SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์

New Ducati Formula 73 2026 คืนชีพตำนานรถแข่งยุค 70 สเปคละเอียด

New Ducati Formula 73 2026 รถมอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษที่คืนชีพตำนานแชมป์โลกยุค 70 ด้วยเครื่องยนต์ L-Twin และระบบช่วงล่าง Ohlins

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวมอเตอร์ไซค์

ด่านตรวจจราจร 2569 ความปลอดภัยประชาชน หรือธุรกิจรายได้จากค่าปรับ?

ด่านตรวจจราจร 2569 ในยุคตัดแต้มใบขับขี่ ความโปร่งใสมีจริงไหม หรือเป็นเพียงกลไกการสร้างรายได้ที่ประชาชนต้องแบกรับ

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
โจอัน เมียร์
MOTOGP

เมียร์เตือน! รีบเซ็นทีมใหม่ ระวังเจอรถ “บ๊วย” กว่าเดิม!

โจอัน เมียร์ แซะตลาดนักแข่ง MotoGP ปีล่าสุด รีบเซ็นสัญญาตั้งแต่ต้นปีระวังเสียใจ เตือนเพื่อนร่วมอาชีพดูฟอร์มรถให้ดีก่อนตัดสินใจย้ายทีม

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
Francesco Bagnaia Sepang Test 2026
MOTOGP

บันยาญ่ายอมรับ ยางหน้ามีปัญหาทำเวลาหล่น มั่นใจแก้มือที่บุรีรัมย์

ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า ยอมรับรถแข่ง GP26 ยังมีปัญหายางหน้าในช่วงท้ายของการซ้อม Sprint ที่เซปังฯ เสียเวลาไปกว่า 1 วินาที เตรียมแก้มือสนามสุดท้ายที่บุรีรัมย์

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
Avatr 06T
ข่าวมอเตอร์ไซค์

Avatr 06T Station Wagon ทรงสปอร์ตตัวตึง ปล่อยภาพ Official แล้ว

เจาะลึก Avatr 06T รถ Wagon ไฟฟ้าทรงสปอร์ต พร้อม Lidar เจนใหม่จาก Huawei ตรวจจับไกล 250 เมตร และขุมพลัง 600 แรงม้า สวยล้ำเหนือระดับ

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Italjet Gresini Racing Dragster

Italjet Gresini Racing Dragster ขายหมดเกลี้ยงก่อนที่จะประกาศขายจริง ให้ตายสิพับผ่า ถ่ายรูปคันจริงลงเพจได้ไม่กี่วัน บิลต์ให้สาวกอยากได้จนน้ำลายหกได้ไม่ทันใด ถัดมาได้ 2 วัน มาประกาศบอกว่ารถขายหมดเกลี้ยงก่อนที่จะประกาศขายจริงอย่างเป็นทางการซะแล้ว สำหรับเจ้า Italjet Gresini Racing Dragster Limited Edition มาครั้งนี้เราก็เลยขอเอารายละเอียดความพิเศษของโมเดลนี้มาให้ดูกันแทน ว่ามีอะไรแตกต่างจากโมเดลธรรมดาอย่างไรบ้าง นอกไปเสียจากเรื่องของสีสันและลายกราฟิกที่ยกมาจากรถแข่ง MotoGP ของทางทีมเกรสินี เรซซิ่งทีมบ้าง ไฮไลต์พิเศษที่แตกต่างก็คือ – ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 คันในโลกเท่านั้น และรันนัมเบอร์ไม่ซ้ำกัน – ระบบกันสะเทือนจากทาง Ohlins ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง – ท่อไอเสียเต็มระบบจากทาง Akrapovic (มีท่อเดิมให้ด้วย) – ปีกหรือวิงก์เล็ตที่ท้ายรถสไตล์เดียวกับรถแข่ง MotoGP (มีตัวครอบเบาะเดิมให้ด้วย) – มีเฉพาะในโมเดล 300 เท่านั้น – โลโก้โฮโลแกรมพิเศษของทาง Gresini ยืนยันความเป็นของแท้   ทั้งนี้ราคาขายในยุโรปจะอยู่ที่ 9,499 ยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 379,000 บาท ถ้ามาไทยล่ะก็อย่าให้เซดเลยจะดีกว่า ราคาน่าจะโดดขึ้นไปกว่านี้อีกเยอะเลยทีเดียว สำหรับแฟน ๆ ชาวไทยที่จองไม่ทันไม่ต้องเสียใจไป ทางอิตาลีได้แจ้งไว้ว่าจะมีสีสันพิเศษดังกล่าวนี้กับโมเดล 125, 200, 300 ด้วย เพียงแต่จะไม่ได้ความพิเศษแบบเดียวกันกับไฮไลต์ด้านบนเท่านั้น เรียกได้ว่าคุณจะเป็นเจ้าของได้ในราคาถูกลง แต่จะไม่ได้ความซิ่ง และความพิเศษแบบสุด ๆ เหมือนโมเดลพิเศษจำนวนจำกัดก็เท่านั้นเอง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี

Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี ยืนยันนอนยันคอนเฟิร์มแล้วกับเจ้า Marc Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี หลังก่อนหน้านี้มีข่าวการย้ายตัวของ Enea Bastiannini ไปยัง Redbull KTM Factory Racing นั่นทำให้ที่นั่งข้าง ๆ Francesco Bagnaia ว่างลง และตอนนี้ทาง Ducati ได้ออกมาประกาศยืนยันแล้วว่าแชมป์โลก 8 สมัย ผู้ใช้หมายเลข 93 และได้กลายเป็นทีมเมทของแชมป์โลก MotoGP 2 สมัยคนล่าสุดในตอนนี้แล้ว พร้อมกับระบุว่าจะลงแข่งในปี 2025 – 2026 อีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Streetfighter V4 Supreme หล่อ เท่ แพง ขั้นสุด

Streetfighter V4 Supreme หล่อ เท่ แพง ขั้นสุด มาอีกแล้วสำหรับงานคอลแล็บฯ สำหรับรถ Ducati ที่ขยันทำเสียจริง ๆ แถมทำมาแต่ละทีนี้เล่นเอาไบเกอร์อย่างเรา ๆ น้ำลายสอทุกที สำหรับคราวนี้เป็นคิวของเน็กเก็ดระดับเรือธงของทางค่าย ภายใต้ชื่อโมเดลว่า Streetfighter V4 Supreme ที่บอกตรง ๆ ว่า หล่อ เท่ แล้วก็แพง ขั้นสุด สุดทุกทางจริง ๆ แน่นอนว่าหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักแบรนด์ซูพรีม แบรนด์ดังสัญชาติอเมริกันที่มีตัวหนังสือขาวภาษาอังกฤษวางบนพื้นหลังสีแดงกันเป็นอย่างดี ขึ้นชื่อเรื่องความเท่ในแบบสตรีท ซึ่งก็ดูลงตัวกับโมเดลพิเศษที่มีรถพื้นฐานเป็น Streetfighter V4 S นี้เป็นอย่างดี โดยมีทาง Drudi Performance ช่วยออกแบบ ดีไซน์ตัวรถก็เลยออกมาได้อย่างโดดเด่นในธีมสีขาวและแดง โดยจะมีโลโก้ซูพรีมขนาดใหญ่พาดทับตัวรถบริเวณถังน้ำมัน และโลโก้ขนาดเล็กที่บริเวณบังโคลนหน้า ตูดมดและที่ล้อหลัง นอกจากนี้ยังมีเบาะนั่งสีแดงตัดดำ มีการทำสีคาลิเปอร์เบรก Brembo ให้เป็นสีแดง ตัวอักษรสีขาว และตัวล้อเองก็จะถูกทำสีขาวดูลงตัวกับโมเดลพิเศษนี้มาก รวมไปถึงรายละเอียดพิเศษเล็ก ๆ น้อย อย่างโลโก้ของ Drudi Performance ที่เป็นลายนิ้วมือที่ด้านตัวรถด้านขวา สติ๊กเกอร์ลายการ์ตูนออกแบบพิเศษเฉพาะโมเดลนี่ที่บริเวณใต้ซับเฟรมท้าย โลโก้ Pirelli ที่บังโคลนหน้าและอกล่าง โลโก้ Shell ที่กาบข้างหม้อน้ำ และโลโก้ Brembo ที่อกล่างอีกด้วย โดยมีสเปกคร่าว ๆ ดังนี้ เครื่องยนต์ V4 ขนาด 1,103 ซีซี 208 แรงม้ากับแรงบิด 123 นิวตันเมตร น้ำหนักตัวรวมของเหลวไม่รวมน้ำมันเชื้อเพลิง 193 กิโลกรัม ช่วงล่างจะมีระบบกันสะเทือนปรับไฟฟ้าจากทาง Ohlins เต็มระบบ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่และหลังเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์เบรกจากทาง Brembo ใช้ล้อฟอร์จอลูมิเนียมอัลลอยขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รัดด้วยยาง Pirelli Diablo Rosso IV Corsa ขนาด 120/70 ZR17 และ 200/60 ZR17 เรื่องของการจำหน่าย แน่นอนว่าเป็นโมเดลพิเศษจำนวนจำกัด และมีการรันนัมเบอร์ต่อกันอีกด้วย ก็ย่อมจะแพงเป็นพิเศษ โดยจะจำหน่ายในราคาราว ๆ 1,837,000 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) ซึ่งแน่นอนว่ามาไทยราคาก็จะต้องบวกไปจากนี้อีกพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งแพงเพราะแบรนด์ Supreme แท้ ๆ แพงกว่าราคาโมเดลปกติเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว และสำหรับคนที่อาจจะจ่ายเงินซื้อรถไม่ไหวทางซูพรีมยังร่วมกันกับแบรนด์อื่น ๆ ทำสินค้าในกลุ่มแอพพาเรลมาขายให้สาวกอีกด้วย เช่น หมวกกันน็อก ชุดหนัง และชุดแข่ง เป็นต้น แน่นอนว่าราคาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน งานนี้ใครรักในแบรนด์ และเงินเหลือ ซื้อไปยังไงก็หล่อเท่แน่นอน ส่วนตัวผมหรอ ขอแค่ได้ลูกคลำแล้วก็ได้ลองคร่อมซักทีก็พอแล้ว มันสวยจริง ๆ นะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Combat F-117 Fighter มอเตอร์ไซค์มือสอง ราคาเกือบ 3 ล้าน!

