SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
เปกโก้ ยอมรับ ไม่พอใจฟอร์มการแข่งใน Spanish GP

เปกโก้ ยอมรับ ไม่พอใจฟอร์มการแข่งใน Spanish GP  ‘ผมไม่ชอบการแข่งขันแบบนี้เลย’ จบการแข่งขันในศึก Spanish GP ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน พร้อมทั้งคว้าโพเดี้ยมอันดับสามไปได้ แต่สำหรับแชมป์โลกสองสมัย ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า กลับมีท่าทีที่นิ่งเงียบ โดยหลังสัมภาษณ์ เปกโก้ ยอมรับ ว่าเขา “ไม่พอใจ” กับฟอร์มการแข่งในรอบเรซของสนามแห่งนี้เลย จากฟอร์มการแข่งขันของบัญญาญ่า ที่ไม่สามารถไล่บี้คู่แข่งได้เลย (แต่บดเฉือน มาร์คได้อยู่) ซึ่งเจ้าตัวนั้นออกสตาร์ออกสตาร์ทกริด 3 และจบอันดับเดิมทั้งในรอบสปรินเรซของวันเสาร์ รวมถึงรอบเรซในวันอาทิตย์ ซึ่งเปกโก้นั้นพยายามที่จะแซง..แต่ก็ไม่สำเร็จ และยิ่งคู่แข่งต่างค่ายอย่าง ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ ที่ยังคงใช้ตัวแข่งสี่สูบเรียงอย่าง M1 มันก็ยิ่งจุดประกายไฟในใจของแชมป์โลกคนนี้ทีเดียว  “ผมไม่พอใจกับการแข่งขันแบบนี้เลย ผมทำอะไรไม่ได้อีกตามเคย” ในช่วง 3-4 รอบแรก ผมค่อนข้างพอใจ เพราะเพซและฟีลลิ่งบนรถดีมาก แต่ทันทีที่ผมตามหลังเจ้าแฟ้บ ผมไม่มีโอกาสจะแซงเลย และทุกครั้งที่ไปถึงโค้ง 7,8,11,12 ผมเสียเวลาเยอะมาก ด้านหน้ารถล็อกตลอด และเสียการควบคุมแทบทุกที่ มันน่าเสียดาย แต่นี่คือสถานการณ์ตอนนี้  เปกโก้ยังคงเสริมว่า แม้การแข่งขันในวันอาทิตย์จะดีกว่าวันเสาร์ แต่เขาก็ยังรู้สึกหงุดหงิดกับการเจอปัญหาเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ในฤดูกาลนี้ และเขาแอบเปรยว่า มาร์ค มาร์เกซ เองก็อาจพบปัญหาเดียวกันกับตอนล้มในโค้ง 8 ขณะที่ตามหลังเขา วันนี้ผมดีกว่าเมื่อวาน อย่างน้อยก็แซงคนอื่นได้บ้าง  นี่เป็นครั้งแรกที่มาร์คไม่ได้ออกนำแต่แรก และต้องขี่ตามคนอื่นที่เพซใกล้เคียงกัน เขาก็เสียหน้ารถเหมือนกัน เพราะทุกครั้งที่คุณปล่อยเบรก คุณก็เสียการควบคุมที่หน้ารถ ส่วนผมเองก็พยายามปรับตัวเพราะตั้งแต่สนามแรกผมก็เจอปัญหานี้ และวันนี้ผมเสียหน้ารถหลายครั้ง ทั้งโค้ง 8 โค้ง 11-12 โค้ง 4-5 ซึ่งตอนนี้เรายังไม่รู้สาเหตุและพยายามหาคำตอบอยู่ และมาร์คก็เก่งในการขับขี่ได้ทุกสถานการณ์ ซึ่งผมเองก็ทำไม่ได้ ผมอยากได้ความรู้สึกที่ดีกว่านี้กับหน้ารถ ซึ่งตอนนี้มันยากมาก เพราะปีที่แล้วไม่เคยมีความรู้สึกแย่แบบนี้เลย บัญญาญ่า เสนอว่าอาจต้อง เปลี่ยนบาลานซ์ของตัวรถใหม่ เพื่อหาทางแก้ไข นอกจากนี้เขายังสังเกตุว่า อเล็ก มาร์เกซ ซึ่งขี่รถ Ducati Desmosedici GP24 รุ่นที่บัญญาญ่าใช้เมื่อปีที่แล้ว ก็กำลังแสดงฟอร์มที่แข็งแกร่งแบบเดียวกับที่เขาเคยทำในฤดูกาลก่อน ๆ ถ้ามองที่อเล็กซ์ เขาเก่งมาก เหมือนผมปีที่แล้ว ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนบางอย่างในตัวรถเพื่อปรับบาลานซ์ และวันจันทร์ซึ่งเป็นวันเทส..สำคัญมาก แล้วปัญหาของบัญญาญ่าในปีนี้ เป็นเพราะตัวรถ GP25 หรือไม่ ? ผมคิดว่า GP25 มีศักยภาพมากกว่า GP24 เพราะมีอัตราเร่งและความเร็วปลายที่ดีกว่า เบรกก็ดีกว่า ทางตรงก็ดีกว่าเช่นกัน  ซึ่ง..ผมไม่รู้ว่าทำไม หรืออาจเป็นเพราะแชสซี มันยังเหมือนเดิม ดังนั้นบาลานซ์ก็ควรจะเหมือนหรือคล้ายกับปีที่แล้ว แต่ปีที่แล้วผมไม่เคยเจอปัญหาแบบนี้เลย เพราะปีที่แล้ว ผมสามารถไล่ตามคนอื่นได้หลายรอบ เหมือนอย่างสนามนี้ ผมตามฮอร์เก้ มาร์ติน ได้กว่า 10 รอบโดยไม่มีปัญหาอะไร  แต่ปีนี้ทำไม่ได้เลย และถ้าเทียบเวลากับอเล็กซ์ มาร์เกซ ในปีนี้ของผมเมื่อปีที่แล้ว จะเห็นเลยว่าศักยภาพในโค้งเร็วใกล้เคียงกัน แต่ของผมปีนี้กลับแย่ลง หน้ารถดูนิ่มลง ดังนั้นเราต้องหาทางเข้าใจปัญหานี้ และลองหาทางแก้ไขใหม่ ถือเป็นเรื่องที่ค้อนข้างหนักใจสำหรับเปกโก้เลยหล่ะครับ ยิ่งคนที่เคยคว้าแชมป์โลกให้กับดูคาติมาแล้ว รถแข่งก็ได้รับการยอมรับ แต่มาพลาดท่าให้กับปีศาจค่ายส้อมเสียง ซึ่งไล่แซงไม่ได้มันจึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างหนักใจอยู่พอสมควรทีเดียว อย่างว่าหล่ะครับ ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

28 April 2025
สนามนี้ทางถนัด ! Bagnaia รับ สนามเฆเรซมักสร้างผลงานได้ดีเสมอ

สนามนี้ทางถนัด ! Bagnaia รับ สนามเฆเรซมักสร้างผลงานได้ดีเสมอ Bagnaia หรือฟรานเชสโก้ บัญญาย่า นักแข่งเจ้าของหมายเลข 63 จากทีมโรงงาน Ducati ออกมาเผยกับสื่อว่าเมื่อไหร่ที่ได้แข่งขันที่สนามเฆเรซประเทศสเปน เจ้าตัวมักจะทำผลงานได้ดีเสมอ หลังจากที่การแข่งขันสนามแห่งนี้ 3 ฤดูกาลติดเจ้าตัวสามารถสามารถคว้าชัยได้ทั้งสามครั้ง  โดยในการแข่งหนนี้ การปักธงคว้าแชมป์ประจำสนามเหมือนว่าเป็นสิ่งที่บัญญาย่าจะมีโจทย์ยากพอสมควร เพราะทีมเมทของเจ้าตัวที่เป็นเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยอย่างมาร์ก มาร์เกซ ก็สามารถโชว์ฟอร์มร้อนแรงได้ตั้งแต่เปิดฤดูกาล คว้าอันดับหนึ่งได้ทั้งหมด 3 สนาม จากการแข่งขันทั้งหมด 4 สนาม พลาดท่าที่สนามประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงสนามเดียวเท่านั้น  ซึ่งย้อนกลับไปในฤดูกาล 2024 บัญญาย่ากับมาร์เกซถือเป็นสองตัวละครสำคัญในการแข่งขันสนามดังกล่าว เพราะทั้งคู่สามารถดวลกันได้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่ก็เป็นทางนักบิดสัญชาติอิตาลีที่ได้ชัยชนะไปครอง “ผมทำผลงานได้มากมายที่นี่ในช่วง 3 ปีหลัง และผมดีใจที่ได้กลับมาแข่งขันที่นี่อีกครั้งในรายการ GP ผมมักจะเร็วมากเสมอ และเราก็ทำผลงานได้ดีที่สุดในฤดูกาลที่ผ่านมา” “ที่กาตาร์ เราสามารถพลิกสถานการณ์จากสุดสัปดาห์ที่ดูเหมือนจะยุ่งยากหลังจบรอบควอลิฟาย มาเป็นโพเดียมที่สำคัญ และฟีลลิ่งในการขี่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ” สถิติเป้กโก้ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน จำนวนแชมป์ประจำสนามที่ทำได้ 3 ครั้ง (ฤดูกาล 2022,2023 และ 2024) ทำเวลาเวลาต่อรอบเร็วที่สุด 01:36.025 นาทีต่อรอบ   เป้กโก้ และมาร์ก มาร์เกซ สองนักแข่งจากทีมโรงงาน Ducati Lenovo Team จะลงทำการแข่งขันในสนามที่ห้าของฤดูกาลที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปนระหว่างวันที่ 25-27 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

