SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
Toprak เก็บ 2 ชัย

Toprak เก็บ 2 ชัย ที่ฝรั่งเศส คว้าแต้มสำคัญเพื่อต่อสิทธิ์ลุ้นแชมป์ การแข่งขัน WorldSBK 2023 สนามที่ 9 ที่ Nevers Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศสจบไปแล้ว โดย Toprak เก็บ 2 ชัย ในเรซแรกและในรอบซูเปอร์โพลเรซ ทำให้สามารถลดระยะห่างคะแนนกับแชมป์คนปัจจุบันอย่าง Alvaro Bautista เหลือเพียง 57 คะแนนแล้ว ที่สนามนี้เขาพลาดโพเดี้ยมในเรซแรกไป แต่ยังกลับมาคว้าชัยในเรซที่ 2 ได้อย่างไม่น่าเชื่อ Race 1 การแข่งขันในเรซแรกนั้นดีเลย์ออกไปเล็กน้อยและถูกปรับลดแล็ปให้เหลือเพียง 20 แล็ปจากปัญหาทางเทคนิค นักแข่งส่วนใหญ่นั้นเลือกที่จะออกสตาร์ทด้วยยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐานและยางหลัง SCX สูตรมาตรฐาน ซึ่งในแถวหน้านั้นมีเพียงนักแข่งจาก Yamaha อย่าง Gardner และ Baldassarri และจาก Honda อย่าง Lecuona และ Soomer ที่เลือกยางหน้า SC0 ยังมี Michael Ruben Rinaldi and Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) ที่เลือกยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 ในยางหลัง การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นโดยที่ Bautista อยู่หัวแถวได้ไม่นาน แล้วหลังจากนั้นกลายเป็นการดวลกันระหว่าง Rinaldi กับ Razgatlioğlu กระทั่งในแล็ปที่ 15 เป็นฝั่งหนุ่มตุรกีที่สามารถขึ้นนำได้และรักษาตำแหน่งไว้ได้จนจบการแข่งขัน โดยที่ Rinaldi และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ Superpole Race   นักแข่งทุกคนเลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรนุ่มพิเศษสูตรกำลังพัฒนาอย่าง SCQ C0004 มาใช้เป็นยางหลังเหมือนกับตอนที่ควอลิฟายก่อนที่จะแข่งเรซแรก ส่วนยางหน้าส่วนใหญ่ก็จะเลือกที่จะใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน มีเพียง Lecuona, Soomer, Ray และ Konig ที่ใช้ยางหน้าเป็น SC0 การแข่งในรอบนี้เกิดเหตุขึ้นในแล็ปที่ 5 เนื่องจาก Álvaro Bautista และ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) กระทบกันเองจนฝ่ายหลังออกจากการแข่งไป ผลประโยชน์เลยไปตกกับ Toprak ที่ขึ้นนำเดี่ยวจนจบเข้าเส้น และมี Bautista และ Rea เข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ Race 2 การแข่งขันในเรซนี้ นักแข่งยังคงไว้ใจเลือกยางหลัง SCX เช่นเดิม ส่วนยางหน้าก็ SC1 สูตรมาตรฐานก็เป็นหลักเช่นเรซแรก เริ่มไปได้ 5 แล็ปก็มีธงแดงสะบัดขึ้นเนื่องจากอุบัติเหตุที่โค้ง 5 โดยมีผู้ประสบเหตุ 2 คน คือ Dominique Aegerter (Yamaha) และ Scott Redding (BMW) และเมื่อการแข่งเริ่มต้นใหม่อีกครั้งการแข่งขันก็เหลือเพียง 17 แล็ปเท่านั้น และ Lecuona (Honda) ก็หันไปเปลี่ยนยางหน้ามาใช้ SC1 แทน ส่วน Bautista ออกตัวได้เร็วและแรง จนจบการแข่งขันด้วยการคว้าชัย ส่วนโพเดียมที่เหลือเป็นการแย่งกันระหว่าง Razgatlioğlu และ Rea โดยผลที่ออกมาคือ Razgatlioğlu เข้าเส้นได้ก่อน Toprak เก็บ 2 ชัย ที่ฝรั่งเศส ทำให้ยังมีรักษาระยะห่างของแต้มตารางคะแนนรวมกับแชมป์โลกไว้ได้ สนามหน้าสนามที่ 10 จะไปต่อกันที่สนาม Aragon ประเทศสเปนในช่วงวันที่ 22 – 24 กันยายนนี้ ติดตามชมตามเชียร์นักแข่งคนโปรดกันต่อได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

Marc Marquez ย้ายซบ Gresini ในฤดูกาล 2024

Marc Marquez ย้ายซบ Gresini ในฤดูกาล 2024 หลังจากที่ขี่ล้มแล้วล้มเล่า ทำเอาเอฟซีใจหายเป็นว่าเล่น สำหรับ “เด็กระเบิด” ดีกรีแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง Marc Marquez ถึงคราวต้องเจอวิกฤตหนัก เมื่อต้องเผชิญต่อสู้กับคู่แข่งและรถแข่งจากค่ายยุโรปที่กำลังมาแรงในวินาทีนี้  โดยล่าสุดได้ยินแว่ว ๆ จากวงในมาว่า Marc Marquez ย้ายซบ Gresini ไปขี่รถดูคาติ กับร่วมน้องชายในสายเลือดอย่าง Alex Marquez ในฤดูกาลหน้า ถือว่าเป็นข่าวช็อคของวงการแข่งขัน 2 ล้อ ที่ผู้คนให้ความสนใจกันไม่น้อยเลยทีเดียว  ทางด้านสำนักข่าว Speedweek รายงานว่า “ด้านเจ้าตัวได้ตัดสินใจแล้ว เขาจะออกจากบ้านเก่าหลังจากที่อยู่มาอย่างยาวนานถึง 11 ปี และจะร่วมปลูกปั้นทีม Gresini ร่วมกับน้องชายของเขาในฤดูกาลหน้า นั่นหมายความว่าจะไม่มีการทดสอบรถต้นแบบ Honda  RC213V รุ่นปี 2024 เพราะมาร์เกซเองก็สูญเสียโมเมนตัมดี ๆ กับทีม Honda มานานแล้ว” Carlo Merlini ผู้อำนวยการด้านการสื่อสารการตลาด Gresini Team เผยว่า ทางทีมมีความยินดี หาก Marc Marquez และ Joan Mir จะเข้ามาร่วมขับขี่รถดูคาติให้ทีม และแน่นอนว่าทางทีมก็อยากจะคว้าตัวนักแข่งไว้ เพราะทั้งคู่เป็นถึงแชมป์โลก เป็นใครจะไม่เอาหล่ะ ?  อย่างไรก็ตาม ทาง Ducati ยังยืนคำเดิมว่า การเซ็นต์สัญญากับเจ้าเด็กระเบิดนั้น ยังไม่สอดคล้องกับแนวคิดของทางค่ายซักเท่าไหร่  เพราะทางค่ายมุ่งเน้นไปที่การปั้นดาวรุ่งสายเลือดใหม่ ไฟแรงเสียมากกว่า  นอกจากนี้รายงานยังเผยอีกว่า นักบิดที่ มาร์ก มาร์เกซจะเข้ามาเสียบตำแหน่งแทน นั่นก็คือ Fabio di Giannantonio คู่หูดูโอ้ของ Alex ที่กำลังจะหมดสัญญาภายในปีนี้ และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะย้ายไปอยู่ทีมไหนในปีหน้า แต่แล้วก็ถูกดับฝัน เมื่อเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ เมื่อช่วงซ้อมที่สนาม Misano Curcuit ที่ผ่านมาว่า “ผมยังมีสัญญากับทีมฮอนด้าในฤดูกาลหน้า” แถมยังจุดกระแสข่าวด้วยการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมิเดียว่า “Thing is happening” ซึ่งเป็นวลีที่สโมรฟุตบอลทีมบาร์เซโลน่า ใช้กันสำหรับการวางแผนย้ายทีมครั้งใหญ่ จนทำให้เกิดข่าวลือนั่นเอง  แฟน ๆ คงหายห่วง กันไปซักพักนะครับ หากทางค่ายหันมาใส่ใจ ปรับปรุงพัฒนารถแข่งให้มีประสิทธิภาพ สามารถขับขี่เทียบเท่ากับรถจากทางฝั่งยุโรปได้ละก็ อาจได้เห็นเด็กระเบิดหมายเลข 93 ครองแชมป์ 9 สมัย ก็เป็นได้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

