SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

BYD ATTO 1 (Seagull) รถไฟฟ้าตัวเล็กสเปกเทพ เตรียมบุกไทยงาน Motor Show 2026 เจาะลึกสเปกอินโดฯ วิ่งไกล 380 กม. พร้อมคาดการณ์ราคาในไทย

ดิ จิอันนานโตนิโอ ภูมิใจขี่ GP24 เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลก ดิ จิอันนานโตนิโอ เจ้าของหมายเลข 49 จากทีม VR46 Racing Team ที่หากจากอาการบาดเจ็บที่ไหปลาร้า แล้วลงทำศึก ThaiGP พร้อมคู่ใจคันใหม่อย่าง Ducati GP24 ที่เจ้าตัวออกมายอมรับว่าการที่ได้ขับขี่ในเครื่องยนต์เจนใหม่ มันแตกต่างจาก GP23 โดยสิ้นเชิง หลังจากที่ ‘ดิเจีย’ ได้รับอาการบาดเจ็บทำให้เจ้าตัวพลาดการทดสอบพรีซีซันเกือบทั้งหมด โดยนักแข่งเจ้าของหมายเลข 49 รายนี้บาดเจ็บตั้งแต่การทดสอบวันแรกที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ทำให้เจ้าตัวพลาดการทดสอบทั้งที่สนามเซปัง และการทดสอบในรอบบุรีรัมย์ เทสต์ แม้จะกลับมาได้จากอาการบาดเจ็บแต่เจ้าตัวก็เหมือนจะยังดูไม่สามารถกับตัวแข่งคันใหม่ได้มากนัก เพราะในการแข่งขันรอบ Sprint Race สนามแรกของฤดูกาล ในการแข่งขัน ThaiGP25 เขาก็ประสบปัญหาเกี่ยวกับความร้อนจากตัวรถ และอากาศที่สนามช้างเล่นงานนักแข่งในประเทศไทยอย่างหนัก “ผมถูกเผาที่มือ ขา คอ โดนเผาไปหมดเลย—ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน” “ภูมิใจในทีม ภูมิใจในตัวเอง และภูมิใจในทีมงานที่บ้าน เราสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา” “การแข่งใน MotoGP โดยที่แทบไม่รู้จักรถเลย ไม่ได้ทดสอบอะไรเลยกับ GP24 และไม่มีโอกาสฝึกซ้อมเพราะอาการบาดเจ็บ—สภาพร่างกายช่วงบนของผมแทบเป็นศูนย์ ผมไม่ได้วิดพื้นมา 6 เดือน ตั้งแต่บาดเจ็บครั้งแรกที่ออสเตรียเมื่อปีที่แล้ว” “จากนั้นผมต้องมาแข่งที่นี่ในสภาพแบบนี้—อากาศร้อนเหมือนนรก ไฟแทบลุกบนแทร็กเลย! ดังนั้นเราพูดได้เลยว่าเราทำงานได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ ศักยภาพของเราคือการทำเวลาให้เร็วได้ แม้ว่าผมจะสตาร์ทไกลจากกลุ่มนำก็ตาม แม้แต่ช่วงเช้าวันนี้ก็ยังทำเวลาได้ไม่เลวเลย” GP23 และ GP24 มันช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้ว่า ดิ จานนานโตนิโอ จะยังไม่ได้ทดสอบตัวแข่งคันใหม่ของค่ายอย่าง GP24 อย่างเต็มรูปแบบ แต่การได้ลองใช้แข่งในการแข่งขันรอบ Sprint Race ในการแข่งขันสนามไทยจีพี ก็ทำให้เขานั้นทึ่งในประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับ GP23 ของปีที่แล้ว “มันดีขึ้นมาก มันดีขึ้นมากจริง ๆ” “ปีที่แล้ว ผมคุยกับเพื่อนร่วมทีมบางคน พวกเขาก็บอกว่า GP23 มันก็แทบจะเหมือนกับ GP24 เลย แต่เปลี่ยนแค่บางอย่างเล็กน้อยเท่านั้น” “แต่เมื่อผมลองมาใช้ GP24 แข่งขัน มันเหมือนอยู่คนละโลกเลย มันเร็วขึ้นมาก อีกทั้งพละกำลังยังมากเหลือล้นสุด ๆ และการเข้าโค้งมันก็ยังทำได้ดีขึ้นมากอีกด้วย” นักบิดสัญชาติอิตาลี เจ้าของหมายเบข 49 รายนี้จะลงแข่งขันในสนามที่สองของฤดูกาล 2025 ที่สนาม Termas de Río Hondo ประเทศอาร์เจนติน่า ในช่วงระหว่างวันที่ 14-16 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เครื่องหมายคำถามกับการแข่ง ThaiGP 2027 ThaiGP ประจำฤดูกาล 2025 ปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ยังคงเป็นอีกหนึ่งปีที่สร้างความประทับใจให้กับชาวไทยไม่น้อย โดยความพิเศษในการแข่งในปีนี้คือการที่ประเทศไทยของเราได้เป็นเจ้าภาพ และได้รับเกียรติจัดการแข่งขันนัดเปิดสนาม สถิติตัวเลขการจัดการแข่งขันของปี 2025 โดยกิจกรรมการแข่งขันในสนามล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันฤดูกาลนี้มากถึง 224,634 คน โดยแบ่งเป็นคนไทย 172,565 คน และแบ่งเป็นชาวต่างชาติ 52,069 คน ซึ่งจากยอดผู้เข้าร่วมจำนวนดังกล่าวก็สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 5,043 ล้านบาท อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายได้กว่า 4,268 ล้านบาท โดยใช้งบจัดงานเพียง 775 ล้านบาทเท่านั้น อีกทั้งยังสร้างตำแหน่งงานได้มากถึง 7,772 ตำแหน่ง พ่อเมืองบุรีรัมย์เสียดายหากเลิกจัด หลังจากจบการแข่งขันในวันที่ 2 มีนาคม ช่วงเวลาประมาณ 23.16 น. ตามเวลาประเทศไทย นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเพจ ‘ลุงเนวิน’ ว่าทางสนามช้างรู้สึกประทับใจในการแข่งขัน MotoGP เป็นอย่างมาก การจัดการแข่งขันนี้ในประเทศไทยเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากหากการแข่งขันนี้จะไม่ได้จัดต่อที่สนามประเทศไทย โดยมีเนื้อหาดังนี้ “แฟน moto GP จำนวน 224,634 คนที่เข้ามาชมและเชียร์นักแข่งในดวงใจ ตลอด 3 วันที่ผ่านมา (28 ก.พ.- 2 มี.ค.) เป็นปรากฎการณ์ใหม่ของสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต และเป็นสถิติใหม่ของmotoGP สนามแรก สร้างเม็ดเงินหมุนเวียน มากกว่า 5,043 ล้านบาท ทั้งภายในจังหวัดบุรีรัมย์ และ จังหวัดอื่นๆ ที่มีนักท่องเที่ยว และแฟนๆ moto GP เดินทางไปท่องเที่ยวทั้งก่อนและหลังการแข่งขันเสร็จสิ้น moto GP เป็นการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดในโลก เป็นรายการกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดรายการหนึ่งของโลก เกือบ 1,000 ล้านคน จากการถ่ายทอดสดไปมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศไทย ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 22 สนามแข่งขันของโลก และ ปีนี้ ได้รับเกียรติให้เป็นสนามแรก เปิดการแข่งขัน moto GP2025 เป็นที่จับตาดูของแฟนๆ มากที่สุด เพราะเป็นสนามเปิดตัวนักแข่ง และรถแข่งของแต่ละทีมด้วย ประเทศไทย จัดการแข่งขัน moto GP มา 7 ปีติดต่อกัน โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้จัดการแข่งขัน ในนามของรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของเจ้าของลิขสิทธิ์จัดการแข่งขันที่ ต้องการทำงานร่วมกับรัฐบาล เพื่อความมั่นใจว่าสามารถจัดการแข่งขันได้เรียบร้อย และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ sport tourism ในขณะที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นผู้ให้การสนับสนุน ให้ใช้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เป็นสนามแข่งขัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทุกปี และพร้อมให้การสนับสนุนตลอดไป หากรัฐบาลยังจัดการแข่งขันอยู่ รายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขัน และรายได้จากผู้สนับสนุนการแข่งขัน หรือ สปอนเซอร์ เป็นของรัฐบาล ทั้งหมด บริษัทบุรีรัมย์ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด ในฐานะเจ้าของสนามช้างฯ ไม่มีรายได้ทางตรง จากการจัดการแข่งขัน และต้องเสียรายได้จากการส่งมอบสนามให้รัฐบาลใช้เตรียมการจัดการแข่งขันและแข่งขัน เป็นเวลา 1 เดือน (คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท) บริษัทฯ ได้รับรายได้ทางอ้อม และมีความพึงพอใจแล้ว คือ เงินหมุนเวียน และเงินสะพัดในจังหวัดบุรีรัมย์ ประชาชนคนบุรีรัมย์ ทำธุรกิจการค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก มีรายได้ และที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้นักท่องเที่ยว และแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก รู้จักบุรีรัมย์ ซึ่งมีมูลค่าสูงสุด จากการได้รับเลือกให้เป็นสนามแข่งขัน moto GP เป็นรายได้ที่คุ้มค่า และเป็นประโยชน์ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผม เพิ่งได้รับทราบอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นข่าวเดียวกันกับที่แฟนmoto GP ได้ยินมาก่อนหน้านี้ คือ รัฐบาล จะลงทุนจัดการแข่งขัน moto GP ปี 2026

