SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
Aprilia carbon chassis สิทธิบัตรตัวใหม่จากค่ายสามตา

Aprilia carbon chassis สิทธิบัตรตัวใหม่จากค่ายสามตา   หนึ่งในแนวคิดสุดล้ำกับ Aprilia carbon chassis โปรเจ็กต์ใหม่ล่าสุดของค่ายสามตาอย่าง อาพริเลีย ที่ได้แอบซุ่มพัฒนาเพื่อการแข่งขัน ซึ่ง ณ ตอนนี้ทางแบรนด์ได้จดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย  สำหรับเทคโนโลยีแชสซีคาร์บอนก็ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ดูใหม่ล้ำสมัยมากมายอะไรนัก เพียงแต่ทางค่ายได้นำมาพัฒนาต่อยอด หลังจากที่เคยทดสอบไปแล้วกับรถแข่งโปรโตไทป์ Aprilia RS-GP ในปี 2023 และปี 2024 รวมถึงเพื่อนต่างค่ายอย่างดูคาติ และเคทีเอ็มก็ล้วนทดลองใช้แชสซีคาร์บอนมาแล้ว เพียงแต่ไม่ได้นำมาพัฒนาต่อเท่านั้น  โดยข้อมูลในเอกสารสิทธิบัตรแสดงให้เห็นถึงดราฟสามมิติ ประกอบไปด้วยพาร์ทด้านหน้าเป็นวัสดุคาร์บอนเกือบทั้งหมด รวมถึงหัวบังคับเลี้ยวฝังบูชโลหะด้านในโดยภายนอกมีลักษณะเป็นรูปวงรี เชื่อมต่อด้วยชิ้นส่วนด้านข้างหล่อขึ้นรูปประกอบแยกชิ้นซึ่งมีโครงยึดด้านใน และเว้าช่องอากาศเพื่อการดูดอากาศเข้าสู่แอร์ดักท์ ส่วนชิ้นส่วนสวิงอาร์มยังคงใช้เมนหลักเป็นวัสดุอลูมิเนียม หล่อชิ้นส่วน 2 ชิ้นที่มีระบุฉลาก “4R” และ “4L” อย่างไรก็ตาม รถแข่งของแบรนด์ในเวอร์ชันปี 2025 ยังคงใช้แชสซีอลูมิเนียมแม้ว่าสวิงอาร์มจะเป็นโครงสร้างคาร์บอนทั้งหมด ซึ่งถ้าหากได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ เราอาจได้เห็นงานโปรเจ็กต์กล่าวบนตัวแข่งในเร็ว ๆ นี้ก็เป็นไปได้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

27 February 2025
Fabio Di Giannantonio ‘การแข่งขี่บุรีรัมย์แทบจะเริ่มจากศูนย์’

Fabio Di Giannantonio ‘การแข่งขี่บุรีรัมย์แทบจะเริ่มจากศูนย์’ Fabio Di Giannantonio นักแข่งจากทีมของ ‘พ่อหมอ’ Pertamina Enduro VR46 Racing Team ออกมาเผยว่าเจ้าตัวนั้นเหมือนเริ่มจากศูนย์ในการแข่งขันนัดเปิดสนามที่ประเทศไทยกับการแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2025 เพราะตัวเขาไม่ได้ลงซ้อมเนื่องจากได้รับอาการบาดเจ็บในรอบการซ้อมในรอบเซปัง เทส ที่ประเทศมาเลเซีย ‘ดิเจีย’ ได้รับอาการบาดเจ็บตั้งแต่วันแรกของการทดสอบ MotoGP 2025 ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดยนักแข่งเจ้าของหมายเลข 49 ขี่ไปทั้งหมด 49 รอบและทำดีที่สุดเป็นอันดับ 7 ของการซ้อมในวันนั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะล้มระหว่างการซ้อมออกตัว ทำให้เขากระดูกไหปลาร้าหักแล้วต้องพักยาว แต่อย่างไรก็ตามนักบิดสัญชาติอิตาลีรายนี้จะกลับสู่การแข่งขันนัดเปิดสนาม ThaiGP25 ในวันศุกร์นี้ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ แต่ตัวเขานั้นจะต้องผ่านการตรวจร่างกายจากแพทย์เสียก่อน  “ผมดีใจมากที่ได้ขึ้นเครื่องบินไปสู่ประเทศไทยเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ การพักฟื้นของผมเป็นไปได้ด้วยดี และตอนนี้ผมรู้สึกพร้อมแล้วกับการเริ่มต้นใหม่” จิอันนันโตนิโอพลาดการซ้อมสองวันสุดท้ายของการทดสอบที่สนามเซปัง และการทดสอบทั้งหมดที่สนามประเทศบุรีรัมย์ ส่งผลให้การตัดสินใจต่าง ๆ เกี่ยวกับเทคนิคภายในทีมเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีเจ้าตัวเป็นส่วนร่วมในการตัดสินใจ แต่เจ้าตัวก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ใช้รถที่เป็นสเปคเดียวกันกับทีมโรงงานที่ใช้  “ผมตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นฤดูกาลใหม่กับทีม และได้เรียนรู้กับรถคันใหม่มากขึ้น ผมพร้อม และมีแรงกระตุ้นเต็มที่ แน่นอนว่าการแข่งขันนัดแรกในสุดสัปดาห์นี้จะเป็นช่วงเวลาของการพัฒนา ผมจะต้องเริ่มต้นจากศูนย์ และทำความเข้าใจในหลาย ๆ อย่าง” การแข่งขันสนามแรกอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2025 จะเริ่มเปิดฉากในศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ แฟน ๆ วงการมอเตอร์สปอร์ต ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

26 February 2025
  • All Posts
  • MOTOGP
ส่องรถแข่ง Yamaha YZR-M1 2024

ส่องรถแข่ง Yamaha YZR-M1 2024 สเปกเป็นไง ลองไปดู ก็เปิดตัวกันไปแล้วสำหรับ Monster Energy Yamaha MotoGP Racing Team มาพร้อมกับรถแข่งคันใหม่ มาวันนี้เราก็เลยพาทุกท่านไป ส่องรถแข่ง Yamaha YZR-M1 2024 มีอะไรยังไง เท่าที่มีข้อมูล ลองไปดูกันได้เลยครับ สำหรับรูปโฉมนั้นลวดลายกราฟิกนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปจากปีที่แล้วมากนัก หลัก ๆ ก็จะมาในโทนสีน้ำเงิน ดำ พร้อมโลโก้ Monster Energy ที่เป็นสปอนเซอร์หลัก ส่วนที่เปลี่ยนไปก็เห็นจะมีก็เรื่องของสปอนเซอร์เจ้าใหม่ ๆ ที่เข้ามา โดยเฉพาะที่เด่น ๆ ก็จะเป็น “The Call of The Blue” ของทางยามาฮ่า อินเดีย และก็จะมีชิ้นส่วนแฟริ่ง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของแอโรไดนามิก ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นจะเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงแบบครอสเพลนแครงค์ชาฟต์ ขนาด 1000 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่เคลมแรงม้ามากกว่า 270 แรงม้า แต่ไม่มีตัวเลขแรงบิดระบุ ควบคุมพละกำลังด้วยระบบ ECU จากทาง Marelli ระบบเกียร์จะเป็นเกียร์ 6 สปีดแบบคาสเซ็ทไทป์ มีถังน้ำมันขนาด 22 ลิตร ช่วงล่างทางค่ายใช้เฟรมอลูมิเนียมแบบเดลต้าบ็อกซ์ มีระบบกันสะเทือนตัวสุดจากทาง Ohlins ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แน่นอนว่าปรับแต่งได้เต็มระบบ โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คคาร์บอนหัวกลับ Ohlins TSB46 และด้านหลังจะเป็นโช้คหลังเดี่ยว Ohlins RVP50BDB และสวิงอาร์มอลูมิเนียม ระบบเบรกแน่นอนว่าเป็นจากทาง Brembo ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคาร์บอนคู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo GP4 แบบโมโนบล็อกพร้อมครีบระบายความร้อน ลูกสูบไทเทเนียม 4 ลูกสูบ ด้านหลังจะเป็นคาลิเปอร์เบรก Brembo อลูมิเนียม 2 ลูกสูบร่วมกับดิสก์เบรก ส่วนล้อและยางนั้นล้อจะเป็นล้อแม็กนีเซียมฟอร์จ 17 นิ้วรัดด้วยยางสลิกจากค่ายมาสค็อตตัวอ้วนที่มีขนาดฟังดูแปลก ๆ เนื่องจากใช้หน่วยวัดไม่เหมือนยางปกติคือ 12/60-17 และ 20/69-17 ซึ่งจะมีหน่วยเป็นเซ็นติเมตร อีกทั้งยังเลขชุดที่ 2 ยังไม่ได้หมายถึงความสูงของไหล่ยางแต่เป็นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางรอบนอกของยางเป็นเซ็นติเมตรเช่นกัน สุดท้ายนี้ตัวรถมีน้ำหนักมากกว่า 157 กิโลกรัมตามกติกาของทาง FIM ถือว่าสุดยอดมาก ๆ ส่วนรายละเอียดเรื่องระบบต่าง ๆ นั้นไม่ได้มีการเปิดเผยออกมา นอกจากนี้เรื่องราคาของตัวรถก็ไม่ได้มีการระบุอย่างชัดเจน แต่มีการคาดการณ์กันว่าราว ๆ  2.5 ล้านดอลลาร์หรือราว ๆ 90 ล้านบาทเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทีมโรงงานยามาฮ่า เปิดตัวทีมแข่ง พร้อมไล่ล่าแชมป์ MotoGP 2024

