SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
ยอดจอง Motor Show 2026

สรุป ยอดจอง Motor Show 2026 ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่สร้างสถิตินิวไฮทะลุ 80,000 คัน ทัพรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดกวาดส่วนแบ่งตลาดถล่มทลายสวนกระแสน้ำมันแพง

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
Pecco Ducati GP25 เหมือนได้ของดี แต่ฟีลลิ่ง “ยังไม่ใช่”

Pecco Ducati GP25 เหมือนได้ของดี แต่ฟีลลิ่ง “ยังไม่ใช่” ถ้าไม่พูดถึงก็คงเป็นไปไม่ได้..และยิ่งเป็นถึงแชมป์โลก 2 ซ้อนในรายการโมโตจีพีสำหรับ Pecco Bagnaia จากทีมโรงงานดูคาติ ที่ดูเหมือนฟอร์มเริ่มดร็อบลงจนผิดสังเกตนับตั้งแต่การจบอันดับ 3 ในแข่งขันที่สนามบุรีรัมย์ จนกระทั่งบินลัดฟ้าข้ามทวีปมาแก้ตัวในสนาม ArgentinaGP แต่สุดท้ายจบอันดับที่ 4 ไปอย่างน่าเสียดาย หรือจะเป็นที่ตัวแข่อย่าง Pecco Ducati GP25 Ducati GP25 กับ “ความรู้สึกที่หายไป” “ความรู้สึกที่หายไป” อาจไม่ใช่ชื่อเพลงใหม่ แต่เป็นบทสัมภาษณ์ที่เจ้าตัวได้เผยออกมาสำหรับตัวแข่ง Ducati desmosedici GP(24.9) ซึ่งเป็นตัวแข่งเวอร์ชันล่าสุดและมีเพียง เป้กโก้ มาร์คและดีเจีย เท่านั้นที่ได้ใช้เวอร์ชันนี้ แต่ทว่าผลงานกลับออกมาอย่างไม่เป็นไปตามคาด โดยเฉพาะการไล่บี้ตามหลัง มาร์ค มาร์เกซ ห่างถึง 5.53 วินาที ทั้งที่เป็นตัวแข่งเวอร์ชันเดียวกัน แถมยังโดน “เดอะ บราเทอร์” คนน้องอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ แซงขึ้นนำด้วยตัวแข่งปี 24 มันช่างเป็นอะไรที่ทำให้เจ้าตัวนั้นรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งกับตัวแข่งในเวอร์ชันนี้  “ผมไม่แฮปปี้เลย..มีปัญหาตลอดทั้งอาทิตย์ สุดท้ายมาจบอันดับ 4 ทั้ง ๆ ที่่ความเร็วไม่ได้ต่างจากสองคันแรก ซึ่งในตอนแข่ง…ผมรู้สึกว่าความเร็วยิ่งตกเรื่อย ๆ และค่อนข้างเสียเวลาไปกับการโดน โยฮัน ซาร์โก้ และแฟรงกี้ไล่บี้อยู่ข้างหลัง กระทั่งแฟรงกี้สามารถแซงขึ้นนำไปแบบไม่เกรงใจยางซอร์ฟเลย”  “ผมต้องปรับตัวใหม่ เพื่อหาฟีลลิ่งในแบบเดียวกันเหมืิอนปีที่แล้ว..ซึ่งมันยังขาดในส่วนนี้อยู่ อันดับ 4 ไม่ใช่ของผม อันดับ 3 ก็ไม่ใช่ ผมกำลังทำงานอย่างหนักและเป้าหมายสูงสุดก็คือการกลับไปอยู่ในจุดที่มันควรจะเป็น” “ฟีลลิ่งมันหายไปจริง ๆ นะ ถึงรถมันจะเร็วก็เถอะ แต่มันไม่ใช่ตัวเองเลย มันไม่ได้ขี่ง่ายเหมือนปีที่ผ่านแล้ว และทุกครั้งที่ผมลงสนาม ผมพยายามทำแบบปีที่แล้ว แต่มันก็พลาด ดังนั้น..ก็ต้องพัฒนากันต่อไป”  หากให้กล่าวสรุป..ก็เหมือนคนที่ได้แฟนใหม่แสนเพอร์เฟค หน้าตาสละสวย แต่ก็ไม่รู้ใจเหมือนคนเก่าหล่ะครับ ยังไงก็เอาใจช่วยให้ฟอร์มเจ้าตัวนั้นกลับมาในเร็ววัน เพราะการที่ได้เห็นหมายเลข 63 ไล่บี้กับ 93 หรือบดทั้งพี่ทั้งน้อง มันคงเป็นอะไรที่สนุกและมันส์กว่าการเห็นพี่น้องขี่กินลมชมวิวบนแถวหน้าจริงไหมหล่ะครับ สำหรับการแข่งขันในสนามถัดไปกับ Americas GP จะจัดขึ้นในวันที่ 28-30 มีนาคม ห้ามพลาดกันนะจ๊ะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

18 March 2025
2025 Pirelli Argentina ทำลายสถิติ ครั้งแรก ทิ้งห่าง 2 วิ

2025 Pirelli Argentina ทำลายสถิติ ครั้งแรก ทิ้งห่าง 2 วิ นับเป็นปีที่ 2 แล้ว สำหรับการเข้าร่วมสู่การเป็นซัพพลายเออร์หลักในรายการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 ของยางระดับโลกสัญชาติอิตาลีอย่าง Pirelli รวมถึงกดสถิติเรคคอร์ดมาแล้วมามายแทบทุกสนาม แต่หนึ่งในรูทแม็ปที่ยังไม่เคยได้สัมผัสในการแข่งขันอย่าง 2025 Pirelli Argentina ซึ่งครั้งนี้กลับกลายเป็นโจทย์สมการที่ท้าทายอย่างยิ่งต่อพีเรลลี ยังรวมไปถึงทีมเทคนิคอลและตัวนักบิดเองก็เช่นกัน สถิติใหม่ เกิดขึ้นอีกครั้ง ด้วยสภาพอากาศที่คาดการณ์ว่าจะต้องร้อนตับแตกเหมือนบ้านเราอย่างแน่นอน แต่กลับกันอุณภูมิที่สนามกลับเย็นกว่าที่คาดซึ่งอยู่ราว ๆ 18-20 องศา ส่วนอุณภูมิผิวแทร็กอยู่ที่ราว ๆ 30 องศาเท่านั้น ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ค่อนข้างเหมาะสมและมาพร้อมกับชัยชนะทั้ง 2 รุ่นพร้อมสถิติครั้งใหม่โดยทิ้งห่างจากผลเวลาดีที่สุดครั้งก่อน ๆ เกือบ 2 วินาที (เทียบกับปี 2023 ที่ยาง Dunlop เป็นสปอนเซอร์) โดย Manuel Gonzalez (Kalex) หนึ่งเดียวที่สามารถสร้างสถิติดีที่สุดในการควอลิฟายเวลาได้เร็วกว่า 1.41 นาที (อยู่ที่ 1’40.870 นาที นอกนั้น 1.41 นาทีขึ้น) ทำลายสถิติปี 2023 ที่ทำโดย Alonso Lopez  ไว้ที่ 1’42.472 ซึ่งเร็วกว่า 1.6 วินาที โดยใช้ยาง Pirelli ประเภทซอร์ฟ (หน้า SC1 หลัง SC0) แต่ถึงอย่างไรเจ้าตัวก็จบอันดับการแข่งขันด้วยรองชนะเลิศอันดับ 1 ซึ่งพลาดตำแหน่งให้กับ Jake Dixon ไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนรุ่น Moto3 ผู้ที่ทำเวลาต่อรอบดีสุดก็คือ Matteo Bertelle (KTM) ผู้ออกสตาร์ทกริดแรกด้วยสถิติผลเวลาดีที่สุด (ควอลิฟาย) ที่ 1’46.034 นาที ทำลายสถิติที่ดีที่สุดของสนามซึ่งถูกเรคคอร์ดไว้เมื่อปี 2022 โดย Sergio Garcia เคยทำเวลาไว้ที่ 1’48.429 นาที ซึ่งเร็วกว่า 2 วินาที ด้วยยางหน้าพีเรลลี SC2 มิเดียม และยางหลังซอร์ฟ SC1 อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะทำผลเวลาการซ้อมดีสุด แต่ทว่าการแข่งขันจริงจะต้องอาศัยชั้นเชิงและความได้เปรียบ โดยเจ้าตัวจบอันดับที่ 4 ในการแข่งขันและอันดับโพเดี้ยมตกเป็นของ Angel Piqueras  “จนถึงตอนนี้ เราสามารถกล่าวได้ว่าเราพอใจกับประสิทธิภาพของยางของเราในสนามนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่านี่เป็นการแข่งขันครั้งแรกของเราในสนามนี้ และเราไม่มีข้อมูลอ้างอิงมาก่อน มีหลายเหตุผลที่ทำให้เราสามารถกล่าวอย่างมั่นใจได้ดังนี้ ประการแรก ในทั้งสองรุ่นการแข่งขัน เราสามารถทำลายสถิติเวลาต่อรอบตลอดกาล (all-time lap records) ได้สำเร็จ โดยมีพัฒนาการที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับยางประเภทอื่น – เรากำลังพูดถึงการทำเวลาเร็วขึ้นถึง 1.6 วินาทีใน Moto2 และมากถึง 2.4 วินาทีใน Moto3 ประการที่สอง ควรกล่าวถึงว่า นักแข่งหลายคนสามารถทำเวลาได้ต่ำกว่าสถิติสนามเดิมในทั้งสองรุ่นการแข่งขัน ตั้งแต่การฝึกซ้อมในช่วงบ่ายของวันศุกร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่านักแข่งสามารถปรับตัวเข้ากับยางของเราได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำรอบได้เร็วตั้งแต่เริ่มต้น ประการสุดท้าย ต้องเน้นย้ำว่า การพัฒนาสถิติเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากนักแข่งเพียงคนเดียว แต่เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นกับนักแข่งเกือบทุกคนในทั้งสองรุ่นการแข่งขัน เพราะแทบทุกคนสามารถทำเวลาได้ต่ำกว่าสถิติเดิม นอกจากนี้ นักแข่งบางคนได้ทดสอบการวิ่งระยะยาว (long runs) และยางก็แสดงให้เห็นถึงอัตราการสึกหรอที่อยู่ในระดับที่ดี” ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกในฐานะซัพพลายเออร์รายใหม่ แต่ทว่าผลงานที่ออกมาถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะนักบิดหลาย ๆ คนที่ทุ่มเทกำลังอย่างเต็มความสามารถ นอกจากจะทำลายสถิติเดิมแทบจะทุกคนแล้ว เรายังได้ได้ข้อมูลอันมีค่าเพื่อนำมาพัฒนาประสิทธิภาพของยางสำหรับการแข่งขันในครั้งต่อ ๆ ไป  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

17 March 2025
  • All Posts
  • MOTOGP
ก้อง สมเกียรติ ลุยโมโตทู เลอ มองส์ 2024 ยกระดับรถแข่ง เพิ่มความมั่นใจ

ก้อง สมเกียรติ ลุยโมโตทู เลอ มองส์ 2024 ยกระดับรถแข่ง เพิ่มความมั่นใจ  ด้าน ก๊องส์ ธัชกร ลุยล่าแต้ม โมโตทรี ก้อง สมเกียรติ ลุยโมโตทู เลอ มองส์ 2024 ในศึก โมโตจีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 5 ในสุดสัปดาห์นี้ ที่ฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นสนามที่นักบิดไทยอย่าง สมเกียรติ จันทรา สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอ รวมถึงเคยคว้าโพเดียมในคลาส โมโตทู มาครองได้ในปี 2022 โดยนักบิดขวัญใจชาวไทยเจ้าของหมายเลข 35 กล่าวว่า “ผมตั้งตารอคอยการแข่งขันที่ เลอ มองส์ ในสุดสัปดาห์นี้ หลังจากที่เรามีผลการทดสอบที่ดีใน เฆเรซ มีทิศทางบวกเกี่ยวกับรถแข่ง เราทำงานกันอย่างหนักในการปรับปรุงประสิทธิภาพ รวมถึงใส่ใจฟีลลิ่งของผมว่ารู้สึกอย่างไรกับการพัฒนานี้ ผมหวังว่ามันจะได้ผลลัพธ์ที่ดีและผมตั้งเป้าหมายที่จะทำให้ทุกคนที่สนับสนุนมีความสุข” สมเกียรติ ทิ้งท้าย ขณะที่ “ก๊องส์” ธัชกร นักบิดดาวรุ่งชาวไทยเจ้าของหมายเลข 5 ในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ กล่าวว่า “ตอนนี้ผมมีฟีลลิ่งที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องกับรถแข่ง หลังผ่านสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมใน เฆเรซ เราขยับเข้าหานักบิดในกลุ่มกลางได้มากขึ้น ซึ่งเรามีการทดสอบหลังจากนั้น 1 วัน และตอนนี้ก็ตั้งตารอที่จะได้ลงสนามอีกครั้งที่ เลอ มองส์ หวังว่าจะสามารถลดช่องว่างจากนักบิดคนอื่นเข้าไปได้อีก เพื่อลุ้นแต้มแรกใน โมโตทรี ผมจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถครับ” ทั้งนี้ ศึก เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์ จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคมนี้ ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ตในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคมนี้ และดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคมนี้ เริ่มต้นในรุ่น โมโตทรี 16.00 น. ต่อด้วย โมโตทู 17.15 น. และปิดท้ายด้วย โมโตจีพี 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง PPTVHD36 และ True Vision SPOTV แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม :www.facebook.com/HondaRacingTeamTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 ปรับอะไรบ้าง ไปดู

เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 ปรับอะไรบ้าง ไปดู แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตหลาย ๆ คนน่าจะได้รับรู้ข่าวสารเรื่องการปรับเปลี่ยนกติกาทางเทคนิคเกี่ยวกับรถแข่งในรายการ MotoGP กันไปแล้ว มาวันนี้เราจะไป เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 กันครับว่ามีอะไรบ้าง – เครื่องยนต์ในคลาส MotoGP จะถูกลดขนาดความจุลงเหลือเพียง 850 ซีซี โดยขนาดกระบอกสูบจะลดจาก 81 ม.ม.เหลือเพียง 75 ม.ม. โดยจะต้องเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบและ 4 จังหวะเช่นเดิม – ค่ายผู้ผลิตที่ลงแข่งในปี 2026 จะเริ่มต้นฤดูกาล 2027 ในแรงค์ B ซึ่งแรงค์ดังกล่าวจะมีการปรับเปลี่ยนอีกในช่วงกลางฤดูกาล 2027 โดยอิงจากผลงานในช่วงแรกของฤดูกาล 2027 เพียงอย่างเดียว ผลงานก่อนหน้านี้ไม่นับ และแรงค์ปกติจะกลับมาใช้อีกครั้งหลังจากจบฤดูกาล 2027 ส่วนค่ายรถใดที่ไม่ได้ทำการแข่งขันในปี 2026 แต่เริ่มแข่งในปี 2027 จะนับเป็นแรงค์ D และจะมีการปรับเปลี่ยนแรงค์อีกครั้งแบบเดียวกันนี้ – จำนวนเครื่องยนต์สำหรับนักแข่งที่เซ็นสัญญายาวจะถูกลดเหลือเพียง 6 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาลในกรณีที่การแข่งมีทั้งหมด 20 สนาม และเป็น 7 เครื่องในกรณีมีการแข่งทั้งหมด 21 – 22 สนาม – ค่ายรถที่อยู่ในแรงค์ D จะมีสิทธิ์พิเศษ ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องยนต์ได้มากขึ้น 2 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาล ต่อนักแข่ง 1 คน – ทุกทีมจะสามารถเข้าถึงข้อมูล GPS ของนักแข่งทุกคนได้เมื่อจบเซสชันแต่ละเซสชัน – ในพิกัด MotoGP จะถูกปรับลดเรื่องจำนวนอัตราทดเกียร์ได้ไม่เกิน 16 ชุดจากเดิม 24 ชุด (อัตราทดเกียร์ทั้งหมด 6 เกียร์ ใช้ชุดเฟืองเกียร์ทั้งหมด 6 ชุด ดังนั้นจะต้องเลือกใช้ชุดอัตราทดเกียร์อย่างชาญฉลาดและให้เกิดประโยชน์มากที่สุดกับทุก ๆ สนาม เพราะถูกจำกัดจำนวน) บวกกับเฟืองเพลาขับได้อีก 4 ชุดต่อ 1 ฤดูกาล – น้ำหนักรถขั้นต่ำจากเดิมจะต้องไม่เบาไปกว่า 157 กิโลกรัมจะกลายเป็น ไม่เบาไปกว่า 153 กิโลกรัมแทน – ไม่อนุญาตเรื่องอุปกรณ์ปรับความสูงของตัวรถอีกต่อไป (Ride Height Device) รวมถึงอุปกรณ์ช่วยออกตัวที่จะทำงานตอนเริ่มการแข่งขันด้วย (Holeshot Device) – มีการลดความจุของถังน้ำมันลงเหลือ 20 ลิตรสำหรับการแข่งขันปกติ และเติมน้ำมันได้แค่ 11 ลิตรสำหรับการแข่งสปรินต์เรซ   – จำกัดเรื่องความกว้างของแฟริ่งแอโรด้านหน้าหรือวิงเล็ตด้านหน้าเหลือ 550 ม.ม.จากเดิม 600 ม.ม. หรือแคบลง 5 ซม.นั่นเอง จำกัดเรื่องความสูงของด้านท้ายรถเหลือ 1,150 ม.ม.จากเดิม 1,250 ม.ม.หรือท้ายรถเตี้ยลง 10 ซม. จำกัดเรื่องส่วนที่ยื่นออกไปด้านหน้าสุด (จมูกแฟริ่งหน้า) ให้สั้นลง 50 ม.ม. นอกจากนี้ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับแอโรไดนามิกส์ที่อยู่ด้านหลังนักแข่ง หรือวิงก์เล็ตที่ด้านท้าย จะต้องยื่นขอรับรองว่าเป็นชิ้นส่วนนึงของแอโรบอดี้ก่อน และจะอนุญาตให้มีการอัปเดตได้เพียงแค่ 1 ครั้งต่อฤดูกาลเท่านั้น – น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้จะต้องเป็นน้ำมันที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล หรือก็คือต้องใช้น้ำมันแบบยั่งยืนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขุดเจาะแล้วมากลั่นแบบที่เราใช้กันปกติในทุกวันนี้นั้นเอง อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิว หรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ โดยผู้สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องชี้แจงรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับ TWG1 ที่เป็นผู้รับผิดชอบและชี้แจงกับตัวแทนของทาง Dorna และทีมงานที่เกี่ยวข้องด้วย ก็เรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ จุด โดยเฉพาะเรื่องของตัวรถ ซึ่งทางดอร์น่าเองระบุว่าเพื่อความปลอดภัย ความสนุกสนาน ความตื่นเต้นเร้าใจจากการที่การแข่งขันจะแซงกันได้ง่ายขึ้น สูสีกันมากขึ้น ใกล้เคียงกับรถทั่วไปมากขึ้น และนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับเปลี่ยนแปลงวงการเลยทีเดียว ซึ่งอนาคตก็อาจจะส่งผลต่อรถบ้าน ๆ หรือรถโปรดักชันด้วยอย่างแน่นอนทีเดียวครับ ซึ่งก็คงอีกหลายปีทีเดียว หรืออนาคตอาจจะเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าแทนไปเลยก็ได้ ถ้าเทคโนโลยีแบตเตอรี่มันพัฒนาได้เร็วจนสามารถทำระยะทางได้ไกล ชาร์จได้เร็ว โดยที่แบตเตอรี่ไม่ได้มีขนาดใหญ่จนเกินไป จุดนั้นโลกก็จะเปลี่ยนอีกแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ คว้า Top 10 โมโตทู สนาม 4 เฆเรซ

ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครการ “Race to the dream” คว้าท็อปเท็นในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2024 สนาม 4 รายการ สแปนิช กรังด์ปรีซ์ เก็บเพิ่ม 6 แต้มจากเรซสุดหินที่ เซอร์กิโต เด เฆเรซ ประเทศสเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะนักบิดรุ่นน้องชาวไทยอย่าง “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ปรับตัวยอดเยี่ยมบิดคว้าอันดับ 24 ในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ นักบิดไทยเจ้าของรถแข่งหมายเลข 35 เริ่มจากกริดที่ 12 และออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 10 อย่างรวดเร็ว ทว่าจากความผิดพลาดเล็กน้อยในรอบแรก ทำให้ร่วงลงไปถึงอันดับ 18 แต่บิดสู้ไล่ทำอันดับคว้าท็อปเท็นได้สำเร็จ ด้วยเวลา 35 นาที 56.009 วินาที เก็บ 6 แต้มจากเรซสุดหิน รั้งอันดับ 14 บนตารางแชมเปี้ยนชิพหลังผ่าน 4 สนามแรก ด้าน “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี นักบิดดาวรุ่งชาวไทยเจ้าของหมายเลข 5 จาก ฮอนด้า ทีม เอเชีย เดินหน้าปรับตัวกับการแข่งขันใน โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ได้อย่างต่อเนื่อง บิดคว้าอันดับ 24 ด้วยเวลา 34 นาที 16.570 วินาที ทั้งนี้ สองนักบิดไทยอย่าง ก้อง สมเกียรติ และ “ก๊องส์-ธัชกร” มีคิวดวลความเร็วในศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ สนามต่อไป ระหว่างวันที่ 10-12 พฤษภาคมนี้ ที่ เลอมองส์ เซอร์กิต ประเทศฝรั่งเศส ในรายการ เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์ แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม :www.facebook.com/HondaRacingTeamTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Yamaha M1 V4 2026

Yamaha เปิดตัวลายรถ MotoGP 2026 พร้อมเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ V4 ครั้งแรก เพื่อแก้จุดอ่อนเรื่องความเร็ว ทวงคืนแชมป์โลกจาก Ducati

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2026 New Honda Monkey 3 สีใหม่สุดแสบ

อัปเดตล่าสุด New Honda Monkey 2026 รถจักรยานยนต์จิ๋วระดับตำนาน อัปเกรดระบบเบรก ABS ใหม่ พร้อมเผย 3 เฉดสีใหม่สุดเท่ เช็กสเปคและราคาแนะนำที่นี่

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
Tesla จดสิทธิบัตร "กระจกฝังวงจร"

Tesla เผยสิทธิบัตรใหม่ Printed Circuit Glass พิมพ์ลายวงจรลงกระจกหน้า แทนที่สายไฟเดิม ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มความแม่นยำให้กล้อง Autopilot

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Vespa S 125 i-Get 2024 เซอร์วิสง่าย ไม่เจ็บกระเป๋า

