SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Mazda EZ-60 สเปค หลังมีข่าวเตรียมเปิดตัว SUV พลังงานใหม่ทั้ง BEV และ EREV ชูจุดเด่นดีไซน์ KODO วิ่งไกลสูงสุด 1,100 กม.

2025 AmericasGP ดินแดนคาวบอย สนามแข่ง Circuit of The Americas (COTA)ในรายการ 2025 AmericasGP ตั้งอยู่ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ถือเป็นอีกหนึ่งสนามระดับโลกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในรายการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปฏิทินการแข่งขันปี 2013 สนามแห่งนี้ก็กลายเป็นเวทีวัดฝีมือของนักบิดระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชื่อของ Marc Márquez ที่สร้างตำนานอย่างยิ่งใหญ่ไว้ที่นี่ ข้อมูลสนาม 2025 AmericasGP ชื่อสนาม: Circuit of The Americas (COTA) สถานที่: ออสติน, เท็กซัส, สหรัฐอเมริกา เปิดใช้งานครั้งแรกใน MotoGP: ปี 2013 ความยาวสนาม: 5.513 กิโลเมตร (3.426 ไมล์) จำนวนรอบในการแข่งขัน MotoGP: 20 รอบ (รวมระยะทางประมาณ 110.3 กม.) จำนวนโค้ง: 20 โค้ง (ซ้าย 9 / ขวา 11) ทางตรงที่ยาวที่สุด: 1,200 เมตร สถิติ Race Record สนาม Circuit of The Americas 2024 ความท้าทายของสนาม โค้งเยอะและซับซ้อน COTA มีจำนวนโค้งมากถึง 20 โค้ง (โค้งซ้าย 9, โค้งขวา 11) รวมทั้ง โค้งเร็วต่อเนื่อง โค้งที่โหดๆ จะเป็น โค้ง 1 เป็นเนินชันและมาด้วยความเร็วสูง โค้ง 11 ที่เป็นโค้งยูเทิร์น จุดนี้เป็นจุดที่โดนแซงกันง่ายมาก และโค้ง 12 ที่เป็นทางตรง 1.2 กม จากโค้ง 11 ความเร็วของนักแข่ง ทะลุ 340+ กม/ชม. แน่นอน และต้องเบรกหนักๆ เผื่อจะเข้าโค้ง จุดนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก สภาพพื้นผิวที่ขรุขระ นักแข่งหลายคนวิจารณ์พื้นผิวของสนามว่า ขรุขระและกระแทกแรง ทำให้ควบคุมรถยาก โดยเฉพาะเมื่อใช้ความเร็วสูงในช่วง Sector 2 และ 3 ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อการลื่นไถลหรือยางหมดเร็ว ความสูงของสนามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงสนามมี ความต่างระดับกว่า 40 เมตร โดยเฉพาะเนินชันที่โค้ง 1 ซึ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็วและต้องเบรกอย่างหนักเพื่อเข้าโค้งซ้ายมุมแคบ การควบคุมรถช่วงนี้ต้องใช้ความชำนาญสูง เพราะพลาดง่าย และอาจทำให้เสียเวลาอย่างมาก การบริหารยางจากระยะทางกว่า 110 กิโลเมตรในเรซหลัก และความร้อนสะสมจากการเบรกหนักและการเร่งออกโค้งบ่อยครั้ง ยางทั้งหน้าและหลังจึงสึกเร็ว การเลือกยางที่เหมาะสมและการ “ถนอมยาง” จึงเป็นกุญแจสำคัญที่อาจตัดสินผู้ชนะในสนามนี้ ตารางการแข่งขัน วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2025 เวลา (ประเทศไทย) รุ่น รอบ 20:40 – 21:10 Moto3 FP2 21:25 – 21:55 Moto2 FP2 22:10 – 22:40 MotoGP FP2 22:50-23:05 MotoGP Q1 23:15-23:30 MotoGP Q2 00:50-01:05 Moto3 Q1 01:15-01:30 Moto3 Q2 01:45-02:00 Moto2 Q1 02:10-02:25 Moto2 Q2 03:00 MotoGP 10 Laps(Sprint) วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2025 เวลา (ประเทศไทย) รุ่น รอบ 23:00 Moto3 14 Laps 00:15 Moto2 16 Laps (31มีนาคม 2025)

Pecco Ducati GP25 เหมือนได้ของดี แต่ฟีลลิ่ง “ยังไม่ใช่” ถ้าไม่พูดถึงก็คงเป็นไปไม่ได้..และยิ่งเป็นถึงแชมป์โลก 2 ซ้อนในรายการโมโตจีพีสำหรับ Pecco Bagnaia จากทีมโรงงานดูคาติ ที่ดูเหมือนฟอร์มเริ่มดร็อบลงจนผิดสังเกตนับตั้งแต่การจบอันดับ 3 ในแข่งขันที่สนามบุรีรัมย์ จนกระทั่งบินลัดฟ้าข้ามทวีปมาแก้ตัวในสนาม ArgentinaGP แต่สุดท้ายจบอันดับที่ 4 ไปอย่างน่าเสียดาย หรือจะเป็นที่ตัวแข่อย่าง Pecco Ducati GP25 Ducati GP25 กับ “ความรู้สึกที่หายไป” “ความรู้สึกที่หายไป” อาจไม่ใช่ชื่อเพลงใหม่ แต่เป็นบทสัมภาษณ์ที่เจ้าตัวได้เผยออกมาสำหรับตัวแข่ง Ducati desmosedici GP(24.9) ซึ่งเป็นตัวแข่งเวอร์ชันล่าสุดและมีเพียง เป้กโก้ มาร์คและดีเจีย เท่านั้นที่ได้ใช้เวอร์ชันนี้ แต่ทว่าผลงานกลับออกมาอย่างไม่เป็นไปตามคาด โดยเฉพาะการไล่บี้ตามหลัง มาร์ค มาร์เกซ ห่างถึง 5.53 วินาที ทั้งที่เป็นตัวแข่งเวอร์ชันเดียวกัน แถมยังโดน “เดอะ บราเทอร์” คนน้องอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ แซงขึ้นนำด้วยตัวแข่งปี 24 มันช่างเป็นอะไรที่ทำให้เจ้าตัวนั้นรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งกับตัวแข่งในเวอร์ชันนี้ “ผมไม่แฮปปี้เลย..มีปัญหาตลอดทั้งอาทิตย์ สุดท้ายมาจบอันดับ 4 ทั้ง ๆ ที่่ความเร็วไม่ได้ต่างจากสองคันแรก ซึ่งในตอนแข่ง…ผมรู้สึกว่าความเร็วยิ่งตกเรื่อย ๆ และค่อนข้างเสียเวลาไปกับการโดน โยฮัน ซาร์โก้ และแฟรงกี้ไล่บี้อยู่ข้างหลัง กระทั่งแฟรงกี้สามารถแซงขึ้นนำไปแบบไม่เกรงใจยางซอร์ฟเลย” “ผมต้องปรับตัวใหม่ เพื่อหาฟีลลิ่งในแบบเดียวกันเหมืิอนปีที่แล้ว..ซึ่งมันยังขาดในส่วนนี้อยู่ อันดับ 4 ไม่ใช่ของผม อันดับ 3 ก็ไม่ใช่ ผมกำลังทำงานอย่างหนักและเป้าหมายสูงสุดก็คือการกลับไปอยู่ในจุดที่มันควรจะเป็น” “ฟีลลิ่งมันหายไปจริง ๆ นะ ถึงรถมันจะเร็วก็เถอะ แต่มันไม่ใช่ตัวเองเลย มันไม่ได้ขี่ง่ายเหมือนปีที่ผ่านแล้ว และทุกครั้งที่ผมลงสนาม ผมพยายามทำแบบปีที่แล้ว แต่มันก็พลาด ดังนั้น..ก็ต้องพัฒนากันต่อไป” หากให้กล่าวสรุป..ก็เหมือนคนที่ได้แฟนใหม่แสนเพอร์เฟค หน้าตาสละสวย แต่ก็ไม่รู้ใจเหมือนคนเก่าหล่ะครับ ยังไงก็เอาใจช่วยให้ฟอร์มเจ้าตัวนั้นกลับมาในเร็ววัน เพราะการที่ได้เห็นหมายเลข 63 ไล่บี้กับ 93 หรือบดทั้งพี่ทั้งน้อง มันคงเป็นอะไรที่สนุกและมันส์กว่าการเห็นพี่น้องขี่กินลมชมวิวบนแถวหน้าจริงไหมหล่ะครับ สำหรับการแข่งขันในสนามถัดไปกับ Americas GP จะจัดขึ้นในวันที่ 28-30 มีนาคม ห้ามพลาดกันนะจ๊ะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี ยืนยันนอนยันคอนเฟิร์มแล้วกับเจ้า Marc Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี หลังก่อนหน้านี้มีข่าวการย้ายตัวของ Enea Bastiannini ไปยัง Redbull KTM Factory Racing นั่นทำให้ที่นั่งข้าง ๆ Francesco Bagnaia ว่างลง และตอนนี้ทาง Ducati ได้ออกมาประกาศยืนยันแล้วว่าแชมป์โลก 8 สมัย ผู้ใช้หมายเลข 93 และได้กลายเป็นทีมเมทของแชมป์โลก MotoGP 2 สมัยคนล่าสุดในตอนนี้แล้ว พร้อมกับระบุว่าจะลงแข่งในปี 2025 – 2026 อีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

