริการในจุดแวะพักมีความจำเป็นมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น การขยายตัวของโรงแรมในพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน ยังเป็นการสร้างงานในระดับท้องถิ่น และกระจายรายได้ออกสู่ชุมชนรอบข้างได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทำไม OR ถึงต้องลงทุนทำโรงแรมเอง ไม่ปล่อยเช่าพื้นที่ตามปกติ? การตั้งบริษัทร่วมทุนทำเอง ช่วยให้ OR สามารถควบคุมทิศทางการดำเนินธุรกิจ แบรนด์ดิ้ง และรักษามาตรฐานการบริการให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของปั๊มน้ำมันยุคใหม่ได้ดีกว่าการปล่อยให้เอกชนรายอื่นมาเช่าพื้นที่ขาด และยังสามารถสร้างกระแสเงินสดรวมถึงรายได้ระยะยาวที่มั่นคงกว่า

โรงแรมในปั๊มน้ำมันจะเสียงดังและอันตรายหรือไม่? นี่คือความท้าทายหลักที่เซ็นทาราต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหา การออกแบบอาคารจะต้องเน้นการใช้วัสดุเก็บเสียงคุณภาพสูง รวมถึงการจัดโซนนิ่ง (Zoning) ภายในปั๊มให้แยกส่วนพื้นที่พักอาศัยออกจากโซนเติมน้ำมันและถนนสายหลัก เพื่อสร้างความสงบและวางระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมที่สุดสำหรับแขกที่เข้าพัก

เริ่มก่อสร้างเมื่อไหร่และพร้อมเปิดให้บริการตอนไหน? ตามแผนงานเบื้องต้น เฟสแรกในพื้นที่ 6 จังหวัดเป้าหมายจะเริ่มดำเนินการศึกษาและก่อสร้างภายในปี 2569 นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการสาขาแรกได้อย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี 2570 เป็นต้นไป

จากประสบการณ์ผู้ใช้จริง / เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งาน

หลังจากมีข่าวการจับมือกันของทั้งสองค่ายยักษ์ใหญ่แพร่ออกไป เสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ใช้ถนนและนักเดินทางในโซเชียลมีเดียก็แตกออกเป็นหลายมุมมอง

ในฝั่งที่เห็นด้วยและเฝ้ารอ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเซลส์แมนต่างจังหวัดและคนที่ชอบขับรถเที่ยวทางไกล พวกเขามองว่านี่คือสวรรค์ของการเดินทาง เพราะปัญหาหลักของการพักโรงแรมราคาประหยัดในตัวเมืองคือเรื่อง “ที่จอดรถคับแคบ” และ “ไม่มีของกินรอบดึก” การมีที่พักอยู่ในปั๊มน้ำมันสามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องที่จอดรถกว้างขวาง พื้นที่สว่าง ปลอดภัย และมีร้านสะดวกซื้อเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนในฝั่งที่มีข้อกังวล มักตั้งคำถามถึงสภาพแวดล้อมและความเงียบสงบ เพราะปั๊มน้ำมันเป็นสถานที่ที่มีรถขนาดใหญ่เข้าออกตลอดเวลา เสียงเครื่องยนต์ เสียงท่อไอเสีย และเสียงคุยกันบริเวณลานจอดรถ อาจรบกวนการนอนหลับได้ รวมถึงความปลอดภัยหากต้องเดินออกมาซื้อของในยามวิกาล ประเด็นเหล่านี้คือการบ้านข้อใหญ่ที่ทางแบรนด์ต้องพิสูจน์ให้เห็นในวันเปิดตัวจริง

สรุป

การเดินหมากครั้งนี้ของกลุ่ม ปตท. ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับจุดแวะพักริมทางในประเทศไทย โรงแรมในปั๊ม OR ภายใต้การดูแลและมาตรฐานของเครือเซ็นทารา ไม่เพียงแต่จะสร้างทางเลือกที่คุ้มค่าและสะดวกสบายให้กับผู้สัญจรทั่วไป แต่ยังเป็นการประกาศศักดาอย่างชัดเจนว่า ปั๊มน้ำมันไม่ได้ขายแค่น้ำมันอีกต่อไป แต่กำลังขยับขยายไปสู่การขายประสบการณ์การเดินทางแบบครบวงจร

ใครที่ต้องขับรถเดินทางไกลบ่อยๆ เตรียมตัวแพลนทริปและจับตาดูการเปลี่ยนแปลงนี้กันไว้ได้เลย เพราะภายในปี 2570 เราจะได้เห็นโฉมหน้าของที่พักรูปแบบใหม่นี้แน่นอน และเพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวในแวดวงธุรกิจยานยนต์ เทรนด์รถใหม่ สถานีชาร์จไฟ และไลฟ์สไตล์การขับขี่ อย่าลืมติดตามอ่านข่าวสารและบทวิเคราะห์เจาะลึกที่อัปเดตก่อนใครได้ที่เว็บไซต์ Superbikemag แหล่งรวมเรื่องราวที่คนรักการขับรถต้องรู้

Source : ประชาชาติธุรกิจ, Marketing Oops!