 Vespa S 125 i-Get 2024 เซอร์วิสง่าย ไม่เจ็บกระเป๋า ถ้าหากใครมองว่ารถเวสป้านั้น ดูหรู ดูแพง อันนั้นก็เป็นความจริงส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเมื่อเทียบกับแบรนด์รอยัลลิตี้ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และที่สำคัญ สไตล์ของตัวรถโดดเด่นพิเศษ แถมยังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ ทั่วโลกมานานนับศตวรรษ คุณคงปฏิเสธส่วนนี้ไม่ได้จริงๆ สำหรับรถ “เวสป้า” มันเป็นอะไรที่มากกว่าแค่รถธรรมดาทั่วไปเสียอีก มันมีสตอรี่ มันมีเรื่องราวที่น่าชวนหลงใหลให้ชาวเวสปีสตี้ได้มาร่วมสัมผัสกับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ที่แสดงถึงความเป็นตัวตนแบบไร้ขีดจำกัด ซึ่งเวสป้านั้น มีวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาอย่างเนิ่นนานแล้ว นับตั้งแต่ในยุคปี 60 ของชาวม็อด (วัยรุ่นอังกฤษในยุคก่อน ที่มักจะทำกิจกรรมร่วมกันหรือพบปะสังสรรค์ในช่วงสุดสัปดาห์) กลุ่มวัยรุ่นแนวคิดสุดโต่ง ที่ออกมาแสดงถึงความเป็นแฟชันนิสเข้ากับยุคสมัยในสไตล์ ร็อค แอนด์ โรล ในช่วงยุคเวลาของวงดนตรีชื่อดังตลอดกาลอย่าง เอลวิส พรีสลีย์ เกิดเป็นกลุ่มก้อนของกระแสแฟชันต่าง ๆ มากมายมานับไม่ถ้วน  และยังถ่ายทอดความของงดงามแต่ละยุคสมัยจนมาถึงปัจจุบัน ผ่านตัวโมเดลเวสป้ามานับหลายต่อหลายรุ่น แต่ก็ยังไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ของความคลาสสิกที่ให้กลิ่นอายของความสวยงามแบบรถอิตาลี ด้วยชุดสีของตัวรถเวสป้าได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีของตึกราบ้านช่องในเมืองทัสคานี เปรียบเสมือนหญิงสาวรูปงามจากอิตาลี ถ่ายทอดผ่านสู่โฉมโมเดลเวสป้าในทุก ๆ รุ่นหรือแม้กระทั่งเจ้าโมเดลรุ่นใหม่คันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ให้รถเวสป้า เป็นโมเดลคันแรกของคุณ ให้รถเวสป้าเป็นโมเดลคันโปรดของคุณ กับ S 125 i-Get 2024 รุ่นโฉมใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมด้วยชุดสีสไตล์ลอฟ์ทโทนกับ Grey Materia และ White Innocenza สองสีสองสไตล์มาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมในราคาสุดพิเศษเพียง 105,900 บาทเท่านั้น พร้อมรับชุด Welcome Kit ฟรี ไฟหน้าหกเหลี่ยม เรือนไมล์อนาล็อก ดิจิทัล บอดี้เหล็กรอบคัน โช้คหน้าแขนเดี่ยว พร้อมสปริงโช้คสีแดงดูทันสมัย มาพร้อมความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยตัวบอดี้ที่เป็นเหล็กทั้งคัน โลโก้ Vespa ประดับตามรอบคัน ผสมกับลวดลายกราฟิกออกแบบให้มีความหรูหราและทันสมัย ไฟหน้าทรงหกเหลี่ยม เน็กไทป์พร้อมบังแตร เรือนไมล์อนาล็อกผสมดิจิทัล และที่สำคัญโช้คแขนเดี่ยวพร้อมสปริงสีแดงผสมกับลวดลายของตัวล้อดูลงตัวและกลมกลืน ทั้งยังสะดวกสบายด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกติดตั้งมาให้ด้วย พอร์ตชาร์จไฟ USB Type A พร้อมช่องเก็บด้านหน้า ที่แขวนของอเนกประสงค์หน้า-หลัง ติดตั้งมาให้ใช้งาน และกล่องยูบ็อกซ์ที่สามารถใส่หมวกกันน็อกได้ครึ่งใบ พอร์ตชาร์จไฟ USB Type A ที่แขวนของเอนกประสงค์ กล่องยูบ็อกซ์ใต้เบาะ สามารถเก็บหมวกกันน็อกได้ครึ่งใบ มุดสบาย ใช้งานคล่องตัว ด้วยมิติตัวรถออกแบบมาในลักษณะให้ความคล่องตัวเป็นพิเศษ จึงไม่เป็นอุปสรรคปัญหาสำหรับการขับขี่ใช้งานในเมือง แถมยังขับง่าย เครื่องยนต์ให้ความสมูทด้วยพิกัด 125 ซีซี มีอัตราเร่งที่นุ่มนวล ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองแล้ว ขี่ออกทริปก็ยังสนุกได้เช่นเดียวกัน เซอร์วิสง่าย ไม่เจ็บกระเป๋า ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงการบริการเซอร์วิสเจ้าเวสป้า S125 i-GET 2024 คันนี้ ว่าจะต้องเซอร์วิสอะไรบ้างในแต่ละครั้งและควรเซอร์วิสระยะที่เท่าไหร่ และตอนนี้เราอยู่ที่ร้าน Showpow สาขาอ่อนนุช กับศูนย์บริการเซอร์วิสรถจักรยานยนต์ทุกรุ่น และยังมีอะไหล่แท้ รวมถึงสินค้าเกรดพรีเมียมให้เลือกอีกหลายอย่าง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ค่าดูแลรักษา Vespa ไม่ได้แพงกว่าค่ายญี่ปุ่นในตลาดเลย แถมยังสามารถเข้าร้านประจำใกล้บ้านได้อีกด้วย แต่..!! จะขอแนะนำว่า ต้องเป็นร้านที่เคยทำ Vespa เป็นประจำ เพราะต้องใช้ความชำนาญของช่างด้วยส่วนนึง แต่ ถ้าเอาชัวร์ก็เข้าศูนย์ เวสป้า จะดีกว่า ควรตรวจเช็คอะไรบ้าง รายการ ระยะเซอร์วิส (กม.) น้ำมันเครื่อง / ไส้กรองน้ำมัน 5,000 / 10,000 กม. แบตเตอรี่ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี ไส้กรองอากาศ 10,000 กม. หรือ 1 ปี สายพาน ตรวจสภาพทุก ๆ 10,000 กม. น้ำมันเฟืองท้าย 10,000 กม. หัวเทียน 10,000 กม. หลอดไฟ เมื่อเปิดไม่ติดหรือหลอดขาด ผ้าเบรก ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และครั้งนี้เราก็ได้ทำการฟูลเซอร์วิสรถเวสป้าคันนี้ ซึ่งอะไหล่แต่ละอย่างที่นำมาเปลี่ยนก็เป็นของแต่งซิ่งจากทางร้านทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเฟืองท้าย Silkolene BS แบตเตอรี่ กรองน้ำมันและผ้าเบรกหน้า-หลัง Ferado กับราคาค่าใช้จ่ายในการเซอร์วิสระยะ 10,000 กม. ราว ๆ ไม่ถึง 6

11 October 2024
KTM New TFT Display จอใหม่ ใหญ่เท่า iPad

KTM New TFT Display จอใหม่ ใหญ่เท่า iPad KTM New TFT Display เทคโนโลยีใหม่จากค่าย KTM พร้อมสวิตช์ควบคุมที่แฮนด์บาร์แบบใหม่ และหน่วยการเชื่อมต่อใหม่ ซึ่งจะช่วยยกระดับ HMI (Human-Machine Interface) หรือ อุปกรณ์แสดงผลที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับขี่ไปสู่ความสามารถในการใช้งานที่เหนือชั้น ซึ่งคาดว่าจะทยอยนำมาใช้ในรุ่นล่าง ๆ ในอนาคต KTM New TFT Display มีด้วยกันสองรูปแบบ ได้แก่ รุ่น V80 ขนาดหน้าจอ 8.0 นิ้ว เป็นหน้าจอในรูปแบบแนวตั้ง และรุ่น H88 ที่มีขนาดหน้าจอ 8.8 นิ้ว เป็นจอในรูปแบบแนวนอน ซึ่งหน้าจอของทั้งสองรุ่นมีความละเอียดเท่ากันอยู่ที่ 1280×720 พิกเซล และสามารถทัชสกรีนได้ พร้อมกับเทคโนโลยีจอแบบ Bonded ที่มีเทคโนโลยีการเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ป้องกันรอยนิ้วมือ และป้องกันแสงจ้า ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจนจากทุกมุมมอง และฟังก์ชันทัชสกรีนที่พัฒนาขึ้นใหม่ สามารถใช้งานได้ทั้งแม้กระทั่งสวมถุงมือ โดยสามารถแสดงสีได้ถึง 256,000 สี ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนเกือบ 4 เท่า ทำให้คงรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบในทุกสภาพแสง หน้าจอสามารถปรับแต่งได้เองตามความถนัดของผู้ขับขี่ พร้อมตัวเลือกการจัดหน้าจอ 5 รูปแบบ มีตัวเลือกหน้าจอที่ตั้งไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกใช้ฟังก์ชันหลักได้ตามต้องการ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ การนำทางด้วยแผนที่ รายการโปรด หรือการเล่นเพลง รวมทั้งยังมีโหมดที่แสดงข้อมูลพื้นฐานเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ สวิตช์ควบคุมต่าง ๆ ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยตอนนี้มีปุ่มสำหรับเลือกโหมดการขับขี่ A/M (อัตโนมัติ/แมนนวล) สำหรับรุ่นที่ติดตั้งระบบ AMT จอยสติ๊ก 5 ทิศทางพร้อมปุ่มย้อนกลับ ปุ่มควบคุมระบบครูซคอนโทรล สวิตช์ไฟ และปุ่มสตาร์ท และปุ่มแพดเดิ้ลชิฟต์แบบใหม่ที่สามารถปรับแต่งได้สำหรับรุ่นที่ไม่มีระบบ AMT ไม่ว่าจะเป็นการตั้ง การเปิด/ปิดการอุ่นมือจับ การอุ่นเบาะนั่ง และไฟตัดหมอก ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถ และปุ่มทั้งหมดนี้ยังมีไฟส่องสว่าง และการออกแบบกราฟิกที่วางในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายในทุกสภาพการขับขี่ ระบบนำทางด้วยแผนที่ออฟไลน์ที่ถูกติดตั้งมาในจอใหม่นี้ ทำให้สามารถใช้งานนำทางแบบเรียลไทม์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนเส้นทางในการขับขี่จากจุด A ไปยังจุด B หรือไปตามจุดหมายที่ต้องการได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น  ระบบ CCU3.0 ที่มาพร้อมกับจอที่ถูกพัฒนาใหม่จะทำให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทำได้อย่างราบรื่นทุกครั้งที่มีการสตาร์ทรถ ง่ายชนิดที่ว่าถ้าผู้ขับขี่ฟังเพลงค้างไว้บนมือถือ แล้วมาสตาร์ทรถเพลงนั้นจะเด้งมาที่หน้าจอกลาง และสามารถเล่นเพลงต่อได้ทันที อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อทั้งหมดจากโทรศัพท์ได้ การมาของเทคโนโลยีหน้าจอใหม่นี้จะทำให้การอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบของมอเตอร์ไซค์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในช่วงแรกการอัปเดตซอฟต์แวร์ทั้งหมดจะต้องดำเนินการผ่านตัวแทนจำหน่ายของ KTM ก่อน แต่ในอนาคตสามารถอัปเดตผ่านระบบ Over-the-Air (OTA) ได้โดยตรงไปยังมอเตอร์ไซค์ คุณสมบัติเด่น ระบบปฏิบัติการ Android Automotive รองรับการสตรีมแอปพลิเคชันจากสมาร์ทโฟนไปยังแผงหน้าปัด รองรับการอัปเดตระบบ Over-the-Air ในอนาคต หน่วยความจำของระบบขนาด 32 GB มาพร้อม RAM ขนาด 3 GB รองรับ IoT (Internet of Things) eSim ระบบ GPS Bluetooth Wi-Fi ฟังก์ชันการควบคุมระดับเสียงของอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ   แผงหน้าปัดที่พัฒนาใหม่นี้ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นไปได้ในมอเตอร์ไซค์ แต่ยังเปิดประตูสู่ยุคของเทคโนโลยีแบบเต็มรูปแบบ เมื่อจับคู่กับ DNA “READY TO RACE” ของ KTM จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ชาญฉลาดให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น  KTM TFT ที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมดนี้จะถูกนำไปใช้กับรถรุ่นเรือธงในปี 2025 โดยคาดว่าจะมาในรุ่น 2025 KTM 1390 SUPER ADVENTURE S EVO ที่จะเปิดตัวใหม่นี้ ซึ่งคาดว่าจะทยอยนำมาใช้ในรุ่นล่าง ๆ ในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

11 October 2024
2025 Yamaha YZF R7 อัพสเปค เพิ่มสีใหม่

2025 Yamaha YZF R7 อัพสเปค เพิ่มสีใหม่ 2025 Yamaha YZF R7 อีกหนึ่งโมเดลที่เปิดตัวใหม่เช่นเดียวกับน้องใหม่ในตระกูล R-Series อย่าง R9 เท่านั้น แน่นอนว่าคันนี้เองก็มีดีกรีร้อนแรงไม่แพ้รุ่นพี่ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ซูเปอร์สปอร์ตไซส์กลาง พิกัด 700CC (CP2) มาพร้อมสีสันใหม่ เปิดราคาโมเดลใหม่ที่ 9,199 ดอลลาร์เหรียญสหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 309,000 บาท เครื่องยนต์สองสูบจี๊ดจ๊าดถึงใจ ขุมพลัง CP2 พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 689 ซีซี DOHC มอบพลังและสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ตื่นเต้นเร้าใจและแท้จริงในแบบ Supersport เพลาข้อเหวี่ยง 270 องศา ช่วยให้มีแรงบิดที่ต่อเนื่องเพื่อการเร่งที่เร้าใจ และลดการสั่นสะเทือน ช่วงล่างปรับใหม่ มั่นใจทุกโค้ง ระบบกันสะเทือนหน้ามาพร้อมกับโช้คอัพแบบหัวกลับขนาด 41 มม. ที่มีการปรับอัตราสปริง และการหน่วงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมในขณะเข้าโค้ง ระบบช่วงล่างด้านหลังมาแบบระบบโช้คเดี่ยว Monocross สามารถปรับพรีโหลดสปริง และให้ความสมดุลที่ดีเยี่ยมระหว่างขับขี่ โดยช่วงออกแบบมาให้สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองไปจนถึงการขี่ในสนามแข่ง ในส่วนของระบบเบรกแน่นอนว่าเป็นระบบเบรก OEM จากโรงงานที่มีประสิทธิภาพการเบรกไม่แพ้ค่ายดัง ระบบ Assist slipper clutch สามารถช่วยลดแรงกดที่ก้านคลัตช์ขณะเปลี่ยนเกียร์ ช่วยให้เชนจ์เกียร์ไว ไม่กระชาก ให้ความรู้สึกที่ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ให้ประสบการณ์การขับขี่แบบ Supersport ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังมีระบบ Quick Shift System (QSS) ที่ทำให้การเข้าเกียร์ไหลลื่นมากยิ่งขึ้นโดยที่ไม่ต้องกำคลัตซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ให้มากับ YZF-R7 2025 Yamaha YZF R7 สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ CP2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 689 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73.4 แรงม้าที่ 8,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 68.6 มม. อัตราส่วนการอัด 11.5 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อม Assist Slipper clutch ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 ZR17 ยางหลัง 180/55 ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพหัวกลับ ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้ ขนาดแกน 43 มม. ระยะยุบ 130 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คหลังเดี่ยว ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ ร่วมกับสวิงอาร์ม ระยะยุบ 130 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ขนาด 298 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก OEM จากโรงงาน เบรกหลัง ดิสก์เบรกหลังเดี่ยวขนาด 245 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 1 พอต กว้าง X ยาว X สูง 706 x 2,070 x 1,160 มม. ระยะฐานล้อ 1,394 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 134 มม. ความสูงเบาะ 835 มม. น้ำหนักรถ 187.7 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 12.8 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้