Moto3 เดือด ทุบสถิติสนามตั้งแต่รอบซ้อม ด้วยยาง Pirelli การแข่งขัน MotoGP 2024 สนามแรกเริ่มเปิดฉากขึ้นแล้วที่สนาม Lusail Internation Circuit ประเทศกาตาร์ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาก็จะเป็นช่วงของการซ้อม และที่น่าจับตามองคือการแข่งขันในพิกัดเล็กอย่าง Moto3 เดือด ทุบสถิติสนามตั้งแต่รอบซ้อม ด้วยยาง Pirelliหลาย ๆ ท่านที่ติดตามข่าวสารการแข่งขันรายการ MotoGP มาตลอด น่าจะพอทราบกันดีว่าปี 2024 ปีนี้จะเป็นปีแรกที่การแข่งขันในรุ่น Moto2 และ Moto3 นั้นมีการเปลี่ยนผู้สนับสนุนยางมาเป็น Pirelli เป็นครั้งแรก และสนามนี้จะเป็นการเดบิวต์ยาง Pirelli ในการแข่งขันรายการนี้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกเลย และเมื่อสถิติเวลาการฝึกซ้อมออกมาก็ออกมายืนยันคอนเฟิร์มว่าการเปลี่ยนยางนั้นส่งผลต่อเวลาอย่างแท้จริง โดย Daniel Holgado นักแข่งจากแดนกระทิงสังกัดทีม Red Bull GASGAS Tech3 หมายเลข 96 สามารถกดเวลามาเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 02:03.606 เร็วกว่าสถิติสนามที่ทาง Daryn Binder เคยทำไว้ด้วยเวลา 2:04.075 นาที เมื่อปี 2021 กับรถ Honda ซะอีก โดยเร็วกว่าถึง 0.469 วินาที ขณะเดียวกันถ้าเทียบกับ Deniz Öncü นักแข่งชาวตุรกีจากทีม Red Bull KTM Ajo ที่เคยทำสถิติเวลาในรอบ Practise 1 ได้เป็นอันดับ 1 เมื่อปี 2023 ด้วยเวลา 2:09.404 นาที ซึ่งต่างจากสถิติของทาง Holgado มากถึง 5.798 วินาที เลยทีเดียว ทั้ง ๆ ที่สภาพแทร็กของปี 2024 นี้มีอุณหภูมิที่เย็นกว่ามากถึง 16 องศา โดยอุณหภูมิแทร็กปี 2023 อยู่ที่ 44 องศา ขณะที่ปี 2024 อยู่ที่ 28 องศาเท่านั้น ด้วยตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเวลานั้นดีขึ้นกว่าเดิมมากหากเทียบกับเวลาที่ดีที่สุดในช่วงการซ้อมเหมือนกัน แม้ว่าอุณหภูมินั้นเย็นกว่ามาก แสดงให้เห็นว่ายาง Pirelli ที่เข้ามาซัพพอร์ตให้นั้นมีผลช่วยให้นักแข่งสามารถทำเวลาได้ดีขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งนี้นักแข่งได้ใช้ยาง Pirelli Diablo Superbike ขนาด 110/70 R17 และ 120/70 R17 โดยมีสูตรยางให้เลือกตามภาพด้านบนเลยครับ งานนี้รอติดตามกันอีกทีหลังจบการแข่งขัน มาดูกันว่าเวลาจริงที่ทำได้ตอนแข่งขันนั้นจะดีแค่ไหน มารอลุ้นไปด้วยกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati จับมือ Pecco ลุยต่อเนื่องถึงปี 2026 ข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ค่ายปีศาจแดง โดยดูคาติประกาศเดินหน้าต่อสัญญากับ Francesco Bagnaia นักบิดแชมป์โลก MotoGP ชาวอิตาลีจาก Ducati Lenovo Team ต่อไปอีก 2 ปี ซึ่งทำให้เจ้าตัวยังครองตำแหน่งผู้เล่นตัวจริงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 ด้วยผลงานคะแนนรวมสูงสุดจนสามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึง 2 สมัย “เป็กโก้” นับว่าเป็นนักบิดที่มีพรสวรรค์และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ปี ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกของการแข่งขันโมโตจีพีปี 2019 และย้ายสู่ทีมโรงงานในปี 2021 และแล้วก็ฉายแววดาวรุ่งด้วยการคว้ารองแชมป์โลกในฤดูกาลนั้น จนกระทั่งปัจจุบันกับตำแหน่งอันดับ 1 หัวแถวของตารางที่ทำให้เขาเป็นนักบิดที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าช่วงเวลานี้ นักบิดชาวอิตาลีกับรถแข่ง Desmosedici GP นับว่าเป็นคู่หู คู่บุญที่แข็งแกร่งที่สุด แถมเป็นตัวแข่งรุ่นที่มีการอัปเกรดล่าสุดที่เจ้าตัวการันตีอีกด้วยว่าดีกว่าทุกด้าน พร้อมโชว์ให้เห็นกับการทดสอบในช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา โดยทำเวลาได้ดีที่สุดทั้งในสนามเซปังฯ และโลเซล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นที่ดี ยังไงเราก็มารอลุ้นกันกับการแข่งขันในสนามแรกที่จะเกิดขึ้นในการ์ตา อาทิตย์ที่ 8-10 มีนาคมนี้ รอชมได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

LCR Honda เปิดตัวทีม 2024 พร้อมส่ง Nakagami ล่าโพเดียมในปีนี้ อัดแน่นต่อเนื่องหลังจากเปิดตัวทีมโรงงานอย่างเรปโซลฮอนด้าไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เรามาชมกันอีกฝั่งหนึ่งจากทีมฮอนด้าที่แอดมินค่อนข้างแอบเชียร์เป็นพิเศษกับ LCR Honda และความพิเศษในฤดูกาลนี้ที่นอกจากเปิดตัวนักบิดใหม่อย่าง Johann Zarco’s (Castrol HondaLCR) กันไปแล้ว อีกหนึ่งทีมเมทที่เป็นขวัญใจแม่ยกอย่าง “พ่อนาค” Takaaki Nakagami (idemitsu Honda LCR) ก็พร้อมควบม้าศึกรุ่นล่าสุดอย่างเจ้า Honda RC213V ปี 2024 ล่าโพเดียมในฤดูกาลนี้เช่นเดียวกัน โดยในฤดูกาลนี้นักบิดชาวญี่ปุ่นยังคงเลือกใช้เฉดสีเดียวกันกับตัวแข่งในฤดูกาลก่อน ๆ กับสีขาว สีแดง ผสมกับเทกเจอร์บางส่วนที่เป็นสีทอง และมีเพียงลวดลายบางส่วนที่มีการปรับเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 7 ของเจ้าตัวที่ได้ร่วมงานกับทาง LCR Honda และยังเป็นนักแข่งชาวเอเชียเพียงคนเดียวในเวทีการแข่งขันระดับโลก แถมยังเคยทำผลงานดีที่สุดในปี 2020 อีกด้วย และแน่นอนว่ามีขึ้นก็ย่อมมีลงเป็นธรรมดา สำหรับผลงานในช่วงที่ผ่านมาที่ถือว่ายังไม่ลงตัวมากนัก ด้วยผลคะแนนรวมอันดับที่ 18 ในฤดูกาล 2022 และ 2023 ซึ่งในฤดูกาลนี้ยังเป็นปีที่ค่อนข้างท้าทายและกดดัน ซึ่งเจ้าตัวก็พร้อมที่จะทำงานอย่างหนักทั้งในเรื่องของการแข่งขันและการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาตัวแข่งโปรโตไทป์ของเจ้า RC213V โดยประเด็นความสนใจของหลาย ๆ คน ซึ่งนอกจากหน้าตาอันหล่อเหลาแล้ว คงมุ่งไปที่สมรรถนะโฉมตัวแข่งรุ่นล่าสุด ว่าจะสามารถเทียบอสูรกายจากทางฝั่งยุโรปได้หรือไม่ ยังไงก็ต้องมาลุ้นกัน โดยจะเริ่มทำการแข่งขันเรซแรกในวันที่ 8-10 มีนาคมนี้ อย่างไรก็ดีก็ขอเชียร์เป็นกำลังใจให้กับทีมแข่งและนักบิดสำหรับปีนี้ด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อัปเดตล่าสุด! FIM ประกาศ กฎใหม่ MotoGP 2026 ห้ามรีสตาร์ทรถแข่งในพื้นที่สนาม ต้องเข็นเข้าหลังแบริเออร์เท่านั้น เช็กรายละเอียดได้ที่นี่

Ducati Hypermotard V2 2026 All New รถไฮเปอร์โมตาร์โฉมใหม่ พร้อมเครื่องยนต์ Ducati New V2 ไล่เบาทั้งคัน คงสมรรถนะซูเปอร์โมโตเต็มเปี่ยม

Honda Brio วิเคราะห์เบื้องหลังการปิดฉาก ในประเทศไทย ทั้งเรื่องกลยุทธ์การตลาด ดีไซน์ฝาท้าย และการมาของ City Hatchback ทำไมสายซิ่งยังตามหา

กฎรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV จีน 2026 บังคับค่ายรถตั้งสถานีรับคืนซากแบต พร้อมระบบติดตาม Digital Passport ห้ามถอดแยกก่อนทิ้ง ป้องกันตลาดมืด