PTG ทุ่ม 300 ล้าน!! ผงาดคว้าสิทธิ์ไตเติ้ลสปอนเซอร์ ThaiGP 3 ปีรวด PTG ทุ่ม 300 ล้าน ผงาดคว้าสิทธิ์ไตเติ้ลสปอนเซอร์ “ThaiGP” 3 ปีรวด ภายใต้ชื่อ “PT Grand Prix of Thailand” ยาวถึงปี 2026 พร้อมเผยเตรียมเปิดขายบัตรกลางมิ.ย.นี้ แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้เฮกันอีกยาว กลายเป็น “ทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์” ชั่วข้ามคืน สำหรับศึกสองล้อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก รายการ “โมโตจีพี” ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 25-27 ต.ค.นี้ ที่ จ.บุรีรัมย์ ข่าวใหญ่ไทยแลนด์ ก้าวสำคัญครั้งใหญ่ของ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมัน PT ผงาดคว้าสิทธิ์เป็นไตเติ้ลสปอนเซอร์ของรายการต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ 2024-2026 เชื่อโมโตจีพี ฝีมือคนไทย จะสร้างปรากฏการณ์ความประทับใจมากขึ้น ยิ่งใหญ่ อลังการ ยิ่งกว่าที่เคยแน่นอน ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ ชิงแชมป์โลก รายการ “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค.2567 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เตรียมแถลงข่าวเปิดตัวไตเติ้ล สปอนเซอร์ อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งเตรียมเปิดขายบัตรกลาง มิ.ย.นี้ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รู้จักกันดีในฐานะเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน PT, ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ PT Maxnitron และยังมีธุรกิจอื่นในเครือ เช่น แบรนด์ร้านกาแฟ พันธุ์ไทย, คอฟฟี่เวิล์ด รวมถึงศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs สร้างปรากฎการณ์ สะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ต กับการจรดปากกาเซ็นต์สัญญาในฐานะไตเติ้ล สปอนเซอร์ กรังด์ปรีซ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะระเบิดศึกบนแผ่นดินไทย “โมโตจีพี” ซีรีส์การแข่งขันสองล้อที่ดีที่สุด แข่งขันกว่า 20 สนาม ใน 5 ทวีป รายการมอเตอร์สปอร์ตอันดับหนึ่งของโลกที่มีผู้ติดตามชมทั่วโลก ทั้งนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวการแถลงข่าวและเปิดจำหน่ายบัตร “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ประจำปี 2567 ช่วงกลางเดือนมิถุนายน ภายในงานจะมีการเปิดตัวไตเติ้ล สปอนเซอร์ใหม่อย่างสุดยิ่งใหญ่ อลังการ โดยมี Dorna Sports เจ้าของลิขสิทธิ์ บินลัดฟ้ามาร่วมแสดงความยินดี พร้อมผนึกกำลังกับตัวแทนภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ “PT Grand Prix of Thailand” สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ นำเสนออัตลักษณ์ความงดงามแบบไทย รองรับผู้ชมในสนามหลายแสนคน ถ่ายทอดสดความยิ่งใหญ่ 200 ประเทศทั่วโลก สู่ผู้ชม 800 ล้านคน ตั้งเป้าเป็นโมโตจีพีที่ดีที่สุด และน่าประทับใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kazakhstan GP กำหนดวันแข่งใหม่แล้ว ในที่สุดก็สรุปวันแข่งขันใหม่ได้แล้วสำหรับรายการ Kazakhstan GP ที่ประเทศคาซัคสถาน หลังจากเกิดเหตุอุทกภัยหรือน้ำท่วมทำให้การแข่งขันที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมิถุนายนนั้นต้องเลื่อนออกไปก่อน โดยกำหนดเวลาใหม่จะเป็นวันที่ 20 – 22 กันยายนนี้ โดยจะกลายเป็นการแข่งขันเรซแรกสำหรับภูมิภาคอาเซียนในปี 2024 นี้ โดยจะทำการแข่งขันในสนาม Sokol International Racetrack และจะเป็นการแข่งขัน MotoGP ครั้งแรกที่สนามแห่งนี้ด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

วงการ MotoGP ต้นปี 2026 ร้อนระอุยิ่งกว่ายางซอฟต์ เมื่อมีกระแสข่าวลือหนาหูจากฝั่งยุโรปว่า แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Red Bull กำลังซุ่มเจรจาดีลประวัติศาสตร์

18 ปีของ Yamaha Fino ตั้งแต่รุ่นแรกปี 2006 จนถึงรุ่นสุดท้าย Final Edition ผลิตเพียง 999 คัน เผยเหตุผลการเลิกผลิต

วิเคราะห์เหตุสลดไรเดอร์สาวหลบกองดินจนรถล้มถูก 6 ล้อทับเสียชีวิต สะท้อนปัญหา ความปลอดภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ และมาตรฐานถนนไทยที่มักง่าย

GWM Thailand ประกาศยุติการจำหน่าย ORA Good Cat อย่างเป็นทางการ หลังทำตลาดครบ 4 ปี เจาะสาเหตุการหยุดขาย และแผนการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในปี 2569