นักแข่ง Moto2 และ Moto3 ยืนยันพอใจ

นักแข่ง Moto2 และ Moto3 ยืนยันพอใจ หลังได้ทดสอบยาง Pirelli แม้การแข่งขัน MotoGP ที่สนาม Catalunya ที่บาร์เซโลนาจะเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ยังมีภารกิจดำเนินต่อ ภารกิจที่ว่าคือการทดสอบยาง Pirelli ที่กำลังจะเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนยางในคลาสรองของการแข่งขันโมโตจีพีในปี 2024 เป็นต้นไป และเบื้องต้นผลก็ออกมาว่า นักแข่ง Moto2 และ Moto3 ยืนยันพอใจ หลังได้ทดสอบยางจาก Pirelli การทดสอบเริ่มต้นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 4 กันยายนจนไปจบในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยนักแข่งแต่ละคนจากทั้งสองคลาสได้ขี่กันคนละ 3 เซสชัน เป็นเวลารวมกันกว่า 3 ชั่วโมงบนแทร็กที่มีอุณหภูมิหลากหลายตั้งแต่ 30 – 50 องศาเซลเซียส ท่ามกลางอากาศสดใส นักแข่งทั้ง 2 คลาสจะได้ทดลองยาง Pirelli DIABLO Superbike ซึ่งเป็นยางสลิก ทั้งแบบซอฟต์และมีเดียมคอมปาวด์ ทั้งยางหน้าและยางหลัง โดยในรุ่น Moto2 จะได้ใช้ยางหน้าขนาด 125/70 R17 และยางหลังขนาด 200/65 R17 ขณะที่รุ่น Moto3 จะได้ใช้ยางหน้าขนาด 100/70 R17 และยางหลังขนาด 120/70 R17 ผลการทดสอบนั้นไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายการแข่งขันรถจักรยานยนต์บอกว่าได้รับฟีดแบ็กในแง่ดี   “ผลการทดสอบร่วมกับทางนักแข่งและทีมแข่งทั้งรุ่น Moto2 และ Moto3 นั้นออกมาดีมาก ๆ สนามแห่งนี้เป็นสนามที่เค้นยางมาก ๆ ทว่าก็เหมาะกับการเป็นที่ ๆ ใช้ทดสอบครั้งแรกได้ดีมาก ๆ และช่วยยืนยันได้ถึงความดีงามของยางของเรา แม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยเวลาที่ชัดเจน แต่เราได้เห็นว่าพวกเขาขี่ได้เร็วมาก ๆ และระดับของการสึกหรอเองก็อยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน” “แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราพิจารณาว่าวันนี้เป็นการทดสอบครั้งแรกในแบบปลั๊กแอนด์เพลย์ คือ แค่ใส่ยาง ไม่ได้เซ็ตติ้งรถเพิ่มนอกเหนือไปจากที่จะใช้แข่งที่ Misano ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เราทุกคนรู้ว่าเรามีโปรดักต์ที่แข็งแกร่งและสมรรถนะสูงมาก และเรายังได้รับคำชมจากนักแข่งและคนในทีมอื่น ๆ ต่างก็เห็นด้วยเรื่องนี้”  “นอกจากนี้การยึดเกาะและสมรรถนะของยาง อาการของยางที่สัมผัสได้ชัดเจน ง่ายต่อการใช้งานและความมั่นใจที่แสดงออกมาให้เห็นที่ยางหน้า อีกทั้งยังต้องขอบคุณบาลานซ์ที่ดีระหว่างยางหน้าและยางหลัง นักแข่งต่างสามารถที่หวดหนัก ๆ ได้ตั้งแต่เริ่มออกสตาร์ท จากการที่ยางให้การควบคุมและความแม่นยำที่ดีแบบที่ยางของเราการันตีให้ได้”  “หรือจะพูดว่าพวกเขาสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกปลอดภัยได้ในทันที และนักแข่งล้วนเห็นไปในทางเดียวกัน โดยไม่มีเสียงแตก นับเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม” “และผมยังบอกพวกเขาไปอีกว่าหากว่าเซ็ตรถให้เข้ากับยางเราให้ลงตัวที่สุดแล้วก็รับรองได้ว่าพวกเขาจะได้ระเบิดศักยภาพเต็มขีดสุดของพวกเขาออกมาได้แน่“ นอกจากนี้ทาง SuperBike Thailand เรายังได้สัมภาษณ์ส่วนตัวกับนักแข่งหนึ่งในผู้ทดสอบยางในครั้งนี้ด้วย โดยเขาให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่า “กริปยางนั้นดีมาก ๆ แต่ขนาดยางนั้นน่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกันอีกทีครับ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทำไม Triumph ฝากอนาคต ของตัวเองไว้กับ Moto2 ?

ทำไม Triumph ฝากอนาคต ของตัวเองไว้กับ Moto2 ? ระหว่างการแข่งขัน MotoGP ที่อังกฤษซึ่งจบไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ทางไทรอัมพ์ได้ประกาศต่อสัญญาที่จะซัพพอร์ตเครื่องยนต์สำหรับการแข่งขันในคลาสโมโตทูไปอีกจนจบปี 2029 รู้มั้ยครับว่า ทำไม Triumph ฝากอนาคต ของตัวเองไว้กับ Moto2 ไม่ใช่รายการอื่น? แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตน่าจะรู้กันดีว่าตอนนี้ค่ายรถแดนผู้ดีจากเมือง Hinckley ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนหลังไปได้นับร้อยกว่าปี ได้ซัพพอร์ตเครื่องยนต์อยู่ในรายการโมโตทูมาระยะนึงแล้ว หลังจากเทคโอเวอร์มาจาก Honda ที่เคยซัพพอร์ตเครื่อง 4 สูบ 600 ซีซีในรายการเดียวกันนี้มาตั้งแต่ปี 2010 จนถึง 2018 โดยทางค่ายส่งมอบเครื่องยนต์ 3 สูบเรียงขนาด 765 ซีซีให้ใช้แทน และเจ้าเครื่องที่ว่านี้ก็ช่วยทำลายสถิติเวลาของรายการนี้ในทุก ๆ สนามที่ใช้จัดแข่งขัน รวมถึงช่วยให้ Marco Bezzecchi, Raul Fernandez, Augusto Fernandez, Luca Marini และ Enae Bastianini ได้ไปต่อในการแข่งขัน MotoGP สาเหตุของคำถามดังกล่าวนั้นมีหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์อย่าง Steve Sargent ได้ออกมากล่าวในทำนองว่า 5 ปีที่ซัพพอร์ตมานั้นไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของเราอย่างเดียว แต่มันแสดงให้เห็นได้ว่าเรามีความสามารถทางวิศวกรรมและพัฒนาสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้ดีแค่ไหน รวมไปถึงการแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและความทนทานของเครื่องยนต์ของเราได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การได้เห็นเครื่องยนต์ของตัวเองทั้งหมด 32 เครื่องถูกเค้นจนหมดไส้อยู่ตลอด มันทำให้เราได้ข้อมูลที่มีมูลค่าแบบประเมินค่าไม่ได้จำนวนมากเลย ซึ่งมันช่วยให้เราพัฒนาเครื่องยนต์ของเราได้มากเลย และที่เราต่อสัญญาออกไปก็เพราะว่าเราต้องการที่จะพัฒนามันอย่างต่อเนื่องไปอีก ไม่หยุดเพียงเท่านี้นั่นเอง อย่างไรก็ดีทางไทรอัมพ์ยังมีแผนพัฒนารถที่ใช้เชื้อเพลิงทางเลือกที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงจากฟอสซิลอีกด้วย ซึ่งการแข่งขันก็เป็นไปในทางเดียวกันคือทุกการแข่งขันในรายการ MotoGP ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปจะใช้เชื้อเพลิงผสม โดยมาจากเชื้อเพลิงทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่ฟอสซิล 40% ผสมกับน้ำมันแบบเดิม และในปี 2027 เป็นต้นไปจะใช้เชื้อเพลิงทางเลือกอื่น 100% ซึ่งก็จะทิศทางการพัฒนาก็จะตรงกันกับของไทรอัมพ์นั่นเอง และแม้ว่ารถไฟฟ้าจะถูกผลักดันอย่างมากจากภาครัฐ แต่มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับรถยนต์ที่มีพื้นที่ให้ใช้งานมากกว่าในการผลิตและออกแบบ ตลอดไปจนถึงเรื่องของแบตเตอรี่ ขณะที่เทคโนโลยีในทุกวันนี้ พอนำมาใส่บนมอเตอร์ไซค์แล้วมันจำกัดกว่ามาก ดังนั้นเราก็จะพัฒนาทางเลือกอื่นไปด้วย เพื่อมุ่งหน้าสู่การเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างที่ทั่วโลกตั้งใจกัน สุดท้ายนี้แฟน ๆ อย่างเราก็มีแต่ได้ประโยชน์นั่นล่ะครับ ก็ติดตามการพัฒนาของทางไทรอัมพ์และรอรถสปอร์ตจากเครื่องยนต์ตัวนี้ไว้ได้เลยครับ ยังไงเสียมันก็ต้องมาแน่ ๆ แค่เมื่อไหร่เท่านั้นล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฮีทชีลด์ ที่จานเบรกในรถ M1 ของ Quartararo มีไว้ทำไม?

ฮีทชีลด์ ที่จานเบรกในรถ M1 ของ Quartararo มีไว้ทำไม? หลาย ๆ คนน่าจะสังเกตเห็นชิ้นส่วนแปลก ๆ ของรถ Yamaha YZR-M1 ของ Fabio Quartararo ที่บริเวณล้อหน้าตอนที่เขาลงหวดในสนาม Red Bull Ring ที่ออสเตรียในศึก MotoGP สนามที่ผ่านมา มันคือ ฮีทชิลด์ ที่จานเบรก ซึ่งทางค่ายหวังไว้ว่าจะช่วยให้เจ้าแฟ้บทำการขับเคี่ยวกับค่ายแดงได้อย่างสูสีมากขึ้น แต่จะมีไว้ทำอะไรล่ะ เรามีคำตอบให้ครับ เจ้าฮีทชิลด์ที่ว่านี้มันมีสาเหตุมาจากขีดจำกัดของยางครับ เนื่องจากการแข่งขัน MotoGP ตัวรถมีการออกแบบเรื่องของแอโรไดนามิกเพื่อให้สร้างแรงกดที่บริเวณล้อหน้ามากขึ้นเวลาขับขี่ที่ความเร็วสูงนั่นสร้างภาระให้กับยางหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะขณะที่เบรกหนัก ๆ และเมื่อเกิดแรงกดหรือภาระให้กับยางหน้าจะทำให้แรงดันลมยางสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้เมื่อเบรกหนัก ๆ ความร้อนจากจานเบรกจะแผ่ไปถึงล้อ และในที่สุดก็ยางก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อยางมากขึ้น ทางยามาฮ่าจึกใช้ฮีทชิลด์ที่ทำจากคาร์บอนตามในภาพมาติดไว้ด้านหลังจานเบรกเพื่อแก้ปัญหาเรื่องอุณหภูมิสูงจะแผ่ไปจากจานเบรกนั่นเอง นอกจากนี้มันยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นปัญหาที่รถบ้าน ๆ ของพวกเราคงไม่เป็นกัน ดังนั้นคงไม่ต้องเอามาติดกันก็ได้นะครับ ยกเว้นเน้นเท่ ฮ่า ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc มีแต้มกับเขาแล้ว