25 April 2025
  • All Posts
  • MOTOGP
หรือ BMW สนใจเข้าร่วม MotoGP แล้ว !!

หรือ BMW สนใจเข้าร่วม MotoGP แล้ว !! หลังจากมีการคาดเดาต่าง ๆ นา ๆ จากสื่อหลายแขนงว่าทางค่ายใบพัดสีฟ้า มีแนวโน้มที่จะยกระดับการแข่งขันเข้าสู่ MotoGP ในอีกไม่กี่ฤดูกาลนี้ ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าน่าจะเป็นช่วงปี 2027 หลังจากการปรับเปลี่ยนกฎการแข่งขันแบบยกชุดใหญ่ และล่าสุด! มีกระแสข่าวจากวงในว่าทางค่ายนั้น มีการดีลซื้อขายข้อมูลดาต้าของตัวแข่งจากทางซูซูกิอย่าง GSX-RR ที่ใช้แข่ง MotoGP เมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา หรือ BMW สนใจที่จะร่วมลงสังเวียน MotoGP แล้ว !! จากการรายงานของสำนักสื่อ MotoSport Magazine ได้อ้างอิงถึงข่าวงในในแพ็ดด็อกที่สนามซิลเวอร์สโตนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าทาง BMW กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าสู่การแข่งขันในโมโตจีพี ด้วยสัญญาการดีลซื้อขายข้อมูลสเปคดาต้าตัวแข่ง Suzuki GSX-RR ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นจำนวนเงินมูลค่า 18 ล้านยูโร หรือราว ๆ เกือบ 700 ล้านบาท หากการดีลครั้งนี้สำเร็จลุล่วงเป็นไปตามเป้า ผลประโยชน์โดยรวมคงตกเป็นของ BMW ซึ่งนอกจากจะได้ข้อมูลสเปคตัวแข่งโรงงานมาเพื่อพัฒนาตัวแข่งของ BMW แล้ว ทางบีเอ็มฯ ยังคงมีแพลนที่จะพัฒนาโมเดลรุ่นใหม่ ๆ โดยยึดหลักข้อมูลหลักของตัวแข่ง GXS-RR เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานเครื่องยนต์สี่สูบเรียงแบบเดียวกันของโมเดลจากทาง BMW  อีกด้วย  ถือว่าเป็นกระแสที่ดีและน่าสนใจทีเดียว และคาดการณ์ความน่าจะเป็นที่มีโอกาสเป็นไปได้สูง ถ้าหากเกิดขึ้นจริง เราอาจได้เห็นตัวแข่งจากสังกัดใหม่ของค่ายใบพัดสีฟ้า เฉิดฉายในสนามแข่งของชั้นพรีเมียร์คลาสใน MotoGP อีกด้วย ส่วนในเรื่องของนักบิดก็คงเป็นไปไม่ได้นอกจาก Toprak Razgatlıoğlu ที่กำลังฟอร์มร้อนแรง พา BMW ขึ้นระดับหัวแถวของตารางใน WSBK2024 อยู่ ณ ขณะนี้ และทั้งหมดนี้ก็คือความเป็นไปได้ที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรอคอนเฟิร์มจากทางค่ายอย่างเป็นทางการ แต่ตอนนี้เรามาลุ้นแชมป์โลก WSBK กันก่อนดีกว่าครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2024 Fabio Di Giannantonio เซ็นสัญญาต่อกับ VR46 อีก 2 ปี

2024 Fabio Di Giannantonio เซ็นสัญญาต่อกับ VR46 อีก 2 ปี ปิดดีลเป็นที่เรียบร้อย!!..พร้อมลุยต่ออีก 2 ปีระหว่างนักบิดหนุ่มอิตาลี Fabio Di Gainnantonio (VR46 Racing Team) เซ็นสัญญาลุยต่อกับทางต้นสังกัดอีก 2 ปีไปจนถึงฤดูกาล 2026 และพิเศษกว่านั้น นักบิดหนุ่มคนนี้จะได้รับตัวแข่ง Desmosedici GP25 ซึ่งจะเป็นสเปคเดียวกันกับทีมโรงงานในฤดูกาลหน้าอีกด้วย โดยบรรยากาศหลังจากการเซ็นสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดินานโตนิโอ กล่าวว่า “สำหรับสัญญาใหม่ในครั้งนี้ ค่อนข้างสำคัญกับผม และผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวดูคาติ และช่วง 2 ปีหลังจากนี้ผมก็พร้อมลุยเต็มที่ ไปพร้อมกับ VR46 Racing Team” @vr46racingteam @Fabio Di Giannantonio 🐺 x VR46 Racing Team 🟡⚪️ Diggia will ride a GP25 next year 🏍️ @MotoGP™ @Ducati Corse #PertaminaEnduroVR46RacingTeam #MotoGP #Diggia49 #VR46 ♬ suono originale – VR46RacingTeam “สำหรับวันนี้คงเป็นสำคัญที่น่าจดจำในอาชีพของผม ด้วยการซัพพอร์ตจากดูคาติ และยังมอบตัวแข่งสเปคโรงงานให้อีกด้วย เราจะเติบโตและประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน ทั้งนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางดูคาติที่เชื่อมั่นในฝีมือทั้ง Claudio, Gigi, Mauro และทีม VR46 ที่ไว้วางใจในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่ผ่านมา และต้องขอบคุณทั้ง Valentino (Rossi), Uccio (Salucci), Pablo (Nieto) ทีมเอ็นจิเนียร์และทีมสตาร์ฟที่เกี่ยวข้อง มันสนุกจริง ๆ ที่ทำงานร่วมกับพวกเขา” Alessio Salucci ผู้บริหารของ Pertamina Enduro VR46 Racing Team กล่าวว่า “ในช่วงสองปีใน 2025/2026 ทีมของเราเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง หลังจากการประกาศได้ขึ้นเป็นทีมรองหลักแทน Pramac แล้ว วันนี้เราก็พร้อมคอนเฟิร์มสำหรับการดีลสัญญาใหม่กับ Fabio Di Gainnantonio ต่อไปอีกในอีกสองฤดูกาลนั้น ผมเก็บอาการไม่อยู่เลย (หมายถึงพึงพอใจหน่ะ)” “เขามาถึงที่นี่ในนาทีสุดท้ายและเขาก็ตั้งใจ ทำงานหนัก และนี่ก็คือผลลัพธ์ที่เขาสมควรได้รับ มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับอนาคตของทีม และความสัมพันธ์กับดูคาติก็เริ่มแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณเหล่าสปอนเซอร์ที่ร่วมซัพพอร์ตและเชื่อมั่นโปรเจ็กต์อันทะเยอทะยานนี้”  Gigi Dall’Igna ผู้จัดการทีม Ducati กล่าวว่า “เรารู้สึกแฮปปี้ และยินดีที่ได้จินานโตนิโอมาร่วมงาน มาพร้อมกับเหล่านักบิด Ducati ต่อไปในอีก 2 ปีข้างหน้า Diggia ได้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในโปรเจ็กต์ของเรามาโดยตลอด ความทุ่มเทและพรสวรรค์ของเขาจะทำให้เขาสามารถเติบโตใน MotoGP ได้อย่างมั่นคง อีกทั้งเรามั่นใจว่า VR46 Racing Team จะเป็นทีม Satellite ที่แข็งแกร่งและยังได้ตัวแข่งสเปคเดียวกับทีมโรงงาน นั่นจะทำให้เขามีโอกาสในการพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม..ยินดีเข้าสู่ครอบครัว Ducati อีกครั้ง Fabio” ปัจจุบัน ฟาบิโอ มีคะแนนสะสมรวมอยู่ที่อันดับ 8 ในตารางคะแนนรวม (104 คะแนน) และติดอันดับท็อป 10 ตลอดของการแข่งขันในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตาม สามารถเชียร์และเป็นกำลังใจให้กับพ่อหนุ่มหมายเลข 49 คนนี้ สำหรับการแข่งขันในสนามต่อใน AustrainGP จัดขึ้นวันที่ 16-18 ส.ค. นี้ ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Pedro Acosta Ducati 2027

สรุปข่าวดีลประวัติศาสตร์ MotoGP 2027 เปโดร อคอสต้า เซ็นสัญญาซบ Ducati Lenovo จับคู่ มาร์ก มาร์เกซ พร้อมจับตาอนาคต บันยาย่า หลังหลุดเก้าอี้ทีมโรงงาน

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Superbike-qj_motor_logo

เป็นข่าวที่ทำให้ค่ายรถจักรยานยนต์เจ้าตลาดเดิมต้องหันมามองค้อนกันคอเคล็ด เมื่อล่าสุดมีข้อมูลยืนยันความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ QJ Motor แบรนด์รถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากแดนมังกร (บริษัทแม่ของ Benelli)

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
MG ZS Hybrid+ 2026

All-New MG ZS Hybrid+ 2026 ขุมพลังไฮบริดใหม่ 196 แรงม้า แรงบิด 465 นิวตันเมตร ประหยัดน้ำมัน 20 กม./ลิตร พร้อมระบบ MG Pilot ล่าสุด เตรียมบุกตลาดไทยปีนี้

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 Honda ADV350 ปรับสีใหม่ ใส่จอ TFT