YZF-R9 และ MT-09SP เทียบจุดต่อจุด YZF-R9 และ MT-09SP เทียบจุดต่อจุด วันนี้จะมาเทียบความแตกต่างระหว่าง Yamaha YZF-R9 ที่พึ่งเปิดตัวไปแบบสด ๆ ร้อนเมื่อไม่กี่วันมานี้ และ Yamaha MT-09SP ที่เปิดตัวและวางไปแล้ว ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าทั้งสองรุ่นนี้มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่ทั้งคู่ก็มีเครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันอยู่ คือเครื่องยนต์แบบ CP3 ใครที่กำลังลังเลใจว่าจะเอา YZF-R9 หรือ MT-09SP หวังว่าในบทความนี้จะทำให้สิ่งที่คาใจอยู่สามารถหาคำคอบได้ง่ายขึ้น การออกแบบดีไซน์ YZF-R9 : รถสปอร์ตเต็มรูปแบบ (Full-fairing sportbike) มาพร้อมปีกวิงก์เล็ตตามแบบพี่ใหญ่เรือธงของค่ายอย่าง Yamaha R1 ให้กลิ่นอายของความเป็น MotoGP โดยวิงก์เล็ตที่ถูกเพิ่มมานี้ ถูกออกแบบเพื่อการขับขี่ความเร็วสูงบนสนามแข่งหรือบนถนนเปิด มีการออกแบบที่คำนึงถึงเรื่องแอโรไดนามิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องความเร็ว และการควบคุม Yamaha MT-09 SP: เป็นรุ่นพิเศษของ MT-09 ที่อยู่ในสไตล์เนกเกต (Naked bike) ซึ่งออกแบบให้ใช้งานง่ายในเมือง อีกทั้งยังมีความคล่องตัวสูง มีการออกแบบที่เผยให้เห็นตัวเครื่องและโครงสร้างของรถ ให้อารมณ์ความดิบ ๆ สไตล์สปอร์ตเปลือย ขุมกำลังเครื่องยนต์ ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันแบบ 3 สูบ ขนาดเครื่องยนต์ 890 ซีซี แต่จะมีการปรับจูนที่แตกต่างกัน โดย YZF-R9 : เน้นการจูนให้มีความเร็วสูงสุด และการตอบสนองที่เฉียบคมในรอบสูง สามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้ยาวมากขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการขี่บนสนามแข่ง MT-09SP : เน้นแรงบิดที่สูงในรอบต่ำ และกลาง เพื่อให้ขับขี่สนุกและคล่องตัวในสภาพการจราจรในเมืองหรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน ระบบกันสะเทือน YZF-R9 : โช้คหน้าแบบอัพหัวกลับ KYB ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้ ขนาดแกน 43 มม. ระยะยุบ 120 มม. และโช้คอัพด้านหลังก็เป็นของ KYB ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม MT-09SP : โช้คอัพหน้าหัวกลับ KYB Premium ปรับค่าแดมปิ้งได้ทั้ง พรีโหลด รีบาวด์ และคอมเพรสชัน แต่อโนไดซ์กระบอกโช้คสีดำ ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวจาก Ohlins พร้อมซับแทงค์ ฟูลเซ็ตติ้งเต็มระบบ ระบบเบรก ปั้มเบรกด้านบน และด้านล่างของทั้งสองรุ่นนี้ ให้มาเป็น Brembo ทั้งคู่ ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema และด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ย YZF-R9 : จะมีขนาดดิสก์เบรกหน้า อยู่ที่ 320 มม. และ ดิสก์เบรกหลัง 220 มม. MT-09SP : จะมีขนาดดิสก์เบรกหน้า อยู่ที่ 298 มม. และ ดิสก์เบรกหลัง 245 มม. ระบบเบรกของทั้งสองรุ่นนี้เบรกดี ทำงานไว สั่งได้ดั่งใจแน่นอน ท่านั่งในการขับขี่ YZF-R9 : ท่านั่งเป็นท่านั่งแนบกับตัวรถมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับการขับขี่ความเร็วสูงและการขี่ในสนามแข่ง MT-09SP : ท่านั่งเป็นแบบตรงและผ่อนคลายมากกว่า เหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางที่นาน ๆ เทคโนโลยี YZF-R9 : กุญแจจะเป็นแบบธรรมดา ระบบช่วยการออกตัว (Launch Control) MT-09SP : ระบบสมาร์ทคีย์ แต่สิ่งที่ทั้งสองรุ่นให้มาเหมือนกันได้แก่ จอกลาง TFT ขนาด 5 นิ้วพร้อมการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน โหมดการขับขี่ 3 โหมด สปอร์ต, Street และ Rain และสามารถปรับแต่งได้เองอีก 2 โหมด และ โหมด Track ที่สามารถเซ็ทค่าการขับขี่ของตัวเองลงไปได้ด้วย ระบบ Engine Brake หน่วยประมวลผล IMU แบบ 6 แกน ราคา YZF-R9 : ราคาคาดการอยู่ที่ 517,000 บาท (ราคายังไม่เปิดจำหน่ายในไทย) MT-09SP :

2025 Triumph Speed Twin 900 สเปค และรายละเอียด 2025 Triumph Speed Twin 900 สปอร์ตคลาสสิค 2 สูบเรียงขนาดเครื่องยนต์ 900 ซีซี มาพร้อมสไตล์ใหม่ที่ผสมผสาน DNA การออกแบบของ Speed Twin เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่เพรียวบาง สปอร์ต และมีไดนามิกมากขึ้น รวมถึงระบบฟีเจอร์การใช้งานต่าง ๆ ระบบช่วงล่าง อีกทั้งยังเสริมความคล่องตัวไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือออกทริปทางไกล ซึ่งรถคันนี้พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน และน่าหลงใหลให้กับผู้ขับขี่มากกว่าเดิม ราคา : คาดการณ์ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 415,000 บาท ระบบไฟ Full LED สว่างชัด ฝาถังน้ำมันพร้อมโลโก้ของไทรอัมพ์ ถังน้ำมันพร้อมกราฟิกสีสัน และโลโก้ไทรอัมพ์ เพลท Speed Twin 900 ด้านข้างรถ ขุมกำลังขนาด 900 ซีซี โช้คอัพคู่จาก Marzocchi พร้อมซับแทงค์ 2025 Triumph Speed Twin 900 ข้อมูล และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 900 ซีซี แรงม้า (เคลม) 65 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 80 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 8 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 84.6 x 80 มม. อัตราส่วนการอัด 11.0:1 ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 100/90-R18 ยางหลัง 150/70 R17 ระบบกันสะเทือนหน้า ระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับจาก Marzocchi ขนาด 43 มม. โดยมีระยะยุบตัวอยู่ที่ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง ระบบกันสะเทือนหลังคู่จาก Marzocchi พร้อมซับแทงค์ และสามารถปรับตั้งค่าพรีโหลดได้ โดยมีระยะยุบตัวอยู่ที่ 116 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ 4 พอต ขนาด 320 มม. (OC-ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ 2 พอตขนาด 255 มม. (OC-ABS) กว้าง X ยาว X สูง 777 x 2,090 x 1,115 มม. ระยะฐานล้อ 1,435 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ N/A ความสูงเบาะ 780 มม. น้ำหนักรถ 216 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี โหมดการขับขี่ 2 โหมดได้แก่ Road และ Rain Bluetooth สำหรับเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Cruise Control ช่องเสียบ USB Type-C ระบบไฟ Full LED ABS Traction Control สีสันที่วางจำหน่าย สีขาว (Pure White) สีดำ (Phantom Black)

Yamaha Grand Filano 2025 เปิด 2 รุ่นใหม่ Hybrid Connected และ Special Edition ยกระดับความแกรนด์อย่างมีระดับ ราคาเริ่มต้น 6.5 หมื่นเท่านั้น