ทีมโรงงานยามาฮ่า มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี เผยโฉมรถแข่ง YAMAHA YZR-M1 เวอร์ชันปี 2024 ที่จะใช้ลงทำการชิงชัยในฤดูกาลนี้ พร้อมเปิดตัวไลน์อัปนักบิดจับคู่ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ไล่ล่าความสำเร็จให้กับทีมร่วมกับ อเล็กซ์ รินส์ ตั้งเป้านำถ้วยแชมป์โลกโมโตจีพี คัมแบ็กสู่ชายคายามาฮ่าอีกครั้ง ยามาฮ่า มอเตอร์ แท็กทีม ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง เปิดผ้าคลุมรถแข่ง YAMAHA YZR-M1 เวอร์ชันใหม่ สำหรับการชิงชัยในฤดูกาล 2024 ภายใต้โทนสีและลวดลายที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา พร้อมเปิดตัวทีมงานและไลน์อัปนักแข่งใหม่ นำทัพโดย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ดาวบิดเฟรนช์ดีกรีแชมป์โลก จับคู่กับ อเล็กซ์ รินส์ ยอดนักบิดชาวสเปน ณ เซปังฯ เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดย ทากาฮิโร่ ซูมิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนากีฬามอเตอร์สปอร์ต กล่าวว่า “เป็นที่ทราบกันดีว่างานของฝ่ายพัฒนากีฬามอเตอร์สปอร์ต ของ ยามาฮ่า มอเตอร์ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในฤดูกาล 2024 นั้นเริ่มต้นตั้งแต่ยังไม่จบการชิงชัยในฤดูกาลที่ผ่านมา และพร้อมทุ่มเทอย่างเต็มกำลังเพื่อนำถ้วยรางวัลกลับสู่ยามาฮ่าภายใต้ทีมงานชุดใหม่ จากฟีดแบ็กของนักแข่งเราได้นำมาปรับใช้เพื่อหาแนวทางในการพัฒนารถของเรา” “ซึ่งเราทราบดีว่า ฟาบิโอ (กวาร์ตาราโร) และ อเล็กซ์ (รินส์) รวมถึงนักบิดทดสอบอย่าง คาล (ครัทช์โลว์) กระตือรือร้นที่จะลงทำการทดสอบรถแข่งเวอร์ชันปี 2024 มันจะเป็นฤดูกาลที่ยาวนานอีกครั้ง แต่เราพร้อมที่จะทุ่มเทและทำการชิงชัย” ด้าน ลิน ยาร์วิส แม่ทัพยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง กล่าวว่า “ปีที่แล้วเป็นฤดูกาลที่ยากลำบาก ทว่าเราได้ปรับโครงสร้างองค์กรและพร้อมที่จะคัมแบ็กแล้ว การเปลี่ยนแปลงทีมโปรเจคต์โมโตจีพี รวมถึงไลน์อัปนักบิดใหม่ เติมความสดชื่นให้กับทีมและพร้อมที่จะลุยในฤดูกาล 2024 ทีมวิศวกรทำงานอย่างหนักในช่วงวินเทอร์เบรก และเดินหน้าพัฒนารถแข่งอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าลวดลายรถจะยังคงเดิม ทว่า M1 เวอร์ชัน 2024 มีรายละเอียดที่แตกต่างมากกว่าที่เห็น” “ขอบคุณความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นจากพันธมิตรและผู้ให้การสนับสนุน เรากำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 โดยมี มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ คอมปะนี รับบทไตเติลสปอนเซอร์เป็นฤดูกาลที่ 6 ในช่วงต้นฤดูกาลเราต้องเผชิญกับการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล 3 ครั้ง ตามด้วยปฏิทินการแข่งขัน 21 สนาม 42 เรซ รวมถึงการทดสอบระหว่างฤดูกาล มันเป็นซีซันที่ยาวนานและเข้มข้น ซึ่งผลงานและความอดทนจะนำพาไปสู่ความสำเร็จ ผมเชื่อว่าในปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าตื่นเต้นของโมโตจีพี และหวังว่าแฟนๆ ทั่วโลกจะสนุกไปกับการต่อสู้ในอีก 10 เดือนข้างหน้า” ขณะที่ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร เปิดใจว่า “มันคือการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ มันตื่นเต้นเสมอ ทุกคนกลับมาเริ่มต้นที่ศูนย์คะแนนอีกครั้ง ผมรู้ว่าทีมงานและผมมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ลุล่วงและเก็บเกี่ยวให้ได้มากที่สุดในการทดสอบที่ เซปังฯ มันเป็นการเริ่มต้นที่ดี แม้จะเป็นเพียงพรี-ซีซัน แต่มันก็สามารถสร้างความได้เปรียบได้ในภายหลัง ดังนั้นเราจะทุ่มเทในทุกๆ วัน ทุกๆ เซสชัน ในทุกๆ รัน และในทุกรอบสนาม ผมรู้ว่าในเบื้องหลังนั้นยามาฮ่าทำงานอย่างหนัก ดังนั้นพวกเราจะพยายามผลักดันตนเองให้ถึงขีดจำกัดในทุกๆ ด้าน และหวังว่าจะมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมร่วมกัน ผมต้องการขับเคี่ยวในกลุ่มหน้าและอยากทักทายแฟนๆ บนโพเดียมอีกครั้ง” ส่วน อเล็กซ์ รินส์ ส่งท้ายว่า “แม้จะได้บิด M1 ร่วมกับ ทีมโรงงานยามาฮ่า ในการทดสอบที่บาเลนเซีย รวมถึงเช็กดาวน์เทสต์ ทว่ายังคงรู้สึกตื่นเต้นในงานเปิดตัวของทีม รู้สึกเหมือนเป็นวันแรก ก่อนหน้านี้เราทำได้ดีในการทดสอบที่บาเลนเซีย ซึ่งผมพอใจกับสิ่งนั้นและรอไม่ไหวที่จะลงบิดทดสอบที่เซปังฯ ยังมีหลายอย่างที่ต้องลองซึ่งผมค่อนข้างมั่นใจ และเชื่อว่าจะสามารถเดินหน้ายกระดับได้ในการทดสอบที่ เซปังฯ ผมทำงานอย่างหนักเพื่อให้ร่างกายมีความสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และสิ่งที่ผมอยากทำในตอนนี้คือการได้ลงบิดอีกครั้ง” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ปู่ผู้ผลักดันสองพี่น้อง Marquez

ปู่ผู้ผลักดันสองพี่น้อง Marquez เสียชีวิตแล้ว ปู่ผู้ผลักดันสองพี่น้อง Marquez เสียชีวิตแล้ว “ขอบคุณมาก ๆ สำหรับทุก ๆ อย่างที่ปู่ดูแลพวกเราและสอนพวกเรา” Marc เขียนเอาไว้บนโซเชียลมีเดียเพื่อเป็นการอุทิศให้ปู่ที่จากไป “หลับให้สบายนะ เรารักปู่นะ” โดยมีบัญชีทางการของทาง MotoGP มาร่วมแสดงความเสียใจด้วย “เราเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการสูญเสียนี้ ขอส่งกำลังใจและความรักไปให้คุณและครอบครัว” หลาย ๆ ครั้งที่พวกเขาบอกว่าปู่คือแรงบันดาลใจของพวกเขาในอาชีพนักแข่งรถ MotoGP เขาเคยปรากฎตัวในสารคดีของ Marc ทาง Amazon Prime เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนำเสนอการแข่งขันของพวกเขาให้อดีตอันดุเดือดจนไปถึงการบาดเจ็บที่ส่งผลกระทบต่ออาชีพของพวกเขา ในความเป็นจริง Marc เผยว่าปู่เคยขอให้เขารีไทร์จากปัญหาเรื่องตาและแขนของเขา “ปู่ของผมเคยบอกผมว่า เลิกได้แล้ว แค่นี้ก็ใช้ชีวิตต่อไปได้สบาย ๆ สิ่งที่หลานได้ทำมามันเพียงพอแล้ว เลิกเถอะ“ Marc เคยพูดไว้เมื่อปี 2022 “ผมสัญญากับปู่ของผมว่า มันคือโอกาสสุดท้ายสำหรับแขนของผมแล้ว ถ้าแขนข้างนี้มันจะไม่ไหว ก็แสดงว่ามันไม่มีที่ให้ผ่าแล้ว” “ปู่ของผมคือคนที่สนับสนุนให้ผมเลิกแข่ง” “เพราะเขาพูดว่าเขามีมากพอที่จะใช้ชีวิตต่อไปแล้ว เขาพูดออกมาตรง ๆ และผมก็บอกเขาว่า ปู่ครับ ผมสัญญากับปู่นะว่านี่จะเป็นการผ่าตัดครั้งสุดท้ายแล้ว ขอผมพยายามอีกครั้งนะ เพราะมันมีวิธีแก้และพวกเขากำลังแก้ให้ผม ขอผมลองหน่อย” สุดท้ายนี้ทางทีมงาน SuperBike Thailand ก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว Marquez มา ณ ที่นี้ด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • MOTOGP
Marc Marquez ส่งคำท้านักแข่ง Formula 1 Lewis Hamilton!!

นักแข่ง MotoGP ที่เก่งที่สุดในตอนนี้จากทีม Repsol Honda อย่าง Marc Marquez ได้ส่งคำท้าแก่ นักแข่ง Formula 1 ที่เก่งที่สุดแห่งทีม Mercedes-AMG Petronas Motorsport อย่าง Lewis Hamilton ให้มาแข่งกันแบบ หนึ่งต่อหนึ่งในการแข่งทั้งบนมอเตอร์ไซค์ที่เขาถนัดและบน Formula 1 ที่อีกฝ่ายถนัด โดยจะเริ่มจากการให้ทั้งคู่แข่งกันด้วยการขับ Formula 1 ก่อนแล้วจึงไปแข่งกันบนมอเตอร์ไซค์ในแบบที่ Marquez ถนัด โดย Hamilton เองก็ดูเหมือนจะสนใจที่จะรับในคำท้านี้ด้วยเช่นกัน หรือว่าเราจะได้เห็นการแข่งขันกันระหว่างแชมป์ MotoGP 5 สมัยกับ แชมป์ Formula 1 5 สมัย โดยทั้งคู่เป็นคนที่มีคะแนนนำโด่งคนอื่นๆ ในการแข่งขันและมีโอกาสสูงที่จะได้เป็นแชมป์ในสมัยที่ 6 อีกด้วย หากทั้งสองแข่งกันจริงๆ เพื่อนๆ คิดว่าใครจะชนะครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวบน Facebook คลิกที่นี้ 

Marquez บอกไม่ Happy กับการแข่ง

แชมป์โลก 7 สมัย เด็กระเบิด Marc Marquez บอกไม่ Happy กับการแข่งขันที่สนาม Silverstone Circuit ณ ประเทศอังกฤษ แต่รู้สึกแฮปปี้กับ Championship ในการแข่งขันที่สนาม Silverstone เราได้เห็นกันแล้วว่า Marquez พยายามอย่างมากที่จะได้ชัยชนะในศึกสนามนี้ก่อนจะถูกปล้นชัยชนะไปโดย Alex Rins ในช่วงอึดใจสุดท้ายก่อนที่จะถึงเส้นชัยเพียงนิดเดียวเท่านั้นทำให้เค้าต้องตกมาอยู่เป็นอันดับสอง อย่างไรก็ดี Marquez ยังมีคะแนนเก็บรวมนำโด่งคนอื่่นๆ อยู่ด้วยคะแนนที่สูงถึง 250 คะแนน ตามมาด้วย Andrea Dovizioso ที่ 172 คะแนน และ Alex Rins ที่ขึ้นมาเป็นอันดับสามจากการชนะสนาม Silverstone ด้วยคะแนน 149 คะแนน อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Dovizioso ไม่เป็นไรแล้ว!! หลังอุบัติเหตุสนาม Silverstone

อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอในการแข่งขันประเภทความเร็ว เหล่านักแข่งทั้งหลายเองก็เตรียมตัวเตรียมใจรับความเสี่ยงนี้เอาไว้อยู่แล้ว โดยในครั้งนี้เอง Quartararo ได้พลาดท่าเสียหลักล้มลงหลังเริ่มการแข่งขันไปได้ไม่นานทำให้ Dovizioso ที่ตามหลังมาด้วยความเร็วสูงเกี่ยวเข้าอย่างจังที่รถของ Quartararo และจากการที่ Ducati Desmosedici ของ Dovizioso เกี่ยวเข้าอย่างจังกับ Yamaha ของ Quartararo นั้นทำให้ตัว Dovi เองหลุดลอยออกกลางอากาศและหล่นลงมาหัวกระแทกพื้นอย่างแรง แถมยังเป็นเหตุให้เขาสูญเสียความทรงจำชั่วขณะอีกด้วย ส่วนรถคู่ใจของเขานั้นก็ยังลุกเป็นไฟอีกด้วย อย่างไรก็ตามหลังการตรวจเช็กสแกนสมองของ Dovi ที่โรงพยาบาล Coventry แล้วก็ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใดทำให้เขาสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในเย็นวันอาทิตย์ ส่วน Quartararo เองแม้จะไม่ได้รับการบาดเจ็บที่รุนแรงเท่า Dovi แต่เขาก็ได้ถูกส่งไปตรวจเช็กที่โรงพยาบาล Coventry ด้วยเช่นกัน อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Alex Rins ทำเวลาเฉือน Marquez ด้วยเวลา 0.013 วินาที!!