2025 Honda ADV350 ปรับสีใหม่ ใส่จอ TFT 2025 Honda ADV350 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน EICMA 2024 ที่ประเทศอิตาลี กับรถที่เป็นขวัญใจขาซิ่งในประเทศไทย ที่มาพร้อมสีสันใหม่ หน้าจอใหม่แบบ TFT เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานมากยิ่งขึ้น หน้าจอกลางใหม่แบบจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน Honda RoadSync สามารถใช้ในส่วนของระบบนำทาง, รับสายโทรศัพท์ หรือฟังเพลง ที่ควบคุมได้หมดเพียงแค่ปลายนิ้วโป้งซ้าย นอกจากนี้ยังมีช่อง USB ในกล่องเก็บของหน้าซ้ายสำหรับชาร์จสมาร์ทโฟน และใต้เบาะขนาดใหญ่ 48 ลิตรเก็บของได้อย่างจุใจ ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยมาพร้อมระบบเบรก ABS แบบ Dual-Channel, ระบบควบคุมแรงบิด Honda Selectable Torque Control (HSTC) 3 ระดับได้แก่ เปิดทั้งสองล้อ, เปิดเพียงล้อเดียว และปิดระบบ Emergency Stop Signal (ESS) จะทำงานและปิดเองอัตโนมัติเมื่อเกิดการเบรกกะทันหัน ระบบสมาร์ทคีย์และระบบป้องกันการโจรกรรม เครื่องยนต์ และ ช่วงล่างแบบเดิม ถึงแม้จะเป็นโมเดลใหม่แต่ก็ยังคงเครื่องยนต์เดิมแบบขาประจำ eSP+ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 330 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 28 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 31.5 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบต่อนาที มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 11.7 ลิตรอีกทั้งยังสามารถเคลมได้ไกลกว่า 330 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ถัง ในส่วนของช่วงล่างด้านหน้ามากับโช้คอัพแบบ USD ขนาดแกน 37 มม.มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 125 มม.และด้านหลังมาแบบโช้คอัพคู่พร้อมซับแทงค์มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 130 มม. ระบบเบรกด้านหน้ามาแบบดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 256 มม. และด้านหลังระบบเบรกดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. คู่กับล้ออลูมิเนียมด้านหน้าขนาด 15 นิ้วรัดด้วยยางขนาด 120/70 และด้านหลังล้อขนาด 14 นิ้วรัดด้วยยางขนาด 140/70 สีสันที่วางจำหน่าย สีเทา (Matte Ruthenium Silver Metallic) สีดำ (Pearl Nightstar Black) สีแดง (Hyper Red) สีเทา-ดำ (Matte Coal Black Metallic)   สำหรับราคาวางจำหน่ายที่ประเทศอังกฤษอยู่ที่ 5,899 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 258,900 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) แต่คาดการณ์ว่าหากเขาไทย ในโมเดลใหม่นี้ราคาจะไม่ต่างจากโฉมก่อน ๆ ที่วางขายในประเทศ เพราะเพิ่มมาเพียงแค่จอ TFT แบบใหม่ และสีสันที่วางจำหน่ายเท่านั้น ไบค์เกอร์สายแต่งรถเตรียมตัว เพราะยังไงก็เข้าไทยแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

6 November 2024
2025 Yamaha Tenere 700 เครื่องเดิม เติมเทคโนโลยี

2025 Yamaha Tenere 700 เครื่องเดิม เติมเทคโนโลยี 2025 Yamaha Tenere 700 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการแล้วกับรถสไตล์แอดเวนเจอร์ไบค์ ยังคงถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของรถรุ่นเดิม เพื่อสานต่อความเป็นตำนานสายแอดเวนเจอร์จากรุ่นก่อนหน้า พร้อมลุยได้ในทุกเส้นทาง โดยมีการเปิดตัวสองรุ่นย่อยทั้ง Tenere 700 และ 700 Rally เครื่องยนต์แบบเดียวกับ MT-07 ทั้งสองรุ่นย่อยที่เปิดใหม่มาพร้อมเครื่องยนต์เดียวกัน (และแบบเดียวที่ใช้ร่วมกับรุ่น MT-07) เครื่องยนต์แบบ CP2 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 689 ซีซี พละกำลัง 73.4 แรงม้าที่ 9,000 รอบ แรงบิด 68 นิวตันเมตรที 6,500 รอบ มาพร้อมเกียร์ 6 สปีด มาพร้อมถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 15.8 ลิตร อีกทั้งยังมีการปรับมาตรฐานการปล่อยไอเสียใหม่ เพื่อให้รองรับกับมาตรฐาน Euro5+ ช่วงล่างพร้อมลุย จุดที่แตกต่างของสองทั้งสองรุ่นย่อยถ้าจะให้เห็นเด่นชัดนอกจากสีสันแล้วก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของระบบช่วงล่าง เพราะในรุ่นธรรมดาโช้คอัพหน้าแบบหัวกลับที่มีขนาดแกนอยู่ที่ 43 มม. มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 210 มม. และด้านหลังมาเป็นโช้คอัพเดี่ยวพร้อมซับแทงค์สามารถปรับตั้งค่าได้ด้วยมือ ระยะยุบอยู่ที่ 200 มม. โช้คอัพด้านหน้าของรุ่นธรรมดา โช้คอัพด้านหน้าของรุ่น Rally   ในส่วนของรุ่น 700 Rally จะมาพร้อมโช้คอัพหน้าจาก KYB รุ่นใหม่ที่มีระยะยุบเพิ่มขึ้นจาก 210 มม. เป็น 230 มม. และความสูงในส่วนของโช้คอัพด้านหลังมาเป็นโช้คอัพเดี่ยวพร้อมซับแทงค์ และสามารถปรับค่าต่าง ๆ ได้ด้วยมือ โดยทั้งสองรุ่นย่อยจะมาพร้อมระบบเบรกดิสก์หน้าคู่ ขนาดจาน 282 มม.พร้อมระบบเบรก ABS และด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาดจาน 245 มม. พร้อมระบบเบรก ABS เช่นเดียวกัน ไซส์ล้ออยู่ที่ 90/90-R21 รัดด้วยยาง Pirelli Scorpion Rally STR และ 150/70-R18 รัดด้วยยาง Pirelli Scorpion Rally STR ด้านหน้าและหลังตามลำดับ เทคโนโลยีการขับขี่มาพร้อม มาพร้อมหน้าจอ TFT แบบสัมผัสขนาด 6.3 นิ้วที่ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน แสดงข้อมูลการขับขี่ครบ อีกทั้งยังสามารถควบคุมการเล่นเพลง การโทรศัพท์ และระบบนำทางผ่านแอพ MyRide ของ Yamaha มีช่องจ่ายไฟแบบ USB-C ที่ช่วยให้สามารถชาร์จมือถือในขณะเดินทางได้  ไม่เพียงแค่แดชบอร์ดที่น่าสนใจ แต่ระบบอื่น ๆ ก็โดดเด่นไม่แพ้กันไม่ว่าจะเป็นระบบคันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (TCS) ที่ทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ระบบ ABS โดย ระบบ TCS และ ABS ของรถรุ่นนี้สามารถปิดการทำงานได้เพื่อเพิ่มการควบคุมในการขับขี่ออฟโรด TCS มีสองโหมดคือ เปิดและปิด ส่วน ABS มีสามโหมด ได้แก่ โหมด 1 สำหรับเปิดระบบทั้งสองล้อ โหมด 2 ปิดเฉพาะล้อหลัง และโหมด 3 ปิดระบบทั้งหมด สามารถปรับเปลี่ยนโหมดได้ผ่านเมนูบนหน้าจอ TFT หรือกดปุ่ม ABS ค้างไว้เพื่อปิดการทำงานของ ABS และ TCS อย่างรวดเร็ว ไฮไลท์ของ Tenere 700 Rally ทั้งสองรุ่นย่อยที่มาพร้อมกันดูผิวเผินภายนอกก็แทบจะไม่ค่อยมีความต่างกันมากเท่าไหร่ เพราะเครื่องยนต์ก็ใช้รูปแบบเดียวกัน แต่มันก็ยังมีรายละเอียดในบางจุดที่แตกต่างระหว่างตัวธรรมดา และ Rally  โช้คอัพด้านหน้า-หลังจาก KYB บังโคลนหน้ายกสูงสไตล์ออฟโรด แผ่นกันกระแทกขนาด 4 มม. ที่พักเท้าน้ำหนักเบา   สีสันที่วางจำหน่ายของทั้ง 2 รุ่นย่อย Yamaha Tenere 700 จะมีวางจำหน่ายทั้งหมดสองสีได้แก่ สีน้ำเงิน (Icon Blue) และสีเทา (Frozen Titanium) สีน้ำเงิน (Icon