Piaggio MP3 310 สามล้อ แม่บ้านอิตาลี 2025 Piaggio MP3 310 สกูตเตอร์สามล้อรุ่นใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากรุ่นพี่อย่าง MP3 400 และ MP3 530 สไตล์ตัวรถที่โดดเด่น แฟริ่งด้านหน้ารถได้รับการออกแบบใหม่ โดยมีขนาดที่กว้างขึ้น มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED เต็มระบบ ตรงกลางแผงหน้ามีช่องดักอากาศขนาดเล็กที่ดูสปอร์ต พร้อมกับกระจังหน้าแบบรังผึ้งสามมิติ พร้อมสปอยเลอร์แนวตั้งซึ่งเป็นผลจากการค้นคว้า ด้านอากาศพลศาสตร์อย่างพิถีพิถัน ร่วมกับแผ่นบังลมด้านข้างใหม่ ให้ความเสถียรมากขึ้น ชิลด์บังลมได้รับการออกแบบใหม่ ที่มีขนาดใหญ่และสามารถกันลมได้เป็นอย่างดี ส่วนหน้ามีความสปอร์ตและดุดัน ไปจนถึงบังโคลนที่มีองค์ประกอบสีเดียวกับตัวรถในรุ่น Sport ล้อที่มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่แบบก้านแยก 5 ก้าน ให้ความรู้สึกเหมือนรถสปอร์ตหรู ส่วนหน้าที่ดูเด่นสะดุดตานั้นตัดกับท้ายรถที่ดูเพรียวลม ซึ่งออกแบบอย่างลงตัวด้วยแถบจับด้านท้าย สำหรับผู้โดยสารที่สะดวกสบาย และจบด้วยไฟส่องสว่าง Full LED รอบคัน เบาะนั่งที่มีระดับสองชั้นได้รับการออกแบบใหม่ นั่งสบาย และมีรูปทรงที่ช่วยให้เท้าผู้ขับขี่สามารถสัมผัสกับพื้นได้ง่ายและปลอดภัย พร้อมตำแหน่งของผู้โดยสารได้รับการออกแบบให้มีความสบายขึ้น โดยมีแผ่นพักเท้าพับได้ที่ใช้งานง่าย ซึ่งเมื่อพับเก็บแล้วจะผสานเข้ากับแฟริ่งของตัวรถอย่างลงตัว ช่องเก็บของใต้เบาะมีพื้นที่กว้างขวาง สามารถใส่หมวกกันน็อคเต็มใบได้หนึ่งใบ หรือหมวกแบบครึ่งใบสองใบ รวมถึงสิ่งของอื่น ๆ เครื่องยนต์ใหม่ ใหญ่ขึ้น แถมรักษ์โลก เครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดในตระกูล HPE (High Performance Engine) ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน Euro 5+ เมีความจุกระบอกสูบเพิ่มขึ้น จากเดิม 278 ซีซี เป็น 310 ซีซี รวมถึงมีคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การขับขี่ ไม่เพียงแค่ด้านสมรรถนะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสะดวกสบายในการขับขี่และความคล่องตัว ทั้งหมดนี้ยังช่วยให้รถประหยัดน้ำมันขึ้นอีกด้วย โดยอยู่ที่ 32.2 กม./ลิตร โดยเครื่องยนต์ใหม่นี้ เป็นเครืองยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ให้พละกำลังเเรงม้าสูงสุดที่ 26.4 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 27.3 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุดก็เพิ่มขึ้น จากการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ โดยจากเดิมที่เคยทำความเร็วได้ 120 กม./ชม. เพิ่มเป็น 129 กม./ชม ช่วงล่างปรับใหม่ อัพเกรดความปลอดภัยเต็มขั้น ระบบเบรกมาพร้อมระบบ ABS ป้องกันล้อล็อกที่ผสานกับระบบควบคุมการลื่นไถล ASR (Acceleration Slip Regulation) ระบบ ASR (ซึ่ง Piaggio เป็นผู้ริเริ่มนำมาใช้ในสกู๊ตเตอร์) สามารถปิดการใช้งานได้ง่าย และช่วยรับประกันความปลอดภัยโดยป้องกันไม่ให้ล้อหลังลื่นไถลบนพื้นผิวที่อันตราย เช่น แอสฟัลต์เปียก ระบบ ABS แบบสามช่อง ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Continental ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเชิงป้องกัน โดยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกเมื่อเบรกและให้การควบคุมรถที่สมบูรณ์ตลอดเวลา Piaggio MP3 ติดตั้งระบบเบรกแบบดิสก์ทั้งสามล้อ โดยมีขนาดดิสก์ 258 มม. ที่ล้อหน้า และ 240 มม. ที่ล้อหลัง ความปลอดภัยที่มากขึ้นและการขับขี่ที่ราบรื่นขึ้นยังมาจากล้อหน้าขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 13 นิ้ว ส่วนล้อหลังขนาด 14 นิ้ว ระบบล็อคช่วงล่างด้านหน้า ซึ่งเป็นจุดเด่นของสกู๊ตเตอร์สามล้อสัญชาติอิตาลีรุ่นนี้ ช่วยเปลี่ยนสมดุลแบบไดนามิกเป็นสมดุลแบบสแตติก เมื่อสตาร์ทรถแล้ว มันจะรักษาสมดุลอยู่บนล้อทั้งสามโดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง (แม้ว่าจะติดตั้งมาให้) เมื่อต้องการกลับสู่การทำงานปกติ เพียงแค่เร่งความเร็วหรือใช้ปุ่มกดเฉพาะ นั่นหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องวางเท้าลงพื้น และสามารถจอดได้ทุกที่อย่างง่ายดาย เทคโนโลยีจัดเต็มพร้อมอำนวยความสะดวก มาพร้อมกับ หน้าจอ LCD ขนาด 5 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดความเร็วแบบดิจิทัล มาตรวัดรอบที่อยู่ตรงกลาง พร้อมกับตัวบอกระยะทางรวม และระยะทางทริป อุณหภูมิอากาศ นาฬิกาดิจิทัล ตัวบอกระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และตัวบอกอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น ซึ่งสามารถเลือกดูได้โดยใช้ปุ่ม MODE บนแผงควบคุมด้านขวา เช่น ความเร็วสูงสุด ความเร็วเฉลี่ย การใช้เชื้อเพลิงแบบทันที การใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ย ระยะทางแบตเตอรี่ และระดับการชาร์จ ส่วนไฟเตือนจะแสดงการทำงานต่าง ๆ เช่น “ตรวจสอบการฉีดเชื้อเพลิง” น้ำมันสำรอง ความดันน้ำมัน การทำงานของ ABS และระบบป้องกันการโจรกรรม การควบคุมบนแฮนด์และแผงหน้าปัดได้รับการจัดตำแหน่งใหม่ให้ใช้งานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Italjet SuperBike Trackday 2025 ศึกแข่งแดรกสเตอร์ “ครั้งแรก” ในไทย? เป็นปรากฎการณ์ครั้งแรกในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ กับค่ายผู้ผลิตรถแดรกสเตอร์สัญชาติอิตาลีอย่าง Italjet ได้เชิญชวนสาวกแฟน ๆ ชาวแดรกสเตอร์ทั่วประเทศ มาร่วมกิจกรรมความมันส์กันภายใน Italjet SuperBike Trackday 2025 สนามแรกที่พีระ เซอร์กิต จ.ชลบุรี แม้ว่าพึ่งมาทำตลาดในไทยได้ไม่นานถ้าเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ แต่ทว่ากระแสความฮิตนิยมกลับเพิ่มทวีคูณด้วยความแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใครในตัวโมเดล จึงทำให้เป็นที่น่าจดจำได้ง่ายเพียงเห็นแวบเดียวก็พาชวนตกหลงใหลในความเป็นรถอิตาลีซะทีเดียว ประกอบกับสตอรี่เรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร ถ้าหากให้พูดก็คือ..มันคือรถใช้สำหรับในแทร็กและก็ได้มาใช้ในแทร็กที่พีระจริง ๆ จัดใหญ่ให้ลูกค้า..มากถึง 4 พิท โดยงานครั้งนี้ทาง Italjet เองก็ใจปล้ำเป็นพิเศษ ด้วยการพาลูกค้าอิตัลเจ็ทมาร่วมกิจกิจกรรมแทร็กเดย์และโทรฟี่ตลอดทั้ง 3 วัน พร้อมเปิดพิทบริการลูกค้ามากถึง 4 พิท อัดแน่นด้วยเจ้า Dragster 300 ราว ๆ เกือบ 30 คัน อิ่มคุ้ม..กับกิจกรรมแทร็กเดย์และโทรฟี่ตลอด 3 วัน โดยภายในกิจกรรม ประกอบไปด้วยการพาเหล่าสายบิดไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือเก๋า มาเปิดประสบการณ์การขับขี่ในแทร็กซึ่งสนามพีระเซอร์กิตก็นับว่าเป็นสนามแข่งเบอร์ต้นในประเทศไทย โดยช่วงการซ้อมในรอบแทร็กเดย์จะแบ่งเป็น 2 วันก็คือเที่ยงวันศุกร์จนถึงเย็นและเช้าวันเสาร์ (ครึ่งวัน) ก่อนสู่รอบโทรฟี่ ในการควอลิฟายเพื่อจัดลำดับกริดสตาร์ทในการแข่งขันของวันอาทิตย์ และสุดพิเศษไปกว่านั้นก็คือการเปิดรุ่นแข่งขันเฉพาะรุ่น Italjet Dragster 300 ซึ่งเราจะได้เห็นการแข่งขันรถแดรกสเตอร์ “ครั้งแรก” ในประเทศไทยตลอดทั้ง 7 รอบ โดยเวลาผู้ที่สามารถทำเวลาดีที่สุดในการแข่งขันและสามารถคว้าแชมป์ประจำสนาม 1 ได้แก่ คุณ สรวิศ ปุณณหิตานนท์ กับ Best Lap Record เวลาที่ 1.29.888 นาที และต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ที่สามารถคว้าโพเดี้ยมไปได้ในครั้งนี้ อันดับผลการแข่งขัน อันดับ ชื่อ หมายเลข รุ่นรถ 1 สรวิศ ปุณณหิตานนท์ 302 Italjet Dragster 300 2 พันธุ์เทพ สอนประสม 304 Italjet Dragster 300 3 เกียรติศักดิ์ สานนอก 301 Italjet Dragster 300 4 Chen Po Yu 22 Italjet Dragster 300 5 วิทยา สิริปฐมจันทร์ 300 Italjet Dragster 300 พร้อมบูธสินค้าของแต่งจากอิตาลี นอกเหนือในเรื่องของการแข่งขันแล้ว ทางแบรนด์ยังขนสินค้ามากมายมาบริการภายในบูธ อาทิ ชุดชาม Malossi ผ้าเบรก Brembo กรอง BMC กันสะบัดแต่ง ชุดหางปลา,น็อต Bonamici Racing และปลอกแฮนด์ Domino ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบูธรวมสินค้าของแต่งนำเข้าจากอิตาลีทั้งลำทีเดียว แถมโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษมากมายอีกด้วย สนาม2..เจอกัน ภายใต้กิจกรรมสุดพิเศษในครั้งนี้ที่ทาง Italjet มอบให้กับสาวกลูกค้าทุกท่านได้มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ไม่มีที่ไหนมาก่อน สำหรับกิจกรรมของคนวัยมันส์กับ SuperBikeMag Trackday ในสนามที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 8 – 10 สิงหาคมนี้ ที่สนามพีระเซอร์กิต พัทยา หากใครที่ไม่ได้มาสนามนี้…สนามหน้า ห้ามพลาด!! ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางเพจ Italjet Dragster Thailand รับชมอัลบั้มภาพเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่ อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ซาร์โก้ เลือกแล้ว? ตั้งเป้าเพื่อทีมรอง ไม่ขอทีมโรงงาน โยฮันน์ ซาร์โก้ นักบิดจอมเก๋าของทีม Castrol LCR Honda ทีมแซทเทิลไลท์จากค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง Honda ซึ่งก่อนหน้านี้ทางนักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้คาดหวังว่าในช่วงปี 2026 ตัวเขานั้นจะได้รับโอกาสในการโปรโมตขึ้นสู่ทีมโรงงาน HRC แต่สุดท้ายแล้วก็มีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจที่จะอยู่กับทีมปัจจุบัน โดยผลงานสุดร้อนแรงของเจ้าตัวคือการทะย้านคว้าโพเดียมในการแข่งขันที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสนามโฮมเรซของเจ้าตัว และต่อเนื่องผลงานแจ่มด้วยการขึ้นโพเดียมอีกครั้งในการแข่งขันที่สนามซิลเวอร์สโตน ซึ่งผลการแข่งขันล่าสุดทั้งสองครั้งของเจ้าตัวเหมือนเป็นการชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของนักแข่งที่อายุมากที่สุดในการแข่งขัน MotoGP และยังบ่งบอกถึงศักยภาพของการพัฒนาเจ้า RC213V อีกด้วย ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ หลังการแข่งขันที่สนาม Le Mans นักบิดเจ้าของหมายเลข 5 รายนี้ก็คาดหวังว่าการสร้างผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้จะช่วยให้เขาได้รับโอกาสในการเลื่อนขึ้นสู่ทีมโรงงานของฮอนด้าในปี 2026 ที่ว่าเจ้าตัวทำไมถึงมีโอกาสในการก้าวขึ้นสู่ทีมโรงงานนั้น ก็เพราะนักแข่งทีมโรงงานคนปัจจุบันอย่างลูก้า มารินี่ กำลังจะหมดสัญญาหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ แต่แล้วความคิดของเจ้าตัวก็เปลี่ยนไป เพราะจากบทสัมภาษณ์ล่าสุดที่เขาให้กับสื่อ Sky Italia หลังจากการแข่งขันที่สนามซิลเวอร์สโตน ซาร์โก้ยอมรับว่าอยากที่จะอยู่ที่เดิมต่อไปมากกว่า “ความสัมพันธ์ของผมกับ Honda และเซ็กคิเนลโล่ดีมากเลยครับ” “แม้จะอยู่ในทีมของลูซิโอ เราก็ยังสามารถได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม และกลายเป็นเหมือนรถโรงงานคันที่สามได้ นั่นคือสถานการณ์ในอุดมคติ เรากำลังคิดกันอยู่ว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปยังไง และเป็นเบอร์หนึ่งตัวจริงของ Honda ให้ได้” ในปัจจุบันสถานการณ์ในตารางคะแนนชิงแชมป์โลก ซาร์โก้ อยู่ในอันดับ 5 ของตารางคะแนน ซึ่งถ้าโยฮันน์ ซาร์โก้เลือกอยู่กับทีมกับ LCR ต่อไป นั่นอาจเปิดทางให้ฆอร์เก้ มาร์ติน ย้ายมาสู่ทีมโรงงาน Honda หากเขาตัดสินใจอำลา Aprilia อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Yamaha WR250F ลายใหม่ พร้อมทะยานสู่ทางออฟโรด 2025 Yamaha WR250F ขาซิ่งในกลุ่มออฟโรดที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกา ในส่วนของดีไซน์ตัวรถนั้นจะยังคงมีความคล้ายคลึงกับโมเดล 2024 โดยจุดที่แตกต่างหลัก ๆ จะเป็นเพียงแค่สติ๊กเกอร์กราฟิกลวดลายของตัวรถเพียงเท่านั้น เครื่องยนต์ และช่วงล่างเดิม ในด้านของพละกำลังเครื่องยนต์ WR250F คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบเดียวกับโมเดลก่อนที่เป็นเครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 250 ซีซี มาพร้อมเกียร์แบบ 6 สปีดทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดพร้อมความจุถังน้ำมันขนาด 7.5 ลิตร ระบบกันสะเทือนยังคงใช้งานผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ KYB โดยด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับ ที่สามารถปรับค่าได้แบบเต็มระบบ มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 299 มม. ด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว ปรับค่าได้แบบเต็มระบบเช่นเดียวกันกับด้านหน้า มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 304 มม. ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ซึ่งด้านหน้าจับคู่กับจานเบรกขนาด 270 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบสองลูกสูบติดตั้งอยู่บนล้อขนาด 80/100-21 ด้านหลังจับคู่กับจานเบรกขนาด 240 มม. พร้อมคาลิเปอร์แบบลูกสูบเดี่ยว ติดตั้งอยู่บนล้อขนาด 110/100-18 โดยวงล้อมีสีน้ำเงินสีสันโดดเด่น ภาพรอบคันของตัวรถ สีสันที่วางจำหน่าย Team Yamaha Blue (สีน้ำเงิน) ในส่วนของราคาวางจำหน่ายในโมเดลใหม่นี้ มีจำหน่ายอยู่ที่ราคา 9,099 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยราว ๆ 308,000 บาท หากเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย ก็คิดว่าน่าจะถูกใจวัยรุ่นสายลุยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Yamaha RayZR แม่บ้านไบค์ ใช้ง่าย คล่องตัว 2025 Yamaha RayZR เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในฝรั่งทวีปยุโรป สกูตเตอร์ไซส์มินิจากทางค่ายยามาฮ่า โดยตัวรถในโมเดลนี้มีการออกแบบดีไซน์เน้นไปที่ความคล่องตัว พร้อมให้ผู้ขับขี่มีความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง โดยโมเดลใหม่นี้มีการอัปเกรดฟังก์ชันที่เพิ่มความสะดวกสบาย ได้แก่ ฟังก์ชันรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน จุดเด่นของตัวรถ ฟังก์ชัน Start and Stop เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพ MyRide เบาะดีไซน์นั่งสบาย พร้อมความจุ 21 ลิตร น้ำหนักตัวรถเพียง 99 กิโลกรัม สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ เครื่องยนต์ เครื่องยนต์เทคโนโลยี Blue Core สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 125 ซีซี แรงม้า (เคลม) 8 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 9.7 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ / ช่วงชัก 52.4 x 57.9 มม. อัตราส่วนการอัด 10.2:1 ระบบเกียร์ CVT ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า และสตาร์ทเท้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ขนาดล้อ และยางหน้า 90/90-12 ขนาดล้อ และยางหลัง 110/90-10 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ระยะยุบ 90 มม. ระบบกันสะเทือนด้านหลัง โช้คอัพเดี่ยว ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง x ยาว x สูง 685 x 1,880 x 1,190 มม. ระยะฐานล้อ 1,280 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 145 มม. ความสูงเบาะ 785 มม. น้ำหนักตัวรถ 99 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 5.2 ลิตร เทคโนโลยี รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพ MyRide สีสันที่วางจำหน่าย Matt Cyan Anodized Red Midnight Black อีกหนึ่งรถมินิสกูตเตอร์ที่มีความน่าสนใจไม่น้อย เหมาะกับการเอามาใช้ภายในเมืองเพราะการออกแบบดีไซน์ เน้นไปที่ความคล่องตัวสูง ในส่วนของราคาวางจำหน่ายยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ และแน่นอนว่ารถในโมเดลนี้ไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย สาวกชาวไทยถ้าอยากขับขี่สกูตเตอร์จากค่ายส้อมเสียก็ไปเริ่มที่ Yamaha NMAX เลย เพราะหล่อกว่า แรงกว่าแน่นอน (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Yamaha NMAX คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 LCR Honda เปิดตัว ‘ก้อง-ซาร์โก้’ ลุย MotoGP 2025 2025 LCR Honda เผยโฉมทีมแข่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดตัวทีมทำการเปิดที่ ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า Honda Safety Riding Park Bangkok ถนนรามคำแหง ประเทศไทย บรรยากาศเต็มไปด้วยเหล่าแฟนคลับที่มาต้อนรับแสนอบอุ่น พร้อมรอชมการเปิดตัวสองนักบิดอย่าง ‘ก้อง-สมเกียรติ จันทรา’ นักบิดชาวไทยคนแรกที่ได้แข่งขันในเมเจอร์สูงสุด และจอมเก๋าอย่างโยฮันน์ ซาร์โก้ ซึ่งการเข้ามาร่วมทีม LCR Honda ของสมเกียรติ จันทราในฤดูกาลนี้ จะเข้ามาแทนที่ของ ‘พ่อนาค’ ทาคาอากิ นาคากามิ ที่ได้ประกาศรีไทร์จากการแข่งขัน แล้วขยับบทบาทของตัวเองขึ้นไปเป็นเทสไรเดอร์ให้กับทีมโรงงาน Honda ที่จะทำงานร่วมกับอดีตแชมป์โลก Moto2 สองสมัย ‘โยฮันน์ ซารโก้’ ในการแย่งชิงโพเดียมเพื่อทวงความยิ่งใหญ่กลับสู่ทีมฮอนด้าอีกครั้ง RC213V ลวดลายใหม่ เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ทางอิสระอย่าง LCR จะควบเจ้า RC213V ในการไล่ล่าโพเดียมในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025 ซึ่งตัวแข่งของทั้งสองนักบิดอย่าง ‘โยฮันน์ ซาร์โก้’ และ ‘สมเกียรติ จันทรา’ ก็จะมีสีสัน และลวดลายของแต่ละคันที่มีความแตกต่างกันออกไป RC213V ของโยฮันน์ ซาร์โก้ ในฤดูกาลนี้ก็จะคงเน้นไปที่สีขาว และสีเขียวตามปกติ แต่จะมีเฉดสีแดงที่เพิ่มเติมขึ้นมาในบริเวณส่วนหน้าของตัวรถ พร้อมวิงก์เล็ตที่มีการปรับขนาดให้ดูเล็กลง ด้านข้างมาพร้อมโลโก้แบรนด์น้ำมันเครื่อง Castrol ที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับทางซาร์โก้ และด้านท้ายมีการปรับบางส่วนเพื่อให้สามารถขับขี่ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถัดมากับตัวแข่งของ ‘สมเกียรติ จันทรา’ รูปแบบของตัวถังมีความคล้ายคลึงกับของซาร์โก้ทุกประการ จะแตกต่างกันเพียงแค่สีสัน และลวดลายกราฟิกเท่านั้น ซึ่งตัวแข่งของ ‘เจ้าก้อง’ ตัวรถจะเน้นไปที่สีแดง และสีขาวเป็นหลัก ด้านข้างมาพร้อมกับโลโก้แบรนด์น้ำมันเครื่อง Idemitsu ที่จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้กับก้อง สมเกียรติ ก้อง สมเกียรติพร้อมสู้เพื่อแฟน ๆ นักบิดชาวไทยออกมาเผยว่าเจ้าตัวนั้นรู้สึกตื่นเต้น พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ที่กำลังใกล้จะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เจ้าตัวจะทำผลงานให้เต็มที่ที่สุด และขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยที่สนับสนุนเจ้าตัวมาโดยตลอด ยอมรับว่าในช่วง Shakedown Test ลงซ้อมหนักมาก แต่ก็เพื่อที่จะได้นำข้อมูลมาบอกกับทีมงานให้ได้มากที่สุด รู้สึกตื่นเต้น กับการที่ทีม LCR ได้เปิดตัวในบ้านเรา ในปีนี้ผมจะสู้และทำผลงานให้ดีที่สุด อยากขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยที่สนับสนุน และเป็นกำลังใจในทุกๆ เรซ ยอมรับช่วงเช็คดาวน์เทสต์ร่างกายหนักมาก หลังไม่ได้จับรถมานาน ทำให้ร่างกายดาวน์ลง แต่มาในช่วงออฟฟิเชียลเทสต์ มาปรับตัวเก็บรายละเอียดได้และมาบอกทีมงานให้มากที่สุด โยฮันน์ ซาร์โก้ และก้อง สมเกียรติ จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในการทดสอบ ‘Buriram Test’ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนที่จะลงแข่งขันในสนามแรกกับการแข่งขัน ThaiGP25 ในสนามเดียวกัน ซึ่งจะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ แฟน ๆ ก้อง สมเกียรติ และผู้รักในกีฬามอเตอร์สปอร์ตบอกเลยห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Diavel V4 ส่องสเปค ครูเซอร์ตัวท็อป กับราคา 1.29 ล้านบาท Ducati Diavel V4 บิ๊กไบค์สายสปอร์ตครูเซอร์รุ่นใหญ่ มาพร้อมการดีไซน์ยังคงเอกลักษณ์ดุดัน แข็งแกร่ง ที่จัดเต็มด้านเทคโนโลยี พิเศษด้วยสุดยอดเครื่องยนต์อย่าง V4 Granturismo ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ทั้งในสนามแข่งและท้องถนน ราคาแนะนำ 1,299,000 บาท สเปค, สเป็ก ไฟหน้ารูปตัว C คู่ เดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ เครื่องยนต์ V4 Granturismo หน้าจอสี TFT ไฟท้ายรูปตัว C แฟริ่งทรงสปอร์ต ดีไซน์ดุดัน ท่อ Rocket Launcher Ducati Diavel V4 ส่องสเปค ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ V4 Granturismo 4 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,158 ซีซี แรงม้า (เคลม) 168 แรงม้าที่ 10,750 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 126 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83 x 53.5 มม. อัตราส่วนการอัด 14.0 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง อิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 ล้ออัลลอย ยางหลัง 240/45-ZR17 ล้ออัลลอย ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 50 มม. ปรับพรีโหลดได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้, พร้อมสวิงอาร์มเดี่ยว เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 330 มม. และคาลิเปอร์ Breambo Stylema 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกขนาด 265 มม.คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,593 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 112 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 211 กก. (ไม่รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 20 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ควิกชิฟเตอร์ ครูซคอนโทรล หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Ducati Multimedia System ระบบสองสว่าง Full LED รอบคัน ระบบช่วยการออกตัว (DPL) โหมดการขับขี่ 4 โหมด (Sport, Touring, Urban และ Wet) ระบบแทร็คชั่นคอนโทรล (DTC) ระบบเบรก ABS ระบบป้องกันล้อหน้าลอย (DWC) สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Ducati Diavel V4