Yamaha V4 สูบเรียงถึงทางตัน ได้เวลาสูบวี ยามาฮ่าออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาเครื่องยนต์ Yamaha V4 สำหรับการแข่งขันรายการ MotoGP ลิน จาร์วิส กรรมการผู้จัดการบริษัท ยามาฮ่า เรซซิ่ง ยืนยันข่าวนี้ในการให้สัมภาษณ์กับ MotoGP.com เกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องยนต์ V4 ของทางยามาฮ่า “ ผมยืนยันได้ว่าเรากำลังมุ่งมั่นในการพัฒนาเครื่องยนต์ V4 และในเรื่องของการเปิดตัวก็อาจจะไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่าจะเปิดตัวเครื่องยนต์นี้ตอนไหน เพราะมันต้องมีความแรงกว่าเครื่องยนต์ที่เรามีปัจจุบัน (เครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง)” “และตอนนี้เราก็อยู่ในขั้นตอนของการ Engine bench test (การทดลองเครื่องก่อนติดตั้ง) บางทีมันอาจจะพร้อมในกลางปีหน้าก็ได้” “ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อตอนที่ Suzuki ยังไม่ถอนตัวจากการแข่งขัน MotoGP ก็จะมีผู้ผลิตสองค่ายที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง และแน่นอนว่าค่ายอื่นได้เริ่มใช้เครื่องยนต์แบบ V4 กันแล้ว มันทำให้เราได้เห็นพัฒนาการอย่างมากของกีฬาชนิดนี้” “ในความคิดเห็นของเรา คิดว่าเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงยังมีศักยภาพอีกมากมายที่ต้องพัฒนา และปรับปรุง แต่ในเมื่อคู่แข่งทั้งหมดของเราตอนนี้ใช้เครื่องยนต์ V4 และเราได้มองถึงกฎกติกาของการแข่งขันรายการ MotoGP ในปี 2027 เราจึงเริ่มพัฒนาเครื่องยนต์ V4” “ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP ในปี 2027 มันก็ยังอีกไกลสำหรับเรา เราจึงต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องยนต์ V4 ตั้งแต่ตอนนี้ ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เห็นเครื่องยนต์นี้ลงแข่งขันเมื่อไหร่ แต่สำหรับการทดสอบในสนามคงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมแล้ว” “และจากการพัฒนาของเรา ตอนนี้ทุกอย่างมีพัฒนาการไปในทางบวก บางทีในกลางปีหน้าคุณอาจได้เห็นเครื่องยนต์นี้สู่สนาม ตอนนี้เราสิ่งที่ต้องทำอีกมากมาย แต่เรามีทีมที่แข็งแกร่ง ทั้งนักแข่ง และทีมวิศวกรที่ดีมากอีกหลายคนที่ทำงานให้กับเรา ผมคิดว่าเราต้องกลับมาอยู่ในแถวหน้าอีกครั้ง” หลังจากที่ Suzuki ถอนตัวจากการแข่งขันรายการ MotoGP เมื่อปลายปี 2022 จึงทำให้เหลือเพียง Yamaha ที่เป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียงเพื่อแข่งขันกับเครื่องยนต์ V4 ของ Ducati, Aprilia, KTM และ Honda โดยจุดสำคัญข้อดีของเครื่องยนต์แบบสูบวีคือ ไม่กว้างออกทางด้านข้าง เพราะลูกสูบถูกแยกออกเป็นสองฝั่ง และการใช้เครื่องยนต์ V4 มีจุดที่น่าสนใจคือ เครื่องยนต์แบบ V4 จะใช้รอบเครื่องยนต์ที่ต่ำกว่าเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง โดยที่แรงบิดนั้นจะมาไวกว่า ทำให้ออกตัวได้ง่ายกว่า โดยส่วนมากจะมีการวางองศาที่ 35, 60 และ 90 องศา โดยที่การวางองศาของชุดลูกสูบสองชุดนั้นจะเป็นการกำหนดคาแรกเตอร์ของเครื่องยนต์ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ที่เน้น แรงบิด หรือ แรงปลาย ซึ่งส่วนมากแล้วการวางเครื่องยนต์แบบ V4 จะมีการเลือกวางตามแนวยาวของตัวรถ และเครื่องยนต์ V4 นั้นสามารถรักษาระดับความเร็วได้อย่างคงที่ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางโค้ง รวมไปถึงการเปิดใช้งาน Engine Brake ก็จะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า เพราะเครื่องยนต์นั้นสามารถทนทานต่อแรงตึงได้สูงกว่า ทีมที่ใช้เครื่องยนต์ “V4” ในการแข่งขัน MotoGP24 Model ทีม Aprilia racing RS-GP24 Aprilia Racing Ducati Desmosedici GP24 Ducati Lenovo Team Ducati Desmosedici GP Gresini Racing MotoGP™ Honda RC213V LCR Honda Ducati Desmosedici GP Pertamina Enduro VR46 Racing Team Ducati Desmosedici GP Prima Pramac Racing KTM RC16 Red Bull GASGAS Tech3 KTM RC16 Red Bull KTM Factory Racing Honda RC213V Repsol Honda Team Aprilia racing RS-GP24 Trackhouse Racing Yamaha MotoGP ใช้ “4 สูบเรียง” ในการแข่งขัน MotoGP24

Bangkok Star ศูนย์บริการรถบิ๊กไบค์ระดับ 5 ดาว ชี้เป้าพิกัดสำหรับสาวกบิ๊กไบค์ หากใครกำลังมองหารถบิ๊กไบค์สักคันในราคาที่ถูกใจพร้อมอะไหล่ตกแต่งมากมายไม่ว่าจะเป็นมือ 1-2 หรือจะนำรถของท่านเข้ามาบริการเซอร์วิสแล้วหล่ะก็ ในบทความนี้ทางทีมงาน SuperBike Thailand จะขอแนะนำกับศูนย์บริการเซอร์วิสและจำหน่ายรถบิ๊กไบค์ที่ครบครันมากสุดแห่งหนึ่งในย่านใจกลางเมืองกรุงเทพกับร้านที่มีชื่อว่า Bangkok Star สำหรับใครที่ติดตามในวงการมอเตอร์ไซค์มานาน โดยเฉพาะทางฝั่งบิ๊กไบค์จากค่ายยุโรปหรือในสนามแข่งขันทางแดร็ก ก็คงคุ้นชื่อเจ้าของร้านแห่งนี้กันดีกับ พี่ลู่ (เยดลู่แบงค็อกสตาร์) ซึ่งพิกัดของร้านดังกล่าว ตั้งอยู่ติดกับถนนประดิษฐ์มนูธรรมถัดจากศูนย์การค้าเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา แล้วทำไมต้องร้านนี้หล่ะ จะมีอะไรที่น่าสนใจกันเชียว โชว์รูมรถบิ๊กไบค์มากมาย แค่เดินผ่านหน้าร้านก็เห็นแล้วว่า มีจำนวนรถไบค์บิ๊กไบค์มากมาย จอดตั้งโชว์เรียงรายอยู่เต็มเลยทีเดียว ไม่ว่าจะค่ายยุโรปหรือค่ายเอเชียทั้ง BMW S1000RR, BMW M1000RR, BMW R1300GS, BMW HP4 Race, Kawasaki ZX-10R,Yamaha R1, Honda CBR1000RR-R หรือนับได้ว่ามีพร้อมจำหน่ายแทบจะทุกค่าย แม้กระทั่งโมเดลสุดจิ๋วจอมซนอย่าง Honda MonKey ลายพิเศษพร้อมของแต่งมีมาให้เลือกอีกด้วย ถ้าหากใครที่กำลังตัดสินใจมองหารถบิ๊กไบค์แจ่ม ๆ ซักคัน ลองเข้ามาปรึกษาขอคำแนะนำกันก่อนได้นะจ๊ะ อะไหล่แต่ง..มีให้เลือก ถัดจากโซนหน้าร้านมาชมด้านหลังกันบ้าง โชว์ให้เห็นกันเด่น ๆ กับอะไหล่แต่งมากมายทั้งมือ 1,2 ไม่ว่าจะเป็นล้อ ปั๊ม Brembo จานเบรก ท่อแต่งไทเทเนียม รวมถึงของแต่งอื่น ๆ อีกเพียบ สำหรับสายแต่งที่อยากได้อะไหล่งาม ๆ ต้องไม่พลาดนะ โซนหมวกกันน็อก นอกจากนี้ยังมีโซนหมวกกันน็อกพร้อมจำหน่ายจากแบรนด์ดังมากมาย ทั้งแบรนด์เอเชียและยุโรปมาให้ชมกันอีกด้วย ถือว่าเป็นโซนที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว เพราะมีหลายทุกรุ่นหลายสไตล์ จนกระทั่งอยากได้เป็นเจ้าของเลยทีเดียว โซนคาเฟ่ ถัดต่อมาเป็นโซนแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ ในฝั่งของคาเฟ่และเครื่องดื่มพร้อมรองรับแก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทุกท่าน และยังเป็นโซนแห่งการพบปะของชาวสองล้ออีกด้วยนะ โซนเซอร์วิส ส่องโซนขายของกันไปแล้วเรามาชมโซนบริการเซอร์วิสกันบ้าง ทางร้านยังให้บริการเซอร์วิสรถบิ๊กไบค์ทั้ง บริการล้างรถ ล้างสีและโมดิฟายของแต่งต่าง ๆ อ๊ะ..ลืมบอกไป ร้านแห่งนี้ยังเป็นดีลเลอร์เจ้าหลักของผลิตภัณฑ์ยางอิตาลีอย่าง Pirelli อีกด้วยนะ สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจเปลี่ยนยางก็สามารถเข้ามารับบริการกันได้เลย มียางซิ่งพร้อมขนาดไซส์ให้เลือกทุกรุ่น แถมมีส่วนลดราคาอีกด้วย นับได้ว่าครบครันกับการบริการเซอร์วิสรถของท่านให้ดูหล่อ ดูเท่ ดูซิ่งมากยิ่งขึ้น และการันตีได้เลยว่าทางร้านบริการได้อย่างประทับใจแน่นอน ถ้าหากไม่เชื่อแอดมิน ลองว้อคอินเข้าไปในร้านดูสิครับ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ทางเพจ คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Suzuki GSX-8R เพิ่มความหล่อด้วยสีใหม่ เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับ 2025 Suzuki GSX-8R ที่ยังคงคอนเซปต์เดิม นั่นคือการที่ให้รถจักรยานยนต์คันนี้สามารถขี่ใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน และแข่งขันในสนามได้ ซึ่งการเปิดตัวในโมเดลนี้จะมีเพียงสีใหม่ที่เปิดตัวเพิ่มเข้ามา คือสี เหลือง-ดำ Pearl Ignite Yellow เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับผลิตภัณฑ์ อีกทั้งในเจ้าโมเดลที่เปิดตัวใหม่ ก็มีจุดเด่นไฮไลท์ที่น่าสนใจ ดังนี้ สปอร์ตฟลูแฟริ่ง ออกแบบตามหลักพลศาสตร์ ทาง Suzuki ได้เปิดตัววางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ GSX-8R MY2025 โดยรูปแบบตัวรถมาในทรงของรถสปอร์ตฟลูแฟริ่งแบบเต็มพร้อมบังลม ซึ่งทุกรายละเอียดของการออกแบบจะมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพ และผ่านการทดสอบในอุโมงค์ลม อีกทั้งยังออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ รูปทรงเพรียวบางช่วยให้ลมไหลผ่านได้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดยขนาดตัวรถมีขนาดอยู่ที่ (กว้าง x ยาว x สูง) 770 x 2,115 x 1,135 มม. ความยาวของช่วงล้ออยู่ที่ 1,465 มม. ตัวรถมีระยะห่างจากพื้น 145 มม. และความสูงของเบาะนั่งอยู่ที่ 810 มม. ล้อรถแบบแม็กซ์มีขนาดด้านหน้า 17 x 3.5 นิ้ว และล้อหลังขนาด 17 x 5.5 นิ้ว พร้อมกับขนาดยางหน้าขนาด 120/70-ZR17 และขนาดยางหลังขนาด 180/55-ZR17 Dynamic ABS LINEAR STOPPING POWER ระบบเบรกคู่หน้แบบดิสก์เบรกคู่ 4 พอตปั้มเบรก Nissin ขนาด 310 มม. และระบบเบรกล้อหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว 1 พอต ขนาด 240 มม. ที่มาพร้อมกับระบบ ABS ช่วยให้เบรกได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น ERGONOMIC CHASSIS การควบคุมและความสะดวกสบายที่ไม่เหมือนใคร แชสซีที่ถูกออกแบบมาเพื่อความเสถียรในการขับขี่ทางตรงอันยอดเยี่ยม พร้อมทั้งยังคงการขับขี่ที่สปอร์ต ให้ผู้ขับขี่รู้สึกตื่นเต้น สนุกทุกครั้งที่ได้ร่วมทางกับคันนี้ โดยระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพหัวกลับ Showa SFF-BP ขนาดแกน 41 มม. มีระยะยุบตัว 130 มม. ระบบกันสะเทือนด้านหลังโช้คอัพเดี่ยว Showa Link-type มีระยะยุบตัว 130 มม. สามารถปรับตั้งค่าพรีโหลดได้ ที่สามารถปรับแต่งเพื่อความคล่องตัวและการควบคุมที่มั่นใจขณะขับขี่มากยิ่งขึ้น PARALLEL-TWIN ENGINE ทํางานได้อย่างราบรื่น เครื่องยนต์ 2สูบ มาในขนาด 776 ซีซี 4 จังหวะ ข้อเหวี่ยงแบบ 270° DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยเคลมกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 82.9 แรงม้าที่ 8,500 รอบและแรงบิดที่ 78 นิวตันเมตรที่ 6,800 รอบ และติดตั้งระบบ Cross Balancer เอกสิทธิ์เฉพาะของ Suzuki เพื่อการทำงานของเครื่องยนต์ที่ราบรื่นมากยิ่งขึ้น QUICK SHIFTER ให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นเรื่องง่าย The Suzuki Clutch Assist System (SCAS) ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ และการเบรกเครื่องยนต์เป็นไปอย่างนุ่มนวล ขณะที่ระบบ Quick Shift แบบสองทิศทางช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้ง่ายกว่าที่เคย SUZUKI INTELLIGENT RIDE SYSTEM GSX-8R ใช้ระบบ Suzuki Intelligent Ride System (SIRS) พร้อมตัวเลือกโหมดขับขี่ Suzuki 3 โหมด ได้แก่ โหมด A (แอคทีฟ) ซึ่งให้การตอบสนองของคันเร่งที่เฉียบคมที่สุด โหมด B และโหมด C ที่สามารถเลือกใช้การตอบสนองความนุ่มนวลของคันเร่งได้ตามระดับ และระบบควบคุมการยึดเกาะถนนขั้นสูง 4 โหมด พร้อมด้วยระบบ Easy Start สตาร์ทเครื่องง่าย ๆ ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว และ Low RPM Assist ระบบช่วยป้องกันรถดับเมื่อขับขี่ในรอบต่ำ สีสันที่วางจำหน่าย 2025 Suzuki GSX-8R

