SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
ช็อกวันปีใหม่! ชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนไฟลุกวอดเหลือแต่ซาก!

อัปเดตข่าวรถไฟฟ้าไฟไหม้ล่าสุด เสี่ยเจ้าของสวนกล้วยไม้นครปฐมถอยรถไฟฟ้า MG 1.4 ล้านวันสิ้นปี ชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนไฟลุกท่วมวอดทั้งคันรับปีใหม่ 2569

รับขวัญปีใหม่น้องชายยืมรถ กวาดโชว์รูมมอเตอร์ไซค์

รับขวัญปีใหม่น้องชายยืมรถ กวาดโชว์รูมมอเตอร์ไซค์ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เกิดเหตุระทึกขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับขวัญปีใหม่น้องชายยืมรถ กวาดโชว์รูมมอเตอร์ไซค์ บริเวณริมถนนสายโชคชัย-เดชอุดม ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เมื่อรถกระบะแต่งซิ่งสีบรอนซ์เสียหลักพุ่งชนประชาชนและร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและมีผู้บาดเจ็บ เปิดนาทีระทึก: เบิ้ลเครื่องโชว์ก่อนพุ่งลงข้างทาง จากคำให้การของพยานและพนักงานในร้านขายรถจักรยานยนต์ ระบุว่าก่อนเกิดเหตุเห็นรถกระบะคันดังกล่าวขับมาจอดฝั่งตรงข้ามแล้วทำการเบิ้ลเครื่องยนต์เสียงดังสนั่นถนน จากนั้นได้ขับกลับรถมายังฝั่งที่เกิดเหตุและเร่งเครื่องยนต์อีกครั้งเพียงเสี้ยววินาที รถกลับเสียหลักพุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ของสองสามีภรรยาที่กำลังขับขี่ผ่านมาเพื่อไปซื้อนมให้ลูกแฝดวัย 5 เดือน จนทั้งคู่กระเด็นได้รับบาดเจ็บ แรงมหาศาลของรถกระบะยังไม่หยุดแค่นั้น รถได้พุ่งทะลุเข้าไปในเขตพื้นที่ของร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ กวาดเอารถจักรยานยนต์มือหนึ่งที่จอดเรียงรายอยู่หน้าร้านล้มระเนระนาดเสียหายถึง 15 คัน สภาพหน้ารถกระบะพังยับเยิน สารภาพ “ชอบรถแต่งซิ่ง” แอบพี่ชายมาลองขับ นายกิตติ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี คนขับรถกระบะ ซึ่งได้รับบาดเจ็บแน่นหน้าอก ยอมรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่า รถคันนี้เป็นของพี่ชายที่ขับมาจากกรุงเทพฯ เพื่อกลับมาฉลองปีใหม่ที่บ้าน ตนเองเห็นว่าเป็นรถแต่งซิ่งสวยงามและมีความแรงจึงรู้สึกชอบ และแอบนำออกมา “ลองรถ” บนถนนใหญ่ ทั้งที่ตนเองเพิ่งหัดขับรถได้ไม่นานและยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่ จนสุดท้ายคุมรถไม่อยู่และเกิดเหตุสลดขึ้น วิเคราะห์ข้อกฎหมายจราจร 2569: โทษหนักทั้งคนขับและคนปล่อยรถ ตามประกาศกฎหมายจราจรล่าสุดที่มีการเพิ่มโทษเพื่อลดอุบัติเหตุ กรณีนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดีดังนี้: 1. ผู้ขับขี่ (นายกิตติ) ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่: มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามอัตราโทษใหม่) ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย: มีโทษทั้งจำและปรับ พร้อมต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งแก่คู่กรณีและร้านรถจักรยานยนต์ทั้งหมด 2. เจ้าของรถ (พี่ชาย) ความผิดฐานยินยอมให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับขี่นำรถไปใช้: มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ความรับผิดชอบทางแพ่ง: เนื่องจากผู้ขับขี่ไม่มีใบขับขี่ บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่จะมีเงื่อนไข “ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกัน” และอาจปฏิเสธการคุ้มครองในส่วนทรัพย์สินบุคคลภายนอกหากพิสูจน์ได้ว่าตั้งใจฝ่าฝืนกฎหมาย ทำให้พี่ชายในฐานะเจ้าของรถอาจต้องร่วมรับผิดชอบค่าเสียหายหลักแสนถึงล้านบาทด้วยตัวเอง เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในช่วงเทศกาล ที่ความคึกคะนองเพียงชั่ววูบอาจทำลายอนาคตและสร้างภาระหนี้สินมหาศาลให้กับครอบครัวเพียงเพราะคำว่า “อยากลองขับ” ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.facebook.com/share/p/16jmPEaxZk/?mibextid=wwXIfr อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

ติดกล้องแทนกระจก ผิดกฎหมายไหม? 

อัปเดตกฎหมายจราจร 2568! ติดกล้องมองหลังแทนกระจกมองข้างหรือกระจกมองหลังในรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ผิดกฎหมายหรือไม่? เช็กโทษปรับล่าสุดที่นี่

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
CFMoto 150SC

CFMoto 150SC เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สกู๊ตเตอร์คันแรกจากค่ายมังกรฟ้าเตรียมเปิดตัวแล้วภายใต้ชื่อว่า CFMoto 150SC นับเป็นครั้งแรกของแบรนด์เลยที่บุกเข้าสู่ตลาดสกู๊ตเตอร์ แต่มีการปล่อยข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถมาบ้างแล้ว สเปกเป็นยังไงบ้าง ไปส่องกันได้เลย สำหรับสกู๊ตเตอร์คันแรกของทางค่ายคันนี้จะมาในดีไซน์สปอร์ต มีเส้นสายออกไปทางโค้งมน ดูลื่นไหลปราดเปรียวคล่องตัว พร้อมดีเอ็นเอแบบซีเอฟโมโตที่ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ที่มีลักษณะเป็นเส้นยาว ๆ คาดขวางไปตามโคมไฟหน้า เครื่องยนต์จะเป็นเครื่องสูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ 2 วาล์ว จากทาง Loncin มาพร้อมระบบหัวฉีดไฟฟ้าจาก Bosch ให้กำลังสูงสุดที่ 14.58 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 14.2 นิวตันเมตร ใช้น้ำมันจากังขนาด 8.5 ลิตร อาจจะดูไม่มากแต่ทางค่ายเคลมมาว่าสามารถใช้งานชิลล์ ๆ ได้กว่า 300 กม.เลยทีเดียว แชสซีของโมเดลนี้เลือกใช้เฟรมแบบพิเศษไม่เหมือนสกู๊ตเตอร์ทั่วไป ใช้เฟรมแบบดับเบิ้ลเฮดไปป์ ที่ส่วนกลางและท้ายของเฟรมมีลักษณะแบบเฟรมถักที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับแชสซี ตัวรถจะมีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิกและโช้คหลังคู่ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวและคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบคู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อและยางจะมีขนาด 110/70-14 และ 130/70-16 เรื่องของความสะดวกสบาย ตัวรถมีช่องเก็บของขนาดใหญ่ถึง 30 ลิตรสามารถใส่หมวกแบบบั๊กเก็ตได้พร้อม ๆ กับสัมภาระอื่น ๆ อีกจำนวนนึง แม้ว่าจะใส่หมวกเต็มใบไม่ได้ก็ตาม แต่สำหรับพิกัดนี้ก็ถือว่ายอมรับได้ ด้านหน้าเองก็จะมีช่องสำหรับใส่ของเช่นกัน โดยสามารถใส่น้ำขนาด 500 มล. ได้ หรือจะใส่ถุงมือ หรือมือถือที่มีขนาดหน้าจอไม่เกิน 6 นิ้วก็ได้เช่นกัน รวมไปถึงระบบกุญแจแบบคีย์เลสช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ครบครัน นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วแสดงผลข้อมูลได้ครบถ้วนเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ และถ้าสังเกตจากหน้าจอจะเห็นระบบเบรก ABS แบบดูอัลแชนแนล ระบบแทร็คชันคอนโทรล และระบบ ESS สุดท้ายนี้สื่อจีนคาดกันว่าจะจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 13,680 หยวน หรือราว ๆ 70,000 บาท มาจำหน่ายในบ้านเราได้จริง ๆ ก็น่าจะแพงขึ้นอีกเล็กน้อยแต่ไม่น่าจะเกิน 90,000 บาท เพื่อให้สามารถทำตลาดแข่งกับโมเดลอื่น ๆ ในบ้านเราได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะต้องรอยืนยันสเปกในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกที อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli ส่งยางซ้อมให้นักแข่ง Moto2/3 ใช้

Pirelli ส่งยางซ้อมให้นักแข่ง Moto2 Moto3 ใช้ ข่าวล่าสุด จาก Pirelli โดย Giorgio Barbier เป็นผู้ตัดสินใจฟันธงส่งยางซ้อมเป็นตัวเลือกให้นักแข่งทั้งในรุ่น Moto2™ และ Moto3™ ใช้ในการแข่งขันเป็นครั้งแรก บนสนาม Sachsenring (ซัคเซนริง) ที่เยอรมันในสุดสัปดาห์นี้ เหตุผลในการเลือกยาง จาก บทสัมภาษณ์ ของ Giorgio Barbier “ซัคเซนริงเป็นสนามแข่งที่เรามีความรู้เพียงเล็กน้อย เพราะเราไม่เคยแข่งที่นั่น หมายถึงความรู้ในรุ่น Moto2™ และ Moto3™ รวมถึงการแข่งขันชิงแชมป์ระดับนานาชาติอื่นๆ เราไม่มีข้อมูลที่หนักแน่นพอเพื่อใช้เป็นมาตรฐาน เราเพียงแต่มีข้อมูลคอมเม้นท์จากนักแข่งที่เคยลงแข่งในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งบอกเราว่าสนามนี้เป็นสนามที่มีความต้องการยางเป็นพิเศษเนื่องจากรูปแบบของสนาม โดยมีโค้งซ้ายความเร็วสูงจำนวนมาก พื้นสนามที่หยาบทำให้การยึดเกาะต่ำ และมักมีสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน นั่นเป็นเหตุผลที่เราตัดสินใจขยายการจัดสรรยาง โดยเสริมด้วยคอมปาวด์ยางที่ทนการสึกหรอมากขึ้น” จากข้อความข่าววงใน คอมปาวด์ยางที่เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม คือยาง Hard รหัสยาง SC3 หรือที่รู้จักในนาม “ยางซ้อม” จากเหตุผลที่พอสรุปจากบทสัมภาษณ์คือ สนามหยาบ เลยเอาติดไปเผื่อไว้ก่อน ในสนามซัคเซนริงปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่เราจะอาจจะได้เห็น คอมปาวด์ SC3 ลงแข่งขันจากทั้งสองรุ่น และเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นยางโปรโตไทป์ตัวใหม่ SC3 C0196 ในยางหลังของรุ่น Moto3 แถมในรุ่น Moto2 จะมียางหลัง SC0 D0532 ที่เป็นโปรโตไทป์เช่นกัน ยางจาก Pirelli SC3 ที่เพิ่มขึ้นมาเป็นแค่ตัวเลือกไม่ได้บังคับ เราจะได้เห็นผลทดสอบในเร็วๆ นี้ว่า Free Practice จะมีทีมไหนทดลองเอายางตัวนี้มาเล่น แต่ถ้าเอาชัวร์ ก็มียางสเปคเดิมจากสนามที่แล้วให้เลือกอยู่แล้ว แน่นอนว่าเกมการแข่งขันจะต้องมีลุ้นมากกว่าเดิม เพราะปัจจัยยางไม่เหมือนสนามที่แล้ว ส่วนเรื่องสถิติ Pirelli จะทุบยาง Dunlop ได้รึเปล่า ต้องมาดูกันอีกที

สนามสุดท้ายของRaul Fernandez!?