Marc มีแต้มกับเขาแล้ว ในศึก Austria GP ในที่สุดการขับขี่ที่จบลงด้วยการไม่มีแต้มของพ่อหนุ่มมาร์เกวซก็จบลงเสียทีหลังจากที่เขาเข้าเส้นที่ Austrian Grand Prix ในอันดับที่ 12 ทำให้ Marc มีแต้มกับเขาแล้ว สักที แต่สนามนี้กลับกลายเป็นว่า Joan Mir เป็นคนที่โช้คร้ายและแข่งไม่จบไปซะอย่างนั้น วันอาทิตย์ที่สนาม Red Bull Ring ท้องฟ้าก็สดใส แดดก็เป็นใจ เหมาะแก่การแข่งขันจะระเบิดขึ้นที่แทร็กยาว 4.32 กม. พอไฟดับลงการแข่งขันก็ดำเนินไปได้อย่างปลอดภัยไม่เหมือนกับที่เกิดขึ้นตอนสปรินต์เรซ   นักบิดชาวสเปนสามารถรักษาตำแหน่งของเขาไว้ได้ในช่วงต้น และเริ่มที่จะไล่ล่าหาคะแนน เขาเป็นคนเดียวที่เลือกใช้ยางหลังแบบซอฟต์ แต่เขาก็สามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้ และเข้าร่วมศึกแย่งท็อป 10 พอการแข่งขันเข้าสู่ช่วงท้าย เลือกอีกไม่กี่แล็ปก็จะจบการแข่งขัน เขารั้งอยู่อันดับที่ 12 ตามหลัง Bastianini และ Morbidelli ก็เริ่มนิ่งและคำนวณความเป็นไปได้ แต่สุดท้ายเขาก็รักษาอันดับนั้นไว้จนจบ แต่เพื่อร่วมทีมของเขากลับไม่จบการแข่งขัน และนี่เองทำให้เขาได้มีแต้มกับเขาบ้างแล้วหลังจากแข่งไม่จบมาหลายเรซ และไม่ได้แข่งอีกหลายเรซ โดยทางด้าน Joan Mir นั้นล้มระหว่างการแข่งขันที่โค้ง 3 โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่น่าเสียดายที่ฟอร์มกำลังดีในสัปดาห์นี้แต่ก็ต้องอดแต้มไป สนามนี้ทีม Repsol Honda Team จะมุ่งหน้าไปยังบาร์เซโลนา ไปสนาม Gran Premi de Catalunya แน่นอนว่าทั้งสองคนตั้งเป้าที่จะทำผลงานที่ดีขึ้นกว่านี้เพื่อเอาใจแฟน ๆ ที่บ้านเกิด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

“อินทรีแซงค์” ผงาดคว้าโพเดียมใน FMSCT Thailand Motocross 2023

“อินทรีแซงค์” ผงาดคว้าโพเดียมใน FMSCT Thailand Motocross 2023 “อินทรีแซงค์” – กฤษฎา จำรูญจารีต ยอดนักบิดขวัญใจกองเชียร์ทางฝุ่นจากโครงการ “เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” เจ้าของแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยติดต่อกัน พร้อมด้วยสุดยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF250R หมายเลข 17 สังกัดทีม Honda Racing Thailand S Motor สู้สุดใจสมศักดิ์ศรีแชมป์ประเทศไทยในศึก FMSCT Thailand Motocross 2023 สนามสุดท้าย  แต่ด้วยอุปสรรคจากอาการบาดเจ็บ แต่ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองในสนามออกมาได้ดีที่สุด ถึงแม้จะพลาดโอกาสคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ติดต่อกันจากโอกาสที่เป็นรอง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวลั่นพร้อมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้งในฤดูกาลหน้า สำหรับการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2023 สนามสุดท้าย ดวลกัน ณ สนามเสี่ยน้องสิงห์สองฝั่ง จ.มุกดาหาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อินทรีแซงค์-กฤษฎา มีคะแนนสะสมอยู่ 128 แต้ม รั้งอันดับที่ 2 ตามคู่แข่งอยู่ 6 คะแนน โดยยอดนักบิดดาวรุ่งหมายเลข 17 ได้ต่อสู้สุดใจจนสามารถคว้าโพเดียม สนามส่งท้าย FMSCT Thailand Motocross 2023 สำเร็จ แม้ในท้ายที่สุดจะพลาดแชมป์ประเทศไทยสมัยที่ 5 ด้วยคะแนนห่างเพียง 4 คะแนน แต่เจ้าตัวได้ฝืนอาการบาดเจ็บ สู้เต็มที่ในสนามนี้แล้ว และพร้อมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้งฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน โดยเริ่มออกสตาร์ตจากตำแหน่งที่ 3 พร้อมรถแข่งคู่ใจ Honda CRF250R หมายเลข 17 เปิดการ์ดสู้ทันที ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็สามารถขึ้นเป็นผู้นำ ในสถานการณ์ของการแข่งขัน “อินทรีแซงค์-กฤษฎา” ถึงจะคว้าผลงานดีที่สุดมาก็ยังต้องลุ้นผลงานของคู่แข่ง ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต้องต่อสู้กับทุกข้อจำกัดทั้งอาการบาดเจ็บและโอกาสที่เป็นรอง  ซึ่งยอดนักบิดจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” นับได้ว่าสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม แบกอาการบาดเจ็บเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 2 ขณะที่คู่แข่งตามมาเป็นอันดับ 3 แม้จะพลาดการป้องกันแชมป์ในฤดูกาลนี้ ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันเจ้าของแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยติดต่อกันต้องเข้ารับการผ่าตัดจากอาการที่บาดเจ็บ พร้อมพบกับความท้าทายครั้งใหม่เพื่อกลับมาทวงบัลลังค์แชมป์อีกครั้งใน FMSCT Thailand Motocross ฤดูกาลหน้า โดยแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” และ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” ส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าทุกคนได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM ค้านแนวคิด ช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นในศึก MotoGP

KTM ค้านแนวคิด ช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นในศึก MotoGP   หลาย ๆ ท่านน่าจะได้ยินข่าวเรื่องที่ทางผู้จัด MotoGP จะทำการปรับกติกา Concession ที่เป็นกติกาสำหรับช่วยให้ทีมใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาแข่งขันในศึกนี้ได้อย่างทัดเทียมกับทีมอื่น ๆ ในรายการ โดยจะมีสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าทีมที่แข่งขันมานานอยู่แล้วหลายข้อด้วยกัน และตอนนี้ทางผู้จัดก็พยายามจะปรับกติกาเพื่อช่วยให้แบรนด์อย่าง Honda และ Yamaha กลับมาแข่งขันกับทีมอื่น ๆ ได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ยังมี KTM ค้านแนวคิด ที่จะช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นนี้ครับ Carlos Ezpeleta ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ Dorna เคยออกมากล่าวในทำนองว่าอยากที่จะเปลี่ยนกติกาทางเทคนิคเกี่ยวกับสิทธิพิเศษเพื่อช่วยเหลือค่ายรถจากญี่ปุ่นที่กำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบค่ายรถยุโรปอยู่ในตอนนี้ แต่ทางเคทีเอ็มไม่เห็นด้วยเนื่องจากไม่เห็นด้วย Pit Beirer ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของค่ายสีส้มในเชิงว่า ความได้เปรียบนั้นเดิมทีแล้วตั้งอยู่บนสิทธิพิเศษที่สืบเนื่องมาจากการเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ไม่กี่ปี และเราไม่สนับสนุนแนวคิดที่จะปรับกติการเพื่อช่วยเหลือค่ายญี่ปุ่น เพราะมันมีเหตุผลของมัน แน่นอนว่าปี 2020 และ 2022 ยามาฮ่ายังมีดีกรีเป็นรองแชมป์อยู่เลย แถมปี 2021 ยังเป็นแชมป์โลก ซึ่งหากคิดตามพื้นฐานคะแนนกติกา Consession แล้วเกินไปเยอะ ส่วนทางด้านค่ายปีกนกเองก็ใช่ว่าจะไม่มีคะแนนเกิน Marc Marquez และ Pol Espargaro เองก็เคยได้โพเดียมมาหลายครั้ง ส่วน Alex Rins ก็ชนะในเรซด้วยซ้ำ นั่นทำให้สองค่ายนี้ไม่ควรได้รับการเพิ่มสิทธิพิเศษใด ๆ และก็เชื่อว่าทางแบรนด์จะหาวิถีทางอื่นให้กลับมาสู้กันได้อย่างสูสี ค่ายอื่น ๆ เขาก็ต้องดิ้นรนเหมือนกันเช่น Ducati ที่กว่าจะกลับมาก็นานมาก ย้อนไปปี 2007 เลย แถม Aprilia เองก็เช่นกัน ทว่าบอสของ Ducati กับ Aprilia นั้นไม่ได้ออกมากล่าวคัดค้านอะไร กลับรออย่างเงียบ ๆ และเปิดใจมากกว่าทางค่ายสีส้มที่มีผลงานดีขึ้นเรื่อย ๆ งานนี้เพื่อน ๆ แฟน ๆ ที่ชื่นชอบ MotoGP มีความเห็นกันอย่างไรกันบ้างครับ แชร์กันได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Pirelli เผย ความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