การแข่งขันประเภทความเร็วนั้นเป็นอะไรที่ไม่แน่ไม่นอนจริงๆ และครั้งนี้ก็เช่นกัน เพราะทาง Alex Rins แห่งทีม Suzuki ได้ทำความเร็วออกมาแซง Marc Marquez ในช่วงสุดท้ายและสามารถทำเวลาเฉือน Marc Marquez ด้วยเวลาเพียง 0.013 วินาทีเท่านั้นก่อนจะถึงเส้นชัย ต้องบอกว่าช่วงนี้ Marquez โดนแซงบ่อยจริงๆ นอกจากนี้ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองแล้วที่ Marc Marquez ได้ถูกปล้นชัยชนะไปก่อนจะถึงเส้นชัยเพียงอึดใจเดียวเท่านั้น อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2024 Zontes GK350 Sports Cafe โฉมคันจริง ล้ำมาก

2024 Zontes GK350 Sports Cafe โฉมคันจริง ล้ำมาก บทความครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่บังเอิญสะดุด “รัก” กับสาวหมวยทรงอินเตอร์อย่าง Zontes GK350 นีโอสปอร์ตคาเฟ่คลาส 350 ซีซี จากแบรนด์พรีเมียมจากสัญชาติจีนที่กำลังโด่งดังในยุโรปอยู่ ณ ขณะนี้ กับรูปโฉมคันจริงที่ต้องบอกว่าล้ำมาก ๆ  จนบางทีก็คิดในใจว่า เห้ย..นี่มันรถคลาส 350 จริงหรือ? ทำไมมันดูเหมือนรถบิ๊กไบค์ไซส์มิดเดิ้ลเวทหรือแอดมินตาฝาด..!! เพราะด้วยความอัดแน่นที่ดูเต็มไปด้วยพาร์ทประกอบผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว ดูเป็นเนื้อเดียวกัน สไตล์เดียวกัน หรือนี่คือมันสเน่ห์ ที่กำลังมองหา..ประกอบกับแบรนด์นี้พึ่งเข้ามาสร้างกระแสและได้รับความนิยมในบ้านเราเมื่อไม่นานนี้ด้วยสกู๊ตเตอร์ยอดฮิตอย่าง Zontes 350E และ 350D เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นโฉมที่น่าสนใจ ถ้าหากนำเข้ามาขายในบ้านเรา..ก็คงจะดีไม่น้อย โฉม 2022 แต่ยังล้ำสมัย อย่างที่ทราบกันดี สำหรับรุ่นนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเวอร์ชันต่อจากเจ้าฝาแฝดสายโมเดิร์นสแครมเบลอร์ซึ่งเปิดตัวมาพร้อมกันเมื่อปี 2022 แต่ด้วยความล้ำสมัยบวกกับสเปคและอุปกรณ์ต่าง ๆ เรียกได้ว่าล้ำสมัยกว่ารถคลาส 350 รุ่นอื่น ๆ เสียด้วยซ้ำ กับรูปร่างที่ถูกออกแบบมาในลักษณะ “รถสปอร์ตคาเฟ่” ซึ่งโดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลม ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์แบบ LED ตามยุคสมัยใหม่ ถังน้ำมันทรงหยดน้ำขนาด 17 ลิตร เบาะนั่งดีไซน์ทรงสปอร์ต ประกอบกับชิ้นส่วนแฟริ่งด้านข้างถูกออกแบบมาดูโดดเด่นและไม่เหมือนใคร รวมถึงพาร์ทเครื่องยนต์ และท่อไอเสียแบบปลายยกสูงยังถูกออกแบบด้วยการใช้โทนสีดำเพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเดียวกันกับ Zontes 350E & 350D นอกจากนี้ยังติดตั้งกระจกทรงกลมบริเวณปลายแฮนด์ ติดการ์ดแฮนด์สวย ๆ จากโรงงาน ต่อด้วยปุ่มควบคุมประกับทั้งสองข้างและจอสี TFT ที่ดูคล้ายคลึงกับสกู๊ตเตอร์ตัวฮิตอย่าง 350E&350D อีกทั้งตัวรถยังใช้เฟรมแบบไดมอนด์ที่ให้ความแข็งแรงและน้ำหนักเบา มาพร้อมกับน้ำหนักตัวที่ 188 กก. TOP SPEED 162 km/h ในเรื่องของเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีขนาดลูกสูบและช่วงชักที่ 84.5 x 62 มม. โดยใช้ลูกสูบแบบอลูมิเนียมอัลลอย ระบบหัวฉีดจาก BOSCH รวมถึงระบบเกียร์ 6 สปีดพ่วงแอสซิตส์สลิปเปอร์คลัตช์ติดตั้งมาให้ ซึ่งให้กำลังแรงม้าที่ 39.4 แรงม้าที่ 9,500 รอบ และแรงบิดอยู่ที่ 32.8 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบ ช่วงล่างหล่อสุด ครอบจานเบรก พร้อมคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบจาก J.Juan ล้อซี่ลวดงาม ๆ และท่อไอเสียแบบปลายคู่ ขณะที่ช่วงล่างนั้นถือว่าเป็นจุดขายเลยก็ว่าได้ ด้วยการใช้ชุดโช้คอัพด้านหน้าแบบหัวกลับ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ให้ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกหน้าขนาด 320 มม.ครอบจานเบรกดูสวยงามไปอีกแบบ พร้อมคาลิเปอร์เบรกเรเดียลเม้าท 4 ลูกสูบจาก J.Juan สำหรับด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเช่นเดียวกันโดยมีขนาดที่ 265 มม. กับคาลิเปอร์ลูกสูบเดียว ขณะเดียวกันยังมาพร้อมด้วยระบบ ABS Dual Channel ต่อด้วยล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว และรัดยางมาขนาด 120/70, 160/60 หน้าจอล้ำสุด ๆ พร้อมความล้ำสมัยต่อเนื่องด้วยโหมดการขับขี่ที่มีมาให้ถึง 2 โหมดสามารถปรับตามได้การใช้งาน ซึ่งประกอบไปด้วยโหมด Eco และโหมด Sport พอร์ตชาร์จไฟ USB Type A ระบบสมาร์ทคีย์ IP67 ที่มีคุณสมบัติกันน้ำเป็นพิเศษและหน้าจอสี TFT สามารถแสดงผลหน้าจอได้ถึง 4 แบบ และสามารถปรับความสว่างหน้าจอแบบอัติโนมัติ รวมถึงฟังก์ชันต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทาง ระบบเชื่อมต่อข้อมูลผ่านบลูทูธ ระบบ Mirror ที่สามารถแคสข้อมูลหน้าจอโทรศัพท์สู่จอตัวรถ และระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง สี่ที่จำหน่าย Black And Blue Black And Gold White And Orange สำหรับในเรื่องของราคา จากที่ได้แอบส่องข้อมูลในเว็บไซค์ Zontes UK เปิดราคาขายอยู่ที่ 4,499 ปอนด์สเตอริงหรือราว ๆ 2.1 แสนบาท ซึ่งเรทค่อนข้างใกล้เคียงกับราคาสกู๊ตเตอร์คลาส 350 ในต่างประเทศอีกด้วย สำหรับโมเดลรุ่นนี้ดูรวม ๆ แล้วมันช่างสวยงามและค่อนข้างล้ำสมัยอย่างที่กล่าวไปนั่นแหล่ะครับ ถึงจะเปิดตัวมาได้ซักพักแล้วก็เถอะ แต่บางทีก็อยากจะนั่งคร่อมให้เป็นบุญก้นซักครั้ง แต่ก็กลัวถูกมองเป็นมิจฉาชีพ ยิ่งแอดมินหน้าตาดี

Husqvarna Vitpilen 401 2024

Husqvarna Vitpilen 401 2024 เน็กเก็ดไฟกลมจากแดนไวกิ้ง หลังจากเป็นกระแสว่าตัวแทนจำหน่ายเจ้าใหม่จะนำเจ้าฮัสกี้มาจำหน่ายด้วย และแน่นอนว่า Husqvarna Vitpilen 401 2024 เองก็เป็นหนึ่งในโมเดลที่จะนำมาจำหน่ายด้วย งานนี้เราก็เลยนำเอาข้อมูลเกี่ยวกับโมเดลใหม่นี้มานำเสนอกันครับ สำหรับโมเดลนี้ทางค่ายระบุว่าเป็นโมเดลเน็กเก็ดเน้นการใช้งานในมือง ผ่านการปรับปรุงขนานใหญ่เพื่อให้มีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้นรวมถึงตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย รูปโฉมมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ถ้าไม่ได้สังเกตให้ดีจะแยกไม่ออก โดยจะมีการเปลี่ยนไฟหน้าและไฟท้ายใหม่ให้ความสว่างชัดกว่าเดิมด้วยการเลือกใช้ LED เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด แต่มิติตัวรถมีการเปลี่ยนแปลงด้วย โดยมีฐานล้อที่ยาวขึ้น ความสูงเบาะนั่งที่ปรับมาใหม่ต่ำลงกว่าเดิม เพื่อให้เข้าโค้งได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็มีความนิ่งเสถียรที่ดีขึ้นอีกด้วย และมีแฮนด์บาร์ใหม่ที่สูงขึ้นน้ำหนักเบาลงกว่าเดิมช่วยให้บังคับเลี้ยวได้ง่ายขึ้น และแน่นอนว่าท่านั่งก็เปลี่ยนไปด้วย ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนใหม่เลยก็คือเครื่องยนต์เครื่องใหม่ที่ผ่าน Euro5+ แล้ว แถมยังมีความจุเพิ่มขึ้นในขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม โดยที่มีการกระจายน้ำหนักที่ดี ทั้งยังจูนอัตราทดเกียร์มาใหม่ด้วย โดยเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องสูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ 398.6 ซีซี ให้กำลังแรง 45 แรงม้า (เดิม373 ซีซี 44 แรงม้า) โดยใช้น้ำมันจากถังขนาด 13 ลิตร รวมถึงมีการปรับปรุงระบบไอเสียใหม่จนผ่านมาตรฐานไอเสียอีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาลงอีกด้วย ในเรื่องของแชสซี ตัวรถใช้เฟรมถักใหม่ เพื่อให้รถมีความคล่องตัวเพิ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียมน้ำหนักเบาและระบบกันสะเทือนจากทาง WP ที่ปรับแต่งได้ ก็ยิ่งทำให้มีการควบคุมที่ดีขึ้น ระบบเบรกจะเป็นของทาง ByBre ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 ม.ม. ด้านหลังจะเป็นขนาด 240 ม.ม. ส่วนล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียม 6 ก้าน ขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางแบบออนโร้ดขนาด 110/70 – R17 และ 150 – 60 R17 หน้าหลังตามลำดับ ส่วนเทคโนโลยีที่ให้มาก็มีพอหอมปากหอมคอ ตัวรถใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้าเพื่อสั่งการเครื่องยนต์ มีโหมดการขับขี่ 2 โหมด คือ Street และ Rain แทร็คชันคอนโทรล และยังมีระบบบเบรก Cornering ABS ตัวรถตอนนี้มีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วแล้ว สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานรับสาย ฟังเพลง หรือระบบนำทางได้ สุดท้ายราคาค่าตัวที่บ้านเกิดนั้นจำหน่ายอยู่ที 74,900 โครนคิดเป็นเงินไทยได้ราว ๆ 255,000 บาท ส่วนราคาขายบ้านเรานั้นก็น่าจะต้องรอประกาศกันอย่างเป็นทางการอีกที แต่คงจะไม่ต่างไปจากนี้เท่าไหร่ เพราะซีซีที่เพิ่มเข้ามาพร้อมออปชันที่ดีขึ้น ย่อมทำให้ราคารถขยับขึ้นตามไปด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รุ่นใหม่สไตล์โจรอินเดีย Royal Enfield Guerrilla 450