วิธีการดูแลยาง เพื่อป้องกันยางบูดก่อนวัยอันควร วิธีการดูแลยาง เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนมองข้าม และยางก็เป็นส่วนที่ติดกับถนน หากยางมีปัญหาหรือไม่ได้คุณภาพก็อาจจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ บทความนี้จึงรวบรวม วิธีการดูแลยาง เนื่องจาก ณ เวลาปัจจุบัน มียางมอเตอร์ไซค์มากมายหลายยี่ห้อ และทุกยี่ห้อก็จะบอกว่ารับประกันฯ 1ปี – 5ปี หรือใจ ๆ หน่อย ก็รับประกันฯ ตลอดอายุการใช้งาน แต่ การรับประกันฯ ภาษาพูด และ ภาษาเขียน ความหมายไม่เหมือนกัน ยี่ห้อส่วนมาก จะ ใส่ “ฯ” ละไว้ในฐานที่เข้าใจ เช่น การรับประกันความบกพร่องทางการผลิต ครั้นจะพูด หรือพิมพ์เต็มประโยคทุกครั้งมันก็จะเปลืองคำไปซะหน่อยก็เลยทำการย่อเหลือ รับประกันฯ สั้น ๆ แค่นี้ ทีนี้ พอเกิดอะไรผิดปกติขึ้นกับยาง…ใจก็สั่งมาว่า ต้องเล่นหน่อยแล้ว ไหนบอกว่ารับประกันไง เดี๋ยวเจอกรู ถ้าไม่เคลมจะฟ้องนู้นนี้ หึหึ ความเป็นจริงแล้วเขารับประกันเฉพาะปัญหาที่เกิดจากการผลิต ซึ่งก็ต้องพิสูจน์-ตรวจสอบว่า มันเกิดจาการผลิตจริง แต่ก็อย่างว่า มันต้องตรวจสอบ สายจอด…อ่านไว้ เรารวบรวม วิธีการดูแลยาง ไว้ให้แล้ว จอดถูกที่ ถูกวิธี ยางก็จะเสื่อมช้าลง…เน้นว่า เสื่อมช้าลง เป็นไปไม่ได้ที่ยางที่ใส่แล้ว ขึ้นขอบ ใส่ลมแล้ว จะไม่เสื่อม แต่มีขั้นตอนลดความเสื่อม ตามนี้ 1.ซื้อมาใช้…ก็ใช้ซะ ไม่ได้ด่า และ ไม่ได้อ่านผิด ยางมอเตอร์ไซค์ ถ้าซื้อมาใส่แล้ว ก็ควร ขี่…ขี่…แล้วก็ขี่ จนยางหมดค่อยซื้อคู่ใหม่ เพราะอายุการใช้งานของยางมอเตอร์ไซค์ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 2,000-20,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทของยางโดยปัจจัยหลักในการกำหนดอายุของยางคือ ผู้ขี่ ผิวถนนที่ใช้ และสภาพโดยรวมของยาง เพราะฉะนั้น ไม่เกี่ยวกับปียาง หรือว่าใช้มาสั้น-ยาวแค่ไหน ขี่หมด ก็คือหมด แต่ถ้าไม่ขี่ ก็เก่าตามเวลา และอายุการใช้งานของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน สาเหตุก็มาจากนิสัยการใช้งาน หลายคนอาจต้องเคยสงสัยกันบ้างแหละว่าทำไมเพื่อนใช้ยางรุ่นเดียวกันแต่ยางหมดช้ากว่าเรา หรือสามารถลากยาวได้เกิน 20,000 กิโลเมตร 2.หมั่นเติมลมยาง ยางมอเตอร์ไซค์ต้องขยันเติมลมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใช่แล้ว…อย่างน้อย ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ โดยที่ไม่ได้เติมลมยางก็ยิ่งพังเร็วเท่านั้น แต่บางคนขยันเติมบ่อย แต่ก็พัง เพราะอะไร? ถ้าตอบแบบง่าย ๆ คือ วัดลมผิดจังหวะ ถ้าไม่นับว่าเกจ์วัดไม่ตรงนะ และที่สำคัญมาก ๆ หลายคนไม่ทราบ ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์บางร้านก็ไม่ทราบ นั่นคือการวัดลมยางหรือเติมลมยาง ควรทำขณะที่ยางเย็น ทำไมหน่ะหรอ เพราะเวลาที่ยางร้อน อากาศในยางจะขยายตัว ทำให้แรงดันลมยางที่วัดได้สูงกว่าปกติ ยิ่งล้อหลังรถสกูตเตอร์ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเครื่องร้อนจัด อาจจะมี +6 psi พอไปวัดที่ปั้ม อ้าว ลมปกติหนิ ไม่ต้องเติม เผลอ ๆ ปล่อยลมออก แต่ความจริง คือแรงดันขยายจ้า แล้วจะทราบได้ยังไงต้องเติมเท่าไหร่ มันก็มีวิธีง่ายๆ ดูตามคู่มือ…พอ 3.จอดขึ้นสแตนด์หน้า – หลัง ให้ล้อทั้ง 2 ลอยจากพื้น เพราะส่วนมากที่เห็น ๆ กัน จะขึ้นแค่สแตนด์หลัง ข้างหน้ายางติดพื้น การทำในลักษณะนั้นยิ่งแล้วใหญ่ เพราะน้ำหนักเกือบทั้งหมด จะลงไปที่ยางหน้า แล้วถ้าจอดทิ้งไว้เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน ยางจะเกิด Flat Spot หรือจุดกดทับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยางระเบิด เพราะโครงสร้างมันหักหมดแล้ว หากนำไปใช้งานที่ความเร็วสูง ๆ อาจทำให้เกิดอันตรายได้ และที่สำคัญอย่าลืมว่า ตอนจอด ลมก็ค่อย ๆ ซึม ยิ่งจอดนาน ยางยิ่งพัง 4.เก็บรถให้พ้นแสง UV และ ความร้อนจากแดด เพราะแสงแดด ไม่ได้มีแค่ความร้อน แต่สิ่งที่ทำให้เนื้อยาง แห้ง แข็ง เงา คือรังสี UV และมันคือตัวการหลักที่ทำให้เนื้อยางตาย แตกลายงา วิธีเลี่ยงที่เป็นไปได้ คือ หาผ้าคลุมรถเกรดดี ๆ ที่กัน UV ได้ คลุมเวลาที่ต้องจอดตากแดดนาน ๆ หรือจอดนอกตัวอาคาร ต่อให้มีร่มเงา UV ก็สะท้อนเข้าได้ หรือถ้าเป็นไปได้ก็จอดในพื้นที่ ที่ไม่โดนแดด เช่น