Pirelli เผย ความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก หลังจากเหตุการณ์อันน่าตระหนกตกใจในศึก WorldSBK ที่ Autodrom Most ประเทศเช็ค ซึ่งก็คือเหตุการณ์ที่ Toprak Razgatlioglu ที่กำลังนำอยู่ในเรซที่ 2 กลับต้องออกจากการแข่งขันไปด้วยปัญหาของยาง ขณะที่กำลังออกจากโค้ง 2 ระหว่างดวลเดือดกับ Alvaro Bautista และล่าสุดทางด้านแบรนด์ยาง Pirelli เผยความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ด้านนักแข่งตุรกีเผยกับทางยามาฮ่าเรซซิ่งว่า “ผมก็แค่พยายามทำให้เต็มที่ แต่ผมโชคร้ายมาก ๆ ผมไม่ได้โกรธทางพีเรลลี่นะ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมยางนี้ถึงเป็นแบบนี้ ผมตกใจมากและมันก็ประหลาดมาก ๆ ด้วย เราแข่งกันมาตั้งหลายเรซแล้ว และผมก็มองหาอนาคตและสู้ต่อไป” นอกจากนี้ยังเผยต่อกับทางสื่อเพิ่มเติมว่า “มันเป็นเรซที่แปลกมาก ๆ ยางหลังผมระเบิด ผมตกใจเพราะผมหันไปมองด้านหลังแล้วผมเห็นยาง มันแปลกมาก ๆ สำหรับผม มันเป็นครั้งแรกเลยในชีวิตผม ผมโอเคนะ ในช่วงหกแล็ปสุดท้ายผมเริ่มที่จะขี่ได้นิ่งขึ้น และผมก็เห็นช่องว่างว่ามันใหญ่ขึ้น มันเป็นเรซที่ดีสำหรับผมและผมก็สนุกกับมัน และผมเองก็คิดว่าแฟน ๆ ทุกคนก็น่าจะสนุกไปกับเรซนี้ด้วย” ด้าน Giorgio Barbier ผู้จัดการฝ่ายแข่งขันของทาง Pirelli ได้ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ “จากการตรวจสอบการแข่งขัน WorldSBK ในเรซ 2 ด้วยยางหลัง C0567 ยางสูตรใหม่ เราพบว่ามียางที่บวมพองแบบนี้ 3 เคสด้วยกัน คือยางของ Jonathan Rea, Remy Gardner และ Razgatlioglu ซึ่งในกรณีของสองคนแรกนั้นการบวมพองของยางนั้นเล็กมาก ๆ และไมส่งผลใด ๆ กับสมรรถนะของยางและผลการแข่งขัน ขณะที่เคสของทาง Toprak นั้นยางนั้นบวมพองมีมากกว่าและจากการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากเซ็นเซอร์นั้นพบว่ายางแบนลงอย่างรวดเร็ว” ทั้งนี้ยังมีการตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นกับยางอยู่และได้ออกมาย้ำว่าจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด แม้ว่านักแข่งยามาฮ่าจะขี่ด้วยความเร็วสูงขนาดไหนก็ตาม และยางของนักแข่งคนอื่นจะไม่มีอาการผิดปกติ แต่เหตุการณ์แบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ดังนั้นเราจะทำการวิเคราะห์เชิงลึกกับอย่างทั้งหมด 3 เคสเพื่อหาสาเหตุต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea-แรงไม่กลัวฝน

Rea แรงไม่กลัวฝน วัดดวงใส่ยางกึ่งฝ่าฝนคว้าชัยเรซแรกที่ Most เข้าสู่การแข่งขันสนามที่ 8 ของฤดูกาลกันแล้วกับการแข่งขันในศึก WorldSBK 2023 การแข่งขันมอรถมอเตอร์ไซค์โปรดักชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยในครั้งนี้ไปแข่งขันกันที่สนาม Autodrom Most ประเทศเช็ก สนามที่มีเลย์เอาต์อันโหดหินเอาเรื่อง กับการแข่งขันในเรซแรกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากสภาพอากาศ และเป็น Rea แรงไม่กลัวฝน ที่วัดดวงใส่ยางกึ่งหรือยาง Intermediate ฝ่าฝนคว้าชัยในเรซแรกไปครอง แม้จะไม่ได้ออกตัวจากโพลโพซิชันก็ตาม ควอลิฟาย เช้าวันเสาร์ ช่วงเวลาของการควอลิฟาย ตำแหน่งโพลตกเป็นของ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ซึ่งนับเป็นโพลที่ 4 ของเขาในฤดูกาลนี้ ครั้งที่ 12 ของเขาในรายการ และครั้งที่ 50 สำหรับยามาฮ่าในศึกนี้ ด้วยการเลือกใช้ยางหลัง SC0 กดเวลาควอลิฟาย ก่อนจะทำลายสถิติเวลาของสนามแห่งนี้ด้วยเวลา 1’30.801 ทำลายสถิติเวลาเดิมที่ Jonathan Rea เป็นคนทำเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว ส่วนอันดับ 2 บนกริดสตาร์ทตกเป็นของ Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) และอันดับ 3 เป็น Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) เรซ 1 การแข่งขันเรซแรกกลายเป็นการแข่งแบบเว็ตเรซ เนื่องจากมีสายฝนตกลงมาอย่างหนักก่อนที่เรซที่ 300 ของรายการจะระเบิดศึกขึ้นจากนั้นก็ค่อย ๆ ซาลง การเลือกยางนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำการบ้านกันอย่างหนัก โดยมีนักแข่งหลายคนเลือกที่จะใช้ยางกึ่งหรือยาง Intermediate ขณะที่บางส่วนเลือกใช้ยางฝน ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดชี้ชะตาของนักแข่งทั้งหลาย นักแข่งที่เลือกยางกึ่งนั้นล้วนได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งนี้เป็นเพราะสายฝนหยุดสนิทในระหว่างการแข่งขัน และแทร็กก็เริ่มแห้งอย่างรวดเร็วซึ่งยางกึ่งตอบโจทย์มากกว่ายางฝน ซึ่งคนที่ใช้ยางฝนนั้นถูกบังคับกลาย ๆ ว่าจะต้องเข้าไปเปลี่ยนยางและเสียเวลาอันมีค่าหลายวินาที และเป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 5 ใช้โอกาสนี้คว้าชัยมาได้เป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้ โดยเข้าเส้นก่อนโพลแมนอย่างToprak Razgatlioğlu และ Danilo Petrucci เข้าเส้นเป็นอันดับ 3 แม้ว่าจะออกจากกริดที่สองก็ตาม โดยนักแข่งบนโพเดียมทั้งหมดล้วนใช้ยางแบบกึ่งทั้งนั้น การแข่งขันยังสนามนี้ยังไม่จบ ติดตามการแข่งขันและสรุปผลตารางคะแนนรวมได้ในวันถัดไปที่ SuperBikeMag.com เช่นเดิมครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha ร่วมลุย SuperBikemag.com Qualifying To Rimba Raid 2023

Yamaha ร่วมลุย SuperBikemag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 Yamaha Riders’ club จัดใหญ่ ร่วมส่งนักบิดประชันทางฝุ่น กับกิจกรรมการแข่งขันในรายการ SuperBikemag.com Qualifying To Rimba Raid Power By Pirelli Scorpion The MXGP Champion’s Tyres 2023 ที่จบไปเป็นที่เรียบร้อย ณ ลานวัดคลองตาอิน หมู่บ้านคชานุรักษ์ ม.9 บ้านคลองตาอิน ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นรายการแข่งขันเพื่อเฟ้นหา 6 นักแข่งสายลุยตัวจริงเสียงจริง ทำผลงานที่ดีสุดจากการแข่งขัน เป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าแข่งขันในเวทีระดับโลก ในรายการ Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย โดยกิจกรรมครั้งนี้ทาง Yamaha Riders’ club ให้บริการเซอร์วิส ทั้งทีมช่าง ทีมเซอร์วิสที่ทางค่ายจัดมาให้ ที่บูทภายในงาน เพื่อรองรับบริการนักแข่ง รวมถึง ให้บริการทดสอบรถ Demo Tenere 700 แอดเวนเจอร์ตัวแรง แถมยังมี WR155R เอ็นดูโร่ไบค์มาให้เหล่านักบิดได้ทดลองภายในงานอีกด้วย ภาพบรรยากาศสุดมันส์ สำหรับบรรยากาศการแข่งขัน เต็มไปด้วยความมันส์ระดับเต็มสิบ ถึงแม้ว่ามีฝนตกลงมาเป็นระยะ ๆ แต่ก็ไม่สามารถทำลายจิตวิญญาณแห่งความท้าทาย ความกระหายในชัยชนะของเหล่านักบิดในสนามแห่งนี้ไปได้แม้แต่น้อย โดยแต่ละมิชชั่นมีทั้งทางดิน ทางหิน ทางฝุ่น หรือแม้กระทั่งทางโคลน ล้วนเติมเต็มรสชาติแห่งความมันส์ของการแข่งขันตลอดทั้งวัน และในช่วงไฟนอลของกิจกรรม การตัดสินเป็นที่เรียบร้อยและได้สุดยอดนักบิดจากฝั่งยามาฮ่า เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่ง Rimba Raid ที่ประเทศมาเลเซียจำนวน 2 ท่านด้วยกันได้แก่ คุณนันทกานต์ ภูเดชศิริ และคุณมานพ อับดุลการี ควบ Tenere 700 ทำผลงานดีที่สุด จบอันดับที่ 1 และ 2 ในรุ่น Class B (Adventure 500 ซีซี – 990 ซีซี)  แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีรางวัลสำหรับผู้ได้รับคัดเลือกทั้ง 6 ท่าน ยังได้รับเสื้อ Scorpion สำหรับใช้แข่ง Rimba Raid จำนวน 3 ตัว ยาง Pirelli Scorpion สำหรับใช้ซ้อมและแข่ง จำนวน 2 คู่ พร้อมทั้งสนับสนุนค่าเดินทาง/ค่าสมัครแข่งมูลค่า 40,000 บาท สุดท้ายนี้ขอแสดงความยินดี ร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้กับนักบิดชาวไทย ที่จะไปแข่งขันทางฝุ่นที่ประเทศมาเลเซียในวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2566 นี้ ลุยกันต่อ  อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda ยกทัพ CRF Series ร่วมศึก SuperBikeMag.com