ยืนยันแล้ว ราอูลจะได้ขี่ RS-GP23ที่สนามเยอรมันสัปดาห์นี้เป็นครั้งสุดท้าย! ”สำหรับราอูลแล้ว มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เจ้าหนุ่มคนนี้ได้ควบรถ RS-GP2023 “ Davide Brivio บอสใหญ่ได้กล่าวไว้ หลังจากที่ ตอนนี้ ราอูล เฟอร์นันเดซ เป็นหนึ่งเดียวในทีมAprilia ที่ยังขี่รถ RS-GP ตัวเก่าอยู่ แต่เวลานี้ทางทีมรับประกันให้แล้ว ว่า เดี๋ยวอัพให้ไปขี่RS-GP 24 แน่นอน หลังจากผลงานโดดเด่น โดยตอนนี้ราอูลอยู่ในอันดับที่12บนอันดับคะแนนสะสม และทางทีมตั้งใจจะปรับไปให้ขี่รถSpec2024 ให้พร้อมกับการอัพเดทแฟริ่งระหว่างฤดูกาลแข่งขัน พร้อมกันไปเลยทีเดียว หลังจากช่วงSummer break ซึ่งคือสนามSilverstone ของอังกฤษ ในเดือนถัดไป หมายความว่า ราอูลจะได้ขี่รถSpecใหม่ หลังจากจบSachsenring หลังจากโชคไม่ค่อยดีตั้งแต่ต้นฤดูกาล เจ็บทั้งเซปังTest อดแข่งไป2สนาม แต่ก็กลับมาทำผลงานได้ดีที่คาตาลุนย่าในSprint race อันดับ6 และหลังการผ่าตัด Arm pump ก็กลับมาติดtop ten ที่Assenอีก (P8) “ผมแฮบปีนะ กับผลงานที่Assen เราทำได้ดี แต่ผมก็อยากจะสดกว่านี้ เพราะหลังจากล้มหนัก มันก็เจ็บจริงแหละ และคงจะดีขึ้นหลังจากได้พักสัก2-3วัน สำหรับสนามSachsenring ผมจะพยายาม ไม่กดดันมาก จะรีแลกซ์หน่อย พยายามเข้าไปQ2ให้ได้ก่อน หลังจากนั้นก็ดูกันไปวันต่อวัน และนี่น่าจะเป็นแผนที่ดี เพราะรู้สึกได้ว่า ถ้าเรารีแลกซ์ให้มากขึ้น และสนุกกับมัน เราก็เร็วขึ้นจริงๆ นี่เป็นเป้าหมายของเราในสนามนี้“ หนุ่มสเปนกล่าว ในขณะที่ทีมโรงงานAprilia จับคู่นักแข่งใหม่ได้แล้ว อย่าง Jorge Martin และ Marco Bezzecchi แต่ทีม Trackhouse กลับยังไม่มีการยืนยัน นักแข่งของทีมในปีหน้าเลย แต่ที่แน่ๆคือ ต้องมีคนหนึ่งอยู่คนหนึ่งไป และตอนนี้ฟอร์มของราอูล ก็กำลังมา ถูกที่ถูกเวลาซะด้วย ขณะที่ เพื่อนร่วมทีมอย่างอดีตนักแข่งKTM ผู้เคยขึ้นโพเดี้ยมมา5ครั้ง มิเกล โอลิเวียร่านั้น ฟอร์มกำลังออกทะเล ทั้งๆที่ได้ขี่รถตัวล่าสุดตั้งแต่เริ่มฤดูกาล และตอนนี้อยุ่อันดับที่16 ในตาราง ”Sachsenring เป็นสนามที่มีเอกลักษณ์ ทั้งสั้น และหนักไปทางโค้งซ้าย ซึ่งผมค่อนข้างถนัดเป็นพิเศษ และก็หวังว่าจะทำผลงานได้ดีในสนามนี้ก่อน เบรคครึ่งฤดูกาลนี้ ซึ่งหวังว่า จะหาจุดลงตัวในSetting ได้ไว และทำผลงานได้ดีมีแต้มกับเจ้า RS-GP24” มิเกลทิ้งท้าย มารอชมกันนะ GermanGPสนามก่อนSummerBreak หนึ่งเดือน ว่าTrackhouse Aprilia จะมีอะไรSurpriseเราไหม? 😉🏁

ไม่ลือ เพราะมาจริง Royal Enfield Guerrilla 450

ไม่ใช่ข่าวลืออีกต่อไป Royal Enfield Guerrilla 450 คลาสสิกสแครมเบลอร์ มาไทยแน่ๆ คำถามแค่ เมื่อไหร่?   สำหรับหลายๆคนที่ติดตามข่าวสาร  Royal Enfield ในโลกออนไลน์ ก็คงได้เห็นผ่านๆตามาบ้างกับ รูปหลุดของ Guerrilla 450 มอเตอร์ไซค์สแครมเบลอร์ในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค ลุคผู้ดีอังกฤษผลิตโดยผู้ดีอินเดีย คาดการณ์สเปค จากตัวเลขที่ระบุในชื่อว่า 450 น่าจะเป็นบล็อกเครื่อง Sherpa สูบเดี่ยวลูกโตจาก New Himalayan 450 ขนาดความจุเครื่อง 452 ซีซี 40 แรงม้า แต่อาจจะปรับแต่งโหมดเครื่องยนต์ให้ต่างออกไป ในข่าวลือวงในจากสื่ออินเดียลงไว้ว่า Guerrilla 450 จะเป็นรุ่นที่ราคา “เข้าถึงง่ายที่สุด”  และในข่าวยังคาดการณ์ว่าราคาเปิดตัวไม่น่าเกิน 2.3 lakh ถ้าเทียบกับราคา Himalayan 450 ที่ลงราคาที่อินเดีย ไว้ 2.8 lakh กับข่าวราคาในไทย ที่อยู่ราวๆ 220,000 คาดว่ารุ่น Guerrilla 450 ราคาน่าจะอยู่ที่ 190,000 โดยประมาณ หมายความว่าระบบต่างๆอาจจะถูกตอนลงบ้าง จากราคาที่ถูกกว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดทางให้ Royal Enfield ได้เจอกับกลุ่มนักขับขี่หน้าใหม่ได้กว้างมากขึ้น ถ้ามาราคานี้จริงตลาด มอเตอร์ไซค์ คลาสกลาง สำหรับผู้เริ่มต้นมีการแย่งชิงต่อสู้กันมากขึ้น เป็นผลดีต่อผู้ขับขี่หน้าใหม่ ที่จะได้เลือกมอเตอร์ไซค์ ได้หลากหลายสไตล์โดยที่ไม่เจ็บกระเป๋า ส่วนมอเตอร์ไซค์ในสไตล์นี้ ก็มี Honda CL500, Triumph Scrambler 400x และทั้ง 2 ก็อยู่ในพิกัดราคาเดียวกัน   คลิปรีวิวเท่ๆ โดย Guy Martin นักแข่ง Isle of Man TT ในตำนาน จุดเด่นเท่าที่พอเดาๆได้จากรูปหลุดคือ – ถังสไตล์ใหม่ – โช๊คหน้าเทเลสโคปิค – ไฟหน้า/ท้าย LED – หน้าไมล์ทรงกลม (คล้าย Himalayan) – ล้อหน้าขนาด 18″ หลัง 17″ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ Superbikemag Thailland ได้รับเชิญเป็น 1 ในสื่อไทย ที่ได้เข้าร่วมทดสอบ Guerrilla 450 ที่ประเทษสเปน รีวิวขี่จริงแล้วเป็นไงจะมาเหลาให้อ่าน….ตอนนี้ก็รอไปก่อนเด้ออ้าย    

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
CFMoto 150SC

CFMoto 150SC เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สกู๊ตเตอร์คันแรกจากค่ายมังกรฟ้าเตรียมเปิดตัวแล้วภายใต้ชื่อว่า CFMoto 150SC นับเป็นครั้งแรกของแบรนด์เลยที่บุกเข้าสู่ตลาดสกู๊ตเตอร์ แต่มีการปล่อยข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถมาบ้างแล้ว สเปกเป็นยังไงบ้าง ไปส่องกันได้เลย สำหรับสกู๊ตเตอร์คันแรกของทางค่ายคันนี้จะมาในดีไซน์สปอร์ต มีเส้นสายออกไปทางโค้งมน ดูลื่นไหลปราดเปรียวคล่องตัว พร้อมดีเอ็นเอแบบซีเอฟโมโตที่ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ที่มีลักษณะเป็นเส้นยาว ๆ คาดขวางไปตามโคมไฟหน้า เครื่องยนต์จะเป็นเครื่องสูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ 2 วาล์ว จากทาง Loncin มาพร้อมระบบหัวฉีดไฟฟ้าจาก Bosch ให้กำลังสูงสุดที่ 14.58 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 14.2 นิวตันเมตร ใช้น้ำมันจากังขนาด 8.5 ลิตร อาจจะดูไม่มากแต่ทางค่ายเคลมมาว่าสามารถใช้งานชิลล์ ๆ ได้กว่า 300 กม.เลยทีเดียว แชสซีของโมเดลนี้เลือกใช้เฟรมแบบพิเศษไม่เหมือนสกู๊ตเตอร์ทั่วไป ใช้เฟรมแบบดับเบิ้ลเฮดไปป์ ที่ส่วนกลางและท้ายของเฟรมมีลักษณะแบบเฟรมถักที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับแชสซี ตัวรถจะมีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิกและโช้คหลังคู่ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวและคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบคู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อและยางจะมีขนาด 110/70-14 และ 130/70-16 เรื่องของความสะดวกสบาย ตัวรถมีช่องเก็บของขนาดใหญ่ถึง 30 ลิตรสามารถใส่หมวกแบบบั๊กเก็ตได้พร้อม ๆ กับสัมภาระอื่น ๆ อีกจำนวนนึง แม้ว่าจะใส่หมวกเต็มใบไม่ได้ก็ตาม แต่สำหรับพิกัดนี้ก็ถือว่ายอมรับได้ ด้านหน้าเองก็จะมีช่องสำหรับใส่ของเช่นกัน โดยสามารถใส่น้ำขนาด 500 มล. ได้ หรือจะใส่ถุงมือ หรือมือถือที่มีขนาดหน้าจอไม่เกิน 6 นิ้วก็ได้เช่นกัน รวมไปถึงระบบกุญแจแบบคีย์เลสช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ครบครัน นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วแสดงผลข้อมูลได้ครบถ้วนเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ และถ้าสังเกตจากหน้าจอจะเห็นระบบเบรก ABS แบบดูอัลแชนแนล ระบบแทร็คชันคอนโทรล และระบบ ESS สุดท้ายนี้สื่อจีนคาดกันว่าจะจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 13,680 หยวน หรือราว ๆ 70,000 บาท มาจำหน่ายในบ้านเราได้จริง ๆ ก็น่าจะแพงขึ้นอีกเล็กน้อยแต่ไม่น่าจะเกิน 90,000 บาท เพื่อให้สามารถทำตลาดแข่งกับโมเดลอื่น ๆ ในบ้านเราได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะต้องรอยืนยันสเปกในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกที อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