เบรกปุ๊บ..กางปั๊บ! Yamaha Airbag 2025 มาแล้ว เรื่องความปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นทั้งรถสี่ล้อหรือสองล้อ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเป้าหมายหลักที่ทางผู้ผลิตรถจักรยานยนต์หลากหลายค่ายหรือแม้กระทั่งผู้นำนวัตกรรมต่าง ๆ ต่างให้ความสนใจมาเป็นอันดับต้น ๆ เพื่อให้เป็นทางเลือกในออปชันของผลิตภัณฑ์โปรดักท์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และเช่นเดียวกัน หนึ่งในผู้ผลิตจากแบรนด์ญี่ปุ่นอย่างยามาฮ่า ก็ได้ริเริ่มการโปรเจ็กต์ของ Yamaha Airbag 2025 หรือระบบถุงลมนิรภัยสำหรับรถจักรยานยนต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับระบบถุงลมนิรภัยสำหรับรถจักรยานยนต์ ถือเป็นเทคโนโลยีที่อาจช่วยชีวิตคนมากมาย และเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้ทันสมัยมากมายอะไรนัก เพราะมันเคยมีมาเนิ่นช้านานนับสิบ ๆ ปี ตั้งแต่รุ่นโกล์วิงก์ จากค่ายปีกนกในปี 2006 แต่ในครั้งนี้ยามาฮ่าเองก็ได้พยายามพัฒนาระบบดังกล่าวเพื่อใช้ในรถสปอร์ตไบค์ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายเลยไม่น้อย เพราะการที่จะติดตั้งถุงลมนิรภัยในรถจักรยานยนต์นั้นมีความซับซ้อนมากกว่ารถยนต์เสียอีก และอาจยังก่อให้เกิดความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยในรูปแบบอื่น ๆ ก็เป็นได้ ด้วยความซับซ้อนของรถมอเตอร์ไซค์ที่ต้องพึ่งเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย ผ่านการคำนวณด้วยเซ็นเซอร์ IMU ถ้าลองนึกดูว่าเซ็นเซอร์คำนวณผิดพลาดในขณะที่เรากำลังขับขี่ แอร์แบ็คเกิดทำงานถุงลมตีพองโต บดบังสายตา ก็อาจเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้นั่นเอง เพราะอุบัติเหตุ อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ จริงหรือไม่ ? นั่นก็อาจจะเป็น 1 ใน 99 เปอร์เซ็นต์ ที่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันยังคงมีประโยชน์เสียมากกว่าไหน ๆ โดยแนวคิดใหม่ของเจ้าระบบรุ่นนี้ ยามาฮ่า ไม่เพียงคิดแค่เรื่อง Airbag เท่านั้น ยังมุ่งเป้าที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับการชนอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักสำคัญของระบบถุงลมนิรภัยในรถจักรยานยนต์ โดยระบบดังกล่าวจะใช้ เซ็นเซอร์ 2 ตัว ที่คล้ายคลึงกับเซ็นเซอร์ IMU ซึ่งมีคุณสมบัติตรวจจับคววามเร่งในเร่งในแนวราบ แนวข้างและแนวดิ่งได้ ซึ่งเซ็นเซอร์ตัวแรกถูกติดตั้งไว้ด้านหน้าของจุดศูนย์ถ่วงของรถ ส่วนอีกตัวหนึ่งจะติดตั้งไว้ด้านหลังจุดศูนย์ถ่วง นั่นเอง เล็งติดตั้งในรุ่น YZF-R1 และ Tricity สำหรับภาพประกอบสิทธิบัตรของระบบดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ยามาฮ่า กำลังทดลองแนวคิดนี้กับเจ้า YZF–R1 และเจ้า Tricity ซึ่งแตกต่างกันมากในแง่ของการออกแบบและใช้งาน โดยความคืบหน้าของระบบนี้ เราอาจจะได้เห็นภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ และอาจบรรจุในโมเดลเซ็กเมนต์อื่น ๆ ของทางค่าย ซึ่งนับว่าเป็นการคืบหน้าที่ดี เพราะขับขี่ปลอดภัย ยังไงก็ดีกว่าใช่ไหมหล่ะครับ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 TVS Apache rr310 สปอร์ตติดปีก ออฟชั่นครบ ตอบโจทย์มือใหม่ เข้าสู่ข่าวมอเตอร์ไซค์ของตลาดสองล้ออันดับต้น ๆ ของโลกจากฝั่งอินเดียกันบ้าง ล่าสุดทางค่ายผู้ผลิตอย่าง TVS Motor Company ประกาศฉลองความสำเร็จด้วยยอดขายรถจักรยานยนต์ทั่วโลกมากกว่า 6 ล้านคัน พร้อมกับการเปิดตัว รถสปอร์ตไบค์สายเลือดภารตะอย่างเจ้า 2025 TVS Apache rr310 มาพร้อมกับสีสันและลายกราฟิตี้ใหม่และปรับปรุงในเรื่องของเทคโนโลยีการขับขี่ แถมยังผ่านค่ามาตรฐานไอเสีย OBD-2B เป็นที่เรียบร้อย เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจและน่านำมาขายในบ้านเราทีเดียว เพราะด้วยรูปลักษณ์ความสปอร์ตภายใต้การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของเจ้าฉลาม ซึ่งน่าจะตอบโจทย์สาวกแฟน ๆ สายสปอร์ตเลยไม่น้อย รูปทรงแฟริ่งออกแบบดูโฉบเฉี่ยว ประดับกราฟิกด้านข้างด้วยฟ้อนทันสมัย ไฟโปรเจกเตอร์พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ ซึ่งระบบไฟใช้เป็น LED รอบคัน มีแรมแอร์บริเวณด้านหน้า และพิเศษสำหรับรุ่นนี้ที่ออกแบบปีกวิงก์เล็ตด้านข้างให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงฟีลลิ่งความสปอร์ตบนการขับขี่ในแทร็กได้แบบเต็มพิกัด ถือว่าเป็นรถเซ็กเมนต์แรกที่เริ่มต้นติดตั้งระบบแอโรไดนามิกมาให้ รวมถึงการเว้าเส้นสายส่วนถังให้ผู้ขับขี่สามารถนั่งเข่าชิดหนีบถัง ช่วงลำตัวแนบด้านบนพร้อมโน้มตัวไปด้านหน้า หักศอกสอดรับกับองศาแฮนด์ออกแบบมาในลักษณะเป็นแฮนด์จับโช้ค ติดเบาะ 2 ตอนรองรับสำหรับการใช้งานบนท้องถนนสำหรับผู้ขับขี่และยังโดดเด่นด้วย Trellis Frame ซึ่งเป็นโครงสร้างอันเอกลักษณ์เฉพาะของรถดูคาติอีกด้วย ในขณะที่เครื่องยนต์เป็นสูบเดียวขนาด 312.2 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีกำลังแรงม้าสูงสุด 38 แรงม้าที่ 9,800 รอบ และแรงบิด 29 นิวตันเมตรที่ 7,900 รอบ มีระบบแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์รองรับกับเกียร์ 6 สปีด เคลมท็อปสปีดสูงสุดไว้ที่ 164 กม./ชม. (Track Mode) แต่ถ้าหากเป็นรุ่นเสริมออปชันชุดคิตจะสามารถรีดได้มากถึง 215 กม./ชม. เทคโนโลยีล้ำ เพิ่มระบบ Launch Control สำหรับรุุ่นเจ็นล่าสุดจะมีระบบช่วยออกตัว (Launch Control) ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน ระบบ Cornering Drag Torque Control ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนในขณะเข้าโค้ง หน้าจอ TFT 5 นิ้ว พร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมดทำงานควบคู่กับคันเร่งไฟฟ้า ประกอบไปด้วย Track, Sport, Urban และ Rain รวมถึงสามารถเชื่อมต่อข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน สามารถดูระบบนำทาง มีโหมดแทร็คจับเวลาบนสนามแข่ง รวมถึงฟังก์ชันมีเดียรองรับความสะดวกสบายได้เต็มระบบ ส่วนระบบช่วงล่างติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานการใช้งานทั่วไป ยางไซส์สปอร์ตด้านหน้า 110/70 และด้านหลัง 150/60 เพิ่มความสวยงามมากยิ่งขึ้น โดยเคลมน้ำหนักรวมที่ 174 กก โดยเปิดตัวออกมาทั้ง 6 รุ่น แบ่งเป็น รุ่นสี Red (ไม่มีควิกชิฟเตอร์) ราคาประมาณการ 119,500 บาท รุ่นสี Red (มีควิกชิฟเตอร์) ราคาประมาณการ 126,850 บาท รุ่นสีพิเศษ Bomber Grey ราคาประมาณการ 128,999 บาท รุ่น Built To Order สั่งทำพิเศษ ชุดคิต Dynamic เพิ่มราคา (ประมาณการ) 7,740 บาท ชุดคิต Dynamic Pro เพิ่มราคา (ประมาณการ) 6,880 บาท ชุดสี Race Replica Colur เพิ่มราคา (ประมาณการ) 4,300 บาท สำหรับเรื่องการวางจำหน่ายในไทย ณ ตอนนี้ คาดการณ์ว่าไม่เข้า ถึงแม้เคยมีการนำเข้ามาขายในไทยของรุ่น TVS Apache RTR 310 แต่นั้นก็ผ่านมา 2 ปีแล้วก็ไม่มีการอัปเดตอะไรเพิ่มเติม คิดว่าอาจยังเข้าไม่ถึงกลุ่มสายสปอร์ตบ้านเราก็เป็นไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง 2025 ทำถึง.!! น้ำมัน 1 ลิตร วิ่งเกือบ 1,000 กม. นับเป็นกิจกรรมยิ่งใหญ่ประจำปี สำหรับงานแข่งขัน “ฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง” ครั้งที่ 27 ประจำปี 2025 ปิดฉากจบลงอย่างสวยงาม โดยรางวัลชนะเลิศเป็นของทีมกรุงเก่า 1 จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนยศิลปาชีพบางไทร สร้างผลงานสถิติประหยัดน้ำมันสูงสุดด้วย 897.656 กม./ลิตร ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พร้อมคว้ารถจักรยานยนต์รุ่น Honda Supercub ไปครอบครอง และเงินพัฒนาทีมมูลค่าสูงถึง 60,000 บาท และตามด้วยอันดับรองชนะเลิศเป็นของทีมปราบไตรจักร วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก ด้วยสถิติ 877.242 กม./ลิตร คว้ารถจักรยานยนต์รุ่น Honda Wave 110i พร้อมเงินพัฒนาทีมมูลค่า 40,000 บาท โดยการแข่งขันฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง Honda Eco Mileage Challenge ปีนี้จัดขึ้นที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต โดยมีบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นเจ้าภาพ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะวิศวกรรมยานยนต์ให้แก่เยาวชนไทย ซึ่งแข่งขันนี้นับเป็นการส่งเสริมและผลักดันเยาวชนไทยให้ก้าวไปสู่การพัฒนาทักษะด้านวิศวกรรมยานยนต์และสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 320 ทีมทั่วประเทศ โดยในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 320 ทีมจากทั่วทุกจังหวัด แข่งขันภายใต้โจทย์น้ำมัน 1 ลิตร สามารถวิ่งได้ระยะทางเท่าไหร่ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รุ่นหลัก ได้แก่ รุ่นประดิษฐ์ – ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างตัวถังรถขึ้นเองและติดตั้งเครื่องยนต์ Wave110i ของฮอนด้า รุ่นรถตลาด – ผู้เข้าแข่งขันต้องดัดแปลงรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นต่างๆ เช่น Honda Wave110i, Honda Wave125i และ Honda Supercub ผลการแข่งขัน รุ่นประดิษฐ์ ระดับอาชีวศึกษา: ทีมกรุงเก่า1 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร คว้ารางวัลชนะเลิศด้วยสถิติ 897.656 กม./ลิตร รุ่นประดิษฐ์ ระดับอุดมศึกษา: ทีมตะโกราย 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน คว้ารางวัลรองชนะเลิศด้วยสถิติ 764.915 กม./ลิตร รุ่นประดิษฐ์ ระดับประชาชน: ทีม infernal deva สังกัดร้านซ้งบริการ ด้วยสถิติ 911.597 กม./ลิตร รุ่นรถตลาด: ทีม Trangairport Econo Team 1 วิทยาลัยเทคนิคตรัง คว้ารางวัลชนะเลิศด้วยสถิติ 205.097 กม./ลิตร และปีนี้เป็นปีแรกที่มีรางวัลพิเศษสำหรับทีมที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยม ซึ่งได้แก่ ทีม NSTRU Eco-Racing จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มีพัฒนาการที่ดีขึ้นจากปีที่แล้วถึง 307% เพื่อเป็นกำลังใจในการพัฒนาต่อไป และนี่ก็เป็นกิจกรรมที่ทางไทย ฮอนด้า และผู้ใหญ่องค์กรภาครัฐต่างให้การสนับสนุนเพื่อเพิ่มพูนความสามารถ ทักษะของน้อง ๆ เยาวชนไทย และสามารถต่อยอดในวิชาชีพในอนาคต สุดยอดจริง ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Yamaha XSR155 ไมเนอร์เชนจ์ อัปเดตสีใหม่ วัยรุ่น XSR เตรียมให้พร้อม!! ทางยามาฮ่า มอเตอร์ ประเทศอินโดนีเซียประกาศเปิดตัว New 2025 Yamaha XSR155 สปอร์ตเฮอร์ริเทจรุ่นคลาส 155 ซีซี มาพร้อมการปรับปรุงครั้งใหม่ เพิ่มความคลาสสิกพรีเมียมมากยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ Born to be Free ไมเนอร์เชนจ์ มาแค่สี แต่สวยดี สีน้ำตาล (Metallic Brown Authentic) สีดำ (Metallic Black Elegance) สีซิลเวอร์ (Matte Silver Premium) โดยรุ่นเจ็นล่าสุดมาพร้อมกับชุดสีอัปเดตใหม่ถึง 3 เฉดสี ประกอบไปด้วย สีน้ำตาล (Metallic Brown Authentic), สีดำ (Metallic Black Elegance) และสีซิลเวอร์ (Matte Silver Premium) รวมถึงลวดลายใหม่บริเวณตัวถัง ตัดแต้มสีทองเพิ่มระดับความคลาสสิกพรีเมียมไว้ในรุ่นนี้ ส่วนอื่น ๆ ยังคงไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรตามสไตล์รถเอนกประสงค์ใช้งานทั่วไป เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันกับ R15 ยังผสมผสานความสปอร์ตเข้าด้วยกันด้วยเครื่องยนต์แบบสูบเดียว 4 วาล์ว ขนาด 155 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 19 แรงม้าที่ 10,000 รอบ มาพร้อมแรงบิด 14.7 นิวตันเมตรที่ 8,500 รอบ มีอัตรากำลังอัด 11.6 : 1 ระบบเกียร์แบบ 6 สปีดพร้อมแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ และถังน้ำมันขนาด 10.4 ลิตร ประกอบกับตัวเฟรมแบบเดลต้าบ็อกซ์ ยึดมาพร้อมสวิงอาร์มคู่ ส่วนระบบช่วงล่างนั้น โช้คหน้าให้มาเป็น Up Side Down ขนาดแกน 41 มม. และโช้คเดี่ยวด้านหลัง ระบบเบรกใช้เป็นดิสก์เบรกหน้า-หลัง มีขนาดไซส์ล้อและยางที่ 110/70-17 และ 140/70-17 ตามลำดับ เปิดตัวมาหลายเจ็นแล้ว ทำไมยังไม่มี ABS แน่นอนว่าเจ้า XSR นั้นมีจุดแข่งในเรื่องของการดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และค่อนข้างถูกโฉลกไบค์เกอร์บ้านเราเลยไม่น้อย (ดีไซน์ออกแบบตัวรถโดยฝีมือคนไทย) เครื่องยนต์ที่เป็นพื้นฐานเดียวกันกับสายสปอร์ต อย่าง YZF-R15 , NMAX155, WR155 และเน็กเก็ตไบค์อย่างเจ้า MT-15 ซึ่งอาจแตกต่างในเรื่องของอัตราทดเกียร์และการรีแมฟเครื่องยนต์ที่ทางค่ายออกแบบให้แตกต่างกันไปตามคาแรคเตอร์ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นเครื่องยนต์ย่อมมมาพร้อมกับความแรงด้วยระบบแคมชาร์ฟแบบคู่ หรือ วาล์วแปรผัน VVA ตัดรอบการทำงานที่แตกต่างกัน แต่…แต่!! เจ้า XSR รุ่นนี้ยังไม่มีระบบ ABS ติดตั้งมาให้ อาจเพราะในเรื่องของราคาที่ถูกกว่ารุ่นอื่น ๆ และเน้นสไตล์การขับขี่ที่ดูเท่ ดูหล่อ เป็นหลัก ซึ่งอาจเป็นโจทย์อีกข้อหนึ่งที่ทางค่ายอาจไม่ได้ติดตั้งมาไว้ให้ในรุ่นนี้ก็เป็นไปได้ ส่วนอื่น ๆ ยังคงตามเดิม หน้าจอดิจิทัล LCD ไฟสว่าง LED ทรงกลมทั้งหน้าและหลัง เบาะชิ้นเดียวตอนยาว มีพื้นที่การรองรับโดยสารมากกว่าแบรนด์อื่น ๆ (อันนี้ดี) กับราคาเปิดตัวในตลาดอินโดนีเซียที่ 39,015,000 รูเปีย หรือราว ๆ 8 หมื่นต้น ๆ ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงมากนัก กับสปอร์ตเฮอร์ริเทจรุ่นนี้ คาดมาไทยแน่นอนแต่จะเป็นช่วงไหนก็รอลุ้นติดตามชม อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aerox Twin 140 cc รถ 2 จังหวะทำซิ่ง สกิดเป็นยก พามาชมอีกที่น่าสนใจจากโซเชียลในต่างประเทศ กับโปรเจ็กต์สุดแนวของครีเอเตอร์หนุ่มสุดฮอตสายยานยนต์อย่าง Siw 993 ซึ่งถ้าใครที่ติดตามก็จะรู้ว่าพี่แกชอบทำอะไรโลดโผนแปลก ๆ เป็นคาแรคเตอร์อยู่แล้ว โดยคราวนี้จะพามาชมสกูตเตอร์ 2 จังหวะพิกัด 50 ซีซี รุ่นฮิตเมื่อ 10 ปีก่อน อย่าง Yamaha Aerox Twin 140 cc พร้อมจัดทรงโมดิฟาย ยกเครื่องใหม่ทั้งหมดและอัปไซส์บล็อกเครื่องเป็น 140 ซีซี ใน 2 จังหวะรุ่นนี้ ขี่แล้วจะแรงแค่ไหน..มาชมกัน ตัวซิ่ง..อิตาลี หากจากดูจากคลิป เราจะเห็นตัวโมเดลผ่านการตกแต่งโมดิฟายมาในหลาย ๆ จุด เรียกได้ว่ารื้อและประกอบใหม่ทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเริ่มด้วยการทำบล็อกเครื่องยนต์ใหม่เป็น 2 สูบ ขนาด 140 ซีซี รวมถึงชิ้นส่วนอื่น ๆ ซึ่งครั้งนี้ได้ผู้ผลิตอะไหล่ตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์ชื่อดังอย่าง Polini เข้ามาจัดสรรเติมแต่ง โมดิฟายแบบเต็มสูบ @siw_993 Video completo sul canale ( finito male ) #aerox #scooter #twincylinder #polinimotorispa @polinimotorispa ♬ suono originale – Siw993 🇮🇹 นอกเหนือจากเครื่องยนต์แล้ว ส่วนอื่น ๆ ยังได้รับการออกแบบเช่นเดียวกัน อาทิ งานพ่นสีและประกอบแฟริ่ง ท่อไอเสีย พาร์ท Carbon Italy จัดทรงแบบรถสูตรออกมาให้ชมกัน รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม เครื่องยนต์ 2 สูบ 2 จังหวะ 140 ซีซี โมดิฟายโดยสำนักแต่ง Polini จากอิตาลี ชุดสีเหลืองอมฟ้า ลวดลายดูมีสีสันแบบสีด้าน งานแฟริ่งคัตชิ้นประกอบใหม่ ใส่สติ๊กเกอร์โลโก้ Polini ท่อไอเสียทรงคู่ ออกข้างเสียงหวานเจี๊ยบ บังโคลนหลังคาร์บอน โช้คเทเลสโคปิก โช้คเดี่ยวด้านหลังพร้อมซับแทงค์ ล้อแม็กสีฟ้า ดิสก์เบรกเดี่ยว ด้านหน้า ดรัมเบรกหลัง คาลิเปอร์ ปั๊มบน Polini จอดิจิทัล Starlane Corsaro-ll R นับว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจและนับหาได้ยากสำหรับรถ 2 จังหวะในยุคนี้ รวมถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ในคลิปที่เจ้าตัวได้ทดสอบไป ยังเป็นยังไงจะถูกใจแค่ไหนลองมาเม้นติชมกันได้ สำหรับโมเดลรุ่นต่อไปจะเป็นรุ่นอะไรที่ SuperBike Thailand นำมาเสนอก็อย่าลืมติดตามข่าวสารทางเพจได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Diavel V4 ส่องสเปค ครูเซอร์ตัวท็อป กับราคา 1.29 ล้านบาท Ducati Diavel V4 บิ๊กไบค์สายสปอร์ตครูเซอร์รุ่นใหญ่ มาพร้อมการดีไซน์ยังคงเอกลักษณ์ดุดัน แข็งแกร่ง ที่จัดเต็มด้านเทคโนโลยี พิเศษด้วยสุดยอดเครื่องยนต์อย่าง V4 Granturismo ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ทั้งในสนามแข่งและท้องถนน ราคาแนะนำ 1,299,000 บาท สเปค, สเป็ก ไฟหน้ารูปตัว C คู่ เดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ เครื่องยนต์ V4 Granturismo หน้าจอสี TFT ไฟท้ายรูปตัว C แฟริ่งทรงสปอร์ต ดีไซน์ดุดัน ท่อ Rocket Launcher Ducati Diavel V4 ส่องสเปค ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ V4 Granturismo 4 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,158 ซีซี แรงม้า (เคลม) 168 แรงม้าที่ 10,750 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 126 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83 x 53.5 มม. อัตราส่วนการอัด 14.0 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง อิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 ล้ออัลลอย ยางหลัง 240/45-ZR17 ล้ออัลลอย ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 50 มม. ปรับพรีโหลดได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้, พร้อมสวิงอาร์มเดี่ยว เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 330 มม. และคาลิเปอร์ Breambo Stylema 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกขนาด 265 มม.คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,593 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 112 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 211 กก. (ไม่รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 20 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ควิกชิฟเตอร์ ครูซคอนโทรล หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Ducati Multimedia System ระบบสองสว่าง Full LED รอบคัน ระบบช่วยการออกตัว (DPL) โหมดการขับขี่ 4 โหมด (Sport, Touring, Urban และ Wet) ระบบแทร็คชั่นคอนโทรล (DTC) ระบบเบรก ABS ระบบป้องกันล้อหน้าลอย (DWC) สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Ducati Diavel V4