รุ่นใหม่สไตล์โจรอินเดีย Royal Enfield Guerrilla 450   Royal Enfield Guerrilla 450 “หรือ เกอริลล่า โฟร์ฟิฟตี้” เกอริลล่า มีความหมายว่า กองโจร ซึ่งคำนี้ถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงในการดีไซน์ และคุมการทำงาน “ข้ามชาติ” ผ่านระบบออนไลน์ โจทย์คือ รถมอเตอร์ไซค์ สำหรับวัยรุ่น, มือใหม่, หรือเป็น “มอเตอร์ไซค์” คันแรก และต้องให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดให้ชนเพดานงบราคา หรือพูดได้ว่า ท้อปสเปกของราคานี้ ดีไซน์ต้องฉีกรูปแบบคลาสสิก แต่ไม่ทิ้งความเป็น RE Royal Enfield Guerrilla 450 เกิดจากการ วิจัย และ พัฒนา จาก 3 ประเทศ โดยมีหัวโจกเป็นอินเดีย ออกแบบรูปลักษณ์โดยทีมอังกฤษ ทดสอบขับขี่บนถนนในสเปน ทีมงาน RE ทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำ จากที่ทีมงาน เล่าให้ฟังว่าดวงอาทิตย์ตกที่อินเดีย ส่งต่องงานให้อังกฤษที่กำลังเช้าทำงานต่อ ไม่พอ ส่งบรีฟให้นักเทสปรับแต่งรถตามคอมเม้น ทดสอบที่ถนนสเปน อีกทอดหนึ่ง แล้วถึงฟีดแบคกลับมาในตอนเช้าของอินเดีย ทำแบบนี้วนลูปการพัฒนา จนออกมาเป็น รถคลาสสิคทรงแบดบอย อย่างที่เห็น SPEC SPEC SPEC เครื่องยนต์ เครื่อง Sherpa 450 ยกมาจากรุ่น Himalayan ลูกสูบเดียวขนาด 452 cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ DOHC 4 วาล์ว แรงม้า 40.02ps @ 8,000 rpm, แรงบิด 40 nm @ 5,500 rpm ที่ให้มาก็ไม่มากไม่น้อยถ้านับว่าสูบเดียวในพิกัดนี้ รอบสูงแรงม้าตึงๆมือ แรงบิดช่วงต้น เครื่องรอบไม่จัด ไม่ต้องลากรอบ เหมาะกับการขับขี่ในเมืองหรือใช้ในชีวิตประจำวันได้แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง แต่ขับขี่จริง จะหมู่หรือจ่าต้องว่ากันอีกที     เฟรม /ช่วงล่าง เฟรม จากรุ่น Himalayan แต่ปรับระยะล้อใหม่เป็น 1440มม. สั้นกว่าเดิม 70มม. ความสูงของเบาะในรุ่น Guerrilla 450 จะอยู่ที่ 780มม. เตี้ยกว่า Himalayan ถึง 40มม. ใครที่เขย่งขยาดจากรถสูงๆ รุ่นใหม่นี้ น่าจะยืนเด็มเท้าได้สบายขึ้น เสริมด้วย ล้อ-ยางหน้า 120/70R17 และ หลัง 160/60R17 หายางง่าย สบายใจ ไม่ปิดกั้นตัวเลือกหากไม่พอใจสไตล์ยางบั้งเดิมๆ จะยัดใส่ยางซิ่งได้ ขอบ 17″ คือครอบคลุมที่สุดแล้ว     เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT ขนาด 4 นิ้วเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เปิด Google Map และ ควบคุม เพลงที่เล่นอยู่บนโทรศัพท์ได้ แถมติดคันเร่งไฟฟ้า กับรูเสียบ USB C ไว้ชาร์จมือถืออีกด้วย   ภาพรวม จากสเปกและภาพรวมทั้งหมด ดูแล้วน่าจะสร้างกระแสตลาด 400cc ให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง จากราคาในงานเปิดตัวที่ 2.5 ล้านรูปี เปรียบเทียบกับรถรุ่นอื่นๆในตลาดไทย Royal Enfield Guerrilla 450 น่าจะอยู่ราวๆ 150,000-160,000 บาท ซึ่งถ้าทำมาในราคานี้จริงๆ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มองหามอเตอร์ไซค์คันแรกแบบมีสไตล์ได้ง่ายขึ้น ส่วน Ride Feel เป็นไงนั้น ต้องติดตามตอนต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คาด PCX160 2025

คาด PCX160 2025 ปรับขนานใหญ่รับมือคู่แข่ง คู่แข่งจากเจแปนแดนปลาดิบค่ายสีน้ำเงินเขาก็เปิดตัวโมเดลใหม่ที่อินโดนีเซียไปแล้ว พร้อมกับระบบใหม่ ๆ ที่พอจะสื่อความหมายได้ว่าช่วยให้รถแรงเหมือนติดเทอร์โบ เราก็ได้แค่ คาด PCX160 2025 จะมีการปรับปรุงขนานใหญ่เพื่อรับศึกคู่แข่งในพิกัดเดียวกัน นับจากห้วงเวลาแล้วเจ้า PCX ก็เปิดตัวโฉมนี้ในไทยมาตั้งแต่ปี 2021 แล้ว (ญี่ปุ่นเปิดปี 2020) ก็เรียกว่าถึงรอบที่ควรจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันได้แล้ว หลังจากเปลี่ยนสีกันมาหลายครั้งแล้ว เพราะตอนนี้ก็อายุปาไปได้ 3 ปีกว่าแล้ว ใกล้ถึงรอบที่ควรจะเปลี่ยแปลงกันแล้ว ซึ่งก็คาดว่าจะเปิดตัวโมเดลใหม่ในเดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะถึงนี้ การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา – 2010 เปิดตัวครั้งแรก – 2014 ปรับปรุงเครื่องยนต์ เพิ่มระบบไฟ LED และอื่น ๆ – 2018 ปรับปรุงเครื่องยนต์ ใช้เฟรมใหม่ – 2020 ปรับปรุงเครื่องยนต์ เฟรมใหม่ สิ่งที่คาดจะเปลี่ยนแปลงไปนั้นอย่างแรกเลยก็น่าจะเป็นรูปโฉมใหม่ที่น่าจะออกมาในแบบสปอร์ตพรีเมียมมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยมีข้อมูลหลุดออกมาจากคนที่น่าจะเป็นคนวงในจากทางเวียดนาม เผยว่าจะมีฝาครอบแฮนด์เฉกเช่นเดียวกับ Forza และคู่แข่งแล้ว แทนที่จะปล่อยให้ดูรก ๆ แบบที่ปัจจุบันเป็น นอกจากนี้ส่วนอื่น ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงน่าจะมีดังนี้ – หน้าจอใหม่ซึ่งน่าจะเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด CB125R (เปิดตัวที่ยุโรป) ยังมีหน้าจอสีแล้ว – ระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล เพื่อให้ทัดเทียมกับคู่แข่ง – เฟรมใหม่ – เครื่องยนต์ใหม่ ที่จะแรง ทนทานและประหยัดขึ้น โดยอาจจะมีระบบใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา เพื่อให้สามารถเทียบเคียงกับคู่แข่งที่มีระบบใหม่ ๆ ได้ – มีรุ่น Hybrid ด้วย ซึ่งโมเดลปัจจุบันก็มีอยู่ ในชื่อ e: HEV หรืออาจจะมีโมเดลไฟฟ้าที่รองรับการสลับแบตเตอรี่มาด้วยก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อมูลต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ยังไม่อาจยืนยันความถูกต้องได้แบบ 100% เป็นเพียงการคาดเดาข้อมูลและวิเคราะห์เปรียบเทียบกับคู่แข่งเท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2024 Zontes GK350 Sports Cafe โฉมคันจริง ล้ำมาก

2024 Zontes GK350 Sports Cafe โฉมคันจริง ล้ำมาก บทความครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่บังเอิญสะดุด “รัก” กับสาวหมวยทรงอินเตอร์อย่าง Zontes GK350 นีโอสปอร์ตคาเฟ่คลาส 350 ซีซี จากแบรนด์พรีเมียมจากสัญชาติจีนที่กำลังโด่งดังในยุโรปอยู่ ณ ขณะนี้ กับรูปโฉมคันจริงที่ต้องบอกว่าล้ำมาก ๆ  จนบางทีก็คิดในใจว่า เห้ย..นี่มันรถคลาส 350 จริงหรือ? ทำไมมันดูเหมือนรถบิ๊กไบค์ไซส์มิดเดิ้ลเวทหรือแอดมินตาฝาด..!! เพราะด้วยความอัดแน่นที่ดูเต็มไปด้วยพาร์ทประกอบผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว ดูเป็นเนื้อเดียวกัน สไตล์เดียวกัน หรือนี่คือมันสเน่ห์ ที่กำลังมองหา..ประกอบกับแบรนด์นี้พึ่งเข้ามาสร้างกระแสและได้รับความนิยมในบ้านเราเมื่อไม่นานนี้ด้วยสกู๊ตเตอร์ยอดฮิตอย่าง Zontes 350E และ 350D เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นโฉมที่น่าสนใจ ถ้าหากนำเข้ามาขายในบ้านเรา..ก็คงจะดีไม่น้อย โฉม 2022 แต่ยังล้ำสมัย อย่างที่ทราบกันดี สำหรับรุ่นนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเวอร์ชันต่อจากเจ้าฝาแฝดสายโมเดิร์นสแครมเบลอร์ซึ่งเปิดตัวมาพร้อมกันเมื่อปี 2022 แต่ด้วยความล้ำสมัยบวกกับสเปคและอุปกรณ์ต่าง ๆ เรียกได้ว่าล้ำสมัยกว่ารถคลาส 350 รุ่นอื่น ๆ เสียด้วยซ้ำ กับรูปร่างที่ถูกออกแบบมาในลักษณะ “รถสปอร์ตคาเฟ่” ซึ่งโดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลม ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์แบบ LED ตามยุคสมัยใหม่ ถังน้ำมันทรงหยดน้ำขนาด 17 ลิตร เบาะนั่งดีไซน์ทรงสปอร์ต ประกอบกับชิ้นส่วนแฟริ่งด้านข้างถูกออกแบบมาดูโดดเด่นและไม่เหมือนใคร รวมถึงพาร์ทเครื่องยนต์ และท่อไอเสียแบบปลายยกสูงยังถูกออกแบบด้วยการใช้โทนสีดำเพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเดียวกันกับ Zontes 350E & 350D นอกจากนี้ยังติดตั้งกระจกทรงกลมบริเวณปลายแฮนด์ ติดการ์ดแฮนด์สวย ๆ จากโรงงาน ต่อด้วยปุ่มควบคุมประกับทั้งสองข้างและจอสี TFT ที่ดูคล้ายคลึงกับสกู๊ตเตอร์ตัวฮิตอย่าง 350E&350D อีกทั้งตัวรถยังใช้เฟรมแบบไดมอนด์ที่ให้ความแข็งแรงและน้ำหนักเบา มาพร้อมกับน้ำหนักตัวที่ 188 กก. TOP SPEED 162 km/h ในเรื่องของเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีขนาดลูกสูบและช่วงชักที่ 84.5 x 62 มม. โดยใช้ลูกสูบแบบอลูมิเนียมอัลลอย ระบบหัวฉีดจาก BOSCH รวมถึงระบบเกียร์ 6 สปีดพ่วงแอสซิตส์สลิปเปอร์คลัตช์ติดตั้งมาให้ ซึ่งให้กำลังแรงม้าที่ 39.4 แรงม้าที่ 9,500 รอบ และแรงบิดอยู่ที่ 32.8 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบ ช่วงล่างหล่อสุด ครอบจานเบรก พร้อมคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบจาก J.Juan ล้อซี่ลวดงาม ๆ และท่อไอเสียแบบปลายคู่ ขณะที่ช่วงล่างนั้นถือว่าเป็นจุดขายเลยก็ว่าได้ ด้วยการใช้ชุดโช้คอัพด้านหน้าแบบหัวกลับ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ให้ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกหน้าขนาด 320 มม.ครอบจานเบรกดูสวยงามไปอีกแบบ พร้อมคาลิเปอร์เบรกเรเดียลเม้าท 4 ลูกสูบจาก J.Juan สำหรับด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเช่นเดียวกันโดยมีขนาดที่ 265 มม. กับคาลิเปอร์ลูกสูบเดียว ขณะเดียวกันยังมาพร้อมด้วยระบบ ABS Dual Channel ต่อด้วยล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว และรัดยางมาขนาด 120/70, 160/60 หน้าจอล้ำสุด ๆ พร้อมความล้ำสมัยต่อเนื่องด้วยโหมดการขับขี่ที่มีมาให้ถึง 2 โหมดสามารถปรับตามได้การใช้งาน ซึ่งประกอบไปด้วยโหมด Eco และโหมด Sport พอร์ตชาร์จไฟ USB Type A ระบบสมาร์ทคีย์ IP67 ที่มีคุณสมบัติกันน้ำเป็นพิเศษและหน้าจอสี TFT สามารถแสดงผลหน้าจอได้ถึง 4 แบบ และสามารถปรับความสว่างหน้าจอแบบอัติโนมัติ รวมถึงฟังก์ชันต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทาง ระบบเชื่อมต่อข้อมูลผ่านบลูทูธ ระบบ Mirror ที่สามารถแคสข้อมูลหน้าจอโทรศัพท์สู่จอตัวรถ และระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง สี่ที่จำหน่าย Black And Blue Black And Gold White And Orange สำหรับในเรื่องของราคา จากที่ได้แอบส่องข้อมูลในเว็บไซค์ Zontes UK เปิดราคาขายอยู่ที่ 4,499 ปอนด์สเตอริงหรือราว ๆ 2.1 แสนบาท ซึ่งเรทค่อนข้างใกล้เคียงกับราคาสกู๊ตเตอร์คลาส 350 ในต่างประเทศอีกด้วย สำหรับโมเดลรุ่นนี้ดูรวม ๆ แล้วมันช่างสวยงามและค่อนข้างล้ำสมัยอย่างที่กล่าวไปนั่นแหล่ะครับ ถึงจะเปิดตัวมาได้ซักพักแล้วก็เถอะ แต่บางทีก็อยากจะนั่งคร่อมให้เป็นบุญก้นซักครั้ง แต่ก็กลัวถูกมองเป็นมิจฉาชีพ ยิ่งแอดมินหน้าตาดี

18 July 2024
Husqvarna Vitpilen 401 2024

Husqvarna Vitpilen 401 2024 เน็กเก็ดไฟกลมจากแดนไวกิ้ง หลังจากเป็นกระแสว่าตัวแทนจำหน่ายเจ้าใหม่จะนำเจ้าฮัสกี้มาจำหน่ายด้วย และแน่นอนว่า Husqvarna Vitpilen 401 2024 เองก็เป็นหนึ่งในโมเดลที่จะนำมาจำหน่ายด้วย งานนี้เราก็เลยนำเอาข้อมูลเกี่ยวกับโมเดลใหม่นี้มานำเสนอกันครับ สำหรับโมเดลนี้ทางค่ายระบุว่าเป็นโมเดลเน็กเก็ดเน้นการใช้งานในมือง ผ่านการปรับปรุงขนานใหญ่เพื่อให้มีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้นรวมถึงตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย รูปโฉมมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ถ้าไม่ได้สังเกตให้ดีจะแยกไม่ออก โดยจะมีการเปลี่ยนไฟหน้าและไฟท้ายใหม่ให้ความสว่างชัดกว่าเดิมด้วยการเลือกใช้ LED เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด แต่มิติตัวรถมีการเปลี่ยนแปลงด้วย โดยมีฐานล้อที่ยาวขึ้น ความสูงเบาะนั่งที่ปรับมาใหม่ต่ำลงกว่าเดิม เพื่อให้เข้าโค้งได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็มีความนิ่งเสถียรที่ดีขึ้นอีกด้วย และมีแฮนด์บาร์ใหม่ที่สูงขึ้นน้ำหนักเบาลงกว่าเดิมช่วยให้บังคับเลี้ยวได้ง่ายขึ้น และแน่นอนว่าท่านั่งก็เปลี่ยนไปด้วย ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนใหม่เลยก็คือเครื่องยนต์เครื่องใหม่ที่ผ่าน Euro5+ แล้ว แถมยังมีความจุเพิ่มขึ้นในขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม โดยที่มีการกระจายน้ำหนักที่ดี ทั้งยังจูนอัตราทดเกียร์มาใหม่ด้วย โดยเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องสูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ 398.6 ซีซี ให้กำลังแรง 45 แรงม้า (เดิม373 ซีซี 44 แรงม้า) โดยใช้น้ำมันจากถังขนาด 13 ลิตร รวมถึงมีการปรับปรุงระบบไอเสียใหม่จนผ่านมาตรฐานไอเสียอีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาลงอีกด้วย ในเรื่องของแชสซี ตัวรถใช้เฟรมถักใหม่ เพื่อให้รถมีความคล่องตัวเพิ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียมน้ำหนักเบาและระบบกันสะเทือนจากทาง WP ที่ปรับแต่งได้ ก็ยิ่งทำให้มีการควบคุมที่ดีขึ้น ระบบเบรกจะเป็นของทาง ByBre ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 ม.ม. ด้านหลังจะเป็นขนาด 240 ม.ม. ส่วนล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียม 6 ก้าน ขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางแบบออนโร้ดขนาด 110/70 – R17 และ 150 – 60 R17 หน้าหลังตามลำดับ ส่วนเทคโนโลยีที่ให้มาก็มีพอหอมปากหอมคอ ตัวรถใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้าเพื่อสั่งการเครื่องยนต์ มีโหมดการขับขี่ 2 โหมด คือ Street และ Rain แทร็คชันคอนโทรล และยังมีระบบบเบรก Cornering ABS ตัวรถตอนนี้มีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วแล้ว สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานรับสาย ฟังเพลง หรือระบบนำทางได้ สุดท้ายราคาค่าตัวที่บ้านเกิดนั้นจำหน่ายอยู่ที 74,900 โครนคิดเป็นเงินไทยได้ราว ๆ 255,000 บาท ส่วนราคาขายบ้านเรานั้นก็น่าจะต้องรอประกาศกันอย่างเป็นทางการอีกที แต่คงจะไม่ต่างไปจากนี้เท่าไหร่ เพราะซีซีที่เพิ่มเข้ามาพร้อมออปชันที่ดีขึ้น ย่อมทำให้ราคารถขยับขึ้นตามไปด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

18 July 2024
รุ่นใหม่สไตล์โจรอินเดีย Royal Enfield Guerrilla 450

รุ่นใหม่สไตล์โจรอินเดีย Royal Enfield Guerrilla 450   Royal Enfield Guerrilla 450 “หรือ เกอริลล่า โฟร์ฟิฟตี้” เกอริลล่า มีความหมายว่า กองโจร ซึ่งคำนี้ถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงในการดีไซน์ และคุมการทำงาน “ข้ามชาติ” ผ่านระบบออนไลน์ โจทย์คือ รถมอเตอร์ไซค์ สำหรับวัยรุ่น, มือใหม่, หรือเป็น “มอเตอร์ไซค์” คันแรก และต้องให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดให้ชนเพดานงบราคา หรือพูดได้ว่า ท้อปสเปกของราคานี้ ดีไซน์ต้องฉีกรูปแบบคลาสสิก แต่ไม่ทิ้งความเป็น RE Royal Enfield Guerrilla 450 เกิดจากการ วิจัย และ พัฒนา จาก 3 ประเทศ โดยมีหัวโจกเป็นอินเดีย ออกแบบรูปลักษณ์โดยทีมอังกฤษ ทดสอบขับขี่บนถนนในสเปน ทีมงาน RE ทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำ จากที่ทีมงาน เล่าให้ฟังว่าดวงอาทิตย์ตกที่อินเดีย ส่งต่องงานให้อังกฤษที่กำลังเช้าทำงานต่อ ไม่พอ ส่งบรีฟให้นักเทสปรับแต่งรถตามคอมเม้น ทดสอบที่ถนนสเปน อีกทอดหนึ่ง แล้วถึงฟีดแบคกลับมาในตอนเช้าของอินเดีย ทำแบบนี้วนลูปการพัฒนา จนออกมาเป็น รถคลาสสิคทรงแบดบอย อย่างที่เห็น SPEC SPEC SPEC เครื่องยนต์ เครื่อง Sherpa 450 ยกมาจากรุ่น Himalayan ลูกสูบเดียวขนาด 452 cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ DOHC 4 วาล์ว แรงม้า 40.02ps @ 8,000 rpm, แรงบิด 40 nm @ 5,500 rpm ที่ให้มาก็ไม่มากไม่น้อยถ้านับว่าสูบเดียวในพิกัดนี้ รอบสูงแรงม้าตึงๆมือ แรงบิดช่วงต้น เครื่องรอบไม่จัด ไม่ต้องลากรอบ เหมาะกับการขับขี่ในเมืองหรือใช้ในชีวิตประจำวันได้แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง แต่ขับขี่จริง จะหมู่หรือจ่าต้องว่ากันอีกที     เฟรม /ช่วงล่าง เฟรม จากรุ่น Himalayan แต่ปรับระยะล้อใหม่เป็น 1440มม. สั้นกว่าเดิม 70มม. ความสูงของเบาะในรุ่น Guerrilla 450 จะอยู่ที่ 780มม. เตี้ยกว่า Himalayan ถึง 40มม. ใครที่เขย่งขยาดจากรถสูงๆ รุ่นใหม่นี้ น่าจะยืนเด็มเท้าได้สบายขึ้น เสริมด้วย ล้อ-ยางหน้า 120/70R17 และ หลัง 160/60R17 หายางง่าย สบายใจ ไม่ปิดกั้นตัวเลือกหากไม่พอใจสไตล์ยางบั้งเดิมๆ จะยัดใส่ยางซิ่งได้ ขอบ 17″ คือครอบคลุมที่สุดแล้ว     เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT ขนาด 4 นิ้วเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เปิด Google Map และ ควบคุม เพลงที่เล่นอยู่บนโทรศัพท์ได้ แถมติดคันเร่งไฟฟ้า กับรูเสียบ USB C ไว้ชาร์จมือถืออีกด้วย   ภาพรวม จากสเปกและภาพรวมทั้งหมด ดูแล้วน่าจะสร้างกระแสตลาด 400cc ให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง จากราคาในงานเปิดตัวที่ 2.5 ล้านรูปี เปรียบเทียบกับรถรุ่นอื่นๆในตลาดไทย Royal Enfield Guerrilla 450 น่าจะอยู่ราวๆ 150,000-160,000 บาท ซึ่งถ้าทำมาในราคานี้จริงๆ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มองหามอเตอร์ไซค์คันแรกแบบมีสไตล์ได้ง่ายขึ้น ส่วน Ride Feel เป็นไงนั้น ต้องติดตามตอนต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

17 July 2024
คาด PCX160 2025

คาด PCX160 2025 ปรับขนานใหญ่รับมือคู่แข่ง คู่แข่งจากเจแปนแดนปลาดิบค่ายสีน้ำเงินเขาก็เปิดตัวโมเดลใหม่ที่อินโดนีเซียไปแล้ว พร้อมกับระบบใหม่ ๆ ที่พอจะสื่อความหมายได้ว่าช่วยให้รถแรงเหมือนติดเทอร์โบ เราก็ได้แค่ คาด PCX160 2025 จะมีการปรับปรุงขนานใหญ่เพื่อรับศึกคู่แข่งในพิกัดเดียวกัน นับจากห้วงเวลาแล้วเจ้า PCX ก็เปิดตัวโฉมนี้ในไทยมาตั้งแต่ปี 2021 แล้ว (ญี่ปุ่นเปิดปี 2020) ก็เรียกว่าถึงรอบที่ควรจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันได้แล้ว หลังจากเปลี่ยนสีกันมาหลายครั้งแล้ว เพราะตอนนี้ก็อายุปาไปได้ 3 ปีกว่าแล้ว ใกล้ถึงรอบที่ควรจะเปลี่ยแปลงกันแล้ว ซึ่งก็คาดว่าจะเปิดตัวโมเดลใหม่ในเดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะถึงนี้ การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา – 2010 เปิดตัวครั้งแรก – 2014 ปรับปรุงเครื่องยนต์ เพิ่มระบบไฟ LED และอื่น ๆ – 2018 ปรับปรุงเครื่องยนต์ ใช้เฟรมใหม่ – 2020 ปรับปรุงเครื่องยนต์ เฟรมใหม่ สิ่งที่คาดจะเปลี่ยนแปลงไปนั้นอย่างแรกเลยก็น่าจะเป็นรูปโฉมใหม่ที่น่าจะออกมาในแบบสปอร์ตพรีเมียมมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยมีข้อมูลหลุดออกมาจากคนที่น่าจะเป็นคนวงในจากทางเวียดนาม เผยว่าจะมีฝาครอบแฮนด์เฉกเช่นเดียวกับ Forza และคู่แข่งแล้ว แทนที่จะปล่อยให้ดูรก ๆ แบบที่ปัจจุบันเป็น นอกจากนี้ส่วนอื่น ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงน่าจะมีดังนี้ – หน้าจอใหม่ซึ่งน่าจะเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด CB125R (เปิดตัวที่ยุโรป) ยังมีหน้าจอสีแล้ว – ระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล เพื่อให้ทัดเทียมกับคู่แข่ง – เฟรมใหม่ – เครื่องยนต์ใหม่ ที่จะแรง ทนทานและประหยัดขึ้น โดยอาจจะมีระบบใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา เพื่อให้สามารถเทียบเคียงกับคู่แข่งที่มีระบบใหม่ ๆ ได้ – มีรุ่น Hybrid ด้วย ซึ่งโมเดลปัจจุบันก็มีอยู่ ในชื่อ e: HEV หรืออาจจะมีโมเดลไฟฟ้าที่รองรับการสลับแบตเตอรี่มาด้วยก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อมูลต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ยังไม่อาจยืนยันความถูกต้องได้แบบ 100% เป็นเพียงการคาดเดาข้อมูลและวิเคราะห์เปรียบเทียบกับคู่แข่งเท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

16 July 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ducati streetfighter V4 2025 กับ 5 ปัจจัยทำไมต้องซื้อ!

Ducati streetfighter V4 2025 กับ 5 ปัจจัยทำไมต้องซื้อ! พร้อมที่จะพาเหล่าดูคาทิสต้าได้สัมผัสสมรรถนะขีดสุดกับซูเปอร์เน็กเก็ดของทางค่ายอย่าง Ducati Streetfighter V4 2025 ซูเปอร์ไบค์รุ่นเรือธงที่เปิดตัวล่าสุดมาพร้อมกับการปรับปรุงครั้งสำคัญ โดยดึงเทคโนโลยีความแรงมาจากตัวแข่งในการแข่งขัน และนี่คือ 5 ปัจจัยทำไมต้องซื้อเจ้าสตรีทไฟเตอร์รุ่นนี้…เพราะอะไรกัน ?   1.เครื่องยนต์ Desmosedici Stradale V4 ปรับใหม่ ปัจจัยแรกกับสิ่งที่สำคัญที่สุดคงเป็นในเรื่องของเครื่องยนต์ที่ปรับปรุงกลไกครั้งใหม่ ซึ่งหากเทียบกับเจ็นปี 2024 บล็อกใหม่รุ่นนี้มีอัตราส่วนน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนถึง 1 กก. รวมถึงโปรไฟล์แคมชาร์ฟถูกออกแบบใหม่ เพิ่มระยะการลิฟไอดี (+0.75 มม.) และไอเสีย (+0.45 มม.) อีกทั้งยังมีระบบวาล์วแปรผันรองรับสำหรับการเร่งรอบสูงโดยเพิ่มระยะกริปสำหรับการอัดน้ำมันและอากาศยาวขึ้น 25 มม. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในห้องเผาไหม้ ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีแรงม้าเพิ่มขึ้นถึง 6 แรงม้า ภายใต้พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกันกับ Panigale V4 ซูเปอร์ไบค์ที่ร้อนแรงที่สุดกับเครื่องยนต์ Desmosedici Stradale V4 ขนาด 1,103 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว มีอัตราส่วนกำลังอัด 14:1 พ่วงมาพร้อมระบบหัวฉีดไฟฟ้า ระบบเกียร์บ็อกซ์ 6 สปีดแบบเดียวกันกับ Superleggera V4 พร้อม Ducati Quick Shift up/down 2.0 ระบบแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ มาพร้อมกับความจุถังน้ำมันขนาด 16 ลิตรและผ่านมาตรฐาน Euro5+ เป็นที่เรียบร้อย โดยเคลมตัวเลขสเปคแรงม้าสูงสุดแบ่งเป็นเวอร์ชันต่าง ๆ ต่อไปนี้ สเปคยุโรป : กำลัง 214 แรงม้าที่ 13,500 รอบ แรงบิด 127 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบ สเปคอเมริกา : กำลัง 205 แรงม้าที่ 12,650 รอบ แรงบิด 119.7 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบ สเปคตัวแต่ง (ใส่ท่อ Akrapovic) : กำลัง 226 แรงม้าที่ 13,750 รอบ แรงบิด 127 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบ 2.New Design น้ำหนักเบาลง ต่อด้วยการดีไซน์ที่ยังคงออกแบบให้มีความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมเหมือนรุ่นก่อน ๆ แต่จะมีบางชิ้นส่วนสำคัญที่ปรับเปลี่ยนใหม่กับปีกวิงก์เล็ตด้านหน้าแบบคู่รวมเข้ากับชุดแฟริ่งโดยออกแบบสัดส่วนให้สอดรับกับหลักอากาศพลศาสตร์ และยังสามารถสร้างแรงดาวน์ฟอร์จเพื่อการควบคุมที่แม่นยำในขณะใช้ความเร็วสูง และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือการใช้สวิงอาร์มคู่แทนโปรอาร์มรุ่นเดิมซึ่งเทียบกันสวิงอาร์มตัวใหม่มีน้ำหนักเบากว่า 3.27 กก. ประกอบกับเฟรมอลูมิเนียมอัลลอยน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อน 950 กรัม  3.ปรับ Ergonomics ใหม่ นั่งสบาย เร้าใจมากขึ้น นอกจากนี้ในเรื่องของ Ergonomics ยังคงปรับใหม่เช่นเดียวกัน ทั้งกริปเท็กเจอร์บริเวณข้างถังออกแบบรองรับหัวเข่าของผู้ขับขี่ในกรณีที่เกิดการเบรก พักเท้าและแฮนด์เดิ้ลบาร์ปรับจุดเข้าหาผู้ขับขี่ช่วยเพิ่มระยะเทโค้ง อีกทั้งยังนั่งสะดวกสบายด้วยตัวเบาะชิ้นใหม่กว้างและยาวขึ้น ถือเป็นการปรับเปลี่ยนในลักษณะเดียวกันกับเจ้า Panigale V4 2025 มาแล้วนั่นเอง 4.ช่วงล่าง ระดับแข่งขัน สอดรับความร้อนแรงด้วยระบบสัมผัสกับพื้นถนนอย่างช่วงล่างที่มาพร้อมเทคโนโลยีสำหรับรุ่นนี้ ให้ระบบกันสะเทือนที่เป็นโช้คอัพหน้า USD รุ่น Showa BPF ขนาดแกน 43 มม.ปรับแต่งได้เต็มระบบทั้งพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ ส่วนโช้คอัพหลังใช้ของ Sachs ปรับแต่งได้เต็มระบบเช่นกัน (ขณะที่รุ่น V4S ให้โช้ค Ohlins NIX 25/30 S-EC 3.0 ขนาดแกน 43 มม. ปรับแต่งเต็มระบบด้วยระบบ โช้คหลัง Ohlins TTX 36 S-EC 3.0 ปรับได้ระบบไฟฟ้าทั้งหน้า-หลังตามโหมดการขับขี่)  Brembo Hypure เรเดียลเม้าท์ ล้อฟอร์จ 5 ก้าน ในขณะที่ระบบเบรกใช้เป็นจานเบรกเซมิโฟลทติ้งแบบคู่ขนาด 330 มม.ประกบด้วยคาลิเปอร์ Brembo โมโนบล็อกตัวใหม่ล่าสุดในรุ่น Hypure ขนาด 4 ลูกสูบ จานหลังขนาด 245 มม. พ่วงคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ

31 March 2025
Kamax Cub-X เดี๋ยวก่อน..นี่ไม่ใช่ C125

Kamax Cub-X เดี๋ยวก่อน..นี่ไม่ใช่ C125 Kamax Cub-X รถจักรยานยนต์ครอบครัว หนึ่งในโมเดลจากค่าย Kamax แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติจีน โดยการออกแบบดีไซน์ทางค่ายเคลมว่าได้รับแรงบันดาลใจจากเจ้า Honda CT125 แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่ดูแบบผิวเผินคันนี้ยังไงมันก็มีสไตล์ตัวรถคล้ายกับเจ้า Honda C125 แทบจะทุกประการ   เครื่องยนต์ขับขี่ง่าย เกียร์วน 4 สปีด โดยเครื่องยนต์ของเจ้าคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส T150 แบบสูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศขนาดเครื่องยนต์ 147.5 ซีซี พละกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์นี้อยู่ที่ 9 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 10.5 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด ความจุถังน้ำมันขนาด 3.8 ลิตร พร้อมการปล่อยไอเสียที่ผ่านมาตรฐาน Euro5+ โดยทางค่ายเคลมว่าเครื่องยนต์นี้เหมาะกับการลุยทั้งทางวิบาก และการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ช่วงล่าง และระบบเบรก ระบบกันสะเทือนล่างด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก และด้านหลังเป็นโช้คอัพแบบสปริงคู่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มน้ำหนักเบา แต่ถูกออกแบบให้มีความแข็งแรงทนทานมาก เพื่อให้ซับแรงกระแทกได้นุ่มนวลมากยิ่งขึ้น วงล้อของรถคันนี้เป็นล้อแบบซี่ลวดโดยด้านหน้าเป็นล้อขนาด 2.75-17 และด้านหลังขนาด 3.00-17 รัดด้วยยางแบบสองประสงค์ ที่พร้อมให้ผู้ขับขี่วิ่งทั้งทางดำ และทางฝุ่น ซึ่งติดตั้งคู่กับระบบเบรกแบบดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้า และด้านหลัง เสริมความปลอดภัยด้วยระบบ ABS ทั้งด้านหน้า และด้านหลังเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับตัวรถ แม้จะเป็นรถบ้านแต่ก็มีเทคโนโลยีที่ติดมาอยู่บ้าง เริ่มจากระบบเบรกแบบ ABS ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ระบบส่องสว่างที่มาพร้อมไฟแบบ LED รอบคัน เพิ่มความทันสมัย ความปลอดภัย และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยระบบสตาร์ทเทคโนโลยี Smart Keyless Start ที่ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องนำกุญแจมาเสียบบิดอีกต่อไป บริเวณหน้าจอเรือนไมล์แบบ LCD ที่บอกข้อมูลการขับขี่ครบครันไม่ว่าจะเป็นความเร็ว รอบเครื่องยนต์ ตำแหน่งเกียร์ อุณหภูมิ และเวลา ภาพมุมอื่น ๆ ของตัวรถ   โดยการวางขายจะเปิดตัวที่ประเทศมาเลเซีย ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ซึ่งมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 9,000 ริงกิตมาเลเซีย หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 68,900 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หากแฟน ๆ ชาวไทยสนใจก็สามารถเป็นเจ้าของได้โดยการสั่งตรงผ่านทางเว็บไซต์ของ Kamax ได้เลย คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

31 March 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 CFMoto 675SS พลังแรงจากแดนมังกร

2025 CFMoto 675SS พลังแรงจากแดนมังกร 2025 CFMoto 675SS สปอร์ตคลาสกลางจากค่าย CFMoto เปิดตัว และวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วในสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศทางโซนยุโรป มาพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์สามสูบเรียง พร้อมการออกแบบดีไซน์ที่เน้นไปที่ความสปอร์ต เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจในตลอดการเดินทาง จุดเด่นที่น่าสนใจ ไฟหน้าดีไซน์สปอร์ต คาลิเปอร์เบรกจาก J.Juan หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว ไฟท้ายเพิ่มความเป็นสปอร์ต 2025 CFMoto 675SS สเปค และรายละเอียด เครื่องยนต์ เครื่องยนต์สามสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 675 ซีซี แรงม้า (เคลม) 95 แรงม้าที่ 11,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 69.9 นิวตันเมตรที่ 8,250 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 72 มม.x 55.2 มม. อัตราส่วนการอัด N/A ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Slipper Clutch ระบบจุดระเบิด Electronic ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ความจุถังน้ำมัน 15.1 ลิตร ยางหน้า 120/70-R17 ยางหลัง 180/55-R17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบ USD จาก KYB สามารถปรับค่าพรีโหลด, คอมเพลสชัน และรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 130 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว จาก KYB สามารถปรับค่าพรีโหลด และรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 130 มม. ระบบเบรกหน้า ดิกส์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์จาก J.Juan แบบสี่ลูกสูบ พร้อมจานเบรกขนาด 300 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์จาก J.Juan แบบลูกสูบเดี่ยว พร้อมจานเบรกขนาด 240 มม. กว้าง x ยาว x สูง 728 x 2,020 x 1,105 มม. ระยะฐานล้อ 1,399 มม. ระยะห่างจากพื้น 144.78 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 194.5 กิโลกรัม เทคโนโลยี ระบบ ABS แบบ Dual-Channel  ระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน CFMoto RideSync Connectivity Quick Shifter แบบทางเดียว (Upper)   สีสันที่วางจำหน่าย Nebula Black Nebula White   ในส่วนของการวางจำหน่ายในโมเดลนี้จะวางจำหน่ายในประเทศจีน และประเทศทางฝั่งยุโรป ด้วยมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 7,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 276,400 บาท สายสปอร์ตไบค์ไซส์กลางในไทยหากสนใจตัวนี้อาจจะทำได้แค่ดูผ่านมือถือไปก่อน เพราะข่าวคราวเงียบสงัด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW พัฒนาชุดไร้ปีก หวังเพิ่มแอโร่ ช่วยสร้างแรงกด

BMW พัฒนาชุดไร้ปีก หวังเพิ่มแอโร่ ช่วยสร้างแรงกด เรามาถึงในยุคที่ MotoGP กำหนดมาตรฐานความสำเร็จในเรื่องของอากาศพลศาสตร์ ส่วนสำคัญที่เป็นตัวสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ที่พึ่งคว้าแชมป์ WSBK ฤดูกาล 2024 ไปหมาด ๆ อย่าง BMW Motorrad ได้ทำการเผยแนวคิดจดสิทธิบัตรสำหรับชุดอุปกรณ์เสริมแอโรไดนามิกอย่าง ท่อลมระบายอากาศ เทคโนโลยีแบบใหม่ที่เข้ามาเสริมในเรื่องหลักอากาศพลศาสตร์โดยไม่ต้องประกอบชุดแฟริ่งเพิ่ม ซึ่งมีหลักกลไกการทำงานคล้ายคลึงกับ Gurney Flaps ที่ใช้ในรถแข่ง MotoGP หรือแม้กระทั่ง F1 สำหรับใครหลาย ๆ คนที่ติดตามข่าวสารในวงการ 4 ล้อนั้นคงจะทราบดีว่า เจ้าตัว Gurney Flaps หรือแผ่นขอบเล็ก ๆ ที่วางตั้งฉากอยู่ท้ายปีกของรถ จะเป็นตัวทำหน้าที่เพิ่มมุมองศาการไหลผ่านของทิศทางลม และยังช่วยลดแรงต้าน สร้างแรงกดให้กับตัวรถให้นิ่งเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะช่วงเข้าโค้งด้วยความเร็งสูง ไม่ต้องติดแฟริ่งเพิ่ม และเพื่อผลลัพธ์เดียวกัน BMW ได้พัฒนาแนวคิดที่เลียนแบบการทำงานของ Gurney flaps โดยไม่ต้องติดตั้งชิ้นส่วนเพิ่มเติม แต่ใช้การระบายอากาศแรงดันสูงผ่านช่องเล็ก ๆ บนตัวถังที่ตั้งฉากกับพื้นผิวแทน โดยมีช่องรับอากาศแรงดันสูงที่ติดตั้งในท่ออากาศหลักด้านหน้าของตัวรถ (แรมแอร์) แล้วลำเลียงอากาศปล่อยสู่ผ่านช่องเล็ก ๆ บนแผงหน้าทางด้านข้าง ซึ่งระบบการลำเลียงอากาศดังกล่าวอาจดูคล้ายคลึงกับระบบ  Aerodinamica Lamborghini Attiva หรือ ALA ที่ใช้ในรถแลมโบกีนี โดยสามารถเปิด-ปิดใช้งานผ่านระบบไฟฟ้า ผลลัพธ์คือแฟริ่งหน้าที่สามารถแยกการไหลของอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอากาศจะไหลออกจากตัวถังและไหลรอบตัวผู้ขับขี่โดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ตัวถังหรือใช้ Gurney flaps จริง ๆ ที่อาจลดความสวยงามของรถไปได้ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ที่ไม่เพียงเพิ่มสมรรถนะ แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่ล้ำสมัย BMW กำลังก้าวสู่ความเป็นผู้นำในตลาดรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง ความก้าวหน้าด้านนี้อาจนำไปสู่การเปิดตัวรุ่นใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งความเร็ว ความสวยงาม และประสิทธิภาพในอนาคต และเราอาจได้เห็นเทคโนโลยีดังกล่าวอาจถูกนำมาใช้ในการแข่งขันที่เกิดขึ้นในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์โก เบซเซคคี่ เผย รู้สึกโชคดีเมื่อได้เคียงข้างมาร์ติน

มาร์โก เบซเซคคี่ เผย รู้สึกโชคดีเมื่อได้เคียงข้างมาร์ติน มาร์โก เบซเซคคี่ นักบิดจากทีม Aprilia Racing ได้ออกมาเผยว่าตนนั้นพร้อมแล้วที่จะลงแข่งให้กับทีมโรงงานของ Aprilia และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ‘รู้สึกโชคดี’ ที่จะร่วมเป็นทีมเมทกับแชมป์โลกคนล่าสุดอย่างฆอร์เก้ มาร์ติน บัญญาย่าทำได้ดี แต่มาร์ตินคู่ควรกับแชมป์มากกว่า อดีตนักแข่งทีม VR46 รายนี้เตรียมย้ายเข้าไปแข่งทีมโรงงานเป็นครั้งแรกในอาชีพกับ Aprilia โดยเบซเซคคี่จะเข้ามาเป็นทีมเมทร่วมกับ ฆอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งเขาเองชื่นชมทั้ง บัญญาย่า และ มาร์ติน ที่สามารถเค้นฟอร์มเก่ง ขับเคี่ยวแย่งแชมป์ในฤดูกาล 2024 ได้อย่างสูสี แต่ก็ยอมรับว่าทีมเมทคนใหม่ของเจ้าตัวคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์มากกว่า  “มาร์ตินทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว (2024) เขามีความสม่ำเสมอ เร็ว และมีเทคนิคความสามารถในตลอดการแข่งขัน เขาอาจจะไม่ชนะเท่าบัญญาย่า แต่สุดท้ายแล้วมาร์ตินก็สามารถคว้าแชมป์ได้ เพราะการคว้าแชมป์ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วเพียงอย่างเดียว” และยังเผยว่าตนนั้นโชคดีที่ได้เป็นทีมเมทกับฆอร์เก้ มาร์ติน เพราะเจ้าตัวมองว่าการได้ร่วมทีมด้วยกันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ และได้เก็บเกี่ยวข้อมูลที่สำคัญจากนักบิดที่เป็นแชมป์ประจำรายการคนล่าสุด  “การได้ร่วมทีมฆอร์เก้ถือเป็นโชคดีครั้งใหญ่ เพราะเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นนี่จะถือเป็นโอกาสเรียนรู้ และเป็นโอกาสที่จะได้รับข้อมูลสำคัญจากนักบิดที่เก่งที่สุดในโลก” 2024 ฤดูกาลที่ไม่ค่อยน่าจดจำ เบซเซคคี่ในการแข่งขันฤดูกาล 2024 อาจจะดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากเจ้าตัวนั้นเจออุปสรรคต่าง ๆ มาตลอดฤดูกาลกับรถ GP23 โดยความสำเร็จที่ทำได้กับทีม VR46 ในการแข่งขันฤดูกาล 2024 สามารถทำได้หนึ่งโพเดียมด้วยการจบอันดับที่ 3 ในการแข่งขันสนามที่ 4 ของฤดูกาล  อีกทั้งยังจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 12 สะสมได้ 153 คะแนน ตามหลังเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟาบิโอ ดิ จานนานโตนิโอ อยู่ที่ 12 คะแนน  “มันเป็นฤดูกาลที่ยากมาก ผมไม่คิดว่าผมจะต้องเจอความยากลำบากขนาดนี้ ตั้งแต่การทดสอบตัวรถครั้งแรก ผมก็รู้สึกไม่ค่อยดีกับตัวรถแล้ว” “ผมมั่นใจว่าผมเติบโตขึ้นมากในปีนี้ ทั้งชีวิตส่วนตัว และชีวิตนักแข่ง เพราะตลอดฤดูกาลที่ผ่านผมไม่เคยรู้สึกดีบนตัวรถเลย ต้องปรับตัวอยู่ตลอด และแน่นอนว่าผมคาดหวังเรื่องผลงานมากกว่านี้ และผมก็อยากทำให้ได้ดีมากกว่านี้” การลงทดสอบตัวแข่งในสนามถัดไปจะลงทดสอบกันที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดยจะแบ่งเป็นรอบ Shakedown Test ที่ให้เฉพาะนักแข่งที่เข้ามาแข่งขันในฤดูกาล 2025 ครั้งแรกลงทดสอบ และTest Riders ของทีม โดยจะทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 และการทดสอบ Sepang Test จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2025 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
CB750 Hornet สเปค เน็กเก็ดไบค์พันธุ์ใหม่จากค่ายปีกนก

CB750 Hornet สเปค เน็กเก็ดไบค์รุ่นใหม่ จากค่ายปีกนก มาพร้อมดีไซน์เท่ เร้าใจ ขับขี่สนุกคล่องตัว ด้วยเครื่องยนต์ 755 ซีซี แรงเต็มอารมณ์สปอร์ต

31 March 2023
Kawasaki Eliminator สเปค ราคาและข้อมูล

Kawasaki Eliminator สเปค ราคาและข้อมูล      Kawasaki Eliminator รถครูเซอร์รุ่นใหม่ขนาด 400 ซีซี ขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันกับ Ninja 400 และเฟรมโครงตาข่ายที่มีน้ำหนักเบา พร้อมกับการออกแบบให้ความโมเดิร์นและคอมแพค ดูดีอย่างลงตัว ราคาแนะนำ 224,900 บาท  สเปค, สเป็ก ​ หน้าจอดิจิทัล LCD เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกับ Ninja 400   เบาะ 2 ชิ้น ระบบไฟ LED      สเปค Kawasaki Eliminator ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 399 ซีซี แรงม้า (เคลม) 48 แรงม้าที่ 10,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 37 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 70.0 x 51.8 มม. อัตราส่วนการอัด 11.6 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Digital ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Fuel injection ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 130/70-18M/C 63H ยางหลัง 150/80-16M/C 71H ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 310 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม. กว้าง X ยาว X สูง 785 x 2,250 x 1,100 มม. ระยะฐานล้อ 1,520 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 150 มม. ความสูงเบาะ 735 มม. น้ำหนักรถ 176 กก. ความจุถังน้ำมัน 13 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ E10, E20 เทคโนโลยี หน้าจอดิจิทัล LCD ระบบไฟ LED รอบคัน   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Kawasaki Eliminator   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

30 March 2023
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Yamaha Tenere 700 Rally Edition แต่งโชว์ในงาน Eicma 2019

มาถึงรถที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับขาลุยประเทศไทย สำหรับเจ้า Yamaha Tenere 700 ที่มีเสียงเรียกหาอย่างมากมาย อีกไม่กี่วันนี้ได้มีข่าวดี เห็นตัวเป็นๆอย่างแน่นอน ในงานใหญ่ปลายเดือนนี้ สำหรับคันนี้จอดโชว์ใน บูทยามาฮ่า ในงาน Eicma 2019 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สีแดง-ขาว ที่ดูจะโดดเด่นเกินคันอื่นๆ (แล้วแต่คนชอบนะครับ) ที่มีสีดำและสีน้ำเงิน จอดอยู่ข้างๆ คันนี้มาพร้อมกับชุดแต่ง มาดูกันที่ด้านหน้าที่ถูกแต่งเสริมเติมหล่อด้วยไฟส่องนำทาง แบบ Fog lamp 1 คู่ถูกติดตั้งอยู่ทางด้านล่างของโคมไฟด้านหน้า ส่องสว่างเห็นทางได้กว้างและไกลขึ้น มาต่อกันที่ท่อไอเสียที่เป็นของแต่งตรงรุ่นจากโรงงาน แบรนด์ Akrapovic for Tenere 700 ที่ออกแบบและพัฒนามาคู่บุญกับโมเดลนี้เลย สำหรับผมแล้วถือว่าลงตัวดูมากๆเลยละครับ รู้สึกได้ถึงฟิว dakar rally โช้คหลังถูกปรับเปลี่ยนจากเดิมเป็น Ohlins Subtank ที่มีรีโมทแยกออกจากตัวโช้คสามารถปรับค่า ความหนืดได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับสายลุย เวลาที่ต้องใช้ไม่จพเป็นต้องใช้เครื่องมือ เพียงแค่ใช้มือปรับง่ายๆ เท่านั้น ก้านเบรคและก้านคลัทซ์ ถูกเปลี่ยนเป็น gilles tooling มีขนาดที่สั้นลงกว่าเดิม สามารถปรับระยะก้านได้ นั้นหมายความว่าดีขึ้น เมือถึงเวลาที่กำเข้าไป เราจะใช้เพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น ยังเหลือนิ้วอีก 2 นิ้ว ที่ยึดแฮนด์ไว้กันหงายหรือหลุดออกจากแฮนด์ สำหรับ สเปค Yamaha Tenere 700 (Eu spec) เครื่องยนต์ 4 จังหวะ Crossplane (CP2) 2 สูบ 689 ซีซี DOCH เกียร์ 6 สปีด โช้คหน้าแบบ Up-side down โช้คหลังเดี่ยวแบบ คอล์ยสปริง (ในรูปคือของแต่ง Ohlins) เบรคหน้าจานดิสคู่ ขนาด 282 มิลลิเมตร เบรคหลังดิส ขนาด 245 มิลลิเมตร ยางหน้า 90/90 ขอบ 21 ยางหลัง 150/70 ขอบ 18 น้ำหนัก 204 กิโลกรัม บััจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 16 ลิตร ** โช้ค Ohlins,ท่อ Akraprovic, ไฟหน้าแบบ fog lamp และก้านเบรค,มือคลัทช์ Gilles tooling เป็นของแต่งเพิ่มเติม แต่งมาให้เป็นแนวทางสำหรับสาย Rally ส่วนราคาที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยยังไม่มีการเปิดเผยอย่างแน่ชัดอาจจะเป็นเพียงการเทียบเรทเงินยูโร ที่เป็นราคาขายทางฝั่งยุโรบ ณ ตอนนี้ เปิดราคาอยู่ 9,799 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยแบบไม่รวมภาษี จะอยู่ที่ 334,000 บาท อดใจอีกนิด เดียวคนไทยมีเซอร์ไพส์อย่างแน่นอน ขวัญใจสายลุย!! อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