Combat F-117 Fighter มอเตอร์ไซค์มือสอง ราคาเกือบ 3 ล้าน! รอดพ้นจากมือนักสะสม มาโผล่ในตลาดรถมือสองได้อย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับโมเดลจากสำนักคัสตอม Combat Motors อย่าง Combat F-117 Fighter โดยทางเว็บไซค์ Pro Italia Motorcycle พร้อมเปิดเคาะราคาให้เป็นเจ้าของในราคาที่ 72,999 ดอลล่าร์สหรัฐหรือราว ๆ 2.7 ล้านบาท (มือหนึ่งขายราคาที่ 125,000 ดอลล่าร์หรือประมาณ 4.6 ล้านบาท) หากใครที่เป็นแฟน ๆ สาวกโร้ดสเตอร์อิดิชันสุดพิเศษและอยากสะสมไว้ก็ต้องก็พิจารณารุ่นนี้กันแล้ว  สำหรับเจ้า F-117 Fighter รุ่นนี้นับว่าเป็นโมเดลที่น่าสะสมไม่ใช่น้อย เพราะทางผู้ผลิตได้สร้างออกมาเพียงไม่กี่คันเท่านั้น ซึ่งนอกจากเครื่องยนต์ S&S X Wedge V-Twin ที่ดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดีไซน์ของมันก็ช่างสวยงามราวกับงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกถูกออกแบบและยังแฝงไปด้วยความดิบเปลือยอันบ้าคลั่งที่ดูล้ำสมัยไม่ตกยุค   อักษรรุ่น ครอบกรองอากาศ ครอบถังน้ำมัน เรือนไมล์อนาล็อก ด้วยชิ้นส่วนโครงสร้างตัวรถที่ออกแบบด้วยวิศวกรรมชั้นสูงและใช้แบบเดียวกันกับรุ่น P-51 Figther ด้วยงาน CNC จากบล็อกเหล็กแท่งอลูมิเนียมเกรด 6061 และ 7075 ซึ่งเป็นเกรดอากาศยานระดับสูง ให้ความแข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ รวมถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ ถูกเก็บดีเทลรายละเอียดงานต่าง ๆ อย่างประณีต อีกทั้งยังดูสวยงามด้วยแฟริ่งบริเวณบังโคลน ครอบท่อและครอบโซ่ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ รวมถึงฝาครอบแคร้งเครื่อง ครอบคลัตช์ ครอบกรองและครอบถังน้ำมันแบบใส ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เรือนไมล์แบบอนาล็อกผสมดิจิทัลประกอบกับงานเลเซอร์ประดับชื่อรุ่นไว้ตรงบริเวณถังน้ำมัน แถมใช้เบาะสั้นชิ้นเดียวฝังไฟท้ายออกมาดูสวยงาม เครื่องยนต์ S&S X Wedge 117 V-Twin ทริปเปิ้ลแคมชาฟต์ มีปริมาตรกระบอกสูบขนาด 1,917 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ใช้ระบบสตาร์ทไฟฟ้า ระบบเกียร์ 5 สปีด ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 120 แรงม้าที่ 5,100 รอบ แรงบิดสูงสุด 162.7 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ ใช้ระบบหัวฉีด พร้อมถังน้ำมันขนาด 16.25 ลิตร แถมเคลมท็อปสปีดมามากกว่า 250 กม./ชม. เรียกว่าพร้อมบินตั้งแต่ออกตัวเลยทีเดียว  โช้คหน้าเป็นดับเบิ้ลวิชโบน พร้อมคอยล์สปริง โช้คเดี่ยวซับแทงค์ ด้านหลังร่วมกับกระเดื่อง ล้อคาร์บอนไฟเบอร์ Blackstone TEK (BST) ดิสก์เบรกด้านหน้า 4 ลูกสูบ ช่วงล่างจัดมาให้สวย ๆ เช่นกันและน่าสนใจเลยไม่น้อย ด้วยระบบกันสะเทือนจาก Race Tech โดยโช้คหน้าเป็นดับเบิ้ลวิชโบนพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมซับแทงค์ด้านหลังร่วมกับกระเดื่องและสามารถปรับแต่งได้เต็มระบบ สวมด้วยดับเบิ้ลดิสก์เบรกหน้าหลังพ่วงคาลิเปอร์ด้านหน้า 4 ลูกสูบและด้านหลังขนาด 4 ลูกสูบ เพิ่มความสวยงามมากยิ่งขึ้นด้วยล้อคาร์บอนไฟเบอร์จาก Blackstone TEK (BST) หน้า-หลังขนาด 19 นิ้ว และ 17 นิ้ว รัดด้วยยางสายฟ้า Pirelli Dlablo Rosso III ขนาดไซส์ 120/70 และ 240/45 ตามลำดับ รวมน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 254 กก. แต่อย่างว่ารถแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เพราะมือหนึ่งไม่มีขายแล้ว ก็ต้องลองพิจารณากันดู สำหรับรถคัสตอมสูบวีสุดล้ำจากอเมริกัน พร้อมของแต่งรอบคันและไม่เหมือนใคร ถือว่าเป็นแรร์ไอเท็มที่น่าสะสมทีเดียว หากใครสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ คลิ๊กที่นี่ สำหรับโมเดลรุ่นอะไรที่น่าสนใจในครั้งต่อไปก็อย่าลืมติดตามข่าวสารจาก SuperBike ได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Italjet Gresini Racing Dragster

Italjet Gresini Racing Dragster ขายหมดเกลี้ยงก่อนที่จะประกาศขายจริง ให้ตายสิพับผ่า ถ่ายรูปคันจริงลงเพจได้ไม่กี่วัน บิลต์ให้สาวกอยากได้จนน้ำลายหกได้ไม่ทันใด ถัดมาได้ 2 วัน มาประกาศบอกว่ารถขายหมดเกลี้ยงก่อนที่จะประกาศขายจริงอย่างเป็นทางการซะแล้ว สำหรับเจ้า Italjet Gresini Racing Dragster Limited Edition มาครั้งนี้เราก็เลยขอเอารายละเอียดความพิเศษของโมเดลนี้มาให้ดูกันแทน ว่ามีอะไรแตกต่างจากโมเดลธรรมดาอย่างไรบ้าง นอกไปเสียจากเรื่องของสีสันและลายกราฟิกที่ยกมาจากรถแข่ง MotoGP ของทางทีมเกรสินี เรซซิ่งทีมบ้าง ไฮไลต์พิเศษที่แตกต่างก็คือ – ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 คันในโลกเท่านั้น และรันนัมเบอร์ไม่ซ้ำกัน – ระบบกันสะเทือนจากทาง Ohlins ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง – ท่อไอเสียเต็มระบบจากทาง Akrapovic (มีท่อเดิมให้ด้วย) – ปีกหรือวิงก์เล็ตที่ท้ายรถสไตล์เดียวกับรถแข่ง MotoGP (มีตัวครอบเบาะเดิมให้ด้วย) – มีเฉพาะในโมเดล 300 เท่านั้น – โลโก้โฮโลแกรมพิเศษของทาง Gresini ยืนยันความเป็นของแท้   ทั้งนี้ราคาขายในยุโรปจะอยู่ที่ 9,499 ยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 379,000 บาท ถ้ามาไทยล่ะก็อย่าให้เซดเลยจะดีกว่า ราคาน่าจะโดดขึ้นไปกว่านี้อีกเยอะเลยทีเดียว สำหรับแฟน ๆ ชาวไทยที่จองไม่ทันไม่ต้องเสียใจไป ทางอิตาลีได้แจ้งไว้ว่าจะมีสีสันพิเศษดังกล่าวนี้กับโมเดล 125, 200, 300 ด้วย เพียงแต่จะไม่ได้ความพิเศษแบบเดียวกันกับไฮไลต์ด้านบนเท่านั้น เรียกได้ว่าคุณจะเป็นเจ้าของได้ในราคาถูกลง แต่จะไม่ได้ความซิ่ง และความพิเศษแบบสุด ๆ เหมือนโมเดลพิเศษจำนวนจำกัดก็เท่านั้นเอง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 June 2024
Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี

Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี ยืนยันนอนยันคอนเฟิร์มแล้วกับเจ้า Marc Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี หลังก่อนหน้านี้มีข่าวการย้ายตัวของ Enea Bastiannini ไปยัง Redbull KTM Factory Racing นั่นทำให้ที่นั่งข้าง ๆ Francesco Bagnaia ว่างลง และตอนนี้ทาง Ducati ได้ออกมาประกาศยืนยันแล้วว่าแชมป์โลก 8 สมัย ผู้ใช้หมายเลข 93 และได้กลายเป็นทีมเมทของแชมป์โลก MotoGP 2 สมัยคนล่าสุดในตอนนี้แล้ว พร้อมกับระบุว่าจะลงแข่งในปี 2025 – 2026 อีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 June 2024
Streetfighter V4 Supreme หล่อ เท่ แพง ขั้นสุด

