SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า จักรยายนต์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Pedro Acosta KTM 2026

ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ของการชิงชัยความเร็วระดับโลกด้วยการเปิดฉากทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล (Pre-season Test) ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ทัพนักบิดและวิศวกรต่างเร่งทำงานกันอย่างหนักเพื่อเซตอัพรถแข่งสำหรับฤดูกาล 2026 โดยไฮไลต์สำคัญที่ตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนทั่วโลกคือความเคลื่อนไหวในแคมป์ของ Red Bull KTM Factory Racing เมื่อยอดนักบิดชาวสเปนอย่าง เปโดร อคอสต้า (Pedro Acosta) ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นต่อทิศทางของทีม หลังจากได้สัมผัสกับโครงสร้างตัวรถหรือแชสซี (Chassis) คอนเซปต์ใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลบจุดอ่อนเดิมและยกระดับศักยภาพของรถแข่ง RC16 ให้ก้าวไปอีกขั้น

แชสซีคอนเซปต์ใหม่ ภารกิจแก้จุดบอดเรื่องการเข้าโค้ง

ในการทดสอบวันแรก อคอสต้าใช้เวลาเกือบทั้งวันไปกับการเปรียบเทียบโครงสร้างตัวรถแบบต่างๆ ที่ทีมวิศวกรขนมาจากโรงงานที่แมตติโกเฟน เขาเปิดเผยว่าแชสซีใหม่นี้มีพฤติกรรมที่แตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจนในเชิงบวก “มันค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว และพูดตรงๆ ว่ามันดูมีแววดีมาก (Promising)” อคอสต้ากล่าวด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง

หัวใจหลักที่ KTM มุ่งเป้าในปีนี้คือการปรับปรุงประสิทธิภาพใน “โค้งกว้างที่ต้องใช้เวลาเลี้ยวนาน” หรือที่นักแข่งเรียกว่า Long Corners ซึ่งเป็นจุดที่รถแข่ง RC16 มักจะเสียเปรียบรถแข่งจากค่ายอิตาลีอย่าง Ducati หรือ Aprilia มาโดยตลอด ในอดีต KTM ขึ้นชื่อเรื่องการเบรกที่ดุดันและการเร่งความเร็วออกจากโค้งที่ดีเยี่ยม แต่กลับมีปัญหาในการรักษาไลน์การวิ่งในช่วงกลางโค้ง (Mid-corner speed) โครงสร้างตัวรถใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในจุดที่เหมาะสม ทำให้รถสามารถเลี้ยว (Turning) ได้เฉียบคมขึ้นโดยไม่สูญเสียความเสถียรในช่วงเบรก

“เหมือนสร้างรถใหม่จากศูนย์” ปรัชญาการออกแบบใหม่ของ KTM 2026

อคอสต้าได้ให้สัมภาษณ์เจาะลึกถึงเบื้องหลังการทำงานว่า รถแข่งเวอร์ชันปี 2026 ให้ความรู้สึกที่ “สดใหม่” จนเหมือนทีมวิศวกรได้ทำการรื้อแบบร่างเดิมแล้ว “สร้างรถขึ้นมาใหม่จากศูนย์” แม้ว่าในทางปฏิบัติจะยังคงใช้พื้นฐานทางเทคนิคบางส่วนจากปี 2025 แต่การปรับปรุงในส่วนของแชสซีรวมถึงการกระจายน้ำหนัก (Weight Distribution) ใหม่ทั้งหมด ถือเป็นก้าวที่กล้าหาญที่สุดของ KTM ในรอบหลายปี

“เราใช้เวลาช่วงเช้าทั้งหมดไปกับการทดสอบการตั้งค่าแชสซีที่แตกต่างกันถึง 3 รูปแบบ ผมรู้สึกว่าในส่วนของตัวโครงสร้างนั้นค่อนข้างลงตัวและน่าพอใจมากแล้ว” คำยืนยันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันช่วยให้นักแข่งและทีมช่างสามารถข้ามขั้นตอนการลองผิดลองถูกเรื่องโครงสร้างหลัก และเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่การทดสอบชุดแอโรไดนามิก (Aerodynamic Package) และระบบอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงบ่าย ซึ่งอคอสต้ายอมรับว่าเขายังคงมองหาความสมดุลที่ดีที่สุดระหว่างดาวน์ฟอร์ซ (Downforce) กับความคล่องตัวในการเปลี่ยนทิศทางรถ

Pedro Acosta KTM 2026

ความท้าทายเรื่องยางและสไตล์การขับขี่ของ “Shark of Mazarrón”

แม้ผลการทดสอบเบื้องต้นจะเป็นบวก แต่อคอสต้ายังคงมีท่าทีที่ระมัดระวัง เขาชี้ให้เห็นว่าสนามเซปังที่มีอุณหภูมิแทร็กสูงมากนั้นเป็นบททดสอบที่โหดหินสำหรับยาง Michelin สเปกใหม่ ปัญหาเรื่อง “ยางหมดไว” (Tire Wear) ในช่วงท้ายเกมเป็นโจทย์ใหญ่ที่แชสซีใหม่นี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสามารถรักษาอายุการใช้งานยางได้ดีกว่าแชสซีเหล็กกล้า (Steel Frame) แบบเดิมหรือไม่