10 October 2024
Yamaha PW50 2025 ปลุกความเป็นไบค์เกอร์ให้ลูกคุณ

Yamaha PW50 2025 ปลุกความเป็นไบค์เกอร์ให้ลูกคุณ Yamaha PW50 มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในตลาดมอเตอร์ไซค์เด็ก และในปี 2025 นี้ Yamaha ยังคงรักษาความเป็นมาตรฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ระดับเริ่มต้น โดย PW50 รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีประสบการณ์แรกกับมอเตอร์ไซค์ในรูปแบบที่ปลอดภัย เรียบง่าย และสนุกสนาน ดีไซน์เหมาะกับวัยจิ๋ว จุดเด่นสำคัญ คือการออกแบบที่เรียบง่าย และเหมาะสมกับเด็ก ด้วยที่นั่งที่มีความสูงเพียง 18.7 นิ้ว ทำให้เด็ก ๆ สามารถนั่ง และวางเท้าทั้งสองข้างถึงพื้นได้อย่างมั่นคง ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่ที่เป็นเด็กเล็ก กราฟิก และดีไซน์ของตัวรถได้รับแรงบันดาลใจจากทีม Yamaha Racing ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงความเป็นมือโปร “มือโปร” ให้กับผู้ขับขี่รุ่นจิ๋ว แม้ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์สำหรับเด็ก แต่ก็ยังคงรักษาความรู้สึกของความเป็นนักแข่งมอเตอร์ไซค์ที่จริงจัง เช่นเดียวกับรุ่นพี่ใหญ่ในตระกูล Yamaha Off-Road  เครื่องยนต์สองจังหวะสำหรับเด็ก PW50 2025 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 49 ซีซี แบบ 2 จังหวะ เครื่องยนต์นี้มีการออกแบบให้ขับเคลื่อนได้อย่างนุ่มนวล และควบคุมได้ง่าย ทำให้เด็ก ๆ สามารถเริ่มต้นเรียนรู้การขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการบังคับที่ซับซ้อน เครื่องยนต์ขนาดเล็กนี้ไม่เพียงแต่มีพละกำลังเพียงพอสำหรับการขับขี่แบบเบา ๆ บนทางดินหรือเส้นทางวิบาก แต่ยังทำให้ผู้ที่ขับขี่เป็นครั้งแรกสามารถขับขี่ได้ง่าย เพราะสามารถให้แรงบิดที่เหมาะสม โดยไม่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกหวาดกลัว เครื่องยนต์ที่ปรับจูนมาอย่างดี ทำให้ PW50 สามารถขับได้อย่างสนุกและปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็กที่ต้องการประสบการณ์แรกกับการขับขี่มอเตอร์ไซค์  ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ PW50 เป็นที่นิยม คือระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ “twist-and-go” ซึ่งผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเกียร์ เพียงแค่บิดคันเร่งรถจะเคลื่อนที่ไปได้ในทันที ระบบนี้ช่วยลดความซับซ้อนในการขับขี่ และทำให้เด็กสามารถมีสมาธิในการเรียนรู้การควบคุมตัวรถได้มากขึ้น การออกแบบนี้เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการให้ความรู้สึกของการควบคุมมอเตอร์ไซค์ที่แท้จริงกับการลดความซับซ้อนในการใช้งาน ทำให้ผู้ขับขี่รุ่นเล็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและสนุกสนาน ความปลอดภัยและการบำรุงรักษาที่ง่าย ความปลอดภัยเป็นหัวใจหลักของ Yamaha PW50 ระบบขับเคลื่อนด้วยเพลาขับที่มาพร้อมการปิดครอบอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการบำรุงรักษา และยังเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่เด็กเมื่อเทียบกับระบบโซ่ที่อาจมีความเสี่ยงในบางสถานการณ์ นอกจากนี้ PW50 ยังมาพร้อมกับระบบเบรกแบบดรัมทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่ให้การหยุดรถอย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยน้ำหนักตัวรถเพียง 40 กิโลกรัมนิด ๆ ทำให้เด็ก ๆ สามารถควบคุมรถได้ง่าย ไม่รู้สึกว่ารถหนัก หรือขับขี่ยากเกินไปบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ​ ระบบกันสะเทือนและการขับขี่ที่นุ่มนวล สำหรับการขับขี่บนทางวิบากหรือทางที่ไม่เรียบ PW50 ได้รับการติดตั้งระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ telescopic fork ขนาด 26 มม. พร้อมระยะยุบ 2.4 นิ้ว และระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบสวิงอาร์มพร้อมระยะยุบ 2.0 นิ้ว แม้ว่าระบบกันสะเทือนจะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับมอเตอร์ไซค์รุ่นใหญ่ แต่ก็เพียงพอที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลให้กับเด็กๆ โดยที่ไม่ทำให้รู้สึกว่าการขับขี่นั้นแข็งกระด้าง​ ความจุถังน้ำมัน ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 2 ลิตร ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ในระยะทางสั้น ๆ มากกว่าการเดินทางระยะไกล แต่เพียงพอสำหรับการใช้งานในสวนหลังบ้านหรือพื้นที่ฝึกซ้อมเล็กๆ ด้วยเครื่องยนต์สองจังหวะที่ประหยัดน้ำมัน ผู้ปกครองสามารถมั่นใจได้ว่าการเติมน้ำมันจะไม่บ่อยเกินไป และยังคงสามารถสนุกกับการขับขี่ได้เป็นเวลานานต่อการเติมครั้งเดียว ราคาที่เป็นมิตร สำหรับมอเตอร์ไซค์จิ๋วคันนี้ตั้งราคาจำหน่ายที่ประมาณ 1,849 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 62,015 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับมอเตอร์ไซค์เด็กที่มีประสิทธิภาพ และความทนทานระดับนี้ เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการให้ลูกหลานเริ่มต้นในการทดลองขี่รถมอเตอร์ไซค์ ด้วยการออกแบบที่ทนทาน และระบบการขับขี่ที่เรียบง่ายทำให้ PW50 เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเรียนรู้ในระยะยาว สรุป Yamaha PW50 2025 ยังคงรักษามาตรฐานการเป็นมอเตอร์ไซค์สำหรับเด็กที่ยอดเยี่ยม ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงความปลอดภัย ความง่ายในการใช้งาน และการบำรุงรักษาที่ต่ำ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งแรกที่สนุกและปลอดภัยให้กับลูก ๆ ได้อย่างเเน่นอน  Yamaha PW50 2025 สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 49 ซีซี แรงม้า N/A แรงบิด N/A ระบบวาล์ว ลิ้นปีกผีเสื้อ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 40 x 39.2 มม. อัตราส่วนการอัด 6.0 : 1 ระบบเกียร์ เกียร์อัตโนมัติแบบ Centrifugal ระบบจุดระเบิด CDI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง คาร์บูเรเตอร์ VM12 ยางหน้า 2.50 – 10 4PR ยางหลัง 2.50 – 10

10 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 งานซิ่งสุดขีด..ของเหล่าผู้ดี

Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 งานซิ่งสุดขีด..ของเหล่าสายเลือดผู้ดี นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญและไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เลย สำหรับการพาแฟน ๆ และเหล่าสาวกมอเตอร์ไซค์สายเลือดแดนผู้ดีอังกฤษมาร่วมกิจกรรมแทร็กเดย์ใน Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 กับหนึ่งค่ายผู้ผลิตขวัญใจแฟน ๆ ทั่วประเทศอย่างไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ขนทัพเหล่านักบิดมากมายทั้งคนไทยและต่างชาติ มาร่วมจอยส์ความสนุกในกิจกรรมครั้งนี้ที่สนามพีระ เซอร์กิต พัทยา เปิดพิทพร้อมบริการเซอร์วิส..เต็มระบบ ยกระดับของงานไปอีกขั้นกับการสนับสนุนของผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์แบรนด์ดังจากยุโรปอย่าง Triumph มาเปิดพื้นที่เพื่อรองรับบริการลูกค้าไทรอัมพ์ทุกท่าน รวมถึงทีมช่างเซอร์วิสรองรับซัพพอร์ตสำหรับเซ็ตติ้งตัวรถเพื่อลงในแทร็กเต็มระบบตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งกิจกรรมภายในแบ่งออกเป็นช่วงแทร็กเดย์และโทรฟี่ เพื่อให้สัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่ในแทร็กสำหรับลูกค้ามือใหม่ อีกทั้งยังได้เปิดประสบการณ์ในสนามกับรุ่นแข่งขันเฉพาะที่ทางไทรอัมพ์จัดให้อย่าง Triumph Triple Engine Trophy 660 – 1,200 cc. เสียงสูบเอกลักษณ์จากอังกฤษ อย่างที่กล่าวมาคือมันไม่ง่ายเลยที่จะได้เห็นฝูงแตนสายพันธุ์อังกฤษ บวกกับโมเดลสามสูบเสียงเอกลักษณ์หลายคัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้า Daytona 660, Street Triple 765, Speed Triple 1200RR หรือแม้กระทั่งเจ้า Speed Twin คลาสสิกสุดเท่ (โมเดลขวัญใจแอด) มาร่วมโชว์หล่อกันภายในงานนี้อีกด้วย ให้ซิ่งกันสนุกตลอดทั้ง 3 วัน  ให้ได้ซิ่งกันสนุกตลอดทั้ง 3 วัน พร้อมเปิดรอบคัดเวลาสำหรับการควอลิฟายเพื่อจัดลำกับกริดสตาร์ทในการแข่งขันของวันอาทิตย์ ให้นักบิดได้จัดไลน์ขับขี่ในสนามแข่งรวมถึงเปิดลิมิตตัวแข่งในรูทขับขี่ที่รับรองความปลอดภัยที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด นับได้ว่ามาสนามครั้งนี้..คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม อิงค์ อัศวานันท์ ร่วมโผล่เซอร์ไพรส์งานนี้ เรียกเสียงกรี๊ดฮือฮา..โดยเฉพาะสาววาย และพร้อมชวนโดนตกกับความน่ารัก สำหรับดารานักแสดงที่ขี่มอเตอร์ไซค์ได้นิดหน่อยอย่าง อิงค์ อัศวานันท์ ที่แอบโผล่มาร่วมเซอร์ไพรส์ในงานแทร็กเดย์ครั้งนี้ ไปพร้อมกับเจ้า Daytona 660 แถมกดเวลาต่อรอบดีสุดที่ 1:06 นาที ซึ่งเร็วกว่า Best Lap ในรุ่น 1,000 cc. เลยหล่ะครับ นอกจากจะหล่อแล้ว..แถมขี่รถได้นิดหน่อยจริง ๆ ผลการแข่งขัน Triumph Triple Engine Trophy 660 – 1,200 cc. อันดับ ชื่อ หมายเลข รุ่นรถ 1 Graham Kinght 92 Street Triple 765 2 กษิดิศ ไตรรัตนมงคล 710 Street Triple 765 3 Nigel Curtis 30 Street Triple 765 4 ธรรมวุฒิ ปรีชาธรรมรัช 777 Street Triple 765 5 Tath Siribodhi 660 Daytona 660 โดยอันดับผลการแข่งขัน ผู้ที่ชนะเลิศได้แก่ Graham Kinght ที่สามารถคว้าโพเดี้ยมประจำสนามครั้งนี้ไปได้ พร้อมเวลา Best lap ต่อรอบแข่งขันในเวลาที่ 1.11.898 นาที ขอแสดงความยินดีด้วยอีกครั้ง บูธสินค้าจากไทรอัมพ์..มากมาย นอกจากนี้ยังเปิดบูธสินค้าบริการภายในงาน กับ แอสเซสเซอรีไอเท็ม เสื้อผ้า หมวก รองเท้าและชุดขับขี่จากแบรนด์ Triumph มากมายมาให้เลือกแถมส่วนลดพิเศษเฉพาะภายในงานนี้อีกด้วย สำหรับใครที่ใฝ่ฝันอยากจะลงแทร็กไปพร้อมกับโมเดลสายเลือดผู้ดีแล้วหล่ะก็..ลองติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับทางแบรนด์ได้สำหรับโอกาสครั้งต่อไป โดย SuperBikeMag Trackday สนามหน้าจะจัดขึ้นวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2568 ห้ามพลาดสำหรับการติดตาม..แล้วเจอกัน สามารถรับชมอัลบั้มภาพกิจกรรม คลิ๊กที่นี่ อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 June 2025
Italjet SuperBike Trackday 2025 ศึกแข่งแดรกสเตอร์ “ครั้งแรก” ในไทย?