Streetfighter V4 Supreme หล่อ เท่ แพง ขั้นสุด มาอีกแล้วสำหรับงานคอลแล็บฯ สำหรับรถ Ducati ที่ขยันทำเสียจริง ๆ แถมทำมาแต่ละทีนี้เล่นเอาไบเกอร์อย่างเรา ๆ น้ำลายสอทุกที สำหรับคราวนี้เป็นคิวของเน็กเก็ดระดับเรือธงของทางค่าย ภายใต้ชื่อโมเดลว่า Streetfighter V4 Supreme ที่บอกตรง ๆ ว่า หล่อ เท่ แล้วก็แพง ขั้นสุด สุดทุกทางจริง ๆ แน่นอนว่าหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักแบรนด์ซูพรีม แบรนด์ดังสัญชาติอเมริกันที่มีตัวหนังสือขาวภาษาอังกฤษวางบนพื้นหลังสีแดงกันเป็นอย่างดี ขึ้นชื่อเรื่องความเท่ในแบบสตรีท ซึ่งก็ดูลงตัวกับโมเดลพิเศษที่มีรถพื้นฐานเป็น Streetfighter V4 S นี้เป็นอย่างดี โดยมีทาง Drudi Performance ช่วยออกแบบ ดีไซน์ตัวรถก็เลยออกมาได้อย่างโดดเด่นในธีมสีขาวและแดง โดยจะมีโลโก้ซูพรีมขนาดใหญ่พาดทับตัวรถบริเวณถังน้ำมัน และโลโก้ขนาดเล็กที่บริเวณบังโคลนหน้า ตูดมดและที่ล้อหลัง นอกจากนี้ยังมีเบาะนั่งสีแดงตัดดำ มีการทำสีคาลิเปอร์เบรก Brembo ให้เป็นสีแดง ตัวอักษรสีขาว และตัวล้อเองก็จะถูกทำสีขาวดูลงตัวกับโมเดลพิเศษนี้มาก รวมไปถึงรายละเอียดพิเศษเล็ก ๆ น้อย อย่างโลโก้ของ Drudi Performance ที่เป็นลายนิ้วมือที่ด้านตัวรถด้านขวา สติ๊กเกอร์ลายการ์ตูนออกแบบพิเศษเฉพาะโมเดลนี่ที่บริเวณใต้ซับเฟรมท้าย โลโก้ Pirelli ที่บังโคลนหน้าและอกล่าง โลโก้ Shell ที่กาบข้างหม้อน้ำ และโลโก้ Brembo ที่อกล่างอีกด้วย โดยมีสเปกคร่าว ๆ ดังนี้ เครื่องยนต์ V4 ขนาด 1,103 ซีซี 208 แรงม้ากับแรงบิด 123 นิวตันเมตร น้ำหนักตัวรวมของเหลวไม่รวมน้ำมันเชื้อเพลิง 193 กิโลกรัม ช่วงล่างจะมีระบบกันสะเทือนปรับไฟฟ้าจากทาง Ohlins เต็มระบบ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่และหลังเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์เบรกจากทาง Brembo ใช้ล้อฟอร์จอลูมิเนียมอัลลอยขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รัดด้วยยาง Pirelli Diablo Rosso IV Corsa ขนาด 120/70 ZR17 และ 200/60 ZR17 เรื่องของการจำหน่าย แน่นอนว่าเป็นโมเดลพิเศษจำนวนจำกัด และมีการรันนัมเบอร์ต่อกันอีกด้วย ก็ย่อมจะแพงเป็นพิเศษ โดยจะจำหน่ายในราคาราว ๆ 1,837,000 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) ซึ่งแน่นอนว่ามาไทยราคาก็จะต้องบวกไปจากนี้อีกพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งแพงเพราะแบรนด์ Supreme แท้ ๆ แพงกว่าราคาโมเดลปกติเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว และสำหรับคนที่อาจจะจ่ายเงินซื้อรถไม่ไหวทางซูพรีมยังร่วมกันกับแบรนด์อื่น ๆ ทำสินค้าในกลุ่มแอพพาเรลมาขายให้สาวกอีกด้วย เช่น หมวกกันน็อก ชุดหนัง และชุดแข่ง เป็นต้น แน่นอนว่าราคาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน งานนี้ใครรักในแบรนด์ และเงินเหลือ ซื้อไปยังไงก็หล่อเท่แน่นอน ส่วนตัวผมหรอ ขอแค่ได้ลูกคลำแล้วก็ได้ลองคร่อมซักทีก็พอแล้ว มันสวยจริง ๆ นะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

31 May 2024
Combat F-117 Fighter มอเตอร์ไซค์มือสอง ราคาเกือบ 3 ล้าน!

Combat F-117 Fighter มอเตอร์ไซค์มือสอง ราคาเกือบ 3 ล้าน! รอดพ้นจากมือนักสะสม มาโผล่ในตลาดรถมือสองได้อย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับโมเดลจากสำนักคัสตอม Combat Motors อย่าง Combat F-117 Fighter โดยทางเว็บไซค์ Pro Italia Motorcycle พร้อมเปิดเคาะราคาให้เป็นเจ้าของในราคาที่ 72,999 ดอลล่าร์สหรัฐหรือราว ๆ 2.7 ล้านบาท (มือหนึ่งขายราคาที่ 125,000 ดอลล่าร์หรือประมาณ 4.6 ล้านบาท) หากใครที่เป็นแฟน ๆ สาวกโร้ดสเตอร์อิดิชันสุดพิเศษและอยากสะสมไว้ก็ต้องก็พิจารณารุ่นนี้กันแล้ว  สำหรับเจ้า F-117 Fighter รุ่นนี้นับว่าเป็นโมเดลที่น่าสะสมไม่ใช่น้อย เพราะทางผู้ผลิตได้สร้างออกมาเพียงไม่กี่คันเท่านั้น ซึ่งนอกจากเครื่องยนต์ S&S X Wedge V-Twin ที่ดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดีไซน์ของมันก็ช่างสวยงามราวกับงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกถูกออกแบบและยังแฝงไปด้วยความดิบเปลือยอันบ้าคลั่งที่ดูล้ำสมัยไม่ตกยุค   อักษรรุ่น ครอบกรองอากาศ ครอบถังน้ำมัน เรือนไมล์อนาล็อก ด้วยชิ้นส่วนโครงสร้างตัวรถที่ออกแบบด้วยวิศวกรรมชั้นสูงและใช้แบบเดียวกันกับรุ่น P-51 Figther ด้วยงาน CNC จากบล็อกเหล็กแท่งอลูมิเนียมเกรด 6061 และ 7075 ซึ่งเป็นเกรดอากาศยานระดับสูง ให้ความแข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ รวมถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ ถูกเก็บดีเทลรายละเอียดงานต่าง ๆ อย่างประณีต อีกทั้งยังดูสวยงามด้วยแฟริ่งบริเวณบังโคลน ครอบท่อและครอบโซ่ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ รวมถึงฝาครอบแคร้งเครื่อง ครอบคลัตช์ ครอบกรองและครอบถังน้ำมันแบบใส ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เรือนไมล์แบบอนาล็อกผสมดิจิทัลประกอบกับงานเลเซอร์ประดับชื่อรุ่นไว้ตรงบริเวณถังน้ำมัน แถมใช้เบาะสั้นชิ้นเดียวฝังไฟท้ายออกมาดูสวยงาม เครื่องยนต์ S&S X Wedge 117 V-Twin ทริปเปิ้ลแคมชาฟต์ มีปริมาตรกระบอกสูบขนาด 1,917 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ใช้ระบบสตาร์ทไฟฟ้า ระบบเกียร์ 5 สปีด ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 120 แรงม้าที่ 5,100 รอบ แรงบิดสูงสุด 162.7 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ ใช้ระบบหัวฉีด พร้อมถังน้ำมันขนาด 16.25 ลิตร แถมเคลมท็อปสปีดมามากกว่า 250 กม./ชม. เรียกว่าพร้อมบินตั้งแต่ออกตัวเลยทีเดียว  โช้คหน้าเป็นดับเบิ้ลวิชโบน พร้อมคอยล์สปริง โช้คเดี่ยวซับแทงค์ ด้านหลังร่วมกับกระเดื่อง ล้อคาร์บอนไฟเบอร์ Blackstone TEK (BST) ดิสก์เบรกด้านหน้า 4 ลูกสูบ ช่วงล่างจัดมาให้สวย ๆ เช่นกันและน่าสนใจเลยไม่น้อย ด้วยระบบกันสะเทือนจาก Race Tech โดยโช้คหน้าเป็นดับเบิ้ลวิชโบนพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมซับแทงค์ด้านหลังร่วมกับกระเดื่องและสามารถปรับแต่งได้เต็มระบบ สวมด้วยดับเบิ้ลดิสก์เบรกหน้าหลังพ่วงคาลิเปอร์ด้านหน้า 4 ลูกสูบและด้านหลังขนาด 4 ลูกสูบ เพิ่มความสวยงามมากยิ่งขึ้นด้วยล้อคาร์บอนไฟเบอร์จาก Blackstone TEK (BST) หน้า-หลังขนาด 19 นิ้ว และ 17 นิ้ว รัดด้วยยางสายฟ้า Pirelli Dlablo Rosso III ขนาดไซส์ 120/70 และ 240/45 ตามลำดับ รวมน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 254 กก. แต่อย่างว่ารถแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เพราะมือหนึ่งไม่มีขายแล้ว ก็ต้องลองพิจารณากันดู สำหรับรถคัสตอมสูบวีสุดล้ำจากอเมริกัน พร้อมของแต่งรอบคันและไม่เหมือนใคร ถือว่าเป็นแรร์ไอเท็มที่น่าสะสมทีเดียว หากใครสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ คลิ๊กที่นี่ สำหรับโมเดลรุ่นอะไรที่น่าสนใจในครั้งต่อไปก็อย่าลืมติดตามข่าวสารจาก SuperBike ได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

