SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
Max Verstappen เลิกแข่ง F1

เจาะลึกบทสัมภาษณ์ Max Verstappen ถึงแนวโน้มการรีไทร์จาก F1 ชี้ปัญหากฎปี 2026 ทำลายความสนุกในการขับขี่ พร้อมวิเคราะห์ความผูกพันกับ Red Bull ที่รั้งเขาไว้

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
Ai Ogura พร้อมเผชิญ ความท้าทายครั้งใหม่ ใน ArgentinaGP 2025

Ai Ogura พร้อมเผชิญ ความท้าทายครั้งใหม่ ใน ArgentinaGP 2025 หลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยการจบอันดับที่ 5 ของการแข่งขัน ThaiGP ในสนามแรก เป็นแค่รองหัวแถวอย่างสองพี่น้องมาร์เกซ เปกโก้ บัญญาญ่า และฟรานโก้ มอร์บิเดลลี เท่านั้น สำหรับว่าที่รุกกี้ออฟเดอะเยียร์จากแดนปลาดิบอย่างไอ โอกุระ ได้ออกมาเผยว่า Ai Ogura พร้อมเผชิญ สำหรับสนามแข่งขันใน Argentine Grand Prix ที่ประเทศอาเจนติน่านั้น เป็นสนามที่ตน ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แต่ก็อยากลองพิสูจน์ฝีมือและมั่นใจว่าจะสามารถทำอันดับได้ดีในสุดสัปดาห์นี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่น่าจับตามอง หลังคว้าแชมป์โลก Moto2 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมกับการเดบิวต์ในรายการระดับใหญ่ให้กับทีมอิสระอย่าง TrackHouse Racing ภายใต้ตัวแข่งจากค่ายสามตาอิตาลี Aprilia RS-GP โดย ไอ โอกุระ สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในการแข่งขันโมโตจีพีสนามแรก ที่จ.บุรีรัมย์ ด้วยการจบอันดับ 4 รอบสปรินเรซ และอันดับที่ 5 ในรอบแข่งขัน ซึ่งสามารถนำ 1 อันดับจากทีมโรงงานร่วมค่ายอย่าง มาร์โก เบซเซคกี ไปได้ในสนามแรก @trackhousemotogp Feels like déjá vu… Ai, you’re a wizard 🪄 #ThaiGP #AO79 ♬ original sound – Trackhouse MotoGP สำหรับในสนามแห่งนี้ก็ถือว่าค่อนข้างกดดันสำหรับเจ้าตัว หลังทำผลงานดีสุดในหมู่ตัวแข่งสามตา (ไม่นับมาร์ติน มาร์ตินเจ็บอยู่) ซึ่ง โอกุระนั้นเคยคว้าโพเดี้ยมในสนามนี้มาแล้วสำหรับรุ่น Moto2 เมื่อฤดูกาล 2022 ที่ผ่านมา แล้วก็เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เจ้าตัวสามารถทำได้ บวกกับไม่มีรอบซ้อมก่อนแข่งขันเหมือนที่สนามบุรีรัมย์ (Winter Test) อาจทำให้ทำงานลำบากมากยิ่งขึ้น “ผมแฮปปี้กับผลงานที่ไทยนะแต่สำหรับสนาม Termas de Rio Hondo แห่งนี้ นี่ไม่ใช่สนามที่ผมชอบมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามในฐานรุกกี้ผมพร้อมเผชิญทุกอย่าง” “เราจะดูผลงานการซ้อมครั้งนี้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ดี เป้าหมายของผมก็คงเหมือนเดิมคือทำให้ดีที่สุดในทุกครั้งที่ลงสนาม” โดยการแข่งขัน Argentina Grand Prix จะกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งสามารถติดตามชมกันได้ แต่ก็อาจจะดึกไปหน่อยสำหรับบ้านเรา (แข่งตี 1) เอาหล่ะ..ใครใจสู้ก็ได้ดูแน่นอน แต่แอดคงนอนแน่ ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

14 March 2025
Jorge Martin ผ่าตัดผ่านฉลุย รอกำหนดคืนสนาม

Jorge Martin ผ่าตัดผ่านฉลุย รอกำหนดคืนสนาม Jorge Martin เจ้าของแชมป์โลกสมัยล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาเผยถึงการรักษาอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวว่าการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี หลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุถึงสองครั้งในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน  อย่างที่ทราบกันดีว่า ‘มาร์ติเนเตอร์’ เกิดอุบัติเหตุใหญ่ในการซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในช่วงรอบการซ้อมเซปัง เทสต์ ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับเจ้าตัวในครั้งนั้นได้แก่ กระดูกเรเดียสบริเวณข้อมือซ้ายไปยังศอกแตกหลายจุด และกระดูกส้นเท้าแตกข้างเดียวกัน ทำให้เขาพลาดการซ้อมทั้งที่เซปัง และบุรีรัมย์ เทสต์ จนกระทั่งใกล้เปิดฉากการแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล 2025 นักบิดเจ้าของหมายเลข 89 รายนี้ก็ประสบอุบัติเหตุอีกครั้งในระหว่างการฝึกซ้อมที่ประเทศสเปนส่งผลให้กระดูกเท้าซ้ายหัก และกระดูกมือซ้ายหักสามตำแหน่ง ซึ่งการรักษาก็เป็นไปได้ด้วยดี และตอนนี้เขาก็อยู่ระหว่างพักฟื้นตัว โดยในงานเปิดตัวโมเดลใหม่จากค่าย Aprilia อย่าง Aprilia Tuono 457 ที่ Milan Motoplex Centre ซึ่งนอกจากจะมาพบปะแฟน ๆ และแจกลายเซ็นต์แล้วนั้น เจ้าตัวยังออกมาเผยว่าอดใจไม่ไหวแล้ว ที่จะได้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง  “ตอนนี้อยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว ผมขอบคุณสำหรับทุก ๆ กำลังใจ ผมรอไม่ไหวแล้วที่จะได้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง” “ผมกำลังทำงานอย่างหนัก มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ผมพยายามจะกลับมาให้เร็วที่สุด เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าผมจะกลับมาเมื่อไหร่ แต่ผมจะพยายามให้เร็วที่สุด ผมหวังว่าจะได้เจอทุกคนเร็ว ๆ นี้” โดยกำหนดการกลับมาแข่งขันในฐานะของนักแข่งทีมโรงงาน Aprilia จะยังไม่มีกำหนดออกมา ซึ่งการแข่งขันสนามที่สองของฤดูกาล Termas de Río Hondo ประเทศอาร์เจนตินาในช่วงวันที่ 14-16 มีนาคมนี้มาร์ตินจะคงพลาดการแข่งขันเป็นที่แน่นอนแล้ว ในส่วนของสนามที่ 3 ของฤดูกาลนั้นก็ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามว่าเจ้าตัวจะพร้อมแล้วหรือไม่ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

10 March 2025
  • All Posts
  • MOTOGP
ก้อง สมเกียรติ ลุยโมโตทู เลอ มองส์ 2024 ยกระดับรถแข่ง เพิ่มความมั่นใจ

ก้อง สมเกียรติ ลุยโมโตทู เลอ มองส์ 2024 ยกระดับรถแข่ง เพิ่มความมั่นใจ  ด้าน ก๊องส์ ธัชกร ลุยล่าแต้ม โมโตทรี ก้อง สมเกียรติ ลุยโมโตทู เลอ มองส์ 2024 ในศึก โมโตจีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 5 ในสุดสัปดาห์นี้ ที่ฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นสนามที่นักบิดไทยอย่าง สมเกียรติ จันทรา สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอ รวมถึงเคยคว้าโพเดียมในคลาส โมโตทู มาครองได้ในปี 2022 โดยนักบิดขวัญใจชาวไทยเจ้าของหมายเลข 35 กล่าวว่า “ผมตั้งตารอคอยการแข่งขันที่ เลอ มองส์ ในสุดสัปดาห์นี้ หลังจากที่เรามีผลการทดสอบที่ดีใน เฆเรซ มีทิศทางบวกเกี่ยวกับรถแข่ง เราทำงานกันอย่างหนักในการปรับปรุงประสิทธิภาพ รวมถึงใส่ใจฟีลลิ่งของผมว่ารู้สึกอย่างไรกับการพัฒนานี้ ผมหวังว่ามันจะได้ผลลัพธ์ที่ดีและผมตั้งเป้าหมายที่จะทำให้ทุกคนที่สนับสนุนมีความสุข” สมเกียรติ ทิ้งท้าย ขณะที่ “ก๊องส์” ธัชกร นักบิดดาวรุ่งชาวไทยเจ้าของหมายเลข 5 ในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ กล่าวว่า “ตอนนี้ผมมีฟีลลิ่งที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องกับรถแข่ง หลังผ่านสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมใน เฆเรซ เราขยับเข้าหานักบิดในกลุ่มกลางได้มากขึ้น ซึ่งเรามีการทดสอบหลังจากนั้น 1 วัน และตอนนี้ก็ตั้งตารอที่จะได้ลงสนามอีกครั้งที่ เลอ มองส์ หวังว่าจะสามารถลดช่องว่างจากนักบิดคนอื่นเข้าไปได้อีก เพื่อลุ้นแต้มแรกใน โมโตทรี ผมจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถครับ” ทั้งนี้ ศึก เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์ จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคมนี้ ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ตในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคมนี้ และดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคมนี้ เริ่มต้นในรุ่น โมโตทรี 16.00 น. ต่อด้วย โมโตทู 17.15 น. และปิดท้ายด้วย โมโตจีพี 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง PPTVHD36 และ True Vision SPOTV แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม :www.facebook.com/HondaRacingTeamTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 ปรับอะไรบ้าง ไปดู

เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 ปรับอะไรบ้าง ไปดู แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตหลาย ๆ คนน่าจะได้รับรู้ข่าวสารเรื่องการปรับเปลี่ยนกติกาทางเทคนิคเกี่ยวกับรถแข่งในรายการ MotoGP กันไปแล้ว มาวันนี้เราจะไป เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 กันครับว่ามีอะไรบ้าง – เครื่องยนต์ในคลาส MotoGP จะถูกลดขนาดความจุลงเหลือเพียง 850 ซีซี โดยขนาดกระบอกสูบจะลดจาก 81 ม.ม.เหลือเพียง 75 ม.ม. โดยจะต้องเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบและ 4 จังหวะเช่นเดิม – ค่ายผู้ผลิตที่ลงแข่งในปี 2026 จะเริ่มต้นฤดูกาล 2027 ในแรงค์ B ซึ่งแรงค์ดังกล่าวจะมีการปรับเปลี่ยนอีกในช่วงกลางฤดูกาล 2027 โดยอิงจากผลงานในช่วงแรกของฤดูกาล 2027 เพียงอย่างเดียว ผลงานก่อนหน้านี้ไม่นับ และแรงค์ปกติจะกลับมาใช้อีกครั้งหลังจากจบฤดูกาล 2027 ส่วนค่ายรถใดที่ไม่ได้ทำการแข่งขันในปี 2026 แต่เริ่มแข่งในปี 2027 จะนับเป็นแรงค์ D และจะมีการปรับเปลี่ยนแรงค์อีกครั้งแบบเดียวกันนี้ – จำนวนเครื่องยนต์สำหรับนักแข่งที่เซ็นสัญญายาวจะถูกลดเหลือเพียง 6 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาลในกรณีที่การแข่งมีทั้งหมด 20 สนาม และเป็น 7 เครื่องในกรณีมีการแข่งทั้งหมด 21 – 22 สนาม – ค่ายรถที่อยู่ในแรงค์ D จะมีสิทธิ์พิเศษ ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องยนต์ได้มากขึ้น 2 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาล ต่อนักแข่ง 1 คน – ทุกทีมจะสามารถเข้าถึงข้อมูล GPS ของนักแข่งทุกคนได้เมื่อจบเซสชันแต่ละเซสชัน – ในพิกัด MotoGP จะถูกปรับลดเรื่องจำนวนอัตราทดเกียร์ได้ไม่เกิน 16 ชุดจากเดิม 24 ชุด (อัตราทดเกียร์ทั้งหมด 6 เกียร์ ใช้ชุดเฟืองเกียร์ทั้งหมด 6 ชุด ดังนั้นจะต้องเลือกใช้ชุดอัตราทดเกียร์อย่างชาญฉลาดและให้เกิดประโยชน์มากที่สุดกับทุก ๆ สนาม เพราะถูกจำกัดจำนวน) บวกกับเฟืองเพลาขับได้อีก 4 ชุดต่อ 1 ฤดูกาล – น้ำหนักรถขั้นต่ำจากเดิมจะต้องไม่เบาไปกว่า 157 กิโลกรัมจะกลายเป็น ไม่เบาไปกว่า 153 กิโลกรัมแทน – ไม่อนุญาตเรื่องอุปกรณ์ปรับความสูงของตัวรถอีกต่อไป (Ride Height Device) รวมถึงอุปกรณ์ช่วยออกตัวที่จะทำงานตอนเริ่มการแข่งขันด้วย (Holeshot Device) – มีการลดความจุของถังน้ำมันลงเหลือ 20 ลิตรสำหรับการแข่งขันปกติ และเติมน้ำมันได้แค่ 11 ลิตรสำหรับการแข่งสปรินต์เรซ   – จำกัดเรื่องความกว้างของแฟริ่งแอโรด้านหน้าหรือวิงเล็ตด้านหน้าเหลือ 550 ม.ม.จากเดิม 600 ม.ม. หรือแคบลง 5 ซม.นั่นเอง จำกัดเรื่องความสูงของด้านท้ายรถเหลือ 1,150 ม.ม.จากเดิม 1,250 ม.ม.หรือท้ายรถเตี้ยลง 10 ซม. จำกัดเรื่องส่วนที่ยื่นออกไปด้านหน้าสุด (จมูกแฟริ่งหน้า) ให้สั้นลง 50 ม.ม. นอกจากนี้ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับแอโรไดนามิกส์ที่อยู่ด้านหลังนักแข่ง หรือวิงก์เล็ตที่ด้านท้าย จะต้องยื่นขอรับรองว่าเป็นชิ้นส่วนนึงของแอโรบอดี้ก่อน และจะอนุญาตให้มีการอัปเดตได้เพียงแค่ 1 ครั้งต่อฤดูกาลเท่านั้น – น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้จะต้องเป็นน้ำมันที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล หรือก็คือต้องใช้น้ำมันแบบยั่งยืนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขุดเจาะแล้วมากลั่นแบบที่เราใช้กันปกติในทุกวันนี้นั้นเอง อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิว หรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ โดยผู้สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องชี้แจงรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับ TWG1 ที่เป็นผู้รับผิดชอบและชี้แจงกับตัวแทนของทาง Dorna และทีมงานที่เกี่ยวข้องด้วย ก็เรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ จุด โดยเฉพาะเรื่องของตัวรถ ซึ่งทางดอร์น่าเองระบุว่าเพื่อความปลอดภัย ความสนุกสนาน ความตื่นเต้นเร้าใจจากการที่การแข่งขันจะแซงกันได้ง่ายขึ้น สูสีกันมากขึ้น ใกล้เคียงกับรถทั่วไปมากขึ้น และนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับเปลี่ยนแปลงวงการเลยทีเดียว ซึ่งอนาคตก็อาจจะส่งผลต่อรถบ้าน ๆ หรือรถโปรดักชันด้วยอย่างแน่นอนทีเดียวครับ ซึ่งก็คงอีกหลายปีทีเดียว หรืออนาคตอาจจะเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าแทนไปเลยก็ได้ ถ้าเทคโนโลยีแบตเตอรี่มันพัฒนาได้เร็วจนสามารถทำระยะทางได้ไกล ชาร์จได้เร็ว โดยที่แบตเตอรี่ไม่ได้มีขนาดใหญ่จนเกินไป จุดนั้นโลกก็จะเปลี่ยนอีกแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ คว้า Top 10 โมโตทู สนาม 4 เฆเรซ

ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครการ “Race to the dream” คว้าท็อปเท็นในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2024 สนาม 4 รายการ สแปนิช กรังด์ปรีซ์ เก็บเพิ่ม 6 แต้มจากเรซสุดหินที่ เซอร์กิโต เด เฆเรซ ประเทศสเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะนักบิดรุ่นน้องชาวไทยอย่าง “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ปรับตัวยอดเยี่ยมบิดคว้าอันดับ 24 ในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ นักบิดไทยเจ้าของรถแข่งหมายเลข 35 เริ่มจากกริดที่ 12 และออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 10 อย่างรวดเร็ว ทว่าจากความผิดพลาดเล็กน้อยในรอบแรก ทำให้ร่วงลงไปถึงอันดับ 18 แต่บิดสู้ไล่ทำอันดับคว้าท็อปเท็นได้สำเร็จ ด้วยเวลา 35 นาที 56.009 วินาที เก็บ 6 แต้มจากเรซสุดหิน รั้งอันดับ 14 บนตารางแชมเปี้ยนชิพหลังผ่าน 4 สนามแรก ด้าน “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี นักบิดดาวรุ่งชาวไทยเจ้าของหมายเลข 5 จาก ฮอนด้า ทีม เอเชีย เดินหน้าปรับตัวกับการแข่งขันใน โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ได้อย่างต่อเนื่อง บิดคว้าอันดับ 24 ด้วยเวลา 34 นาที 16.570 วินาที ทั้งนี้ สองนักบิดไทยอย่าง ก้อง สมเกียรติ และ “ก๊องส์-ธัชกร” มีคิวดวลความเร็วในศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ สนามต่อไป ระหว่างวันที่ 10-12 พฤษภาคมนี้ ที่ เลอมองส์ เซอร์กิต ประเทศฝรั่งเศส ในรายการ เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์ แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม :www.facebook.com/HondaRacingTeamTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Alex Marquez รับตั๋ววิ่ง Long Lap สนามหน้า