ส่องสเปค MT-07 กับสีใหม่ หน้าจอใหม่ ในราคาเดิม Yamaha MT-07 สปอร์ตเน็กเก็ดไบค์ กับเจ้าของฉายา “Master of Torque” ที่มาพร้อมกับหน้าจอสีใหม่ในเครื่องยนต์ CP2 689 ซีซี กับแรงบิดที่เหนือสมรรถนะ ให้ความเร้าใจในการขับขี่ตลอดเส้นทาง ราคาแนะนำ 305,000 บาท สเปค, สเป็ก ระบบไฟ LED หน้าจอสี TFT พร้อมแอพพลิเคชั่น Y-Connect เครื่องยนต์ CP2 2 สูบ ดีไซน์ทรงสปอร์ต ปราดเปรียว พร้อมโลโก้แฟริ่งด้านข้าง ส่องสเปค MT-07 ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 689 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73.4 แรงม้าที่ 8,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 68.6 มม. อัตราส่วนการอัด 11.5 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด T.C.I. ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70ZR17M/C (58W) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55 ZR 17M/C(73W) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว พร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 298 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 245 มม. กว้าง X ยาว X สูง 780 x 2,085 x 1,105 มม. ระยะฐานล้อ 1,400 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 140 มม. ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 184 กก. ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA ์เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบไฟ LED แอพพลิเคชั่น Y-Connect ระบบเบรก ABS สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Yamaha MT-07 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เป็นสถานที่ที่คนรัก Yamaha MotoGP ต้องได้เข้าไปใน Yamaha Motor Racing YMR ซึงถือว่าเป็นศูนย์กลางระดับโลกเลยก็ว่าได้ที่จะรวมนักแข่งทีมโรงงานอย่าง Maverick viñales #12 Valentino Rossi #46 หัวหน้าช่างทีมแข่ง อะไหล่ตัวรถแข่ง การขนส่ง และสำนักงาน Yamaha MotoGP อยู่ในที่นี้ที่เดียว สำหรับวันนี้เราจะพาเดินชม Yamaha Motor Racing YMR โดยมีคุณ William Favero ผู้จัดการฝ่ายสื่อสาร และการตลาด ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่จะเป็นคนแนะนำพื้นที่ต่างๆ ในบริเวณสำนักงานว่าส่วนไหนดูได้ ส่วนไหนดูไม่ได้ (บางพื้นที่เป็นความลับ) ตื่นเต้นๆแล้ว เรามาเดินชมไปพร้อมๆกันดีกว่าครับ ใน ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่เราจะได้เข้าไปเยี่ยมชมถูกแบ่งสัดส่วนการใช้งานอย่างเป็นระเบียบ จัดสรรพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น โซนโชว์รูม โชนต้อนรับแขกผู้มาเยือน ห้องประชุม โซนซ่อมบำรุงรักษา โซนโรงรถเทเลอร์ขนย้าย และชั้น 2 ที่ถูกออกแบบให้เป็นสำนักงาน ติดต่อประสานงานครบวงจร โซนแรกที่เราได้เข้าไปเจอนั้นคือโชว์รูมที่จัดโชว์รถแข่ง Yamaha MotoGP ถูกจอดโชว์เรียงไว้เป็นปี เป็นรุ่น มีทั้งสมัย Lorenzo #99 เป็นทีมเมทกับ Rossi #46 โชว์ชุดแข่งของแต่ละคน ได้ดูกันอย่างใกล้ชิดเลยละครับ มีทั้ง Valentino rossi Maverick viñales ทุกชุดที่แขวนโชว์คือชุดที่ผ่านการใช้งานจริงมาแล้วทั้งหมด อยากได้สักชุดจริงๆ ภาพชิ้นนี้เป็นฝีมือคนไทยที่ทำขึ้น ถูกแขวนอยู่บนผนังในโซนต้อนรับแขก มองไปที่ภาพรับรู้ถึงความเป็นไทยได้เลยและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากๆที่ได้เห็นภาพนี้อยู่ที่แห่งนี้ ขอบคุณครับ โชว์เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง รหัส S5 ขนาดเครื่องยนต์ 800 ซีซี ปี 2008 ถูกวางโชว์อยู่บนแท่นในแต่ละปีจะมีความแตกต่างกัน เครื่องยนต์ถูกพัฒนาให้มีกำลังแรงขึ้น ทนขึ้น และสเถียรมากขึ้นอีกด้วย อีก 1 ห้องที่สำคัญไม่แพ้ห้องอื่นๆเลย นี้คือห้องประชุมที่นักแข่ง Yamaha MotoGP อย่าง Rossi Vinales และทีมแข่ง นายช่างเครื่อ และผู้บริหารทีม เข้ามาประชุมในห้องนี้ โดชว์ถูกจัดให้มี Yamaha M1 อยู่กลางโต๊ะประชุม เสริมบรรยากาศให้รู้สึกดีมากยิ่งขึ้น (น้อยคนมากที่จะได้เข้าห้องนี้) เราเดินต่อมากันที่ด้านหลังของโชว์รูมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่นี้คือสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า “ห้ามถ่ายรูป” มันต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ในครั้งนี้เราได้สิทธิพิเศษในการเยี่ยมชมแบบ VIP “ถ่ายได้” ก็ต่อเมื่อเขาให้ถ่าย ต้องบอกก่อนว่าตรงนี้คือโซนที่จะมีรถเทเลอร์ขนย้าย ขนส่งอะไหล่และรถแข่งในโซนยุโรปทั้งหมด จะถูกขนด้วยรถเทเลอร์ โดยในรถจะมีอะไหล่ ที่พัก เครื่องมือที่พร้อมออกเดินทางข้ามประเทศกันเลยละครับ ถ้าใครเห็นภาพหรือวีดีโอที่นักแข่ง Yamaha วิ่งๆขึ้นเทเลอร์ รถพวกนั้นออกมาจากทีนี้ละครับ ช่องจอดจะยาวเป็นพิเศษเพราะเทเลอร์จะถอยหลังเข้ามาแล้วขนย้ายอะไหล่ เครื่องมือ และรถแข่งขึ้นในนี้ทั้งหมด แม้แต่โรงรถขนของก็ถูกตกแต่งด้วยชุดสี แฟริ่งรถแข่ง Yamaha M1 มาต่อกันเป็นคันแล้วจอดโชว์ในโรงรถ ส่วนในห้องด้านหลังจะเป็นโซนที่ห้ามถ่ายรูปเพราะเป็นความลับ นั้นคือห้อง ซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ มีเครื่องมือเยอะแยะไปหมด เครื่องยนต์ ที่ต้องส่งตรวจเป็นเครื่องสำรองในการแข่ง ชุดสี แฟริ่ง มีนายช่างอยู่ในนั้นประมาณ 4-5 คน พวกเขาต้องใช้สมาธิพอสมควรในการประกอบ เราเดินต่อขึ้นไปที่ชั้น 2 ที่เป็นโซนสำนักงาน ที่ใช้ติดต่อ ประสานงานทุกสนามการเดินทาง สปอนเซอร์รถแข่งและนักแข่ง ทุกอย่างต้องรวดเร็ว และลงตัว จะมีเพียงมุมบนมุมเดียวที่ถ่ายลงมาให้ชมด้านล่าง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ครั้งนึงในชีวิตได้เข้ามาที่ ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่ประเทสอิตาลี เดินเยี่ยมชมรถแข่ง เครื่องยนต์ กลิ่นชุดหนัง ความเป็นมืออาชีพ ทุกอย่างมันสุดยอดจริงๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีครั้งนึงในชีวิตเลยละครับ อันนี้เป็นภาพถ่ายที่เดินถ่ายทั้งหมด อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