4 July 2024
Pirelli ส่งยางซ้อมให้นักแข่ง Moto2/3 ใช้

Pirelli ส่งยางซ้อมให้นักแข่ง Moto2 Moto3 ใช้ ข่าวล่าสุด จาก Pirelli โดย Giorgio Barbier เป็นผู้ตัดสินใจฟันธงส่งยางซ้อมเป็นตัวเลือกให้นักแข่งทั้งในรุ่น Moto2™ และ Moto3™ ใช้ในการแข่งขันเป็นครั้งแรก บนสนาม Sachsenring (ซัคเซนริง) ที่เยอรมันในสุดสัปดาห์นี้ เหตุผลในการเลือกยาง จาก บทสัมภาษณ์ ของ Giorgio Barbier “ซัคเซนริงเป็นสนามแข่งที่เรามีความรู้เพียงเล็กน้อย เพราะเราไม่เคยแข่งที่นั่น หมายถึงความรู้ในรุ่น Moto2™ และ Moto3™ รวมถึงการแข่งขันชิงแชมป์ระดับนานาชาติอื่นๆ เราไม่มีข้อมูลที่หนักแน่นพอเพื่อใช้เป็นมาตรฐาน เราเพียงแต่มีข้อมูลคอมเม้นท์จากนักแข่งที่เคยลงแข่งในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งบอกเราว่าสนามนี้เป็นสนามที่มีความต้องการยางเป็นพิเศษเนื่องจากรูปแบบของสนาม โดยมีโค้งซ้ายความเร็วสูงจำนวนมาก พื้นสนามที่หยาบทำให้การยึดเกาะต่ำ และมักมีสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน นั่นเป็นเหตุผลที่เราตัดสินใจขยายการจัดสรรยาง โดยเสริมด้วยคอมปาวด์ยางที่ทนการสึกหรอมากขึ้น” จากข้อความข่าววงใน คอมปาวด์ยางที่เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม คือยาง Hard รหัสยาง SC3 หรือที่รู้จักในนาม “ยางซ้อม” จากเหตุผลที่พอสรุปจากบทสัมภาษณ์คือ สนามหยาบ เลยเอาติดไปเผื่อไว้ก่อน ในสนามซัคเซนริงปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่เราจะอาจจะได้เห็น คอมปาวด์ SC3 ลงแข่งขันจากทั้งสองรุ่น และเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นยางโปรโตไทป์ตัวใหม่ SC3 C0196 ในยางหลังของรุ่น Moto3 แถมในรุ่น Moto2 จะมียางหลัง SC0 D0532 ที่เป็นโปรโตไทป์เช่นกัน ยางจาก Pirelli SC3 ที่เพิ่มขึ้นมาเป็นแค่ตัวเลือกไม่ได้บังคับ เราจะได้เห็นผลทดสอบในเร็วๆ นี้ว่า Free Practice จะมีทีมไหนทดลองเอายางตัวนี้มาเล่น แต่ถ้าเอาชัวร์ ก็มียางสเปคเดิมจากสนามที่แล้วให้เลือกอยู่แล้ว แน่นอนว่าเกมการแข่งขันจะต้องมีลุ้นมากกว่าเดิม เพราะปัจจัยยางไม่เหมือนสนามที่แล้ว ส่วนเรื่องสถิติ Pirelli จะทุบยาง Dunlop ได้รึเปล่า ต้องมาดูกันอีกที

4 July 2024
สนามสุดท้ายของRaul Fernandez!?

ยืนยันแล้ว ราอูลจะได้ขี่ RS-GP23ที่สนามเยอรมันสัปดาห์นี้เป็นครั้งสุดท้าย! ”สำหรับราอูลแล้ว มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เจ้าหนุ่มคนนี้ได้ควบรถ RS-GP2023 “ Davide Brivio บอสใหญ่ได้กล่าวไว้ หลังจากที่ ตอนนี้ ราอูล เฟอร์นันเดซ เป็นหนึ่งเดียวในทีมAprilia ที่ยังขี่รถ RS-GP ตัวเก่าอยู่ แต่เวลานี้ทางทีมรับประกันให้แล้ว ว่า เดี๋ยวอัพให้ไปขี่RS-GP 24 แน่นอน หลังจากผลงานโดดเด่น โดยตอนนี้ราอูลอยู่ในอันดับที่12บนอันดับคะแนนสะสม และทางทีมตั้งใจจะปรับไปให้ขี่รถSpec2024 ให้พร้อมกับการอัพเดทแฟริ่งระหว่างฤดูกาลแข่งขัน พร้อมกันไปเลยทีเดียว หลังจากช่วงSummer break ซึ่งคือสนามSilverstone ของอังกฤษ ในเดือนถัดไป หมายความว่า ราอูลจะได้ขี่รถSpecใหม่ หลังจากจบSachsenring หลังจากโชคไม่ค่อยดีตั้งแต่ต้นฤดูกาล เจ็บทั้งเซปังTest อดแข่งไป2สนาม แต่ก็กลับมาทำผลงานได้ดีที่คาตาลุนย่าในSprint race อันดับ6 และหลังการผ่าตัด Arm pump ก็กลับมาติดtop ten ที่Assenอีก (P8) “ผมแฮบปีนะ กับผลงานที่Assen เราทำได้ดี แต่ผมก็อยากจะสดกว่านี้ เพราะหลังจากล้มหนัก มันก็เจ็บจริงแหละ และคงจะดีขึ้นหลังจากได้พักสัก2-3วัน สำหรับสนามSachsenring ผมจะพยายาม ไม่กดดันมาก จะรีแลกซ์หน่อย พยายามเข้าไปQ2ให้ได้ก่อน หลังจากนั้นก็ดูกันไปวันต่อวัน และนี่น่าจะเป็นแผนที่ดี เพราะรู้สึกได้ว่า ถ้าเรารีแลกซ์ให้มากขึ้น และสนุกกับมัน เราก็เร็วขึ้นจริงๆ นี่เป็นเป้าหมายของเราในสนามนี้“ หนุ่มสเปนกล่าว ในขณะที่ทีมโรงงานAprilia จับคู่นักแข่งใหม่ได้แล้ว อย่าง Jorge Martin และ Marco Bezzecchi แต่ทีม Trackhouse กลับยังไม่มีการยืนยัน นักแข่งของทีมในปีหน้าเลย แต่ที่แน่ๆคือ ต้องมีคนหนึ่งอยู่คนหนึ่งไป และตอนนี้ฟอร์มของราอูล ก็กำลังมา ถูกที่ถูกเวลาซะด้วย ขณะที่ เพื่อนร่วมทีมอย่างอดีตนักแข่งKTM ผู้เคยขึ้นโพเดี้ยมมา5ครั้ง มิเกล โอลิเวียร่านั้น ฟอร์มกำลังออกทะเล ทั้งๆที่ได้ขี่รถตัวล่าสุดตั้งแต่เริ่มฤดูกาล และตอนนี้อยุ่อันดับที่16 ในตาราง ”Sachsenring เป็นสนามที่มีเอกลักษณ์ ทั้งสั้น และหนักไปทางโค้งซ้าย ซึ่งผมค่อนข้างถนัดเป็นพิเศษ และก็หวังว่าจะทำผลงานได้ดีในสนามนี้ก่อน เบรคครึ่งฤดูกาลนี้ ซึ่งหวังว่า จะหาจุดลงตัวในSetting ได้ไว และทำผลงานได้ดีมีแต้มกับเจ้า RS-GP24” มิเกลทิ้งท้าย มารอชมกันนะ GermanGPสนามก่อนSummerBreak หนึ่งเดือน ว่าTrackhouse Aprilia จะมีอะไรSurpriseเราไหม? 😉🏁

3 July 2024
ไม่ลือ เพราะมาจริง Royal Enfield Guerrilla 450

ไม่ใช่ข่าวลืออีกต่อไป Royal Enfield Guerrilla 450 คลาสสิกสแครมเบลอร์ มาไทยแน่ๆ คำถามแค่ เมื่อไหร่?   สำหรับหลายๆคนที่ติดตามข่าวสาร  Royal Enfield ในโลกออนไลน์ ก็คงได้เห็นผ่านๆตามาบ้างกับ รูปหลุดของ Guerrilla 450 มอเตอร์ไซค์สแครมเบลอร์ในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค ลุคผู้ดีอังกฤษผลิตโดยผู้ดีอินเดีย คาดการณ์สเปค จากตัวเลขที่ระบุในชื่อว่า 450 น่าจะเป็นบล็อกเครื่อง Sherpa สูบเดี่ยวลูกโตจาก New Himalayan 450 ขนาดความจุเครื่อง 452 ซีซี 40 แรงม้า แต่อาจจะปรับแต่งโหมดเครื่องยนต์ให้ต่างออกไป ในข่าวลือวงในจากสื่ออินเดียลงไว้ว่า Guerrilla 450 จะเป็นรุ่นที่ราคา “เข้าถึงง่ายที่สุด”  และในข่าวยังคาดการณ์ว่าราคาเปิดตัวไม่น่าเกิน 2.3 lakh ถ้าเทียบกับราคา Himalayan 450 ที่ลงราคาที่อินเดีย ไว้ 2.8 lakh กับข่าวราคาในไทย ที่อยู่ราวๆ 220,000 คาดว่ารุ่น Guerrilla 450 ราคาน่าจะอยู่ที่ 190,000 โดยประมาณ หมายความว่าระบบต่างๆอาจจะถูกตอนลงบ้าง จากราคาที่ถูกกว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดทางให้ Royal Enfield ได้เจอกับกลุ่มนักขับขี่หน้าใหม่ได้กว้างมากขึ้น ถ้ามาราคานี้จริงตลาด มอเตอร์ไซค์ คลาสกลาง สำหรับผู้เริ่มต้นมีการแย่งชิงต่อสู้กันมากขึ้น เป็นผลดีต่อผู้ขับขี่หน้าใหม่ ที่จะได้เลือกมอเตอร์ไซค์ ได้หลากหลายสไตล์โดยที่ไม่เจ็บกระเป๋า ส่วนมอเตอร์ไซค์ในสไตล์นี้ ก็มี Honda CL500, Triumph Scrambler 400x และทั้ง 2 ก็อยู่ในพิกัดราคาเดียวกัน   คลิปรีวิวเท่ๆ โดย Guy Martin นักแข่ง Isle of Man TT ในตำนาน จุดเด่นเท่าที่พอเดาๆได้จากรูปหลุดคือ – ถังสไตล์ใหม่ – โช๊คหน้าเทเลสโคปิค – ไฟหน้า/ท้าย LED – หน้าไมล์ทรงกลม (คล้าย Himalayan) – ล้อหน้าขนาด 18″ หลัง 17″ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ Superbikemag Thailland ได้รับเชิญเป็น 1 ในสื่อไทย ที่ได้เข้าร่วมทดสอบ Guerrilla 450 ที่ประเทษสเปน รีวิวขี่จริงแล้วเป็นไงจะมาเหลาให้อ่าน….ตอนนี้ก็รอไปก่อนเด้ออ้าย    