Honda ยกทัพ CRF Series ร่วมศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 จบไปแล้วกับกิจกรรมสุดมันส์ โดยมี Honda ยกทัพ CRF Series ร่วมศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 Power By Pirelli Scorpion The MXGP Champion’s Tyres ณ ลานวัดคลองตาอิน ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งรายการนี้จะเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสและสนับสนุนให้นักบิดสายทางฝุ่นสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทยไปแข่งขันในรายการ Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งในงานนี้ Honda ได้ขนกองทัพรถสายทางฝุ่นไปแบบชุดใหญ่ทั้ง CRF Series ที่ได้แก่ CRF300L, CRF450RL, CRF1100L Africa Twin รวมไปถึงเจ้า CB500X มาให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีโอกาสทดลองขับขี่ในสนามสำหรับทดสอบกันได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันโดยใช้รถของฮอนด้า ทางฮอนด้าเองก็จะช่วยซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายค่าสมัคร 500 บาท ภายในบูธยังมีการบริการ ช่วยดูแลนักแข่ง และให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถสำหรับผู้ที่เข้าร่วมงานแข่งขันและผู้ที่สนใจโดยมีทีมช่างผู้ชำนาญการมาคอยแสตนด์บายรอช่วยเหลืออย่างขันแข็งอีกด้วย เรียกว่าได้ใจสาวกกันไปเต็ม ๆ ครับงานนี้ สำหรับรุ่นในการแข่งขันในงานก็จะได้แก่ Class A สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 1000 ซีซี แต่ไม่เกิน 1290 ซีซี Class B สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 500 ซีซี แต่ไม่เกิน 990 ซีซี Class C Enduro Open สำหรับรถเอ็นดูโร่ ไม่จำกัดซีซี รถนำเข้าก็แข่งได้ Class C Enduro Production สำหรับรถเอ็นดูโร่ ผลิตในประเทศ และไม่เกิน 250 ซีซี และคลาสพิเศษสำหรับสาวก KTM และ Husqvarna โดยเฉพาะ ไม่จำกัดซีซี   หลังจากจบการแข่งขันสุดโหดเนื่องจากสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักทำให้สภาพสนามนั้นเละเป็นโคลน ยากต่อการขับขี่ แต่สุดท้ายก็ได้ตัวแทนนักแข่งจากประเทศไทยที่ใช้รถ Honda ทั้ง 2 ท่านจากคลาส A ทั้ง 2 คน ได้แก่ พิษณุ ชิมมา Honda CRF1100L Africa Twin คมสัน อุดมทีฆะศิริ Honda CRF1100L Africa Twin สุดท้ายนี้อย่าลืมเป็นกำลังใจให้กับนักแข่งชาวไทยที่ได้ไปสู้ศึก Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซียที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคม – 3 กันยายน 2023 นี้กันด้วยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

ข่าวการแข่งขัน MotoGP

  • All Posts
  • MOTOGP
มาร์ติน ยอมรับ มาร์โก เบซเซคคี อยู่คนละระดับในศึกไทยจีพี 2026

มาร์โก เบซเซคคี เปิดใจหลังจบอันดับ 4 ในไทยจีพี รับ มาร์โก เบซเซคคี เพื่อนร่วมทีม Aprilia ว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนือชั้นและอยู่อีกระดับแล้ว

  • All Posts
  • MOTOGP
Fabio Quartararo Honda 2027

Fabio Quartararo เปิดใจปมย้ายค่ายซบ Honda HRC ในปี 2027 ยอมรับมีการเจรจาจริงแต่ขอเวลาตัดสินใจโปรเจกต์ที่ดีที่สุดเพื่อกลับมาคว้าแชมป์โลก

ข่าวการแข่งขัน WSBK

  • All Posts
  • WSBK
Toprak แชมป์ WorldSBK 2024 กับสนามสุดท้าย SpanishWorldSBK

Toprak แชมป์ WorldSBK 2024 ให้กับ BMW เป็นครั้งแรก เมื่อเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดในการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2024 ศึกตัดสินแชมป์โลกที่สนาม Jerez ประเทศสเปน กับคู่ปรับไฮไลท์ของการแข่งขันที่ใคร ๆ ต่างจับตามอง ระหว่างอดีตแชมป์โลกที่พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ทีม Rokit BMW Motorrad WorldSBK Team ในฤดูกาลแรกอย่าง Toprak Razgatlioglu และอดีตแชมป์ WorldSSP ฤดูกาล 2023 ม้ามืดจากทีม Aruba.it Racing – Ducati อย่าง Nicolo Bulega ที่ทั้งคู่ต่างมีคะแนนที่สามารถพลิกสถานการณ์แชมป์โลกในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยสกอร์ของโทปรัคหลังจากจบแข่งขันที่ EstorillWorldSBK “เกือบ” ชนะแบบเอกฉันท์แต่ทว่า Bulega นั้นยังพอมีโอกาสที่แก้ตัวในสนามสุดท้ายด้วยคะแนนตามหลังแชมป์โลกถึง 46 คะแนน เพราะฉะนั้นโอกาสที่บูเรก้าจะสามารถพลิกสถานการณ์มาเป็นแชมป์โลกได้ คือต้องชนะอันดับ 1 ในทุกเรซของการแข่งขัน (เก็บ 62 คะแนน ทั้ง Race 1, Superpole Race และ Race 2) ในขณะที่โทปรัค ต้องเก็บคะแนนเพิ่มอย่างน้อย 16 คะแนน จึงจะสามารถคว้าแชมป์โลกในฤดูกาลนี้ไปได้ ซึ่งเท่ากับสถานการณ์ดังกล่าวบูเรก้าต้องพึ่งปฏิหารย์เท่านั้นหล่ะครับ ภาวนาให้บังโตอาจขี่ไม่จบทั้ง 3 เรซ จะทำให้ตนสามารถขึ้นมาแซงได้นั่นเอง SpanishWorldSBK 2024 ศึกสุดท้าย ตัดสินแชมป์โลก เมื่อการแข่งขันที่ทุกคนรอคอยมาถึง กับ SpanishWorldSBK ศึกสุดท้ายตัดสินแชมป์โลก ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งของ WorldSBK, WorldSSP, WorldSSP300, WorldWCR รวมถึงรุ่นอื่น ๆ ที่ Jerez Circuit ประเทศสเปน เปิดประเดิมกับรุ่นใหญ่ในช่วงการซ้อมในวันศุกร์ บูเรก้ากลับทำผลงานการซ้อมได้ดีกว่าโดยทำเวลาดีสุดเป็นอันดับหนึ่งในรอบซ้อมแรกที่ 1’39.744 นำอันดับสองอย่างโทปรัคที่ตามมาติด ๆ เพียง 0.022 วินาที ในขณะที่เวลาซ้อมดีที่สุดอันดับสามได้แก่ “เทพโจ” Andrea Iannone ทำเวลาไป 1’39.967 รวมถึงการซ้อมรอบ 2 และ 3 (Free Practice) บูเรก้าสามารถทำเวลาได้ดีกว่าตลอดทั้ง 3 รอบ Bulega คว้าโพล สตาร์ทกริดแรก  @worldsbk Lap record OBLITERATED! 😮‍💨 The first 1’37s lap in Jerez 🔥 #SpanishWorldSBK 🇪🇸 #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK ด้วยรอบการซ้อมที่นักบิดชาวอิตาเลียนจากทีมโรงงาน Ducati สามารถทำได้ดีกว่า รวมถึงรอบ Superpole ที่สามารถคว้าโพลกริดแรก กับผลเวลาควอลิฟายดีสุด 1’37.596 นาที ทิ้งห่างกริดที่สองอย่างโทปรัคเกือบวินาทีที่ 1’38.202 นาทีขณะที่กริดที่สามตกเป็นของทีมโรงงานคาวาซากิอย่าง Alex Lowes 1’38.302 นาที นับเป็นการออกหมัดได้สวยสำหรับทีมดูคาติ แต่ทว่าทีมโรงงาน BMW ดูไม่กดดันมากมายอะไร เพราะต้องการคะแนนอีกเพียง 16 แต้มเท่านั้น ที่จะสามารถคว้าแชมป์ในครั้งนี้ไปได้ ผลการแข่งขัน Race 1 ด้วยสภาพอากาศช่วงบ่ายของวันเสาร์ของค่อนข้าง “เป็นใจ” ทำให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยกริดสตาร์ทแถวหน้าประกอบไปด้วย Nicolo Bulega, Toprak Razgatlioglu และ Alex Lowes แถวสอง Danilo Petrucci, Iker Lecuona และ Locatelli ไล่ตามลำดับจากผลควอลิฟายในรอบซุปเปอร์โพลดังนี้ หลังไฟแดงดับลง บูเรก้าบิดออกตัวนำอย่างรวดเร็วคว้า Hole Shot ในขณะที่โทปรัคตามหลังติด ๆ ตามด้วย Locatelli ที่ออกสตาร์ทได้ดีจากกริดที่ 6 สามารถแซงไล่ขึ้นมาอันดับ 3 ได้ในเรซนี้   