อคอสต้า ซึ่งได้รับฉายาว่า “Shark of Mazarrón” มีสไตล์การขับขี่ที่ใช้ร่างกายช่วยคุมรถเยอะมาก (Aggressive body movement) เขาต้องการแชสซีที่สามารถตอบสนองต่อการสั่งการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ “สิ่งที่ผมต้องการคือรถที่ผมสามารถสั่งให้มันไปในที่ที่ผมต้องการได้ทันที และแชสซีใหม่นี้ดูเหมือนจะให้คำตอบนั้นกับผมได้ดีขึ้นกว่าปีก่อน” ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้อคอสต้าสามารถกดเวลาต่อรอบได้คงที่มากขึ้นในการวิ่งแบบต่อเนื่อง (Long Run)

ก้าวสู่ฤดูกาลที่ 2 และความหวังที่สนามช้างฯ ประเทศไทย

Pedro Acosta KTM 2026 ด้วยวัยเพียง 21 ปี เปโดร อคอสต้า ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงนักบิดดาวรุ่งอีกต่อไป แต่เขาคือ “หัวหอก” ของโครงการ KTM ใน MotoGP ปี 2026 การได้พื้นฐานรถที่แข็งแกร่งตั้งแต่ช่วงทดสอบวันแรกเปรียบเสมือนการได้รับอาวุธสำคัญที่จะทำให้เขาสามารถต่อกรกับนักบิดระดับโลกคนอื่นๆ ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

เป้าหมายสูงสุดของเขาคือการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในสนามแรกของฤดูกาลที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นสนามที่มีทั้งทางตรงยาวที่ต้องใช้พละกำลังเครื่องยนต์ และโค้งต่อเนื่องที่ต้องใช้ความคล่องตัวของแชสซี หาก KTM สามารถสรุปผลการทดสอบที่เซปังได้อย่างลงตัว เราอาจจะได้เห็นอคอสต้าพารถ RC16 หมายเลข 31 ขึ้นไปยืนบนโพเดียมและท้าชิงแชมป์โลกตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลได้อย่างแน่นอน

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

Pedro Acosta KTM 2026 ปลื้ม! แชสซีใหม่ผลลัพธ์ดีขึ้น!

Pedro Acosta KTM 2026

ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ของการชิงชัยความเร็วระดับโลกด้วยการเปิดฉากทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล (Pre-season Test) ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ทัพนักบิดและวิศวกรต่างเร่งทำงานกันอย่างหนักเพื่อเซตอัพรถแข่งสำหรับฤดูกาล 2026 โดยไฮไลต์สำคัญที่ตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนทั่วโลกคือความเคลื่อนไหวในแคมป์ของ Red Bull KTM Factory Racing เมื่อยอดนักบิดชาวสเปนอย่าง เปโดร อคอสต้า (Pedro Acosta) ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นต่อทิศทางของทีม หลังจากได้สัมผัสกับโครงสร้างตัวรถหรือแชสซี (Chassis) คอนเซปต์ใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลบจุดอ่อนเดิมและยกระดับศักยภาพของรถแข่ง RC16 ให้ก้าวไปอีกขั้น

แชสซีคอนเซปต์ใหม่ ภารกิจแก้จุดบอดเรื่องการเข้าโค้ง

ในการทดสอบวันแรก อคอสต้าใช้เวลาเกือบทั้งวันไปกับการเปรียบเทียบโครงสร้างตัวรถแบบต่างๆ ที่ทีมวิศวกรขนมาจากโรงงานที่แมตติโกเฟน เขาเปิดเผยว่าแชสซีใหม่นี้มีพฤติกรรมที่แตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจนในเชิงบวก “มันค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว และพูดตรงๆ ว่ามันดูมีแววดีมาก (Promising)” อคอสต้ากล่าวด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง

หัวใจหลักที่ KTM มุ่งเป้าในปีนี้คือการปรับปรุงประสิทธิภาพใน “โค้งกว้างที่ต้องใช้เวลาเลี้ยวนาน” หรือที่นักแข่งเรียกว่า Long Corners ซึ่งเป็นจุดที่รถแข่ง RC16 มักจะเสียเปรียบรถแข่งจากค่ายอิตาลีอย่าง Ducati หรือ Aprilia มาโดยตลอด ในอดีต KTM ขึ้นชื่อเรื่องการเบรกที่ดุดันและการเร่งความเร็วออกจากโค้งที่ดีเยี่ยม แต่กลับมีปัญหาในการรักษาไลน์การวิ่งในช่วงกลางโค้ง (Mid-corner speed) โครงสร้างตัวรถใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในจุดที่เหมาะสม ทำให้รถสามารถเลี้ยว (Turning) ได้เฉียบคมขึ้นโดยไม่สูญเสียความเสถียรในช่วงเบรก