SeedZaad

Photographer, Moto-Tech Geek🤓. Speed Freak, and Two wheels fanatics. I🏊‍♂️Ride🚵‍♂️Bikes🏃

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

โรงแรมในปั๊ม OR ทุ่ม 700 ล้านควง Centara ปั้นที่พักหลักร้อย

พลิกโฉมการเดินทาง โรงแรมในปั๊ม OR จับมือ Centara ลุยที่พักหลักร้อย

การเดินทางข้ามจังหวัดของคนไทยกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อปั๊มน้ำมันที่เป็นเพียงจุดแวะพักเติมพลังงาน เติมเสบียง และเข้าห้องน้ำ กำลังจะถูกยกระดับให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนข้ามคืนอย่างเต็มรูปแบบ ข่าวใหญ่ที่สะเทือนทั้งวงการพลังงานและวงการอสังหาริมทรัพย์ในรอบสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นโปรเจกต์ โรงแรมในปั๊ม OR ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับบรรดานักเดินทางทั่วประเทศ

นี่คือการขยับตัวครั้งสำคัญของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ที่ประกาศเดินหน้าชนธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด ด้วยการจับมือกับยักษ์ใหญ่ด้านการบริการอย่างบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL (กลุ่มเซ็นทารา) ทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ว่างในสถานีบริการน้ำมันให้กลายเป็นห้องพักมาตรฐานระดับโรงแรมแบรนด์ดัง

การร่วมทุนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทดลองตลาด แต่เป็นการเอาจริงเอาจังด้วยมูลค่าการลงทุนรวมเฉียด 700 ล้านบาท เพื่อหวังชิงส่วนแบ่งการตลาดจากเจ้าถิ่นเดิมในกลุ่ม Budget Hotel และยังเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ของปั๊มน้ำมันให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ครบจบในที่เดียวอย่างแท้จริง

Superbikemag-โรงแรมในปั๊มOR
ภาพจำลอง โรงแรมในปั๊มOR

สรุปประเด็นหลักแบบเข้าใจง่าย

บทความนี้จะพาไปสืบค้นรายละเอียดของดีลประวัติศาสตร์ระหว่าง OR และ Centara ที่ร่วมกันปั้นธุรกิจ Budget Hotel ปตท. โดยครอบคลุมตั้งแต่เม็ดเงินการลงทุน จำนวนสาขานำร่อง รูปแบบและราคาห้องพัก รวมถึงวิเคราะห์ทิศทางการแข่งขันในสมรภูมิโรงแรมราคาประหยัด ว่าแบรนด์หน้าใหม่ที่พกอาวุธหนักมาเต็มพิกัด จะสามารถสู้กับเจ้าตลาดเดิมอย่าง Hop Inn หรือ B2 ได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังรวบรวมเสียงสะท้อนจากคนใช้ถนนจริงว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับโปรเจกต์ใหม่แกะกล่องนี้

การจับมือของสองยักษ์ใหญ่ ทุนหนา 700 ล้านบาท

โปรเจกต์นี้ขับเคลื่อนผ่านบริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้น 100% โดยได้เข้าไปตั้งบริษัทร่วมทุนกับ CENTEL ในสัดส่วนการถือหุ้น 49% ต่อ 51% เม็ดเงินลงทุนเริ่มต้นจากฝั่ง OR อยู่ที่ไม่เกิน 346 ล้านบาท ทำให้มูลค่ารวมของโปรเจกต์เมื่อรวมกับฝั่งเซ็นทาราแล้วสูงเฉียด 700 ล้านบาท การดึงเซ็นทาราเข้ามาร่วมทุน ถือเป็นกลยุทธ์ทางลัดที่ชาญฉลาดมาก เพราะปตท. มีทำเลทองริมถนนสายหลักและปริมาณทราฟฟิกมหาศาลอยู่ในมือ ในขณะที่เซ็นทารามีองค์ความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการโรงแรมระดับมืออาชีพอยู่แล้ว