30 May 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 Honda BigBike เซอร์ไพรส์เปิดโมเดล 750 Series !?

2025 Honda BigBike เซอร์ไพรส์เปิดโมเดล 750 Series !? 2025 Honda BigBike แคมเปญจากทางไทยฮอนด้า ซึ่งเมื่อวันที่อังคารที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ทางเฟซบุ๊ก แฟนเพจของ Honda Bigbike ได้โพสต์ภาพถึงการเปิดตัวในรุ่นของ ‘750 Series’ ที่จะทำการเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ในประเทศไทย ซึ่งจากโพสต์ดังกล่าวก็ทำให้หลายคนต่างออกมาทำนายกันว่า ‘แล้ว 750 ที่ว่ามันจะเป็นโมเดลอะไรกัน ?’ ซึ่งในบทความนี้ก็จะ ‘ยกตัวอย่าง’ โมเดลที่คาดว่าจะมีความเป็นไปได้ในการเปิดตัวหนนี้ว่าจะมีโมเดลไหนบ้าง อาจจะมีความเป็นไปได้ทั้งรถสปอร์ต และโมเดลสกู๊ตเตอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แล้วมันจะเป็นโมเดลไหนได้บ้างล่ะ ? โดยจะขอเริ่มที่เครื่องยนต์ในกลุ่มที่ใช้เกียร์แบบ Dual Clutch Transmission (DCT) ก่อน ซึ่งเจ้าเกียร์ที่ว่านี้หากเป็นรถคลาส 750 Series จะอยู่ในโมเดลของ Honda Forza 750, Honda X-ADV750 และ Honda NC750X โดยมีรายละเอียดเครื่องยนต์ดังนี้  มาพร้อมเครื่องยนต์สองสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 745 ซีซี พละกำลัง 57.7 แรงม้าที่ 6,750 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ Dual Clutch Transmission (DCT) ส่งกำลังสุดท้ายไปยังล้อหลังด้วยระบบโซ่ พร้อมจ่ายน้ำมันระบบหัวฉีดอัจฉริยะ PGM-FI ลิขสิทธิ์เฉพาะจากทางฮอนด้า Honda Forza 750 เมื่อพูดถึงรถจักรยานยนต์ของค่ายฮอนด้า ในซีรีย์ 750 ซีซี ชื่อที่โผล่มาเป็นอันดับแรก ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นพรีเมียมสกู๊ตเตอร์คันนี้ ที่จ่อเปิดตัวในไทยมาอย่างนานแสนนาน โฉบไปโฉบมาจนหลายคนอาจจะคิดว่า ไม่น่าจะทำตลาดในประเทศไทยแล้วสำหรับโมเดลนี้  ซึ่งรุ่นน้องของตระกูลนี้อย่าง Honda Forza 350 ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยก็เรียกได้ว่าขายดีอย่างเทน้ำเทท่า ทุกคน ทุกช่วงวัย และในหลาย ๆ บ้านก็เลือกซื้อเจ้าฟอร์ซ่าคันนี้ไปเป็นรถประจำบ้าน ด้วยเอกลักษณ์ที่ใต้เบาะความจุเยอะ ดีไซน์ล้ำสมัย อีกทั้งยังมาพร้อมเครื่องยนต์ที่ไปได้ในทุกเส้นทาง จึงมีความเป็นไปได้เมื่อจะเปิดตัว 750 ซีรีย์ ก็อาจจะนำโมเดลนี้เข้ามาทำตลาด อ่านรายละเอียดสเปคของตัวรถแบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่ (คลิ๊ก) Honda XADV750 อีกหนึ่งโมเดลที่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้กับโมเดล XADV750 เพราะโมเดลนี้มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งก็เป็นโมเดลที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ก็ที่จะปรับโฉมที่สองในปี 2021 และโฉมที่ 3 ในปี 2024 ซึ่งการปรับปรุงรอบล่าสุดก็มีการปรับในเรื่องของดีไซน์ และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ซึ่งก็ถือว่า ‘เข้าข่าย’ ที่ถึงเวลาอันสมควรในการปรับโฉมอีกครั้ง ที่ในการเปิดตัวทางฝั่งยุโรปก็มีการปรับในเรื่องของไฟหน้าใหม่ ระบบเกียร์ DCT ที่พัฒนาใหม่ และที่สำคัญยังมาพร้อมหน้าสีแบบ TFT ที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ และที่สำคัญพร้อมลุยทุกเส้นทาง อ่านรายละเอียดสเปคของตัวรถแบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่ (คลิ๊ก) Honda NC750X ถัดมาจากรุ่นสกู๊ตเตอร์ก็เป็นรถจักรยานยนต์แนวสปอร์ตทัวร์ริ่ง ที่โฉมใหม่ที่วางจำหน่ายในต่างประเทศนั้นมีการปรับในเรื่องของหน้าตาใหม่ ไฟหน้าดูมีความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในส่วนของเบรกหน้ายังมาพร้อมกับดิสก์เบรกคู่ มาพร้อมหน้าจอแบบ TFT ขนาด 5 นิ้วที่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และระบบนำทางแบบ Turn by turn ที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ ซึ่งโฉมที่วางขายอยู่ในประเทศไทยตอนนี้ อ้างอิงจากเว็บไซต์ของ Honda Bigbike ก็เป็นโมเดลที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2022 แล้ว นับนิ้วดี ๆ ก็มีระยะเวลาร่วม ๆ 4 ปีพอดิบพอดี ถึงเวลาสู่การเปลี่ยนแปลงโมเดล  อ่านรายละเอียดสเปคของตัวรถแบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่ (คลิ๊ก) ถัดมากับกลุ่มที่ไม่ใช่รถจักรยานยนต์ที่ใช้เกียร์ DCT กันบ้าง ซึ่งผู้ที่เข้าข่ายในข้อนี้ก็จะมี CB750 Hornet และ XL750 Transalp Honda CB750 Hornet เน็กเก็ตไบค์คันนี้ ก็ตกเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่แฟน ๆ ลุ้นให้มีการเปิดตัวใหม่สำหรับการวางจำหน่ายในประเทศไทย เพราะในประเทศไทยก็เป็นโมเดลที่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2023 แล้ว ซึ่งโฉมใหม่ที่เปิดตัว และวางจำหน่ายทางฝั่งยุโรปก็มาพร้อมดีไซน์ไฟหน้าใหม่ เน้นเส้นสายให้มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

7 March 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Pedro Acosta เผยพลาดแต้มสำคัญ เพราะล้มบ่อยไป

Pedro Acosta เผยพลาดแต้มสำคัญ เพราะล้มบ่อยไป Pedro Acosta นักบิดไฟแรงจากทีม Red Bull GASGAS Tech3 กับการแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาลนี้ (ฤดูกาล 2024) ที่แม้จะเป็นฤดูกาลแรกของเขา แต่ก็สามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พาต้นสังกัดอยู่ในอันดับ 5 ของตารางคะแนน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันสนามสุดท้ายในบาร์เซโลนา อีกทั้งในฤดูกาลหน้าก็ได้ขยับไปเป็นตัวขี่ให้กับทีมโรงงานอย่าง KTM Factory Racing คู่กับทีมเมทอย่าง Brad Binder เป็นที่เรียบร้อย  แม้พลาดบ่อยแต่ยังติด Top 5 อีกหนึ่งความน่าอัศจรรย์ของอคอสต้า ถึงแม้ว่าในการแข่งขันฤดูกาลนี้เขาจะพลาดล้มบ่อย จะด้วยตัวเอง หรืออุบัติเหตุ หรือจบการแข่งขันต่ำกว่าอันดับ 5 แต่เขาก็ยังสามารถพาตัวเอง และต้นสังกัดทะยานมาอยู่ใน Top 5 ของตารางคะแนนตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้าแข่งขัน แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวก็มีอาการไม่พอใจเล็ก ๆ ที่ตัวเขานั้น ‘ล้มบ่อยเกินไป’ ทำให้เสียคะแนนสำคัญไปในหลาย ๆ สนาม แต่ในอีกมุมที่ถึงแม้จะล้มบ่อยแต่ก็ยังคงพอใจฟอร์มของตัวเองที่สามารถรักษาอันดับในตารางคะแนนได้  “มันเหลือเชื่อมากที่ผมยังอยู่ในอันดับที่ 5 หลังจากความผิดพลาดทั้งหมดในฤดูกาลนี้” พร้อมระบุว่าการจบฤดูกาลด้วยความรู้สึกดี และผลการแข่งขันที่น่าพอใจนั้นสำคัญกว่า อคอสต้าได้แสดงฝีมือโดดเด่นสุดเร้าใจในหลายสนามของฤดูกาลนี้ แต่เขาเองก็ยอมรับว่าได้พลาดโอกาสที่คว้าคะแนนสำคัญในบางครั้ง เขาได้ลองปรับแต่งบางอย่างกับรถ และยังคงทำผลงานได้ดีจนติดท็อปไฟว์ในหลายสนาม อคอสต้ายังกล่าวเสริมเกี่ยวกับความรู้สึกในการแข่งขันว่า “ผมมีความสุขที่ได้แข่งในรอบสุดท้ายเพื่อต่อสู้ในอันดับท็อป 5 ในของการแข่งขัน เรามีความสุขกับผลงานในตอนนี้ แต่ก็ยังต้องพัฒนาอีก ผมตื่นเต้นที่จะจบฤดูกาลนี้ด้วยอันดับที่ดีที่สุด” ตารางอันดับที่ Pedro Acosta สามารถทำได้ใน MotoGP ลำดับ สนามที่ทำการแข่งขัน อันดับที่ทำได้ 1 Lusail International Circuit  ประเทศกาตาร์ อันดับ 9 2 Autódromo Internacional do Algarve ประเทศโปรตุเกส อันดับ 3 3 Circuit Of The Americas ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับ 2 4 Circuito de Jerez – Ángel Nieto ประเทศสเปน อันดับ 10 5 Le Mans ประเทศฝรั่งเศส Not Classified 6 Circuit de Barcelona-Catalunya ประเทศสเปน อันดับ 13 7 Autodromo Internazionale del Mugello ประเทศอิตาลี อันดับ 5 8 TT Circuit Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ Not Classified 9 Sachsenring ประเทศเยอรมนี อันดับ 7 10 Silverstone Circuit ประเทศอังกฤษ อันดับ 9 11 Red Bull Ring – Spielberg ประเทศออสเตรีย อันดับ 13 12 MotorLand Aragón ประเทศสเปน อันดับ 3 13 Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี อันดับ 17 14 Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี Not Classified 15 Pertamina Mandalika Circuit ประเทศอินโดนีเซีย อันดับ 2 16 Mobility Resort Motegi ประเทศญี่ปุ่น Not Classified 17 Phillip Island ประเทศออสเตรเลีย Not

Casey Stoner เผยว่าการแข่ง MotoGP ปัจจุบัน ‘ง่ายเกินไป’

Casey Stoner เผยว่าการแข่ง MotoGP ปัจจุบัน ‘ง่ายเกินไป’ Casey Stoner อดีตนักแข่ง MotoGP สัญชาติออสเตรเลียได้ออกมาวิจารณ์เกี่ยวกับการแข่งขัน MotoGP ว่า ‘ง่ายเกินไป’ เพราะในปัจจุบันมีการแข่งขันรอบ Sprint Race เป็นตัวช่วยในการเก็บคะแนน Casey Stoner คือใคร อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบสัญชาติออสเตรเลียที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน MotoGP สามารถ เริ่มเส้นทางการแข่งขันในปี 2006 กับทีม Honda (LCR Honda) โดยในส่วนของความสำเร็จเจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์โลกได้สองสมัยในปี 2007 กับทีม Ducati และปี 2011 กับทีม Honda (Repsol Honda) ก่อนที่ในปี 2012 เจ้าตัวตัดสินประกาศแขวนหมวกหลังจบฤดูกาล โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่าต้องการให้เวลากับครอบครัวมากขึ้นและรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าทางจิตใจจากการแข่งขัน  Sprint Race คืออะไร  เดิมทีการแข่งขัน MotoGP จะมีแค่การแข่งขันในรอบของ Qualify หรือการจัดลำดับการออกสตาร์ท และการแข่งขันแบบ Main Race หรือการแข่งขันหลัก ถัดมาในฤดูกาล 2023 MotoGP ได้นำการแข่ง Sprint Race เพิ่มเข้ามาในการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันนี้เป็นการแข่งเพียงครึ่งเดียวของการแข่งขันปกติ เช่น ถ้าสมมติว่าสนามนั้น การแข่งขันในเรซปกติแข่งทั้งหมด 20 แล็ป สปรินท์เรซก็จะเหลือแค่ 10 แล็ปเท่านั้น ในส่วนของคะแนนก็จะลดลงเช่นกัน โดยอันดับที่ 1 ก็จะได้ 12 คะแนน อันดับ 2 ได้ 9 คะแนน อันดับ 3 ได้ 7 คะแนน อันดับ 4 ได้ 6 คะแนน อันดับ 5 ได้ 5 คะแนน อันดับ 6 ได้ 4 คะแนน อันดับ 7 ได้ 3 คะแนน อันดับ 8 ได้ 2 คะแนน และอันดับ 9 ได้ 1 คะแนน Sprint Race ทำให้การแข่งขันให้ง่ายเกินไป  แชมป์โลก MotoGP สองสมัยได้ให้สัมภาษณ์กับ GPOne โดยเขาแสดงความเห็นว่า MotoGP ในปัจจุบันง่ายเกินไป เมื่อเทียบกับวิสัยทัศน์ของมอเตอร์สปอร์ตที่ควรเป็นการแข่งของนักแข่งที่เก่งที่สุดบนสนามที่ท้าทายที่สุด เขากล่าวว่าวิศวกรมีอิทธิพลมากเกินไปต่อผลการแข่งขัน ทำให้การควบคุมของนักแข่งลดน้อยลง Stoner ยังวิจารณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันสปรินท์เรซ (Sprint Race) ซึ่งการแข่งขันนี้ลดเวลาในการฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขันระยะยาว (Main Race) เขาเห็นว่าการแข่งขันชิงแชมป์โลกไม่ควรจะเป็นเน้นเพียงการแข่งระยะสั้น แต่ควรเน้นการแข่งขันที่ต้องใช้ความอดทนของร่างกาย และยานพาหนะสำหรับแข่งขัน ซึ่งเหมือนกับการวิ่งมาราธอนที่ควรใช้ระยะทางเต็ม 43 กิโลเมตร มากกว่าจะวิ่งแค่ 10 รอบ “พวกเขาไม่มีทักษะการควบคุมรถมากพอ ทีมวิศวกรของทีมมีอิทธิพลมากเกินไปในการกำหนดผลการแข่งขัน การแข่งขันชิงแชมป์โลกไม่ควรเป็นแค่การแข่งแบบย่อส่วน มันควรจะเป็นการแข่งขันที่เน้นความอึดและความทนทานมากกว่า” นอกจากนี้ Stoner มองว่าการให้คะแนนจากสปรินท์เรซไม่ควรเกิดขึ้น โดยคะแนนควรมาจากการแข่งขันหลักในวันอาทิตย์เท่านั้น เขาเน้นว่าการตั้งค่ารถให้พร้อมสำหรับการแข่งขันตลอดระยะเวลานั้นเป็นเรื่องยาก และการมุ่งเน้นไปที่การทำเวลาต่อรอบเดียวเพื่อผ่านเข้าสู่ Q2 ทำให้นักแข่งละเลยการเตรียมรถให้พร้อมสำหรับการแข่งขันหลัก สุดท้าย Stoner กล่าวว่า ด้วยการพัฒนาด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และแอโรไดนามิกส์ รถแข่ง MotoGP ในปัจจุบันเป็นหนึ่งในรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่ง่ายที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถในช่วงที่เขาทำการแข่งขัน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM Factory Racing หวังดึง ‘อลอนโซ่’ ขี่รถทีมโรงงาน