Andrea Iannone ต่อสัญญา 1 ปี ลุย WSBK 2025

Andrea Iannone ต่อสัญญา ลุย WSBK 2025 Andrea Iannone ต่อสัญญา กับ Team GoEleven ไปอีก 1 ปี เตรียมพร้อมลุย WorldSBK ปี 2025 เป็นข่าวดีอีกหนึ่งข่าวสำหรับแฟน ๆ ชาวมอเตอร์สปอร์ต กับอดีตนักแข่งโมโตจีพีอย่าง โดย Andrea Iannone ประกาศเซ็นสัญญาแข่งต่อให้กับต้นสังกัดอย่าง GoEleven ต่อในฤดูกาล 2025 หลังเจ้าตัวโชว์ฟอร์มผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการคว้าโพเดี้ยมอันดับสามของเรซแรกการแข่งขันตั้งแต่สนามแรกของการเปิดฤดูกาล การคว้าโพเดี้ยมอันดับสองรอบซุปเปอร์โพลที่ประเทศบาร์เซโลน่า และสนามอื่น ๆ จนกระทั่งชัยชนะสูงสุดกับตำแหน่งโพเดี้ยมอันดับ 1 รอบเรซแรกที่ อารากอน ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมใน WSBK ฤดูกาลนี้ Iannone เขาสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยตำแหน่งท็อป 7 ของตารางคะแนนรวม กับการแข่งขันที่เหลืออีกหนึ่งสนามซึ่งเป็นสนามของการชิงแชมป์ WorldSBK ที่ประเทศสเปนนั่นเอง “ผมค่อนข้างแฮปปี้ที่ได้ร่วมสนุกต่อกับทีมและตัวแข่งอย่าง Ducati Panigale V2 โดยปีแรกของผมใน WorldSBK Championship เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์และความพึงพอใจครับ และเราจะยังทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาตัวเองเพื่อเป้าหมายใหม่ ๆ”  ถือว่าเป็นนักบิดตัวเต็งอีกคนนึงที่น่าจับตามองเลยไม่น้อย กับดีกรีฝีมือที่นับว่า “เคย” ลงแข่งขันในรายการใหญ่มาแล้ว ตอนนี้คงรอฟอร์มเก่ากลับมาปะทุอีกครั้ง และเชื่อว่าในฤดูกาลหน้าจะต้องสนุกขึ้นอย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • WSBK
Pirelli ไม่หยุดพัฒนา

Pirelli ไม่หยุดพัฒนา เตรียมส่งยางหลังสูตรใหม่ที่ Misano ค่ายยางตัวพียาวเตรียมยางหลังสูตรใหม่บนพื้นฐาน SCX ไปเพิ่มอีก 2 สูตร เพื่อใช้ในการแข่งขัน WorldSBK ในรอบ Pirelli Emilia-Romagna หรือการแข่งขันที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี เป็นการเน้นย้ำว่า Pirelli ไม่หยุดพัฒนา ได้ดีจริง ๆ กล่าวคือนอกเหนือไปจากยางสูตรมาตรฐานอย่าง SCQ, SC0 และ SCX แล้ว ในส่วนของยางหลังนั้นจะมียางใหม่เพิ่มอีก 2 สูตรใหม่ ซึ่งเป็นสูตรกำลังพัฒนาอีกนั่นเอง ตัวเลือกยางสำหรับสนามนี้ มันถึงเวลาสำหรับการพัฒนายางแล้ว เพราะนี่คือการแข่งขันสนามที่ 4 ของการแข่งขัน WorldSBK อีกทั้งสนามนี้พีเรลลี่ยังเป็นไตเติ้ลสปอนเซอร์ของรอบนี้อีกด้วย โดยการแข่งขันสนามนี้จะจัดขึ้นที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli โดยในการแข่งขันในรุ่นใหญ่รุ่นซูเปอร์ไบค์นั้น ยางหลังจะมีสูตรยางกำลังพัฒนาบนพื้นฐาน SCX หรือยางซูเปอร์ซอฟต์สูตรกำลังพัฒนาสูตรใหม่เพิ่มอีก 2 สูตร เข้ามาเพิ่มจากเดิมที่มี SCX, SC0 และ SCQ ซึ่งเคยแสดงศักยภาพใน 3 สนามแรกมาแล้ว ส่วนยางหน้าจะมี SC1 สูตรมาตรฐานและ SC1 A0674 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา ให้เลือกใช้ โดยยางหลัง 2 สูตรใหม่ ได้แก่ SCXA (B0452) และ SCXB (B0453) ต่างจาก SCX ธรรมดาในเรื่องของคอมปาวด์และโครงสร้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้ายางสองสูตรใหม่นี้มีคอมปาวด์เดียวกัน (แต่ต่างจากตัวมาตรฐานนะ) แต่ทั้งสองมีโครงสร้างต่างกัน ขณะที่รุ่น WorldSSP จะยังคงใช้แค่ยางสูตรมาตรฐาน SC1 และ SC2 ในยางหน้า และ SCX และ SC0 ในยางหลัง ทั้งนี้แทร็กของสนาม Misano เคยถูกปรับสภาพผิวแทร็กใหม่หมดในปี 2015 (ออกแบบและสร้างในปี 1969) โดยใช้ยางมะตอยสูตรพิเศษเพื่อสู้กับผลของเกลือและความชื้นเนื่องจากสนามนั้นอยู่ใกล้กับทะเล ตัวผิวแทร็กที่มีความสากผสมกับอุณหภูมิที่สูงมากในช่วงมิถุนายน และโค้งขวาที่สร้างความเครียดเชิงกลกับเชิงอุณหภูมิให้กับไหล่ยางด้านขวามากคือจุดที่ท้าทายมากที่สุดสำหรับยางของสนามแห่งนี้ Giorgio Barbier ผู้อำนวยการด้านการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ เผยว่า “ปีนี้ก็ผ่านมานานแล้ว แต่เรายังไม่ได้นำยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่ ๆ เข้ามาใช้กับยางหลังเลย แต่เราจะทำมันที่ Misano เป้าหมายก็คือพัฒนาสมรรถนะของยาง SCX ให้ดียิ่งขึ้น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้พัฒนายางขึ้นมา 2 สูตรที่มีลักษณะต่างกัน และต่างออกไปจากสูตรมาตรฐาน แม้ว่าทั้งสองจะใช้คอมปาวด์เหมือนกัน แต่ก็ต่างจากตัวมาตรฐานและยังมีโครงสร้างที่แตกต่างกันอีกด้วย มันน่าสนใจมาก ๆ ที่เราจะได้รู้ว่ายางใหม่นี้จะส่งผลอย่างไรบ้างในสนามที่ท้าทายแห่งนี้ และจะยิ่งยากมากขึ้นอีกหากอุณหภูมินั้นสูงขึ้นมาก สั้น ๆ คือมันคือที่ ๆ ทดสอบยางของเราได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea ทำสถิติใหม่ พร้อมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ที่ Estoril ในศึก WorldSBK