6 November 2024
2025 BRUTALE 1000 RR OTTANTESIMO ทำให้แรร์ เลยผลิตแค่ 500 คัน 

2025 BRUTALE 1000 RR OTTANTESIMO ทำให้แรร์ เลยผลิตแค่ 500 คัน  2025 BRUTALE 1000 RR OTTANTESIMO โมเดลใหม่จากทาง MV Agusta ที่เป็นรุ่นฉลองครบรอบ 80 ปีของแบรนด์ นับตั้งแต่การสร้างเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์รุ่นแรกของบริษัท ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบสองจังหวะขนาด 98 ซีซี ที่ถูกซ่อนไว้จากกองทัพเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเข้าสู่สายการผลิตในปี 1945 หลังสงครามสิ้นสุดลง เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบนี้ MV Agusta ได้เปิดตัวรุ่นพิเศษโดยมีการผลิตแค่ 500 คันเท่านั้น  เครื่องยนต์จูนใหม่ ขุมพลังเครื่องยนต์แบบอินไลน์ 4 สูบเรียง ขนาด 998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 201 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 116 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบต่อนาที ได้รับการอัปเดตให้เป็นไปตามมาตรฐาน Euro5+ มาพร้อมกับวาล์วไทเทเนียม 16 ตัว, ก้านสูบไทเทเนียมแบบฟอร์จ และแคมที่เคลือบด้วย DLC (Diamond-Like Carbon) เครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้ตอบสนองได้ดีขึ้นที่รอบต่ำ ช่วยให้การทำงานราบรื่น และลดการสั่นสะเทือน โดนรุ่นนี้ได้รับการปรับปรุงเทคโนโลยีใหม่ แบบวาล์วรัศมีอันโดดเด่นของ MV Agusta ได้รับการติดตั้ง ECU ใหม่ที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ทำให้สามารถเข้าถึงแผนที่การทำงานแบบใหม่ MV Agusta ยังระบุด้วยว่า ECU ใหม่นี้ช่วยให้การตอบสนองของคันเร่งดีขึ้น และส่งกำลังแรงบิดได้ง่ายขึ้นในทุกสภาพการขับขี่ ช่วงล่างอย่างโหด โช้คอัพ Öhlins ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ครบรอบ 80 ปีทั้งทีจะให้ของธรรมดามามันก็ดูจะแปลก ๆ ไปหน่อย โช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ Öhlins Smart EC 3.0 ขนาดแกน 43 มม. ด้านหลังมากับโช้คอัพเดี่ยว Öhlins EC 3.0 TTX แบบ Progressive ที่สามารถปรับการทำงานได้ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์  ระบบเบรกด้านหน้ามาพร้อมดิสก์เบรคหน้าคู่ขนาด 320 มม.คาลิเปอร์ Brembo Stylema พร้อมล้อหน้าขนาด 120/70-17 ระบบเบรกด้านหลังมากับดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบสองลูกสูบ พร้อมล้อหลังขนาด 200/55-17 มาพร้อมยาง Pirelli diablo SuperCorsa SP V4 อีกทั้งยังมีระบบ ABS Continental MK100 มาพร้อมฟังก์ชัน RLM (ป้องกันการยกล้อหลังขณะเบรก) และฟังก์ชันการเบรกขณะเข้าโค้ง ดีไซน์สุดล้ำ  โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดุดันและโฉบเฉี่ยว มีการใช้เส้นสายที่เฉียบคมและทรงพลัง ตัวถังรถถูกออกแบบให้มีลักษณะเหมือนกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและเต็มไปด้วยความดุดัน โดยใช้วัสดุคุณภาพสูง หล่อ สุขุม ล้ำสมัย โดยมีการผสมผสานชุดคาร์บอนที่ให้เห็นได้อย่างเด่นชัด จุดเด่นไฮไลท์ เพลทรันนัมเบอร์ ตัวอักษร MV บนถังน้ำมัน ชุดบนจัดเต็มจาก Brembo ท่อไอเสียสองฝั่งเพิ่มความสปอร์ต BRUTALE 1000 RR OTTANTESIMO เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ผสมผสานดีไซน์ที่หรูหรา และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมไว้ด้วยกัน ถือเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีของ MV Agusta ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบที่โดดเด่นในสไตล์อิตาเลียน ผสานกับเทคโนโลยีระดับสูง ทำให้รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์ที่มีความสปอร์ตและความหรูหรา ใครขี่ก็หล่อ บอกเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

6 November 2024
2025 Can-am Spyder F3 โรดสเตอร์สามล้อซิ่ง

2025 Can-Am Spyder F3 โรดสเตอร์สามล้อซิ่ง 2025 Can-Am Spyder F3 สามล้อบิ๊กไซส์จากค่าย Can-Am มาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นและทรงพลังเช่นเดิม นั่นคือสิ่งที่ Spyder F3 นำเสนอ ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2015 สามล้อคันนี้ยังคงมอบการผสมผสานที่โดดเด่นของพลัง ความสะดวกสบาย และความมั่นคงของสามล้อ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นให้ผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยบนถนนโล่ง ทำให้ในโมเดลใหม่ที่เปิดตัวยังคงสานต่อความเป็นเอกลักษณ์นี้  เครื่องยนต์ทรงพลัง ขุมกำลังเครื่องยนต์ Rotax แบบ 3 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 1,330 ซีซี พละกำลัง 115 แรงม้าที่ 7,250 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 130 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์ 6 สปีดพร้อมฟังก์ชันในการเคลื่อนที่ถอยหลัง จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดแบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบควบคุมคันเร่งแบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่งกำลังได้อย่างราบรื่น เหมาะทั้งสำหรับการขับขี่สบาย ๆ และการขับที่สนุกเร้าใจ ช่วงล่าง และระบบเบรก ระบบกันสะเทือนหน้าจาก SACHS Big-Bore ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มพร้อมโช้คอัพเดี่ยว SACHS ระยะการยุบ 132 มม. เบรกหน้าแบบดิสก์เบรกคู่ขนาด 270 มม. พร้อมคาลิเปอร์แบบ 4 ลูกสูบของ Brembo พร้อมล้อหน้าขนาด 165/55-R15 เบรกหลังดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 270 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว พร้อมหลังขนาด 225/50-R15 การออกแบบดีไซน์  การออกแบบดีไซน์ด้วยสรีระตามสไตล์ครุยเซอร์และท่านั่งขับขี่ที่ผ่อนคลายพร้อมวางเท้าไปข้างหน้า Spyder F3 ถูกสร้างขึ้นเพื่อความสบายในการเดินทางไกล ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเอนหลังและเพลิดเพลินไปกับการเดินทาง อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบ UFit ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ปรับตำแหน่งการขับขี่ได้ตามความสูงและความชอบของตนเอง โดยการปรับที่พักเท้าและแฮนด์จับ ศูนย์ถ่วงต่ำและโครงสร้างสามล้อที่มั่นคง  เมื่อผสานกับระบบควบคุมเสถียรภาพขั้นสูง ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจในสมรรถนะ พร้อมทั้งเสริมการควบคุมและการบังคับรถที่ดีเยี่ยม เทคโนโลยีมีให้มาพร้อม มาพร้อมจอแสดงผลตรงกลางขนาด 10.25 นิ้วแบบทัชสกรีน พร้อม BRP Connect และรองรับ Apple CarPlay อีกทั้งยังมาพร้อมโหมดการขับขี่ 2 โหมดได้แก่ Eco Mode และ Sport Mode ในส่วนของระบบความปลอดภัยมาพร้อมกับ ระบบควบคุมเสถียรภาพ ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน และระบบเบรก ABS สำหรับสีที่จำหน่ายมีทั้งหมด 4 รุ่นประกอบไปด้วย รุ่นเริ่มต้น SPYDER F3-S วางจำหน่ายที่ราคา 22,299 ดอลลาร์สหรัฐ ตีเป็นเงินไทยราว ๆ 753,900 บาท มีสีให้เลือกเพียงสีเดียวคือ สีดำ Monolith Black สีดำ (Monolith Black)   รุ่น SPYDER F3-T วางจำหน่ายที่ราคา 24,899 ดอลลาร์สหรัฐ ตีเป็นเงินไทยราว ๆ 841,800 บาท มีสีให้เลือก 2 คือ สีขาว Pearl White และ สีน้ำเงิน Mineral Blue Satin รุ่นนี้มาพร้อมกระเป๋าขนาด 78 ลิตร ชิลด์กันลมด้านหน้า และระบบเสียง Audio 4 ลำโพง สีขาว (Pearl White) สีน้ำเงิน (Mineral Blue Satin)   รุ่น SPYDER F3-Limited วางจำหน่ายที่ราคา 28,0Zon99 ดอลลาร์สหรัฐ ตีเป็นเงินไทยราว ๆ 841,800 บาท มีสีให้เลือก 4 คือ สีเทา-ดำ Steel Black Metallic, สีดำ Monolith Black Satin, สีน้ำเงิน Mineral Blue Satin และสีแดง Plasma Red

4 November 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Panigale V4S BikeSafe รถตำรวจติดไซเรน

Panigale V4S BikeSafe รถตำรวจติดไซเรน ถ้าทำไม่ถึงก็อย่าทะลึ่งหนี!! นี่อาจเป็นรถตำรวจที่ซิ่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับเจ้า Panigale V4S BikeSafe ซูเปอร์ไบค์สายพันธุ์อิตาลีรุ่นเรือธง 216 แรงม้า พร้อมลวดลายกราฟิกสไตล์รถตำรวจ หรือคันนี้จะถูกสร้างมาเพื่อไล่ล่าโจรผู้ร้ายกันนะ ? เอ๊ะ..เดี๋ยวก่อน นี่มันไม่ใช่ Ducati ในบ้านเรา  เอ๊ะ..แต่เดี๋ยวก่อน นี่มันไม่ใช่รถตำรวจไทยอย่างที่เห็น อันนี้เป็นของฝั่งในสหราชอาณาจักรจากการสนับสนุนของค่ายดูคาติในโครงการ BikeSafe เพื่อนำไปใช้ในการฝึกอบรมการขับขี่สองล้อ รวมถึงกิจกรรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน และกิจกรรมแทร็คเดย์ต่าง ๆ ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่นเอง โครงการ BikeSafe คืออะไร  สำหรับ BikeSafe เป็นโครงการฝึกอบรมระดับประเทศในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีตำรวจมอเตอร์ไซค์ระดับแอดวานซ์เป็นผู้ให้การฝึกอบรมแก่ผู้ขับขี่หลังจากสอบผ่านใบขับขี่แล้ว โดยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา Ducati ได้มอบรถให้กับโครงการหลายคัน อาทิ Panigale V4 รุ่นดั้งเดิมในปี 2018 ตามด้วย Panigale V2 รุ่น V-twin และรุ่น SuperSport และครั้งนี้เองเป็นรุ่น Panigale V4 พร้อมรหัส S โหมด และสิ่งที่พิเศษสำหรับคันนี้ก็คือการตกแต่งหรือรายละเอียดทั้งหมด ล้วนเป็นงานแฮนดเมทจากต้นสังกัด ซึ่งภายในนอกนั้นมีลวดลายที่มีสีสันสดใส ผสมลายกราฟิกสีเหลืองและน้ำเงิน ประทับลงลวดลายตัวแข่งชุดสีดั้งเดิมของดูคาติ ดูเหมืิอนจะเป็นรถสีสันสดใส แต่ถ้าลองคร่อมสิ คนละเรื่องงง Simon Blatchly OBE หัวหน้าฝ่ายประสานงานระดับชาติของสภาหัวหน้าตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมพาร์ทเนอร์กับทาง Ducati โดยมีเป้าหมายร่วมกันที่จะช่วยพัมนาและผลักดันในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งเจ้า Panigale V4S คันนี้ก็คือตัวแทนที่จะเข้ามาเสริมในเรื่องของความเซฟตี้บนท้องถนนให้ดียิ่งขึ้น ประกอบในเรื่องของตัวรถ Ducati จะช่วยให้เราสามารถสื่อสารกับผู้ขับขี่ที่เป็นสาวกดูคาทิสต้าในเรื่องสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยและการฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และความร่วมมือในครั้งนี้ จะส่งผลลัพธ์ที่ดีซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุและช่วยเหลือชีวิตผู้คนได้จริง” ถ้าหากเป็นรถของตำรวจไทย จะเกิดอะไรขึ้น ? หากให้นึกมโนภาพดู หากรถตำรวจไทยเป็น Panigale รุ่นนี้แล้วหล่ะก็ คงเป็นนักล่าเด็กแว้นสายซิ่งอีกหนึ่งรุ่นนอกจากเจ้า FZ-1,NT1100, CB1300Pและ GS1300 รับประกันไม่มีใครกล้าขับหนีอย่างแน่นอนหล่ะครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

8 July 2025
มาเวอริค บีญาเลส รับยังมูฟออนเรื่อง Ducati ไม่ได้

มาเวอริค บีญาเลส รับยังมูฟออนเรื่อง Ducati ไม่ได้ ค่ายรถที่ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้นำของการแข่งขัน MotoGP อยู่ในชั่วโมงนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น ‘บ้านใหญ่’ จากประเทศอิตาลีอย่าง ‘Ducati’ ที่สามารถพัฒนาตัวแข่งของค่ายแล้วก้าวขึ้นมาสู่หัวแถวได้อย่างภาคภูมิใจ พัฒนาจน มาเวอริค บีญาเลส เผยว่าการปฏิเสธข้อเสนอจาก Ducati คือความผิดพลาดสูงสุดของเจ้าตัว  ‘ท็อปกัน’ กับเส้นทางการแข่งขัน MotoGP ของเขานั้นก็เกือบที่จะเป็นนั่งเดินทางแบบเดียวกับแจ็ค มิลเลอร์ ซึ่งนับตั้งแต่ที่ตัวเขานั้นเปิดตัวในการแข่งขันระดับพรีเมียร์คลาสเมื่อปี 2015 มาเวอริค บีญาเลสได้เริ่มต้นกับการลงแข่งขันด้วยรถ Suzuki ระหว่างปี 2015-2016 ภายใต้ทีม Suzuki Ecstar โดยในปี 2015 ยังสามารถคว้ารางวัล Rookie of the Year ได้ด้วย ก่อนที่ในปี 2017 จะย้ายมาอยู่กับทีมโรงงานของค่ายยามาฮ่า อย่าง ‘Movistar Yamaha MotoGP’ ซึ่งมาแทนที่ของฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ ที่ย้ายไปร่วมทีม Ducati ซึ่งเจ้าตัวก็สามารถสร้างความน่าสนใจด้วยการคว้าชัยชนะการแข่งขันเมนเรซตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลที่ประเทศกาตาร์ ก่อนที่จะเก็บชัยได้อีกสองสนาม ได้แก่ที่ประเทศอาเจนติน่า และฝรั่งเศส แต่แล้วในฤดูกาลดังกล่าวเจ้าตัวก็จบได้เพียงอันดับที่ 3 เท่านั้น แม้ว่าจะสร้างผลงานได้กับยามาฮ่าแต่อย่างไรก็ตามในปี 2021 ตัวเขาก็มีปัญหากับทีมยามาฮ่า ปัญหาดังกล่าวจบลงด้วยการออกจากทีมกะทันหันช่วงกลางฤดูกาล 2021 ก่อนที่จะย้ายเข้าร่วมทีมโรงงานของ Aprilia ในช่วงปีเดียวกัน และในปี 2024 บีญาเลสก็สามารถคว้าชัยชนะได้ในการแข่งขันที่สนามประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ KTM Tech3 ในปี 2025  บีญาเลสเกือบจะลงแข่งขัน ‘ครบทุกค่าย’ ในการแข่งขันศึก MotoGP ขาดเพียงสองแบรนด์อย่าง Honda และ Ducati ซึ่งทางด้านของ Ducati หากย้อนกลับไปในปี 2018 ค่ายบ้านใหญ่อิตาลีค่ายนี้ให้ความสนใจในตัวของบีญาเลส แต่เจ้าตัวปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวแล้วตัดสินใจอยู่กับทีมยามาฮ่าต่อ แม้เวลาเรื่องดังกล่าวจะผ่านมาระยะเวลากว่า 7 ปี เจ้าตัวก็ออกมายอมรับรู้สึกเสียดาย “ใช่ครับ และนั่นคือสิ่งที่ผมเสียใจที่สุดในอาชีพนักแข่งของผมเลย ในปี 2018 ผมได้รับข้อเสนอให้เข้าร่วมทีมโรงงาน Ducati ในปี 2019 และ 2020 เป็นเพื่อนร่วมทีมกับโดวิซิโอโซ่” “พวกเขาโน้มน้าวผมได้เลยนะ ตอนนั้นผมมั่นใจมากว่าจะไป Ducati แต่กลุ่มคนที่ผมทำงานด้วยตอนนั้นกลับโน้มน้าวให้ผมอยู่กับ Yamaha ต่อ และลองคว้าแชมป์ที่นั่นให้ได้ แน่นอนครับ มันเป็นความผิดพลาดโดยสิ้นเชิง ผิดพลาดอย่างมหันต์เลย” ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันในปี 2025 บีญาเลสกำลังลงแข่งให้กับทีม Tech3 KTM และพยายามปรับตัวเข้ากับเจ้า RC16 รถแข่งคันใหม่ที่ต้องควบคุม เขาเคยคว้าโพเดียมในสนามกาตาร์ได้แล้วด้วย แต่สุดท้ายโดนโทษเรื่องแรงดันยางจนหล่นไปจบอันดับที่ 14  บีญาเลสจะลงแข่งขันในการแข่งขันสนาม 11 ของฤดูกาลในรายการ Liqui Moly Grand Prix of Germany ที่สนามซัคเซนริง ประเทศเยอรมนี ในช่วงระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคมนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

7 July 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
รีวิว 2025 Tiger Sport 660 นี่มันทัวริ่งหรือทัวซิ่ง !?

2025 Tiger Sport 660 เปิดตัวมาแบบเงียบ ๆ ตามสไตล์แบบผู้ดีอังกฤษกับ สปอร์ตทัวร์ริ่งไซส์กลาง ที่มาพร้อมการออกแบบดีไซน์ที่ไม่ได้มีการปรับเปลื่ยนอะไรมากมายนัก

KTM คัมแบ็ค 2025 พร้อมแต่งตั้ง CEO คนใหม่

KTM คัมแบ็ค 2025 พร้อมแต่งตั้ง CEO คนใหม่ KTM คัมแบ็ค 2025 หลังผ่านอนุมัติการเสนอแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ รวมถึงการแต่งตั้ง CEO คนใหม่ พร้อมเดินกำลังผลิตต่อเนื่อง ถือว่าเป็นก้าวแรกที่ดี สำหรับการคัมแบ็คครั้งใหม่และค่อนข้างคลายกังวลโดยเฉพาะแฟน ๆ ค่ายเคทีเอ็ม สำหรับการเสนอแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ ถูกอนุมัติข้อเสนอจากในที่ประชุม และเตรียมพร้อมกลับมาผลิตอีกครั้งในเดือนมีนาคมเป็นต้นไป รายละเอียดการปรับโครงสร้างธุรกิจ แบ่งเป็น 4 ประเด็นหลัก ๆ ประกอบไปด้วย 1.ชำระหนี้ 30% : KTM AG จะจ่ายเงินงวดแรก 30% หรือจำนวนเงิน 548 ล้านยูโร เพื่อชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ภายในวันที่ 23 พ.ค.68 (ศาลจะอนุมัติรับรองแผนดังกล่าวในช่วงต้นเดือน มิ.ย. 68 และกระบวนการปรับโครงสร้างของ KTM AG จะสิ้นสุดลงเมื่อแผนมีผลตามกฎหมาย) 2.แต่งตั้ง CEO คนใหม่ : ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับการแต่งตั้งซีอีโอคนใหม่อย่าง Gottfried Neumeister จะเข้ามาบริหารธุรกิจในเครือของ พรีเมียร์ โมลิบิตี้ กรุ๊ป (KTM AG) แทนผู้บริหารคนเก่าอย่าง Stefan Pierer ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป “วันนี้เป็นวันที่ผมรู้สึกขอบคุณและดีใจ KTM กำลังกลับมาอยู่บนเส้นทางของมันอีกครั้ง ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา พนักงานของเราทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป วันนี้..เราได้ปิดฉากบทสำคัญหนึ่งลงแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวของเราจะจบเพียงแค่นี้ ตอนนี้เราสามารถเดินหน้าสร้างตำนานของ KTM ต่อไปได้แล้ว เราทำสิ่งนี้เพื่อ แฟน ๆ KTM นับล้านคนทั่วโลก นักแข่งของเราที่เราภูมิใจอย่างยิ่ง และสถานที่ตั้งในออสเตรียของเรา ซึ่งเรามีความผูกพันอย่างลึกซึ้ง โดย KTM ยังคงเป็นหนึ่งในนายจ้างชั้นนำของอุตสาหกรรมในออสเตรีย” Gottfried Neumeister กล่าว 3.กู้เงิน 800 ล้านยูโร : เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับชำระให้แก่เจ้าหนี้และใช้เป็นทุนในการผลิตล็อตไลน์ต่อไป กลุ่มบริษัทฯ จำเป็นต้องใช้เงินทุนเพิ่มเติมจำนวน 800 ล้านยูโร โดยได้แต่งตั้ง Gitigroup เข้ามาดูแลการลงทุนนี้ให้เกิดความโปร่งใสสูงสุด   4.เงินหนุน 50 ล้านยูโร จากผู้ถือหุ้น: พร้อมหนุนหลังธุรกิจด้วยเงินสนับสนุนจำนวน 50 ล้านยูโร จากกลุ่มผู้ถือหุ้นและนักลงทุน โดยจะเริ่มเดินแผนการผลิตตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ซึ่งตั้งเป้าให้สามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างเต็มกำลัง และนี่ก็คือ 4 ประเด็นหลัก ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากประชุมครั้งใหญ่ ซึ่งมีแนวโน้มเป็นบวกและน่าพอใจ แต่นี้ก็เป็นเพียงก้าวแรกสำหรับการคัมแบ็คครั้งใหม่ของ KTM เท่านั้น อย่างไรก็ดี การประกาศโดยตรงจากออฟฟิเชียลก็สามารถสยบ ข่าวลือต่าง ๆ มากมาย และก็ถือเป็นการกอบกู้ศักดิ์ศรี โดยไม่ต้องสั่งปิดโรงงานและปลดพนักงานทั้งหมดในออสเตรีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW M4 CS Edition VR46 เบิร์ดเดย์รอสซี่เพียง 46 คันเท่านั้น

BMW M4 CS Edition VR46 เบิร์ดเดย์รอสซี่เพียง 46 คันเท่านั้น BMW M4 CS Edition VR46 รถยนต์จากค่ายใบพัดสีฟ้า BMW ที่มาพร้อมกับคอลเลคชันใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดให้กับ ‘พ่อหมอ’ วาเลนติโน่ รอสซี่ เจ้าของแชมป์โลก 9 สมัย และในปัจจุบันนี้เจ้าตัวยังเป็นนักแข่งรถให้กับทางทีมโรงงาน BMW W Works โดยรถรุ่นพิเศษคันนี้มาพร้อมกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งพ่อหมอเองก็มีส่วนในการร่วมออกแบบ และเพิ่มความเป็นลิมิเต็ดด้วยการผลิตออกมาวางจำหน่ายเพียงรุ่นละ 46 คันเท่านั้น เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันเกิดให้กับวาเลนติโน่ รอสซี่ทั้งทีจะเป็นของแบบธรรมดาก็คงจะไม่สมฐานะกับการเป็นค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศเยอรมนี ทาง BMW ได้ทำการส่ง BMW M4 รถโฉมโมเดลสปอร์ตซีดานที่มาพร้อมกันทั้งหมดสองรุ่นย่อยได้แก่ รุ่น Sport และ รุ่น Style สเปค และรายละเอียดของเครื่องยนต์ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร สามารถรีดพละกำลังได้มากถึง 550 แรงม้า แรงบิดอยู่ที่ 650 นิวตันเมตร มาพร้อมเทคโนโลยี MTwinPower Turbo ที่เป็นเครื่องยนต์สมรรถนะระดับเดียวกันกับสนามแข่ง พ่วงมาด้วยเทอร์โบแบบ Mono-Scroll สองตัว ส่งพละกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ M xDrive ที่สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ ทางค่ายเคลมอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 3.4 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่ 302 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเทคโนโลยีของรถคันนี้ก็จัดให้ จัดใหญ่ และจัดเต็ม อาทิ ระบบ Active M Differential ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการถ่ายกำลังขณะเข้าโค้ง, M Adaptive Suspension ระบบช่วงล่างแบบปรับอัตโนมัติให้เหมาะกับทุกสภาพถนน ดีไซน์การตกแต่งสไตล์ชัดแบบรอสซี่ เริ่มที่รุ่น Sport มาพร้อมกับตัวถังสี Marina Bay Blue metallic สีน้ำเงินเงา สวยสดใส มาพร้อมกับหมายเลข 46 ที่เป็นเบอร์ประจำตัว ขนาบด้านข้างทั้งสองฝั่งด้วยเฉดสี Tanzanite Blue metallic เพิ่มความโดดเด่นให้กับหมายเลข รถคันนี้มาพร้อมจุดเด่นคือมีแทบสีเหลืองพาดอยู่เหนือขอบประตู เพื่อเป็นการเพิ่มความโดดเด่นให้กับดีไซน์ของตัวรถ ถัดมากับรุ่น Style ที่มาพร้อมกับตัวถังสี Frozen Tanzanite Blue metallic แบบด้าน มาพร้อมกับหมายเลข 46 เช่นเดียวกับรุ่นแต่มาด้วยเฉดสี Frozen Marina Bay Blue metallic เพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับตัวรถมากยิ่งขึ้น ก้านล้อตกแต่งด้วยสีเหลือง คาลิเปอร์เบรกสีเหลืองโดดเด่น   ซึ่งสิ่งที่เหมือนกันของการตกแต่งทั้งสองรุ่นย่อยนี้คือ การใช้ดีไซน์ที่เน้นการใช้เฉดสีเหลืองเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลัก อาทิ ก้านล้อฟอร์จ M light alloy แบบ V-spoke ที่ตกแต่งด้วยสีเหลืองสด ซึ่งก้านล้อยังทำหน้าที่ระบุตำแหน่งของจุ๊บลมยางตามสไตล์ของรถแข่ง ที่คาลิเปอร์เบรกสีเหลืองสดพร้อมโลโก้ M ที่เป็นการสื่อถึงสัญลักษณ์ของวาเลนติโน รอสซี หลังคาคาร์บอนพร้อมโลโก้ VR46 ฝากระโปรงท้ายพร้อมโลโก้ VR46   ในส่วนของด้านบนของตัวรถ มาพร้อมหลังคาแบบคาร์บอนที่เพิ่มความโดดเด่นด้วยโลโก้ VR46 ขนาดใหญ่ที่ถูกทับด้วยลายเซ็นของวาเลนติโน่ รอสซี่ และด้านท้ายบริเวณฝากระโปรงด้านหลังจะมาพร้อมกับตัวอักษร VR46 เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นลิมิเต็ดของรถในโมเดลนี้ มาต่อกันที่ดีไซน์ภายในของตัวรถ ที่ยังคงเน้นด้วยจุดเด่นสีเหลืองต่อเนื่องมาถึงห้องโดยสาร และเน้นไปที่ความเป็นสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ เริ่มที่พวงมาลัยแบบ M Alcantara แบบสามก้าน พร้อนก้านล่างตัดตรงมาพร้อมกับด้ายตะเข็บเย็บสีเหลือง และมาร์กเกอร์สีเหลืองในตำแหน่ง 12 นาฬิกาเพื่อเพิ่มความเป็นสปอร์ตให้กับตัวรถ เบาะนั่ง M Carbon แบบบัคเก็ตซีทที่หุ้มด้วยหนัง Merino ในโทนสี Black/Night Blue และทางด้านของแผ่นรองไหล่ตกแต่งด้วย Alcantara สีเหลือง เพื่อเพิ่มความโดดเด่นในการตัดกับโทนสีหลักของตัวเบาะ พนักพิงมีจุดเด่นหนึ่งจุดได้แก่โลโก้ของ VR46 คอนโซลตรงกลางที่พาดยาวมาถึงอุโมงเกียร์ของตัวรถ ตกแต่งด้วยชิ้นงานในรูปแบบของคาร์บอน เพื่อเน้นความเป็นเอ็กซ์คลูซีฟให้กับผู้ที่ซื้อไปคอนโซลตรงกลางยังมาพร้อมกับหมายเลขรันนัมเบอร์  และสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ซื้อคือการได้พบปะแบบส่วนตัวกับเจ้าของหมายเลข 46 อย่าง วาเลนติโน่ รอสซี่ ที่ VR46

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Ducati Diavel V4 ส่องสเปค ครูเซอร์ตัวท็อป กับราคา 1.29 ล้านบาท

Ducati Diavel V4 ส่องสเปค ครูเซอร์ตัวท็อป กับราคา 1.29 ล้านบาท   Ducati Diavel V4 บิ๊กไบค์สายสปอร์ตครูเซอร์รุ่นใหญ่ มาพร้อมการดีไซน์ยังคงเอกลักษณ์ดุดัน แข็งแกร่ง ที่จัดเต็มด้านเทคโนโลยี พิเศษด้วยสุดยอดเครื่องยนต์อย่าง V4 Granturismo ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ทั้งในสนามแข่งและท้องถนน ราคาแนะนำ 1,299,000 บาท  สเปค, สเป็ก ​ ไฟหน้ารูปตัว C คู่ เดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ เครื่องยนต์ V4 Granturismo     หน้าจอสี TFT ไฟท้ายรูปตัว C         แฟริ่งทรงสปอร์ต ดีไซน์ดุดัน ท่อ Rocket Launcher   Ducati Diavel V4 ส่องสเปค ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ V4 Granturismo 4 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,158 ซีซี แรงม้า (เคลม) 168 แรงม้าที่ 10,750 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 126 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83 x 53.5 มม. อัตราส่วนการอัด 14.0 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง อิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 ล้ออัลลอย ยางหลัง 240/45-ZR17 ล้ออัลลอย ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 50 มม. ปรับพรีโหลดได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้, พร้อมสวิงอาร์มเดี่ยว เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 330 มม. และคาลิเปอร์ Breambo Stylema 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกขนาด 265 มม.คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,593 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 112 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 211 กก. (ไม่รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 20 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ควิกชิฟเตอร์ ครูซคอนโทรล หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Ducati Multimedia System ระบบสองสว่าง Full LED รอบคัน ระบบช่วยการออกตัว (DPL) โหมดการขับขี่ 4 โหมด (Sport, Touring, Urban และ Wet)  ระบบแทร็คชั่นคอนโทรล (DTC) ระบบเบรก ABS  ระบบป้องกันล้อหน้าลอย (DWC)   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Ducati Diavel V4      

10 April 2023
ส่องสเปค MT-07 กับจอสีใหม่ ในราคา 3.05 แสน

ส่องสเปค MT-07 กับสีใหม่ หน้าจอใหม่ ในราคาเดิม   Yamaha MT-07 สปอร์ตเน็กเก็ดไบค์ กับเจ้าของฉายา “Master of Torque” ที่มาพร้อมกับหน้าจอสีใหม่ในเครื่องยนต์ CP2 689 ซีซี กับแรงบิดที่เหนือสมรรถนะ ให้ความเร้าใจในการขับขี่ตลอดเส้นทาง  ราคาแนะนำ 305,000 บาท  สเปค, สเป็ก ​     ระบบไฟ LED หน้าจอสี TFT พร้อมแอพพลิเคชั่น Y-Connect     เครื่องยนต์ CP2 2 สูบ ดีไซน์ทรงสปอร์ต ปราดเปรียว พร้อมโลโก้แฟริ่งด้านข้าง   ส่องสเปค MT-07 ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 689 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73.4 แรงม้าที่ 8,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 68.6 มม. อัตราส่วนการอัด 11.5 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด T.C.I. ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70ZR17M/C (58W) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55 ZR 17M/C(73W) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว พร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 298 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 245 มม. กว้าง X ยาว X สูง 780 x 2,085 x 1,105 มม. ระยะฐานล้อ 1,400 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 140 มม. ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 184 กก. ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA ์เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว  ระบบไฟ LED  แอพพลิเคชั่น Y-Connect ระบบเบรก ABS   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Yamaha MT-07   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

31 March 2023
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Yamaha Motor Racing YMR สาวกยามาฮ่าครั้งนึงต้องเข้าไปดูที่นี้!!

เป็นสถานที่ที่คนรัก Yamaha MotoGP ต้องได้เข้าไปใน Yamaha Motor Racing YMR ซึงถือว่าเป็นศูนย์กลางระดับโลกเลยก็ว่าได้ที่จะรวมนักแข่งทีมโรงงานอย่าง Maverick viñales #12 Valentino Rossi #46 หัวหน้าช่างทีมแข่ง อะไหล่ตัวรถแข่ง การขนส่ง และสำนักงาน Yamaha MotoGP อยู่ในที่นี้ที่เดียว สำหรับวันนี้เราจะพาเดินชม Yamaha Motor Racing YMR โดยมีคุณ William Favero ผู้จัดการฝ่ายสื่อสาร และการตลาด ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่จะเป็นคนแนะนำพื้นที่ต่างๆ ในบริเวณสำนักงานว่าส่วนไหนดูได้ ส่วนไหนดูไม่ได้ (บางพื้นที่เป็นความลับ) ตื่นเต้นๆแล้ว เรามาเดินชมไปพร้อมๆกันดีกว่าครับ ใน ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่เราจะได้เข้าไปเยี่ยมชมถูกแบ่งสัดส่วนการใช้งานอย่างเป็นระเบียบ จัดสรรพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น โซนโชว์รูม โชนต้อนรับแขกผู้มาเยือน ห้องประชุม โซนซ่อมบำรุงรักษา โซนโรงรถเทเลอร์ขนย้าย และชั้น 2 ที่ถูกออกแบบให้เป็นสำนักงาน ติดต่อประสานงานครบวงจร โซนแรกที่เราได้เข้าไปเจอนั้นคือโชว์รูมที่จัดโชว์รถแข่ง Yamaha MotoGP ถูกจอดโชว์เรียงไว้เป็นปี เป็นรุ่น มีทั้งสมัย Lorenzo #99 เป็นทีมเมทกับ Rossi #46 โชว์ชุดแข่งของแต่ละคน ได้ดูกันอย่างใกล้ชิดเลยละครับ มีทั้ง Valentino rossi Maverick viñales ทุกชุดที่แขวนโชว์คือชุดที่ผ่านการใช้งานจริงมาแล้วทั้งหมด อยากได้สักชุดจริงๆ ภาพชิ้นนี้เป็นฝีมือคนไทยที่ทำขึ้น ถูกแขวนอยู่บนผนังในโซนต้อนรับแขก มองไปที่ภาพรับรู้ถึงความเป็นไทยได้เลยและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากๆที่ได้เห็นภาพนี้อยู่ที่แห่งนี้ ขอบคุณครับ โชว์เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง รหัส S5 ขนาดเครื่องยนต์ 800 ซีซี ปี 2008 ถูกวางโชว์อยู่บนแท่นในแต่ละปีจะมีความแตกต่างกัน เครื่องยนต์ถูกพัฒนาให้มีกำลังแรงขึ้น ทนขึ้น และสเถียรมากขึ้นอีกด้วย อีก 1 ห้องที่สำคัญไม่แพ้ห้องอื่นๆเลย นี้คือห้องประชุมที่นักแข่ง Yamaha MotoGP อย่าง Rossi Vinales และทีมแข่ง นายช่างเครื่อ และผู้บริหารทีม เข้ามาประชุมในห้องนี้ โดชว์ถูกจัดให้มี Yamaha M1 อยู่กลางโต๊ะประชุม เสริมบรรยากาศให้รู้สึกดีมากยิ่งขึ้น (น้อยคนมากที่จะได้เข้าห้องนี้) เราเดินต่อมากันที่ด้านหลังของโชว์รูมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่นี้คือสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า “ห้ามถ่ายรูป” มันต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ในครั้งนี้เราได้สิทธิพิเศษในการเยี่ยมชมแบบ VIP “ถ่ายได้” ก็ต่อเมื่อเขาให้ถ่าย ต้องบอกก่อนว่าตรงนี้คือโซนที่จะมีรถเทเลอร์ขนย้าย ขนส่งอะไหล่และรถแข่งในโซนยุโรปทั้งหมด จะถูกขนด้วยรถเทเลอร์ โดยในรถจะมีอะไหล่ ที่พัก เครื่องมือที่พร้อมออกเดินทางข้ามประเทศกันเลยละครับ ถ้าใครเห็นภาพหรือวีดีโอที่นักแข่ง Yamaha วิ่งๆขึ้นเทเลอร์ รถพวกนั้นออกมาจากทีนี้ละครับ ช่องจอดจะยาวเป็นพิเศษเพราะเทเลอร์จะถอยหลังเข้ามาแล้วขนย้ายอะไหล่ เครื่องมือ และรถแข่งขึ้นในนี้ทั้งหมด แม้แต่โรงรถขนของก็ถูกตกแต่งด้วยชุดสี แฟริ่งรถแข่ง Yamaha M1 มาต่อกันเป็นคันแล้วจอดโชว์ในโรงรถ ส่วนในห้องด้านหลังจะเป็นโซนที่ห้ามถ่ายรูปเพราะเป็นความลับ นั้นคือห้อง ซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ มีเครื่องมือเยอะแยะไปหมด เครื่องยนต์ ที่ต้องส่งตรวจเป็นเครื่องสำรองในการแข่ง ชุดสี แฟริ่ง มีนายช่างอยู่ในนั้นประมาณ 4-5 คน พวกเขาต้องใช้สมาธิพอสมควรในการประกอบ เราเดินต่อขึ้นไปที่ชั้น 2 ที่เป็นโซนสำนักงาน ที่ใช้ติดต่อ ประสานงานทุกสนามการเดินทาง สปอนเซอร์รถแข่งและนักแข่ง ทุกอย่างต้องรวดเร็ว และลงตัว จะมีเพียงมุมบนมุมเดียวที่ถ่ายลงมาให้ชมด้านล่าง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ครั้งนึงในชีวิตได้เข้ามาที่ ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่ประเทสอิตาลี เดินเยี่ยมชมรถแข่ง เครื่องยนต์ กลิ่นชุดหนัง ความเป็นมืออาชีพ ทุกอย่างมันสุดยอดจริงๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีครั้งนึงในชีวิตเลยละครับ อันนี้เป็นภาพถ่ายที่เดินถ่ายทั้งหมด อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

Honda Wave125i เปิดตัวโดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ พร้อมสีใหม่ Blue Metallic

เอ.พี. ฮอนด้า ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ครอบครัวของเมืองไทย ด้วยการเปิดตัว New Honda Wave125i พร้อมสีใหม่ “Blue Metallic” ภายใต้คอนเซปต์ “The Superior of All Time โดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ” ด้วยแรงบันดาลใจจากยานยนต์ระดับไฮคลาสสู่รถจักรยานยนต์ครอบครัวระดับพรีเมี่ยม ดึงดูดทุกสายตาด้วยสีน้ำเงินเมทัลลิกตัดกับเบาะและอินเนอร์สีแดงอย่างลงตัว ดูสง่างามทุกมุมมองด้วยรูปลักษณ์แบบ Superior Design ที่เน้นความปราดเปรียวหรูหรา ทันสมัยด้วยไฟหน้าแบบ LED พร้อมหน้าปัดเรือนไมล์เรียบหรู สะดวกสบายด้วย U-Box ขนาด 17 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้  ทั้งยังใช้งานง่ายด้วย Seat Opener & Key Shutter ขับขี่สนุกและประหยัดด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 125ซีซี หัวฉีด PGM-FI ตอบสนองทันใจแต่มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 69 กม./ลิตร (วัดตามมาตรฐาน EURO4 ใหม่) พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ รุ่นล้อแม็กมีให้เลือก 4 สีได้แก่ น้ำเงิน-แดง, เทา-แดง, ดำ-แดง, ขาว-แดง ราคาแนะนำ 55,600 บาท และรุ่นล้อลวดมีให้เลือก 3 สีได้แก่ แดง-ดำ, ดำ, น้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 53,400 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.aphonda.co.th อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้  #Honda #Wave125i #TheSuperirorOfAllTime #BlueMetallic #Whatstopsyou?

Yamaha Tenere 700 Rally Edition แต่งโชว์ในงาน Eicma 2019

มาถึงรถที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับขาลุยประเทศไทย สำหรับเจ้า Yamaha Tenere 700 ที่มีเสียงเรียกหาอย่างมากมาย อีกไม่กี่วันนี้ได้มีข่าวดี เห็นตัวเป็นๆอย่างแน่นอน ในงานใหญ่ปลายเดือนนี้ สำหรับคันนี้จอดโชว์ใน บูทยามาฮ่า ในงาน Eicma 2019 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สีแดง-ขาว ที่ดูจะโดดเด่นเกินคันอื่นๆ (แล้วแต่คนชอบนะครับ) ที่มีสีดำและสีน้ำเงิน จอดอยู่ข้างๆ คันนี้มาพร้อมกับชุดแต่ง มาดูกันที่ด้านหน้าที่ถูกแต่งเสริมเติมหล่อด้วยไฟส่องนำทาง แบบ Fog lamp 1 คู่ถูกติดตั้งอยู่ทางด้านล่างของโคมไฟด้านหน้า ส่องสว่างเห็นทางได้กว้างและไกลขึ้น มาต่อกันที่ท่อไอเสียที่เป็นของแต่งตรงรุ่นจากโรงงาน แบรนด์ Akrapovic for Tenere 700 ที่ออกแบบและพัฒนามาคู่บุญกับโมเดลนี้เลย สำหรับผมแล้วถือว่าลงตัวดูมากๆเลยละครับ รู้สึกได้ถึงฟิว dakar rally โช้คหลังถูกปรับเปลี่ยนจากเดิมเป็น Ohlins Subtank ที่มีรีโมทแยกออกจากตัวโช้คสามารถปรับค่า ความหนืดได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับสายลุย เวลาที่ต้องใช้ไม่จพเป็นต้องใช้เครื่องมือ เพียงแค่ใช้มือปรับง่ายๆ เท่านั้น ก้านเบรคและก้านคลัทซ์ ถูกเปลี่ยนเป็น gilles tooling มีขนาดที่สั้นลงกว่าเดิม สามารถปรับระยะก้านได้ นั้นหมายความว่าดีขึ้น เมือถึงเวลาที่กำเข้าไป เราจะใช้เพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น ยังเหลือนิ้วอีก 2 นิ้ว ที่ยึดแฮนด์ไว้กันหงายหรือหลุดออกจากแฮนด์ สำหรับ สเปค Yamaha Tenere 700 (Eu spec) เครื่องยนต์ 4 จังหวะ Crossplane (CP2) 2 สูบ 689 ซีซี DOCH เกียร์ 6 สปีด โช้คหน้าแบบ Up-side down โช้คหลังเดี่ยวแบบ คอล์ยสปริง (ในรูปคือของแต่ง Ohlins) เบรคหน้าจานดิสคู่ ขนาด 282 มิลลิเมตร เบรคหลังดิส ขนาด 245 มิลลิเมตร ยางหน้า 90/90 ขอบ 21 ยางหลัง 150/70 ขอบ 18 น้ำหนัก 204 กิโลกรัม บััจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 16 ลิตร ** โช้ค Ohlins,ท่อ Akraprovic, ไฟหน้าแบบ fog lamp และก้านเบรค,มือคลัทช์ Gilles tooling เป็นของแต่งเพิ่มเติม แต่งมาให้เป็นแนวทางสำหรับสาย Rally ส่วนราคาที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยยังไม่มีการเปิดเผยอย่างแน่ชัดอาจจะเป็นเพียงการเทียบเรทเงินยูโร ที่เป็นราคาขายทางฝั่งยุโรบ ณ ตอนนี้ เปิดราคาอยู่ 9,799 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยแบบไม่รวมภาษี จะอยู่ที่ 334,000 บาท อดใจอีกนิด เดียวคนไทยมีเซอร์ไพส์อย่างแน่นอน ขวัญใจสายลุย!! อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
BMW พุ่งชนร้านพังยับที่ภูเก็ต คนขับ จะเบรกแต่เหยียบผิดเป็นคันเร่ง

กลายเป็นอุบัติเหตุที่สร้างความแตกตื่นให้กับชาวภูเก็ตและโลกโซเชียล เมื่อมีรายงานข่าวรถยนต์หรูเสียหลักพุ่งชนร้านค้าจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก

28 January 2026
รถเก๋งเบียดรถเมล์ เปลี่ยนเลนกลางถนน แบบนี้ใครผิด?

รถเก๋งเบียดรถเมล์ กลางถนนเพราะพยายามเปลี่ยนเลนกะทันหัน เจาะลึกข้อกฎหมายจราจร ใครเป็นฝ่ายผิด? พร้อมจุดอับสายตาที่คนขับรถเล็กต้องระวัง

28 January 2026

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
Bajaj Pulsar NS 200

Bajaj Pulsar NS 200 สเปกและราคา   Bajaj Pulsar NS 200 เน็กเก็ตไบค์สไตล์สตรีทไฟเตอร์ที่ถูกสร้างมาเพื่อการเดินทางในทุกๆ วัน ให้ความคล่องตัวในทุกถนนและทุกโค้ง ราคา 79,800 บาท (ราคาช่วงแนะนำ)     สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ DTSI สูบเดียว 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 199.5 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 100/80-17″ แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-17″ แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระยะยุบ 130 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ระยะยุบ 120 ม.ม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 300 ม.ม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 230 ม.ม. ยาว X กว้าง X สูง 2,012 X 803.5 X 1,060 มม. ระยะฐานล้อ 1,363 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 158 กก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

9 July 2020
Bajaj Pulsar NS 160 สเปกและราคา

Bajaj Pulsar NS 160 สเปกและราคา   Bajaj Pulsar NS 160 สตรีทไฟเตอร์ที่เหมาะกับนักบิดทุกคน ให้ความคล่องตัว แม้ในเขตเมืองที่มีรถติดมากมาย ราคา 69,800 บาท (ราคาช่วงแนะนำ)     สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ DTSI สูบเดียว 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 160.3 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 90/90-17″ แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 120/80-17″ แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระยะยุบ 130 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ระยะยุบ 120 ม.ม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 230 ม.ม. ยาว X กว้าง X สูง 2,012 X 803.5 X 1,060 มม. ระยะฐานล้อ 1,363 มม. ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

9 July 2020
GPX DEMON GR200R (2020) สเปกและราคา

GPX DEMON GR200R (2020) สเปกและราคา GPX Demon GR200R กับความสปอร์ตแบบเต็มขั้น ด้วยการคิดค้นและออกแบบใหม่หมดจดทั้งคัน ให้กำลังแรงขึ้น สปอร์ตมากกว่าที่เคย ราคา 76,500 บาท (ราคาพิเศษก่อน 15 ก.ค.63)       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ สูบเดียวแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 198 ซีซี ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 65.5 X 58.8 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 100/80-17 แบบไม่ใช้ยางใน (GPX Demon GR200R Da Corsa ใส่ Pirelli Rosso Sport) ยางหลัง 140/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน (GPX Demon GR200R Da Corsa ใส่ Pirelli Rosso Sport ) ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ระบบกันสะเทือนหลัง มัลติลิงก์และโช้คเดี่ยว YSS ปรับพรีโหลดได้ 7 ระดับ เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรกแบบ 2 พ็อต เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรกแบบ 1 พ็อต ยาว X กว้าง X สูง 2,020 X 747 X 1,145 มม. ระยะฐานล้อ 1,340 มม. ความสูงเบาะ 815 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 11 ลิตร   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

2 July 2020