KTM Factory Racing หวังดึง ‘อลอนโซ่’ ขี่รถทีมโรงงาน KTM Factory Racing ทีมในการแข่งขันรายการ MotoGP ได้เริ่มทำการหาว่าที่ ‘เปโดร อาคอสต้า’ คนถัดไป ด้วยการสร้างผลงานของนักแข่งรายนี้ก็เรียกว่าไม่ธรรมดา สามารถพาทีมต้นสังกัดอย่าง Red Bull GASGAS Tech3 รั้งอันดับที่ 5 ของตาราง สะสมได้ 209 คะแนน อีกทั้งอายุก็ยังน้อย สามารถพัฒนาได้อีกไกล จึงอาจมีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตถ้าไม่มาทีมโรงงานของ KTM ก็อาจถูกทีมโรงงานอื่นที่ไหนบางแห่งดึงไปร่วมทัพ  เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเรื่องนี้ขึ้นจึงขอ ‘กันไว้ดีกว่าแก้’ Pit Beirer หัวหน้าฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM ได้ออกมายอมรับว่าตอนนี้เขากำลังจับตามองเด็กหนุ่มดาวรุ่งอย่าง ‘David Alonso’ แชมป์การแข่งขันรายการ Moto3 คนปัจจุบันไว้อยู่ เพราะส่วนตัวเขาเชื่อว่านักแข่งคนนี้มีความพิเศษ และคาดว่าจะนำความสำเร็จมาให้ทีมโรงงานได้ในอนาคต อลอนโซ่กับผลงานที่ยอดเยี่ยม ผลงานการแข่งขันของนักบิดชาวโคลัมเบียวัย 18 ปีคนนี้เกิดมาเพื่อชัยชนะอย่างแท้จริง อลอนโซ่เริ่มต้นอาชีพด้วยการคว้าแชมป์รายการ European Talent Cup ในปี 2020 และต่อมาในปี 2021 ได้รับตำแหน่งแชมป์รายการ Red Bull MotoGP Rookies Cup ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง พาทีมต้นสังกัดอย่าง CFMOTO Aspar Team คว้าแชมป์รายการ Moto3 ในฤดูกาล 2024 ได้ตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาลดี (ได้แชมป์ตั้งแต่สนามที่ 16 ของการแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น) ฝ่าธงหมากรุกเข้าในอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Full Race ทั้งหมด 13 ครั้งจากการแข่งขันทั้งหมด 19 สนาม (และมีความเป็นไปได้ที่จะเก็บชัยได้ 14 สนาม จากการแข่งขัน 20 สนาม) ปัจจุบันเก็บคะแนนสะสมห่างจากอันดับสองอย่าง Daniel Holgado จากทีม Red Bull GASGAS Tech3 ถึง 160 คะแนน Pit Beirer เคยพูดถึงอลอนโซ่ไว้ว่า : “ตอนนี้เดวิดกำลังขยับขึ้นไปแข่งในรุ่น Moto2 แน่นอนว่าเราก็อยากเห็นเขาในรุ่น MotoGP ในอนาคตด้วย เรา (ทีม KTM) จำเป็นต้องมีนักแข่งรุ่นใหม่เจนใหม่ในอนาคต และแน่นอนว่ามันคงเป็นความฝันของเราที่จะมีนักแข่งในทีมซึ่งเริ่มต้นจาก Rookies Cup ของเรา และเติบโตขึ้นผ่านการแข่งขันรายการ Moto3 เรายอมรับว่าเดวิดอาจเป็นนักแข่งที่พิเศษ และเราจะดูแลเขาให้ดีเหมือนที่เราดูแลเปโดร เพื่อไม่ให้เขาหายไปจากเรา” เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับ KTM นักบิดชาวโคลัมเบียรายนี้เคยมีความเกี่ยวข้องกับ KTM โดยเมื่อปี 2021 อลอนโซ่เคยได้เข้าร่วมการแข่งรายการ Red Bull MotoGP Rookies Cup ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง Red Bull และ Dorna Sports โดยนักแข่งที่เข้าร่วมจะใช้รถแข่ง KTM RC 250 R ที่มีสเปคทุกอย่างเท่ากัน เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรมและเน้นที่ทักษะของนักแข่ง ด้วยการสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันรายการ Moto3 ทำให้อลอนโซ่ได้ขยับซีซี ขึ้นไปแข่งในรายการ Moto2 กับทีม CFMOTO Aspar Racing แต่ทีมต้นสังกัดใหม่ก็ยังคงใช้รถจักรยานยนต์ที่พัฒนามาจากรถของ KTM ดังนั้น แม้ว่าเขาจะแข่งให้กับ CFMOTO แต่ก็ยังคงมีการใช้เทคโนโลยีพื้นฐานจาก KTM ในการแข่งขัน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งถ้านำมาโยงกันเป็นแผนผังก็อาจจะมีความเป็นไปได้สูงที่ได้เห็นดาวโรจน์รายนี้มาสวมยูนิฟอร์มของทีมโรงงานแล้วพาค่ายส้มกลับไปสู่จุดสูงสุดแบบที่ควรจะเป็นอีกครั้ง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
สเปค BMW M1000R 2023 ราคาและรายละเอียด

สเปค BMW M1000R 2023 สปอร์ตโรดสเตอร์พิกัดเรือธง     BMW M1000R 2023 รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตโรดสเตอร์พิกัดเรือธง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซี  ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน ให้พละกำลังสูงสุด 210 แรงม้า โดดเด่นด้วยชุดแต่ง M Competition ยกระดับสมรรถนะตัวรถให้สูงยิ่งขึ้น ราคา 1,599,000 บาท   สเปค, สเป็ก ​   วิงก์เล็ต โช้คหน้าหัวกลับและคาลิเปอร์เบรก M กุญแจคีย์เลส หน้าจอ TFT โช้คหลังเดี่ยวพร้อมระบบ DDC ไฟ LED   สเปค BMW M1000R 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999 ซีซี แรงม้า (เคลม) 210 แรงม้าที่ 13,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 113 นิวตันเมตรที่ 11,100 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 49.7 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 13.3 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อมระบบคลัตช์ anti-hopping ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 (ล้อแม็กคาร์บอน) แบบไม่ใข้ยางใน ยางหลัง 200/55-ZR17 (ล้อแม็กคาร์บอน) แบบไม่ใข้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ขนาด 45 มม. พร้อมระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม พร้อมโช้คเดี่ยว และระบบ Dynamic Damping Control (DDC) เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 320 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก M (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก M (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 996 x 2,085 x 1,176 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,455 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 830 ม.ม. น้ำหนักรถ 199 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 16.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ น้ำมันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่วออกเทน 95-98 เทคโนโลยี ควิกชิฟเตอร์ โหมดการขับขี่ Pro Riding Modes กุญแจคีย์เลส ระบบครูซคอนโทรล ระบบไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง ระบบตรวจสอบความดันลมยาง ระบบอุ่นมือ หน้าจอ TFT   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น M1000R 2023     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