1 July 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
สหรัฐขึ้นภาษี 25% ไทยเข้าข่าย รถมอเตอร์ไซค์อาจแพงขึ้น

สหรัฐขึ้นภาษี 25% ไทยเข้าข่าย รถมอเตอร์ไซค์อาจแพงขึ้น เตรียมตัวกันให้ดี..ราคารถอาจแพงขึ้น โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ยักษ์ใหญ่จากอเมริกา ล่าสุด สหรัฐขึ้นภาษี 25% ประเภทเหล็ก ผลิตภัณฑ์เหล็กและอลูมิเนียมทั่วโลก ซึ่งประเทศคู่ค้าที่โดนเต็ม ๆ ในครั้งนี้ก็คือ จีน แคนาดา เม็กซิโกและสหภาพยุโรป รวมถึงประเทศไทย ก็ถูกพิษกำแพงภาษีที่เพิ่มขึ้นเต็ม ๆ จากชาติมหาอำนาจในครั้งนี้ เพราะอะไรกัน?จากการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบครั้งใหม่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ และยังเดินหน้าภารกิจคงสานต่อโยบาย America First หรือ อเมริกาต้องมาก่อน เหมือนที่เคยทำไว้ในช่วงดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2017-2021 ซึ่งมาตรการการเพิ่มภาษีนำเข้าจะสามารถช่วยฟื้นฟูเศรษกิจภายในประเทศ (สินค้านำเข้ามีราคาแพงขึ้น ผลักดันประชาชนอุดหนุนสินค้าภายในประเทศ) ซึ่งดีสำหรับเขา แต่คนอื่นเดือดร้อนกันทั่วหน้าหล่ะครับ การเคลื่อนไหวนี้มีผลกระทบกว้างไกลไม่เพียงแต่ต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศต่าง ๆ และสถานการณ์ในตอนนี้ ทุกประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยโดนเต็ม ๆ เพราะไทยเรานั้นเป็นประเทศส่งออกอลูมิเนียมไปยังสหรัฐมากเป็นอันดับ 10 ซึ่งรวมมูลค่าราว ๆ 270 ล้านดอลลาร์ (ปี 2567) รวมถึงสินค้าวัตถุดิบอื่น ๆ ซึ่งแน่นอนว่าการตั้งกำแพงภาษีส่งผลให้ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนจ์เป็นวงกว้าง นอกจากนี้ทางรัฐบาลของอเมริกา (ทรัมป์) เตรียมที่จะเก็บภาษีในสินค้าส่วนอื่น ๆ เพิ่ม อาทิ ยานยนต์, เภสัชกรรม อุปกรณ์ทางการแพทย์และชิปคอมพิวเตอร์ เป็นต้น เอาที่พี่ทรัมป์สบายใจเลยจ้า  แล้วมอเตอร์ไซค์มีผลกระทบอย่างไร  ด้วยภาษีที่เพิ่มขึ้นต่อการนำเข้าของวัตถุดิบจึงทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น อย่างจำพวก เหล็ก อลูมิเนียม พาร์ทชิ้นส่วน CNC สำเร็จรูป แบริ่ง ลูกปืนและส่วนประกอบต่าง ๆ อาจมีราคาสูงขึ้นและส่งผลให้ผลิตภัณฑ์โปรดักท์สินค้ามีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย และผู้ผลิตจะต้องขายสินค้าในราคาที่แพงขึ้นเพื่อรักษากำไร หรืออาจได้กำไรที่ลดลงในราคาเดิม ซึ่งแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ก็คือ Haley-Davidsion, Indian Motorcycle รวมถึงแบรนด์อื่น ๆ ในบ้านเขาหล่ะครับ  จากสาเหตุเหล่านี้ จึงมีความเป็นไปได้ที่ราคาของรถมอเตอร์ไซค์ที่ผลิตในอเมริกา อาจมีราคาขึ้น โดยเฉพาะรถใหม่นำเข้าสำเร็จรูป ยกเคสตัวอย่างของค่ายฮาร์ลี่ย์ เดวิดสัน ที่เป็นแบรนด์ที่นิยมค่อนข้างมากในบ้านเรา มีฐานการผลิตที่จ.ระยอง ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบเพราะผลิตในบ้านเราใช่ไหมหล่ะครับ แต่อย่างไรก็ดีสำหรับรถรุ่นใหม่ ๆ ปีใหม่อัพเดตล่าสุด อาจยังต้องชิปปิ้งนำเข้าร้อยเปอร์เซ็นต์ (รุ่นปีใหม่ ๆ ยังต้องประกอบบ้านเขาแล้วส่งเข้าไทย) ซึ่งอาจต้องควักตังจ่ายเพิ่ม  และอาจสาวทอดถึงค่ายแบรนด์อื่น ๆ จากผลกระทบของสงครามทางการค้าดังกล่าว การตั้งกำแพงภาษีที่สูงตระหง่านขนาดนี้ มิใช่ไทยที่ต้องอาจเดือดร้อนเพียงประเทศเดียว ยังคงมีผลกระทบลุกลามไปทั่วโลก สำหรับใครที่เป็นแฟน ๆ สาวกมอเตอร์ไซค์ต้องเตรียมตัวรับมือไว้ให้ เรื่องนี้ไม่ใช่เล่น ๆ นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

23 March 2025
Goodwood 2025 Carl Fogarty เตรียมฉลองตำนานแชมป์โลก อีกครั้ง

Goodwood 2025 Carl Fogarty เตรียมฉลองตำนานแชมป์โลก อีกครั้ง Back to School !! กลับมาหากันให้หายคิดถึงกันอีกครั้ง สำหรับตำนานแชมป์โลกตลอดกาลอย่าง Carl Fogarty ยืนยันเตรียมคัมแบ็คพบป่ะเหล่าบรรดาแฟน ๆ ในงาน Goodwood Festival of Speed เพื่อเฉลิมฉลอง Goodwood 2025 Carl Fogarty อีกครั้ง โดยปีนี้จะมีการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของการแข่งขัน WorldSBK โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ของแชมป์โลกในปี 1995 ของ คาร์ล โฟการ์ตี้ พร้อมตัวแข่งคู่ใจตัวแรงอย่าง Ducati 916 ซึ่งนับเป็นการคว้าแชมป์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นประวัติการณ์กับชัยชนะมากที่สุดถึง 13 ครั้งทั้งในสนาม Hockenheim, Donington, Brands Hatch และ Assen  พร้อมเซอร์วิสให้กับแฟน ๆ กับ “ภาพจำ” ย้อนกลับไปในสมัยปี 1995 กับนักบิดแชมป์โลกและตัวแข่ง Ducati 916 ในสมัยที่คว้าแชมป์ จะมาร่วมขี่ภายในงานตลอดทั้ง 4 วัน ร่วมกับตัวแข่งอื่น ๆ มากกว่า 40 คัน พร้อมนักแข่งระดับตำนานจากยุคทองของการแข่งขันในช่วงนั้น บางทีก็อาจทำให้คิดถึงวลีสุดเด็ดที่ว่า “Win on Sunday, sell on Monday” มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ “ผมมีความทรงจำดี ๆ มากมายกับ Festival of Speed ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้ขี่รถหลากหลายรุ่นทีเดียว แต่สำหรับครั้งนี้ ผมไม่ได้เจอเจ้า Ducati 916 ตัวแข่งเจ็นปี 1995 มานานละ ตั้งตารอที่จะได้กลับมาคร่อมมันอีกครั้งในวีคเอ็นนี้”  “ดีใจนะ สำหรับกระแส WorldSBK จะกลับมาฮิตอีกครั้ง หวังว่าแฟน ๆ จะได้เห็นรถแข่งแบบใกล้ชิดพร้อมกับแสดงโชว์ภายในงานนี้อีกด้วย” คาร์ล โฟร์กาตี้กล่าว  สำหรับงาน Goodwood Festival of Speed ก็คือเทศกาลมอเตอร์สปอร์ตประจำปี ซึ่งจัดขึ้นที่ Goodwood House ในเขต West Sussex ประเทศอังกฤษ โดยมีการแสดงรถแข่งสมัยใหม่และรถแข่งในประวัติศาสตร์ที่เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึง การแข่งไต่เนิน (hillclimb) และโชว์อื่น ๆ อีกมากมาย โดยปกติจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายนหรือต้นเดือนกรกฎาคมของทุกปี แต่สำหรับปีงานเทศกาลปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 10 – 13 กรกฎาคม ในสหราชอาณาจักร สามารถเตรียมรับชมหรือวางแผนเดินทางไปเยี่ยมในงานเป็น ก็ควรวางแผนให้ดีนะครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

21 March 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
มาร์ก มาร์เกซ เผย Gresini ทำให้หลงใหลในการแข่งขันอีกครั้ง

มาร์ก มาร์เกซ เผย Gresini ทำให้หลงใหลในการแข่งขันอีกครั้ง มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Ducati Lenovo Team ในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาพูดถึงทีมเก่าของเขาอย่าง “Gresini Racing” ที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกถึงอารมณ์ความหลงไหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง และเปรียบบรรยากาศภายในทีมเหมือนกับตอนที่ตนแข่งขันอยู่ใน Moto2 บรรยากาศในทีมแสนอบอุ่น “ที่นี่มีบรรยากาศสบาย ๆ อีกทั้งยังมีความเป็นกันเองอย่างมาก ทุกอย่างมันชวนให้ผมนึกถึงตอนแข่งขันอยู่ที่ Moto2 ที่ผมสามารถพูดคุยกับหัวหน้าทีมได้โดยตรง เช่น ผมสามารถเข้าไปพูดคุยกับนาเดีย ปาโดวานี่ (เจ้าของทีม Gresini Racing) และบอกเธอว่าผมมีความคิดกับบางเรื่องแบบนี้ เธอก็มักจะ ‘โอเค เราทำแบบนั้นได้’ และเธอไม่ปิดกั้นความคิดผม”  “การอยู่ในทีมแซทเทิลไลท์ (ทีม Gresini Racing) มันทำให้ผมรู้สึกถึงความหลงใหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ผมขี่ให้กับทีม Honda ผมมีเพื่อน และทีมงานที่ดีมากอยู่ที่นั่น แต่แล้วความจริงคือ การที่เราขี่อยู่ทีมโรงงานทุกอย่างในนั้นจะดูจริงจังไปหมด” คว้าชัยโพเดียมอีกครั้งในรอบ 1,043 วัน ในช่วงที่เป็นนักบิดให้กับทีมรองอย่าง Gresini Racing เจ้าตัวสามารถเก็บชัยชนะอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Grandpix ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะครั้งแรกของเจ้าตัวนับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งสามารถเก็บชัยชนะได้ 3 สนาม ในฤดูกาลที่ผ่านมา ได้แก่ สนามอารากอนประเทศสเปน, สนามมิซาโน่ ประเทศอิตาลี และสนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งความสำเร็จทั้งสามครั้งดังกล่าวเป็นความสำเร็จสำคัญที่ช่วยฟื้นความมั่นใจของเจ้าตัวหลังจากที่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับทีม Honda ในช่วงท้าย โดยนักบิดสายเลือดกระทิงดุรายนี้จะกลับมาวาดลวดลายบนสนามอีกครั้งในรอบซ้อม ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 แฟน ๆ ของ MM93 รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bajaj ลุย CBG เตรียมปั้นโมเดลพลังงานแห่งอนาคต

