Dragster Roadster 400 สกู๊ตเตอร์พันธุ์ดุ ปั่นกระแสผลิตจำกัด 777 คันทั่วโลก
หากพูดถึงแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์ที่มีดีไซน์ฉีกกฎเกณฑ์ ดุดัน และเผยให้เห็นโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ดิบเถื่อนราวกับงานศิลปะ ชื่อของ “Italjet” ย่อมเป็นอันดับต้นๆ ที่ไบค์เกอร์ทั่วโลกนึกถึง หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับโมเดลพิกัด 200cc และ 300cc ล่าสุดวงการสองล้อก็ต้องกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อมีกระแสข่าวมอเตอร์ไซค์ที่ชาวเน็ตกำลัง “ปั่น” กันอย่างสนุกสนาน ระบุถึงการมาของโมเดลใหม่ในชื่อ Roadster 400 ที่พกพาเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมความพิเศษระดับแรร์ไอเทม
การปรากฏตัวของกระแสข่าวชุดนี้ แม้จะไม่ได้เป็นข้อมูลลับสุดยอดระดับองค์กร แต่ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ สายสกู๊ตเตอร์สมรรถนะสูงเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นการคาดหวังถึงขยับขยายซีซีให้ทัดเทียมกับคลาสบิ๊กสกู๊ตเตอร์ แต่ยังมาในรูปแบบของ Limited Edition ที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากจะครอบครอง
ต้นตอกระแสข่าวลือ Dragster Roadster 400 จากประเทศเพื่อนบ้าน
กระแสการปั่นข่าวการมาถึงของ Dragster Roadster 400 เริ่มต้นก่อตัวขึ้นจากเว็บบอร์ดและกลุ่มสื่อโซเชียลมีเดียสายยานยนต์ในประเทศเพื่อนบ้านแถบอาเซียน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความตื่นตัวเรื่องรถสกู๊ตเตอร์แต่งซิ่งมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ข้อมูลที่มีการแชร์ต่อๆ กันมา ระบุถึงความคาดหวังในการยกระดับรถในตระกูล Dragster ให้กลายเป็น “ไฮเปอร์สกู๊ตเตอร์” อย่างเต็มตัว
แม้ว่าภาพหรือสเปกที่ส่งต่อกันมาจะยังไม่ใช่การประกาศอย่างเป็นทางการ (Official) จากทางค่าย แต่การพูดถึงเส้นสายการออกแบบที่ยังคงเอกลักษณ์โครงถัก (Trellis Frame) โชว์ให้เห็นสรีระของเครื่องยนต์และระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ (Independent Steering System – I.S.S.) ก็ทำให้แฟนๆ เชื่อมั่นว่า หากโมเดล 400 ซีซี ถูกผลิตขึ้นมาจริง มันจะต้องมีมิติของตัวรถที่ดูหนาและบึกบึนขึ้นอย่างแน่นอน
วิเคราะห์สเปกขุมพลัง 400cc ในร่างสกู๊ตเตอร์ (ตามกระแสข่าว)
แม้จะเป็นเพียงการปั่นกระแส แต่จากชื่อรุ่น Roadster 400 ทำให้บรรดานักวิเคราะห์ ข่าวมอเตอร์ไซค์ คาดการณ์ว่า ขุมพลังที่เหมาะสมที่สุดน่าจะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวหรืออาจจะขยับไปถึงแบบสองสูบ (Twin Cylinder) ปริมาตรกระบอกสูบราวๆ 350 – 400 ซีซี จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ และระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งหากอ้างอิงจากมาตรฐานเครื่องยนต์พิกัดนี้ พละกำลังสูงสุดน่าจะทำได้ในระดับ 35 แรงม้าขึ้นไป
เมื่อนำแรงม้าระดับนี้มาจับคู่กับน้ำหนักตัวรถของ Italjet ที่มักจะเน้นความเบาและคล่องตัวจากโครงสร้างเหล็กถักผสมอะลูมิเนียม อัตราเร่งและการทำความเร็วสูงสุดย่อมดุดันและจัดจ้านเกินหน้าเกินตาสกู๊ตเตอร์ทั่วไปในท้องตลาดอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังคาดการณ์กันว่าระบบเบรกจะจัดเต็มด้วยคาลิปเปอร์จากแบรนด์ดัง พร้อมระบบช่วงล่างอัปเกรด เพื่อให้สามารถกำราบความแรงของเครื่องยนต์ได้อย่างอยู่หมัด