“เหมือนสร้างรถใหม่จากศูนย์” ปรัชญาการออกแบบใหม่ของ KTM 2026

อคอสต้าได้ให้สัมภาษณ์เจาะลึกถึงเบื้องหลังการทำงานว่า รถแข่งเวอร์ชันปี 2026 ให้ความรู้สึกที่ “สดใหม่” จนเหมือนทีมวิศวกรได้ทำการรื้อแบบร่างเดิมแล้ว “สร้างรถขึ้นมาใหม่จากศูนย์” แม้ว่าในทางปฏิบัติจะยังคงใช้พื้นฐานทางเทคนิคบางส่วนจากปี 2025 แต่การปรับปรุงในส่วนของแชสซีรวมถึงการกระจายน้ำหนัก (Weight Distribution) ใหม่ทั้งหมด ถือเป็นก้าวที่กล้าหาญที่สุดของ KTM ในรอบหลายปี

“เราใช้เวลาช่วงเช้าทั้งหมดไปกับการทดสอบการตั้งค่าแชสซีที่แตกต่างกันถึง 3 รูปแบบ ผมรู้สึกว่าในส่วนของตัวโครงสร้างนั้นค่อนข้างลงตัวและน่าพอใจมากแล้ว” คำยืนยันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันช่วยให้นักแข่งและทีมช่างสามารถข้ามขั้นตอนการลองผิดลองถูกเรื่องโครงสร้างหลัก และเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่การทดสอบชุดแอโรไดนามิก (Aerodynamic Package) และระบบอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงบ่าย ซึ่งอคอสต้ายอมรับว่าเขายังคงมองหาความสมดุลที่ดีที่สุดระหว่างดาวน์ฟอร์ซ (Downforce) กับความคล่องตัวในการเปลี่ยนทิศทางรถ

Pedro Acosta KTM 2026

ความท้าทายเรื่องยางและสไตล์การขับขี่ของ “Shark of Mazarrón”

แม้ผลการทดสอบเบื้องต้นจะเป็นบวก แต่อคอสต้ายังคงมีท่าทีที่ระมัดระวัง เขาชี้ให้เห็นว่าสนามเซปังที่มีอุณหภูมิแทร็กสูงมากนั้นเป็นบททดสอบที่โหดหินสำหรับยาง Michelin สเปกใหม่ ปัญหาเรื่อง “ยางหมดไว” (Tire Wear) ในช่วงท้ายเกมเป็นโจทย์ใหญ่ที่แชสซีใหม่นี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสามารถรักษาอายุการใช้งานยางได้ดีกว่าแชสซีเหล็กกล้า (Steel Frame) แบบเดิมหรือไม่

อคอสต้า ซึ่งได้รับฉายาว่า “Shark of Mazarrón” มีสไตล์การขับขี่ที่ใช้ร่างกายช่วยคุมรถเยอะมาก (Aggressive body movement) เขาต้องการแชสซีที่สามารถตอบสนองต่อการสั่งการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ “สิ่งที่ผมต้องการคือรถที่ผมสามารถสั่งให้มันไปในที่ที่ผมต้องการได้ทันที และแชสซีใหม่นี้ดูเหมือนจะให้คำตอบนั้นกับผมได้ดีขึ้นกว่าปีก่อน” ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้อคอสต้าสามารถกดเวลาต่อรอบได้คงที่มากขึ้นในการวิ่งแบบต่อเนื่อง (Long Run)

ก้าวสู่ฤดูกาลที่ 2 และความหวังที่สนามช้างฯ ประเทศไทย

Pedro Acosta KTM 2026 ด้วยวัยเพียง 21 ปี เปโดร อคอสต้า ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงนักบิดดาวรุ่งอีกต่อไป แต่เขาคือ “หัวหอก” ของโครงการ KTM ใน MotoGP ปี 2026 การได้พื้นฐานรถที่แข็งแกร่งตั้งแต่ช่วงทดสอบวันแรกเปรียบเสมือนการได้รับอาวุธสำคัญที่จะทำให้เขาสามารถต่อกรกับนักบิดระดับโลกคนอื่นๆ ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

เป้าหมายสูงสุดของเขาคือการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในสนามแรกของฤดูกาลที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นสนามที่มีทั้งทางตรงยาวที่ต้องใช้พละกำลังเครื่องยนต์ และโค้งต่อเนื่องที่ต้องใช้ความคล่องตัวของแชสซี หาก KTM สามารถสรุปผลการทดสอบที่เซปังได้อย่างลงตัว เราอาจจะได้เห็นอคอสต้าพารถ RC16 หมายเลข 31 ขึ้นไปยืนบนโพเดียมและท้าชิงแชมป์โลกตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลได้อย่างแน่นอน

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า