Italjet SuperBike Trackday 2025 ศึกแข่งแดรกสเตอร์ “ครั้งแรก” ในไทย? เป็นปรากฎการณ์ครั้งแรกในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ กับค่ายผู้ผลิตรถแดรกสเตอร์สัญชาติอิตาลีอย่าง Italjet ได้เชิญชวนสาวกแฟน ๆ ชาวแดรกสเตอร์ทั่วประเทศ มาร่วมกิจกรรมความมันส์กันภายใน Italjet SuperBike Trackday 2025 สนามแรกที่พีระ เซอร์กิต จ.ชลบุรี แม้ว่าพึ่งมาทำตลาดในไทยได้ไม่นานถ้าเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ แต่ทว่ากระแสความฮิตนิยมกลับเพิ่มทวีคูณด้วยความแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใครในตัวโมเดล จึงทำให้เป็นที่น่าจดจำได้ง่ายเพียงเห็นแวบเดียวก็พาชวนตกหลงใหลในความเป็นรถอิตาลีซะทีเดียว ประกอบกับสตอรี่เรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร ถ้าหากให้พูดก็คือ..มันคือรถใช้สำหรับในแทร็กและก็ได้มาใช้ในแทร็กที่พีระจริง ๆ จัดใหญ่ให้ลูกค้า..มากถึง 4 พิท โดยงานครั้งนี้ทาง Italjet เองก็ใจปล้ำเป็นพิเศษ ด้วยการพาลูกค้าอิตัลเจ็ทมาร่วมกิจกิจกรรมแทร็กเดย์และโทรฟี่ตลอดทั้ง 3 วัน พร้อมเปิดพิทบริการลูกค้ามากถึง 4 พิท อัดแน่นด้วยเจ้า Dragster 300 ราว ๆ เกือบ 30 คัน อิ่มคุ้ม..กับกิจกรรมแทร็กเดย์และโทรฟี่ตลอด 3 วัน โดยภายในกิจกรรม ประกอบไปด้วยการพาเหล่าสายบิดไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือเก๋า มาเปิดประสบการณ์การขับขี่ในแทร็กซึ่งสนามพีระเซอร์กิตก็นับว่าเป็นสนามแข่งเบอร์ต้นในประเทศไทย โดยช่วงการซ้อมในรอบแทร็กเดย์จะแบ่งเป็น 2 วันก็คือเที่ยงวันศุกร์จนถึงเย็นและเช้าวันเสาร์ (ครึ่งวัน) ก่อนสู่รอบโทรฟี่ ในการควอลิฟายเพื่อจัดลำดับกริดสตาร์ทในการแข่งขันของวันอาทิตย์ และสุดพิเศษไปกว่านั้นก็คือการเปิดรุ่นแข่งขันเฉพาะรุ่น Italjet Dragster 300 ซึ่งเราจะได้เห็นการแข่งขันรถแดรกสเตอร์ “ครั้งแรก” ในประเทศไทยตลอดทั้ง 7 รอบ โดยเวลาผู้ที่สามารถทำเวลาดีที่สุดในการแข่งขันและสามารถคว้าแชมป์ประจำสนาม 1 ได้แก่ คุณ สรวิศ ปุณณหิตานนท์ กับ Best Lap Record เวลาที่ 1.29.888 นาที และต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ที่สามารถคว้าโพเดี้ยมไปได้ในครั้งนี้ อันดับผลการแข่งขัน อันดับ ชื่อ หมายเลข รุ่นรถ 1 สรวิศ ปุณณหิตานนท์ 302 Italjet Dragster 300 2 พันธุ์เทพ สอนประสม 304 Italjet Dragster 300 3 เกียรติศักดิ์ สานนอก 301 Italjet Dragster 300 4 Chen Po Yu 22 Italjet Dragster 300 5 วิทยา สิริปฐมจันทร์ 300 Italjet Dragster 300 พร้อมบูธสินค้าของแต่งจากอิตาลี นอกเหนือในเรื่องของการแข่งขันแล้ว ทางแบรนด์ยังขนสินค้ามากมายมาบริการภายในบูธ อาทิ ชุดชาม Malossi ผ้าเบรก Brembo กรอง BMC กันสะบัดแต่ง ชุดหางปลา,น็อต Bonamici Racing และปลอกแฮนด์ Domino ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบูธรวมสินค้าของแต่งนำเข้าจากอิตาลีทั้งลำทีเดียว แถมโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษมากมายอีกด้วย สนาม2..เจอกัน ภายใต้กิจกรรมสุดพิเศษในครั้งนี้ที่ทาง Italjet มอบให้กับสาวกลูกค้าทุกท่านได้มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ไม่มีที่ไหนมาก่อน สำหรับกิจกรรมของคนวัยมันส์กับ SuperBikeMag Trackday ในสนามที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 8 – 10 สิงหาคมนี้ ที่สนามพีระเซอร์กิต พัทยา หากใครที่ไม่ได้มาสนามนี้…สนามหน้า ห้ามพลาด!!  ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางเพจ Italjet Dragster Thailand รับชมอัลบั้มภาพเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่  อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 June 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Langen Lightspeed ไฮเปอร์เน็กเก็ตจากแดนผู้ดี

Langen Lightspeed ไฮเปอร์เน็กเก็ตจากแดนผู้ดี Langen Lightspeed ไฮเปอร์เนคเก็ตจากไลน์ผลิตของค่าย Langen ผู้ผลิตสัญชาติอังกฤษที่เคยผลิตผลงานชิ้นโบว์แดงอย่าง ‘Langen Two Stroke’ รถจักรยานยนต์สองจังหวะ ที่มีเครื่องยนต์รูปแบบ V-Twin ขนาดเครื่องยนต์ 250 ซีซีมาพร้อมพละกำลังที่สูงถึง 76 แรงม้า ซึ่งในปัจจุบันนี้ทางค่ายก็ได้ส่งโมเดล ‘Lightspeed’ เพื่อมาสร้างความเร้าใจให้กับผู้ขับขี่อีกครั้ง การออกแบบดีไซน์เป็นรถจักรยานยนต์สไตล์ ‘เน็คเก็ตไบค์’ โดดเด่นด้วยสีดำตัดกับเฟรมตัวถังที่มีสีดำอย่างลงตัว เสริมความหล่อให้มากยิ่งขึ้นด้วยชิ้นงานคาร์บอนบริเวณบังโคลนหน้า, บริเวณด้านบนของตัวถัง และบริเวณโคมไฟด้านหน้าของตัวรถ เพิ่มความเป็นสปอร์ตด้วยเบาะนั่งแบบตอนเดียวที่หุ้มด้วยผ้าแบบอาคันทาร่า โมเดล Lightspeed Turbo มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ V-Twin 72 องศา ขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 1,190 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ สามารถสร้างพละกำลังสูงสุด 185 แรงม้าที่ 10,600 รอบต่อนาที มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตรที่ 8,200 รอบต่อนาทีจ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด พร้อมความจุถังน้ำมันขนาด 19 ลิตร ระบบช่วงกันสะเทือนด้านล่างจากทาง Ohlins ทางด้านหน้า และด้านหลัง โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับ Öhlins FGRT 301 ขนาดแกน 48 มม.ระยะยุบ 120 มม. สามารถปรับค่าในส่วนของคอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้ และด้านหลัง ‘Ohlins STX’ โช้คอัพคู่ พร้อมซับแทงค์ขนาบข้างไปในบริเวณด้านท้ายของตัวรถ มีระยะยุบอยู่ที่ 120 มม. สามารถปรับค่าในส่วนของคอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้เช่นเดียวกัน ระบบเบรกด้านหน้า จัดมาให้แบบดิสก์เบรกคู่หน้า พร้อมคาลิเปอร์แบบสี่ลูกสูบจาก HEL จับคู่กับจานเบรกน้ำหนักเบาขนาด 320 มม. ด้านหลังเป็นระบบดิสก์เบรกเดี่ยว เช่นเดียวกันกับด้านหน้า มาพร้อมกับคาลิเปอร์แบบสองลูกสูบจาก HEL จับคู่กับจานเบรกขนาด 265 มม. ซึ่งมีระบบ ABS ที่เป็นระบบมาตรฐานทั้งด้านหน้า และด้านหลัง และที่เหนือไปกว่านั้นรถจักรยานยนต์คันนี้ยังมี ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง ระบบตรวจจับการยกตัวของล้อหลัง โดยรถคันนี้มากับล้อหน้าขนาด 120/70-17 และล้อหลังขนาด 240/45-17 รัดด้วยยาง Pirelli Diablo Rosso III ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ซึ่งรถจักรยานยนต์คนนี้มีวางจำหน่ายอยู่ที่ราคา 37,000 ปอนด์ หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 1,550,200 บาท โดยราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รายละเอียดมุมอื่น ๆ ของตัวรถ   Langen LS12 Lightspeed Turbo แม้จะวางจำหน่ายแล้วสำหรับรุ่นปกติแต่ทาง Langen ยังได้ทำการเปิดเผยแผนการสำหรับโมเดลที่สามของทางค่าย ซึ่งจะเป็นเวอร์ชัน ‘เทอร์โบชาร์จ’ โดยใช้ชื่อรหัสของรุ่นดังกล่าวว่า LS12 โดยจะมีพื้นฐานตัวรถจาก Lightspeed ที่มีการเสริมพละกำลังของเครื่องยนต์เพิ่มเติมด้วยเทอร์โบชาร์จ  แม้ว่ารายละเอียดสเปคเครื่องยนต์ของโมเดลใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว อาจจะยังไม่รายละเอียดเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่ทาง Langan ก็ระบุในการทดสอบในขั้นแรก ที่เผยว่าในโหมดการขับขี่แบบ ‘Road Mode’ สามารถสร้างพละกำลังของเครื่องยนต์ได้ราว ๆ 250 แรงม้า และใน ‘Sport Mode’ คาดว่าจะสามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 300 แรงม้า ซึ่งทางค่ายมีความตั้งใจที่ต้องการจะคว้าตำแหน่ง ‘มอเตอร์ไซค์โปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลก’ ซึ่ง Christofer Ratcliffe ผู้ก่อตั้ง Langen Motorcycles ได้ออกมาเผยว่าพวกเขามีความตั้งใจที่จะสร้างประวัติศาสตร์ในวงการมอเตอร์ไซค์ด้วยรถที่พวกเขานั้นผลิตขึ้นมา “เราใช้เวลา 18 เดือนที่ผ่านมา ในการเตรียมความพร้อมสำหรับช่วงเวลานี้ เพื่อให้เราสามารถเดินหน้าเต็มกำลัง ควบคู่ไปกับการได้รับเงินลงทุน” “ผมมีความฝันมาโดยตลอดในการลงทุนในบริษัทมอเตอร์ไซค์ของอังกฤษ เพื่อให้ได้สัมผัสถึงความเป็นเจ้าของในสิ่งที่ผมหลงใหลอย่างสุดหัวใจ และนั่นเองที่นำไปสู่การก่อตั้ง Langen Motorcycles ในที่สุด ความรู้สึกนี้เองที่ทำให้เราตัดสินใจเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีใจรักในมอเตอร์ไซค์ ได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นของ Langen และไม่เพียงแต่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางและการเติบโตของเรา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในวงการมอเตอร์ไซค์อีกด้วย” รายละเอียดมุมอื่น ๆ ของตัวรถ   โดยรถคันนี้ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการการพัฒนาโครงการอย่างจริงจัง ซึ่งมีการนำไปทดสอบบนไดโนเบื้องต้นแล้ว โดยมีแผนลงทดสอบบนถนนจริงต่อไป ซึ่งถ้ารถจักรยานยนต์คันนี้ผ่านการทดสอบ คาดว่าจะมีการผลิตในจำนวนจำกัดเท่านั้น และราคาที่คาดว่าน่าจะทำให้เหล่าผู้ที่สนใจตะลึงได้ไม่น้อยเลยทีเดียว (แพงแน่นอน) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รีวิว 2025 NMAX Tech Max ฟีล โครต ดี

หลังจากที่เห็นข่าวการเปิดตัวในอินโดนีเซียก็แอบลุ้นอยู่ไม่น้อย เพราะว่าทางบ้านเราให้ความสนใจไม่น้อยเช่นเดียวกัน กับสกูตเตอร์รุ่นฮิตขายดิบขายดีโฉมใหม่ล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Kawasaki จัดเต็ม ! ลุยเปิดโมเดลใหม่ ในงาน Motor Show 2023