ปั่นความขลังด้วยตัวเลข Limited Edition 777 คันทั่วโลก
ความน่าสนใจที่ทำให้ข่าวนี้ถูกปั่นและแชร์ต่อเป็นวงกว้าง ไม่ใช่แค่เรื่องของความแรง แต่คือการสร้างสตอรี่ความเอ็กซ์คลูซีฟ กระแสข่าวลือระบุอย่างเจาะจงว่า Roadster 400 จะถูกผลิตในรูปแบบ Limited Edition ด้วยจำนวนจำกัดเพียง “777 คันทั่วโลก” เท่านั้น ตัวเลข 777 ถือเป็นตัวเลขมงคลและเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี (Jackpot) ในหลายวัฒนธรรม
หากข่าวลือนี้เป็นจริง การประกาศผลิตในจำนวนที่น้อยขนาดนี้ ย่อมหมายความว่ามันจะกลายเป็น “ของสะสม” ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เปิดรับจอง รถแต่ละคันคาดว่าจะมาพร้อมกับแผ่นเพลตระบุหมายเลขประจำรถ (Serial Number Plate) เพื่อตอกย้ำความลิมิเต็ด สำหรับโควตาการนำเข้ามาจัดจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียรวมถึงประเทศไทยนั้น คาดว่าจะถูกแย่งชิงกันอย่างดุเดือดในหมู่ดีลเลอร์และนักสะสม
Massimo Tartarini (CEO Italjet) ยังอุบเงียบ ไม่ประกาศราคา
ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ชาวเน็ตช่วยกันปั่นจนแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่ Massimo Tartarini ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Italjet ผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังการพลิกฟื้นแบรนด์และสร้างสรรค์ดีไซน์สุดล้ำเหล่านี้ ทว่าจนถึงปัจจุบัน Massimo ยังคงใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว โดยยังไม่มีการออกมาแถลงข่าวยืนยันถึงสเปกที่ลือกัน หรือแม้กระทั่งการ “ประกาศราคาขายจริง” แต่อย่างใด
การอุบเงียบของระดับผู้บริหาร ยิ่งเป็นการกระพือความน่าสนใจให้กับตัวรถ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าทาง Italjet อาจจะกำลังเช็กเรตติ้งและกระแสตอบรับจากข่าวลือนี้อยู่ หรืออาจกำลังรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม เช่น งานมหกรรมจัดแสดงรถมอเตอร์ไซค์ระดับโลก เพื่อใช้เป็นเวทีเปิดตัวอย่างเป็นทางการและประกาศราคาให้ชาวโลกได้รับรู้พร้อมกันทีเดียว
บทสรุป: รอลุ้นของจริง หรือ แค่กระแสโซเชียล?
ท้ายที่สุดแล้ว ข่าวของ Dragster Roadster 400 จะเป็นเพียงการปั่นกระแสของกลุ่มคนรักสกู๊ตเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน หรือจะมีมูลความจริงซ่อนอยู่ แฟนๆ ค่ายอิตาลีคงต้องอดใจรอกันอีกสักนิด แต่หากโปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจริงและถูกนำเข้ามาทำตลาดในไทย (พร้อมราคาที่รวมภาษีนำเข้าแล้ว) คาดว่าค่าตัวน่าจะทะยานไปไกลพอสมควรสำหรับรุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน
สำหรับใครที่ชื่นชอบรถมอเตอร์ไซค์ดีไซน์ล้ำ อัปเดตข่าวสารรถรุ่นใหม่ระดับแรร์ไอเทม และไม่อยากพลาดทุกความเคลื่อนไหวในแวดวงยานยนต์ อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนทรรศนะกันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลที่คุณต้องอัปเดตก่อนใคร สามารถติดตามข่าวสารและบทความรีวิวเจาะลึกเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่เว็บไซต์ www.superbikemag.com