เป้าหมาย 6 จังหวัดแรก กับราคาที่จับต้องได้

สำหรับรูปแบบของ โรงแรมราคาประหยัด ที่จะเกิดขึ้นใน PTT Station นั้น ข้อมูลล่าสุดระบุว่าในเฟสแรกจะนำร่องเปิดให้บริการใน 6 จังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญ แต่ละสาขาจะมีขนาดกำลังดีที่จำนวนห้องพักประมาณ 70-80 ห้อง โดยเคาะราคาขายเริ่มต้นเพียง 800-1,000 บาทต้นๆ ต่อคืน ซึ่งเป็นช่วงราคาที่สามารถแข่งขันได้โดยตรงกับตลาด Budget Hotel ชั้นนำในปัจจุบัน คาดการณ์ว่าสาขาแรกจะก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้เข้าไปเช็กอินนอนพักได้ภายในช่วงกลางปี 2570

กิน ดื่ม พัก ชาร์จ จบในระบบนิเวศเดียว

สิ่งที่ทำให้ ที่พัก PTT Station ดูน่ากลัวสำหรับคู่แข่ง คือระบบนิเวศการเดินทางที่แข็งแกร่ง ลองจินตนาการถึงนักเดินทางที่เหนื่อยล้าจากการขับรถ พวกเขาสามารถเลี้ยวเข้าปั๊มเดียวแล้วทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำมัน การเสียบปลั๊กชาร์จรถ EV ทิ้งไว้ข้ามคืน เดินไปซื้อของกินยามดึกในร้านสะดวกซื้อ นั่งทำงานจิบเครื่องดื่มในคาเฟ่อเมซอนตอนเช้า และเดินเข้าห้องพักที่สะอาดปลอดภัย

นอกจากเรื่องความสะดวกสบายแล้ว ยังมีเรื่องของระบบสะสมคะแนนข้ามแพลตฟอร์มที่เป็นไพ่ตายสำคัญ การจับมือกันครั้งนี้เปิดโอกาสให้เกิดการนำระบบสมาชิก Blueplus ของกลุ่มโออาร์ มาเชื่อมโยงการใช้งานและแลกสิทธิพิเศษร่วมกับ CentaraThe1 ของเครือเซ็นทารา ซึ่งหมายความว่าทุกยอดการใช้จ่ายในปั๊ม อาจนำมาแลกเป็นส่วนลดค่าห้องพักได้ในอนาคต สร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ชนิดที่คู่แข่งรายอื่นยากจะลอกเลียนแบบ

มุมมองภาพรวมตลาด

สมรภูมิโรงแรมราคาประหยัดในต่างจังหวัดของไทยดุเดือดมาพักใหญ่แล้ว ปัจจุบันมีผู้เล่นหลักอย่าง Hop Inn ที่ขยายสาขาทั่วเอเชียแปซิฟิก และ B2 ที่ยึดหัวหาดทั้งเมืองหลักและเมืองรอง การกระโดดเข้ามาของ OR และ Centara จะทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงและยกระดับมาตรฐานวงการขึ้นไปอีกขั้น โดยเฉพาะบนทำเลถนนสายหลัก (Highway) ที่ปั๊มน้ำมันมีความได้เปรียบด้านขนาดพื้นที่และที่จอดรถมากกว่าโรงแรมสแตนด์อโลนทั่วไปที่มักตั้งอยู่ในซอยแคบๆ

ในระยะยาว เทรนด์การพักผ่อนระหว่างทางจะเติบโตขึ้นตามการขยายตัวของโครงข่ายถนนและพฤติกรรมการขับรถท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเมื่อมีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้ามาเป็นปัจจัยเสริม การต้องจอดแวะพักชาร์จไฟเป็นเวลานาน ทำให้ธุรกิจที่พักและบริการในจุดแวะพักมีความจำเป็นมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น การขยายตัวของโรงแรมในพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน ยังเป็นการสร้างงานในระดับท้องถิ่น และกระจายรายได้ออกสู่ชุมชนรอบข้างได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทำไม OR ถึงต้องลงทุนทำโรงแรมเอง ไม่ปล่อยเช่าพื้นที่ตามปกติ? การตั้งบริษัทร่วมทุนทำเอง ช่วยให้ OR สามารถควบคุมทิศทางการดำเนินธุรกิจ แบรนด์ดิ้ง และรักษามาตรฐานการบริการให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของปั๊มน้ำมันยุคใหม่ได้ดีกว่าการปล่อยให้เอกชนรายอื่นมาเช่าพื้นที่ขาด และยังสามารถสร้างกระแสเงินสดรวมถึงรายได้ระยะยาวที่มั่นคงกว่า