3 March 2023
Cub House Fun day วันเดย์ทริปของคนวัยมันส์

Cub House Fun day วันเดย์ทริปของคนวัยมันส์ วันนี้ทาง Superbike Thailand ได้มีโอกาสมาทดลองขับขี่รถจักรยานยนต์ในกิจกรรม Cub House Fun day One day Trip กับทริปกับการขับขี่ 1 วัน ในสไตล์วัยรุ่น ก็เลยถือโอกาสแต่งตัวให้เข้ากับธีมงานกันซักนิดนึง แล้วจะเป็นอย่างไร ไปชมกัน สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นโดย CUB House ณ คอฟฟี่ แอน ชาบู แคมป์ เพื่อร่วมสนุกกับทริปการขับขี่รถจักรยานยนต์ ใน 1 วัน กับรถ Honda Monkey สายซน และรถจักรยานยนต์ Honda CT125 สายลุย ไปพร้อมกับการถ่ายแบบแฟชันในสไตล์ Cub House อีกด้วย สำหรับบรรยากาศภายในวันนี้ เมื่อเช็คกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้กล่าวเปิดงานอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมกับบรีฟเส้นทางก่อนออกเดินทาง เผื่อขับไปแล้วหลง จากนั้นแบ่งกลุ่มรอบการขับขี่เป็น 3 รอบด้วยกัน เพื่อให้สื่อมวลชนได้สนุกไปกับการขับขี่รถจักรยานยนต์ได้อย่างเต็มที่ เมื่อเตรียมตัวกันเรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมออกสตาร์ทเดินทาง โดยแอดมินได้เลือกเจ้า Honda CT125 สีเขียวขี้ม้า ที่มาพร้อมกับคาแรคเตอร์สายลุยในทุกเส้นทาง ขับขี่แบบชิลล์ ๆ คูล ๆ แล้วมาขี่ลุยบนเส้นทางขรุขระกันซักหน่อย ซึ่งแอดขอบอกตรง ๆ เลยว่า แอบเกรงนิดหน่อย แต่เจ้า CT125 มีการออกแบบสมรรถนะเครื่องยนต์และดีไซน์ที่สามารถคอนโทรลตัวรถได้ง่าย ซึ่งเอาอยู่แน่นอน     ขับรถสายลุยกันไปแล้ว ลองมาเปลี่ยนฟีลขับขี่รถคาแรคเตอร์สายซนและโลดแล่นกันบ้าง กับเจ้า Honda Monkey คันนี้ บอกเลยขับขี่สนุกและคล่องตัวมาก สมกับเป็นรถจักรยานยนต์สายซนเลยทีเดียว แล้วแวะมาถ่ายแบบกันซักนิด บนกราฟิตี้สวย ๆ  ซึ่งเข้ากับสไตล์ตัวรถได้ดีเลยทีเดียว  เมื่อทริปจบแล้ว ขอพามาดูรถจักรยานยนต์ที่โชว์กันในงานนี้ ซึ่งมีรถรุ่น Honda Monkey, Honda C125 และ Honda CT125 จอดสวย ๆ ให้ชมกัน สำหรับใครที่สนใจรถจักรยานยนต์รถจักรยานยนต์รุ่นดังกล่าว ภายในงาน แอดจึงขออนุญาตแนะนำราคา รุ่น Monkey ราคาแนะนำอยู่ที่ 99,700 บาท, รุ่น C125 ราคาแนะนำอยู่ที่ 89,600 บาท และรุ่น CT125 ราคาแนะนำอยู่ที่ 84,900 บาท ก็ขอสรุปเลยว่า วันนี้ทาง ซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ ได้มีโอกาสมาทดลองขับขี่ พร้อมกับการถ่ายแบบตามสไตล์ Cub House ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทางคลับเฮาส์ ที่ให้โอกาสไปร่วมกิจกรรม กับทริปการขับขี่รถจักรยานยนต์ในครั้งนี้ด้วยครับ  #CUBHouseFundayOnedayRide #NewMonkey #NAUGHTYGOROUND #NewC125 #RideTheMasterpiece #CT125 #MyHiddenPleasure อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

24 February 2023
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
“ยามาฮ่า” จัดมีทติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “รอสซี่ – บีญาเลส” แท็กทีม “มอร์บิเดลลี่ – การ์ตาราโร่” ใกล้ชิดกองทัพแฟนโมโตจีพีชาวไทยอย่างใกล้ชิด

“ยามาฮ่า” จัดมีทติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “รอสซี่ – บีญาเลส” แท็กทีม “มอร์บิเดลลี่ – การ์ตาราโร่” ใกล้ชิดกองทัพแฟนโมโตจีพีชาวไทยอย่างใกล้ชิด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เอาใจสาวกมอเตอร์สปอร์ต ต้อนรับศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบอันดับ 1 ของโลก ที่มีคิวยกพลดวลความเร็วบนสังเวียนระดับโลกของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 4 – 6 ตุลาคม 2562 นี้ ยามาฮ่าจัดหนักโหมโรงด้วยการดึงตัวนักบิดดาวดังระดับโลกนำทัพโดย วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 และ มาเวริค บีญาเลส #12 ดูโอ้นักบิดในสังกัด มอนสเตอร์ เอเนอร์จี ยามาฮ่า โมโตจีพีพร้อมด้วย รุกกี้ทีมแซทเทิลไลท์อย่าง ฟาบิโอ การ์ตาราโร่ #20 และ ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 ให้แฟนๆ ชาวไทยได้กระทบไหล่อย่างใกล้ชิดก่อนเปิดศึกไทยแลนด์จีพี 2019 ท่ามกลางแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยที่มาร่วมต้อนรับอย่างคับคั่ง สำหรับกิจกรรม Pre-MotoGP MEET & GREET ครั้งนี้ เป็นการดึงตัวนักบิดระดับโลกของทีมในสังกัดยามาฮ่าให้แฟนๆ ได้ร่วมกระทบไหล่กับนักบิดในดวงใจอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการต้อนรับการแข่งขันโมโตจีพีในประเทศไทยเป็นปีที่ 2 สร้างความตื่นตัวให้กับแฟนความเร็วชาวไทย และชาวต่างชาติอย่างมากที่มารอกระทบไหล่กับนักบิดซูเปอร์สตาร์ระดับโลกในดวงใจ สำหรับนักบิดระดับโลกในศึกโมโตจีพีที่มาร่วมโชว์ตัว พร้อมให้แฟนๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ในครั้งนี้นำโดยคู่หูจาก มอนสเตอร์ เอเนอร์จี ยามาฮ่า โมโตจีพี อย่าง “เดอะด็อกเตอร์” วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 นักบิดอิตาเลียนเจ้าของบัลลังก์แชมป์โลก 9 สมัย และ “ท็อปกัน” มาเวริค บีญาเลส #12 นักบิดสุดหล่อชาวสเปน รวมถึง 2 นักบิดในสังกัดปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที อย่าง ฟาบิโอ การ์ตาราโร่ #20 นักบิดดาวรุ่งเฟรนช์แมนที่โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงในปีแรกบนเวทีพรีเมียร์คลาส พร้อมด้วย ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 นักบิดดาวรุ่งอิตาเลียน รวมถึงนักแข่งชาวไทยดีกรีแชมป์อีกหลายคนในสังกัด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ที่มาร่วมสร้างสีสันในงานด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ยังเตรียมของที่ระลึกสุดพิเศษให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้ลุ้นติดไม้ติดมือกลับบ้าน ด้วยกิจกรรมหลากหลายภายในงาน เช่น Lucky Draw Big -Black – Box ที่เปิดโอกาสให้ใกล้ชิดเหล่านักบิดระดับโลก พร้อมรับเสื้อที่มีลายเซ็นนักบิดในดวงใจเองกับมือ เพื่อใส่ไปร่วมเชียร์ ศึกพีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 นอกจากนี้ยังมีของรางวัลแจกภายในงานอีกเพียบ! อาทิ ร่วมลุ้นบัตรเข้าชม MotoGP และของที่ระลึกต่างๆ พร้อมทั้ง พบปะกับเพื่อนใหม่ ในคอมมูนิตี้สไตล์ไบค์เกอร์สายสปอร์ตอีกด้วยเช่นกัน   โดยงาน Pre-MotoGP MEET & GREET ในครั้งนี้จัดขึ้นแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ บริเวณหน้าศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา เมื่อเร็วๆ นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่

Kawasaki ระเบิดความันส์ KRRC สนามที่ 3 ไทยแลนด์ เซอร์กิต นครชัยศรี

Kawasaki Road Racing Championship 2019 Round 3 การแข่งขัน Kawasaki Road Racing Championship 2019 KRRC สนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 28-29 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ณ สนามไทยแลนด์เซอร์กิต จ.นครปฐม โดยทางคาวาซากิมีความตั้งใจอันดีเพื่อที่จะส่งมอบความสนุกสนานความตื่นเต้นและเร้าใจให้กับกลุ่มลูกค้าชาวไบค์เกอร์ผู้ชื่นชอบ และหลงใหลในเรื่องของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ ได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งขันชั้นนำระดับประเทศพร้อมเพิ่มทักษะและอัพสกิลการขับขี่อย่างปลอดภัยอีกด้วย บรรยากาศตอนเช้าค่อนข้างร้อนและชื้น แต่ก็ไม่มีผลต่อการแข่งขันรวมถึงกลุ่มรถของชาว Kawasaki ที่ขับขี่มาร่วมงาน Kawasaki Road Racing Championship 2019 สนามที่ 3 กันอย่างคับคั่งมากมายหลากหลายรุ่นเหมือนพี่น้องค่ายยักษ์เขียวได้มาพบปะสังสรรค์รวมกัน ทำให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยมิตรภาพอบอุ่นกันเองสุดๆทั้งในส่วนของลูกค้าของ Kawasaki และทีมงานของ Kawasaki เองด้วยเช่นกัน โดยการแข่งขันจะมีหลากหลายรุ่นของทางค่าย Kawasaki อาทิเช่น Kawasaki Ninja ZX-10R ST2 Kawasaki Ninja ZX-10R ST3A Kawasaki Ninja ZX-10R ST3B Kawasaki Ninja ZX-6R   Kawasaki Naked 900  Kawasaki Ninja 400 Kawasaki Ninja 250/300 บรรยากาศในการแข่งขันในสนามของแต่ละรุ่นก็ดุเดือดเร้าใจไม่แพ้กัน แม้การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือดขนาดไหนก็ตาม ในสนามคือการแข่งขันแต่หลังจบการแข่งขันมิตรภาพและรอยยิ้มยังมีให้กันเสมอ ทั้งนี้บรรยากาศภายในสนามยังมี ขวัญใจของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของค่าย Kawasaki อย่าง “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร นักแข่ง1เดียว ใน WORLDSBK ของทางค่าย Kawasaki ใช้เลขการแข่งขัน เบอร์ 100 มาพร้อมกับรถรุ่น Kawasaki ZX-10RR เข้ามาขับขี่ในสนามด้วยทำให้บรรยกาศในสนามคึกคักมากขึ้นพร้อมสร้างความประทับใจจากผู้เข้าร่วมการแข่งขันและกองเชียร์รอบนอกสนามได้อย่างดีโดยช่วงที่ทีมงานเรา SuperBikemag ได้ LIVE สด นั้น ได้เข้าไปสัมภาษณ์อย่างใกล้ชิด กับ“ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ว่าหลังจาการขับขี่ในสนามในช่วง Race1 เป็นอย่างไรบ้าง “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ได้กล่าวว่า ในการลงสนามใน Race1 นั้นอากาศค่อนข้างร้อนแต่ไม่ใช่อุปสรรคในการขับในครั้งนี้ ครั้งนี้ถึงแม้ว่าไม่นับอยู่ในการแข่งขันแต่ทางทีมก็แอบจับเวลาอยู่ หลังพูดจบพร้อมยิ้มอย่างมีความสุข นอกเหนือจากการแข่งขันยังมีกิจกรรมพิเศษ  Riders Training โดยมีการฝึกสอนของ Mr.Fujiwara ผู้จัดการทีม Kawasaki Thailand Racing Team และอดีตแชมป์ระดับเอเชีย ให้ความรู้ทักษะการขับขี่ในการแข่งขัน และเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พร้อมด้วยกิจกรรม Circuit Fun Ride ซึ่งเป็นกิจกรรม สำหรับลูกค้าผู้ใช้จักรยานยนต์ Kawasaki สามารถนำรถจักรยานยนต์ของตัวเองลงขับขี่ในสนามแข่งขันจริงเพื่แที่จะเพิ่มประสบการณ์ความแปลกใหม่พร้อมกับรถคู่กายทำให้รู้สึกถึงลิมิตตัวเองและรถที่ใช้ โดยการขับขี่จะคำนึงถึงความปลอดภัยเป้นหลัก ในส่วนของภายในบบรรยากาศบูทร้านค้าของงาน Kawasaki Road Racing Championship 2019 Round 3 นั้นมีบูทบรรยากาศมากมายให้ผู้เข้าแข่งขันรวมถึงชาวKawasaki ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินชมและซื้อสินค้ากันอย่างมากมาย อาทิ เช่น  บริษัท วาย.เอส.เอส.(ประเทศไทย)จำกัด ผู้ผลิตและพัฒนาโช้คอัพรถมอเตอร์ไซค์ คุณภาพระดับโลก บริษัท ไดโด สิทธิผล จำกัด ผู้ผลิตโซ่คุณภาพ, บริษัท อีโนเวรัเบอร์(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและพัฒนายางรถจักรยานยนต์คุณภาพ, บริษัท โททาล ออยล์ (ประเทศไทย) จํากัด ผู้จัดจำหน่ายน้ำมันเครื่องเอลฟ์ ในส่วนของ Kawasaki Road Racing Championship ในสนามที่4 สนามต่อไป จะจัดขึ้น ในสนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 20-21 มกราคาม พ.ศ. 2563 ห้ามพลาดเด็ดขาดรับประกันดุเดือดไม่แพ้ KRRC สนามที่ 3 อย่างแน่นอน!!   สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่ เว็บไซต์ www.kawasaki.co.th แฟนเพจ https://www.facebook.com/KawasakiRoadRacing/ https://www.facebook.com/KawasakiMotorsThailand อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่  