ส่องสเปค MT-07 กับสีใหม่ หน้าจอใหม่ ในราคาเดิม Yamaha MT-07 สปอร์ตเน็กเก็ดไบค์ กับเจ้าของฉายา “Master of Torque” ที่มาพร้อมกับหน้าจอสีใหม่ในเครื่องยนต์ CP2 689 ซีซี กับแรงบิดที่เหนือสมรรถนะ ให้ความเร้าใจในการขับขี่ตลอดเส้นทาง ราคาแนะนำ 305,000 บาท สเปค, สเป็ก ระบบไฟ LED หน้าจอสี TFT พร้อมแอพพลิเคชั่น Y-Connect เครื่องยนต์ CP2 2 สูบ ดีไซน์ทรงสปอร์ต ปราดเปรียว พร้อมโลโก้แฟริ่งด้านข้าง ส่องสเปค MT-07 ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 689 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73.4 แรงม้าที่ 8,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 68.6 มม. อัตราส่วนการอัด 11.5 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด T.C.I. ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70ZR17M/C (58W) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55 ZR 17M/C(73W) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว พร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 298 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 245 มม. กว้าง X ยาว X สูง 780 x 2,085 x 1,105 มม. ระยะฐานล้อ 1,400 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 140 มม. ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 184 กก. ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA ์เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบไฟ LED แอพพลิเคชั่น Y-Connect ระบบเบรก ABS สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Yamaha MT-07 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เป็นสถานที่ที่คนรัก Yamaha MotoGP ต้องได้เข้าไปใน Yamaha Motor Racing YMR ซึงถือว่าเป็นศูนย์กลางระดับโลกเลยก็ว่าได้ที่จะรวมนักแข่งทีมโรงงานอย่าง Maverick viñales #12 Valentino Rossi #46 หัวหน้าช่างทีมแข่ง อะไหล่ตัวรถแข่ง การขนส่ง และสำนักงาน Yamaha MotoGP อยู่ในที่นี้ที่เดียว สำหรับวันนี้เราจะพาเดินชม Yamaha Motor Racing YMR โดยมีคุณ William Favero ผู้จัดการฝ่ายสื่อสาร และการตลาด ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่จะเป็นคนแนะนำพื้นที่ต่างๆ ในบริเวณสำนักงานว่าส่วนไหนดูได้ ส่วนไหนดูไม่ได้ (บางพื้นที่เป็นความลับ) ตื่นเต้นๆแล้ว เรามาเดินชมไปพร้อมๆกันดีกว่าครับ ใน ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่เราจะได้เข้าไปเยี่ยมชมถูกแบ่งสัดส่วนการใช้งานอย่างเป็นระเบียบ จัดสรรพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น โซนโชว์รูม โชนต้อนรับแขกผู้มาเยือน ห้องประชุม โซนซ่อมบำรุงรักษา โซนโรงรถเทเลอร์ขนย้าย และชั้น 2 ที่ถูกออกแบบให้เป็นสำนักงาน ติดต่อประสานงานครบวงจร โซนแรกที่เราได้เข้าไปเจอนั้นคือโชว์รูมที่จัดโชว์รถแข่ง Yamaha MotoGP ถูกจอดโชว์เรียงไว้เป็นปี เป็นรุ่น มีทั้งสมัย Lorenzo #99 เป็นทีมเมทกับ Rossi #46 โชว์ชุดแข่งของแต่ละคน ได้ดูกันอย่างใกล้ชิดเลยละครับ มีทั้ง Valentino rossi Maverick viñales ทุกชุดที่แขวนโชว์คือชุดที่ผ่านการใช้งานจริงมาแล้วทั้งหมด อยากได้สักชุดจริงๆ ภาพชิ้นนี้เป็นฝีมือคนไทยที่ทำขึ้น ถูกแขวนอยู่บนผนังในโซนต้อนรับแขก มองไปที่ภาพรับรู้ถึงความเป็นไทยได้เลยและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากๆที่ได้เห็นภาพนี้อยู่ที่แห่งนี้ ขอบคุณครับ โชว์เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง รหัส S5 ขนาดเครื่องยนต์ 800 ซีซี ปี 2008 ถูกวางโชว์อยู่บนแท่นในแต่ละปีจะมีความแตกต่างกัน เครื่องยนต์ถูกพัฒนาให้มีกำลังแรงขึ้น ทนขึ้น และสเถียรมากขึ้นอีกด้วย อีก 1 ห้องที่สำคัญไม่แพ้ห้องอื่นๆเลย นี้คือห้องประชุมที่นักแข่ง Yamaha MotoGP อย่าง Rossi Vinales และทีมแข่ง นายช่างเครื่อ และผู้บริหารทีม เข้ามาประชุมในห้องนี้ โดชว์ถูกจัดให้มี Yamaha M1 อยู่กลางโต๊ะประชุม เสริมบรรยากาศให้รู้สึกดีมากยิ่งขึ้น (น้อยคนมากที่จะได้เข้าห้องนี้) เราเดินต่อมากันที่ด้านหลังของโชว์รูมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่นี้คือสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า “ห้ามถ่ายรูป” มันต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ในครั้งนี้เราได้สิทธิพิเศษในการเยี่ยมชมแบบ VIP “ถ่ายได้” ก็ต่อเมื่อเขาให้ถ่าย ต้องบอกก่อนว่าตรงนี้คือโซนที่จะมีรถเทเลอร์ขนย้าย ขนส่งอะไหล่และรถแข่งในโซนยุโรปทั้งหมด จะถูกขนด้วยรถเทเลอร์ โดยในรถจะมีอะไหล่ ที่พัก เครื่องมือที่พร้อมออกเดินทางข้ามประเทศกันเลยละครับ ถ้าใครเห็นภาพหรือวีดีโอที่นักแข่ง Yamaha วิ่งๆขึ้นเทเลอร์ รถพวกนั้นออกมาจากทีนี้ละครับ ช่องจอดจะยาวเป็นพิเศษเพราะเทเลอร์จะถอยหลังเข้ามาแล้วขนย้ายอะไหล่ เครื่องมือ และรถแข่งขึ้นในนี้ทั้งหมด แม้แต่โรงรถขนของก็ถูกตกแต่งด้วยชุดสี แฟริ่งรถแข่ง Yamaha M1 มาต่อกันเป็นคันแล้วจอดโชว์ในโรงรถ ส่วนในห้องด้านหลังจะเป็นโซนที่ห้ามถ่ายรูปเพราะเป็นความลับ นั้นคือห้อง ซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ มีเครื่องมือเยอะแยะไปหมด เครื่องยนต์ ที่ต้องส่งตรวจเป็นเครื่องสำรองในการแข่ง ชุดสี แฟริ่ง มีนายช่างอยู่ในนั้นประมาณ 4-5 คน พวกเขาต้องใช้สมาธิพอสมควรในการประกอบ เราเดินต่อขึ้นไปที่ชั้น 2 ที่เป็นโซนสำนักงาน ที่ใช้ติดต่อ ประสานงานทุกสนามการเดินทาง สปอนเซอร์รถแข่งและนักแข่ง ทุกอย่างต้องรวดเร็ว และลงตัว จะมีเพียงมุมบนมุมเดียวที่ถ่ายลงมาให้ชมด้านล่าง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ครั้งนึงในชีวิตได้เข้ามาที่ ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่ประเทสอิตาลี เดินเยี่ยมชมรถแข่ง เครื่องยนต์ กลิ่นชุดหนัง ความเป็นมืออาชีพ ทุกอย่างมันสุดยอดจริงๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีครั้งนึงในชีวิตเลยละครับ อันนี้เป็นภาพถ่ายที่เดินถ่ายทั้งหมด อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