Rea ทำสถิติใหม่ พร้อมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ที่ Estoril ในศึก WorldSBK   เรียกว่าเป็นปรากฎการณ์พิเศษจริง ๆ กับยางซอฟต์สูตรใหม่ SCQ จากทาง Pirelli ที่ล่าสุดก็ช่วยให้ Jonathan Rea ทำลายสถิติที่ Estoril ในรอบซูเปอร์โพลในศึก WorldSBK ได้อีกครั้ง โดยทำลายสถิติใหม่เร็วกว่าเวลาเดิมกว่าครึ่งวินาที ด้วยเวลา 1’35.346 นาที คว้าตำแหน่งโพลในการออกสตาร์ทเรซแรกไปได้ WorldSBK Race 1 เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเป็นทาง Razgatlioglu ที่ออกสตาร์ทได้ดีและขึ้นนำ โดยมี Rea ไล่ตามมาติด ๆ โดยในช่วงครึ่งแรกของเรซ ทั้งสองต่างก็ดวลกันเพื่อแย่งชิงชัยชนะทำให้มีการปะทะและแซงกันหลายครั้ง ถัดจากสองคนนำมาเล็กน้อยเป็น Álvaro Bautista, Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และ Scott Redding (BMW Motorrad WorldSBK Team) ที่แย่งชิงอันดับสุดท้ายบนโพเดี้ยม ครึ่งหลังของการแข่งขัน Bautista สบช่องที่จะปิดช่องว่างและยังมีเวลาเหลืออีก 6 แล็ป เขาได้โอกาสขึ้นแซงจากความผิดพลาดของ Rea และแย่งอันดับ 2 มาได้พร้อมกับเปิดฉากรุกไล่ Razgatlioglu กระทั่งในโค้งสุดท้ายนักแข่งชาวสเปนก็สามารถแซงนักแข่งตุรกีได้ในที่สุด ด้วยการใช้วิธีสลิปสตรีมในช่วงทางตรงนั่นเอง โดยการแข่งขันในเรซนี้นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยางหน้า SC1 A0674 สูตรกำลังพัฒนา ส่วนยางหลังจะเป็นยาง SCX สูตรมาตรฐาน มี Rea ที่สวนกระแส และสามารถคว้ารางวัล PIRELLI BEST LAP AWARD ที่สามารถทำสถิติเวลาแล็ปดีที่สุดที่ 1’36.204 นาที จากการใช้ยางหน้าสูตร SC1 A0674 และยางหลังสูตรมาตรฐาน SC0 WorldSSP Race 1 Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team) ออกสตาร์ทได้ดีมาก ๆ และได้ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงก่อน แต่ทว่าเกิดการผิดพลาดตั้งแต่ในแล็ปแรก ทำให้อันดับเขาตกลงไปอยู่อันดับ 6  โดยมีกลุ่มนำเป็น Can Öncü (Kawasaki Puccetti Racing), Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha), Glenn van Straalen (EAB Racing Team), และ Jules Cluzel (GMT94 Yamaha) ที่ดวลกันเพื่อแย่งตำแหน่งบนโพเดียม ครึ่งหลังของเรซแรกเป็น Aegerter นักแข่งชาวสวิสที่สามารถรักษาความเร็วเอาไว้ได้ดี และสามารถทิ้งระยะห่างจากกลุ่มตามได้มากขึ้นเรื่อย ๆ มีนักแข่งอิตาเลียนอย่าง Luca Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team) ที่ใช้โอกาสที่ van Straalen และ Cluzel ประสบอุบัติเหตุ เขยิบขึ้นมาเป็นอันดับ 2 กระทั่งสุดท้ายแล้ว เป็น Aegerter ที่เข้าเส้นก่อนเป็นอันดับแรก ตามมาด้วย Baldassarri และ Bulega ที่เฉือนเข้าเส้นได้ก่อน Öncü ในแล็ปสุดท้าย สำหรับเรื่องของยางนั้นทั้งกริดสตาร์ทต่างเลือกยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐาน แต่ยางหลังนั้นนักแข่งส่วนใหญ่เลือกยาง SCX สูตรมาตรฐานในการแข่งขัน WorldSSP300 Race 1 ในช่วงบ่ายการแข่งขัน WorldSSP300 เรซแรกของสนามนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น และจบลงด้วยชัยชนะของ Marc García (Yamaha MS Racing) และมี Samuel Di Sora (Leader Team Flembbo) จบที่อันดับ 2 ขณะที่อันดับที่ 3 ตกเป็นของโพลแมนอย่าง Yuta Okaya (MTM Kawasaki) สำหรับการแข่งขัน WorldSBK ในวันอาทิตย์ที่

Pirelli จัดยางซอฟต์เน้น ๆ ให้นักแข่ง WSBK หวดที่ Estoril

Pirelli จัดยางซอฟต์เน้น ๆ ให้นักแข่ง WSBK หวดที่ Estoril Pirelli จัดยางซอฟต์เน้น ๆ ให้นักแข่ง WSBK หวดที่ Estoril ประเทศโปรตุเกส เนื่องจากสภาพแทร็กที่ต้องการยางที่หนึบขั้นสุดเท่านั้น โดยยางหน้าจะเป็นยาง SC1 สูตรมาตรฐาน และจัดยางซอฟต์หนัก ๆ ให้ยางหลัง ทั้ง SCQ, SCX และ SC0 สำหรับการแข่งขันสนามที่ 3 ของการแข่งขัน WorldSBK และยังเป็นสนามแรกจากสองสนามที่อยู่ในประเทศโปรตุเกส ซึ่งทางค่ายยางตัวพียาวได้ตัดสินใจนำยางซอฟต์ไปมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้ในรุ่น WorldSBK ก็จะมียางหน้าที่เน้นไปที่ SC1 ยางซอฟต์สูตรมาตรฐาน ตามด้วย SC1 A0674 สูตรกำลังพัฒนา ขณะที่ยางหลังจะมีทั้ง SC0 และ SCX ยางซูเปอร์ซอฟต์ รวมไปถึงยาง SCQ ที่สามารถนำไปใช้ในช่วงซูเปอร์โพลได้อีกด้วย ขณะในรุ่น WorldSSP ยางหน้าจะเป็นยาง SC1 และ SC2 ส่วนยางหลังจะเป็น SCX, SC0 และ SC1 ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เน้นไปที่ยางซอฟต์ โดยสาเหตุที่จะต้องใช้ยางซอฟต์เป็นพิเศษจึงจะช่วยรีดสมรรถนะของรถออกมาได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากสนาม Estoril แห่งนี้มีเลย์เอาท์ที่หลากหลาย และมีความยาก โดยมีโค้งซ้าย 4 โค้ง โค้งขวา 9 โค้ง โดยแต่ละโค้งก็จะมีโหลดจากการเบรกที่หลากหลายต่างกันมาก โค้งขวาของสนามแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโค้งที่ทำความเร็วได้ ทำให้ยางด้านขวาร้อนกว่าปกติ กลับกันโค้งซ้ายกลับมีแต่โค้งชิเคนและโค้งความเร็วต่ำ ทำให้ยางด้านซ้ายร้อนน้อยกว่ามาก ขณะที่ทางตรงก็เป็นจุดที่ต้องรีดความเร็ว ทว่ากลับจบทางตรงด้วยโค้งคว่ามเร็วต่ำที่ต้องการเบรกหนัก ๆ ทำให้ยางรับภาระมาก ทั้งยังมีโค้งความเร็วสูงที่จำต้องเปิดคันเร่งให้ได้เร็วเพื่อทำเวลา ดังนั้นยางจะต้องหนึบเป็นพิเศษเพื่อตอบโจทย์การขับขี่ในแทร็กแห่งนี้นั่นเอง สุดท้ายนี้ก็ต้องรอชมกันว่ายางซอฟต์จากพีเรลลี่รวมไปถึงยางใหม่อย่าง SCQ จะสามารถพิชิตสนามนี้ ทำลายสถิติเวลาสนามได้อย่างที่ผ่าน ๆ มาได้หรือไม่กันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฺBautista แรงไม่แผ่วคว้าชัยเรซ 2

Bautista แรงไม่แผ่วคว้าชัยเรซ 2 ด้าน Rea คว้าชัยเรซที่ 100 กับ Superpole การแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ Assen เป็น Jonathan Rea ที่คว้าชัยในรอบซูเปอร์โพล ขณะที่การแข่งขันในเรซที่ 2 นั้นชัยชนะตกเป็นของ Bautista ซึ่งเป็นการการันตีอย่างดีว่ายางหน้าสูตรใหม่ SC1 A0843 นั้นดีจริง ในการแข่งขันเรซที่ 2 นั้น 5 อันดับแรกนั้นมาจาก 5 ค่ายรถไม่ซ้ำกัน และ Bautista ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำในตารางคะแนนรวม โดยมีคะแนนนำหน้า Jonathan Rea 18 คะแนน นอกจากนี้เรซนี้ยังเป็นโพเดียมแรกในฤดูกาลนี้สำหรับ Locatelli จากทาง Yamaha และ Iker Lecuona จากทาง Honda ขณะที่รุ่น WorldSSP ก็เป็นทาง Aegerter ที่คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซไป การแข่งขัน WorldSBK ที่ Assen (Netherlands) ในวันอาทิตย์นั้นจบลงด้วยการแข่งขันสุดระทึกใจบรรดาแฟน ๆ สุด ๆ โดยในช่วงเช้าเป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่พิชิตชัยในรอบ Tissot Superpole race เหนือ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK) และ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ซึ่งโดนโทษปรับ 1 อันดับจากการขับเกินแทร็กลิมิตไปในแล็ปสุดท้าย  ในการแข่งขัน WorldSBK เรซที่ 2 นั้น เรื่องราวกลับเป็นตรงกันข้าม เมื่อนักแข่งจาก Ducati เป็นฝ่ายคว้าชัยแซงหน้า Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และรุกกี้อย่าง Iker Lecuona (Team HRC) ไปได้ โดยการแข่งขันในช่วงบ่ายนั้นนักแข่งหันมาเลือกยางหน้าสูตรใหม่ A0843 SC1 ยางสูตรกำลังพัฒนา (ตัวเลือก C) มากขึ้น ขณะที่ยางหลังนักแข่งทุกคนต่างเลือกใช้ยาง SCX ยางสูตรมาตรฐาน (ตัวเลือก A) กันหมดเลย  หลังจาก Rea และ Razgatlioglu ต้องออกจากการแข่งขันไปในเรซ 2 ก็เป็น Bautista ที่เข้าเส้นเป็นอันดับแรกและมีคะแนนนำ Jonathan Rea อยู่หัวตารางถึง 18 คะแนนและนำแชมป์โลกคนปัจจุบันมากถึง 45 คะแนน  ส่วนนักแข่งสวิส Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) ก็สามารถคว้าชัยชนะ 3 เรซติดต่อกันมาได้ ทำให้รั้งจ่าฝูงตารางคะแนนรวม โดยทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Lorenzo Baldassarri 30 คะแนนด้วยกัน  WorldSBK Tissot Superpole Race:  ในช่วงประมาณ 11 โมงเช้าการแข่งขัน Tissot Superpole Race ได้เปิดฉากขึ้น และลดการแข่งขันเหลือเพียง 9 แล็ปเท่านั้นเนื่องมากจากดีเลย์เพราะปัญหาบนกริด Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกตัวจากตำแหน่งโพลโพซิชันได้สวยงามมาก ๆ ขึ้นนำ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ที่ซึ่งทำลายสถิติเวลาการแข่งขันใหม่ในแล็ปที่ 3 ด้วยเวลา 1’33.620 นาที เร็วกว่าเวลาในเรซแรกเกือบ 1 วินาที

Toprak ทำลายสถิติอีกครั้งที่ Assen ด้วยยางสูตรใหม่ SCQ

Toprak ทำลายสถิติอีกครั้งที่ Assen ด้วยยางสูตรใหม่ SCQ สำหรับดาวเด่นในศึก WorldSBK ที่ Assen ครั้งนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากยางสูตรใหม่จาก Pirelli ซึ่งก็คือยาง SCQ ที่ช่วยให้ทำลายสถิติเวลาสนามไปได้กว่าครึ่งวินาที ทั้งยังมียางหน้าสูตรกำลังพัฒนา A0843 ที่นักแข่ง WSBK ส่วนใหญ่ถูกใจเลือกใช้ลงแข่งขันอีกด้วย การแข่งขันครั้งนี้ระเบิดศึกกันที่ Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ อดีตแชมป์โลก 6 สมัย Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะไปในเรซแรกในสนามที่ 2 ของการแข่งขัน WorldSBK 2022 และนี่ยังเป็นชัยชนะครั้งที่ 17 ของเขาที่สนาม Assen TT Circuit แห่งนี้อีกด้วย  ในเรื่องของยางนั้น Pirelli นั้นได้รับความพึงพอใจแบบสุด ๆ จากการนำยางใหม่มาใช้ในการแข่งขันที่ Assen โดยในระหว่างช่วงซ้อมอิสระ ยางหน้าสูตรใหม่ที่เป็นยางสูตร SC1 A0843 สูตรกำลังพัฒนา (ตัวเลือก C) ได้รับผลตอบรับในแง่ดีจากนักแข่งหลายคน โดยมีนักแข่งเลือกใช้มากเกินครึ่ง คือ 13 คนจากทั้งหมด 24 คน ในเรซแรก ขณะที่ยางหลังนั้นก็มียางสูตรมาตรฐานอย่าง SCX (ตัวเลือก A) ก็กลายเป็นยางที่ได้รับเลือกแบบเป็นเอกฉันท์มีนักแข่งเลือกใช้มากถึง 22 คนจาก 24 คน  ยางถูกเลือกมานี้ช่วยให้นักแข่งสามารถรักษาความเร็วของตัวเองไว้ได้ตลอดทั้งการแข่งขันและยังสามารถดวลได้อย่างสูสีตั้งแต่แล็ปแรกจนแล็ปสุดท้าย ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันแล้ว ใน 6 อันดับแรกนั้นมีนักแข่งต่างหน้ามากถึง 5 ค่ายกันเลยทีเดียว โดยอันดับที่ 5 ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครคือ Iker Lecuona (Team HRC) ซึ่งฝีมือของเขานั้นอยู่ในระดับไม่พูดถึงไม่ได้ เช่นเดียวกันกับอันดับ 6 อย่าง Loris Baz (Bonovo Action BMW)  นอกจากนี้ยางใหม่เอ็กซ์ตร้าซอฟต์อย่าง SCQ A1359 ยังใช้งานได้ยอดเยี่ยมช่วยให้  Toprak Razgatlioglu กดเวลาทำลายสถิติสนามใหม่ด้วยเวลา 1’32.934 นาที ซึ่งเร็วกว่าสถิติเดิมเกินกว่าครึ่งวินาทีเลยทีเดียว   WorldSBK Race 1: เริ่มการแข่งขันเรซแรกนั้น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกสตาร์ทในตำแหน่งโพลและเขยิบขึ้นเป็นจ่าฝูงโดยมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) และทีมเมทอย่าง Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ไล่ตาม กระทั่งในแล็ปที่ 4 แชมป์โลก 6 สมัยสบช่องขึ้นแซงนักแข่งหมายเลข 1 คนปัจจุบันและขึ้นนำแทน และประคองไว้ได้จนกระทั่งผ่านครึ่งแรกของเรซไปได้  ขณะที่ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ที่ทำความเร็วได้อย่างน่าทึ่งเขยิบไล่ขึ้นมาจนมีตำแหน่งบนโพเดียม กระทั่งในแล็ปสุดท้ายที่เร้าใจสุด ๆ จากการที่นักแข่งจากค่ายแดงดูคาติไล่กัด Razgatlioglu แบบไม่ปล่อยห่างกันไม่กี่วินาที จนกระทั่งแซงนักแข่งจากยามาฮ่าได้ในที่สุด ทั้งยังเปิดฉากโจมตีJonathan Rea หลายคราจนกระทั่งชิเคนสุดท้าย แต่นักแข่งจากค่ายเขียวก็สามารถป้องกันตำแหน่งไว้ได้ดีจนเข้าเส้นเป็นอันดับที่หนึ่ง มี Bautista เข้าเส้นเป็นคนที่ 2 เฉือนกันเพียงเศษ 1 ใน 10 วินาทีเท่านั้น ถัดมาอันดับ 3 ตกเป็นของ  Razgatlioglu โดยในเรซแรกนี้ 6 อันดับแรกเป็นนักแข่งจากค่ายต่างกันถึง 5 ค่าย เลยทีเดียว  ตารางอันดับ WorldSBK Race 1: อันดับ นักแข่ง (ทีม) 1 J. Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK)

ยางใหม่ SCQ ช่วยให้นักแข่ง WSBK

ยางใหม่ SCQ ช่วยให้นักแข่ง WSBK ทำลายสถิติเวลาสนามที่ Aragon ยางใหม่ SCQ ที่เป็นยางเนื้อนุ่มพิเศษเอ็กซ์ตร้าซอฟต์ตัวใหม่ของทางค่ายตัว P ยาวกลายเป็นพระเอกในการแข่งขัน WSBK รอบ Pirelli Aragón Round หลังช่วยให้นักแข่งจากสามค่ายรถสามารถทำลายสถิติเวลาแล็ปของสนามได้ และ Rea ยังสามารถคว้าชัยในเรซแรกด้วยยาง SC1 A0674 ยางสูตรกำลังพัฒนาอีกด้วย เรียกว่าเปิดฤดูกาล WSBK ได้สวยสำหรับ Jonathan Rea ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะครั้งที่ 9 กับสนามแห่งนี้ ขณะที่ในรุ่นรองอย่าง  WorldSSP เป็น Baldassarri ที่สามารถคว้าชัยมาได้ และรุ่นเล็กอย่าง WorldSSP300 ชัยชนะนั้นตกเป็นของ Marc García เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2022 ที่ผ่านมา การแข่งขันวันแรกในศึก  MOTUL FIM World Superbike Championship ได้จัดขึ้นที่สนาม MotorLand Aragón circuit ประเทศสเปน เป็นสนามแรก  ในช่วงควอลิฟายนั้นยางจาก Pirelli ได้รับการไว้วางใจในเรื่องสมรรถนะอย่างมากจากสูตรยางที่เลือกมาในสนามนี้ โดยยางหลังสูตรใหม่ SCQ นั้นช่วยให้ 3 นักแข่งจากสามค่ายรถดัง (Razgatlioglu จาก Yamaha, Bautista จาก Ducati และ Rea จาก Kawasaki) สามารถทำลายสถิติเวลาสนามที่ Rea เคยทำไว้ในปี 2021 ที่ 1’48.458 ด้วยยางสูตรสำหรับควอลิฟายสูตรเก่า โดยสถิติเวลาที่ดีที่สุดของใหม่นั้นตกเป็นของ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ที่สามารถคว้าตำแหน่งโพลแรกของฤดูกาลนี้ไปได้ด้วยเวลา 1’48.267  WorldSBK Race 1 สำหรับเรซแรกนี้เป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่เฉิดฉาย เขาวางใจเลือกใช้ยางหน้า SC1 A0674 ยางสูตรกำลังพัฒนา และยางหลังเป็น SCX และสามารถโชว์ฟอร์มการแข่งขัน และยังป้องกันการรุกไล่จาก Razgatlioglu และ Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) ตั้งแต่โค้งแรกยันโค้งสุดท้ายได้อย่างน่าทึ่งจนสามารถคว้าชัยชนะกลับบ้านจากกากแข่งขันเรซเปิดฤดูกาลของรุ่นใหญ่ได้อย่างสวยงาม ขณะที่ในคลาสซูเปอร์สปอร์ต รุกกี้อย่าง Lorenzo Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team) เป็นฝ่ายคว้าชัยแรกกลับบ้าน เอาชนะ Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) และ Can Öncü (Kawasaki Puccetti Racing) ไปได้ เรซแรกนี้ยางหลังสูตร SCX ยางซูเปอร์ซอฟต์จาก Pirelli ได้รับความเชื่อมั่นในเรื่องของสมรรถนะจากทั้งสองคลาสเลยทีเดียว โดยนักแข่งจากทั้ง 2 คลาสส่วนใหญ่เลือกใช้ทำศึก และส่งผลให้การแข่งขันนั้นสนุกสนานเพราะเต็มไปด้วยการเชือดเฉือนแซงกันไปมาตลอดทั้งเรซแม้ว่าสภาพอากาศจะค่อนข้างเย็นก็ตาม (อากาศ ~16°C ส่วนพื้นแทร็ก ~27°C). WorldSBK Race 1: โพลแมน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกสตาร์ทได้สวยและขึ้นนำมาก่อน แต่ถูก Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) โจมตีตั้งแต่ช่วงทางตรงและฉกอันดับผู้นำไปได้ตั้งแต่ในแล็ปแรก ถัดมาด้านหลังของทั้งสองคนเป็นนักแข่งจากค่ายแดงอย่าง Alvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) และ Michael Rinaldi (Aruba.It Racing – Ducati) และตามมาด้วย Iker Lecuona (Team HRC) ซึ่งการแข่งขันในครึ่งแรกนั้นตื่นตามาก ๆ เพราะตำแหน่งบนโพเดียมนั่นผลัดเปลี่ยนตลอด จากการพยายามโจมตีของแชมป์โลกคนใหม่