Bajaj เตรียมปั้นโมเดลพลังงานใหม่ในแห่งอนาคต Bajaj ลุย CBG ในขณะที่ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์หลากหลายแบรนด์จากทั่วโลกต่างมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสอดรับกับวิถีชีวิตและความเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน ไปพร้อมกับเทรนด์และกระแสความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่มากยิ่งขึ้น อาทิ รถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังรุกตลาดทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน ทางผู้ผลิตรายใหญ่จากอินเดียอย่าง Bajaj กลับมีแนวคิดที่แตกต่างออกไป โดยให้ความสำคัญกับพลังงานเชื้อเพลิงทางเลือกที่ยั่งยืนเสียมากกว่า เพราะอะไรกัน..? หากใครที่ติดตามข่าวสารต่างประเทศ ก็คงจะคุ้นข่าวการเปิดตัวโมเดลพิกัด 125 ซีซีที่ใช้ก๊าซ CNG เป็นรุ่นแรกของโลกภายใต้ชื่อ Freedom 125 ซึ่งโมเดลดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นจำนวนมากและสามารถจำหน่ายได้มากกว่า 25,000 คันในช่วงไม่กี่เดือนแรกหลังจากเปิดตัวทีเดียว อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าแค่ CNG ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในปัจจุบัน โดยล่าสุดทางซีอีโอของบริษัทอย่าง Rajiv Bajaj ได้ประกาศว่าบริษัทกำลังวางแผนพัฒนาเชื้อเพลิงทางเลือกที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ CBG (Compressed Biogas) หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า ก๊าซชีวภาพอัด นับเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ที่อาจนำมาใช้กับรถจักรยานยนต์ในอนาคต ก๊าซชีวภาพอัด (CBG) คืออะไร CBG (ก๊าซชีวภาพอัด) เป็นผลผลิตจากของเสียอินทรีย์ เช่น เศษซากทางการเกษตร, มูลสัตว์และขยะอาหาร โดยกระบวนการผลิตจะใช้วิธีการ *ย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Digestion) ซึ่งจะปล่อยก๊าซมีเทน (Methane) ออกมาและนำไปอัดเป็นก๊าซชีวภาพอัด (CBG) ที่สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้* สิ่งที่น่าสนใจคือ CBG ถือเป็นเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นกลาง (Carbon Neutral) หรือหากพูดง่าย ๆ ก็คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาเมื่อเผาไหม้จากเครื่องยนต์ จะถูกชดเชยด้วยคาร์บอนที่ถูกดูดซับโดยวัตถุดิบต้นทาง (พวกพืช และสัตว์) ในระหว่างที่พวกมันเจริญเติบโต แล้ว CBG แตกต่างจาก CNG อย่างไร  ทั้งก๊าซ CBG และ CNG ต่างล้วนเป็นเพลิงเชื้อสะอาด แต่มีความแตกต่างในแง่ของแหล่งที่มา และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างที่กล่าวไปในย่อหน้าข้างต้นนั้น ก๊าซ CBG เป็นพลังงานที่เกิดจากผลผลิตจากของเสียอินทรีย์ อีกทั้งยังเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สามารถผลิตขึ้นมาใช้ใหม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก๊าซ CNG เป็นผลผลิตจากแหล่งก๊าซธรรมชาติใต้ดิน ซึ่งเป็นก๊าซธรรมชาติที่ถูกอัดด้วยความดันสูงจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีอยู่อย่างจำกัด ใช้แล้วหมดไปนั่นเอง ซึ่ง CNG ก็เสมือนกับน้ำมันเบนซินและดีเซลที่เป็นทรัพยากรจำกัดและจะหมดลงในอนาคต เพราะฉะนั้น CBG จึงเป็นตัวเลือกสำคัญที่เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียน สามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่องจากของเสียจากเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย อย่างไรก็ตามแนวคิดดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา เนื่องจากยังคงต้องรับปัญหาจากปัจจัยต่าง ๆ มากมายอาทิ เรื่องของต้นทุนการผลิตที่สูง เครื่องมือ เทคโนโลยีที่ซับซ้อนและระยะเวลาในการผลิตที่ค่อนข้างยาวนาน ถึงแม้จะมีอุปสรรค แต่ก็ต้องยอมรับว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีช่วยให้ต้นทุนของการผลิตพลังงานทางเลือกลดลงได้ในระยะยาว อาทิเช่น แบตเตอรี EV ที่เคยมีราคาแพงในอดีต แต่ในปัจจุบันกลับมีราคาลดลงอย่างมากเนื่องจากการผลิตจำนวนมาก  บทบาทของ CBG กับกระแสรถ EV ที่กำลังฮิตติดเทรนด์ทั่วโลก แน่นอนว่าแนวคิดสวนกระแสย่อมตามมาด้วยคำถามต่างนา ๆ มากมาย ในเมื่อพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานที่ปราศจากคาร์บอนแทบร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกทั้งคุณภาพและราคาโปรดักท์ยังเข้าถึงได้ง่าย ทำไมจึงต้องผลิตรถมอเตอร์ไซค์ใช้แก๊สเพิ่มขึ้น ? อย่างไรก็ต้องรอชมว่าโมเดลในพลังงานทางเลือกใหม่จะมีศักยภาพและสมรรถนะตอบโจทย์ต่อผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน จะสวนกระแสโมเดลพลังงานไฟฟ้าที่ฮิตติดตลาดทั่วโลกในยุคปัจจุบันได้มากน้อยเพียงใด แต่แน่นอนว่าเป็นแนวคิดที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ยกนิ้วให้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Trackhouse Racing 2025 ร่วมดีล Gulf Oil ลุยโมโตจีพี 2025

Trackhouse Racing 2025 ร่วมดีล Gulf Oil ลุยโมโตจีพี 2025 ข่าวการเข้าร่วมหรือถอดถอนสปอนเซอร์ทีมแข่งในโมโตจีพียังคงเผยแพร่ออกมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ ซึ่งแฟน ๆ สาวกหลาย ๆ คนยังคงเห็นรถแข่งของทีมในดวงใจยังใช้สปอนเซอร์เจ้าเดิมหรือปรับเปลี่ยนใหม่มากมายหลายเจ้าก็เป็นไปตามวัฎจักรของวงการแข่งขัน ก็ขึ้นอยู่ว่าทีมแข่งนั้น ๆ มีแววที่จะสร้างผลงานอันโดดเด่นออกมาให้ชมมากน้อยแค่ไหน และหนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่ใครกับทีมเซทเทอร์ไลท์ที่พึ่งคว้าตัวแชมป์โลกโมโตทูคนล่าสุดมาร่วมแข่งขันในฤดูกาล 2025 อย่าง TrackHouse Racing ก็มีข่าวการดีลร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกันกับสปอนเซอร์ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องยักษ์ใหญ่อย่าง Gulf Oil International เรียบร้อยแล้ว โดย Gulf Oil International ได้กลายมาเป็นพันธมิตรรายใหม่ของทีม Trackhouse Racing โดยความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีมสัญชาติมะกัน ซึ่งจะเริ่มอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2025  จากการคอลแลปครั้งนี้ ส่งผลให้รถแข่งเวอร์ชันใหม่อย่าง Aprilia RS-GP25 มีสัญลักษณ์โลโก้สีฟ้า-ส้ม เพิ่มในบริเวณแฟริ่งด้านข้างใหญ่ ๆ รวมถึงชุดแข่งของนักบิดทั้งสองคนได้เแก่ Raul Fernandez และ Ai Ogura นักบิดชาวญี่ปุ่นผู้เป็นแชมป์โลก Moto2 โดยการปรากฏของโลโก้นี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของทีมในสายตาแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก Gulf Oil กับประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต สำหรับ Gulf Oil ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เคยมีประวัติศาสตร์ยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะช่วงปี 1960 กับโลโก้แบรนด์บนตัวรถแข่งระดับตำนานอย่าง Ford GT40 และ Porsche 917 ซึ่งเป็นที่จดจำของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกในยุคก่อน ๆ โดยโลโก้ของ Gulf กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตจดจำได้ทันที และถือเป็นหนึ่งในโลโก้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในวงการเลยไม่น้อย ซึ่งการที่ Gulf เลือกจะขยายความร่วมมือเข้าสู่ MotoGP ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะขยายตลาดในอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ MotoGP มีฐานแฟนคลับจำนวนมาก เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นตลาดทำเลสำคัญของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์และการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่นิยมมากที่สุดในโลก Justin Marks เจ้าของทีม Trackhouse Racing กล่าวว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Gulf เป็นพันธมิตรรายใหญ่ โลโก้อันเป็นเอกลักษณ์ของ Gulf ได้ปรากฏบนโครงการมอเตอร์สปอร์ตที่น่าจดจำมากมาย และการที่โลโก้นี้จะอยู่บนรถ Aprilia RS-GP25 ของเราถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง” Mike Jones ซีอีโอของ Gulf Oil International UK Limited ได้แสดงความตื่นเต้นกับความร่วมมือนี้เช่นกัน โดยระบุว่า “Gulf มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในมอเตอร์สปอร์ต และเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับทีมแข่งรถจักรยานยนต์ที่มีความทะเยอทะยานและมีพลังอย่าง Trackhouse Racing เรามีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการให้ความสำคัญกับแฟน ๆ และนำพวกเขาเข้าใกล้การแข่งขันมากยิ่งขึ้น” การร่วมมือกับ Trackhouse Racing จะช่วยให้ Gulf ขยายแบรนด์ของตนในประเทศต่าง ๆ ที่ MotoGP จัดการแข่งขัน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของโมโตจีพี ทั้งยังเป็นตลาดที่มีกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์จำนวนมาก โดยกลยุทธ์นี้จะช่วยให้ Gulf มีโอกาสขยายการรับรู้แบรนด์ไปยังผู้บริโภคในภูมิภาคดังกล่าวได้มากขึ้น สำหรับฤดูกาล MotoGP 2025 จึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเปิดตัวรถแข่ง Aprilia RS-GP25 ที่จะมาพร้อมกับโลโก้สีฟ้า-ส้มของ Gulf บนตัวรถและชุดแข่งของนักบิด Raul Fernandez และ Ai Ogura ซึ่งคาดว่าจะทำให้แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกตื่นเต้นและเฝ้ารอชมการแข่งขันครั้งนี้อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
ไทรอัมพ์ เปิดตัว รถใหม่ตัวแรง 2023