โรงแรมในปั๊มน้ำมันจะเสียงดังและอันตรายหรือไม่? นี่คือความท้าทายหลักที่เซ็นทาราต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหา การออกแบบอาคารจะต้องเน้นการใช้วัสดุเก็บเสียงคุณภาพสูง รวมถึงการจัดโซนนิ่ง (Zoning) ภายในปั๊มให้แยกส่วนพื้นที่พักอาศัยออกจากโซนเติมน้ำมันและถนนสายหลัก เพื่อสร้างความสงบและวางระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมที่สุดสำหรับแขกที่เข้าพัก

เริ่มก่อสร้างเมื่อไหร่และพร้อมเปิดให้บริการตอนไหน? ตามแผนงานเบื้องต้น เฟสแรกในพื้นที่ 6 จังหวัดเป้าหมายจะเริ่มดำเนินการศึกษาและก่อสร้างภายในปี 2569 นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการสาขาแรกได้อย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี 2570 เป็นต้นไป

จากประสบการณ์ผู้ใช้จริง / เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งาน

หลังจากมีข่าวการจับมือกันของทั้งสองค่ายยักษ์ใหญ่แพร่ออกไป เสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ใช้ถนนและนักเดินทางในโซเชียลมีเดียก็แตกออกเป็นหลายมุมมอง

ในฝั่งที่เห็นด้วยและเฝ้ารอ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเซลส์แมนต่างจังหวัดและคนที่ชอบขับรถเที่ยวทางไกล พวกเขามองว่านี่คือสวรรค์ของการเดินทาง เพราะปัญหาหลักของการพักโรงแรมราคาประหยัดในตัวเมืองคือเรื่อง “ที่จอดรถคับแคบ” และ “ไม่มีของกินรอบดึก” การมีที่พักอยู่ในปั๊มน้ำมันสามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องที่จอดรถกว้างขวาง พื้นที่สว่าง ปลอดภัย และมีร้านสะดวกซื้อเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนในฝั่งที่มีข้อกังวล มักตั้งคำถามถึงสภาพแวดล้อมและความเงียบสงบ เพราะปั๊มน้ำมันเป็นสถานที่ที่มีรถขนาดใหญ่เข้าออกตลอดเวลา เสียงเครื่องยนต์ เสียงท่อไอเสีย และเสียงคุยกันบริเวณลานจอดรถ อาจรบกวนการนอนหลับได้ รวมถึงความปลอดภัยหากต้องเดินออกมาซื้อของในยามวิกาล ประเด็นเหล่านี้คือการบ้านข้อใหญ่ที่ทางแบรนด์ต้องพิสูจน์ให้เห็นในวันเปิดตัวจริง

สรุป

การเดินหมากครั้งนี้ของกลุ่ม ปตท. ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับจุดแวะพักริมทางในประเทศไทย โรงแรมในปั๊ม OR ภายใต้การดูแลและมาตรฐานของเครือเซ็นทารา ไม่เพียงแต่จะสร้างทางเลือกที่คุ้มค่าและสะดวกสบายให้กับผู้สัญจรทั่วไป แต่ยังเป็นการประกาศศักดาอย่างชัดเจนว่า ปั๊มน้ำมันไม่ได้ขายแค่น้ำมันอีกต่อไป แต่กำลังขยับขยายไปสู่การขายประสบการณ์การเดินทางแบบครบวงจร

ใครที่ต้องขับรถเดินทางไกลบ่อยๆ เตรียมตัวแพลนทริปและจับตาดูการเปลี่ยนแปลงนี้กันไว้ได้เลย เพราะภายในปี 2570 เราจะได้เห็นโฉมหน้าของที่พักรูปแบบใหม่นี้แน่นอน และเพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวในแวดวงธุรกิจยานยนต์ เทรนด์รถใหม่ สถานีชาร์จไฟ และไลฟ์สไตล์การขับขี่ อย่าลืมติดตามอ่านข่าวสารและบทวิเคราะห์เจาะลึกที่อัปเดตก่อนใครได้ที่เว็บไซต์ Superbikemag แหล่งรวมเรื่องราวที่คนรักการขับรถต้องรู้

Source : ประชาชาติธุรกิจ, Marketing Oops!

SeedZaad

Photographer, Moto-Tech Geek🤓. Speed Freak, and Two wheels fanatics. I🏊‍♂️Ride🚵‍♂️Bikes🏃

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า