เผยโฉมรถยนต์เซฟตี้คาร์ BMW M8 สำหรับการแข่งขัน MOTOGP

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์เซฟตี้คาร์ BMW M8 สำหรับการแข่งขัน MOTOGP เตรียมมุ่งหน้าสู่การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (ที่ 2 จากซ้าย) ร่วมแสดงความยินดีกับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดย มร. คริสเตียน แซมลาวสกี้ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย (ซ้าย) และคุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย (ที่ 2 จากขวา) พร้อมด้วยคุณศรัณย์ อรรถเวทยวรวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ จำกัด (ขวา) ในโอกาสการ เผยโฉมทัพเซฟตี้คาร์และเซฟตี้ไบค์ที่จะรับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2019 ในประเทศไทย กรุงเทพฯ. บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย พร้อมเติมสีสันสุดตื่นตาในศึกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2019 ด้วยทัพรถยนต์เซฟตี้คาร์สำหรับการแข่งขัน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยมีรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M8 บีเอ็มดับเบิลยู M5 และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ร่วมนำขบวน สานต่อความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บีเอ็มดับเบิลยู M และดอร์นา สปอร์ต ผู้จัดการแข่งขันโมโตจีพี ในการจัดทัพยานยนต์สมรรถนะสูงเพื่อรับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยบนสนามแข่งโมโตจีพีเป็นฤดูกาลที่ 21 ติดต่อกัน ไฮไลท์ล่าสุดของทัพรถยนต์เซฟตี้คาร์ในรายการ โมโตจีพี 2019 คือรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M8 MotoGP Safety Car ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู M8 นั้น ได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกไปในงาน BMW Group #NextGen งานแถลงวิสัยทัศน์ของประจำปีของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ณ BMW Welt ในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู M8 MotoGP Safety Car คันนี้ พกสมรรถนะขั้นสูงมาอย่างเต็มเปี่ยมในฐานะรถนำขบวนเซฟตี้คาร์ พัฒนาต่อยอดจากบีเอ็มดับเบิลยู M8 Competition   ด้วยขุมพลัง BMW TwinPower Turbo V8 แบบรอบสูง ส่งกำลังสูงสุดที่ 460 กิโลวัตต์/625 แรงม้า ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ M Steptronic พร้อม Drivelogic ทั้งยังคล่องตัวด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อบีเอ็มดับเบิลยู M xDrive และระบบเบรกสุดพิเศษที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู M โดยเฉพาะ ทั้งหมดนี้ช่วยให้บีเอ็มดับเบิลยู M8 MotoGP Safety Car สามารถเร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.2 วินาทีเท่านั้น การเปลี่ยนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M8 ให้กลายเป็นรถยนต์เซฟตี้คาร์เต็มรูปแบบนั้น เป็นกระบวนการที่ต้องใช้งานฝีมือชั้นเลิศจากช่างผู้เชี่ยวชาญที่โรงงาน BMW M Manufaktur จากเมืองการ์คิง (Garching) ในประเทศเยอรมนี ด้วยชุดแต่งเต็มรูปแบบจาก BMW M Performance ที่ไม่เพียงมอบรูปลักษณ์ทรงสปอร์ตอันดุดันให้กับเซฟตี้คาร์คันนี้เท่านั้น แต่ยังเติมเต็มทุกโจทย์เชิงสมรรถนะด้วยรูปทรงโฉบเฉี่ยวตามหลักอากาศพลศาสตร์ ระบบทำความเย็นชั้นยอด และโครงสร้างตัวถังที่มีน้ำหนักเบาพิเศษ รถยนต์เซฟตี้คาร์ บีเอ็มดับเบิลยู M8 มาพร้อมไฟไซเรน LED ซึ่งติดตั้งบนหลังคาที่ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) ส่วนกระจังหน้า โดดเด่นสะดุดตาด้วยขอบสีแดง ตัดกับสปอยเลอร์หน้าสีดำสนิท ขณะที่บริเวณไฟหน้า ยังมีไฟแฟลช LED ติดตั้งมาคู่กับไฟหน้าดวงหลักในทรงวงแหวนโคโรนา (corona rings) นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู M8 MotoGP Safety Car ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติพิเศษมากมายสำหรับสนามแข่ง และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยสุดครบครัน

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
Yamaha Aerox 4 สเปคจิ๋วแต่แจ๋ว..มาไทยมีร้อง!!

อ่านไม่ผิด นี้คือ Yamaha Aerox 4 มินิสกู๊ตเตอร์จากยามาฮ่า คันนี้ถูกจอดโชว์ที่งาน Eicma 2019 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ที่ได้รับความสนใจไม่น้อย ไม่แพ้รถบิ๊กไม่แพ้บิ๊กสกู๊ตเตอร์เลยทีเดียว สำหรับคันจิ๋วนี้ เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 50 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 3 วาล์ว แคมเดี่ยว ให้กำลังเครื่องยนต์ที่ 4.9 แรงม้าที่ 7,250 รอบ/นาที และให้แรงบิดที่ 3.3 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที เครื่องยนต์ตัวนี้ผ่านมาตรฐาน Euro 4 และขับเคลื่อนด้วยสายพาน ระบบช่วงล่างแบบเทเลสโคปิด (ตะเกียบคู่) และด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวคอล์ยสปริง ระบบเบรคแบบดิสเบรค หน้า-หลัง ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางจานดิสที่ 190 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์เบรค JOG แบบ 1 พอร์ททั้งหน้าและหลัง มั่นใจได้ ยางหน้าที่ให้ขนาด 120/70-13 ยางหลัง 130/60-13 เป็นยางแบบ Tubless ที่มีขนาดเหมาะสมกับตัวล้อแม็กลาย 5 ก้าน พอดิบพอดี สมส่วนทั้งคัน พร้อมกับถังน้ำมันขนาด 6 ลิตร น้ำหนักรวมทั้งหมด 97 กิโลกรัม ตัวเรือนไมล์แบบกลมดูทันสมัย มาพร้อมกับปั๊มมือเบรคซ้าย-ขวา ทำให้รู้สึกว่าชุดแฮนด์ด้านบนมีความสมดุลองค์ประกอบเต็มไม่แพ้บิ๊กสกู๊ตเตอร์เลยละครับ ไฟท้ายดีไซน์ได้สวยงามมีความคล้ายคลึงกับ ไฟท้าย Tmax Iron max ที่มีรูปร่างคล้ายกับเพชรเจียรไน แบบ 8 เหลี่ยม ดุเป็นเอกลักษณ์ในรุ่น Yamaha Aerox 4 สำหรับเบาะคนซ้อนที่ออกแบบให้ดูสปอร์ต แบบ 2 ชิ้นแบ่งคนขับกับคนซ้อน ทำให้ดูเพียวบางร่างเล็กกันเข้าไปอีก สำหรับใครที่สนใจ และรอเข้าไทย ขออนุญาตตอบว่า โมเดลนี้ไม่สามารถเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยได้ เพราะด้วยองค์ประกอบทางด้านเครื่องยนต์ ที่ไม่สามารถจดทะเบียน จึงส่งผลให้ไม่สามารถจำหน่ายได้ในประเทศไทย สำหรับผมแล้วขอให้การดีไซน์และออฟชั่นโมเดลตัวนี้มาอยู่ใน Aerox 155 บ้านเราก็ดีใจสุดๆแล้วละครับ ส่วนราคาคันนี้ที่ขายยุโรปอยู่ 2,990 ยูโร หรือเป็นราคาเงินบาทประมาณ 98,000 บาท และมีจำหน่าย 2 สี Mattle Grey และ Yamaha Blue   อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้  

18 November 2019
Honda Collection Hall อยากรู้ประวัติฮอนด้าต้องมาที่นี้

Honda Collection Hall คือพิพิธภัณฑ์รวบรวมเอารถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ตลอดไปจนถึงสิ่งของต่างๆ ที่ช่วยเรียงร้อยเรื่องราวประวัติศาสตร์ของฮอนด้าเอาไว้เข้าด้วยกัน มีตั้งแต่รถในช่วงสมัยยุคเริ่มต้นมาจนถึงยุคปัจจุบัน มีทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงประวัติศาสตร์การแข่งขันรายการต่างๆ ถูกรวมเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งผู้ที่เข้าชมจะสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวที่ Honda มุ่งหวังจะเล่าให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาความเป็นมาของ Honda ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สำหรับในครั้งนี้ทางเรา SuperBikemag.com ได้รับเกียรติร่วมทริป Japan Passion year2 กับทางฮอนด้า      ที่ให้เราได้ร่วมเก็บภาพเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ได้มาประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับตามหา Passion ไปด้วยกัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ใกล้กับสนามแข่ง Twin Ring Motegi ที่ปัจจุบันยังคงเอาไว้ใช้แข่งขันกี่ฬาการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ MotoGP ในวันนั้นเราจึงได้มีโอกาสชมทั้งพิพิธภัณฑ์ และMotoGP เลยทีเดียว แค่คนจะเยอะหน่อยเท่านั้นเอง Honda Collection Hall จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้นจะแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ไว้ให้เดินดูได้อย่างสะดวก ชัดเจน และน่าสนใจมากๆเลยครับ ถือว่าตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่เข้ามาเลยก็ว่าได้ เพราะในนี้ คือความฝันของใครหลายๆคน ที่ทุกคนอยากสะสม และครอบครองรถที่อยู่ในนี้ตามยุคตามสมัยของตนเอง เข้าประตูมาเจอก่อนเลยคันแรก Honda RC143 ปี 1960 คันนี้เป็นรถแข่งคันแรกของทางฮอนด้า เครื่องยนต์ 125 ซีซี 22 แรงม้า ที่ลงแข่งในรายการ WGP ปัจจุบันถ้าเทียบเท่ารายการนี้ก็ MotoGP นั้นเอง คันนี้มีอายุรวมๆเกือบ 60 ปี ใครที่ชื่นชอบ 2 ล้อเป็นพิเศษผมแนะนำให้ขึ้นมาที่ชั้น 2 อย่างโดยด่วนเพราะว่าเป็นชั้นที่จัดแสดงโชว์รถที่สะสมโมเดลหายากรุ่นแรก ปีลึก สภาพดี หาชมได้ยากที่สุดแล้ว บางรุ่นผมเองก็ยังไม่เคยเห็น (เกิดไม่ทัน) แต่ก็พอที่จะได้ยินมาบ้าง ทาง APHonda เราเองก็เอามาโชว์บางเป็นงานๆ คงจะทำเรื่องกันยกใหญ่ ถ้าจะเอาออกมานอกประเทศล่าสุด ก็คันด้านบนละครับ (RC143) ที่เอามาจอดโชว์ในงาน ThaiGP เรามาดูต่อในชั้น 2 กันว่ามีอะไรโชว์บ้าง เริ่มที่คันนี้เป็น Honda CB1100R ปี 1981 เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง 105 แรงม้าที่ 9000 รอบ/นาที น้ำหนักคันนี้อยู่ที่ 235 กิโลกรัม ถ้าเทียบกับรถรุ่นใหม่ๆตอนนี้ก็ถือว่าหนักพอสมควร แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุด คันนี้คือต้นแบบของหลายๆรุ่นในปัจจุบัน คันนี้ใหม่ขึ้นมาอีกหน่อย สำหรับ Honda CB1100R ปี 1983 เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง 120 แรงม้า ที่ 9000 รอบ/นาที น้ำหนักคันนี้อยู่ที่ 233 กิโลกรัม ในส่วนของมุมนี้จะมีแต่ CB ล้วนๆเลย ใครที่ชื่นชอบ จะหยุดอยู่ที่มุมนี้นานเป็นพิเศษ เดินมาต่อกันอีก 1 มุมสำหรับขาสะสมเลยก็ว่าได้ สำหรับคนไทยบางคน สายสะสมจริงๆอาจจะมีจอดประดับหิ้งไว้ที่บ้านแบบเงียบๆก็เป็นได้ มีทั้ง Honda DAX, Honda Gorila,Honda MOTRA ถัดไปอีก 1 มุมสำหรับ Honda Super Cup ที่ถูกจัดเก็บไว้มีสภาพที่สมบูรณ์ ต้องบอกเลยว่าทุกรุ่น ทุกโมเดลที่จอดอยู่สมบูรณ์ 100% Honda Dream CL72 Scrambler ปี1962 มอเตอร์ไซค์ตระกูล CL Scrambler คันแรกของฮอนด้า โดยมอเตอร์ไซค์คันนี้จะถูกส่งออกไปขายในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว ในรูปเล็กอาจจะมีการบ่งบอกได้ว่า ถูกนำไปใส่ในสงคราม (เป็นเพียงการคาดเดา) เดินมาต่อกันอีกมุม ที่เป็นมุมที่ได้รับความสนใจเลยทีเดียวสำหรับชายหนุ่มที่ชื่นชอบและรักในความเร็วแรงของรถฮอนด้า สำหรับมุม Racing เป็นโมเดลที่ถูกจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ อาทิเช่น NSR20 คันเล็ก และคันใหญ่ อย่าง NSR250R ที่ตอนนี้มูลค่าคงไม่ต้องพูดถึง ในไทยเรายังเห็นอยู่บ้าง แต่ก็คงจะไม่ปล่อยต่อมือกันง่ายๆอย่างแน่นอน เยอะจริงๆสำหรับมุมนี้ ที่ได้รับความสนใจ ส่วนตัวผมเองจะหยุดดูและเสียเวลากับเจ้า Honda NR750 เป็นพิเศษ ด้วยเอกลักษณ์ต่างๆที่ค่อนข้างจะดูเด่นกว่าชาวบ้าน ทั้งเครื่องยนต์สูบวีที่มีลูกสูบ

18 November 2019
Vespa GTS Super Tech 300 ตัวใหม่ล่าสุด!!

ตัวใหม่ Vespa GTS Super Tech 300 มาพร้อมเครื่องยนต์ควอซาร์ (Quarsar) แบบใหม่ HPE (High Performance Engine) ที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะเพิ่มประสิทธิภาพเหนือกว่าเครื่องยนต์ 300 ซีซี ตัวเดิมที่เคยมีมา ด้วยรูปแบบใหม่ แบบลูกสูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ วิวัฒนาการใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของเวสป้า โดยให้กำลังเพิ่มขึ้น 12% สูงสุด 23.8 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 26 นม./ 5,250 รอบต่อนาที มากกว่าเครื่องยนต์เดิมถึง 18% แถมช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ระบบส่งกำลังยังปรับระบบ CVT ขึ้นใหม่ โดยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยระบบอีซียู Magneti Marelli MIUG4 เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ช่วยเสริมสมรรถนะเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น สตาร์ทเครื่องยนต์ได้ทันที กล่าวคือ เครื่องยนต์ติดหลังจากที่เพลาข้อเหวี่ยงหมุนแค่เพียง 2 รอบเท่านั้น พร้อมการันตรีมาตรฐานยูโร 4 สำหรับระบบความปลอดภัย วางระบบดีเยี่ยมด้วยระบบเบรก ABS แบบ 2 Channels ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง และระบบ ASR (Anti-Slip Regulation) ป้องกันการลื่นไถลของรถ แม้ต้องเผชิญกับสภาพพื้นผิวถนนไม่ปรกติ เช่น ถนนลื่น เป็นต้น ด้านดีไซน์ของตัวรถนั้น เวสป้ายังคงเอกลักษณ์และเสน่ห์ประจำรุ่นไว้ทุกประการเพื่อส่งเสริมและสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ โดยความพิเศษของ “เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์เทค” (Vespa GTS Super Tech) คันนี้ มาพร้อมกระบังที่ได้รับการออกแบบใหม่ ด้วยบังแตรอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ออกแบบให้ยาวขึ้นกว่าเดิมและมีดีไซน์ตกแต่งแบบ 3 บั้ง ขอบชุบโครเมียมประดับอยู่บนบังโคลนหน้า ชุดกระจกมองหลังชุบโครเมียม กระจังดีไซน์ใหม่ ‘ลายรังผึ้ง’ ด้านข้างของชุดกระบังหน้า สะดุดทุกสายตาด้วย เฉดสีพิเศษ บริเวณล้อที่ทำผิวเป็นสีดำ Glossy Black ตัดกับบังแตร สปริงโช้คล้อหน้า ตลอดจนลายสติ๊กเกอร์สีเหลือง เบาะนั่งยังได้รับการตกแต่งที่ “ไฮเทค” ด้วยลายเดินด้ายสองสี และเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการออกแบบเบาะใหม่ ที่ให้ความสบายทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายได้มากยิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องเก็บของใต้เบาะที่ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างลงตัวที่สุด โดยมีความจุที่สามารถเก็บหมวกนิรภัยแบบเดมิเจ็ทได้สองใบพร้อมกับสิ่งของอื่นๆ นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บสิ่งของได้เพิ่มเติมในช่องเก็บถุงมือ ภายในมีพอร์ตยูเอสบีสำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1 พอร์ต นอกจากนี้  Vespa GTS Super Tech 300 ยังได้ ปรับตัวเรือนไมล์ใหม่ที่ให้การแสดงผลแบบดิจิทัลเต็มระบบ Full-colour TFT Display ขนาด 4.3 นิ้ว โดยแผงหน้าปัดจะแสดงข้อมูลพื้นฐาน เช่น ความเร็ว ระยะทางรวม และระยะทางเฉพาะทริป อุณหภูมิโดยรอบและระดับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยแผงหน้าปัด TFT Smart Dash เทคโนโลยีใหม่จะทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีระบบเชื่อมต่อภายใต้ชื่อ VESPA MIA ระบบอัจฉริยะที่พร้อมเชื่อมต่อไปยังสมาร์ทโฟนผ่านทาง Application Vespa โดยนับเป็นครั้งแรก ในประเทศไทยที่สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อมอบประสบการณ์ความสะดวกสบายกับการขับขี่ครั้งใหม่ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้มากขึ้น นอกจากนี้ ระบบไฟส่องสว่าง ยังเป็นแบบ LED ทั้งด้านหน้าและด้านท้าย และมุมมองด้านหน้ายังคงโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า FULL LED ทรงกลม ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ประจำรุ่นที่ฝังรากอยู่ในประวัติศาสตร์การออกแบบของเวสป้ามาอย่างยาวนาน พร้อมด้วยไฟขับขี่กลางวันแบบ LED ที่บริเวณตอนท้ายของตัวรถ โดยรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยม Vespa GTS Super Tech มีให้เลือกด้วยกันสองสี ได้แก่ สีเทา เกรย์ เอวิโอ (Grey Avio) และสีดำ เนโร โวลคาโน่ (Nero Vulcano) สนนราคาช่วงแนะนำที่ 229,900 บาท พร้อมโปรโมชั่นและข้อเสนอสะกดใจ สามารถจองเพื่อเป็นเจ้าของได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ของเวสป้าได้ที่ http://www.vespa.co.th เฟซบุ๊ก Official Vespa Society Thailand และอินสตาแกรม @vespathailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้   

15 November 2019