เอ.พี. ฮอนด้า ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ครอบครัวของเมืองไทย ด้วยการเปิดตัว New Honda Wave125i พร้อมสีใหม่ “Blue Metallic” ภายใต้คอนเซปต์ “The Superior of All Time โดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ” ด้วยแรงบันดาลใจจากยานยนต์ระดับไฮคลาสสู่รถจักรยานยนต์ครอบครัวระดับพรีเมี่ยม ดึงดูดทุกสายตาด้วยสีน้ำเงินเมทัลลิกตัดกับเบาะและอินเนอร์สีแดงอย่างลงตัว ดูสง่างามทุกมุมมองด้วยรูปลักษณ์แบบ Superior Design ที่เน้นความปราดเปรียวหรูหรา ทันสมัยด้วยไฟหน้าแบบ LED พร้อมหน้าปัดเรือนไมล์เรียบหรู สะดวกสบายด้วย U-Box ขนาด 17 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ ทั้งยังใช้งานง่ายด้วย Seat Opener & Key Shutter ขับขี่สนุกและประหยัดด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 125ซีซี หัวฉีด PGM-FI ตอบสนองทันใจแต่มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 69 กม./ลิตร (วัดตามมาตรฐาน EURO4 ใหม่) พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ รุ่นล้อแม็กมีให้เลือก 4 สีได้แก่ น้ำเงิน-แดง, เทา-แดง, ดำ-แดง, ขาว-แดง ราคาแนะนำ 55,600 บาท และรุ่นล้อลวดมีให้เลือก 3 สีได้แก่ แดง-ดำ, ดำ, น้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 53,400 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.aphonda.co.th อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้ #Honda #Wave125i #TheSuperirorOfAllTime #BlueMetallic #Whatstopsyou?