เอ.พี. ฮอนด้า ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ครอบครัวของเมืองไทย ด้วยการเปิดตัว New Honda Wave125i พร้อมสีใหม่ “Blue Metallic” ภายใต้คอนเซปต์ “The Superior of All Time โดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ” ด้วยแรงบันดาลใจจากยานยนต์ระดับไฮคลาสสู่รถจักรยานยนต์ครอบครัวระดับพรีเมี่ยม ดึงดูดทุกสายตาด้วยสีน้ำเงินเมทัลลิกตัดกับเบาะและอินเนอร์สีแดงอย่างลงตัว ดูสง่างามทุกมุมมองด้วยรูปลักษณ์แบบ Superior Design ที่เน้นความปราดเปรียวหรูหรา ทันสมัยด้วยไฟหน้าแบบ LED พร้อมหน้าปัดเรือนไมล์เรียบหรู สะดวกสบายด้วย U-Box ขนาด 17 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ ทั้งยังใช้งานง่ายด้วย Seat Opener & Key Shutter ขับขี่สนุกและประหยัดด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 125ซีซี หัวฉีด PGM-FI ตอบสนองทันใจแต่มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 69 กม./ลิตร (วัดตามมาตรฐาน EURO4 ใหม่) พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ รุ่นล้อแม็กมีให้เลือก 4 สีได้แก่ น้ำเงิน-แดง, เทา-แดง, ดำ-แดง, ขาว-แดง ราคาแนะนำ 55,600 บาท และรุ่นล้อลวดมีให้เลือก 3 สีได้แก่ แดง-ดำ, ดำ, น้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 53,400 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.aphonda.co.th อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้ #Honda #Wave125i #TheSuperirorOfAllTime #BlueMetallic #Whatstopsyou?