ไทรอัมพ์ เปิดตัว สปอร์ตเน็กเก็ดไบค์ ที่สุดแห่งปี 2023  ค่ายรถ 2 ล้อสัญชาติอังกฤษอย่าง ไทรอัมพ์ เปิดตัว 2 โมเดลใหม่ล่าสุดในกลุ่มโรดสเตอร์ ซึ่งได้แก่รุ่น Street Triple 765 RS และ Street Triple 765 Moto2™ Edition สปอร์ตเน็กเก็ดรุ่นใหม่ล่าสุดของปี 2023 ที่ทรงพลังความเป็นที่สุดในทุกด้าน  ในรูปลักษณ์โมเดลใหม่ทั้ง 2 รุ่น ที่มีความดุดันและทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมี พร้อมลาย 765 ที่ได้มาจากการแข่งขันและกราฟิกแบบสปอร์ต รูปทรงท่อคาร์บอนเก็บเสียงแบบใหม่ ตอกย้ำเสียงเครื่องยนต์สามสูบที่เป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ รวมไปถึง ถังน้ำมันขนาด 15 ลิตร ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด มีแผงด้านข้างที่จัดวางสวยงามเข้ากับแผ่นครอบหม้อน้ำที่คมชัดยิ่งขึ้น เสริมด้วยการตกแต่งไฟหน้าแบบใหม่รวมกับแรมแอร์เข้าไว้ด้วย นอกจากนี้รุ่น RS ยังมีแผ่นครอบเครื่องด้านล่างท้องเครื่องที่มาพร้อมสีใหม่ มีที่ครอบเบาะนั่งสีเดียวกับตัวรถ รวมถึงเบาะนั่งคนซ้อนท้ายแบบเปลี่ยนได้นั่นเอง พิเศษสำหรับรุ่น Moto™ Edition โดดเด่นด้วยถังน้ำมันคาร์บอนที่มีน้ำหนักเบารวมไปถึง บังโคลนหน้า แผงด้านข้าง แผงครอบไฟหน้า และแผ่นครอบเครื่องด้านล่าง สำหรับรุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน โดยแต่ละคันจะมีหมายเลขสลักไว้บนแผงคอตัวรถพร้อมกันนี้ทั้ง 2 รุ่นยังมีอุปกรณ์เสริมของแท้จากไทรอัมพ์มากกว่า 50 รายการ ให้สามารถปรับแต่งรถให้เข้ากับสไตล์ของผู้ขับขี่ได้อีกด้วย  มาดูเครื่องยนต์ ทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นแบบ 3 สูบ ขนาด 765 ซีซี เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ได้รับการอัปเกรดจากโปรแกรมพัฒนาเครื่องยนต์การแข่งขัน Moto 2 ให้เครื่องยนต์มีลักษณะเฉพาะมากกว่าที่เคย โดยมอบพละกำลังสูงสุดที่ 130 แรงม้าที่ 12,000 รอบ และแรงบิดสูงสุด 80 นิวตันเมตรที่ 9,500 รอบ  ในขณะที่ลูกสูบ ก้านสูบ และพินลูกสูบใหม่ถูกจับคู่กับห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ใหม่ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มจำกัดขีดจำกัดแรงดันกระบอกสูบ สุดท้ายพละกำลังที่มากขึ้นด้วยวาล์ว และเพลาลูกเบี้ยวใหม่ที่มาช่วยเพิ่มการยกวาล์ว เพิ่มประสิทธิภาพการดูดระบบเผาไหม้ของท่อไอเสีย ส่งมอบเสียงอันเร้าใจและโดดเด่น รวมอัตราส่วนกระปุกเกียร์ใหม่ เพื่อประสิทธิภาพการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น  นอกจากนี้โมเดลใหม่ทั้ง 2 รุ่น ยังได้ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ตามหลักการยศาสตร์แบบใหม่ มีรูปทรงที่ปรับปรุงใหม่พร้อมมุมลาดเอียงที่ชันขึ้น และส่วนหลังที่ยกขึ้นเพื่อการเลี้ยวที่ว่องไวมากยิ่งขึ้น ด้านโครงรถน้ำหนักเบา และสวิงอาร์มที่มีรูปทรงเหมือนปีกนก ช่วยสร้างความมั่นใจในการขับขี่ โดยรุ่น RS มาพร้อมแฮนด์บาร์รุ่นใหม่ที่กว้างขึ้น 12 มม. ความสูงต่ำกว่า 80 มม.มีขยับไปข้างหน้า 50 มม.และความสูงเบาะนั่ง 239 มม. ซึ่งทั้ง 2 รุ่น สามารถลดเบาะนั่งได้อีก 10 มม. โดยปรับแต่งให้เข้ากับระบบกันสะเทือนหลัง ตลอดจนยังมีอุปกรณ์เสริมเบาะนั่งต่ำแบบใหม่  ในขณะที่ความปลอดภัยอัดแน่นมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมคาลิเปอร์คู่หน้าแบบเรเดียลโมโนบล็อก 4 สูบ ของ Brembo Stylema พร้อมจานเบรกคู่ขนาด 310 มม. รวมถึงเบรก Brembo MCS ที่เข้าคู่พร้อมคันโยกที่ปรับได้ ในขณะที่คาลิเปอร์แบบลูกสูบเดี่ยวของ Brembo ยังช่วยควบคุมที่ด้านหลัง เพื่อความเสถียรในการเบรกที่ดีขึ้น และลดระยะการหยุดที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่วนระบบกันสะเทือนคุณภาพสูงในรุ่น RS มาพร้อมโช้คลูกสูบคู่แบบหัวกลับจาก Showa ขนาด 41 มม.และโช้คหลังพร้อมกระปุกเก็บน้ำมันจาก Ohlins   ส่วนรุ่น Moto2™ Edition นำเสนอความสามารถพร้อมสำหรับสนามแข่งด้วยโช้คหน้าแบบหัวกลับของ Ohlins ขนาด 43 มม. และโช้คหลังพร้อมกระปุกเก็บน้ำมันจาก Ohlins ที่มีพร้อมระยะยุบตัวทั้งล้อหน้าและล้อหลังในทั้ง 2 รุ่น คือ 115 มม.และมีระยะยุบตัวของล้อหลัง 131.2 มม. ตลอดจนยางประสิทธิภาพสูงระดับสนามแข่งอย่าง Pirelli Diablo Supercosa SP V3 ในทั้ง 2 รุ่นที่ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับใช้งานบนท้องถนนทั่วไป ซึ่งมอบระดับการยึดเกาะเหมือนอยู่บนสนามแข่ง รวมถึงการทรงตัวในความเร็วสูง  สำหรับรุ่น Street Triple 765 RS เปิดราคาจำหน่ายที่ 499,000 บาท มีจำหน่ายทั้งหมด 3 สีได้แก่ สี Silver Ice (พร้อมกราฟิกสี Baja Orange

28 March 2023
Suzuki Avenis 125 2023 สเปค ราคา

Suzuki Avenis 125 2023 สเปค ราคาและข้อมูล      Suzuki Avenis 125 2023 รถสกู๊ตเตอร์ตัวใหม่ ที่มาพร้อมรูปลักษณ์รถออโตเมติกทรงสปอร์ต ปราดเปรียว และฟีเจอร์โดดเด่นรอบคัน ในสมรรถนะรถพิกัด 125 ซีซี ราคาแนะนำ 64,000 บาท  สเปค, สเป็ก ​ ไฟ LED รอบคัน เรือนไมล์ ดิจิทัล LCD ช่องเสียบ USB ฝั่งซ้าย ถังน้ำมันฝั่งท้าย   Suzuki Avenis 125 สเปคตัวใหม่ ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 124 ซีซี แรงม้า (เคลม) 8.7 แรงม้าที่ 6,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 10 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 52.5 x 57.4 ม.ม. อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้าและสตาร์ทเท้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 90/90-12 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 90/100-10 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวและสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 710 X 1,895 X 1,175 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,265 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 160 ม.ม. ความสูงเบาะ 780 ม.ม. น้ำหนักรถ 106 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 5.2 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี เรือนไมล์ LCD ช่องเสียบ USB ระบบไฟ LED รอบคัน   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Suzuki Avenis 125   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

28 March 2023
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Honda Collection Hall อยากรู้ประวัติฮอนด้าต้องมาที่นี้

Honda Collection Hall คือพิพิธภัณฑ์รวบรวมเอารถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ตลอดไปจนถึงสิ่งของต่างๆ ที่ช่วยเรียงร้อยเรื่องราวประวัติศาสตร์ของฮอนด้าเอาไว้เข้าด้วยกัน มีตั้งแต่รถในช่วงสมัยยุคเริ่มต้นมาจนถึงยุคปัจจุบัน มีทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงประวัติศาสตร์การแข่งขันรายการต่างๆ ถูกรวมเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งผู้ที่เข้าชมจะสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวที่ Honda มุ่งหวังจะเล่าให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาความเป็นมาของ Honda ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สำหรับในครั้งนี้ทางเรา SuperBikemag.com ได้รับเกียรติร่วมทริป Japan Passion year2 กับทางฮอนด้า      ที่ให้เราได้ร่วมเก็บภาพเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ได้มาประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับตามหา Passion ไปด้วยกัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ใกล้กับสนามแข่ง Twin Ring Motegi ที่ปัจจุบันยังคงเอาไว้ใช้แข่งขันกี่ฬาการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ MotoGP ในวันนั้นเราจึงได้มีโอกาสชมทั้งพิพิธภัณฑ์ และMotoGP เลยทีเดียว แค่คนจะเยอะหน่อยเท่านั้นเอง Honda Collection Hall จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้นจะแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ไว้ให้เดินดูได้อย่างสะดวก ชัดเจน และน่าสนใจมากๆเลยครับ ถือว่าตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่เข้ามาเลยก็ว่าได้ เพราะในนี้ คือความฝันของใครหลายๆคน ที่ทุกคนอยากสะสม และครอบครองรถที่อยู่ในนี้ตามยุคตามสมัยของตนเอง เข้าประตูมาเจอก่อนเลยคันแรก Honda RC143 ปี 1960 คันนี้เป็นรถแข่งคันแรกของทางฮอนด้า เครื่องยนต์ 125 ซีซี 22 แรงม้า ที่ลงแข่งในรายการ WGP ปัจจุบันถ้าเทียบเท่ารายการนี้ก็ MotoGP นั้นเอง คันนี้มีอายุรวมๆเกือบ 60 ปี ใครที่ชื่นชอบ 2 ล้อเป็นพิเศษผมแนะนำให้ขึ้นมาที่ชั้น 2 อย่างโดยด่วนเพราะว่าเป็นชั้นที่จัดแสดงโชว์รถที่สะสมโมเดลหายากรุ่นแรก ปีลึก สภาพดี หาชมได้ยากที่สุดแล้ว บางรุ่นผมเองก็ยังไม่เคยเห็น (เกิดไม่ทัน) แต่ก็พอที่จะได้ยินมาบ้าง ทาง APHonda เราเองก็เอามาโชว์บางเป็นงานๆ คงจะทำเรื่องกันยกใหญ่ ถ้าจะเอาออกมานอกประเทศล่าสุด ก็คันด้านบนละครับ (RC143) ที่เอามาจอดโชว์ในงาน ThaiGP เรามาดูต่อในชั้น 2 กันว่ามีอะไรโชว์บ้าง เริ่มที่คันนี้เป็น Honda CB1100R ปี 1981 เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง 105 แรงม้าที่ 9000 รอบ/นาที น้ำหนักคันนี้อยู่ที่ 235 กิโลกรัม ถ้าเทียบกับรถรุ่นใหม่ๆตอนนี้ก็ถือว่าหนักพอสมควร แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุด คันนี้คือต้นแบบของหลายๆรุ่นในปัจจุบัน คันนี้ใหม่ขึ้นมาอีกหน่อย สำหรับ Honda CB1100R ปี 1983 เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง 120 แรงม้า ที่ 9000 รอบ/นาที น้ำหนักคันนี้อยู่ที่ 233 กิโลกรัม ในส่วนของมุมนี้จะมีแต่ CB ล้วนๆเลย ใครที่ชื่นชอบ จะหยุดอยู่ที่มุมนี้นานเป็นพิเศษ เดินมาต่อกันอีก 1 มุมสำหรับขาสะสมเลยก็ว่าได้ สำหรับคนไทยบางคน สายสะสมจริงๆอาจจะมีจอดประดับหิ้งไว้ที่บ้านแบบเงียบๆก็เป็นได้ มีทั้ง Honda DAX, Honda Gorila,Honda MOTRA ถัดไปอีก 1 มุมสำหรับ Honda Super Cup ที่ถูกจัดเก็บไว้มีสภาพที่สมบูรณ์ ต้องบอกเลยว่าทุกรุ่น ทุกโมเดลที่จอดอยู่สมบูรณ์ 100% Honda Dream CL72 Scrambler ปี1962 มอเตอร์ไซค์ตระกูล CL Scrambler คันแรกของฮอนด้า โดยมอเตอร์ไซค์คันนี้จะถูกส่งออกไปขายในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว ในรูปเล็กอาจจะมีการบ่งบอกได้ว่า ถูกนำไปใส่ในสงคราม (เป็นเพียงการคาดเดา) เดินมาต่อกันอีกมุม ที่เป็นมุมที่ได้รับความสนใจเลยทีเดียวสำหรับชายหนุ่มที่ชื่นชอบและรักในความเร็วแรงของรถฮอนด้า สำหรับมุม Racing เป็นโมเดลที่ถูกจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ อาทิเช่น NSR20 คันเล็ก และคันใหญ่ อย่าง NSR250R ที่ตอนนี้มูลค่าคงไม่ต้องพูดถึง ในไทยเรายังเห็นอยู่บ้าง แต่ก็คงจะไม่ปล่อยต่อมือกันง่ายๆอย่างแน่นอน เยอะจริงๆสำหรับมุมนี้ ที่ได้รับความสนใจ ส่วนตัวผมเองจะหยุดดูและเสียเวลากับเจ้า Honda NR750 เป็นพิเศษ ด้วยเอกลักษณ์ต่างๆที่ค่อนข้างจะดูเด่นกว่าชาวบ้าน ทั้งเครื่องยนต์สูบวีที่มีลูกสูบ

Vespa GTS Super Tech 300 ตัวใหม่ล่าสุด!!

ตัวใหม่ Vespa GTS Super Tech 300 มาพร้อมเครื่องยนต์ควอซาร์ (Quarsar) แบบใหม่ HPE (High Performance Engine) ที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะเพิ่มประสิทธิภาพเหนือกว่าเครื่องยนต์ 300 ซีซี ตัวเดิมที่เคยมีมา ด้วยรูปแบบใหม่ แบบลูกสูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ วิวัฒนาการใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของเวสป้า โดยให้กำลังเพิ่มขึ้น 12% สูงสุด 23.8 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 26 นม./ 5,250 รอบต่อนาที มากกว่าเครื่องยนต์เดิมถึง 18% แถมช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ระบบส่งกำลังยังปรับระบบ CVT ขึ้นใหม่ โดยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยระบบอีซียู Magneti Marelli MIUG4 เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ช่วยเสริมสมรรถนะเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น สตาร์ทเครื่องยนต์ได้ทันที กล่าวคือ เครื่องยนต์ติดหลังจากที่เพลาข้อเหวี่ยงหมุนแค่เพียง 2 รอบเท่านั้น พร้อมการันตรีมาตรฐานยูโร 4 สำหรับระบบความปลอดภัย วางระบบดีเยี่ยมด้วยระบบเบรก ABS แบบ 2 Channels ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง และระบบ ASR (Anti-Slip Regulation) ป้องกันการลื่นไถลของรถ แม้ต้องเผชิญกับสภาพพื้นผิวถนนไม่ปรกติ เช่น ถนนลื่น เป็นต้น ด้านดีไซน์ของตัวรถนั้น เวสป้ายังคงเอกลักษณ์และเสน่ห์ประจำรุ่นไว้ทุกประการเพื่อส่งเสริมและสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ โดยความพิเศษของ “เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์เทค” (Vespa GTS Super Tech) คันนี้ มาพร้อมกระบังที่ได้รับการออกแบบใหม่ ด้วยบังแตรอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ออกแบบให้ยาวขึ้นกว่าเดิมและมีดีไซน์ตกแต่งแบบ 3 บั้ง ขอบชุบโครเมียมประดับอยู่บนบังโคลนหน้า ชุดกระจกมองหลังชุบโครเมียม กระจังดีไซน์ใหม่ ‘ลายรังผึ้ง’ ด้านข้างของชุดกระบังหน้า สะดุดทุกสายตาด้วย เฉดสีพิเศษ บริเวณล้อที่ทำผิวเป็นสีดำ Glossy Black ตัดกับบังแตร สปริงโช้คล้อหน้า ตลอดจนลายสติ๊กเกอร์สีเหลือง เบาะนั่งยังได้รับการตกแต่งที่ “ไฮเทค” ด้วยลายเดินด้ายสองสี และเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการออกแบบเบาะใหม่ ที่ให้ความสบายทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายได้มากยิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องเก็บของใต้เบาะที่ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างลงตัวที่สุด โดยมีความจุที่สามารถเก็บหมวกนิรภัยแบบเดมิเจ็ทได้สองใบพร้อมกับสิ่งของอื่นๆ นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บสิ่งของได้เพิ่มเติมในช่องเก็บถุงมือ ภายในมีพอร์ตยูเอสบีสำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1 พอร์ต นอกจากนี้  Vespa GTS Super Tech 300 ยังได้ ปรับตัวเรือนไมล์ใหม่ที่ให้การแสดงผลแบบดิจิทัลเต็มระบบ Full-colour TFT Display ขนาด 4.3 นิ้ว โดยแผงหน้าปัดจะแสดงข้อมูลพื้นฐาน เช่น ความเร็ว ระยะทางรวม และระยะทางเฉพาะทริป อุณหภูมิโดยรอบและระดับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยแผงหน้าปัด TFT Smart Dash เทคโนโลยีใหม่จะทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีระบบเชื่อมต่อภายใต้ชื่อ VESPA MIA ระบบอัจฉริยะที่พร้อมเชื่อมต่อไปยังสมาร์ทโฟนผ่านทาง Application Vespa โดยนับเป็นครั้งแรก ในประเทศไทยที่สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อมอบประสบการณ์ความสะดวกสบายกับการขับขี่ครั้งใหม่ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้มากขึ้น นอกจากนี้ ระบบไฟส่องสว่าง ยังเป็นแบบ LED ทั้งด้านหน้าและด้านท้าย และมุมมองด้านหน้ายังคงโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า FULL LED ทรงกลม ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ประจำรุ่นที่ฝังรากอยู่ในประวัติศาสตร์การออกแบบของเวสป้ามาอย่างยาวนาน พร้อมด้วยไฟขับขี่กลางวันแบบ LED ที่บริเวณตอนท้ายของตัวรถ โดยรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยม Vespa GTS Super Tech มีให้เลือกด้วยกันสองสี ได้แก่ สีเทา เกรย์ เอวิโอ (Grey Avio) และสีดำ เนโร โวลคาโน่ (Nero Vulcano) สนนราคาช่วงแนะนำที่ 229,900 บาท พร้อมโปรโมชั่นและข้อเสนอสะกดใจ สามารถจองเพื่อเป็นเจ้าของได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ของเวสป้าได้ที่ http://www.vespa.co.th เฟซบุ๊ก Official Vespa Society Thailand และอินสตาแกรม @vespathailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้   

สเปค Yamaha Tmax Tech Max 560 แรงขึ้นกว่าเดิม!!

เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ Yamaha Tmax Tech Max 560 ปี 2020 ภายในงาน Eicma show 2019 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ต้องบอกเลยว่า สเปค นี้ได้รับความสนใจจากสายสกู๊ตเตอร์อย่างล้นหลาม เพราะมีเครื่องยนต์ที่แรงขึ้น ดีไซน์ไฟท้ายสวยขึ้นกว่าเดิม สเปค Yamaha Tmax Tech Max 560 ที่บอกว่าแรงขึ้นนั้นเพิ่มเติมจากของเดิม 530 เป็น 560 ถ้าตามสเปคเครื่องยนต์ที่แท้จริงแล้ว นั้นก็คือ 560 ซีซี เครื่องยนต์ที่กำลังอัดที่ 10.9:1 สามารถให้แรงม้าได้ 46 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์ 7500 รอบ/นาที พร้อมกับแรงบิด 55.7 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 5250 รอบ/นาที ขับเคลื่อนด้วยสายพาน เครื่องยนต์ตัวนี้สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ได้ 4.8 ลิตร/ 100 กิโลเมตร เท่ากับว่า น้ำมัน 1 ลิตร สามารถเดินทางได้ 20.8 กิโลเมตร ในความเร็วปกติ สำหรับ Tech max คันนี้ สามารถที่จะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงในถัง ได้ 15 ลิตร ก้สามารถที่จะเดินทางได้ถึง 300 กิโลเมตร ต่อการเติมน้ำมัน 1 ถัง ถือว่าไปได้ไกลเลยทีเดียว แถมจะยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเครื่องยนต์ตัวที่ให้เสียงเครื่องที่ดูดีขึ้นกว่าเดิม และผ่านมาตรฐาน Euro 5  ช่วงล่างระบบโช้คหน้าที่เป็นแบบ Up side Down ตัวกระบอกโช้คสีทอง และโช้คหลังเป้นโช้คเดี่ยวที่วางอยู่ระหว่าง สวิงอาร์มและตัวโครงรถ สามารถที่ปรับพรีโหลดได้ ความสูงจากพื้นถึงเบาะ 800 มม. ระบบเบรคหน้าที่ให้มาแบบดิสคู่ขนาด 267 มิลลิเมตรพร้อมคาลิปเปอร์ 4 พอร์ท และเบรคหลังที่ให้มา ขนาด 282 มิลลิเมตร คาลิบเปอร์ 1 พอร์ทพร้อมกับตัวเบรคมือแบบสาย  ในส่วนของล้อและยาง ขนาดของวงล้อหน้า 120/70R15 และล้อหลัง 160/60R15 ทั้งล้อหน้าและล้อหลังมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 นิ้ว มีระบบความปลอดภัย Traction Control ป้องกันการหมุนของล้อหน้าและหลังไม่พร้อมกัน สามารถปรับตัว Tractionได้ 2 ระดับ ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ยังมี D-Mode ที่จะเพิ่มกำลังเครื่องยนต์อย่างนุ่มนวลมากขึ้นและปรับเป็น Sports เพื่อที่จะต้องการแรงบิดแบบมหาศาลเร่งแซง ทันใจ Tech Max คันนี้ยังมีเทคโนโลยี Cruise Control ควบคุมความเร็วได้ตลอดทาง พร้อมกับ เทคโนโลยี Tmax connect เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางไกลๆ พร้อมชิวหน้าแบบไฟฟ้าปรับ ขึ้น-ลง สบายๆ มีเพิ่มเติมอีกคือ อุ่นเบาะ และ อุ่นแฮนด์ แต่ฟังก์ชั่นนี้ดูๆแล้วยังไม่เหมาะกับประเทศไทยเท่าไร แต่ก็ขอให้ใส่มาด้วย มีไว้ดีกว่าไม่มี (ถ้าเข้าไทยนะ) เรือนไมล์แบบ MonoTone TFT ผสมผสาน ดิจิทัลกับเข็ม ได้อย่างลงตัวตัวเรือนไมล์ให้แสงโทนสีขาวและน้ำเงิน ดูสปอร์ต บอกรอบเครื่องยนตื ความเร็ว ดิสเพลตรงจอ TFT ก็จะแสดงผลครบถ้วนทั้งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ทริป น้ำมันในถัง ความร้อน ไฟสถานะเครื่องยนต์ ไฟเลี้ยว ไฟสูง สถานะ ABS TCS และD-Mode มาดุกันที่รูปร่างหน้าตาเจ้า Tech Max กันบ้าง มีการออกแบบบอดี้ใหม่ ตามหลักการ “บูมเมอแรง” ที่มีหลักอากาศพลศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้นเพราะ Sports scooter คันนี้มีรูปร่างที่ใหญ่ ต้องมีส่วนที่โฉบเฉี่ยวลู่ลม และมีชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเบา ส่วนไหนควรหนักก็ต้องหนัก ส่วนไหนควรเบาก็ทำให้เบา เหมือนอย่าง “บูมเมอแรง” จะมีความสมดุลและขับขี่ได้อย่าง สนุก สปอร์ต มากยิ่งขึ้น ใส่ส่วนของไฟท้ายที่มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยการออกแบบครั้งนี้ยึดหลักการออกแบบ T Shaped ที่ดูแล้วเหมือนตัวอักษรตัว T ดูล้ำสมัย เด่น เป็นเอกลักษณ์ของ