Kawasaki จัดเต็ม เปิดตัวโมเดลใหม่ เอาใจสาวกบิ๊กไบค์ ในงาน Motor Show 2023  มาดูรถฝั่งค่ายยักษ์เขียวในงาน Motor Show 2023 ซึ่งจัดเต็มแบบไม่เป็นรองใคร รุกเปิดโมเดลใหม่ล่าสุด ประเดิมโดย Ninja ZX-4R รถซูเปอร์สปอร์ตทรงพลัง ในคลาส 400 ซีซี ที่มากับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง, Eliminator รถฟรีสไตล์ครูเซอร์ใหม่ขนาด 400 ซีซี และ Versys 650 รถทัวริ่งโฉมใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่อย่าง Versys 1000 พร้อมจัดแสดงสุดยอดยนตรกรรมอีกมากมาย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 นี้ Ninja ZX-4R  Kawasaki จัดเต็ม นำทัพรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่น เข้าร่วมประชันโฉมภายในงานมอเตอร์โชว์ 2023 ซึ่งมีดาวเด่นเป็นสุดยอดรถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ต ทรงดุดันอย่าง Ninja ZX-4R ด้วยตำแหน่งทางการตลาดที่วางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับในโมเดลนี้ คือเวอร์ชันรถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ตขนาด 400 ซีซี ที่ให้ความเร้าใจที่ยากจะหาคู่เปรียบเทียบได้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง เป็นกุญแจสำคัญของความสนุกสนานในการขับขี่ ที่ได้ส่งผ่านประสิทธิภาพที่บดบัง รถรุ่นอื่นในคลาส 400 ซีซี ด้วยพละกำลังเครื่องยนต์ 75 แรงม้า และมีรอบเครื่องยนต์ที่สูงกว่า 15,000 รอบต่อนาที ทำลายทุกขีดจำกัด ส่วนควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ECU ใช้พื้นฐานเดียวกับ Z H2 รุ่นเรือธงของคาวาซากิ ทั้งเกรี้ยวกราดและดุดัน โดยมี ETV (Electronics Throttle Valves) ที่มีขนาดใหญ่ถึง ø34 mm ที่ทำให้ตอบสนองการบิดคันเร่งอย่างดีเยี่ยม และทำให้ง่ายต่อการทำงานในส่วนของระบบต่าง ๆ ภายในรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ เช่น KTRC, การเลือกโหมดการขับขี่ และการใช้งานควิกชิพเตอร์ (ในรุ่น SE) กับเสียงอันเร้าใจของเครื่องยนต์ Ninja ZX-4R มาจากท่อไอเสียที่ได้แรงบันดาลใจจาก Ninja ZX-6R เพื่อให้ได้กำลังสูงสุดและเสียงเร้าใจ โดยที่ไม่ผิดกฎหมาย    ด้านแรมแอร์ที่อยู่ตรงกลางเป็นฟีเจอร์ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของโมเดล Ninja ZX โดยช่องทางเดินอากาศของ Ninja ZX-4R ถูกออกแบบมาให้คล้ายกับ Ninja H2 ซึ่ง Know-how นี้จะเพิ่มอัตราการไหลของอากาศและเพิ่มความดันอากาศทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นทุกความเร็วรอบ ทั้งยังออกแบบมาให้ป้องกันน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ในการขับขี่ในขณะฝนตกด้วย ระบบกันสะเทือน High-Grade Suspension SFF-BP (Separate Function Fork – Big Piston) Horizontal Back-link Rear Suspension ระบบรองรับน้ำหนักด้านหน้าถูกติดตั้งมาเป็นระบบ SFF-BP ของ SHOWA ทำให้ Ninja ZX-4R สามารถขับขี่ได้ทั้งในสนามแข่งและรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ในส่วนของโช้คอัพหลัง เป็นแบบ Horizontal Back-Link ที่ออกแบบมาจาก Ninja ZX-10R (ในรุ่น SE สามารถปรับ Preload ที่โช้คอัพหน้าได้) เรือนไมล์ TFT Colour Instrumentation with Circuit Mode หน้าจอ TFT ขนาด 4.3 นิ้ว พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ผ่านระบบ Smartphone Connectivity โดยหน้าจอ TFT มี Built in Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ของผู้ใช้รถโดยเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น “RIDEOLOGY” ซึ่งมีฟังก์ชั่นแสดงข้อมูลรถ และตั้งค่าการขับขี่ต่าง ๆ ผ่านโทรศัพท์ได้เลย ทำให้ Ninja ZX-4R สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น รองรับสมรรถนะสไตล์สปอร์ตที่มีพิษสงรอบตัวยิ่งกว่ารุ่นใด ๆ ในคลาส 400

22 March 2023
BMW S1000RR สเปค 2023 และราคาใหม่

BMW S1000RR สเปค โมเดลใหม่ 2023 จากค่ายเรือธง     BMW S1000RR 2023 สปอร์ตไบค์ตระกูล S1000 ในพิกัด 1000 ซีซี จากค่ายใบพัดสีฟ้า พร้อมรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะกดทุกสายตา กับสมรรถนะที่เหลือล้น ในเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ให้ความแรงถึง 210 แรงม้า และเทคโนโลยีเต็มขั้น ให้ความมันส์ทุกการขับขี่บนสนามแข่งและท้องถนน  ราคาแนะนำ สีแดง Racing Red ราคา 999,000 บาท สีดำ Black Storm Metallic ราคา 984,000 บาท  สเปค, สเป็ก ​​   หน้าจอสี TFT ขนาด 6.5 นิ้ว เกียร์โยง CNC ระบบเบรก ABS ปุ่มคอนโทรลโหมดการขับขี่     โช้คเดี่ยวไฟฟ้า วิงก์เล็ต   BMW S1000RR สเปค 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999 ซีซี แรงม้า (เคลม) 210 แรงม้าที่ 13,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 113 นิวตันเมตรที่ 11,100 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 49.7 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 13.3 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Electronic injection ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อมระบบคลัตช์ anti-hopping ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 แบบไม่ใข้ยางใน ยางหลัง 190/55-ZR17 แบบไม่ใข้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ขนาด 45 มม. พร้อมระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม พร้อมโช้คเดี่ยว และระบบ Dynamic Damping Control (DDC) เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 320 ม.ม. คาลิเปอร์ แบบเรเดียลเมาท์ 4 พอต (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก 1 พอต (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 848 x 2,073 x 1,204 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,458 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 824 ม.ม. น้ำหนักรถ 193.5 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 16.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ น้ำมันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่วออกเทน 95-98 เทคโนโลยี ระบบเบรก C-ABS  ไดนามิก แทรคชั่นคอนโทรล ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSC)  โหมดการขับขี่ 4 โหมด (Rain, Road, Dynamic, Race)

20 March 2023
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
เปิดตัว BMW R1250RT 2019 เทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ Shiftcam

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เผยโฉม BMW R1250RT 2019 ใหม่มอเตอร์ไซค์ทัวริ่งที่มาพร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์ทรงพลังผสานเข้ากับความสะดวกสบาย สำหรับการเดินทางไกลไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบพร้อมสร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้แก่เหล่าไบค์เกอร์บนทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล BMW R1250RT 2019 ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์บ็อกเซอร์อันเป็นเอกลักษณ์ระดับตำนานของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สั่งจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมระบบฟอกไอเสียแบบ closed-loop ชนิด 3 ทาง จึงพร้อมส่งแรงบิดเต็มกำลัง ขณะที่เทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผันใหม่ BMW ShiftCam ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องยนต์ ก็ยังเสริมความแรงได้อย่างเหนือชั้น บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว ขนาด 1,254 ซีซี ที่ได้รับการยกระดับให้สามารถส่งพละกำลังและแรงบิดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสามารถโลดแล่นได้อย่างราบรื่นแม้ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ส่งกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ / 136 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบต่อนาที เครื่องยนต์บ็อกเซอร์รุ่นใหม่นี้ยังโดดเด่นด้วยระบบไอเสียที่สามารถปล่อยมลพิษน้อยลง และประหยัดเชื้อเพลิง เติมเต็มสมรรถนะเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี BMW ShiftCam ที่เสริมความสมดุลของเพลาลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ เพลาลูกเบี้ยวยังเปลี่ยนมาขับเคลื่อนด้วยห่วงโซ่ฟันแทนโซ่ส่งกำลังแบบเดิม ส่วนระบบหัวฉีดคู่และระบบไอเสียใหม่ ผ่านการรับรองมาตรฐานยูโร 4 ที่เน้นประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลายสำหรับความต้องการที่แตกต่างของนักบิด ได้แก่ ‘Rain’, ‘Road’ และ Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่แบบโปร คือ ‘Dynamic’, ‘Dynamic Pro’, ‘Enduro’ และ ‘Enduro Pro’ พร้อมระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control) ที่ได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อเสริมความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่อุ่นใจยิ่งขึ่นในทุกสภาวะการขับขี่ เพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วย ระบบ Dynamic Traction Control และ ABS Pro ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ช่วยให้เบรกหลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการตัดกำลังของเครื่องยนต์เมื่อเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รถมีระยะเบรกสั้นลง ในขณะที่ยังสามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นคง ระบบช่วงล่างที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า หรือ Dynamic ESA ยังสามารถปรับการตอบสนองของโช้คอัพได้อย่างอัตโนมัติและฉับไวตามสภาวะการขับขี่และการควบคุมรถ ปรับค่าการสั่นสะเทือนให้เหมาะสมตามสภาพถนน เพื่อการขับขี่ที่สบายและมั่นคงในทุกเลี้ยวโค้ง ดีไซน์ของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ ยังคงเน้นองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์ ทัวริ่งอย่างเต็มเปี่ยมใน 4 สี 4 สไตล์ด้วยกัน ได้แก่ สีขาว Alpine white สีแดง Mars red metallic/Dark slate metallic matt สี Manhattan metallic และสีน้ำเงิน Option 719 Blue planet  metallic/Ivory นอกจากนี้ ชุดแต่งจาก BMW Motorrad Spezial ยังเป็นอีกทางเลือกที่พร้อมสร้างความแตกต่างให้ สะดุดตายิ่งขึ้น ด้วยชิ้นส่วนคัสตอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในวัสดุเกรดพรีเมียม และงานฝีมืออันประณีตบรรจงในทุกรายละเอียดจากช่างผู้เชี่ยวชาญ มอบสไตล์ที่โดดเด่นแบบเฉพาะตัว   บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ สีขาว Alpine White ราคา: 1,340,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สำหรับรุ่นสีขาว Alpine White จะโดดเด่นด้วยล้อสีเงิน Silver metallic ตัดสลับกับตัวเครื่องสีเงิน Aluminium Silver metallic มาพร้อมกับฝาครอบถังน้ำมันกลางตัวรถและที่รองเข่าสีเข้ม Slate Dark metallic matt สวยสะดุดตา นอกจากนี้ ตุ้มถ่วงปลายแฮนด์ ขอบกระจกหน้ารถ และคาลิเปอร์เบรคสีดำ พร้อมด้วยสปอยเลอร์ด้านหน้าและสปอยเลอร์เครื่องยนต์สีดำ Night Black ยังขับเน้นให้ส่วนของเครื่องยนต์นั้นโดดเด่นและโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น