Alex Marquez รับตั๋ววิ่ง Long Lap สนามหน้า Alex Marquez น่าจะเหมือนกับเจอฝันร้ายในการแข่งขันสนามที่ 16 รายการ 2024 MotoGP ที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเมื่อนักแข่งจากทีม Gresini Racing พลาดท่าปะทะกับโจอัน เมียร์ จากทีม Honda HRC ในโค้งที่ 12 ซึ่งทำให้ทั้งคู่ต้องออกจากการแข่งขันในสนามนี้ ในการให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขัน อเล็กซ์ มาร์เกซได้ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองว่า : “ผมทำผิดพลาดที่โค้ง 11 ซึ่งทำให้ผมออกนอกไลน์เล็กน้อย ในขณะที่พยายามกลับสู่ตำแหน่ง (ช่วงโค้งที่ 12) ผมได้ปะทะกับโจอัน เมียร์ ซึ่งทำให้ผมล้มลง และทำให้รถของผมติดไปที่ท้ายรถของเขา จนทำให้เขาไม่สามารถทำการแข่งขันต่อไปได้ ผมต้องขอโทษเขาที่ทำให้เขาออกจากการแข่งขัน” หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทางคณะกรรมการได้ทำการทบทวนเหตุการณ์ พร้อมระบุว่า อเล็กซ์ มาร์เกซ ขับขี่ด้วยความประมาทเลินเล่อจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ และได้ทำการสั่งลงโทษ อเล็ก มาร์เกซ ด้วยการวิ่ง Long Lap ในสนามถัดไปที่ Australian MotoGP ที่กำลังจะมาถึง  โดยคณะกรรมการได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับบทลงโทษดังนี้ : “ตามแนวทางการลงโทษที่ได้มอบให้กับทีม การกระทำนี้ถูกจัดว่าเป็นเหตุการณ์แบบ MGP-CC4 คือการทำให้เกิดอุบัติเหตุ การปะทะกับนักแข่งคนอื่น โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักแข่งหมายเลข #36 (โจอัน เมียร์) ที่โค้ง 12 ที่ส่งผลให้นักแข่งคนนั้นเกิดอุบัติเหตุตามมา และเนื่องจากเป็นการกระทำความผิดครั้งแรกในฤดูกาลนี้ บทลงโทษที่เหมาะสมในกรณีนี้คือการ Long lap penalty ในสนามถัดไป” โดยการแข่งขันสนามถัดไป จะทำการแข่งขันที่สนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียในวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00น. (ตามเวลาประเทศไทย)   อันดับตารางคะแนนหลังจบการแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ตำแหน่ง นักแข่ง ทีม แต้ม คะแนนห่างจากอันดับ 1 1 = Jorge Martin Pramac Ducati (GP24) 392 – 2 = Francesco Bagnaia Ducati Lenovo (GP24) 382 (-10) 3 = Enea Bastianini Ducati Lenovo (GP24) 313 (-79) 4 = Marc Marquez Gresini Ducati (GP23) 311 (-81) 5 ขยับขึ้น 1 อันดับ Brad Binder Red Bull KTM (RC16) 183 (-209) 6 ขยับลง 1 อันดับ Pedro Acosta Red Bull GASGAS Tech3 (RC16) 181 (-211) 7 = Maverick Viñales Aprilia Racing (RS-GP24) 163 (-229) 8 ขยับขึ้น 3 อันดับ Franco Morbidelli Pramac Ducati (GP24) 136 (-256) 9 ขยับขึ้น 1 อันดับ Marco Bezzecchi VR46 Ducati (GP23) 134 (-258) 10 ขยับลง 1 อันดับ Fabio di Giannantonio VR46 Ducati (GP23) 134 (-258) 11 ขยับลง 3 อันดับ

7 October 2024
Sbay Flying คาเฟ่เรเซอร์ขุมพลังฮาร์ลีย์

SBAY Flying คาเฟ่เรเซอร์ขุมพลังฮาร์ลีย์ SBAY Flying สำนักแห่งการคัสตอมรถของคนมีเงินจากประเทศสเปน ที่มีผลงานการคัสตอมรถมาแล้ว อาทิ Omega มอเตอร์ไซค์ระบบสวิงอาร์มหน้า และ Custom ‘Jerry’ โดยในครั้งนี้ก็ได้ทำการยกเครื่องของ Harley-Davidson ที่เป็นเครื่องยนต์แบบ Perfomance ในโมเดล Milwaukee 8 (มิลวอคกี้-เอจท์) ออกมาเป็น SBAY Flying เป็นรถในอีกหนึ่งโมเดลที่ได้รับการออกแบบอย่างโดดเด่น ผสมผสานระหว่างสมรรถนะ ความสะดวกสบาย เข้าด้วยกัน จะเน้นไปที่ความสปอร์ต น้ำหนักเบา ควบคู่ไปกับท่าทางการขับขี่ที่สบาย จึงเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มอบประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ขับขี่ การดีไซน์ของรถคันนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อความคล่องตัว โดยมีระยะระยะฐานล้อเพียงแค่ 1,420 มม.ทำให้สามารถควบคุมรถได้อย่างคล่องตัว และการขับขี่ที่ง่ายดาย วัสดุที่เลือกใช้ในรถคันนี้มีการผสมผสานเฉพาะส่วนประกอบที่ดีที่สุด ไม่เพียงแค่ช่วยให้มั่นใจในการขับขี่ แต่ทำให้ผู้ขับขี่ได้เข้าถึงประสิทธิภาพระดับสูงสุด อีกทั้งยังมีความทนทานอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ที่กำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น โดยรุ่นนี้จะมีทั้งหมด 3 เครื่องยนต์ Milwaukee 8 แบบ V-Twin เป็นเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงจาก Harley-Davidson ทำมุม 45 องศา 4 วาล์วและ 2 หัวเทียนต่อสูบ แคมเดี่ยว เครื่องยนต์มีการปรับแกนสมดุลเพื่อลดการสั่นสะเทือน และในเครื่องยนต์นี้จะมีรหัสที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในความต่างนั้นก็จะมีความแรงที่แตกต่าง และราคาที่แตกต่างกันเช่นเดียวกัน Milwaukee 8 รหัส 107″ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,754 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 86 แรงม้าที่ 5,200 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 144 นิวตันเมตร มีราคาอยู่ที่ 74,600 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,683,500 บาท  Milwaukee 8 รหัส 114″ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,868 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 94 แรงม้าที่ 5,200 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 155 นิวตันเมตร มีราคาวางขายอยู่ที่ 76,900 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,763,000 บาท Milwaukee 8 รหัส 117″ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,917 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 102 แรงม้าที่ 5,200 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 168 นิวตันเมตร มีราคาวางขายอยู่ที่ 80,400 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,887,800 บาท  โดยในทุกรุ่นย่อยมาพร้อมกับโช้คอัพหน้า Ohlins Hydraulic Fork, สวิงอาร์มด้านหลังแบบธรรมดา, ล้ออัลลอยจาก Haan Spoke และรายละเอียดอื่น ๆ ดังนี้ ความสูงเบาะ 780 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 125 มม. ระยะฐานล้อ 1,420 มม. ขนาดล้อ และยางหน้า 120/70-17 ขนาดล้อ และยางหลัง 190/50-17 ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร น้ำหนักรถ 212 กิโลกรัม ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบกันสะเทือนหน้า Ohlins Hydraulic fork ระบบกันสะเทือนหลัง Ohlins TTX progressive ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่จาก HEL 4 พอตขนาด 320 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวจาก HEL 2 พอตขนาด 220 มม. ระบบไฟ Full LED เทคโนโลยี เทคโนโลยีระบบเบรก ABS   ภาพจุดที่น่าสนใจ   สรุป SBAY Flying ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่น่าสนใจของรถสไตล์คาเฟ่เรเซอร์ โดยให้ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างสมรรถนะ และการออกแบบดีไซน์ โดยผู้ที่ชื่นชอบรถในสไตล์นี้จะต้องหลงไหลอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ

4 October 2024
มีวันนี้เพราะพี่ให้ ! อาคอสต้าดีใจ ได้อาโจ้คุมทีม

มีวันนี้เพราะพี่ให้ ! อาคอสต้าดีใจ ได้อาโจ้คุมทีม Pedro Acosta กล่าวกับสื่อไม่มีใครพร้อมที่จะพา KTM คว้าแชมป์ MotoGP ได้มากไปกว่า “บุคคลพิเศษ” อย่าง Aki Ajo ที่ได้รับตำแหน่งเข้ามาคุมทัพใน MotoGP ฤดูกาลหน้า หลังจากที่มีการคาดเดาออกไปต่าง ๆ นานา ว่าผู้จัดการทีมคนถัดไปของ KTM คือใคร เพราะมีข่าวออกมาก่อนการแข่งขันที่อินโดนีเซียนกรังด์ปรีซ์ Francesco Guidotti จะก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2024 และก็มีการประกาศออกมาอย่างเป็นการทางการว่าคนที่จะมารับหน้าที่แทนก็คือ Aki Ajo  Aki Ajo ประสบความสำเร็จกับ KTM ในปี 2012 เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์โลก Moto3™ ครั้งแรกกับ KTM RC4 ทีม Red Bull KTM Ajo ได้แชมป์อีกสองรายการในรุ่นนี้ (ในปี 2016 กับ Brad Binder และปี 2021 กับ Pedro Acosta) อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับการพัฒนาความสามารถของนักแข่งจาก Red Bull MotoGP Rookies Cup ในการแข่งขัน Moto3 ของ Ajo ที่ช่วยให้ผลักดันนักแข่งก้าวขึ้นสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP หลังจากที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่า Aki Ajo จะเข้ามารับหน้าที่คุมทัพ Red Bull KTM Factory Racing MotoGP สำหรับปี 2025 เปโดร อาคอสต้าได้พูดถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาร่วมงานกับกุนซือคนนี้อีกครั้ง  “ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้ยินข่าวดีข่าวนี้ ผมคิดว่าไม่มีใครในแพดด็อกนี้ที่เตรียมพร้อมเพื่อเป้าหมายในการต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ MotoGP อีกทั้งเขายังเป็นคนที่เคยช่วยเหลือผมเยอะมากในอดีต และผมชอบความตรงไปตรงมาของเขามาก และผมคิดว่าเราจะเป็นคู่หูที่ดีต่อกัน” สำหรับการแข่งขันสนามถัดไปของ MotoGP จะแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม เวลา 12.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

4 October 2024
2025 Honda NT1100 สปอร์ตทัวร์ริ่ง เน้นวิ่งทางดำ

Honda NT1100 2025 สปอร์ตทัวร์ริ่ง เน้นวิ่งทางดำ เปิดตัวแล้วกับรถทัวร์ริ่งบิ๊กไซส์จากค่ายปีกนกอย่าง 2025 Honda NT1100 ที่มาพร้อมคอนเซปต์ ‘The New Touring Era’ มาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครเป็นทัวร์ริ่งไซส์ใหญ่ที่มีความคล่องตัวแถมขับขี่สนุกในทุกการเดินทาง โดยใน MY25 นี้ออกมาทั้งหมด 3 รุ่นย่อยได้แก่ NT1100 MT, NT1100 DCT และรุ่นท็อปสุดอย่าง NT1100 DCT Electronic Suspension  2025 Honda NT1100 เครื่องไซส์เดิมที่พัฒนาใหม่ ในโมเดลใหม่นี้มาพร้อมเครื่องยนต์บล็อกเดิมขนาด 1,084 ซีซี 2 เรียงสูบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Parallel Twin โดยเคลมแรงม้าอยู่ที่ 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดเคลมมาที่ 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบส่งกำลังอัจฉริยะ DCT (Dual Clutch Transmission) ที่มีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีการทำงานในรอบเครื่องยนต์ต่ำได้ดีขึ้น ช่วงล่างแบบอิเล็กทรอนิกส์จาก Showa ระบบกันสะเทือนช่วงล่างแบบไฟฟ้าจาก Showa โดยมีการตั้งค่าที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับ NT1100 ระบบนี้สามารถปรับแรงหน่วงได้อย่างเหมาะสมในทันทีตามความเร็วของการยุบตัว การขับขี่ และท่าทางของรถที่ตรวจจับโดย IMU 6 แกน และเซนเซอร์อื่น ๆ ที่จะทำการปรับเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ ในขณะเบรก ระบบจะควบคุมการยุบตัวเพื่อรักษาเสถียรภาพและการขับขี่ที่ระบบกันสะเทือนแบบปกติไม่สามารถเทียบเท่าได้ Showa-EERA™ ที่ถูกใส่มาในรุ่นย่อยที่เป็นตัว Honda NT1100 Electronic Suspension จะทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่โดยอัตโนมัติ โหมด TOUR จะให้แรงหน่วงที่แน่นมากขึ้นสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง, URBAN ให้ความสมดุลพร้อมความสะดวกสบาย และ RAIN ใช้แรงหน่วงที่น้อยลง เพื่อความนุ่มนวลในการตอบสนองและการสัมผัส นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ และพรีโหลดสปริงด้านหลังสามารถปรับได้ขณะขับขี่ ระบบช่วยเหลือแบบจัดเต็ม ในส่วนของเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับ Honda NT1100 มาพร้อมกับหน้าจอ TFT ขนาด 6.5 นิ้วพร้อมระบบทัชสกรีน ที่สามารถแสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังสามารถปรับโหมดมาตรฐาน 3 โหมดที่ช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ได้แก่ โหมด Urban หรือโหมดปกติที่ให้ความสมดุลทั้งในเรื่องของเครื่องยนต์ และการเบรก โหมด Rain หรือโหมดที่ลดทอนกำลังของเครื่องยนต์ลงและเพิ่มกำลังการเบรกเพื่อการขับขี่บนพื้นผิวที่เปียก และโหมด Tour ที่ให้สามารถเค้นกำลังเครื่องยนต์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ระบบ Cruise Control, Traction Control, ระบบไฟเลี้ยวยกเลิกเองอัตโนมัติ และระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกระทันหัน ข้อมูล สเปค และรายละเอียดอื่นๆ 2025 Honda NT1100 MT 2025 Honda NT1100 DCT 2025 Honda NT1100 Electronic Suspension เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin ปริมาตรกระบอกสูบ 1,084 ซีซี 1,084 ซีซี 1,084 ซีซี แรงม้า (เคลม) 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว DOHC 4 วาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก

3 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Volonaut Airbike ยานบินสองล้อ ของจริงหรือ..ตัดต่อ?

Volonaut Airbike ยานบินสองล้อ ของจริงหรือ..ตัดต่อ? ใครมันจะไปคิดไปฝันว่าซักวันนึงมันจะมียานพาหนะสองล้อที่สามารถบินได้เหมือนในภาพยนต์ Star Wars ในชีวิตจริงกันหล่ะครับ หรือนี่…เรามาถึงในยุคของอนาคตแล้วหรือไม่? ยังไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ ๆ ผู้ผลิตอย่าง Volonaut Airbike ได้ทำการเผยแพร่คลิปวิดีโอการสาธิตขับขี่เจ้ามอเตอร์ไซค์บินได้ หรือ Hover Bike รุ่นใหม่ล่าสุดที่สามารถล่อนไปในอากาศได้อย่างอิสระ นี่ไม่ใช่เพียงภาพเหตุการณ์ในหนังที่คุณได้ชมเท่านั้น นี่คือรถซูเปอร์ไบค์ในฉบับเวอร์ชัน “บินได้” ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไอพ่นแบบโดยสารคนเดียวที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 200 กม/ชม. ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ควบคุมการบิน ช่วยให้สามารถลอยตัวได้อัตโนมัติและควบคุมได้ง่ายแม้ผู้ขับขี่มือใหม่ ประกอบกับขาตั้งด้านล่างที่สามารถรองรับการยกตัวและลงจอดได้อย่างนุ่มนวล ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยทีมงานชุดเดียวกับที่เคยสร้างโดรนบินในรุ่นของ Jetson One มาแล้วนั่นเอง และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับความโดดเด่นในลักษณะแตกต่างกันออกไปด้วยดีไซน์แบบเปลือย เปิดโล่งเสมือนมอเตอร์ไซค์ส่วนตัว อีกทั้งยังมอบทัศนีภาพการมองเห็นแบบ 360 องศา ส่วนในเรื่องของโครงสร้างตัวรถรุ่นนี้ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูง ให้คุณสมบัติความแข็งแรง ทนทานและน้ำหนักเบา เบากว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปถึง 7 เท่า  และด้วยขนาดที่คล่องตัวกว่าโดรนบินทั่วไป จึงทำให้ยานบินลำนี้สามารถเดินทางในที่แคบ ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว โดยโปรเจ็กต์นี้เพิ่งถูกเปิดเผยหลังจากอยู่ในช่วงพัฒนาแบบ “ลับสุดยอด” โดย Tomasz Patan นักประดิษฐ์และผู้ประกอบการชาวโปแลนด์ คงมีความคืบหน้ามาอัปเดตให้เราชมเรื่อย ๆ ของจริงหรือ..ตัดต่อ? อย่างไรก็ตาม ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด จึงทำให้เกิดกระแสการคาดเดาต่าง ๆ นานาว่า ในคลิปที่เผยแพร่ออกมาเป็นการทดสอบจริงหรือเป็นเพียงการตัดต่อเท่านั้น เพราะอย่างไรเทคโนโลยีการตัดต่อแนวนี้ก็สามารถทำได้ง่ายเช่นกัน ประเด็นนี้จึงยังคงถกเถียงออกเป็นสองฝั่ง โดยมีข้อมูลโต้เถียงจากแหล่งข่าวนี้ คลิ๊กที่นี่ แต่แน่นอนการมีอะไรที่แปลกใหม่เกิดขึ้นคงเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ชมอย่างเรา ๆ ใช่หรือไม่ ? หากใครต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ทางเว็บไซค์โดยตรง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

6 May 2025
Gigi Dall’Igna ผิดหวังเป้กโก้ เหตุฟอร์มไม่เป็นไปตามที่หวัง

Gigi Dall’Igna ผิดหวังเป้กโก้ เหตุฟอร์มไม่เป็นไปตามที่หวัง Gigi Dall’Igna นายใหญ่หัวเรือของทีม Ducati ออกมาเผยประเมินฟอร์มการขับขี่ของสามนักแข่งที่โดดเด่นมากที่สุดในชั่วโมงนี้อย่าง ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า, อเล็กซ์ มาร์เกซ และนักแข่งเจ้าของหมายเลข 93 อย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ สองพี่น้องตระกูลมาร์เกซ อย่าง ‘อเล็กซ์ และมาร์ก’ ทำผลงานอย่างโดดเด่นแม้จะผ่านการแข่งขันไปเพียง 5 สนามในฤดูกาล 2025 แต่อีกฟากนึงกับนักแข่งสัญชาติอิตาลีอย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ที่ดูเหมือนว่าการแข่งขันในฤดูกาลนี้จะยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้ออกมาดีเท่าที่ควร แม้จะการันตีด้วยการที่ได้ยืนโพเดียม (เกือบทุกสนาม พลาดในสนามที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำได้ที่สุดเพียงแค่จบอันดับ 4 เท่านั้น) และยืนอยู่ในอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนแชมป์โลกสะสมได้ 120 คะแนน ก็ตามที “เป็กโก้ทำผลงานได้ต่ำกว่าคาด เนื่องจากเขาเคยทำให้เราคุ้นเคยกับฟอร์มที่แข็งแกร่งในวันอาทิตย์ มากกว่าวันเสาร์” ดัลลิญญากล่าว “แต่สิ่งที่น่าผิดหวังคือ แม้เขาจะแสดงความมุ่งมั่นและดุดันอย่างยอดเยี่ยมในรอบแรกของการแข่งขัน แต่ในจังหวะเพซเรซ เขากลับขาดความเฉียบคมที่เราทุกคนคาดหวังไว้ รวมถึงไม่มีช่วงฟอร์มพีคที่จำเป็นในการกลับมาท้าทายตำแหน่งแชมป์ แต่อย่างไรก็ตาม มองในแง่ของคะแนนสะสม เขาได้อันดับสามซึ่งเป็นแต้มที่มีค่า แต่ความจริงก็คือเราจำเป็นต้องพัฒนาต่อไปอย่างเร่งด่วน” โดยปัจจุบันจ่าฝูงในอันดับตารางคะแนนตอนนี้ได้แก่ อเล็กซ์ มาร์เกซ ด้วยคะแนนสะสม 140 คะแนนนำหน้าพี่ชายของเจ้าตัวอย่างมาร์ก มาร์เกซ เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ทางด้านของนักแข่งสัญชาติอิตาลีหมายเลข 63 ที่เปิดฤดูกาล 2025 ด้วยฟอร์มที่ยังไม่ค่อยร้อนแรงนัก ปัจจุบันตามหลังจ่าฝูงอยู่ 20 คะแนนก่อนการแข่งขันที่สนาม Le Mans ในช่วงระหว่างวันที่ 9-11 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 May 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Brad Binder มองว่า KTM ไม่ได้ห่างจาก Ducati มากขนาดนั้น

Brad Binder มองว่า KTM ไม่ได้ห่างจาก Ducati มากขนาดนั้น Brad Binder นักบิดจอมเก๋าจากทีมโรงงาน KTM ได้ออกมาเผยหลังจากงานเปิดตัวทีมแข่งจากแบรนด์ KTM เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมาว่า ช่องว่างในช่วงเวลาต่อรอบที่ KTM ตามหลัง Ducati ในการแข่งขัน MotoGP ไม่ได้ห่างมากขนาดนั้น  ถึงแม้ว่ารถจากค่าย Ducati จะมีช่วงเวลาที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน MotoGP เมื่อฤดูกาล 2024 ด้วยการคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขันทั้งหมด 20 สนาม พร้อมกับการคว้าแชมป์ประเภททีม และแชมป์ผู้ผลิตด้วยคะแนนที่ขาดลอย “ผมคิดว่ามันแตกต่างกันไปในแต่ละสนาม ซึ่งในบางสนามผมคิดว่าเราสามารถสู้ได้ และเราเองก็มีโอกาสในการคว้าโพเดียม แต่ในบางสถานการณ์ผมก็มองว่าเราก็เจอโจทย์ที่ยากอยู่พอสมควร แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถ้าคุณลองดูตัวเลข และวิเคราะห์ช่องว่างต่อรอบในเวลาที่ทำได้ ผมรู้สึกว่าเราก็ไม่ได้ห่างจาก Ducati มากขนาดนั้น”  “จริงที่แต่ก่อนอาจจะดูห่างกันมากในเรื่องของช่องว่าง และประสิทธิภาพ แต่ถ้ามองในความเป็นจริงถ้าพวกเราทำการปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละจุดสุดท้ายแล้วช่องว่างตรงนั้นก็จะหายไปเอง” ตารางคะแนนทีมแข่งประจำฤดูกาล 2024 ทีม คะแนน Ducati Lenovo Team 884 คะแนน Prima Pramac Racing 681 คะแนน Gresini Racing MotoGP 565 คะแนน Aprilia Racing 353 คะแนน Pertamina Enduro VR46 Racing Team 318 คะแนน Red Bull KTM Factory Racing 304 คะแนน Red Bull GASGAS Tech3 242 คะแนน Monster Energy Yamaha MotoGP Team 144 คะแนน Trackhouse Racing 141 คะแนน LCR Honda 86 คะแนน Repsol Honda Team 35 คะแนน   จากตารางคะแนน ‘รูปแบบทีม’ ด้านบน ทางด้านของ Ducati Lenovo Team สามารถทำคะแนนได้ถึง 884 คะแนน และทางด้านของทีมโรงงาน KTM สามารถทำคะแนนได้เพียง 304 คะแนนเท่านั้น ทีม คะแนน Ducati 722 คะแนน KTM 327 คะแนน Aprilia 302 คะแนน Yamaha 124 คะแนน Honda 75 คะแนน   และตารางนี้คือตารางคะแนนของ ‘ผู้ผลิต’ ซึ่งก็ยังคงเป็นแบรนด์รถจากค่ายอิตาลีที่สามารถคว้าแชมป์ได้อีกเช่นเคยด้วยคะแนนรวม 722 คะแนนจากคะแนนเต็ม 728 คะแนน คิดเป็น 99% และอันดับที่สองตกเป็นของ KTM สะสมคะแนนได้ 327 คะแนน คิดเป็น 44% โดยช่องว่างระหว่างอันดับที่ 1 และอันดับที่ 2 ห่างกันถึง 395 คะแนนซึ่งก็ถือว่าเป็นช่องว่างที่มีความห่างไม่น้อยเลยทีเดียว จากนั้นนักบิดสัญชาติแอฟฟริกาใต้รายนี้ยังเผยอีกว่าในการแข่งขัน ThaiGP25 ที่จะเปิดฉากในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เขาหวังว่าตัวเขาจะมีฟอร์มที่ดีที่สุดในช่วงชีวิตของเขา  “เมื่อเราลงแข่งที่ไทย ผมอยากฟอร์มการแข่งอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตของผม” “พวกเขาทุกคนรวมไปถึงทีมงานเร่งทำงานอย่างหนักให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ไต่อันดับขึ้นไป และสามารถต่อสู้กับกลุ่มหัวตารางให้ได้อย่างมากที่สุด” ผลงานที่ดีที่สุดของ KTM ในการแข่งขัน MotoGP 2024 สนามที่ทำการแข่งขัน นักแข่ง อันดับที่ทำได้ สนามลูเซลอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศกาตาร์ Brad Binder 2 สนามมันดาลิกาอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศอินโดนีเซีย Pedro Acosta 2

2025 BMW R18 ดีไซน์คงเดิม อัพเกรดเทคโนโลยี

2025 BMW R18 ดีไซน์เดิม อัพเกรดเทคโนโลยี 2025 BMW R18 เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับโฉมใหม่ประจำปี 2025 จากค่ายใบพัดสีฟ้า ซึ่งการเปิดในครั้งนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีของตัวรถที่ปรับปรุงใหม่ สีตัวถังใหม่ และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ มากมายที่มากับตัวรถ และที่สำคัญเครื่องยนต์มีการพัฒนาระบบไอเสียให้ผ่านมาตรฐาน EURO 5+ ซิ่งได้อย่างรักโลกอย่างแน่นอน เครื่องยนต์ Big Boxer ปรับใหม่แรงบิดเพิ่มขึ้น เริ่มกันที่ขุมพลังเครื่องยนต์ที่มีการอัพเกรดแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้นจากตัวโมเดลก่อนหน้าที่ 5 นิวตันเมตร โดยเครื่องยนต์ของ R18 ลำนี้ได้รับการปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตรฐาน EURO 5+ เครื่องยนต์ประเภท Big Boxer มีขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 1,802 ซีซี พละกำลัง 91 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 163 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที  พร้อมมอบสมรรถนะที่ทรงพลัง และเพิ่มความสนุกในการขับขี่อย่างเต็มที่ ซึ่งเครื่องยนต์ตัวนี้จะใช้เหมือนกันในทุกรุ่นย่อยของโมเดลนี้  และดีไซน์ที่เหมือนกันในทุกรุ่นย่อยคือระบบไฟแบบ Full LED รอบคัน ระบบดิสก์เบรกคู่หน้า โดยแต่ละโมเดลจะแตกต่างกันที่ดีไซน์การออกแบบเท่านั้น BMW R18 เริ่มกันที่โมเดลย่อยโฉมแรกกับ BMW R18 ที่เน้นการออกแบบดีไซน์คงความเรียบง่ายในสไตล์ครุยเซอร์ มีการปรับเปลี่ยนในส่วนของบังโคลนหน้า – หลังที่มีการออกแบบดีไซน์ใหม่ มาพร้อมล้อหลังขนาด 18 นิ้วซึ่งเป็นล้อแม็กแบบ 7 ก้าน ช่วยเพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ และเสริมเอกลักษณ์ของครุยเซอร์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น  ลวดลายเส้นสายของถังน้ำมันยังคงดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ มีการออกแบบให้เส้นสายมีความต่อเนื่องไปตลอดแนวด้านบนของตัวถัง ขยายไปจนถึงบังโคลนหลัง และจบที่โลโก้ BMW ทำให้ดีไซน์โดยรวมดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว ให้ดูทันสมัย และโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น และในส่วนอื่น ๆ ยังคงเอกลักษณ์ไฟหน้าแบบ Full LED รอบคัน ฝาครอบด้านข้างมีการปรับให้เข้ากับดีไซน์โดยรวมของตัวรถ โช้คหน้าถูกออกแบบใหม่ให้ดูโปร่งโล่งกว่าเดิม ปลายท่อไอเสียแบบใหม่ ที่มีหน้าตัดทรงกลม มาพร้อมเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ ที่เพิ่มความหนาของเบาะขึ้น 10 มม. พร้อมเส้นสายที่ปรับปรุงให้รองรับสรีระ และความสะดวกสบายมากขึ้นได้ดียิ่งขึ้น                   โช้คอัพด้านหน้า และโช้คอัพหลังได้รับการปรับตั้งค่าใหม่ เพื่อให้รองรับการกระแทกได้ดียิ่งขึ้น มาพร้อมล้อหน้าขอบ 17 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 120/70 ในส่วนของล้อหลังขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 180/55 โดยฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ คือช่องชาร์จไฟแบบ USB-C BMW R18 Classic ถัดมากับ BMW R18 Classic ที่ได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่น สอดคล้องกับนิยามของรถสไตล์ทัวร์ริ่งเรโทร มีจุดเด่นใหม่ที่สำคัญ คือ บังโคลนหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่ที่เพิ่มความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยการทำสีสันแบบทูโทน มาพร้อมล้อแม็กขอบ 19 นิ้ว ด้านข้างขนาบด้วยปลอกหุ้มโช้คช่วยเสริมภาพลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์สไตล์ทัวร์ริ่งย้อนยุค ด้านหลังมาพร้อมกระเป๋าสำหรับใส่สัมภาระ ในส่วนของฝาครอบเครื่องยนต์ด้านข้างมีการออกแบบดีไซน์ใหม่ และ ปลายท่อไอเสียแบบหน้าตัดวงกลม ยังช่วยเพิ่มความคลาสสิก และทำให้ตัวรถดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาของโมเดลนี้ ได้แก่ ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานมาพร้อมกับตัวรถ และช่องชาร์จไฟแบบ USB-C เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ BMW R18 Roctane ต่อกันด้วยโมเดล BMW R18 Roctane ที่มาพร้อมกับสีสันใหม่ Two-Tone Dragonfire Red Metallic เพิ่มความดุดัน และเพิ่มความโดดเด่นให้ตัวรถมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมใหม่ Filler Panel สีเดียวกับตัวรถ ช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่าง กระเป๋าข้างและบังโคลนหลัง ให้ดูลงตัวยิ่งขึ้น พร้อมเสริมองค์ประกอบ Dark Chrome บนก้านกระทุ้งวาล์ว (Push Rods), ท่อกรองอากาศ (Intake Silencer) และ ขอบด้านในของโคมไฟหน้า เพิ่มความหรูหราและสไตล์ที่โดดเด่น แน่นอนว่ามีการออกดีไซน์ที่พร้อมทัวร์ริ่งขนาดนี้ ก็มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ช่วยเหลือขณะขับขี่ Comfort Package ประกอบไปด้วย Hill Start Control ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ฝาถังน้ำมันล็อกได้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (RDC) และระบบปลอกแฮนด์อุ่นมือ (Heated Grips) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ได้สบายในทุกสภาพอากาศ BMW R18B BMW R18B ลำนี้มาพร้อมหน้าจอแบบ