มาถึงรถที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับขาลุยประเทศไทย สำหรับเจ้า Yamaha Tenere 700 ที่มีเสียงเรียกหาอย่างมากมาย อีกไม่กี่วันนี้ได้มีข่าวดี เห็นตัวเป็นๆอย่างแน่นอน ในงานใหญ่ปลายเดือนนี้ สำหรับคันนี้จอดโชว์ใน บูทยามาฮ่า ในงาน Eicma 2019 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สีแดง-ขาว ที่ดูจะโดดเด่นเกินคันอื่นๆ (แล้วแต่คนชอบนะครับ) ที่มีสีดำและสีน้ำเงิน จอดอยู่ข้างๆ คันนี้มาพร้อมกับชุดแต่ง มาดูกันที่ด้านหน้าที่ถูกแต่งเสริมเติมหล่อด้วยไฟส่องนำทาง แบบ Fog lamp 1 คู่ถูกติดตั้งอยู่ทางด้านล่างของโคมไฟด้านหน้า ส่องสว่างเห็นทางได้กว้างและไกลขึ้น มาต่อกันที่ท่อไอเสียที่เป็นของแต่งตรงรุ่นจากโรงงาน แบรนด์ Akrapovic for Tenere 700 ที่ออกแบบและพัฒนามาคู่บุญกับโมเดลนี้เลย สำหรับผมแล้วถือว่าลงตัวดูมากๆเลยละครับ รู้สึกได้ถึงฟิว dakar rally โช้คหลังถูกปรับเปลี่ยนจากเดิมเป็น Ohlins Subtank ที่มีรีโมทแยกออกจากตัวโช้คสามารถปรับค่า ความหนืดได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับสายลุย เวลาที่ต้องใช้ไม่จพเป็นต้องใช้เครื่องมือ เพียงแค่ใช้มือปรับง่ายๆ เท่านั้น ก้านเบรคและก้านคลัทซ์ ถูกเปลี่ยนเป็น gilles tooling มีขนาดที่สั้นลงกว่าเดิม สามารถปรับระยะก้านได้ นั้นหมายความว่าดีขึ้น เมือถึงเวลาที่กำเข้าไป เราจะใช้เพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น ยังเหลือนิ้วอีก 2 นิ้ว ที่ยึดแฮนด์ไว้กันหงายหรือหลุดออกจากแฮนด์ สำหรับ สเปค Yamaha Tenere 700 (Eu spec) เครื่องยนต์ 4 จังหวะ Crossplane (CP2) 2 สูบ 689 ซีซี DOCH เกียร์ 6 สปีด โช้คหน้าแบบ Up-side down โช้คหลังเดี่ยวแบบ คอล์ยสปริง (ในรูปคือของแต่ง Ohlins) เบรคหน้าจานดิสคู่ ขนาด 282 มิลลิเมตร เบรคหลังดิส ขนาด 245 มิลลิเมตร ยางหน้า 90/90 ขอบ 21 ยางหลัง 150/70 ขอบ 18 น้ำหนัก 204 กิโลกรัม บััจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 16 ลิตร ** โช้ค Ohlins,ท่อ Akraprovic, ไฟหน้าแบบ fog lamp และก้านเบรค,มือคลัทช์ Gilles tooling เป็นของแต่งเพิ่มเติม แต่งมาให้เป็นแนวทางสำหรับสาย Rally ส่วนราคาที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยยังไม่มีการเปิดเผยอย่างแน่ชัดอาจจะเป็นเพียงการเทียบเรทเงินยูโร ที่เป็นราคาขายทางฝั่งยุโรบ ณ ตอนนี้ เปิดราคาอยู่ 9,799 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยแบบไม่รวมภาษี จะอยู่ที่ 334,000 บาท อดใจอีกนิด เดียวคนไทยมีเซอร์ไพส์อย่างแน่นอน ขวัญใจสายลุย!! อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