รีวิว Honda ADV150 2019 โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร

สำหรับการ รีวิว Honda ADV150 ปี 2019 ครั้งนี้ต้องบอกเลยว่า สดๆร้อนๆ ทั้งการเปิดตัว และการทดสอบกันเลยละพ่อคุณแม่คุณทั้งหลาย เพราะในช่วงเช้าได้เปิดตัวกันที่เซ็นทรัลเวิล์ด และในช่วงบ่ายได้มีการจัดเป็นการทดสอบในรอบของสื่อมวลชน ที่ศูนย์ขับขี่ปลอดภัย สำหรับโมเดลนี้เป็นโมเดลที่จัดจำหน่ายทั่วโลก และต้องบอกตามกันไปอีกว่าโมเดล ADV150 เป็นโมเดลที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามกันเลยทีเดียว ด้วยคาแร็กเตอร์ตัวรถ และการออกแบบที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็น Street Adventure ทำให้รู้สึกได้ว่า เป็นมอเตอร์ไซต์ที่ โคตรจะเหมาะสมกับภูมิประเทศไทย เราลองมาดูมารีวิวครั้งนี้ ที่ทางเราก็ได้สัมผัสเจ้า ADV150 ครั้งแรกเป็นยังไงกัน รูปร่าง อวบ กำลังดี มาดูกันที่รูปร่างหน้ากันก่อนเลยสำหรับการดีไซน์ภาพรวม ที่รูปร่างที่ค่อนข้างจะคล้ายรุ่นพี่สายลุยอย่าง Honda X-ADV 750 ด้วยรูปทรงไฟหน้าและท่อไอเสียที่ดีไซน์ให้ออกมาองศาคล้ายคลึงกันพอสมควร สำหรับ ADV150 คันนี้มีระบบส่องสว่างไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว แบบ Full LED ที่ให้ความสว่างชัดเจน ดีไซน์สวยโดยเฉพาะไฟหน้า และโดดเด่นด้วยไฟท้ายดีไซน์เป็นรูปตัว X สำหรับคันนี้เป็นสีที่ดูสวยสดที่สุด นั้นก็คือ สีแดง แต่ก็ยังมีอีก 2 สีก็คือ ดำ และ เทา ที่จำหน่ายในประเทศไทย (ความชอบส่วนตัว) พร้อมกับระบบ ESS (Emergency stop signal) เมื่อเบรคฉุกเฉิน ความเร็วลดแบบกระทันหัน ไฟเลี้ยวจะกระพริบเป็นสัญญาให้เป็นจุดสังเกตได้อย่างชัดเจนและปลอดภัย ชิวบังลมด้านหน้าที่มีขนาดใหญ่ ใส ที่สำคัญเลยมันสามารถที่จะปรับระดับสูง-ต่ำของชิวหน้าได้ โดยการหมุนตัวปรับทางด้านซ้ายและขวาพร้อมกับปรับขึ้นลงได้ แบบพร้อมกันทำให้การขับขี่ทั้งในเมืองก็ดีขึ้น และถ้าเราต้องการบังลมหรือบังขี้โคลนก็สามารถปรับขึ้นได้อีกด้วย ออกแบบไว้พร้อมลุย สำหรับแฮนด์บาร์ที่มีขนาดกว้างมีทั้งข้อดีและข้อสังเกต ข้อดีคือการออกแบบมาให้ขับขี่สบาย เดินทางไกลได้ รวมไปถึงสรีระการจับแฮนด์จะสามารถให้ตัวระหว่าง ช่วงแขนและไหล่ ทำให้เวลาเกิดการสั่นสะเทือนจะรู้สึกได้น้อยลง ส่วนข้อสังเกตุมีไม่มาก มันกว้าง ก็ย่อมติดเป็นธรรมดาแต่สำหรับคนที่ขับขี่บ่อยๆ เชื่อได้ว่าเดี๋ยวก็ชิน และก็พริ้วเหมือนเดิม ทางด้านแฮนด์ซ้าย มีสวิตซ์ไฟสูงไฟต่ำ แตร และไฟเลี้ยวออกแบบมาได้ระยะการปรับพอดีนิ้วมือ และปะกับแฮนด์ทางด้านขวามีสวิตซ์ ไฟฉุกเฉิน และ ปุ่มกดสตาร์ทเครื่องยนต์ รวมไปถึงสวิตซ์เปิดปิด IDLING Stop โหมดการหยุดทำงานเครื่องยนต์อัจฉริยะพร้อมทั้งปะกับคันเร่งแบบ 2 สายที่ออกแบบอยู่รวมกันทั้งหมด ทำให้ดูแล้วลงตัวเหมาะสม เรียบง่ายอย่างยิ่ง เรือนไมล์แบบ Full LCD ที่จะบอกสถานะต่างๆทั้งความเร็ว อัตราค่าเฉลี่ยน้ำมัน ทริปA/B เวลา วัน/เดือน รวมไปถึงแถบสถานะบอกไฟเลี้ยว กุญแจอัจฉริยะ ไฟสูง สถานะเครื่องยนต์ แบตเตอรี่ และไฟสถานะ ABS ที่ถูกดีไซน์เป็นแถบแยกออกมาจากหน้าจอเรือนไมล์อีกที แต่อยู่ในระยะที่สายตาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน กุญแจอัจฉริยะที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีเพียงแค่พกเข้าไปใกล้ๆรถเพียง 0.5-1 เมตรก็สามารถที่จะกดสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ทันที รวมไปถึงตัวเบ้าบิดกุญแจ (เตาแก๊ส) ที่มีระดับการบิดทั้งเปิดถังน้ำมันขนาด 8 ลิตรที่อยู่ระหว่างขา,กดเปิดเบาะ และเปิดสตาร์ทเครื่องยนต์ ทางด้านซ้ายของคอนโซนที่ออกแบบให้มีช่องเก็บของสะดวกต่อการหยิบของได้ง่ายโดยใช้มือซ้าย และยังมีปลั๊กไฟอเนกประสงค์ 12V ไว้สำหรับการต่อ GPS ชาร์ตแบต Smartphone และอื่นๆได้อีกมากเลยละครับ ช่วงล่างกันบ้าง เขาว่าดี!! ช่วงล่างด้านหน้าโช้คอัพหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิค(ตะเกียบคู่)ดีไซน์กระบอกโช้ค 2 ระดับเพิ่มความ อารมณ์ความแอดเวนเจอร์เข้าไป พร้อมกับมีระยะยืดยุบ 130 มิลลิเมตร มาคู่กับระบบเบรคแบบจานดิสที่มีขนาดใหญ่ 240 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์เบรค Nissin ที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับความปลอดภัยที่ให้มาคือ ABS ช่วงล่างด้านหลังเป็นโช้คคู่ Showa Subtank กระบอกสีทองที่มีระยะยืดยุบตัวแกนได้120 มิลลิเมตร ทั้งซ้าย และขวา ซึ่งก็ถือว่าเป็นโช้คหลังที่ติดมาจากโรงงานที่ดี ไม่แพ้รถบิ้กไบค์เลยละครับ ระบบเบรคหลังที่ให้มาเป็นแบบดิสเบรคจากโรงงาน ออกแบบมาสวยโดนใจตั้งแต่แรกพบสบตา มีการวางตำแหน่งเยื้องออกมาทางด้านหลังง่ายต่อการเซอร์วิสและมีความสวยงาม ตัวคาลิปเปอร์เป็น Nissin จานดิสมีขนาด 220 มิลลิเมตร (Non ABS) ล้อหน้า-หลัง เป็นล้อแม้กซ์ดีไซน์ 6 ก้านคู่ดูลงตัว สีดำมาพร้อมกับยาง IRC ขนาด 110/80-14 และ 130/70-13 (หน้า/หลัง) เป็นแบบ TUBELESS ไร้ยางในตัวลายดอกยางเป็นลายดอกแบบกึ่งลุย กึ่งสตรีสดูได้อารมณ์ลงตัว เหมาะสำหรับการขับขี่ดินลูกรัง และถนนดำ เครื่องยนต์ 150 ซีซีคล่องตัว..ECU ใหม่ มาดูที่พละกำลังเครื่องยนต์ ESP หัวฉีด PGM-Fi ขนาด 1 สูบ 149.3 ซีซี

AP.HONDA เปิดตัวโครงการ IMC PLAN CONTEST ครั้ง 12

ก้าวสู่ยุคการตลาดยุคใหม่เต็มตัว เอ.พี. ฮอนด้า ผนึกกำลังมาร์เก็ตเธียร์ เปิดตัวโครงการ IMC Plan Contest ประจำปี 2019 มุ่งค้นหานักการตลาดรุ่นใหม่ไฟแรง เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัวโครงการประกวดแผนสื่อสารการตลาด IMC Plan Contest by A.P. Honda ครั้งที่ 12 โดยความร่วมมือจากมาร์เก็ตเธียร์ (Marketeer) สำนักข่าวและสื่อออนไลน์ทางการตลาดชื่อดังของเมืองไทย วางเป้าหมายพัฒนานักศึกษารุ่นใหม่สู่การเป็นนักการตลาดมือดีที่เก่งทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “ในฐานะผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เอ.พี. ฮอนด้า ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่อยู่เหนือความคาดหมายของผู้บริโภคเท่านั้น แต่เรายังให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสังคมไทย หนึ่งในนั้นคือโครงการประกวดแผนการตลาดที่เราได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2009 หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน” “อย่างไรก็ตาม โลกของการตลาดนั้นไม่มีคำว่าหยุดนิ่ง ซึ่งเราก็ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกวดให้ทันสมัยอยู่เสมอ ล่าสุดในปีนี้ เราได้เปลี่ยนชื่อการประกวดจาก Marketing Plan Contest สู่การเป็น IMC Plan Contest หรือการแข่งขันแผนสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ เพราะเราต้องการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้คิดมุ่งเน้นในการใช้เครื่องมือทางการตลาtดให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ภายใต้โจทย์การทำตลาดเชิงไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตติ้ง ด้วยสินค้าที่มีอัตลักษณ์แตกต่างกว่าสินค้าทั่วไป นั่นคือรถจักรยานยนต์ภายใต้แบรนด์ CUB House ของฮอนด้า ซึ่งประกอบไปด้วย Monkey และ C125 ถือเป็นเรื่องใหม่และท้าทาย ที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเข้าใจทั้งตัวสินค้า และวิธีทางการตลาดที่เหมาะสม จุดเด่นของโครงการคือ นักศึกษาจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่เพียงการคิดเท่านั้น แต่จะได้ลงมือปฏิบัติจริงบนพื้นฐาน 3 จริง นั่นคือสินค้าจริง ลูกค้าจริง และสถานที่จริง” “พร้อมกันนี้ เรายังรู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมผนึกกำลังกับทางมาร์เก็ตเธียร์ สำนักข่าวและสื่อออนไลน์ทางการตลาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในไทย นับเป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมงานกับกูรูทางการตลาดระดับชั้นนำเป็นครั้งแรก เราเชื่อว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือนิสิต นักศึกษา ที่เข้าร่วมประกวดในโครงการนี้ ที่จะได้รับทั้งความรู้และมุมมองใหม่ๆอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”   ดร.ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ นักกลยุทธ์การตลาดไอเอ็มซีชื่อดัง และที่ปรึกษาโครงการ เปิดเผยว่า “IMC Plan Contest by A.P. Honda เป็นโครงการประกวดที่น่าสนใจ โดดเด่นในแง่ของแผนงาน เน้นเจาะไปที่การสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการ (Integrated Marketing Communication) เป็นการประกวดที่ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่แผนงาน แต่นักศึกษามีโอกาสได้นำแผนของตนเองไปปฏิบัติจริง ทำให้เกิดความเข้าใจและได้รับประสบการณ์จริง จึงอยากเชิญชวนให้นักศึกษาสมัครเข้ามาประกวดกันเยอะ ๆ ครับ” สำหรับการประกวดแผนสื่อสารการตลาด IMC Plan Contest by A.P. Honda ครั้งที่ 12 เปิดโอกาสให้นิสิต และนักศึกษาที่สนใจงานด้านการสื่อสารการตลาด ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มาประชันความสามารถ กับการประกวดวางแผนการสื่อสารการตลาดสำหรับ Monkey และ C125 จากแบรนด์ CUB House เพื่อนำความรู้มาต่อยอดความคิด วิเคราะห์ วางแผน นำเสนอ และทำให้เกิดขึ้นจริง ภายใต้โจทย์ “การสร้างแผนการสื่อสารการตลาดระหว่างปี 2020-2022 สำหรับรถ Monkey และ C125” ภายใต้แบรนด์ CUB House เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ด้วยงบประมาณสมมุติ 100 ล้านบาท ทั้งนี้ การประกวดจะแบ่งออกเป็น 3 รอบได้แก่ รอบที่ 1 (Presentation) เปิดรับแผนงานจากนิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 พฤศจิกายน2562 ก่อนคัดให้เหลือ 140 แผนงาน ที่จะได้สิทธิ์ในการนำเสนอแผนงานต่อหน้าคณะกรรมการที่จะเดินสายไปตัดสินใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศในช่วงเดือนธันวาคม 2562 เพื่อคัดให้เหลือ 36 แผนงานที่จะได้เข้าสู่รอบต่อไป รอบที่ 2 (Semi Final) ทีมที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกทั้ง 36 ทีม จะต้องนำแผนงานบางส่วนมาปฏิบัติจริงในพื้นที่ร้าน CUB House ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศในช่วงเดือนมกราคม 2563 ก่อนคัดเหลือเพียง 12 ทีมเข้าสู่รอบสุดท้าย รอบที่ 3 (Final) 12 ทีมสุดท้ายที่เข้ารอบมาในฐานะตัวแทนของ CUB House แต่ละสาขา จะต้องนำเสนอไฮไลท์หรือความโดดเด่นของ

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 ล่าสุด สรุปเรต EV และรถสันดาปที่นี่!

ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 เริ่มใช้ 1 ม.ค. 69 รถ EV ลดเหลือ 2% ขณะที่รถสันดาปและรถหรูภาษีพุ่งสูงถึง 50% เช็กตารางภาษีใหม่ทุกประเภทที่นี่

2 January 2026

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
Triumph Tiger 900

Triumph Tiger 900 มีดีอะไรบ้าง Triumph Tiger 900 จัดเป็น All-New โมเดลที่น่าจับตามองไม่ใช่น้อย เพราะทางค่ายเคลมไว้ว่าจะเป็นโมเดลที่จะมายกระดับมาตรฐานให้กับโลกของแอดเวนเจอร์ไบค์ เราไปดูกันว่า Triumph Tiger 900 มีดียังไงบ้าง ก่อนอื่นเลยมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับชื่อโมเดลย่อยเล็กน้อย จากเดิมที่เป็น Tiger 800 XC และ XCx สำหรับโมเดลล้อซี่ลวดเน้นทางฝุ่นจะถูกเปลี่ยนเป็น Tiger 900 Rally และ Rally Pro ส่วนโมเดล Tiger 800 XR และ XRx ที่เป็นโมเดลล้อแม็กเน้นขี่ทางดำจะกลายเป็น Tiger 900 GT และ GT Pro นอกจากนี้จะมีโมเดลพื้นฐานเป็น Tiger 900 ที่เน้นขี่ถนน   เครื่องยนต์ใหม่ Triumph Tiger 900 ในตอนนี้ใช้เครื่องยนต์สามสูบตัวใหม่ขนาด 888 ซีซีรองรับ Euro5 เคลมมาว่ามีแรงบิดมากขึ้นกว่าโมเดลเดิม 10% มีแรงบิดสูงสุดที่ 87 นิวตันเมตรที่ 7,250 รอบ ให้กำลังแรงม้าดีขึ้นในทุกย่าน โดยเฉพาะในรอบกลางที่มากขึ้นถึง 9% เปลี่ยนแปลงลำดับการจุดระเบิดใหม่เป็น 1,3 ,2 ให้ฟีลลิ่งที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงสุ้มเสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว   เซ็ตมาตรฐานใหม่ของแอดเวนเจอร์ไบค์ เด่นด้วยเฟรมโมดูลาร์ใหม่เพราะซับเฟรมท้ายพร้อมพักเท้าคนซ้อนซึ่งน้ำหนักเบา ทั้งนี้ด้วยแชสซีใหม่นี้ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบากว่าพี่เสือ 800 อยู่ถึง 5 กก. ระบบกันสะเทือนชั้นดีเพื่อสมรรถนะที่ดีทั้งบนทางดำและทางฝุ่น ส่วนในโมเดล GT Pro จะมาพร้อมโช้คปรับไฟฟ้าอีกด้วย คาลิเปอร์เบรคถูกอัพเกรดเป็น Brembo Stylema ที่เป็นตัวโมโนบล็อก และยังเพิ่มความจุของถังน้ำมันเป็น 20 ลิตรเพื่อให้ใช้งานได้ไกลขึ้นกว่าที่เคย   ลูกเล่นเพื่อความสวยงามและการขับขี่ที่ดีขึ้น Triumph ยังยัดลูกเล่นไฮเทคมาให้แบบจัดเต็มทั้งเพื่อความงามและการขับขี่ อาทิ เรือนไมล์ TFT สีขนาด 7 นิ้ว (ไม่มีในรุ่นพื้นฐาน) สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ในรุ่น Pro ระบบเบรก Cornering ABS และแทร็คชั่นคอนโทรลที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์วัดแรงเฉื่อย (ไม่มีในรุ่นพื้นฐาน)  โหมดการขับขี่ที่มากถึง 6 โหมด ได้แก่ Rain, Road, Sport, Rider, Off-Road, Off-Road Pro ควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง (เฉพาะรุ่น Pro) ไฟ LED ทั้งระบบพร้อมไฟเดย์ไลท์ที่ออกแบบใหม่ และช่องเก็บมือถือพร้อมช่องจ่ายไฟ USB   รูปโฉมใหม่ แน่นอนว่าเจ้าเสือคันใหม่นี้มีรูปโฉมใหม่ โดยการออกแบบดีไซน์คราวนี้จะมุ่งเน้นไปในสไตล์ที่ดุดันก้าวร้าวมากขึ้นพร้อมท่าทางที่พร้อมจะลุยทุกเส้นทาง การเก็บงานและรายละเอียดต่างๆ เนี้ยบเนียน ชุดสีและลวดลายกราฟฟิกต่างๆ ดูดีพรีเมี่ยมกว่าที่ผ่านมา   เข้าถึงง่าย เบาะนั่งของ Tiger 900 ทุกโมเดลสามารถปรับระดับความสูงได้ 20 มม. ดังนั้นคนที่ไม่สูงมากหลายคนก็สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ยังมี Tiger 900 GT รุ่นพิเศษที่มาพร้อมช่วงล่างและเบาะต่ำพิเศษอีกด้วย   Specifications โมเดล Tiger 900 Tiger 900 GT Tiger 900 GT Pro Tiger 900 Rally Tiger 900 Rally Pro เครื่องยนต์ 3 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 888 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ แบบ DOHC ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 78 X 61.9 มม. อัตราส่วนการอัด 11.27:1 แรงม้าเคลม 95.2 แรงม้าที่ 8,750 รอบ แรงบิดเคลม 87 นิวตันเมตรที่ 7,250 รอบ ระบบเกียร์

4 December 2019
Yamaha YZF-R1 GYTR Limited Edition สุดยอดรถโปรดักส์ชั่นรุ่นพิเศษ

สำหรับ Yamaha YZF-R1 GYTR Limited Edition เป็นอีกหนึ่งคันที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษในงาน Eicma 2019 เพราะทุกคนอยากที่จะครอบครองคันนี้ ที่มีสเปคเหนือกว่าตัว YZF-R1 ตัวธรรมดา ก่อนอื่นเลยเรามาทำความเข้าใจ GYTR กันก่อนเลย อักษร 4 ตัวนี้ย่อมาจาก Genuine Yamaha Technology Racing คือฝ่ายคิดค้นและพัฒนา พาร์ทและอุปกรณ์เสริมประสิทธิภาพของทางยามาฮ่า ที่คิดค้นพัฒนาทั้งทางฝุ่นและทางเรียบมากว่า 40 ปี ก็ต้องบอกเลยว่า R1 คันนี้ไม่ใช่คันแรกแน่ๆที่ถูกเสริมหล่อ แต่งออกมาขนาดนี้ สำหรับ Yamaha YZF-R1 GYTR คันนี้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพาร์ทคาร์บอนเกือบจะทุกชิ้นเพื่อความเบา แข็งแรงและสวยงาม ถูกคาดด้วยลาย GYTR สีขาว-น้ำเงิน ดูดุลงตัว ถ้าสังเกตุไปที่ช่วงล่างด้านหน้าถูกปรับเปลี่ยนเป็นโช้คหน้า Ohlins และระเบรคแบบเรเดี้ยนเมาส์ตัว Racing จาก Brembo พร้อมจากเบรค Brenbo T-drive มาดูกันต่อที่ท่อไอเสีย Akrapovic ที่ถูกพัฒนามาเพื่อ R1 โดยเฉพาะกันเลย พร้อมกับโช้คหลัง Ohlins TTX ตัวท๊อปๆของทางค่ายอีกเช่นกัน ที่จะมาช่วยเสริมความเนียนในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น ชุดแผงคอด้านหน้าถูกขึ้นรูปใหม่ดีไซน์เป็นร่องแข็งแรง น้ำหนักเบา พร้อมกับเลเซอร์ GYTR บนชุดแผงคอด้านบน ทางด้านแฮนด์ขวาถูกเปลี่ยนปั้มกระทุ้งหน้าเป็นของ Brembo RCS ที่สามารถปรับระยะได้ เสริมหล่อกันเข้าไปอีก ทางด้านซ้ายของแฮนด์ถูกปรับเปลี่ยนปะกับแฮนด์แบบ Racing ที่เพิ่มความเข้าให้ง่ายขึ้นเมื่ออยู่ในสนามแข่ง เพียงแค่จำสีเท่านั้น แต่ก็ยังมีตัวอักษารเล็กๆอยู่ ที่ง UP Down Map Mode และ Pit ได้อารมณ์ซิ่งกันเลยละครับ สุดท้ายนี้ อาจจะต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ตัวสเปคเครื่องยนต์ยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เพราะทางเจ้าหน้าที่ยามาฮ่าเองก็ได้บอกไว้ว่าเวอร์ชั่นนี้เป็น ชุด KIT Racing ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการแข่งขันเท่านั้น และคนที่ซื้อเวอร์ชั่นนี้ได้อาจจะต้องมีโปรไฟล์ทีมแข่ง หรือเป็นนักแข่งที่ใช้เพื่อการแข่งขันเท่านั้น ถือว่าเป็นการคาดเดาได้ว่ามันต้อง แรงกว่า ตัวขายปกติทั่วไปอย่างแน่นอน!!   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

29 November 2019
Honda Monkey Dragon Ball Limited Edition ตำนาน 100 คัน เท่านั้น!!

ครั้งแรกในวงการรถจักรยานยนต์ไทย CUB House by Honda จับมือ Toei Animation ผู้ถือลิขสิทธิ์ “ดราก้อนบอล” ร่วมสร้างตำนานบทใหม่ ระหว่างรถจักรยานยนต์ Monkey กับ อนิเมะยอดฮิตตลอดกาลของญี่ปุ่น เปิดตัว Honda Monkey รุ่น Dragon Ball Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก มาเป็นเซ็ตพร้อมแจ็คเกตลาย Monkey x Dragon Ball จากแบรนด์ Naked & Famous วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 119,900 บาท ที่ร้าน CUB House ทั้ง 13 สาขา และที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2019 มร.ชิเกโต คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า “เป้าหมายของคับเฮ้าส์คือการเติมเต็มความต้องการให้กับคนรุ่นใหม่ด้วยการส่งมอบคุณค่าสามอย่าง อย่างแรกคือ Fun หรือความสนุกที่ลูกค้าสัมผัสได้จากทุกส่วนของร้าน รวมถึงสินค้าในร้าน อย่างที่สองคือ Proud หรือความภาคภูมิใจเมื่อลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถ และอย่างที่สามคือ Me หรือสิ่งสะท้อนความเป็นตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นผ่านประสบการณ์ที่คับเฮ้าส์ส่งมอบให้กับลูกค้าซึ่งตลอดสองปีที่ผ่านมาที่นี่ได้กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่สนุกสนาน และการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด”“ล่าสุดนี้ เราขอส่งมอบความสนุกครั้งใหม่และครั้งแรกของวงการรถจักรยานยนต์ไทยกับการรวมตัวกันครั้งสำคัญของสองตำนาน นั่นคือตำนานของรถ Monkey ที่มีจุดกำเนิดตั้งแต่ปี 1961 จากการประดิษฐ์รถเพื่อขี่เล่นของพนักงานในโรงงานฮอนด้าแห่งหนึ่ง แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกไม่เหมือนใครทำให้ Monkey กลายเป็นรถที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกโดยเฉพาะในหมู่นักสะสม และอีกตำนานเกิดขึ้นในปี 1984 เมื่อดราก้อนบอลได้ถือกำเนิดขึ้นในญี่ปุ่นและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ได้รับการเผยแพร่ไปถึงกว่า 80 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย จนกลายเป็นอนิเมะยอดฮิตตลอดกาลของโลก”“ในปี 2019 นี้ เมื่อสองตำนานได้มารวมตัวกันก็ก่อให้เกิดรถจักรยานยนต์ Monkey Dragon Ball Limited Edition ภายใต้คอนเซปต์ ความสนุกในความทรงจำ กลับมาให้คุณได้ซนอีกครั้ง ซึ่งจะถูกผลิตจำนวนจำกัดเพียงแค่ 100 คันทั่วโลก โดยรถพิเศษรุ่นนี้ได้รับการออกแบบโดยทีมดีไซน์เนอร์จาก H2C ซึ่งเป็นสำนักแต่งรถของเอ.พี. ฮอนด้า ที่มีความหลงใหลใน Monkey และ Dragon Ball อย่างมากจนเกิดเป็นรถที่มีความลงตัว มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร”Monkey Dragon Ball Limited Edition เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง เอ.พี. ฮอนด้า และ Toei Animation ผู้ถือลิขสิทธิ์ดราก้อนบอลอย่างเป็นทางการ ตัวรถได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นลงตัวทุกมุมมอง โดยการนำเอาเอกลักษณ์สามอย่างของดราก้อนบอลมาอยู่บนตัวรถ Monkey อย่างแรกคือลูกแก้วมังกรสี่ดาวของโงกุน อย่างที่สองคือเทพเจ้ามังกรอันศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสองอย่างถูกตกแต่งอยู่บนถังน้ำมันที่หุ้มด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ โดยตัวลูกแก้วมังกรทำจากอะลูมิเนียม CNC และอย่างที่สามคือสัญลักษณ์สำนักเต่าของผู้เฒ่าเต่าอันเลื่องชื่อที่โดดเด่นอยู่บนครอบกรองอากาศสีส้ม ในขณะที่ฝาครอบหุ้มข้างเป็นแบบคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมสัญลักษณ์ MonkeyHonda Monkey Dragon Ball Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก มาเป็นเซ็ตพร้อมแจ็คเกตลาย Monkey x Dragon Ball จากแบรนด์ Naked & Famous (มูลค่า 8,500 บาท) วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 119,900 บาท ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปชมรถจริงและจองได้ที่ CUB House ทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สาขาเอกมัย สาขาอุดรธานี สาขาขอนแก่น สาขาชลบุรี สาขาสุราษฎร์ธานี สาขาหาดใหญ่ สาขาเพชรบุรี สาขาเชียงราย สาขาภูเก็ต สาขาเชียงใหม่ สาขานครปฐม สาขาศรีนครินทร์ และล่าสุดสาขาอุบลราชธานี และที่บูธ CUB House หมายเลข G 09 ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 10

26 November 2019