KTM Factory Racing Team MotoGP2025 ไร่ส้ม มาแล้ว !

KTM Factory Racing Team MotoGP2025 ไร่ส้ม มาแล้ว ! KTM Factory Racing MotoGP 2025 เผยโฉมแล้วอย่างเป็นทางการกับค่าย ‘ไร่ส้ม’ อีกหนึ่งทีมในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ที่มีความน่าสนใจไม่น้อย เพราะไลน์อัพที่เปิดเผยมาก็ทำให้หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอในการเผยโฉมทีมแข่ง และแล้วก็ได้เวลาเผยโฉมทีมแข่งของทีมโรงงานที่เป็นการจับคู่กันระหว่าง Brad Binder และ Pedro Acosta เจ้าของรางวัล Rookie of the year 2024 เริ่มที่ Brad Binder นักบิดจอมเก๋ามากประสบการณ์ของทีม กับการเข้าสู่ฤดูกาลที่หกของเจ้าตัวกับทีมโรงงาน KTM โดยเจ้าตัวนั้นตั้งเป้าหมายในฤดูกาลนี้ว่าจะสู้เพื่อโพเดียมให้เต็มที่ที่สุด “มันบ้ามากที่คิดว่านี่เป็นฤดูกาลที่หกของผมใน MotoGP แล้ว พูดตามตรง ปี 2024 เป็นปีที่ผมได้เรียนรู้มากที่สุด พอเข้าสู่ปี 2025 ผมรู้สึกว่ามันทำให้ผมเป็นนักแข่งที่ดีขึ้นมาก เป้าหมายของผมในฤดูกาลนี้คือการนำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้และก้าวไปอีกขั้น เพื่อต่อสู้กับกลุ่มผู้นำ เราอยู่ไม่ไกลเกินไป เราจบอันดับที่ 2 ในแชมป์ประเภทผู้ผลิต ดังนั้นเหลือเพียงอีกหนึ่งทีมที่เราต้องแซงหน้าไปให้ได้ เมื่อผมเห็นว่าทุกคนที่โรงงานทำงานหนักแค่ไหน และพลังที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด มันชัดเจนว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดนั้น” ‘Baby Shark’ Pedro Acosta กับการก้าวเข้าสู่ทีมโรงงานครั้งแรกของเจ้าตัว โดยดาวรุ่งแดนกระทิงดุรายนี้ออกมาเผยว่าเขานั้นได้เรียนรู้วิธีควบคุมรถที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับการแข่งขัน MotoGP และมองว่าการได้ขึ้นมาแข่งในนามของทีมโรงงานเป็นฝันที่แท้จริงของตัวเขา “แน่นอนว่า ปี 2024 เป็นปีที่ดี และเรายังมีเป้าหมายบางอย่างที่เก็บไว้ ผมได้เรียนรู้วิธีควบคุมการแข่งขันและปรับตัวให้เข้ากับ MotoGP การได้มาร่วมทีมโรงงานหลังจากผ่าน Moto3 และ Moto2 ถือเป็นความฝันที่เป็นจริง นอกจากนี้ การมีแบรดเป็นเพื่อนร่วมทีม และช่วยกันพัฒนารถแข่งจะเป็นจุดแข็งที่ดีมาก มันเป็นประโยชน์ที่เขามีประสบการณ์มากในคลาสนี้ และผมคิดว่าเราจะทำงานร่วมกันได้ดี สองปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับปี 2025 คือการควอลิฟาย และช่วงรอบแรกของการแข่งขัน ปีที่แล้วเรามีความเร็วพอที่จะแข่งเพื่อลุ้นโพเดียมหรือชัยชนะ แต่เรายังมีปัญหาในรอบควอลิฟาย ดังนั้นสองจุดนี้จะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องปรับปรุงในฤดูกาลนี้” RC16 ของทีม KTM Factory Racing ไม่เพียงแค่ทีมโรงงาน แต่ในการเปิดตัวครั้งนี้ยังเปิดตัวพร้อมกับทีมที่สองของผู้ผลิตอย่าง KTM Tech3 ที่ชูโรงโดย ‘The beats’ เอเนีย บาสเตียนินี่ ควงคู่มากับ ‘Top Gun’ มาเวอริค บีญาเลส ที่ย้ายมาจากทีมโรงงาน Aprilia เอเนีย บาสเตียนินี่ นักบิดคนใหม่ของทีมได้ออกมาเผยว่าเขานั้นรู้สึกตื่นเต้นในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง อีกทั้งยังประทับใจกับตัวรถ RC16 เพราะสามารถเข้าโค้งได้อย่างยอดเยี่ยม และระบบเกียร์ที่ตอบสนองไวทันใจ “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากสำหรับฤดูกาลนี้ เราต้องเริ่มต้นอย่างใจเย็น เพราะสิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจกับตัวรถและทีม แต่ผมมีแรงจูงใจ และคิดว่าประมาณการแข่งขันที่สามหรือสี่ เราจะสามารถแข่งขันได้อย่างจริงจัง เมื่อผมได้ลองขี่รถ ผมก็เข้าใจถึงศักยภาพของมันทั้งหมด มันน่าประทับใจมากที่สามารถเข้าโค้งได้อย่างสุดขอบ และระบบเกียร์ก็เร็วมาก มันเร็วสุดๆ เลย ดังนั้น ใช่ครับ ผมประทับใจมากจริงๆ” มาเวอริค บีญาเลส เผยว่าเจ้าตัวนั้นใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กในการสวมชุดแข่งของ KTM และยังเผยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้สึกของรถ RC16 ว่า เมื่อได้ขับขี่แล้วรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน เพราะเป็นรถที่เจ้าตัวชื่นชอบอย่างมาก  “การได้สวมชุดแข่งของ Red Bull KTM รู้สึกดีมาก ตั้งแต่เด็ก ผมเห็นพวกเขาในมอเตอร์ครอสและการแข่งขันมาตลอด… ดังนั้น นี่คือทีมในฝันของผม ความคิดแรกของผมเกี่ยวกับ KTM RC16 คือ ‘ว้าว นี่มันสุดยอด มันเร็วมาก!’ ผมจำได้ว่าที่มอนต์เมโล่ มันเร็วสุดๆ และนี่เป็นสิ่งสำคัญในยุคใหม่ของ MotoGP เพราะการแข่งขันส่วนใหญ่มักจะตัดสินกันใน 5-6 รอบแรก ปีแรกที่คุณเปลี่ยนไปใช้รถใหม่ คุณต้องมีสมาธิตลอดเวลา และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ทุกครั้งที่คุณลงสนามแข่งใหม่ มันให้ความรู้สึกแตกต่างจากปีก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง คุณต้องมีแนวคิดที่เปิดกว้างและโฟกัสให้มาก ดังนั้น เป้าหมายของผมคือการมีสมาธิและทำผลงานให้ดีที่สุด สิ่งที่ดีคือทันทีที่ผมขึ้นขี่ KTM มันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน มันเป็นรถที่ผมชอบและเข้ากับสไตล์การขี่ของผม โดยเฉพาะตอนเข้าโค้ง นี่เป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆ” RC16 จากทีม KTM Tech3 นักแข่งทั้ง 4 รายนี้จะควบ RC16 ลงซ้อมอย่างเป็นทางการที่การซ้อมในรอบเซปัง เทส ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียในวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนาม ThaiGP25 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Ducati Diavel V4 ส่องสเปค ครูเซอร์ตัวท็อป กับราคา 1.29 ล้านบาท

Ducati Diavel V4 ส่องสเปค ครูเซอร์ตัวท็อป กับราคา 1.29 ล้านบาท   Ducati Diavel V4 บิ๊กไบค์สายสปอร์ตครูเซอร์รุ่นใหญ่ มาพร้อมการดีไซน์ยังคงเอกลักษณ์ดุดัน แข็งแกร่ง ที่จัดเต็มด้านเทคโนโลยี พิเศษด้วยสุดยอดเครื่องยนต์อย่าง V4 Granturismo ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ทั้งในสนามแข่งและท้องถนน ราคาแนะนำ 1,299,000 บาท  สเปค, สเป็ก ​ ไฟหน้ารูปตัว C คู่ เดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ เครื่องยนต์ V4 Granturismo     หน้าจอสี TFT ไฟท้ายรูปตัว C         แฟริ่งทรงสปอร์ต ดีไซน์ดุดัน ท่อ Rocket Launcher   Ducati Diavel V4 ส่องสเปค ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ V4 Granturismo 4 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,158 ซีซี แรงม้า (เคลม) 168 แรงม้าที่ 10,750 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 126 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83 x 53.5 มม. อัตราส่วนการอัด 14.0 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง อิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 ล้ออัลลอย ยางหลัง 240/45-ZR17 ล้ออัลลอย ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 50 มม. ปรับพรีโหลดได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้, พร้อมสวิงอาร์มเดี่ยว เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 330 มม. และคาลิเปอร์ Breambo Stylema 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกขนาด 265 มม.คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,593 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 112 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 211 กก. (ไม่รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 20 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ควิกชิฟเตอร์ ครูซคอนโทรล หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Ducati Multimedia System ระบบสองสว่าง Full LED รอบคัน ระบบช่วยการออกตัว (DPL) โหมดการขับขี่ 4 โหมด (Sport, Touring, Urban และ Wet)  ระบบแทร็คชั่นคอนโทรล (DTC) ระบบเบรก ABS  ระบบป้องกันล้อหน้าลอย (DWC)   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Ducati Diavel V4      

10 April 2023
ส่องสเปค MT-07 กับจอสีใหม่ ในราคา 3.05 แสน

ส่องสเปค MT-07 กับสีใหม่ หน้าจอใหม่ ในราคาเดิม   Yamaha MT-07 สปอร์ตเน็กเก็ดไบค์ กับเจ้าของฉายา “Master of Torque” ที่มาพร้อมกับหน้าจอสีใหม่ในเครื่องยนต์ CP2 689 ซีซี กับแรงบิดที่เหนือสมรรถนะ ให้ความเร้าใจในการขับขี่ตลอดเส้นทาง  ราคาแนะนำ 305,000 บาท  สเปค, สเป็ก ​     ระบบไฟ LED หน้าจอสี TFT พร้อมแอพพลิเคชั่น Y-Connect     เครื่องยนต์ CP2 2 สูบ ดีไซน์ทรงสปอร์ต ปราดเปรียว พร้อมโลโก้แฟริ่งด้านข้าง   ส่องสเปค MT-07 ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 689 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73.4 แรงม้าที่ 8,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 68.6 มม. อัตราส่วนการอัด 11.5 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด T.C.I. ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70ZR17M/C (58W) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55 ZR 17M/C(73W) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว พร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 298 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 245 มม. กว้าง X ยาว X สูง 780 x 2,085 x 1,105 มม. ระยะฐานล้อ 1,400 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 140 มม. ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 184 กก. ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA ์เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว  ระบบไฟ LED  แอพพลิเคชั่น Y-Connect ระบบเบรก ABS   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Yamaha MT-07   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

31 March 2023
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Yamaha Motor Racing YMR สาวกยามาฮ่าครั้งนึงต้องเข้าไปดูที่นี้!!

เป็นสถานที่ที่คนรัก Yamaha MotoGP ต้องได้เข้าไปใน Yamaha Motor Racing YMR ซึงถือว่าเป็นศูนย์กลางระดับโลกเลยก็ว่าได้ที่จะรวมนักแข่งทีมโรงงานอย่าง Maverick viñales #12 Valentino Rossi #46 หัวหน้าช่างทีมแข่ง อะไหล่ตัวรถแข่ง การขนส่ง และสำนักงาน Yamaha MotoGP อยู่ในที่นี้ที่เดียว สำหรับวันนี้เราจะพาเดินชม Yamaha Motor Racing YMR โดยมีคุณ William Favero ผู้จัดการฝ่ายสื่อสาร และการตลาด ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่จะเป็นคนแนะนำพื้นที่ต่างๆ ในบริเวณสำนักงานว่าส่วนไหนดูได้ ส่วนไหนดูไม่ได้ (บางพื้นที่เป็นความลับ) ตื่นเต้นๆแล้ว เรามาเดินชมไปพร้อมๆกันดีกว่าครับ ใน ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่เราจะได้เข้าไปเยี่ยมชมถูกแบ่งสัดส่วนการใช้งานอย่างเป็นระเบียบ จัดสรรพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น โซนโชว์รูม โชนต้อนรับแขกผู้มาเยือน ห้องประชุม โซนซ่อมบำรุงรักษา โซนโรงรถเทเลอร์ขนย้าย และชั้น 2 ที่ถูกออกแบบให้เป็นสำนักงาน ติดต่อประสานงานครบวงจร โซนแรกที่เราได้เข้าไปเจอนั้นคือโชว์รูมที่จัดโชว์รถแข่ง Yamaha MotoGP ถูกจอดโชว์เรียงไว้เป็นปี เป็นรุ่น มีทั้งสมัย Lorenzo #99 เป็นทีมเมทกับ Rossi #46 โชว์ชุดแข่งของแต่ละคน ได้ดูกันอย่างใกล้ชิดเลยละครับ มีทั้ง Valentino rossi Maverick viñales ทุกชุดที่แขวนโชว์คือชุดที่ผ่านการใช้งานจริงมาแล้วทั้งหมด อยากได้สักชุดจริงๆ ภาพชิ้นนี้เป็นฝีมือคนไทยที่ทำขึ้น ถูกแขวนอยู่บนผนังในโซนต้อนรับแขก มองไปที่ภาพรับรู้ถึงความเป็นไทยได้เลยและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากๆที่ได้เห็นภาพนี้อยู่ที่แห่งนี้ ขอบคุณครับ โชว์เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง รหัส S5 ขนาดเครื่องยนต์ 800 ซีซี ปี 2008 ถูกวางโชว์อยู่บนแท่นในแต่ละปีจะมีความแตกต่างกัน เครื่องยนต์ถูกพัฒนาให้มีกำลังแรงขึ้น ทนขึ้น และสเถียรมากขึ้นอีกด้วย อีก 1 ห้องที่สำคัญไม่แพ้ห้องอื่นๆเลย นี้คือห้องประชุมที่นักแข่ง Yamaha MotoGP อย่าง Rossi Vinales และทีมแข่ง นายช่างเครื่อ และผู้บริหารทีม เข้ามาประชุมในห้องนี้ โดชว์ถูกจัดให้มี Yamaha M1 อยู่กลางโต๊ะประชุม เสริมบรรยากาศให้รู้สึกดีมากยิ่งขึ้น (น้อยคนมากที่จะได้เข้าห้องนี้) เราเดินต่อมากันที่ด้านหลังของโชว์รูมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่นี้คือสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า “ห้ามถ่ายรูป” มันต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ในครั้งนี้เราได้สิทธิพิเศษในการเยี่ยมชมแบบ VIP “ถ่ายได้” ก็ต่อเมื่อเขาให้ถ่าย ต้องบอกก่อนว่าตรงนี้คือโซนที่จะมีรถเทเลอร์ขนย้าย ขนส่งอะไหล่และรถแข่งในโซนยุโรปทั้งหมด จะถูกขนด้วยรถเทเลอร์ โดยในรถจะมีอะไหล่ ที่พัก เครื่องมือที่พร้อมออกเดินทางข้ามประเทศกันเลยละครับ ถ้าใครเห็นภาพหรือวีดีโอที่นักแข่ง Yamaha วิ่งๆขึ้นเทเลอร์ รถพวกนั้นออกมาจากทีนี้ละครับ ช่องจอดจะยาวเป็นพิเศษเพราะเทเลอร์จะถอยหลังเข้ามาแล้วขนย้ายอะไหล่ เครื่องมือ และรถแข่งขึ้นในนี้ทั้งหมด แม้แต่โรงรถขนของก็ถูกตกแต่งด้วยชุดสี แฟริ่งรถแข่ง Yamaha M1 มาต่อกันเป็นคันแล้วจอดโชว์ในโรงรถ ส่วนในห้องด้านหลังจะเป็นโซนที่ห้ามถ่ายรูปเพราะเป็นความลับ นั้นคือห้อง ซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ มีเครื่องมือเยอะแยะไปหมด เครื่องยนต์ ที่ต้องส่งตรวจเป็นเครื่องสำรองในการแข่ง ชุดสี แฟริ่ง มีนายช่างอยู่ในนั้นประมาณ 4-5 คน พวกเขาต้องใช้สมาธิพอสมควรในการประกอบ เราเดินต่อขึ้นไปที่ชั้น 2 ที่เป็นโซนสำนักงาน ที่ใช้ติดต่อ ประสานงานทุกสนามการเดินทาง สปอนเซอร์รถแข่งและนักแข่ง ทุกอย่างต้องรวดเร็ว และลงตัว จะมีเพียงมุมบนมุมเดียวที่ถ่ายลงมาให้ชมด้านล่าง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ครั้งนึงในชีวิตได้เข้ามาที่ ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่ประเทสอิตาลี เดินเยี่ยมชมรถแข่ง เครื่องยนต์ กลิ่นชุดหนัง ความเป็นมืออาชีพ ทุกอย่างมันสุดยอดจริงๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีครั้งนึงในชีวิตเลยละครับ อันนี้เป็นภาพถ่ายที่เดินถ่ายทั้งหมด อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

Honda Wave125i เปิดตัวโดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ พร้อมสีใหม่ Blue Metallic

เอ.พี. ฮอนด้า ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ครอบครัวของเมืองไทย ด้วยการเปิดตัว New Honda Wave125i พร้อมสีใหม่ “Blue Metallic” ภายใต้คอนเซปต์ “The Superior of All Time โดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ” ด้วยแรงบันดาลใจจากยานยนต์ระดับไฮคลาสสู่รถจักรยานยนต์ครอบครัวระดับพรีเมี่ยม ดึงดูดทุกสายตาด้วยสีน้ำเงินเมทัลลิกตัดกับเบาะและอินเนอร์สีแดงอย่างลงตัว ดูสง่างามทุกมุมมองด้วยรูปลักษณ์แบบ Superior Design ที่เน้นความปราดเปรียวหรูหรา ทันสมัยด้วยไฟหน้าแบบ LED พร้อมหน้าปัดเรือนไมล์เรียบหรู สะดวกสบายด้วย U-Box ขนาด 17 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้  ทั้งยังใช้งานง่ายด้วย Seat Opener & Key Shutter ขับขี่สนุกและประหยัดด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 125ซีซี หัวฉีด PGM-FI ตอบสนองทันใจแต่มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 69 กม./ลิตร (วัดตามมาตรฐาน EURO4 ใหม่) พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ รุ่นล้อแม็กมีให้เลือก 4 สีได้แก่ น้ำเงิน-แดง, เทา-แดง, ดำ-แดง, ขาว-แดง ราคาแนะนำ 55,600 บาท และรุ่นล้อลวดมีให้เลือก 3 สีได้แก่ แดง-ดำ, ดำ, น้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 53,400 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.aphonda.co.th อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้  #Honda #Wave125i #TheSuperirorOfAllTime #BlueMetallic #Whatstopsyou?

Yamaha Tenere 700 Rally Edition แต่งโชว์ในงาน Eicma 2019

มาถึงรถที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับขาลุยประเทศไทย สำหรับเจ้า Yamaha Tenere 700 ที่มีเสียงเรียกหาอย่างมากมาย อีกไม่กี่วันนี้ได้มีข่าวดี เห็นตัวเป็นๆอย่างแน่นอน ในงานใหญ่ปลายเดือนนี้ สำหรับคันนี้จอดโชว์ใน บูทยามาฮ่า ในงาน Eicma 2019 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สีแดง-ขาว ที่ดูจะโดดเด่นเกินคันอื่นๆ (แล้วแต่คนชอบนะครับ) ที่มีสีดำและสีน้ำเงิน จอดอยู่ข้างๆ คันนี้มาพร้อมกับชุดแต่ง มาดูกันที่ด้านหน้าที่ถูกแต่งเสริมเติมหล่อด้วยไฟส่องนำทาง แบบ Fog lamp 1 คู่ถูกติดตั้งอยู่ทางด้านล่างของโคมไฟด้านหน้า ส่องสว่างเห็นทางได้กว้างและไกลขึ้น มาต่อกันที่ท่อไอเสียที่เป็นของแต่งตรงรุ่นจากโรงงาน แบรนด์ Akrapovic for Tenere 700 ที่ออกแบบและพัฒนามาคู่บุญกับโมเดลนี้เลย สำหรับผมแล้วถือว่าลงตัวดูมากๆเลยละครับ รู้สึกได้ถึงฟิว dakar rally โช้คหลังถูกปรับเปลี่ยนจากเดิมเป็น Ohlins Subtank ที่มีรีโมทแยกออกจากตัวโช้คสามารถปรับค่า ความหนืดได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับสายลุย เวลาที่ต้องใช้ไม่จพเป็นต้องใช้เครื่องมือ เพียงแค่ใช้มือปรับง่ายๆ เท่านั้น ก้านเบรคและก้านคลัทซ์ ถูกเปลี่ยนเป็น gilles tooling มีขนาดที่สั้นลงกว่าเดิม สามารถปรับระยะก้านได้ นั้นหมายความว่าดีขึ้น เมือถึงเวลาที่กำเข้าไป เราจะใช้เพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น ยังเหลือนิ้วอีก 2 นิ้ว ที่ยึดแฮนด์ไว้กันหงายหรือหลุดออกจากแฮนด์ สำหรับ สเปค Yamaha Tenere 700 (Eu spec) เครื่องยนต์ 4 จังหวะ Crossplane (CP2) 2 สูบ 689 ซีซี DOCH เกียร์ 6 สปีด โช้คหน้าแบบ Up-side down โช้คหลังเดี่ยวแบบ คอล์ยสปริง (ในรูปคือของแต่ง Ohlins) เบรคหน้าจานดิสคู่ ขนาด 282 มิลลิเมตร เบรคหลังดิส ขนาด 245 มิลลิเมตร ยางหน้า 90/90 ขอบ 21 ยางหลัง 150/70 ขอบ 18 น้ำหนัก 204 กิโลกรัม บััจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 16 ลิตร ** โช้ค Ohlins,ท่อ Akraprovic, ไฟหน้าแบบ fog lamp และก้านเบรค,มือคลัทช์ Gilles tooling เป็นของแต่งเพิ่มเติม แต่งมาให้เป็นแนวทางสำหรับสาย Rally ส่วนราคาที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยยังไม่มีการเปิดเผยอย่างแน่ชัดอาจจะเป็นเพียงการเทียบเรทเงินยูโร ที่เป็นราคาขายทางฝั่งยุโรบ ณ ตอนนี้ เปิดราคาอยู่ 9,799 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยแบบไม่รวมภาษี จะอยู่ที่ 334,000 บาท อดใจอีกนิด เดียวคนไทยมีเซอร์ไพส์อย่างแน่นอน ขวัญใจสายลุย!! อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
เจาะลึก Toyota Vios เห็บหมา ปี 2569 รถเก่าที่ยังฆ่าไม่ตาย

ทำไม Toyota Vios เห็บหมา ถึงยังเป็นที่นิยมในปี 2568? เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย อัตราสิ้นเปลือง และเทคนิคการเลือกซื้อรถมือสองสภาพดี ในงบแสนต้นๆ

25 December 2025
Honda Civic FD เจาะลึกซีวิคนางฟ้า ตำนานรถมือสองที่ยังน่าใช้ในปี 2026

Honda Civic FD ปี 2569 เจาะลึกที่มาฉายานางฟ้า ดีไซน์ เครื่องยนต์ i-VTEC จุดอ่อนที่ต้องระวัง และราคาตลาดมือสองล่าสุดที่คนอยากซื้อห้ามพลาด

24 December 2025

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
Bajaj Pulsar NS 160 สเปกและราคา

Bajaj Pulsar NS 160 สเปกและราคา   Bajaj Pulsar NS 160 สตรีทไฟเตอร์ที่เหมาะกับนักบิดทุกคน ให้ความคล่องตัว แม้ในเขตเมืองที่มีรถติดมากมาย ราคา 69,800 บาท (ราคาช่วงแนะนำ)     สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ DTSI สูบเดียว 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 160.3 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 90/90-17″ แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 120/80-17″ แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระยะยุบ 130 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ระยะยุบ 120 ม.ม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 230 ม.ม. ยาว X กว้าง X สูง 2,012 X 803.5 X 1,060 มม. ระยะฐานล้อ 1,363 มม. ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

9 July 2020
GPX DEMON GR200R (2020) สเปกและราคา

GPX DEMON GR200R (2020) สเปกและราคา GPX Demon GR200R กับความสปอร์ตแบบเต็มขั้น ด้วยการคิดค้นและออกแบบใหม่หมดจดทั้งคัน ให้กำลังแรงขึ้น สปอร์ตมากกว่าที่เคย ราคา 76,500 บาท (ราคาพิเศษก่อน 15 ก.ค.63)       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ สูบเดียวแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 198 ซีซี ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 65.5 X 58.8 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 100/80-17 แบบไม่ใช้ยางใน (GPX Demon GR200R Da Corsa ใส่ Pirelli Rosso Sport) ยางหลัง 140/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน (GPX Demon GR200R Da Corsa ใส่ Pirelli Rosso Sport ) ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ระบบกันสะเทือนหลัง มัลติลิงก์และโช้คเดี่ยว YSS ปรับพรีโหลดได้ 7 ระดับ เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรกแบบ 2 พ็อต เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรกแบบ 1 พ็อต ยาว X กว้าง X สูง 2,020 X 747 X 1,145 มม. ระยะฐานล้อ 1,340 มม. ความสูงเบาะ 815 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 11 ลิตร   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

2 July 2020
Honda GOLDWING DCT

Honda GOLDWING DCT (2020) สเปกและราคา   Honda GOLDWING DCT แกรนด์ทัวริ่งรุ่นใหญ่สุดของค่ายปีกนกที่มาพร้อมระบบเนวิเกชั่น เวอร์ชั่นล่าสุดและระบบเกียร์อัจฉริยะ DCT ราคา 1,340,000       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ 6 สูบแนวนอน 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1833 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 73.0 X 73.0มม. อัตราส่วนการอัด 10.5:1 ระบบเกียร์ 7 สปีด พร้อมระบบ DCT และวอล์กกิ้งโหมด F/R ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 130/70R-18 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 200/55R-16 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า ดับเบิ้ลวิชโบนกับโช้คเดี่ยว Showa ขนาด 45 มม. ระยะยุบ 110 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โปรลิงก์และโช้คเดี่ยว Showa ระยะยุบ 104 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบคลื่น ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin 6 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 316 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin 3 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS ยาว X กว้าง X สูง 2,575 X 905 X 1,430 มม. ระยะฐานล้อ 1,695 มม. ความสูงเบาะ 745 มม. น้ำหนักรถ 384 กก. ความจุถังน้ำมัน 21.1 ลิตร   อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

21 May 2020