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
เปิดตัว Vespa Racing Sixties ย้อนเวลากลับยุค 60S

ย้อนเวลากลับสู่ยุค 60s ช่วงเวลารุ่งเรืองอันเป็นตำนานของการแข่งรถเรซซิ่ง กับ“Vespa Racing Sixties” โมเดลที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่งแห่งยุค 60s สู่ดีไซน์สปอร์ตสุดคลาสสิกที่พร้อมให้คุณสัมผัสแล้ววันนี้ จากตำนานการแข่งขันในยุค 60s ส่งต่อแรงบันดาลใจสู่งานดีไซน์ “เวสป้า เรซซิ่ง ซิกส์ตี้”  กับ 2 รุ่นพิเศษ ทั้ง “เวสป้า สปริ้นท์ 150 ไอ-เก็ต เอบีเอส เรซซิ่ง ซิกส์ตี้” (Vespa Sprint 150 i-Get ABS Racing Sixties) และ เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ 300 เอชพีอี เรซซิ่ง ซิกส์ตี้ (Vespa GTS Super 300 HPE Racing Sixties) ด้วยคาแรคเตอร์สปอร์ตที่ยังคงกลิ่นอายคลาสสิกเอาไว้ ผ่านลวดลายกราฟิกบนตัวรถทั้ง 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น ลายกราฟิกสีเหลืองและทองบนรถสีเขียวเมทัลลิก (สี กรีน เรซซิ่ง ซิกส์ตี้) และลายกราฟิกสีแดงและทองบนรถสีขาว (สี ไวท์ เรซซิ่ง ซิกส์ตี้) เติมเต็มลุคสปอร์ตกับดีไซน์ที่พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยชุดแต่งสีดำด้านรอบคันที่ กรอบไฟหน้า – ไฟหลัง กระจกมองหลัง คิ้วตัวถังหน้ารถ ฝาครอบท่อไอเสีย ที่พักเท้า และที่จับสำหรับผู้โดยสารรวมถึงเบาะนั่งที่ยังได้รับการออกแบบให้มีความสปอร์ต แต่แฝงลูกเล่นความคลาสสิกด้วยการเลือกใช้วัสดุหนังกลับนูบัคโดดเด่นด้วยล้อแม็กสีทองเมทัลลิก บ่งบอกกลิ่นอายความเป็นรถสปอร์ตคลาสสิกได้เป็นอย่างดี และยังเป็นครั้งแรกของเวสป้าที่ทำล้อแม็กให้เป็นสีทองอีกด้วย Vespa Sprint 150 i-Get ABS Racing Sixtie พร้อมตอบโจทย์ผู้ที่ชอบออกไปสนุกกับการใช้ชีวิตในเมือง และต้องการการขับขี่ที่คล่องตัว มาพร้อมกับ เครื่องยนต์ i-Get (ไอ-เก็ต) 150 ซีซี สูบเดี่ยว 4 จังหวะ 3 วาล์ว ที่ช่วยประหยัดน้ำมันและลดเสียงของเครื่องยนต์ ระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Injection) ความจุ 154.8 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 9.5 กิโลวัตต์ ที่ 8,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดที่ 12.5 นม. ที่ 6,750 รอบ/นาที สูงที่สุด เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ขนาดเดียวกัน ระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมระบายอากาศแบบหมุนวน ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT โช๊คอัพหน้าไฮดรอลิคแบบแขนเดี่ยวทำงานสองทิศทางและโช๊คอัพหลังแบบไฮดรอลิคเดี่ยว ปรับระดับการ รองรับน้ำหนักได้ 4 ระดับ มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยดิสก์เบรกหน้า ABS และ ดรัมเบรกหลัง สำหรับ Vespa GTS Super 300 HPE Racing Sixties พร้อมตอบสนองทุกการใช้ชีวิตทั้งในเมืองและนอกเมือง ด้วยเครื่องยนต์ HPE ใหม่ ที่พัฒนาให้มีสมรรถนะและประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ขับขี่สนุก นุ่มนวล และประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วย เครื่องยนต์ Piaggio HPE (High Performance Engine) ขนาด 300 ซีซี แบบลูกสูบเดี่ยว (Single-Cylinder) 4 จังหวะ ระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Injection) ความจุ3 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 17 กิโลวัตต์ ที่ 8,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 25.5 นม. ที่ 5,500 รอบ/นาที ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT พร้อม Torque Server โช๊คอัพหน้าไฮดรอลิคแบบแขนเดี่ยว ทำงานสองทิศทาง และ โช๊คอัพหลังแบบไฮดรอลิคคู่ ปรับระดับการรองรับได้ 4 ระดับ ระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนเนล พร้อมเบรกหน้าและเบรกหลังแบบดิสก์เบรก พร้อมระบบควบคุมแบบไฮดรอลิค ABS ระบบป้องกันการลื่นไถล ASR (Anti-Slip Regulation)

19 May 2020
All New Yamaha NMAX 155 2020

All New Yamaha NMAX 155 2020 ออโต้เมติกพรีเมี่ยมใหม่ ที่สุดในคลาส 155 ซีซี ความเหนือระดับคามแบบฉบับ MAX Series ดีไซน์สปอร์ตดุดัน ผสานเทคโนโลยีแห่งสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ ตอบสนองทุกการใช้งาน พร้อมรับประกันนานถึง 5 ปี ราคาแนะนำ 85,900 บาท รายละเอียดทางเทคนิคของ All New Yamaha NMAX 155 2020 เครื่องยนต์ รูปแบบ สูบเดียว 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ขนาดความจุ 155 ซีซี อัตราส่วนการอัด 11.6:1 ความกว้างกระบอกสูบ 58.0 มม. ระยะชัก 58.7 มม. ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบคลัทช์ คลัทช์แห้ง แชสซี เฟรม NA ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง ยูนิตสวิงโช้คอัพคู่ ยางหน้า 110/70-13M/C 48P แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-13M/C 63P แบบไม่ใช้ยางใน ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อม ABS ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อม ABS ระยะฐานล้อ 1,340 มม. ความสูงเบาะ 765 มม. ความจุถังน้ำมัน 7.1 ลิตร น้ำหนัก 132 กก. (รวมของเหลว) สนใจติดต่อ บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด โทร 02-263-9999 สนใจติดต่อ โทร 02-263-9999 ดูบทความเกี่ยวกับ Yamaha คลิกที่นี่ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ทางแฟนเพจคลิก

9 April 2020
Rebel 500 Bobber Supreme Edition เปิดตัวเท่ขั้นสุดด้วยชุดแต่งรอบคัน

New Rebel 500 Bobber Supreme Edition เท่ขั้นสุดด้วยชุดแต่งรอบคัน เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย ยกระดับความเท่ให้กับ New Honda Rebel รถแนวคัสตอมบ็อบเบอร์ ด้วยการเปิดตัวโฉมพิเศษ New Honda Rebel 500 Bobber Supreme Edition เสริมหล่อรอบคันด้วยชุดแต่งสไตล์ฮิปสเตอร์สุดพรีเมียม Honda Genuine Accessories x H2C จำนวนจำกัดเพียง 100 คัน เริ่มวางจำหน่ายที่ศูนย์ Honda BigWing ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ด้วยราคาแนะนำ 235,300 บาท นิว รีเบล 500 บ๊อบเบอร์ ซูพรีม อิดิชั่น ยกระดับความเท่ในทุกมิติโดย H2C สำนักแต่งของฮอนด้า ภายใต้แนวคิดของการสร้างสรรค์รถบ๊อบเบอร์ที่สามารถถ่ายทอดกลิ่นอายในทศวรรษ 1950s ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของรถกลุ่มนี้ โดดเด่นสะกดทุกสายตากับชุดแต่งแท้จากโรงงาน นำโดย ครอบไฟหน้ารมดำ ยางรองแกนโช้คหน้าสีดำ ยางหุ้มก้านโช้คหน้าสีดำ เบาะนั่งสีน้ำตาลที่เรียบหรูด้วยการเย็บเบาะสไตล์ไดมอนด์แพทเทิร์น เสริมความเข้มด้วยแฮนด์บาร์สีดำ ฝาปิดกระปุกน้ำมันเบรก ที่ล็อกหมวกกันน็อก หมวกปิดจุกลม ฝาเติมน้ำมันเครื่องแต่ง พักเท้าแบบบอร์ดสีดำ โครงป้องกันเครื่องยนต์ และครอบหม้อน้ำดีไซน์พิเศษ นิว รีเบล 500 บ๊อบเบอร์ ซูพรีม อิดิชั่น ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 500 ซีซี 2 สูบ ระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้ความสมูททุกการขับเคลื่อนด้วยระบบแอสซิสท์/สลิปเปอร์คลัทช์ (Assist/Slipper Clutch) มั่นใจด้วยระบบป้องกันล้อล็อก ABS ทำงานร่วมกับดิสก์เบรกหน้า-หลัง เพื่อความปลอดภัยในทุกเส้นทาง นิว รีเบล 500 บ๊อบเบอร์ ซูพรีม อิดิชั่น ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น วางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda BigWing ทั่วประเทศ ด้วยราคาแนะนำ 235,300 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ นิว รีเบล 500 บ๊อบเบอร์ ซูพรีม อิดิชั่น ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์ : www.hondabigbike.com แฟนเพจเฟซบุ๊ก : www.fb.com/hondabigbikeTH อินสตราแกรม : hondabigbike อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

26 March 2020