Yamaha MT-10 SP SuperNaked ถอดสเปค R1M มาใส่แน่นทุกจุด

สำหรับคันนี้ Yamaha MT-10 SP ที่จอดโชว์อยู่ในงาน Eicma 2019 ถือว่าเป็น SuperNaked อีก 1 คันที่ได้รับความสนใจไม่ใช่น้อย เพราะว่ามีของแต่งสเปค R1M ทั้งโช้ค และท่อ ที่ถูกแต่งเสริม เติมหล่อ มาจากโรงงานเต็มๆ คันนี้เป็นสี Icon Performance ที่ตัวถังน้ำมันเป็นสีอลูมิเนียม ขัดเงาตัดกับสีน้ำเงิน มาพร้อมกับล้อ 5 ก้านสีน้ำเงิน และโช้คหน้าสีทอง Ohlins ที่จะมีทองตัดทำให้ดู สปอร์ต มายิ่งขึ้น การออกแบบเป็นโทนเดียวกับ Yamaha R1M มาพร้อมกับหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มีชิวขนาดเล็กติดมาดูดุลงตัว ในส่วนของเรือนไมล์ เป็นแบบ TFT มีความคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน ฟังก์ชั่น และลูกเล่นสวยงาม ชุดแฮนด์บาร์ถูกเสริมหล่อด้วยชุดปะกับของ Yamaha R1M พร้อมกับมือเบรค และมือคลัทช์ที่เปลี่ยนจากเดิมเป็นของ Lightech มาดูที่เครื่องยนต์ 4 สูบ Crossplane ขนาดความจุ 998 ซีซี ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางยามาฮ่า ให้กำลังแรงม้าที่ 158 แรงม้าที่ 11,500 รอบ/นาที แรงบิดอยู่ที่ 111 นิวตันเมตร ที่ 9,000 รอบ/นาที มาพร้อมกับเกียร์ 6 สปีด สามารถใส่เกียร์ได้เลย ไม่ต้องกำคลัทช์เพราะมี Quick shifter ช่วงล่างเอาของ Yamaha R1M มาใส่เลยก็ว่าได้ สำหรับโช้คหน้าไฟฟ้า Ohlins แบบ up-side down เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 43 มิลลิเมตร และโช้คหลังกึ่งไฟฟ้า Ohlins แบบ Subtank ที่ยึดอยู่ระหว่างเฟรมกับสวิงอาร์มแบบอลูมิเมียน น้ำหนักเบา ระบบเบรคหน้าแบบดับเบิ้ลดิส floating ขนาด 320 มิลลิเมตร พร้อมกับคาลิปเปอร์เบรคแบบเรเดี้ยนเมาส์ 4 พอร์ท ขนาดของวงล้อแม็กหน้า 17 นิ้ว ที่ให้มากับยางสปอร์ตขนาด 120/70 ZR เบรคหลังเป็นแบบดิสเบรคขนาด 220 มิลลิเมตรจับด้วยคาลิปเปอร์ 1 พอร์ทของ Nissin ขนาดของวงล้อแม็กด้านหลังมีขนาด 17 นิ้ว ให้ยางสปอร์ตติดมาขนาด 190/55 ZR เสริมหล่อด้วยท่อ Akrapovic ที่เลเซอร์ MT-10 มาให้ด้วยเลยจากโรงงาน สำหรับ Yamaha MT-10 SP คันนี้บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 17 ลิตร มีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 212 กิโลกรัม ต้องบอกว่าคันนี้คือ SuperNaked อีก 1 คันที่น่าสนใจเลยละครับ ทั้งหล่อ แรง ราศีจับแน่นอนถ้าได้มาครอบครอง สำหรับคันนี้ถูกเสนอค่าตัวที่ประเทศอิตาลีเป็นเงิน ยูโร ที่ 16,499 ยูโร ถ้าคิดเป็นเงินแล้วจะอยู่ที่ 5 แสน (ไม่รวมภาษี) ถือว่าเป็นราคาที่สามารถจับต้องได้เลยละครับ สำหรับรถ SuperNaked สเปคเทพแบบนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้   

Yamaha Aerox 4 สเปคจิ๋วแต่แจ๋ว..มาไทยมีร้อง!!

อ่านไม่ผิด นี้คือ Yamaha Aerox 4 มินิสกู๊ตเตอร์จากยามาฮ่า คันนี้ถูกจอดโชว์ที่งาน Eicma 2019 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ที่ได้รับความสนใจไม่น้อย ไม่แพ้รถบิ๊กไม่แพ้บิ๊กสกู๊ตเตอร์เลยทีเดียว สำหรับคันจิ๋วนี้ เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 50 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 3 วาล์ว แคมเดี่ยว ให้กำลังเครื่องยนต์ที่ 4.9 แรงม้าที่ 7,250 รอบ/นาที และให้แรงบิดที่ 3.3 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที เครื่องยนต์ตัวนี้ผ่านมาตรฐาน Euro 4 และขับเคลื่อนด้วยสายพาน ระบบช่วงล่างแบบเทเลสโคปิด (ตะเกียบคู่) และด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวคอล์ยสปริง ระบบเบรคแบบดิสเบรค หน้า-หลัง ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางจานดิสที่ 190 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์เบรค JOG แบบ 1 พอร์ททั้งหน้าและหลัง มั่นใจได้ ยางหน้าที่ให้ขนาด 120/70-13 ยางหลัง 130/60-13 เป็นยางแบบ Tubless ที่มีขนาดเหมาะสมกับตัวล้อแม็กลาย 5 ก้าน พอดิบพอดี สมส่วนทั้งคัน พร้อมกับถังน้ำมันขนาด 6 ลิตร น้ำหนักรวมทั้งหมด 97 กิโลกรัม ตัวเรือนไมล์แบบกลมดูทันสมัย มาพร้อมกับปั๊มมือเบรคซ้าย-ขวา ทำให้รู้สึกว่าชุดแฮนด์ด้านบนมีความสมดุลองค์ประกอบเต็มไม่แพ้บิ๊กสกู๊ตเตอร์เลยละครับ ไฟท้ายดีไซน์ได้สวยงามมีความคล้ายคลึงกับ ไฟท้าย Tmax Iron max ที่มีรูปร่างคล้ายกับเพชรเจียรไน แบบ 8 เหลี่ยม ดุเป็นเอกลักษณ์ในรุ่น Yamaha Aerox 4 สำหรับเบาะคนซ้อนที่ออกแบบให้ดูสปอร์ต แบบ 2 ชิ้นแบ่งคนขับกับคนซ้อน ทำให้ดูเพียวบางร่างเล็กกันเข้าไปอีก สำหรับใครที่สนใจ และรอเข้าไทย ขออนุญาตตอบว่า โมเดลนี้ไม่สามารถเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยได้ เพราะด้วยองค์ประกอบทางด้านเครื่องยนต์ ที่ไม่สามารถจดทะเบียน จึงส่งผลให้ไม่สามารถจำหน่ายได้ในประเทศไทย สำหรับผมแล้วขอให้การดีไซน์และออฟชั่นโมเดลตัวนี้มาอยู่ใน Aerox 155 บ้านเราก็ดีใจสุดๆแล้วละครับ ส่วนราคาคันนี้ที่ขายยุโรปอยู่ 2,990 ยูโร หรือเป็นราคาเงินบาทประมาณ 98,000 บาท และมีจำหน่าย 2 สี Mattle Grey และ Yamaha Blue   อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้  

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
Honda GOLDWING DCT

Honda GOLDWING DCT (2020) สเปกและราคา   Honda GOLDWING DCT แกรนด์ทัวริ่งรุ่นใหญ่สุดของค่ายปีกนกที่มาพร้อมระบบเนวิเกชั่น เวอร์ชั่นล่าสุดและระบบเกียร์อัจฉริยะ DCT ราคา 1,340,000       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ 6 สูบแนวนอน 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1833 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 73.0 X 73.0มม. อัตราส่วนการอัด 10.5:1 ระบบเกียร์ 7 สปีด พร้อมระบบ DCT และวอล์กกิ้งโหมด F/R ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 130/70R-18 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 200/55R-16 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า ดับเบิ้ลวิชโบนกับโช้คเดี่ยว Showa ขนาด 45 มม. ระยะยุบ 110 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โปรลิงก์และโช้คเดี่ยว Showa ระยะยุบ 104 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบคลื่น ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin 6 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 316 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin 3 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS ยาว X กว้าง X สูง 2,575 X 905 X 1,430 มม. ระยะฐานล้อ 1,695 มม. ความสูงเบาะ 745 มม. น้ำหนักรถ 384 กก. ความจุถังน้ำมัน 21.1 ลิตร   อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

21 May 2020
Honda CRF1100L AFRICA TWIN ADVENTURE SPORTS

Honda CRF1100L AFRICA TWIN ADVENTURE SPORTS (DCT) (2020) สเปกและราคา   เหนือสุดทุกเส้นทางกับ Honda CRF1100L AFRICA TWIN Adventure Sports ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงใหม่ ขนาด 1100 ซีซี ราคา 699,000 บาท       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1084 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ แบบ SOHC ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 92.0 X 81.4 มม. อัตราส่วนการอัด 10.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ DCT ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 90/90-21M/C 54H แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 150/70R18M/C 70H แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Showa ขนาด 45 มม.ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 230 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มและโช้คเดี่ยว Showa ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 220 มม. เบรคหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบคลื่น ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรก 4 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS เบรคหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 256 มม. พร้อมระบบเบรก ABS และปิดเฉพาะล้อหลังได้ ยาว X กว้าง X สูง 2,310X 960 X 1,520 มม. ระยะฐานล้อ 1,560 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 248 กก. ความจุถังน้ำมัน 24.8 ลิตร   อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

21 May 2020
Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT)

Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT) (2020) สเปกและราคา Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT) (2020) ที่สุดแห่งความภูมิใจครั้งใหม่กับ Honda CRF1100L AFRICA TWIN ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงใหม่ ขนาด 1100 ซีซี ราคา 559,000       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิค เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1084 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ แบบ SOHC ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 92.0 X 81.4 มม. อัตราส่วนการอัด 10.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 90/90-21M/C 54H ยางหลัง 150/70R18M/C 70H ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Showa ขนาด 45 มม.ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 230 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มและโช้คเดี่ยว Showa ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 220 มม. เบรคหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบคลื่น ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรก 4 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS เบรคหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 256 มม. พร้อมระบบเบรก ABS และปิดเฉพาะล้อหลังได้ ยาว X กว้าง X สูง 2,310X 960 X 1,355 มม. ระยะฐานล้อ 1,560 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 226 กก. ความจุถังน้ำมัน 18.8 ลิตร   สีอื่นๆ ที่ให้เลือก อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

21 May 2020