Toyota Yaris Cross ราคา ปรับขึ้นทุกรุ่นเริ่ม 1 ม.ค. 2569 เซ่นภาษีสรรพสามิตใหม่ปี 69 พร้อมเช็กออปชันที่เพิ่มมาในรุ่นเริ่มต้น

Toyota Yaris Hatchback 2026 ราค ล่าสุด 1 ม.ค. 2569 เช็กตารางเปรียบเทียบราคา Yaris 2025 vs 2026 และออปชั่นที่เพิ่มเข้ามาได้ที่นี่

Bajaj Pulsar NS 160 สเปกและราคา Bajaj Pulsar NS 160 สตรีทไฟเตอร์ที่เหมาะกับนักบิดทุกคน ให้ความคล่องตัว แม้ในเขตเมืองที่มีรถติดมากมาย ราคา 69,800 บาท (ราคาช่วงแนะนำ) สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ DTSI สูบเดียว 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 160.3 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 90/90-17″ แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 120/80-17″ แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระยะยุบ 130 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ระยะยุบ 120 ม.ม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 230 ม.ม. ยาว X กว้าง X สูง 2,012 X 803.5 X 1,060 มม. ระยะฐานล้อ 1,363 มม. ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX DEMON GR200R (2020) สเปกและราคา GPX Demon GR200R กับความสปอร์ตแบบเต็มขั้น ด้วยการคิดค้นและออกแบบใหม่หมดจดทั้งคัน ให้กำลังแรงขึ้น สปอร์ตมากกว่าที่เคย ราคา 76,500 บาท (ราคาพิเศษก่อน 15 ก.ค.63) สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ สูบเดียวแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 198 ซีซี ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 65.5 X 58.8 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 100/80-17 แบบไม่ใช้ยางใน (GPX Demon GR200R Da Corsa ใส่ Pirelli Rosso Sport) ยางหลัง 140/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน (GPX Demon GR200R Da Corsa ใส่ Pirelli Rosso Sport ) ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ระบบกันสะเทือนหลัง มัลติลิงก์และโช้คเดี่ยว YSS ปรับพรีโหลดได้ 7 ระดับ เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรกแบบ 2 พ็อต เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรกแบบ 1 พ็อต ยาว X กว้าง X สูง 2,020 X 747 X 1,145 มม. ระยะฐานล้อ 1,340 มม. ความสูงเบาะ 815 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 11 ลิตร อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda GOLDWING DCT (2020) สเปกและราคา Honda GOLDWING DCT แกรนด์ทัวริ่งรุ่นใหญ่สุดของค่ายปีกนกที่มาพร้อมระบบเนวิเกชั่น เวอร์ชั่นล่าสุดและระบบเกียร์อัจฉริยะ DCT ราคา 1,340,000 สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ 6 สูบแนวนอน 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1833 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 73.0 X 73.0มม. อัตราส่วนการอัด 10.5:1 ระบบเกียร์ 7 สปีด พร้อมระบบ DCT และวอล์กกิ้งโหมด F/R ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 130/70R-18 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 200/55R-16 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า ดับเบิ้ลวิชโบนกับโช้คเดี่ยว Showa ขนาด 45 มม. ระยะยุบ 110 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โปรลิงก์และโช้คเดี่ยว Showa ระยะยุบ 104 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบคลื่น ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin 6 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 316 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin 3 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS ยาว X กว้าง X สูง 2,575 X 905 X 1,430 มม. ระยะฐานล้อ 1,695 มม. ความสูงเบาะ 745 มม. น้ำหนักรถ 384 กก. ความจุถังน้ำมัน 21.1 ลิตร อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก