SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
ไอ โอกุระ เร็วทะลุรุ่นพี่ ‘ไม่ใช่ Rookie แล้วแหละ’

ไอ โอกุระ เร็วทะลุรุ่นพี่ ‘ไม่ใช่ Rookie แล้วแหละ’ ไอ โอกุระ นักบิดสัญชาติญี่ปุ่นจากทีม Trackhouse Racing ที่ได้รับโอกาสในการก้าวขึ้นมาแข่งขันในรายการสูงสุดอย่าง MotoGP ซึ่งการแข่งขันในนัดเปิดสนามของเจ้าตัวก็ถือว่าได้พื้นที่จากสื่อไม่น้อย เพราะเจ้าตัวสามารถขึ้นมาป่วนในกลุ่มหัวแถวได้อย่างน่าประทับใจ สามหนุ่มรุ๊คกี้ที่ขึ้นมาจากการแข่งขัน Moto2 ได้แก่ เฟอร์มิน อัลเดเกร์, สมเกียรติ จันทรา และไอ โอกุระ ทั้งสามคนก็ถูกสื่อ หรือผู้ที่ติดตามต่าง ๆ ถูกคาดการณ์กันนานานับประการว่าใครที่จะได้ตำแหน่ง ‘Rookie of the year 2025’ ไปครอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เอนเอียง และล้วนเทคะแนนไปทาง ‘นักบิดดาวรุ่งจากแดนกระทิงดุ’ อย่างเฟอร์มิน อัลเดเกร์ ที่ในฤดูกาล 2025 เขาจะได้ขึ้นมาแข่งขันภายใต้ต้นสังกัดทีม Gresini Racing ที่เป็นอดีตต้นสังกัดเก่าของ มาร์ก มาร์เกซ ในฤดูกาล 2024 ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับทีมโรงงาน Ducati อีกทั้งอัลเดเกร์จะยังได้ใช้ตัวแข่ง GP24 ในการลงแข่งในฤดูกาล 2025 ร่วมกับอเล็กซ์ มาร์เกซ ซึ่งเหตุผลทั้งสองข้อนี้ก็เป็นที่เพียงพอว่าทำไมดาวรุ่งแดนกระทิงดุรายนี้ถึงจะถูกคาดการณ์ว่าทำไมถึงมีโอกาสเข้าใกล้กับตำแหน่งนี้มากที่สุด รอบทดสอบบุรีรัมย์เวทีฉายแสงของโอกุระ แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปในช่วง Winter Test รอบสุดท้ายที่สนามบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไอ โอกุระก็แสดงให้เห็นว่าตัวเขานั้นสามารถปรับตัวเข้ากับตัวแข่ง RS-GP ได้อย่างดีด้วยการกดเวลาต่อบรอบดีสุดทั้ง 4 Practice เหนือเหล่ารุ๊คกี้ด้วยเวลาต่อรอบ 1:29.636 นาที ซึ่งเกิดขึ้นในการทดสอบรอบ FP3 ตารางเวลาการลงทดสอบในรอบ FP1 ไอ โอกุระ 1:30.453 นาที เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 1:30.948 นาที สมเกียรติ จันทรา 1:31.622 นาที   ตารางเวลาการลงทดสอบในรอบ FP2 เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 1:30.373 นาที ไอ โอกุระ 1:30.821 นาที สมเกียรติ จันทรา 1:31.208 นาที   ตารางเวลาการลงทดสอบในรอบ FP3 ไอ โอกุระ 1:29.636 นาที (ดีที่สุด) สมเกียรติ จันทรา 1:30.465 นาที เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 1:30.597 นาที   ตารางเวลาการลงทดสอบในรอบ FP4 ไอ โอกุระ 1:29.741 นาที เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 1:30.085 นาที สมเกียรติ จันทรา 1:30.764 นาที   จากตารางด้านบนที่เหล่าหน้าใหม่สามารถทำได้ในการแข่งขันรอบ Winter Test ก็ดูเหมือนว่านักบิดจากแดนซามูไรรายนี้ เมื่อจับคู่กับตัวแข่ง RS-GP จากค่าย Aprilia ก็ดูเป็นส่วนผสมที่เข้ากันอย่างไร้ข้อกังขา หลาย ๆ คน และหลาย ๆ สื่อเริ่มให้ความสนใจกับนักบิดรายนี้ว่าจะสามารถงัดฟอร์มเจ๋งของตัวเองในการแข่งขันจริงได้หรือไม่ ? ปล่อยของตั้งแต่เกมเปิดฤดูกาล หลังจากจบการซ้อมรอบทดสอบทีบุรีรัมย์เวลาก็ผ่านมาเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงการแข่งขันนัดแรกของฤดูกาล กับการแข่งขัน MotoGP 2025 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย เหล่าหน้าใหม่ก็พร้อมที่จะเดบิวท์ในสนามนี้ แต่แน่นอนว่าการลงแข่งขันที่ประเทศไทยในช่วงเดือนมีนาคมน่าจะไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเท่าไหร่สำหรับนักแข่ง แสงแดดสุดแสนจะร้อนระอุที่พร้อมจะเล่นงานเหล่านักแข่ง  แน่นอนว่าเรื่องนี้ไอ โอกุระก็ได้รับผลกระทบ แต่ก็น่าจะไปกับสภาพอากาศได้ดีกว่า เพราะพื้นเพของเจ้าตัวก็เป็นคนเอเชียเหมือนกัน จากผลงานในรอบทดสอบที่โดดเด่น และเหมือนว่าฟอร์มโหดของเจ้าตัวจะร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะการแข่งขันในรอบ Qualify ที่เป็นการแข่งขันเพื่อหาอันดับในการออกสตาร์ทในการแข่งขันรอบสปรินท์ เรซ และเมนเรซ นักบิดเจ้าของหมายเลข 79 ทะยานจบในอันดับที่ 5 ของตาราง ด้วยเวลาต่อรอบที่ 1:29.134 นาที เหนือทีมเมทของเจ้าตัวอย่างราอูล เฟอร์นันเดส ที่จบในอันดับที่ 8 และอันดับสูงกว่าเหล่าจอมเก๋าในการแข่งนี้ไม่ว่าจะเป็น เปโดร อคอสต้า, ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ และมาร์โก เบซเซคคี่ โดยการจบที่ติดอันดับ TOP5 ของตารางก็เหมือนเป็นการเรียกความมั่นใจให้กับตัวเขาเอง และทีม ทำให้ในการแข่งขันรอบบ่ายสามวันเสาร์

4 March 2025
Pirelli MotoGP 2027 ปิดดีลลับสนามบุรีรัมย์ กับสัญญาโมโตจีพี

Pirelli MotoGP ปิดดีลลับสนามบุรีรัมย์ กับสัญญาสปอนเซอร์โมโตจีพี ในบรรยากาศการแข่งขัน MotoGP ที่บุรีรัมย์ ก็ได้มีกลิ่นหอมของยาง Pirelli ลอยโชยอยู่ในรุ่น Moto3 และ Moto2 และกลิ่งยางอันนี้แหละ ได้พัดมาถึงรุ่น MotoGP เรียบร้อยแล้ว Pirelli MotoGP 2027 กำลังจะมา วงการ MotoGP เคยมี Michelin, Dunlop, Pirelli และ Bridgestone การพึ่งพาผู้ผลิตยางรายใดรายหนึ่งเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ใครกันที่สามารถรับประกันได้ว่าจะสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของ MotoGP ได้? แต่ละบริษัทต่างมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน Dunlop โฟกัสที่ CIV (CampionatoItaliano Velocità) Bridgestone เน้นไปที่รถยนต์และรายการแข่งในญี่ปุ่น รวมถึงความพยายามเข้าสู่ F1 ในปี 2028 สำหรับ Michelin นั้นมีปัญหาของตัวเองอยู่แล้ว ในขณะที่ Pirelli กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ใน Moto3 และ Moto2 ซึ่งเป็นระดับเริ่มต้นและระดับกลางของ MotoGP นั้น Pirelli ได้พัฒนาและทดสอบยางที่สามารถทำลายสถิติรอบสนามได้ในทุกการแข่งขันของปี 2024 และสัญญาว่าจะทำได้ดียิ่งขึ้น สิ่งนี้ตรงข้ามกับ Dunlop ซึ่งเสียสิทธิ์ในการเป็นซัพพลายเออร์ยางให้กับ Moto2 และ Moto3 ตั้งแต่สิ้นปี 2023 ใน SBK ก็เช่นกัน Pirelli เป็นผู้จัดหายางมาตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มแนวคิด “ผู้ผลิตยางรายเดียว” (spec tire supplier) แนวคิดนี้ถูกนำไปใช้ใน MotoGP และ Formula 1 เช่นกัน และเห็นได้ชัดว่ามันทำงานได้ดี Pirelli มีความสามารถในการจัดหายางให้กับหลายคลาสการแข่งขันภายในสุดสัปดาห์เดียวกัน และมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ยางขนาด 10 นิ้วสำหรับ Ohvale ไปจนถึงยางสำหรับ Moto3, Supersport 300, Supersport และ SBK รวมถึง Moto2 นั่นหมายถึงความครอบคลุมที่กว้างขวาง Pirelli ใน MotoGP: ปี 2027 จะเป็นการเปิดศักราชใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2026 ปี 2027 จะเป็นอีกปีที่สำคัญและเปลี่ยนแปลงวงการ นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงขนาดเครื่องยนต์และเทคโนโลยี MotoGP จะต้อนรับ Pirelli อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับการแข่งขันรถและตลาดยางรถยนต์มาตลอด ข้อตกลงร่วมกับ Michelin จะสิ้นสุดลง โดยจะมีการทดสอบยางใหม่สำหรับรถแข่ง 850cc ซึ่งจะไม่มีระบบลดความสูง (ride-height devices) และได้รับการออกแบบแอโรไดนามิกใหม่ การทดสอบเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญ เนื่องจากฤดูกาลถัดไปจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันรูปแบบใหม่ที่มีความท้าทายหลายด้าน Pirelli จะใช้ประสบการณ์จาก SBK และ Formula 1 ทั้งในแง่เทคนิคและการสื่อสาร Pirelli ยังคงรักษาความต่อเนื่องในวงการมอเตอร์สปอร์ตทุกระดับ ตั้งแต่ F1 ไปจนถึงแรลลี่ รวมถึงการแข่งขันรถวิบาก (Motocross) และความเร็วทางเรียบ (Road Racing) ผลิตภัณฑ์ของ Pirelli ครอบคลุมทุกคลาสและตลาดทั่วโลก โดยมีต้นทุนที่สมเหตุสมผล คำนึงถึงความยั่งยืน และรักษาคุณภาพในการผลิตปริมาณมาก การที่ Pirelli เข้ามาใน MotoGP อาจดึงดูดสปอนเซอร์รายใหม่ให้เข้าสู่วงการมากขึ้น ทำให้การแข่งขัน MotoGP มีสถานะที่ใกล้เคียงกับ Formula 1 มากขึ้น ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และความมั่งคั่งจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.motosprint.it/news/eventi/gp-tailandia/2025/03/01-7969376/pirelli_in_motogp_dal_2027_le_ragioni_di_una_scelta อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

3 March 2025
  • All Posts
  • MOTOGP
Honda RC213V 2024 มีสเปกยังไง ไปส่องกัน

Honda RC213V 2024 มีสเปกยังไง ไปส่องกัน ยังคงใช้รหัสเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง สำหรับตัวแข่งระดับตำนานอย่าง Honda RC213V แต่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวมาเมื่อปี 2012 ทีนี้มีสเปกอะไรยังไงน่าสนใจ เราจะพาไปส่องกันครับ บอดี้เวิร์ค บอดี้เวิร์คหรือว่าแฟริ่งของรถแข่งโมโตจีพีนั้นมีบทบาทสำคัญต่อสมรรถนะของตัวรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ที่มีการใช้วิงก์เล็ตเพิ่มมากขึ้น ชิ้นส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อแอโรไดนามิกเหล่านี้มีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งทางวิศวกรของ HRC เองก็พยายามที่จะรีดสมรรถนะของเจ้า RC213V คันนี้ออกมาให้สุดด้วยเจ้าพวกนี้นี่ล่ะ และในทุก ๆ ปีแฟริ่งและชิ้นส่วนเพื่อแอโรไดนามิกเหล่านี้ก็มีรการเปลี่ยนแปลงไปตลอด และบางชิ้นก็เปลี่ยนแปลงไปจนเห็นได้ชัดเจนเพียงแว่บแรกที่เห็น เครื่องยนต์เครื่องยนต์ 4 สูบวีขนาด 1000 ซีซีเครื่องนี้ได้มีการออกแบบมาให้รีดพละกำลังออกมาได้มากที่สุดกว่า 241.38 แรงม้า โดยที่ยังคงมีความทนทานมากพอที่จะแข่งขันได้ตลอดทั้งฤดูกาล หรือ 21 เรซ 21 สปรินท์ ในปี 2024 การพัฒนาสำหรับฤดูกาล 2024 ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องและมีการปรับปรุงในหลาย ๆ จุด เพื่อเพิ่มสมรรถนะโดยรวม เครื่องยนต์มีการพัฒนามากขึ้นในเรื่องของอัตราเร่งและท็อปสปีด ขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นไปในเรื่องของการลดน้ำหนัก แชสซี ปี 2024 นี้มีการเปลี่ยนแปลงแชสซีในหลากหลายวิธี เพื่อที่จะเพิ่มบาลานซ์ในการเข้าโค้งและความเสถียรให้ดีที่สุด โดยตั้งเป้าที่จะถ่ายทอดพละกำลังเครื่องยนต์ลงสู่ยางให้ได้มากที่สุด เฟรมอลูมิเนียมแบบทวินสปาร์มีน้ำหนักเบา ทว่าก็มีความแข็งและความแข็งแรงที่จำเป็นต่อการถ่ายทอดพละกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ต้องมีความยืดหยุ่นที่พอดีที่จะช่วยให้ยางยึดเกาะได้เต็มที่   ระบบกันสะเทือน ส่วนของระบบกันสะเทือนก็ยังคงเป็นทาง Ohlins ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งระบบกันสะเทือนมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อกันระหว่างล้อ แชสซีและผู้ขับขี่ มันมีหน้าที่ในการพยายามให้ยางรักษาหน้าสัมผัสกับพื้นและพยายามรักษากริปหรือการยึดเกาะไว้ให้ได้มากที่สุดตลอดทั้งเรซแทร็ก ดังนั้นทาง Repsol Honda Team จึงได้มีช่างเทคนิคจากทาง Ohlins มาดูแลนักแข่งทั้งสองคนของทีม ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อพยายามหาทางพัฒนาให้ดีขึ้นอยู่เสมอ ระบบเบรก จานเบรกคาร์บอนด้านหน้าจากทาง Brembo ซึ่งการันตีพลังในการหยุดรถอันน่าทึ่งและช่วยสร้างภาพลักษณ์ตอนที่นักแข่งกำลังจะเข้าโค้งด้วยล้อหน้าเดียงอย่างเดียวจากการที่พวกเขาเบรกกันเต็มลิมิต หากมีแทร็กเปียกนักแข่งบางคนอาจจะเปลี่ยนไปใช้จานเบรกธรรมดาแทนซึ่งจะสามารถทำงานที่อุณหภูมิต่ำได้ดีกว่า อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะในสภาพอากาศไหน ฝาครอบภายนอกและท่อสำหรับระบายความร้อนก็สามารถช่วยควบคุมอุณหภูมิของระบบเบรกให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมได้ ข้อมูลทางเทคนิค (Honda RC213V 2024 มีสเปกยังไง ไปส่องกัน เท่าที่เปิดเผย)    ความยาวโดยรวม (ม.ม.) 2052 ความกว้างโดยรวม (ม.ม.) 645 ความสูงโดยรวม (ม.ม.) 1110 ระยะฐานล้อ (ม.ม.) 1435 ระยะห่างจากตัวรถถึงพื้น (ม.ม.) 115 น้ำหนัก (กิโลกรัม) ตามเกณฑ์ของ FIM เครื่องยนต์ 4 สูบวี 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดความจุ 1000 ซีซี แรงม้า มากกว่า 241.38 แรงม้า ท็อปสปีด มากกว่า 358.884 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เฟรม อลูมิเนียมทวินสปาร์ ขนาดล้อหน้า 17 นิ้ว ขนาดล้อหลัง 17 นิ้ว ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Ohlins ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Ohlins และโปรลิงก์ ความจุถังน้ำมัน 22 ลิตร ราคา ประมาณ 108 ล้านบาท   อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว Honda RC213V 2024 กับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่

เปิดตัว Honda RC213V 2024 กับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ สำหรับปีนี้ถือเป็นหมุดหมายที่สำคัญของทางทีม Repsol Honda Team MotoGP ไม่เพียงแต่เป็นปีที่ 30 ของของการร่วมมือกันระหว่าง Honda กับทาง Repsol เพื่อแข่งขันในรายการระดับสูงสุดนี้ เป็นแชมป์ร่วมกัน 15 แชมป์โลก นอกจากนี้ยังเป็นปีแรกที่ขาด Marc Marquez ที่อยู่สร้างแชมป์โลกให้กับฮอนด้าในคลาสสูงสุดถึง 6 สมัย แต่ก็นับเป็นการเปิดยุคใหม่ของฮอนด้า ทำให้เจ้า Honda RC213V 2024 มาในรูปโฉมใหม่ที่โดดเด่นกว่าที่ผ่านมาอีกด้วย   สำหรับเจ้ารถแข่งคันใหม่นี้โดดเด่นกว่าที่ผ่านมาด้วยโลโก้คำว่า Honda สีขาวบนลายกราฟิกสีน้ำเงินเข้มสุดโดดเด่น พร้อมโชว์ลวดลายคาร์บอนลายตารางลายใหญ่ เพิ่มมิติให้ตัวรถ และเพิ่มความดุดันให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งรายละเอียดสเปกเราจะเจาะลึกกันในคราวหน้า เบื้องต้นคือเน้นหนักเรื่องแอโรไดนามิกส์ เครื่องยนต์และช่วงล่าง เพื่อให้มีอัตราเร่งและท็อปสปีดที่ดียิ่งขึ้น ปีนี้จะมีนักแข่งลงทำการสู้ศึก 2 คนได้แก่ Joan Mir ที่จะเป็นปีที่สองของเขาแล้วกับทางทีม ประสบการณ์ที่เคยคว้าแชมป์ในปี 2020 และประสบการณ์การขับขี่ในปี 2023 กับทางทีมถือเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาในปี 2024 และอีกคนก็คือ Luca Marini นักแข่งหนุ่มอิตาลีวัย 26 ปี กลายเป็นนักแข่งคนที่ 20 ที่ได้ใส่เสื้อทีมเรปโซลฮอนด้า ซึ่งจะเป็นปีที่ 4 ของเขาในคลาสสูงสุด โดยใน 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาสามารถคว้าโพเดี้ยมมาได้ 2 โพเดี้ยม 2 โพลโพซิชัน 4 สปรินท์เรซโพเดียม สุดท้ายนี้เราก็สามารถไปรอดูผลงานกันได้ โดยจะไปซ้อมกันก่อนเปิดฤดูกาลอีกที่ที่ Lusail International Circuit ประเทศกาตาร์ ในวันที่ 19 – 20 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนที่จะเริ่มแข่งขันในสนามเดียวกันนี้ในวันที่ 8 – 10 มีนาคม แล้วเราจะได้รู้กันว่าการพัฒนาของค่ายปีกนกนั้นทำได้ดีแค่ไหนครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัวทีม Red Bull KTM Factory Racing 2024 พร้อมลุยศึก MotoGP

เปิดตัวทีม Red Bull KTM Factory Racing 2024 พร้อมลุยศึก MotoGP  ปี 2024 ปีนี้จะเป็นหมุดหมายที่สำคัญของค่ายส้ม เคทีเอ็ม ซึ่งนับจะเป็นปีที่ 8 แล้วสำหรับการเข้ามาทำการแข่งขัน MotoGP ของทางค่าย และวันนี้ทางค่ายก็ได้ทำการ เปิดตัวทีม Red Bull KTM Factory Racing สำหรับรถแข่ง KTM RC16 จะมาพร้อมลวดลายใหม่ปี 2024 พร้อมเป้าหมายสู่การทำผลงานได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา กล่าวคือ ดีกว่าอันดับที่ 4 ในแง่ของอันดับนักแข่ง อันดับ 2 ประเภททีมโรงงาน อันดับ 4 ประเภททีม ทั้งนี้ผลงานที่ผ่านมาทางค่ายได้ชัยชนะมาทั้งหมด 7 ครั้งกับอีก 2 สปริ้นท์เรซนับตั้งแต่ปี 2017 จากนักแข่ง 2 คน ส่วนปีนี้จะมี Brad Binder นักแข่งวัย 28 ปีซึ่งในปีนี้จะเป็นปีที่ 5 ของเขาแล้วกับการแข่งขันในคลาสสูงสุดกับ RC16 และ 10 ปีแล้วกับสังกัดเรดบูลเคทีเอ็ม โดยผลงานของนักแข่งชาวแอฟริกาใต้คนนี้คือชนะมาแล้ว 2 เรซ และ 2 สปริ้นท์เรซ กับอีก 8 โพเดียมและอีกคนก็คือ Jack Miller นักแข่งวัย 29 ปี ปีนี้จะเป็นปีที่ 10 ของเขาในรายการ MotoGP และเป็นปีที่ 3 ภายใต้สีส้มของนักแข่งแดนจิงโจ้ มีผลงานคว้าโพเดียมแรกภายใต้สังกัดเคทีเอ็มเมื่อปี 2023 และสุดท้ายนี่ทางค่ายก็ตั้งเป้าจะเขย่าสถิติเวลาใหม่ ๆ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ในฐานะรถที่เร็วที่สุดในการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่มีอายุอานามมานานกว่า 75 ปี ทั้งยังมีฐานผู้ชมในสนามกว่า 3 ล้านชีวิต เหนือไปกว่าอื่นใด รถคันใหม่นี้มาพร้อมชิ้นส่วนและระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำสมัยสุดเท่าที่ทางวิศวกรของทางแบรนด์จะเนรมิตรให้ได้ แฟน ๆ ค่ายส้มอย่าลืมไปติดตามเชียร์กันล่ะครับเพื่อน ๆ ส่วนตัวผมนั้นผมบอกเลยว่าค่ายนี้เขามาแรงขึ้นทุกปีจริง ๆ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
DUCATI เตรียมเดบิวต์ครั้งแรก ในรายการ MXGP

DUCATI เตรียมเดบิวต์ครั้งแรก !! พร้อมจารึกในหน้าประวัติศาสตร์แห่งโลกโมโตครอส นับเวลาตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นโฉมต้นแบบอย่างเจ้า Ducati Desmo450 MX ลงสนามแข่งโมโตครอสครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากที่ประสบความสำเร็จแล้วมานักต่อนักไม่ว่าจะเป็นประเภทการแข่งขันทางเรียบชิงแชมป์โลก การแข่งขันทางฝุ่นอย่างดาการ์แรลลี่ และนี่อาจเป็นครั้งแรกที่ดูคาติพยายามพิชิตเส้นชัยในเส้นทางโมโตครอส DUCATI เตรียมเข้าสู่โลกของการแข่งขัน MXGP World Championship ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการส่งนักบิดแชมป์โลก 9 สมัยอย่าง Tony Cairoli เดบิวต์ลงสู่สนามด้วยโฉมโปรโตไทป์ทางฝุ่นรุ่นแรกของค่ายอย่าง Desmo450 MX ที่สนาม Arnhem ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อนเข้าสู่รั้วการแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลใน MXGP 2025  ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของดูคาติ รวมถึงขั้นตอนสำคัญของการพัฒนาโมเดล ซึ่งจะเข้าร่วมการแข่งขัน MXGP World Championship ในฤดูกาล 2025 ควบคู่กับการผลิตรุ่นโปรดักท์ชันพร้อมกันในเซ็กเมนต์กลุ่มออฟโร้ดของทางค่ายอีกด้วย โดยทางดูคาติ ยังคงมีแผนพัฒนาโฉมต้นแบบเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยสนามในนัดถัดไปจัดขึ้นวันที่ 31 ส.ค. และ 1 ก.ย. นี้ ที่ Castiglione del Lago ซึ่งเป็นสนามที่ 5 ของการแข่งขันชิงแชมป์ที่ประเทศอิตาลี สำหรับแฟน ๆ โมโตครอส เราจะได้เห็นตัวแข่งจากค่ายใหม่ที่ไม่ใหม่ได้มาโลดแล่นในเวทีการแข่งขันโมโตครอสระดับโลกแล้วในอีกไม่นานนี้ แล้วโฉมตัวแข่งจะดุดัน สมกับคำร่ำลือหรือไม่ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

9 August 2024
Hazan Motorwork เผยผลงานสองล้อ พ่วงเครื่องยนต์เฟอร์รารี่

Hazan Motorwork เผยผลงานสองล้อ พ่วงเครื่องยนต์เฟอร์รารี่ นี่ไม่ใช่ข่าวจากทางออฟฟิเชียลของทางเฟอร์รารี่ แต่เป็นเพียงโปรเจ็กต์มอเตอร์ไซค์คัสตอมสุดแนวจากสำนักคัสตอมชื่อดังในอเมริกาอย่าง Hazen Motorwork ซึ่งดูเหมือนจะเป็นโปรเจ็กต์ที่ทำขึ้นเพื่อบันทึกลงในกินเนสส์บุ๊คซะยังไงอย่างงั้น กับรถมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่ใช้บล็อกเครื่องยนต์ V8 จากโฉมซูเปอร์คาร์ชื่อดังอย่าง Ferrari F355 มันจะพิเศษแค่ไหนกันเชียว  ด้วยปริมาตรกระบอกสูบขนาด 3,495 ซีซี พร้อมพละกำลังแรงม้ามากถึง 370 แรงม้า กับผลงานประดิษฐ์และออกแบบหมด ไม่ว่าจะแชสซีหรือสวิงอาร์ม ซึ่งจากภาพตัวโมเดลที่เห็นครั้งแรก ค่อนข้างดูเหมือนกันกับเจ้า Millyard Viper V10 อันทรงพลัง หรือรถทรงบ๊อบเบอร์อย่าง Boss Hoss ที่ใช้บล็อก V8 F355 แบบเดียวกับที่เขาใช้อีกด้วย คาดว่าน่าจะเป็นโฉมสปอร์ต แต่จริง ๆ แล้วไม่แทบจะเหมือนกันเลย ซึ่งความแตกต่างที่เห็นได้ชัดก็คือระยะฐานล้อที่สั้นกว่า แฮนด์จับโช้ค โหลดหน้าต่ำ ซับเฟรมด้านท้าย ใส่ระบบเบรกดิสก์คู่ ปั๊มและคาลิเปอร์ Brembo โช้คหน้า Ohlins และรัดยางสนามแข่ง Pirelli Diablo Superbike ยังไรเรายังไม่ได้เห็นถึงรูปทรงแฟริ่งและถังน้ำมัน ซึ่งคาดว่าจะต้องเป็นโมเดลสายสปอร์ตอย่างแน่นอน หรือไม่ก็อาจเป็นเดลแปลก ๆ แหวกแนวตามสไตล์อาร์ทติสก็เป็นไปได้ สำหรับตัวรถนั้นยังไม่เสร็จอย่างสมบูรณ์แบบ อย่างไรเราอาจได้เห็นโฉมที่เสร็จสมบูรณ์ 100% โดยสามารถติดตามผ่านช่องทาง Hazem’s social Media อยากเห็นซะแล้วว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2 August 2024
2024 World Ducati Week กับศึก Panigale V4S แข่งเสร็จพร้อมขาย

2024 World Ducati Week กับศึก Panigale V4S แข่งเสร็จพร้อมขาย นับว่าเป็นการปิดฉากได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา สำหรับงานอีเว้นต์ระดับเวิร์ลคลาสอย่าง 2024 World Ducati Week กิจกรรมแห่งการรวมพลของชาวดูคาทิสต้ามากที่สุดในโลก ที่มิซาโน่ เวิร์ล เซอร์กิต ประเทศอิตาลี โดยภายในงานล้วนเต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมายทั้งในโซน Paddock, ในแทร็กรวมถึงบริเวณโซนพื้นที่ Out Doors ให้เหล่าสาวกดูคาติได้ร่วมสนุกแบบเต็มพิกัด และพิเศษกับไฮไลท์ของการแข่งขัน Lenovo Race of Champions ที่แฟน ๆ ทั่วโลกต่างรอคอย กับการรวมนักแข่งระดับแนวหน้าในวงการมอเตอร์สปอร์ตจากทีม Ducati ซึ่งนำทัพโดยแชมป์โลกทางฝั่ง MotoGP อย่าง Francesco Bagnaia, Marc Márquez, Jorge Martìn รวมถึงดาวบิดจากทางฝั่ง WSBK อย่าง Álvaro Bautista, Nicolò Bulega, Andrea Iannone และคนอื่น ๆ ที่มาร่วมสร้างสีสันความสนุกภายในงาน กับการแข่งขัน Ducati One Make Race ประชันฝีมือบนรถโปรดักท์ชันโฉมใหม่ล่าสุดอย่าง Ducati Panigale V4S 2025 อีกด้วย และพิเศษสุด ๆ สำหรับแฟน ๆ VIP โดยทางดูคาติพร้อมให้ให้จับจองเจ้า Panigale V4S 2025 โฉมใหม่ล่าสุด กับลายทีมแข่งตัวเดียวกับที่เหล่านักแข่งใช้แข่งขันในอีเว้นต์นี้นั่นเอง เรียกได้ว่าขี่เสร็จ พิสูจน์แล้ว ขาย..เอาไปเลย ซึ่งมีทั้งหมด 20 คัน แบ่งเป็นของนักแข่ง 15 คัน และ Spare Bike อีกจำนวน 5 คัน เดี๋ยวมาดูค่าตัวรถแข่งของนักแข่งแต่ละคน ว่าจะมีราคาเท่าไหร่กันเชียว *บวกค่าตำแหน่ง สำหรับรถแข่งที่ขึ้นโพเดี้ยมในครั้งนี้* Ducati Panigale V45 2025 MOTOGP Ducati Lenovo Team   Rider Retail Price (Euro) Price (baht) Remark Francesco Bagnaia 108,500 4.2 ล้านบาท 1st Podium (+8,500 euro) Enea Bastainini 82,000 3.1 ล้านบาท Michele Pirro 58,000 2.2 ล้านบาท Prima Pramac Racing Team Rider Retail Price (Euro) Price (baht) Remark Jorge Martìn 82,000 3.1 ล้านบาท Franco Morbidelli 62,000 2.4 ล้านบาท VR46 Racing Team Rider Retail Price (Euro) Price (baht) Remark Marco Bezzecchi 66,000 2.5 ล้านบาท Fabio Di Giannantonio 62,000 2.4 ล้านบาท Gresini Racing MotoGP Rider Retail Price (Euro) Price (baht) Remark Marc Márquez 84,500 3.2 ล้านบาท 3rd Podium (+2,500 euro) Alex Márquez 62,000 2.4 ล้านบาท

31 July 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
เชื่อพี่ ! ย้ายเถอะน้อง เควิน ชวานซ์ แนะ เปโดร อคอสต้าออกจาก KTM

เชื่อพี่ ! ย้ายเถอะน้อง เควิน ชวานซ์ แนะ เปโดร อคอสต้า ออกจาก KTM เปโดร อคอสต้า นักบิดดาวรุ่งจากทีมโรงงาน KTM ถูกตำนานแชมป์โลกในรุ่น 500 ซีซีอย่าง เควิน ชวานซ์ แนะนำให้ย้ายทีมหนีออกจากค่ายผู้ผลิตสัญชาติออสเตรียหากมีโอกาส เพราะการไปอยู่ในทีมที่มีสภาพแวดล้อมที่มีทิศทางการลุ้นแชมป์ จะส่งผลดีกับเจ้าตัว ปัจจุบันเปโดร อคอสต้าขึ้นมาสู่ทีมโรงงานของ KTM เป็นปีแรก โดยเจ้าตัวย้ายมาจากทีมรองของทางค่ายอย่าง  Red Bull GASGAS Tech3 โดยอคอสต้าเซ็นสัญญาระยะยาวกับ KTM แต่ผลงานที่ไม่สู้ดีนักในช่วงต้นฤดูกาล 2025 รวมถึงอนาคตที่ไม่แน่นอนของทีมหลังเผชิญวิกฤตการเงินเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้เกิดกระแสข่าวว่า นักบิดวัย 20 ปีรายนี้อาจตัดสินใจแยกทางกับ KTM หลังจบฤดูกาล ‘Baby Shark’ ตกเป็นข่าวลือเชื่อมโยงกับหลายทีม อาทิ VR46 Ducati, Honda และ Pramac Yamaha แม้ว่าอคอสต้าจะยังคงแสดงจุดยืนสนับสนุน KTM อย่างชัดเจนในที่สาธารณะ แต่อย่างไรก็ตาม เควิน ชวานซ์ แชมป์โลก 500 ซีซี ปี 1993 เชื่อว่า หากมีโอกาสได้ย้ายไปขี่รถที่มีศักยภาพลุ้นแชมป์ อคอสต้าก็ควรรีบคว้าไว้ “เมื่อปีที่แล้วเขามีโอกาสลุ้นคว้าชัยในหลายสนามขณะที่อยู่แถวหน้า แต่ก็ยังไม่สามารถปิดจ็อบได้ เขายังไม่สามารถรักษาตำแหน่งหน้าสุดไว้จนถึงเส้นชัยได้” ชวานซ์กล่าวผ่านช่องทางถ่ายทอดสด MotoGP ในรายการกรังด์ปรีซ์ที่อเมริกา “ผมคิดว่าเปโดรมีเส้นทางอาชีพที่ยอดเยี่ยมรออยู่ข้างหน้า เขาควรใช้เวลาศึกษาและเรียนรู้สิ่งที่ทำได้บนรถ KTM และถ้ามีโอกาสได้ขี่รถที่อยู่แถวหน้าของกริด ผมว่าด้วยวัยของเขาในตอนนี้ เขาควรรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ทันที” “ในฐานะคนที่ไม่เคยกล้าพอจะย้ายทีม ผมอยากแนะนำว่า ตอนนี้แหละคือเวลาที่ควรทำแบบนั้น” “ผมเองก็เคยพยายามอยู่สองสามครั้งนะ เคยลองจะไปขี่ Yamaha หนหนึ่ง เคยลองจะไป Honda หนหนึ่ง แต่ก็ไม่เคยสำเร็จสักที” “ผมคิดว่า ในเมื่อเปโดรยังอายุน้อยมาก และถึงแม้ KTM จะเป็นทีมที่ให้โอกาสเขามาจนถึงจุดนี้ แต่ถ้าเขารู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่เขาต้องการ ถ้าสัญญาใกล้หมด และมีโอกาสที่จะย้ายไปอยู่กับทีมที่กำลังอยู่แถวหน้าของกริด ผมว่าเขาควรรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีให้เสมอไปหรอกนะ” สำหรับผลงานของ KTM ตอนนี้ ทีมรั้งอันดับ 3 ในตารางคะแนนประเภทผู้ผลิต แต่ก็มีคะแนนนำหน้า Aprilia เพียงแต้มเดียว และยังไม่สามารถจบการแข่งขันได้ดีกว่าอันดับที่ 7 ในฤดูกาล 2025 ด้านอคอสต้าเอง ปัจจุบันอยู่อันดับ 13 ของตารางนักแข่ง มีอยู่ 16 คะแนน และจะลงแข่งสนามที่สี่ของฤดูกาลที่ประเทศกาตาร์ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

7 April 2025
2025 Piaggio Beverly 310 S แม่บ้านสายซิ่ง เครื่องเวสป้า

2025 Piaggio Beverly 310 S แม่บ้านสายซิ่ง เครื่องเวสป้า เลื่อนข่าวผ่าน ๆ ก็แอบตกใจนึกว่าเวสป้าเปิดตัวรุ่นใหม่ กับการเปิดตัวโมเดลโฉมใหม่สำหรับพรีเมียมสกูตเตอร์จากบ้านพิอาจิโอ กรุ๊ป ในรุ่นของ 2025 Piaggio Beverly 310 S มาพร้อมกับการปรับปรุงในเรื่องของค่ามาตรฐานไอเสีย EURO5+ เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง  เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายในเรื่องค่ามาตรฐานไอเสียในยุโรป สกูตเตอร์รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่เป็นรอง XMAX Forza โดยเฉพาะจากทางฝั่งอิตาลีที่ถือเป็นแบรนด์บ้านเกิดของรถรุ่นนี้ สามารถพบเห็นพวกไรเดอร์ใช้งานทั่วไปได้ตามท้องถนนเลยกันทีเดียว  และด้วยเอกลักษณ์การดีไซน์ที่ออกแบบดู คล้ายคลึงเจ้าฮอนด้า หลีด แต่เป็นหลีดในเวอร์ชันอัปเกรดยุโรป ตัวบอดี้ใหญ่ บวกระยะฐานล้อที่ยาวจากการวางเครื่องมุมเฉียงไปทางล้อหลัง ไฟหน้าสองชั้น ไฟเดย์ไทม์ทรงสปอร์ต มีช่องแอร์ดักท์ด้านหน้าประกอบด้วยพาร์ทสีเข้มเก็บตามขอบออกแบบไว้สวยงาม เบาะชิ้นเดียวแบบสองระดับมีพนักพิงด้านหลังสำหรับผู้ขับขี่ โดยรวมด้านหน้าดูเสมือนรถครอบครัวแต่ด้านท้ายนี่สปอร์ตซิ่ง ๆ ไปเลย นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยพื้นฐานเครื่องยนต์ HPE ซึ่งบล็อกเดียวกันกับเวสป้า สูบเดียว 4 จังหวะ ขนาด 310 ซีซี (อัปซีซีเพิ่มมา 300 ซีซี) ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีกำลังแรงม้าสูงสุด 27.7 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิด 29.5 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อนด้วยสายพาน พร้อมกับถังน้ำมันขนาดความจุ 12 ลิตร ส่วนระบบกันสะเทือนใช้เป็นโช้คอัพแบบเทเลสโคปิกขนาด 35 มม. และโช้คสปริงคู่แบบปรับความแข็งพรีโหลดได้ถึง 5 ระดับ ใส่ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบ ABS ล้อหน้า 16 ล้อหลัง 14 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 110/70 และ 140/70 ตามลำดับ รวมทั้งยังมีฟีเจอร์รองรับการใช้งานกับหน้าจอ LCD ขนาด 5.5 นิ้ว กุญแจสมาร์ทคีย์ ช่องชาร์จไฟ USB และยังติดตั้งระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR เสริมความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น  โดยสีที่จำหน่ายมี 4  สีด้วยกันได้แก่สีเทา (Grigio Mercurio) สีเขียว (Verde Jungle) สีดำ (Nero Meteora) และสีน้ำเงิน (Blu Zaffiro) และไม่ต้องเดา ไม่เข้าไทยแน่นอนครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

6 April 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Rictor Skyrider X1 เอาจริงดิ มอเตอร์ไซค์บินได้ !?

Rictor Skyrider X1 เอาจริงดิ มอเตอร์ไซค์บินได้ !? สถานการณ์ในถนนหลากหลายพื้นที่น่าจะหนีไม่พ้นปัญหา ‘รถติด’ เพราะมีรถออกมาสู่ท้องถนนแทบจะทุกวัน แต่ถนนนั้นไม่พอวิ่ง จะเอามอเตอร์ไซค์มามุดเพื่อช่วยบรรเทาก็แทบจะเป็นไปได้ยาก เพราะทุกวันนี้มอเตอร์ไซค์เองก็แทบจะจอดติดแบบรถยนต์แล้ว แต่แล้วก็ไปเจอบทความน่าสนใจอันนึงเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์บินได้ที่มีชื่อว่า Rictor Skyrider X1 ว่าแต่.. มันจะถูกพัฒนาจริงดิ ? จากแนวคิดที่มันเป็นไปไม่ได้ สู่การนำมาพัฒนาเป็นรถมอเตอร์ไซค์สองล้อที่บินได้ และมันเกิดขึ้นจริง!! โดยผลงานจากบริษัท Rictor จากประเทศจีน โดยบริษัทนี้เกี่ยวกับการพัฒนายานพาหนะสำหรับการเดินทาง โดยมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า อาทิ สกูตเตอร์ไฟฟ้า, จักรยานไฟฟ้า รวมไปถึงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อยกระดับคุณภาพการเดินทางของผู้ใช้งาน โดยเทคโนโลยี Skyrider X1 ได้ถูกเปิดตัวในงานแสดงนวัตกรรม และเทคโนโลยีหรือ CES2025 (Consumer Electronics Show) ในเมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งยานพาหนะลำนี้ถูกสร้างขึ้นโดย Rictor เป็นแบรนด์ย่อยของบริษัท Kuickwheel จากประเทศจีน ซึ่งเน้นพัฒนาทางเลือกในการเคลื่อนที่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ Rictor มีผลิตภัณฑ์เพียงชิ้นเดียวในกลุ่มสินค้า คือ จักรยานไฟฟ้า Rictor K1 รายละเอียด และฟังก์ชันการใช้งาน รถมอเตอร์ไซค์บินได้ลำนี้ผลิตด้วยโครงสร้างจากวัสดุคอมโพสิตคาร์บอนไฟเบอร์ และอลูมิเนียมเกรดการบิน เคลื่อนที่ด้วยระบบด้วยระบบใบพัด 8 ตัว มีด้วยกันทั้งหมดสองรุ่นย่อยได้แก่ รุ่นธรรมดา X1 SL มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 10.5 kWh สามารถบินได้เพียง 25 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และอีกหนึ่งรุ่น X1 SX มาพร้อมไซส์แบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ 21 kWh สามารถบินได้นานถึง 40 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มาจากค่ายจีนไม่ต้องกังวลเรื่องเทคโนโลยี จัดให้มาแบบล้ำ ๆ เช่นเคย เริ่มกันที่ ระบบการปรับตัวอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ที่จะช่วยปรับระดับความสูง ความเร็ว และทิศทางการบินตามสภาพอากาศ, ระบบวางแผนเส้นทางอัตโนมัติ เพื่อช่วยระบุเส้นทางการบินที่ดีที่สุด เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางได้ราบรื่น และฟังก์ชันการบินขึ้น และลงจอดแบบอัตโนมัติ เพียงแค่ตั้งค่าจุดหมายปลายทาง และยานพาหนะจะทำงานที่เหลือให้เอง อย่างไรก็ตาม ยังมีตัวเลือกควบคุมแบบแมนนวลผ่านจอยสติ๊กสำหรับผู้ที่ชอบการควบคุมด้วยตัวเองอีกด้วย ระบบวางแผนการเดินทางอัตโนมัติ ระบบขึ้น – ลงอัตโนมัติ ระบบควบคุมพร้อมจอยสติ๊กสำหรับบังคับเอง ฟังก์ชันควบคุมการปรับตัวอัตโนมัติ   โดยรายละเอียดอื่น ๆ ของมอเตอร์ไซค์บินได้ลำนี้ จะถูกกำหนดเพดานบินเพียง 200 เมตรเท่านั้น (ระยะนับตั้งแต่พื้นดิน) และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้เพียง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในส่วนของการวางจำหน่าย มีข่าวลือหลุดออกมาว่าอาจมีการวางจำหน่ายในตลาดปี 2026 โดยราคาคาดการณ์อยู่ที่ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,074,000 บาท ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งราคาก็ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร เครื่องหมายคำถามสำหรับการพัฒนา Skyrider ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์บินได้คันแรกของโลก แต่ในช่วงก่อนหน้านี้ก็มีหลาย ๆ บริษัทจากทั่วโลกที่พยายามสร้าง และพัฒนายานพาหนะประเภทนี้ เช่น Speeder จาก Mayman Aerospace หรือ Hoverbike จากบริษัทสตาร์ทอัพในประเทศญี่ปุ่น มีลักษณะคล้ายมอเตอร์ไซค์บินได้ โดยทั้งสองโมเดลก่อนหน้าก็มีผลิตออกมาเพียงแค่รุ่นต้นแบบเท่านั้น แต่ไม่มีการพัฒนาต่อเพื่อวางจำหน่าย คาดว่าอาจจะมีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น ความปลอดภัย การรับรองมาตรฐาน การจัดการการจราจรทางอากาศ และราคาที่สูง ทำให้ยังไม่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ในปัจจุบัน แต่ถือว่ามอเตอร์ไซค์บินได้เป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจในโลกอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Carmelo Ezpeleta เผยดีล Liberty Media ช่วยยกระดับ MotoGP

Carmelo Ezpeleta เผยดีล Liberty Media ช่วยยกระดับ MotoGP Carmelo Ezpeleta CEO ของทาง Dorna Sports ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการควบกิจการของ F1 และ MotoGP หลังจากที่ในช่วงเมื่อปีที่แล้วมีข่าวออกมาอย่างเป็นทางการว่า Liberty Media เจ้าของการแข่งขันรายการ Formula 1 ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนเมษายน 2024 ว่าทางบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นประมาณ 86% ของ Dorna Sport ที่เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกหรือ MotoGP ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 4.2 พันล้านยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 165,000 ล้านบาท  ในช่วงเดือนธันวาคมปี 2024 การเข้าซื้อกิจการ MotoGP ของ Liberty Media ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนสิ้นดังกล่าว ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2025 เนื่องจากคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้เริ่มการตรวจสอบในระยะที่ 2 (Phase II Investigation) ของการถือลิขสิทธิ์ โดยดีลนี้ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังถูกพิจารณาเพราะคณะกรรมาธิการยุโรปกังวลว่าการซื้อกิจการครั้งนี้อาจทำให้ราคาการรับชมในตลาดขนาดเล็กสูงขึ้น และเมื่อ Liberty Media ซึ่งเป็นเจ้าของ Formula One อยู่แล้ว อาจทำให้เกิดการผูกขาดระหว่างการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสองล้อ และสี่ล้อ “ธุรกรรมนี้สร้างความกังวลในด้านการแข่งขันในตลาดที่แคบกว่าในระดับประเทศสำหรับการให้สิทธิ์ออกอากาศเนื้อหามอเตอร์สปอร์ตในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ซึ่ง Formula One เป็นผู้นำในตลาดที่ชัดเจนในทุกประเทศในยุโรป และ MotoGP มักเป็นคู่แข่งเดียวเท่านั้น” แถลงการณ์จากคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อเดือนที่แล้วกล่าว โดยคณะกรรมาธิการมีเวลาถึงวันที่ 14 พฤษภาคมในการตัดสินใจว่าจะอนุมัติการเข้าซื้อกิจการนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม CEO ของทาง Dorna Sports อย่าง Carmelo Ezpeleta (คาร์เมโล เอซเปเลตา) เชื่อว่าดีลนี้จะผ่านการอนุมัติ และเจ้าตัวยังคงตื่นเต้นกับโอกาสที่การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลกรายการนี้จะถูกดูแลโดยบริษัทสัญชาติอเมริกา  “เราคาดว่าการเข้าซื้อกิจการนี้จะได้รับการอนุมัติจากสหภาพยุโรป และเรารู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสในการทำงานร่วมกับ Liberty Media ในระหว่างนี้ เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินกลยุทธ์ของเราในการยกระดับกีฬานี้ไปอีกขั้น และเติบโตในอัตราที่น่าประทับใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานแฟนคลับทั่วโลกที่มีอยู่กว่า 500 ล้านคน”  “ในปี 2024 เรามีจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันมากกว่า 3 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และมี 6 สนามที่สร้างสถิติใหม่สำหรับอีเวนต์ของพวกเขา French GP ของเราทำลายสถิติผู้เข้าชมสูงสุดตลอดกาล เมื่อมองไปข้างหน้า เราไม่ต้องการเพียงแค่สิ่งเดิม ๆ แต่เราต้องการสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น และเราภูมิใจที่กลยุทธ์ของเราเริ่มส่งผลสำเร็จแล้ว เราหวังว่าแฟน ๆ จะตื่นเต้นเช่นเดียวกับเราสำหรับอนาคตและฤดูกาลใหม่ที่น่าตื่นเต้นซึ่งใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว” ดีลมูลค่ามหาศาลนี้จะลงเอยอย่างไรก็ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามต่อไป แฟน ๆ การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตหากไม่อยากพลาดเรื่องนี้ กดติดตาม SuperBike Thailand ไว้เลย จะมาอัพเดทให้อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
ส่องสเปค MT-07 กับจอสีใหม่ ในราคา 3.05 แสน

ส่องสเปค MT-07 กับสีใหม่ หน้าจอใหม่ ในราคาเดิม   Yamaha MT-07 สปอร์ตเน็กเก็ดไบค์ กับเจ้าของฉายา “Master of Torque” ที่มาพร้อมกับหน้าจอสีใหม่ในเครื่องยนต์ CP2 689 ซีซี กับแรงบิดที่เหนือสมรรถนะ ให้ความเร้าใจในการขับขี่ตลอดเส้นทาง  ราคาแนะนำ 305,000 บาท  สเปค, สเป็ก ​     ระบบไฟ LED หน้าจอสี TFT พร้อมแอพพลิเคชั่น Y-Connect     เครื่องยนต์ CP2 2 สูบ ดีไซน์ทรงสปอร์ต ปราดเปรียว พร้อมโลโก้แฟริ่งด้านข้าง   ส่องสเปค MT-07 ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 689 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73.4 แรงม้าที่ 8,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 68.6 มม. อัตราส่วนการอัด 11.5 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด T.C.I. ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70ZR17M/C (58W) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55 ZR 17M/C(73W) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว พร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 298 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 245 มม. กว้าง X ยาว X สูง 780 x 2,085 x 1,105 มม. ระยะฐานล้อ 1,400 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 140 มม. ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 184 กก. ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA ์เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว  ระบบไฟ LED  แอพพลิเคชั่น Y-Connect ระบบเบรก ABS   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Yamaha MT-07   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

31 March 2023
CB750 Hornet สเปค เน็กเก็ดไบค์พันธุ์ใหม่จากค่ายปีกนก

CB750 Hornet สเปค เน็กเก็ดไบค์รุ่นใหม่ จากค่ายปีกนก มาพร้อมดีไซน์เท่ เร้าใจ ขับขี่สนุกคล่องตัว ด้วยเครื่องยนต์ 755 ซีซี แรงเต็มอารมณ์สปอร์ต

31 March 2023
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Honda Wave125i เปิดตัวโดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ พร้อมสีใหม่ Blue Metallic

เอ.พี. ฮอนด้า ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ครอบครัวของเมืองไทย ด้วยการเปิดตัว New Honda Wave125i พร้อมสีใหม่ “Blue Metallic” ภายใต้คอนเซปต์ “The Superior of All Time โดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ” ด้วยแรงบันดาลใจจากยานยนต์ระดับไฮคลาสสู่รถจักรยานยนต์ครอบครัวระดับพรีเมี่ยม ดึงดูดทุกสายตาด้วยสีน้ำเงินเมทัลลิกตัดกับเบาะและอินเนอร์สีแดงอย่างลงตัว ดูสง่างามทุกมุมมองด้วยรูปลักษณ์แบบ Superior Design ที่เน้นความปราดเปรียวหรูหรา ทันสมัยด้วยไฟหน้าแบบ LED พร้อมหน้าปัดเรือนไมล์เรียบหรู สะดวกสบายด้วย U-Box ขนาด 17 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้  ทั้งยังใช้งานง่ายด้วย Seat Opener & Key Shutter ขับขี่สนุกและประหยัดด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 125ซีซี หัวฉีด PGM-FI ตอบสนองทันใจแต่มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 69 กม./ลิตร (วัดตามมาตรฐาน EURO4 ใหม่) พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ รุ่นล้อแม็กมีให้เลือก 4 สีได้แก่ น้ำเงิน-แดง, เทา-แดง, ดำ-แดง, ขาว-แดง ราคาแนะนำ 55,600 บาท และรุ่นล้อลวดมีให้เลือก 3 สีได้แก่ แดง-ดำ, ดำ, น้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 53,400 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.aphonda.co.th อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้  #Honda #Wave125i #TheSuperirorOfAllTime #BlueMetallic #Whatstopsyou?

Yamaha Tenere 700 Rally Edition แต่งโชว์ในงาน Eicma 2019

มาถึงรถที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับขาลุยประเทศไทย สำหรับเจ้า Yamaha Tenere 700 ที่มีเสียงเรียกหาอย่างมากมาย อีกไม่กี่วันนี้ได้มีข่าวดี เห็นตัวเป็นๆอย่างแน่นอน ในงานใหญ่ปลายเดือนนี้ สำหรับคันนี้จอดโชว์ใน บูทยามาฮ่า ในงาน Eicma 2019 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สีแดง-ขาว ที่ดูจะโดดเด่นเกินคันอื่นๆ (แล้วแต่คนชอบนะครับ) ที่มีสีดำและสีน้ำเงิน จอดอยู่ข้างๆ คันนี้มาพร้อมกับชุดแต่ง มาดูกันที่ด้านหน้าที่ถูกแต่งเสริมเติมหล่อด้วยไฟส่องนำทาง แบบ Fog lamp 1 คู่ถูกติดตั้งอยู่ทางด้านล่างของโคมไฟด้านหน้า ส่องสว่างเห็นทางได้กว้างและไกลขึ้น มาต่อกันที่ท่อไอเสียที่เป็นของแต่งตรงรุ่นจากโรงงาน แบรนด์ Akrapovic for Tenere 700 ที่ออกแบบและพัฒนามาคู่บุญกับโมเดลนี้เลย สำหรับผมแล้วถือว่าลงตัวดูมากๆเลยละครับ รู้สึกได้ถึงฟิว dakar rally โช้คหลังถูกปรับเปลี่ยนจากเดิมเป็น Ohlins Subtank ที่มีรีโมทแยกออกจากตัวโช้คสามารถปรับค่า ความหนืดได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับสายลุย เวลาที่ต้องใช้ไม่จพเป็นต้องใช้เครื่องมือ เพียงแค่ใช้มือปรับง่ายๆ เท่านั้น ก้านเบรคและก้านคลัทซ์ ถูกเปลี่ยนเป็น gilles tooling มีขนาดที่สั้นลงกว่าเดิม สามารถปรับระยะก้านได้ นั้นหมายความว่าดีขึ้น เมือถึงเวลาที่กำเข้าไป เราจะใช้เพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น ยังเหลือนิ้วอีก 2 นิ้ว ที่ยึดแฮนด์ไว้กันหงายหรือหลุดออกจากแฮนด์ สำหรับ สเปค Yamaha Tenere 700 (Eu spec) เครื่องยนต์ 4 จังหวะ Crossplane (CP2) 2 สูบ 689 ซีซี DOCH เกียร์ 6 สปีด โช้คหน้าแบบ Up-side down โช้คหลังเดี่ยวแบบ คอล์ยสปริง (ในรูปคือของแต่ง Ohlins) เบรคหน้าจานดิสคู่ ขนาด 282 มิลลิเมตร เบรคหลังดิส ขนาด 245 มิลลิเมตร ยางหน้า 90/90 ขอบ 21 ยางหลัง 150/70 ขอบ 18 น้ำหนัก 204 กิโลกรัม บััจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 16 ลิตร ** โช้ค Ohlins,ท่อ Akraprovic, ไฟหน้าแบบ fog lamp และก้านเบรค,มือคลัทช์ Gilles tooling เป็นของแต่งเพิ่มเติม แต่งมาให้เป็นแนวทางสำหรับสาย Rally ส่วนราคาที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยยังไม่มีการเปิดเผยอย่างแน่ชัดอาจจะเป็นเพียงการเทียบเรทเงินยูโร ที่เป็นราคาขายทางฝั่งยุโรบ ณ ตอนนี้ เปิดราคาอยู่ 9,799 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยแบบไม่รวมภาษี จะอยู่ที่ 334,000 บาท อดใจอีกนิด เดียวคนไทยมีเซอร์ไพส์อย่างแน่นอน ขวัญใจสายลุย!! อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

Yamaha MT-10 SP SuperNaked ถอดสเปค R1M มาใส่แน่นทุกจุด

สำหรับคันนี้ Yamaha MT-10 SP ที่จอดโชว์อยู่ในงาน Eicma 2019 ถือว่าเป็น SuperNaked อีก 1 คันที่ได้รับความสนใจไม่ใช่น้อย เพราะว่ามีของแต่งสเปค R1M ทั้งโช้ค และท่อ ที่ถูกแต่งเสริม เติมหล่อ มาจากโรงงานเต็มๆ คันนี้เป็นสี Icon Performance ที่ตัวถังน้ำมันเป็นสีอลูมิเนียม ขัดเงาตัดกับสีน้ำเงิน มาพร้อมกับล้อ 5 ก้านสีน้ำเงิน และโช้คหน้าสีทอง Ohlins ที่จะมีทองตัดทำให้ดู สปอร์ต มายิ่งขึ้น การออกแบบเป็นโทนเดียวกับ Yamaha R1M มาพร้อมกับหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มีชิวขนาดเล็กติดมาดูดุลงตัว ในส่วนของเรือนไมล์ เป็นแบบ TFT มีความคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน ฟังก์ชั่น และลูกเล่นสวยงาม ชุดแฮนด์บาร์ถูกเสริมหล่อด้วยชุดปะกับของ Yamaha R1M พร้อมกับมือเบรค และมือคลัทช์ที่เปลี่ยนจากเดิมเป็นของ Lightech มาดูที่เครื่องยนต์ 4 สูบ Crossplane ขนาดความจุ 998 ซีซี ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางยามาฮ่า ให้กำลังแรงม้าที่ 158 แรงม้าที่ 11,500 รอบ/นาที แรงบิดอยู่ที่ 111 นิวตันเมตร ที่ 9,000 รอบ/นาที มาพร้อมกับเกียร์ 6 สปีด สามารถใส่เกียร์ได้เลย ไม่ต้องกำคลัทช์เพราะมี Quick shifter ช่วงล่างเอาของ Yamaha R1M มาใส่เลยก็ว่าได้ สำหรับโช้คหน้าไฟฟ้า Ohlins แบบ up-side down เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 43 มิลลิเมตร และโช้คหลังกึ่งไฟฟ้า Ohlins แบบ Subtank ที่ยึดอยู่ระหว่างเฟรมกับสวิงอาร์มแบบอลูมิเมียน น้ำหนักเบา ระบบเบรคหน้าแบบดับเบิ้ลดิส floating ขนาด 320 มิลลิเมตร พร้อมกับคาลิปเปอร์เบรคแบบเรเดี้ยนเมาส์ 4 พอร์ท ขนาดของวงล้อแม็กหน้า 17 นิ้ว ที่ให้มากับยางสปอร์ตขนาด 120/70 ZR เบรคหลังเป็นแบบดิสเบรคขนาด 220 มิลลิเมตรจับด้วยคาลิปเปอร์ 1 พอร์ทของ Nissin ขนาดของวงล้อแม็กด้านหลังมีขนาด 17 นิ้ว ให้ยางสปอร์ตติดมาขนาด 190/55 ZR เสริมหล่อด้วยท่อ Akrapovic ที่เลเซอร์ MT-10 มาให้ด้วยเลยจากโรงงาน สำหรับ Yamaha MT-10 SP คันนี้บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 17 ลิตร มีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 212 กิโลกรัม ต้องบอกว่าคันนี้คือ SuperNaked อีก 1 คันที่น่าสนใจเลยละครับ ทั้งหล่อ แรง ราศีจับแน่นอนถ้าได้มาครอบครอง สำหรับคันนี้ถูกเสนอค่าตัวที่ประเทศอิตาลีเป็นเงิน ยูโร ที่ 16,499 ยูโร ถ้าคิดเป็นเงินแล้วจะอยู่ที่ 5 แสน (ไม่รวมภาษี) ถือว่าเป็นราคาที่สามารถจับต้องได้เลยละครับ สำหรับรถ SuperNaked สเปคเทพแบบนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้   

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
GPX DEMON GR200R (2020) สเปกและราคา

GPX DEMON GR200R (2020) สเปกและราคา GPX Demon GR200R กับความสปอร์ตแบบเต็มขั้น ด้วยการคิดค้นและออกแบบใหม่หมดจดทั้งคัน ให้กำลังแรงขึ้น สปอร์ตมากกว่าที่เคย ราคา 76,500 บาท (ราคาพิเศษก่อน 15 ก.ค.63)       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ สูบเดียวแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 198 ซีซี ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 65.5 X 58.8 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 100/80-17 แบบไม่ใช้ยางใน (GPX Demon GR200R Da Corsa ใส่ Pirelli Rosso Sport) ยางหลัง 140/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน (GPX Demon GR200R Da Corsa ใส่ Pirelli Rosso Sport ) ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ระบบกันสะเทือนหลัง มัลติลิงก์และโช้คเดี่ยว YSS ปรับพรีโหลดได้ 7 ระดับ เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรกแบบ 2 พ็อต เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรกแบบ 1 พ็อต ยาว X กว้าง X สูง 2,020 X 747 X 1,145 มม. ระยะฐานล้อ 1,340 มม. ความสูงเบาะ 815 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 11 ลิตร   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

2 July 2020
Honda GOLDWING DCT

Honda GOLDWING DCT (2020) สเปกและราคา   Honda GOLDWING DCT แกรนด์ทัวริ่งรุ่นใหญ่สุดของค่ายปีกนกที่มาพร้อมระบบเนวิเกชั่น เวอร์ชั่นล่าสุดและระบบเกียร์อัจฉริยะ DCT ราคา 1,340,000       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ 6 สูบแนวนอน 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1833 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 73.0 X 73.0มม. อัตราส่วนการอัด 10.5:1 ระบบเกียร์ 7 สปีด พร้อมระบบ DCT และวอล์กกิ้งโหมด F/R ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 130/70R-18 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 200/55R-16 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า ดับเบิ้ลวิชโบนกับโช้คเดี่ยว Showa ขนาด 45 มม. ระยะยุบ 110 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โปรลิงก์และโช้คเดี่ยว Showa ระยะยุบ 104 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบคลื่น ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin 6 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 316 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin 3 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS ยาว X กว้าง X สูง 2,575 X 905 X 1,430 มม. ระยะฐานล้อ 1,695 มม. ความสูงเบาะ 745 มม. น้ำหนักรถ 384 กก. ความจุถังน้ำมัน 21.1 ลิตร   อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

21 May 2020
Honda CRF1100L AFRICA TWIN ADVENTURE SPORTS

Honda CRF1100L AFRICA TWIN ADVENTURE SPORTS (DCT) (2020) สเปกและราคา   เหนือสุดทุกเส้นทางกับ Honda CRF1100L AFRICA TWIN Adventure Sports ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงใหม่ ขนาด 1100 ซีซี ราคา 699,000 บาท       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1084 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ แบบ SOHC ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 92.0 X 81.4 มม. อัตราส่วนการอัด 10.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ DCT ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 90/90-21M/C 54H แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 150/70R18M/C 70H แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Showa ขนาด 45 มม.ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 230 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มและโช้คเดี่ยว Showa ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 220 มม. เบรคหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบคลื่น ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรก 4 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS เบรคหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 256 มม. พร้อมระบบเบรก ABS และปิดเฉพาะล้อหลังได้ ยาว X กว้าง X สูง 2,310X 960 X 1,520 มม. ระยะฐานล้อ 1,560 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 248 กก. ความจุถังน้ำมัน 24.8 ลิตร   อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

21 May 2020