มาถึงรถที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับขาลุยประเทศไทย สำหรับเจ้า Yamaha Tenere 700 ที่มีเสียงเรียกหาอย่างมากมาย อีกไม่กี่วันนี้ได้มีข่าวดี เห็นตัวเป็นๆอย่างแน่นอน ในงานใหญ่ปลายเดือนนี้ สำหรับคันนี้จอดโชว์ใน บูทยามาฮ่า ในงาน Eicma 2019 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สีแดง-ขาว ที่ดูจะโดดเด่นเกินคันอื่นๆ (แล้วแต่คนชอบนะครับ) ที่มีสีดำและสีน้ำเงิน จอดอยู่ข้างๆ คันนี้มาพร้อมกับชุดแต่ง มาดูกันที่ด้านหน้าที่ถูกแต่งเสริมเติมหล่อด้วยไฟส่องนำทาง แบบ Fog lamp 1 คู่ถูกติดตั้งอยู่ทางด้านล่างของโคมไฟด้านหน้า ส่องสว่างเห็นทางได้กว้างและไกลขึ้น มาต่อกันที่ท่อไอเสียที่เป็นของแต่งตรงรุ่นจากโรงงาน แบรนด์ Akrapovic for Tenere 700 ที่ออกแบบและพัฒนามาคู่บุญกับโมเดลนี้เลย สำหรับผมแล้วถือว่าลงตัวดูมากๆเลยละครับ รู้สึกได้ถึงฟิว dakar rally โช้คหลังถูกปรับเปลี่ยนจากเดิมเป็น Ohlins Subtank ที่มีรีโมทแยกออกจากตัวโช้คสามารถปรับค่า ความหนืดได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับสายลุย เวลาที่ต้องใช้ไม่จพเป็นต้องใช้เครื่องมือ เพียงแค่ใช้มือปรับง่ายๆ เท่านั้น ก้านเบรคและก้านคลัทซ์ ถูกเปลี่ยนเป็น gilles tooling มีขนาดที่สั้นลงกว่าเดิม สามารถปรับระยะก้านได้ นั้นหมายความว่าดีขึ้น เมือถึงเวลาที่กำเข้าไป เราจะใช้เพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น ยังเหลือนิ้วอีก 2 นิ้ว ที่ยึดแฮนด์ไว้กันหงายหรือหลุดออกจากแฮนด์ สำหรับ สเปค Yamaha Tenere 700 (Eu spec) เครื่องยนต์ 4 จังหวะ Crossplane (CP2) 2 สูบ 689 ซีซี DOCH เกียร์ 6 สปีด โช้คหน้าแบบ Up-side down โช้คหลังเดี่ยวแบบ คอล์ยสปริง (ในรูปคือของแต่ง Ohlins) เบรคหน้าจานดิสคู่ ขนาด 282 มิลลิเมตร เบรคหลังดิส ขนาด 245 มิลลิเมตร ยางหน้า 90/90 ขอบ 21 ยางหลัง 150/70 ขอบ 18 น้ำหนัก 204 กิโลกรัม บััจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 16 ลิตร ** โช้ค Ohlins,ท่อ Akraprovic, ไฟหน้าแบบ fog lamp และก้านเบรค,มือคลัทช์ Gilles tooling เป็นของแต่งเพิ่มเติม แต่งมาให้เป็นแนวทางสำหรับสาย Rally ส่วนราคาที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยยังไม่มีการเปิดเผยอย่างแน่ชัดอาจจะเป็นเพียงการเทียบเรทเงินยูโร ที่เป็นราคาขายทางฝั่งยุโรบ ณ ตอนนี้ เปิดราคาอยู่ 9,799 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยแบบไม่รวมภาษี จะอยู่ที่ 334,000 บาท อดใจอีกนิด เดียวคนไทยมีเซอร์ไพส์อย่างแน่นอน ขวัญใจสายลุย!! อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

Bajaj Pulsar NS 160 สเปกและราคา Bajaj Pulsar NS 160 สตรีทไฟเตอร์ที่เหมาะกับนักบิดทุกคน ให้ความคล่องตัว แม้ในเขตเมืองที่มีรถติดมากมาย ราคา 69,800 บาท (ราคาช่วงแนะนำ) สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ DTSI สูบเดียว 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 160.3 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 90/90-17″ แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 120/80-17″ แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระยะยุบ 130 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ระยะยุบ 120 ม.ม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 230 ม.ม. ยาว X กว้าง X สูง 2,012 X 803.5 X 1,060 มม. ระยะฐานล้อ 1,363 มม. ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX DEMON GR200R (2020) สเปกและราคา GPX Demon GR200R กับความสปอร์ตแบบเต็มขั้น ด้วยการคิดค้นและออกแบบใหม่หมดจดทั้งคัน ให้กำลังแรงขึ้น สปอร์ตมากกว่าที่เคย ราคา 76,500 บาท (ราคาพิเศษก่อน 15 ก.ค.63) สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ สูบเดียวแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 198 ซีซี ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 65.5 X 58.8 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 100/80-17 แบบไม่ใช้ยางใน (GPX Demon GR200R Da Corsa ใส่ Pirelli Rosso Sport) ยางหลัง 140/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน (GPX Demon GR200R Da Corsa ใส่ Pirelli Rosso Sport ) ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ระบบกันสะเทือนหลัง มัลติลิงก์และโช้คเดี่ยว YSS ปรับพรีโหลดได้ 7 ระดับ เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรกแบบ 2 พ็อต เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรกแบบ 1 พ็อต ยาว X กว้าง X สูง 2,020 X 747 X 1,145 มม. ระยะฐานล้อ 1,340 มม. ความสูงเบาะ 815 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 11 ลิตร อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda GOLDWING DCT (2020) สเปกและราคา Honda GOLDWING DCT แกรนด์ทัวริ่งรุ่นใหญ่สุดของค่ายปีกนกที่มาพร้อมระบบเนวิเกชั่น เวอร์ชั่นล่าสุดและระบบเกียร์อัจฉริยะ DCT ราคา 1,340,000 สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ 6 สูบแนวนอน 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1833 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 73.0 X 73.0มม. อัตราส่วนการอัด 10.5:1 ระบบเกียร์ 7 สปีด พร้อมระบบ DCT และวอล์กกิ้งโหมด F/R ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 130/70R-18 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 200/55R-16 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า ดับเบิ้ลวิชโบนกับโช้คเดี่ยว Showa ขนาด 45 มม. ระยะยุบ 110 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โปรลิงก์และโช้คเดี่ยว Showa ระยะยุบ 104 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบคลื่น ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin 6 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 316 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin 3 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS ยาว X กว้าง X สูง 2,575 X 905 X 1,430 มม. ระยะฐานล้อ 1,695 มม. ความสูงเบาะ 745 มม. น้ำหนักรถ 384 กก. ความจุถังน้ำมัน 21.1 ลิตร อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก