SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
2026 MotoGP Calendar ออกแล้ว ! แข่งเมื่อไหร่เช็คได้ที่นี่

2026 MotoGP ปฏิทินการแข่งขันออกประกาศอย่างเป็นทางการมาเป็นที่เรียบร้อย โดยประเทศไทยของเราได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพเปิดการแข่งขันอีกครั้ง

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
KTM ร่วมเฟ้นหายอดนักลุยในศึก

KTM ร่วมเฟ้นหายอดนักลุยในศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 จบไปแล้วกับกิจกรรมสุดมันส์ เมื่อทาง KTM ร่วมเฟ้นหายอดนักลุยในศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 Power By Pirelli Scorpion The MXGP Champion’s Tyres ณ ลานวัดคลองตาอิน หมู่บ้านคชานุรักษ์ ม.9 บ้านคลองตาอิน ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งรายการนี้จะเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสและสนับสนุนให้นักบิดสายทางฝุ่นสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทยไปแข่งขันในรายการ Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งในงานนี้ KTM Thailand ค่ายรถสีส้มจัดใหญ่จัดเต็ม อลังการงานสร้าง ออกบูธยิ่งใหญ่ไม่แพ้รายการระดับโลก พร้อมการสนับสนุนรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้สำหรับคนที่เร็วที่สุดและเก่งที่สุดไปลุยที่ Rimba Raid 2023 ประเทศมาเลเซีย โดยลูกค้าที่ใช้รถและสมัครแข่งกับทาง KTM Thailand ยังมีสิทธิพิเศษอีกมากมาย ฟรี! ประกันอุบัติเหตุในวันแข่ง และสำหรับผู้ชนะจะได้รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้ –         รับเงินรางวัล 40,000 บาท (เมื่อผู้ชนะเข้าแข่งขันในงาน Rimba Raid ที่ประเทศมาเลเซีย ในนามนักแข่งเคทีเอ็มประเทศไทยเท่านั้น) –         รับฟรีชุดแข่ง รองเท้า ถุงมือจากทางเคทีเอ็ม สำหรับใช้แข่งขัน (ยกเว้นหมวกกันน็อค) –         รับฟรีค่าสมัครงาน Rimba Raid ณ ประเทศมาเลเซีย –         รับฟรีสนับสนุนรถแข่ง KTM 790 Adventure R (สำหรับใช้แข่งที่มาเลเซีย) –         รับฟรีรถเดโม่สำหรับใช้ซ้อมก่อนไปแข่งขัน –         รับฟรียาง Pirelli Scorpion จำนวน 2 คู่ ภายในบูธยังมีการบริการดูแลและให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถอีกด้วย มีสินค้าไรดิ้งเกียร์และแอพพาเรลภายใต้แบรนด์เคทีเอ็มไปจำหน่ายในงานอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอยังนำรถจากทางค่ายมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองขับขี่ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย โดยมีรถรุ่นที่นำมาให้ทดสอบดังนี้ KTM 350 EXC-F SIX DAYS, KTM 790 Adventure R, KTM 390 Adventure และ Husqvarna FE 350 สำหรับรุ่นในการแข่งขัน ได้แก่ Class A สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 1000 ซีซี แต่ไม่เกิน 1290 ซีซี Class B สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 500 ซีซี แต่ไม่เกิน 990 ซีซี Class C แบ่งออกเป็นคลาสย่อย ๆ อีก 3 คลาส ได้แก่ Enduro KTM and Husqvarna รุ่นพิเศษสำหรับสาวก KTM และ Husqvarna โดยเฉพาะ ไม่จำกัดซีซี Enduro Open สำหรับรถเอ็นดูโร่ ไม่จำกัดซีซี รถนำเข้าก็แข่งได้ Enduro Production สำหรับรถเอ็นดูโร่ ผลิตในประเทศ และไม่เกิน 250 ซีซี สำหรับผลการแข่งขันในรุ่น Enduro KTM and Husqvarna มีดังนี้ อันดับ

Toprak พา Yamaha สยบ Ducati

Toprak พา Yamaha สยบ Ducati ที่ Imola ในศึก WSBK 2023 การแข่งขันในศึกรถโปรดักชันระดับโลก WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 7 กับสนาม Imola ที่ประเทศอิตาลีซึ่งห่างหายไม่ได้จัดรายการนี้มา 4 ปีแล้ว นับตั้งแต่ที่รายการนี้เลือกใช้สนามแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2001 และในสนามแห่งนี้ก็เกิดเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นขึ้นนั่นคือ Toprak พา Yamaha สยบ Ducati หยุดสถิติการชนะรวดของ Bautista ไปได้ โดยสนามนี้เป็นฝั่งค่ายรถจากเมืองอิวาตะคว้าชัยไปถึง 2 เรซด้วยกัน Race 1 การแข่งขันในเรซนี้เป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล ด้วยเวลา 1’45.959 นาที ส่วนอันดับ 2 เป็นทีมเมทอย่าง Andrea Locatelli และมี Alvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) จบแถวหน้า ออกสตาร์ทเป็นทาง Locatelli ที่ออกจากเส้นได้สวยขึ้นนำเพื่อนร่วมทีม หลังจากเขาเองก็เป็น Axel Bassani (Motocorsa Racing) ต่อมาในแล็ปที่ 5 Razgatlioglu สามารถกลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูง แต่ในแล็ปที่ 12 ก็ถูกแชมป์โลก Bautista มาแย่งไป พร้อมโชว์เหนือ กดเวลาทิ้งห่าง 3.5 วินาที หนีห่าง Razgatlioglu และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซเริ่มต้นท่ามกลางอากาศอันร้อนแรง พื้นแทร็กอันร้อนระอุ หลังจากออกตัวเป็น Locatelli ที่ขึ้นนำก่อนอีกแล้ว กระทั่งในแล็ปที่ 5 Bautista เอาคืน และมี Toprak ตามมาเป็นอันดับ 2 และ Locatelli แต่กระทั่งแล็ปก่อนแล็ปสุดท้าย นักแข่งเลือดตุรกีกลับพลิกขึ้นมาแซงได้และเข้าเส้นก่อน Bautista และ Locatelli คว้าชัยในเรซนี้ไปครอง หยุดชัยชนะต่อเนื่องของนักแข่งชาวสเปนไปได้ Race 2 การแข่งขันยิ่งเดือดขึ้นไปอีกจากอากาศที่ร้อนมากขึ้นอีก จนทางทีมแพทย์ออกโรงแนะนำให้ลดแล็ปการแข่งขันเหลือ 15 แล็ปจากเดิมที่วางไว้ที่ 19 แล็ป จากอากาศร้อนมากเกินไป เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ในเรซนี้กลายเป็นทาง Razgatlioglu และ Bassani ที่เป็นเหมือนคู่ดวลเดือดแย่งชัยชนะกัน หลังจากที่ Bautista ล้มไปในแล็ปแรกและต้องออกจากการแข่งขันไป และผลของการดวลชัยชนะตกเป็นของแชมป์เก่าชาวตุรกีในที่สุด แต่นั่นก็เป็นการการันตีว่า Bassani เป็นนักแข่งจากทีมอิสระที่ดีที่สุดคนนึงในรายการนี้ ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของ Rea ไปครับ จบการแข่งขันสนามนี้ Toprak มีคะแนนไล่ตีตื้นขึ้นมาได้บ้าง แต่ยังห่างจากหัวตาราง Bautista อยู่มากถึง 70 คะแนน แต่ก็มีคะแนนทิ้งห่างอันดับ 3 ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมอย่าง Locatelli มากถึง 113 คะแนนเลยทีเดียว ตารางคะแนนรวม อันดับ นักแข่ง รถ คะแนน 1 Alvaro Bautista Ducati 391 2 Toprak Razgatlioglu Yamaha 321 3 Andrea Locatelli Yamaha 208 4 Jonathan Rea Kawasaki 201 5 Axel Bassani Ducati 179 6 Michael Ruben Rinadi Ducati 129 7 Danilo Petrucci Ducati 117 8 Alex Lowes

Kawasaki มีเฮ FIM

Kawasaki มีเฮ FIM ปรับลดรอบค่ายแดง เพิ่มรอบค่ายเขียวอีก Kawasaki มีเฮ FIM ปรับลดรอบค่ายแดง Ducati เพิ่มรอบค่ายเขียวอีก หลังล่าสุด Bautista ทำผลงานยึดครองอันดับ 1 มาแทบจะทุกเรซทุกสนาม ทำให้มีการปรับลดรอบลง 250 รอบต่อนาที ตามข้อบังคับของทางสมาพันธ์ฯ ส่วนทางคาวาซากิจะได้ปรับขึ้น 250 รอบแทน โดยการบังคับนี้จะเริ่มมีผลทันทีตั้งแต่ที่สนาม Imola เลย ตอนนี้ Panigale V4R มีรอบสูงสุดอยู่ที่ 15,600 รอบ ลดลงมาจาก 500 รอบ ขณะที่คาวาซากิ ZX-10RR เมื่อเพิ่มรอบเป็น 15,100 รอบ เพิ่มขึ้นมาแล้ว 500 รอบ นับจากตอนเปิดฤดูกาล ซึ่งถ้าเทียบสเปกรถแข่งกับรถสแตนดาร์ดแล้วฝั่งค่ายแดงนั้นรอบลงมาถึง 900 รอบ ขณะที่ค่ายเขียวเพิ่มมาถึง 1,100 รอบจากรถเดิมที่ 14,000 รอบ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้นั้นอย่าเพิ่งไปว่าคาวาซากิเขาเป็นลูกรักนะครับ จริง ๆ แล้วมันเป็นระบบและกติกาของทาง WorldSBK เขาอยู่แล้ว หากไม่นับซูเปอร์โพลเรซ Bautista นั้นชนะไปแล้ว 12 เรซ ทั้งยังมีดูคาติคันที่ 2 อยู่บนโพเดียมอีก 4 เรซจากทั้งหมด 6 เรซล่าสุด นอกจากนี้ Bautista ยังนำตลอด โดยที่ Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea ได้แต่มอง ซึ่งนั่นทำให้เกิดการลดรอบครั้งนี้ขึ้นตามกติกา และทางด้าน Kawasaki เองก็ต้องดิ้นรนมากเพราะ Jonathan Rea ได้มาแค่เพียง 2 โพเดียมจากสามสนามล่าสุด ส่วน Alex Lowes ทีมเมตทำได้แค่เพียงติดท็อป 5 เพียงครั้งเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่มากเกินไประหว่างสองค่ายนี้ทำให้สามารถเพิ่มลิมิตของรอบสูงสุดของเครื่องยนต์ได้ อย่างไรก็ดีเรื่องการเปลี่ยนแปลงรอบนี้อาจจะไม่ได้ทำให้ Bautista นั้นช้าลง และอาจจะส่งผลเสียกับนักแข่งที่ใช้ Ducati คันอื่น ๆ อีกด้วย เพราะนักแข่งสเปนผู้นี้ทำเวลาได้ดีจากการเร่งออกจากโค้งและเปิดคันเร่งหนัก ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นการใช้รอบปลาย กลับกันนักแข่งคนอื่น ๆ นั้นได้ประโยชน์จากรอบปลาย ๆ ที่มีแรงม้ามาก แต่คราวนี้จะต้องเสียไปเพราะรอบที่โดนลดลงมา ทว่าที่แน่ ๆ เป็นทางค่ายเขียวที่จะได้ประโยชน์เพราะรอบที่มากขึ้นจะทำให้มีแรงม้ามากขึ้นตามมาด้วย และยังให้อิสระในการเลือกเกียร์ในบ้างโค้ง Rea และ Lowes อาจจะลากเกียร์ใดเกียร์นึงในโค้ง แทนที่จะชิฟต์เกียร์ขึ้นและเสียแรงบิดไป ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความแตกต่างในตอนออกโค้ง ทว่าแค่ 250 รอบนั้นไม่ใช่อะไรที่จะการันตีผลลัพธ์ที่จะดีขึ้นได้ครับ งานนี้ก็ต้องตามลุ้นกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

F1 คืออะไร

F1 คืออะไร จะมาแข่งไทยจริงหรือ? แว่ว ๆ มาอีกแล้ว สำหรับกระแสของการแข่งขัน F1 ว่าจะมาแข่งขันที่ประเทศไทย แต่เชื่อมั้ยว่ามันเป็นไปได้ยากมาก ๆ ที่จะมีรายการแข่งขันนี้ในประเทศไทย ซึ่งบทความนี้จะมาอธิบายว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น แต่ก่อนอื่นก็ต้องไปทำความรู้จักกันก่อนว่า F1 คืออะไร กันก่อนดีกว่าครับ F1 คือการแข่งขันรถสูตร 1 หรือ Formula 1 ชื่อเต็ม ๆ ก็คือ FIA Formula One World Championship เป็นรายการแข่งขันในระดับที่สูงที่สุดสำหรับการแข่งขันรถประเภทล้อเปิด ซึ่งเจ้ารถที่ว่านี้ถือเป็นที่สุดของความเร็วที่ยานพาหนะมีล้อจะทำได้เลยก็ว่าได้ โดยตัวรถมีเครื่องยนต์แบบ V6 เทอร์โบชาร์จขนาด 1.6 ลิตร ให้แรงม้ากว่า 1000 แรงม้า กับน้ำหนักรถเพียง 768 กก. ใช้ยางสลิกขนาดพิเศษจากทาง Pirelli ตัวรถยังออกแบบโดยคำนึงแอโรไดนามิกขั้นสูง จนทำให้รถสามารถทำท็อปสปีดในสนามได้สูงสุดกว่า 370 กม./ชม. เลยทีเดียว ซึ่งนี่คือสเน่ห์อย่างนึงของการแข่งประเภทนี้ซึ่งโดนใจไบเกอร์อย่างเรา ๆ หลายคนเลยทีเดียว อีกทั้งการแข่งขันรายการนี้ทีมเข้าร่วมแข่งขันกว่า 10 ทีมและมีแบรนด์ดัง ๆ มากมายเช่น Ferrari, Alpine, Alfa Romeo, Aston Martin หรือแม้กระทั่ง Honda เข้าร่วม ทั้งยังตระเวนแข่งไปยัง 22 สนามทั่วโลก ทำให้มีแฟน ๆ ที่คลั่งไคล้ความเร็วระดับขีดสุดที่เข้าไปชมถึงขอบสนามของรายการนี้รวมกันทั้งปีมากกว่า 5 ล้านคน แต่ถ้าหากนับแฟน ๆ ที่ชมจากทางบ้านนั้นมีการประเมินไว้ว่ามากถึง 1.55 พันล้านคนเลยทีเดียว ทีนี้วกกลับเข้าเรื่องว่าทำไมมันถึงยากเย็นจนถึงขั้นเรียกว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยกับการที่รายการนี้จะมาแข่งขันที่ไทย อนึ่งเลยการแข่งขันนี้คือการแข่งขันระดับสูงสุดของโลกมอเตอร์สปอร์ต ต้องการสนามที่ได้มาตรฐานสูงสุดซึ่งก็คือ FIA Grade1 ถึงจะสามารถให้รายการแข่งขันอันยิ่งใหญ่นี้จัดขึ้นในสนามดังกล่าวได้ ซึ่งการที่จะได้สนามระดับนี้ต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อจัดการปัจจัยต่าง ๆ ที่ทางสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติกำหนดไว้ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัยในส่วนต่าง ๆ ของสนาม ไปจนถึงพื้นผิวของแทร็ก และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จะต้องเพียงพอในการรองรับนักแข่ง ทีมงาน หรือผู้ชม ซึ่งแต่ละเรซนั้นจะมีผู้เข้าชมไม่น้อยกว่า 200,000 คน แน่นอนว่าหากจะสร้างสนามที่จะรองรับสิ่งที่ทาง FIA กำหนดมาได้นั้นจะต้องใช้เงินถึงหลักพันล้านเลยทีเดียว แต่นั่นยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่าย ยังมีค่าใช้จ่ายในการเซ็นสัญญาเพื่อจัดการแข่งขันซึ่งก็ใช้เงินแบบคิดกันกลม ๆ ก็ประมาณ 40 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรือราว ๆ 1,400 ล้านบาทเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก อาทิค่าการตลาดและค่าโปรโมตการแข่งขัน ค่ารักษาความปลอดภัยต่าง ๆ รวมไปจนถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่ารวม ๆ กันทั้งหมดก็หลายพันล้านบาทเลยทีเดียว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนแฟน ๆ รถแข่งสูตร 1 ในบ้านเรายังมีไม่มากพออีก ค่าตั๋วเข้าชมที่มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 8,000 บาท ก็น่าจะมีส่วนให้มีการเข้าชมน้อย หรืออาจจะไม่มากพอ ซึ่งเมื่อมองในมุมของนักลงทุนแล้วก็ต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าเสมอ ยกตัวอย่างลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกที่เกิดขึ้นกับไทยเมื่อปีที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่ใช้เงินน้อยกว่านี้มาก รวมถึงฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมมาก ๆ ในบ้านเรายังเกิดปัญหาจนเป็นข่าวใหญ่ไปทั่ว ดังนั้นดีลรายการแข่งนี้ที่เป็นดีลยักษ์ใหญ่จึงยิ่งยากที่จะประสบความสำเร็จในไทยได้ สรุปแล้วความฝันที่จะมาตอบโจทย์ชาวไบเกอร์ที่ชอบความเร็วอย่างเรา ๆ ที่นอกจากจะได้ชม MotoGP ในไทยแล้ว ยังอยากชม F1 ด้วยนั้นคงเป็นไปได้ยากมาก ๆ เลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli เซ็นสัญญา ซัพพอร์ตยางแข่ง Moto2 และ Moto3

Pirelli เซ็นสัญญา 3 ปี ซัพพอร์ตยางแข่ง Moto2 และ Moto3 ข้อตกลงใหม่ยืนยันคอนเฟิร์มแล้วหลัง Pirelli เซ็นสัญญา ซัพพอร์ตยางแข่ง Moto2 และ Moto3กับทาง Dorna Sports แล้ว งานนี้เราก็จะได้เห็นยางอิตาเลียนระดับตำนานแบรนด์นี้ไปเข้าร่วมแพ็ดด็อกของรายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง MotoGP ตั้งแต่ปี 2024 ถึงปี 2026 พีเรลลี่จะได้กลายเป็นผู้สนับสนุนยางรายการ Moto2 และ Moto3 อย่างเป็นทางการเพียงหนึ่งเดียว โดยสัญญาสามปีนี้ได้รับการสรุปแล้ว และเราจะได้เห็นยางอิตาเลียนแบรนด์นี้ได้กลายเป็นส่วนนึงในการแข่งขันในรุ่นเล็กและรุ่นกลางในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ทั้งนี้ Pirelli เองได้เป็นผู้สนับสนุนยางรายเดียวของการแข่งขันทุกคลาสในศึก MOTUL FIM Superbike World Championship และตอนนี้ได้ขยายไปยังรายการแข่งขันสองล้ออื่น ๆ ซึ่ง Moto2 และ Moto3 ซึ่งเป็นคลาสที่คอยป้อนนักแข่งส่งสู่เวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ซึ่งทางพีเรลลี่จะซัพพอร์ตยางสลิก DIABLO™ Superbike ทั้ง 2 คลาส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาสำคัญของทาง Pirelli ที่ว่า ‘We sell what we race, we race what we sell’ ซึ่งหมายความว่า “เราขายยางที่เราใช้แข่ง เราแข่งด้วยยางที่เราขาย” และด้วยสัญญาในครั้งนี้จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการพัฒนาของทางพีเรลลี่ทั้งในแง่ของการเติบโตทางการค้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี ซึ่งแพ็ดด็อกของ MotoGP เปรียบเสมือนแล็ปทดลองทางการแข่งขันที่ดีที่สุดของโลกสองล้อ และยังส่งเสริมผลักดันในเรื่องของนวัตกรรมด้านความปลอดภัย สมรรถนะและความยั่งยืนที่จะถ่ายทอดต่อไปยังลูกค้าตัวจริงบนท้องถนน ข้อตกลงนี้ยังรวมไปถึงรายการอื่น ๆ ที่มุ่งหน้าสู่การแข่งขัน MotoGP ซึ่งจะทำให้พีเรลลี่กลายเป็นผู้สนับสนุนยางเพียงรายเดียวให้กับทุกคลาส ไม่ว่าจะเป็นรายการ Finetwork FIM JuniorGP World Championship รายการ Idemitsu Asia Talent Cup รายการ Northern Talent Cup และ Red Bull MotoGP Rookies Cup รวมไปถึง FIM MiniGP World Series ซึ่งเป็นรายการสร้างนักแข่งหน้าใหม่อายุน้อยป้อนสู่รายการระดับสูงสุดอย่าง MotoGP หรือรายการแข่งขันอื่น ๆ ทั่วโลก อย่างไรก็ดีรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับประเภทยางที่จะใช้ยังไม่เปิดเผย Aldo Nicotera รองประธานอาวุโสและหัวหน้าแผนกมอเตอร์ไซค์และจักรยานของ Pirelli กล่าวว่า “เรายินดีที่ Dorna เลือกเราเป็นซัพพลายเออร์ยาง Moto2 และ Moto3 สำหรับ 3 ฤดูกาลถัดไป นี่จะเป็นการยืนยันถึงพลังของเราในโลกมอเตอร์สปอร์ตที่มากขึ้นและยังเป็นสัญญาณอันชัดเจนของการเห็นคุณค่าในงานที่เราทุ่มเทกับศึก Superbike World Championship มาตลอด 20 ปี และด้วยสัญญาใหม่นี้ เราจะร่วมมือกับอนาคตใหม่ของวงการมอเตอร์ไซค์เพื่อไปสู่การแข่งขันระดับท็อปอย่าง WorldSBK และ MotoGP รวมไปถึงการซื่อสัตย์กับปรัชญาของเราที่เป็นแรงผลักดันเรามาโดยตลอด เราจะยังดำเนินต่อไปด้วยการใช้ยางที่เราขายในท้องตลาดและนักบิดทั่วไปหาซื้อได้” Carlos Ezpeleta ประธานฝ่ายกีฬาจาก Dorna Sports กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อนรับ Pirelli เข้าสู่แพ็ดด็อกในฐานะผู้สนับสนุนยางรายเดียวสำหรับ Moto2 และ Moto3 รายการแข่งขันเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในโลกมอเตอร์สปอร์ต ยังเป็นคลาสผลิตนักแข่งที่แข็งแกร่งและยังเป็นการแข่งขันในระดับสูงทั้งในด้านการกีฬาและคุณค่าทางการตลาด เราดีใจมากที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทาง Pirelli และได้ทำข้อตกลงร่วมกัน การได้ต้อนรับพาร์ทเนอร์ใหม่ ๆ ยังช่วยสร้างสายสัมพันธ์และมิตรภาพที่ดีในอุตสาหกรรมสองล้อด้วย และเราตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับพีเรลลี่ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งรวมไปถึงด้านของสมรรถนะ ความเชื่อมโยงกับรถขี่ถนนตลอดไปจนถึงเรื่องของความยั่งยืน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli-เตรียมรุก-MotoGP

Pirelli เตรียมรุกรายการ MotoGP ปี 2024 Pirelli เตรียมรุกรายการ MotoGP ปี 2024 เป็นที่แน่นอนแล้ว โดยเป็นผลจากการเจรจาของ Giorgio Barbier  แต่จะยังเป็นแค่ผู้สนับสนุนยางเพียงผู้เดียวสำหรับรายการ Moto2 และ Moto3 ก่อน หลังจากที่ทาง Dunlop หมดสัญญากับทางผู้จัดอย่าง Dorna Sports แล้ว การรุกในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความตั้งใจและเป้าหมายที่จะเป็นสุดยอดยางของทางแบรนด์ยางอิตาลี ในการพยายามที่จะเข้ามามีส่วนในการแข่งขันจักรยานยนต์ในระดับโลกที่มีผู้ชมมากที่สุด โดยจะเป็นการเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนยางรถแข่งในรุ่น Moto2 และ Moto3 ตั้งแต่ฤดูกาล 2024 หรือฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป ซึ่งก่อนหน้านี้ทางค่ายตัว P ยาวค่ายนี้ก็เคยสนับสนุนรายการ WorldSBK มาอย่างยาวนาน และหากท่านติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตท่านก็น่าจะรู้ว่าพีเรลลี่ยังสนับสนุนการแข่งขันอย่าง Formula 1 ที่เทคโอเวอร์ต่อมาจากยางญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2011 ทั้งยังสนับสนุนรายการเวิล์ดแรลลี่อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายการอื่น ๆ ที่รอง ๆ ลงมาไม่น้อยกว่า 30 รายการ ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมไปถึงซัพพอร์ตทีมใหญ่ ๆ ใน MXGP เรียกว่าหลากหลายประเภทจริง ๆ อย่างไรก็ดีการสนับสนุนน่าจะยังจำกัดแค่เพียงรุ่น Moto2 และ Moto3 เท่านั้น เนื่องจากสัญญากับทาง Michelin นั้นยังไม่หมด เพราะยางฝรั่งเศสก็เพิ่งจะได้สิทธิ์ต่อมาจากยางบริดจสโตนเมื่อปี 2016 และดีลกันยาวไปถึงปี 2026 ดังนั้นในปี 2027 เราก็คงจะต้องไปลุ้นกันอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร การเข้ามาสนับสนุนยางในรุ่น Moto3 ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคครั้งใหญ่นับตั้งแต่ปี 2012 เลยทีเดียว ส่วนใน Moto2 จะนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นับตั้งแต่มีการเข้ามาสนับสนุนเรื่องเครื่องยนต์ของทาง Triumph นับตั้งแต่ปี 2019 เรียกได้ว่าเป็นการรุกคืบ แต่ก็เป็นการรุกที่กระทบทั้งวงการมอเตอร์ไซค์เลยทีเดียว การที่ Pirelli ได้ไปซัพพอร์ตรายการแข่งรถโปรโตไทป์นอกเหนือไปจากรถโปรดักชันเท่ากับว่าค่ายยางอิตาลีจะมีข้อมูลและประสบการณ์ที่มากขึ้น ทำให้สามารถพัฒนายางรุ่นใหม่ ๆ ออกมาได้ดีมากขึ้น และแน่นอนว่าผู้ใช้อย่างเราก็จะได้ประโยชน์มากขึ้นไปด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Riders’ club พาลูกค้าร่วมซิ่งในงาน SuperBikeMag.com Trackday ที่พีระ

Yamaha Riders’ club พาลูกค้าร่วมซิ่งในงาน SuperBikeMag Trackday ที่พีระ ล่าสุดทาง Yamaha Riders’ club พาลูกค้าร่วมซิ่งในงาน SuperBikeMag Trackday & Trophy 2023 สนามแรกที่พีระเซอร์กิต จ.พัทยา โดยในงานนี้ทางยามาฮ่านั้นได้เปิดพิทไว้สำหรับรับรองลูกค้ามากถึง 4 พิท พร้อมกันนี้ยังได้นำชุดเรซซิ่งสูทมาให้บริการลูกค้าที่ไม่มีชุดสำหรับขับขี่ในสนามได้มีโอกาสได้เปิดประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ หรือการขับขี่ในสนามในแบบเดียวกับนักแข่งอีกด้วย ที่สำคัญคือมีทีมช่างผู้มากประสบการณ์มาช่วยเซ็ตอัปรถให้สามารถขับขี่ในสนามได้อย่างปลอดภัยและมีสมรรถนะที่เหมาะสมมากขึ้นอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอลูกค้าหรือสาวกของยามาฮ่ายังสามารถที่จะร่วมขับขี่ทั้งในวันเสาร์ที่เป็นวันสำหรับขับขี่แทร็กเดย์หรือจะเป็นในวันอาทิตย์ที่เป็นวันสำหรับแข่งขันซึ่งทางยามาฮ่าเองก็มีรุ่นแข่งขันสำหรับให้นักบิดค่ายส้อมเสียงผู้มีใจรักการซิ่งโดยเฉพาะ ได้แก่ รุ่น R6 Trophy หรือจะเป็นรุ่น Big Scooter Open A และ Open B รวมไปถึงรุ่นยามาฮ่าไรเดอร์สคลับ โทรฟี่ ที่เปิดโอกาสให้นักบิดทั้งสายซูเปอร์สปอร์ต สายเน็กเก็ตหรือสายสกู๊ตเตอร์ได้ขับขี่กันในสนามแบบเดียวกันกับนักแข่ง โดยการขับขี่แบบเดียวกันกับนักแข่งก็คือการขับขี่ที่มีทั้งรอบของการควอลิฟาย การออกสตาร์ทจากกริดโดยที่ตาต้องไม่ละไปจากสัญญาณไฟ เมื่อไฟดับลงก็ออกไปซิ่งทำเวลาและสะสมคะแนน โดยมีรางวัลรออยู่มากมายทั้งถ้วยรางวัลสวย ๆ และของรางวัลรวมกันหลายแสนบาทกันเลยทีเดียว ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมาก ๆ กิจกรรมนึงเลยที่ทาง Yamaha Riders’ club ได้จัดให้กับลูกค้าที่ใช้รถยามาฮ่า ซึ่งสนามที่ 2 ของกิจกรรม SuperBikeMag Trackday & Trophy 2023 ก็จะไปจัดกันต่อที่สนามไทยแลนด์เซอร์กิต จ.นครปฐม งานนี้ใครเป็นสาวกเลือดสีน้ำเงินก็ลองติดต่อไปทางยามาฮ่าไรเดอร์สคลับแล้วบอกอยากร่วมกิจกรรมนี้ รับรองว่าได้รับการบริการเป็นอย่างดีแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เผยจะออกจาก Yamaha

Toprak เผยจะออกจาก Yamaha หลังจบฤดูกาลนี้ ในปี 2023 นี้มีนักแข่งที่จะหมดสัญญาลงเมื่อจบการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship 2023 นี้ และหนึ่งในนั้นก็คือ Toprak Razgatlioglu แชมป์โลก WorldSBK 2021 โดย Toprak เผยจะออกจาก Yamaha เพื่อแสวงหาความท้าทายใหม่ แม้ว่าจะยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะไปลงเอยกับสังกัดค่ายรถใด Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกีย้ายมาร่วมทีมกับยามาฮ่าในปี 2020 และเปิดตัวได้อิมแพ็กต์แบบเน้น ๆ ด้วยการควบ YZF-R1 คว้าชัยในเรซแรกที่ Phillip Island ในเรซแรกกับยามาฮ่าทันที และจบฤดูกาล 2020 ด้วยชัยชนะเพิ่มขึ้นอีก 2 เรซที่ Estoril และในปีต่อมาเขาก็คว้าแชมป์โลกได้ด้วยการชนะไปทั้งหมด 13 ครั้ง 29 โพเดียมจากทั้งหมด 37 เรซในปี 2021 เอาชนะ Jonathan Rea คู่แข่งจาก Kawasaki Racing Team WorldSBK ไปแบบระทึกเร้าใจตลอดทั้งฤดูกาลและหยุดสถิติการคว้าแชมป์โลกติดต่อกันของเขาไปได้ ฟอร์มการแข่งขันของเขายังดีต่อเนื่องมาถึงปี 2022 ด้วย และยังจบการแข่งขันฤดูกาลนี้ด้วยชัยชนะที่มากขึ้นคือ 14 เรซ แต่ก็ยังจบด้วยการเป็นรองแชมป์ โดยมี Alvaro Bautista จาก Aruba.it Racing – Ducati แม้ว่าตัวเขาจะทำสถิติใหม่ด้วยการเป็นนักแข่งที่มีชัยชนะมากครั้งที่สุดกับทางยามาฮ่าแซงหน้าสถิติเดิมของ Noriyuki Haga ที่เคยชนะรวมกันทั้งหมด 27 ครั้ง และในปี 2023 นี้เขาก็คว้าไปแล้ว 11 โพเดียมจากการแข่งขัน 12 เรซ รวมถึงชัยชนะ 1 ครั้งในรอบซูเปอร์โพลเรซที่ Mandalika อีกด้วย โดยนักแข่งชาวตุรกีผู้นี้มีสถิติชนะ 31 ครั้งกับยามาฮ่า 47 โพเดียมกับ R1 และเคยไปเทสต์รถแข่ง MotoGP อีก 2 ครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จะออกจากทีมโรงงานหลังจากที่เขาเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว ซึ่งนับเป็นคนแรกเลยหลังจากที่ Ben Spies ช่วยค่ายส้อมเสียงคว้าแชมป์โลกมาแล้วในปี 2009 ซึ่งก็ถือว่าจะเป็นการจบความร่วมมือกัน 4 ปีกับทางยามาฮ่า ซึ่งก่อนหน้านี้เขาอยู่กับทางค่ายเขียว Kawasaki Puccetti Racing 2 ฤดูกาล โดยคว้ามาได้ทั้งหมด 15 โพเดียมกับ ZX-10RR โดยฤดูกาลแรกของเขาเริ่มต้นกับสนาม Donington Park และชัยชนะครั้งแรกของเขาเกิดขึ้นในฤดูกาลต่อมากที่ Magny-Cours ซึ่งเขาสามารถชนะในเรซแรกและในรอบซูเปอรโพลเรซได้แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดที่ 16 ก็ตาม นักแข่งวัย 26 ปีเผยว่า “ผมอยากที่จะบอกกับครอบครัวยามาฮ่าทุกคนว่าขอบคุณมาก ๆ สำหรับความรักและความเคารพที่พวกเขามีให้กับผม การที่ผมได้แชมป์โลกนั้นเคยเป็นความฝันของผมตอนที่ผมเซ็นสัญญากับยามาฮ่า และเราก็ไปถึงเป้านั้นด้วยกันแล้ว สำหรับฤดูกาลถัดไปผมรู้สึกว่าผมต้องการความท้าทายใหม่ ๆ และในขณะที่ผมมีโอกาสที่จะได้ไปทดสอบรถ MotoGP ผมไม่รู้สึกว่าผมต่อติดกับรถแข่ง MotoGP เหมือนตอนขี่รนถ WSBK เลย แต่ถ้าผมอยู่ต่อล่ะก็ผมต้องการเป้าหมายใหม่ ความทะเยอทะยานครั้งใหม่ ผมขอโทษที่ต้องออกจากยามาฮ่า ออกจากแบรนด์และกลุ่มผู้ติดตาม เนื่องจากเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่การเปลี่ยนแปลงคือส่วงนึงของกีฬาทุกชนิด และเป็นปกติของมืออาชีพทุกคน ขอขอบคุณ ยามาฮ่า มอเตอร์ คอมพานี  ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป และยามาฮ่า มอเตอร์ ตุรกี มาก ๆ รวมไปถึงขอบคุณทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK ด้วย และโดยเฉพาะกับทีมงานของผมซึ่งทำงานหนักให้กับผมมาตลอด” อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ในศึก WSBK 2023 สนามที่ 4 การแข่งขัน WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 4 ที่สนาม Barcelona-Catalunya แล้ว ทว่าชัยชนะส่วนใหญ่แทบจะไม่เปลี่ยนไปจากมือของ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) เลย ยิ่งสนามนี้ด้วยแล้ว เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีก กับสนามบ้านเกิดของเขาอีกครั้ง Superpole   แม้ว่าจะมีธงแดงตีขึ้นในรอบซูเปอร์โพล แต่ Bautista กลับยังทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’40.264 นาทีคว้าตำแหน่งโพลในเรซแรกไปก่อน โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ทำผลงานได้โดดเด่นออกจากสตาร์ทจากเส้นเป็นอันดับ 2 รองจากแชมป์โลกคนล่าสุด และปิดท้ายกริดสตาร์ทแถวแรกด้วย Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ส่วนทางด้าน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กลับตกไปถึงอันดับแปด โดยนักแข่งทุกคนล้วนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งที่ออกสตาร์ทจากกริดแถวหน้าต่างเลือกใช้ยาง SC1 ซึ่งในรอบควอลิฟายนี้จัดขึ้นท่ามกลางแสงแดดพร้อมกับอุณหภูมิแทร็กค่อนข้างสูงที่ 40 องศา Race 1 บนกริดสตาร์ทของเรซแรก นักแข่งส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 และยางหน้าสูตร SC2 แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติก็เลือกยางต่างกันออกไป ซึ่งรวมไปถึง Bautista ที่เลือกใช้ SC1 ในส่วนของยางหน้า ระหว่างการแข่งขันแล็ปที่ 4 มีธงแดงสะบัดขึ้น จนต้องออกสตาร์ทกันใหม่และลดรอบลงเหลือ 17 แล็ป อย่างไรก็ดี Bautista ก็ยังคงฉายเดี่ยวนำม้วนเดียวจนจบ ทั้งยังทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 8 วินาที ยังไม่พอทำสถิติเวลาแล็ปอีกด้วย ถัดมาเป็นการดวลแย่งที่สองกันระหว่าง Razgatlioglu และ Rea แต่สุดท้ายเป็นฝ่ายยามาฮ่าที่เข้าเส้นได้ก่อนตามมาด้วยนักแข่งจากค่ายเขียว Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซมีการเลือกยางที่ค่อนข้างซับซ้อนไปกว่าการแข่งขันปกติเนื่องจากมีฝนโปรยลงมาเบา ๆ ทำให้แทร็กชื้นในช่วงราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น นักแข่งบางคนออกไปขี่ในแล็ปไซติ้งด้วยยางกึ่งหรือยางฝน แต่พอเห็นแทร็กครบแล็ปแล้วว่ามันแห้งเกือบทั้งหมด พอจะแข่งก็รีบเปลี่ยนเป็นยางสลิกกันทั้งหมด โดยนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ SC1 ในยางหน้า แต่ก็มีนักแข่ง 7 คนที่เลือก SC0 ส่วนยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือก SCX กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง แทนที่จะเป็น B0800 เหมือนอย่างในเรซแรก ชัยชนะในเรซนี้ตกเป็นของ Bautista ทำยังสถิติเวลาแล็ปอีกแล้ว ส่วนอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 เป็นของ Razgatlioglu และ Andrea Locatelli เพื่อนร่วมทีมของ Toprak ส่วน Rea กลับเองพลาดล้มไปในแล็ปสุดท้ายเมื่อฝนกลับมาตกอีกครั้ง Race 2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยางหลังสูตรพัฒนา SCX B0800 กลับมาเป็นยางตัวฮิตอีกครั้ง ส่วนยางหน้ากลับเป็น SC2 ที่ได้รับความนิยม แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติทุกคนกลับเลือก SC1 สูตรมาตรฐาน และเป็นอีกครั้งที่ Bautista เดินเกมเร็วขึ้นนำเดี่ยวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทิ้งระยะห่างคู่แข่งกว่า 8 วินาที โดย Toprak Razgatlioglu แย่งที่ 2 มาจาก Rinaldi ได้ในช่วงทางตรง ทำลายการยืนอันดับ 1 – 2 ของดูคาติไปได้ และเป็นอีกครั้งที่ Bautista ทำสถิติเวลาแล็ปในการแข่งเร็วที่สุดที่ 1’41.730 นาที จบการแข่งขันสนามที่ 4 เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ทำให้มีคะแนนนำโด่งที่ 236 คะแนน ทิ้งห่างจาก Razgatlioglu ที่มี 167 คะแนนอยู่มากถึง  ส่วนอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli จากยามาฮ่าอีกเช่นกันที่ 133 คะแนน

Honda คว้าชัย MXGP 2023 ในเรซ 2

Honda คว้าชัย MXGP 2023 ในเรซ 2 ประเทศอาร์เจนติน่า “รูเบน เฟอร์นานเดซ” พร้อมควง Honda CRF450R เปิดตัวได้ยอดเยี่ยมจากTeam HRC จาก Honda คว้าชัย MXGP 2023 เรซ 2 ที่อาร์เจนตินา “รูเบน เฟอร์นานเดซ” เปิดตัวกับ Team HRC ได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันรถจักรยานยนต์วิบากชิงแชมป์โลก รายการเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิล์ด แชมเปี้ยนชิพ สนามแรกที่อาร์เจนตินา ด้วยการคว้าชัยชนะได้ทันที ด้วยสุดยอดตัวแข่งอย่าง CRF450R แม้ว่าก่อนเริ่มต้นฤดูกาล ฮอนด้าต้องพบกับความท้าทายอย่างมากเมื่อ “ทิม ไกจ์เซอร์” ยอดนักบิดมือหนึ่งของทีมได้รับบาดเจ็บ เหลือเพียง “รูเบน เฟอร์นานเดซ” ที่พึ่งเข้ามาสู่ทีมเป็นปีแรกเท่านั้น การแข่งขันสนามเปิดฤดูกาล MXGP 2023 ดวลทางฝุ่นกันที่ประเทศอาร์เจนตินา ในรายการ MXGP of Patagonia – Argentina ความมุ่งมั่นของฮอนด้าและสมรรถนะตัวแข่ง  CRF450R ได้พิสูจน์ศักยภาพอีกครั้ง ซึ่งฤดูกาลนี้มีคะแนนสะสมให้เก็บในรอบการคัดเลือก เพื่อหาอันดับการออกสตาร์ท  “รูเบน เฟอร์นานเดซ” สามารถคว้าอันดับ 4 คะแนนสะสม 7 แต้มมาครอง การแข่งขันเรซแรก “รูเบน เฟอร์นานเดซ” พร้อมด้วย Honda CRF450R หมายเลข 70 โชว์ศักยภาพอันน่าทึ่งทันที ด้วยการรั้งกลุ่มนำพร้อมมีลุ้นอันดับโพเดียม อย่างไรก็ตามความผิดพลาดเล็กน้อยในช่วงปลายเกมส์ นักบิดดาวรุ่งชาวสเปนของ HRC จบอันดับ 5 เมื่อจบการแข่งขัน การแข่งขันเรซที่สอง ”รูเบน เฟอร์นานเดซ” เริ่มต้นการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม ขึ้นนำพร้อมปิดเกมส์คู่แข่ง ก่อนที่จะคว้าชัยชนะ ไปครองได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งผลการแข่งขันรวมทั้ง 2 เรซ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” จาก Team HRC เป็นนักแข่งที่ทำผลงานรวมได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยรวมแต้มสะสมและจากการจับเวลารอบคัดเลือก มีคะแนนทั้งสิ้น 48 คะแนน รั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนชิงแชมป์โลก  สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน MXGP 2023 สนาม 2 จะมีขึ้นในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ที่ ริโอลา ซาร์โด ประเทศอิตาลี แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #MXGP #HRC #RaceToTheDream #Honda อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Pirelli ไม่เคยหยุดพัฒนา

Pirelli ไม่เคยหยุดพัฒนา เปิดตัวยางใหม่รับฤดูกาลแข่ง 2023 ฤดูกาลแข่งรถปี 2023 นี้ในส่วนของยาง Diablo Superbike ทาง Pirelli จะเปิดตัวยางหน้าคอมปาวด์ SC0 ซึ่งจะเข้าคู่กับยางหลัง SCQ พร้อมกันนี้จะมียางหน้าขนาดใหม่สำหรับรุ่นซูเปอร์สปอร์ต และชุดยางใหม่สำหรับคลาส 300 อีกด้วย ปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 20 แล้วที่การแข่งขัน WorldSBK ได้เป็นเสมือนห้องทดลองนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ และถ่ายทอดลงมาสู่ยางขี่ถนนของทาง Pirelli และยังยืนยันว่าจะสนับสุนการแข่งขันการแข่งขันทั้งในระดับนานาชาติและระดับชาติกว่า 100 รายการ ทั้งการแข่งขันแบบออนโร้ดและออฟโร้ด Pirelli เผยว่าพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายกับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์หน้าที่ออสเตรเลียกับการแข่งขัน FIM Superbike World Championship โดยทางแบรนด์ยังยืนยันว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีคือหมุดหมายสำคัญที่มีต่อการแข่งขัน Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ของพีเรลลี่ กล่าวว่า “ปีนี้จะเป็นปีที่เราวุ่นว่ายอยู่กับข้อบังคับอะไรหลาย ๆ อย่าง การพัฒนาจะมุ่งหน้าไปที่การแข่งขัน WSBK เป็นหลัก และจะเป็นครั้งแรกที่เราจะขอแนะนำยางหน้าคอมปาวด์ SC0 ในการแข่งขันระดับโลก ขณะเดียวกันเราก็จะยังคงพัฒนาอย่างหลังสูตรนุ่มพิเศษ SCQ ของเรา ซึ่งจะกลายเป็นยางมาตรฐานในตระกูล Diablo Superbike และวางขายในท้องตลาด” “ส่วนการแข่งขันในคลาสอื่น ๆ อย่าง WorldSSP เราจะทำการเพิ่มยางหน้าขนาด 125/70 เข้ามาเพิ่มเติมจากเดิมที่เป็น 120/70 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการใช้ในการแข่งขันในรุ่นซูเปอร์ไบค์อยู่แล้ว ส่วนในรุ่น WorldSSP300 เราจะเริ่มแนะนำมาตรฐานใหม่ ซึ่งก็คือการเปิดตัวยางที่ทำจากวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ โดยจะเริ่มในการแข่งขันที่ Misano เป็นสนามแรก โดยเป้าหมายของเรายังคงเหมือนเดิมคือการพัฒนายางของเราอย่างต่อเนื่องปีต่อปี จากนั้นก็จะนำความรู้ของเราถ่ายทอดไปยังยางสำหรับขี่ถนนต่อไป” ข่าวใหม่และเป้าหมายในปี 2023 การแข่งขันนั้นเป็นส่วนหนึ่งใน DNA ของพีเรลลี่มานานกว่า 115 ปีแล้ว และวันนี้ก็มีการแข่งขันนับร้อยรายการทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติที่เราเข้าร่วมทุก ๆ ปี โดยเฉพาะในการแข่งขัน WSBK ซึ่งในปี 2023 นี้มีไฮไลท์ใหม่ ๆ ดังนี้ เปิดตัวคอมปาวด์ SC0 สำหรับยางหน้า หลังจากเพิ่มทางเลือกยางในตระกูล DIABLO Superbike ไปเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยการเปิดตัวยางหลังสูตรนุ่มพิเศษ (SCX ใน 2020 และ SCQ ใน 2022) พีเรลลี่ได้ตัดสินใจที่จะเปิดตัวยางหน้า SC0 อย่างเป็นทางการหลังพัฒนามาคลอด ซึ่งยางใหม่นี้ให้การยึดเกาะในระดับสูงมากแบบเดียวกับที่ยางหลังทำได้ โดยยางตัวใหม่นี้จะเริ่มให้นักแข่งได้ใช้กันในการแข่งขันที่ยุโรปในสนามแรก และปีนี้ตั้งเป้าจะพัฒนายางใหม่เพื่อจะได้ยางสูตรมาตรฐานสำหรับใช้ในปี 2024 เพิ่มยางหลัง SCQ เข้าสู่ตระกูล DIABLO Superbike พร้อมจำหน่ายเป็นทางการ ยางหลังสูตร SCQ เริ่มเปิดให้นักแข่งในรุ่นซูเปอร์ไบค์ใช้กันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยยางหลังสูตรนุ่มพิเศษนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีการยึดเกาะสูงสุงในระยะทางสั้น ๆ หรือใช้ในการควอลิฟายเป็นหลัก ในปี 2022 มีบางกรณีที่ยางตัวนี้สามารถใช้งานในการแข่งซูเปอร์โพลได้จนครบทั้ง 10 แล็ปในบางสนาม และเพื่อตอบสนองต่อการเรียกร้องของลูกค้า นักบิด และผู้จัดงานแข่งระดับชาติ ทางพีเรลลี่ได้ตัดสินใจเพิ่มยางตัวนี้เข้าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของยางในตระกูล DIABLO Superbike ซึ่งมีขายทั่วไป ดังนั้นจากปีนี้เป็นต้นไปยางตัวนี้จะมีให้ใช้ในทุกการแข่งขัน มีให้นักบิดมืออาชีพ หรือมือสมัครเล่นได้เลือกใช้กัน ขณะเดียวกันในการแข่งขัน WSBK ทางค่ายตัวพียาวก็จะยังคงพัฒนายางใหม่ ๆ ที่จะการันตีว่าจะให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นและสามารถใช้งานได้ครบ 10 แล็ปของการแข่งขันซูเปอร์โพลของทุก ๆ สนาม ยางหน้าใหม่ ขนาด 125/70 สำหรับการแข่ง WorldSSP ในรุ่นซูเปอร์สปอร์ต พีเรลลี่จะเปิดตัวยางใหม่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 125/70 ซึ่งเคยใช้ในรุ่นซูเปอร์ไบค์มาก่อนแล้ว โดยจะเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมจากเดิมไซส์ 120/70 ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้นักแข่งได้มียางหน้าบาลานซ์เข้าคู่กับยางหลังมากขึ้น มาตรฐานใหม่สำหรับการแข่ง WorldSSP300 นับตั้งแต่การแข่งขันสนามที่ 5 เป็นต้นไป หรือการแข่งขันที่ Misano นักแข่งในรุ่น Supersport 300 World Championship จะได้ใช้ยาง of DIABLO Superbike เซ็ตใหม่ โดยยางหน้าจะเป็นตัว SC1 และยางหลัง SC2 ซึ่งจะมีส่วนผสมของวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่แทนที่ส่วนผสมจากฟอซซิลแบบเดิม ๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการแข่งขันรอบแรก เมื่อเทียบกับฤดูกาลที่แล้วนักแข่งจะไม่สามารถใช้ยางหลัง SC1 ได้แล้ว แต่จะใช้ได้ SC2 แทน WORLDSBK แพล็ตฟอร์มแห่งการพัฒนานวัตกรรมกว่า 20 ปีมาแล้ว พีเรลลี่ได้เป็นพาร์ทเนอร์ทางเทคนิคกับการแข่งขัน FIM Superbike World

CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง

CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง จาก Honda Racing UK เมื่อเร็ว ๆ นี้ทาง Honda Racing UK ได้ทำการเผยโฉม CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง สำหรับทำการแข่งขันในรายการ Bennetts British Superbike Championship และการแข่งขันโร้ดเรซซิ่งระดับนานาชาติรายการต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วยรายการ North West 200 และ Isle of Man TT โดยมี Andrew Irwin กับ Tom Neave ลงแข่งในรายการ BSB และมี John McGuinness MBE กับ Nathan Harrison แข่งรายการโร้ดเรซซิ่ง โดยสีสันในปีนี้คล้ายคลึงกับรถโปรดักชันที่ทางฮอนด้าขายอยู่มาก แบบเดียวกับ CBR1000RR-R Fireblade SP ในชุดสีแดง Grand Prix Red เรียกได้ว่าถ้าไม่สังเกตดี ๆ นี่ถึงกับแยกไม่ออกเลยทีเดียว ทั้งนี้ทางทีมเองก็หวังว่าจะสร้างความสำเร็จได้เหมือนกับปีที่แล้ว โดยเจ้าดาบเพลิงคันนี้ช่วยคว้าชัยชนะมาแล้วหลายครั้งในศึก North West 200 ทั้งยังคว้ารางวัลนักขี่หน้าใหม่ที่เร็วที่สุดในศึก TT นอกจากนี้ยังมีโพเดียมอยู่สม่ำเสมอแน่นอนว่ารวมไปถึงชัยชนะใน BSB จนสามารถรั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนรวม ขณะเดียวกันในพิกัดซูเปอร์สต็อกก็สามารถรักษาแชมป์ในรายการ Pirelli National Superstock championship ได้อีกด้วย สุดท้ายนี้ทางทีมยังเผยอีกว่าการเตรียมการสำหรับฤดูกาล 2023 นั้นเป็นไปได้ด้วยดี การทดสอบอย่างเป็นทางการของรายการ BSB เองก็จะเริ่มขึ้นที่ Navarra ทางตอนเหนือของสเปนในวันที่ 11 – 13 มีนาคมนี้แล้ว สำหรับคนที่อยากเห็นคันเป็น ๆ ล่ะก็สามารถบินไปชมกันได้ที่ Youles Motorcycles Honda Manchester ดีลเลอร์ที่อังกฤษซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมกันนี้ยังมีนักแข่งระดับตำนานที่เคยลงแข่ง TT 23 ครั้งและคว้าชัยในศึก NW200 มา 6 สมัย อย่าง John McGuinness MBE มาร่วมงานด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

ข่าวการแข่งขัน MotoGP

  • All Posts
  • MOTOGP
Tech3 Thai GP 2026

นิโกลาส์ โกยง ผู้จัดการทีม Tech3 ออกมาวิจารณ์ผลงานลูกทีมในศึก Thai GP อย่างรุนแรง หลังทำผลงานได้น่าผิดหวังที่สนามช้างฯ บุรีรัมย์ ชี้ขาดความมุ่งมั่นและประสิทธิภาพ

Yamaha V4 MotoGP 2026 ThaiGP

Yamaha V4 ในศึก ThaiGP 2026 เมื่อเครื่องยนต์ใหม่ยังไม่ใช่คำตอบ? โทพรัก ประเดิมสนามแรกสุดหืด ยางพัง-เวลาช้ากว่าปีที่แล้ว วิเคราะห์สาเหตุที่นี่

  • All Posts
  • MOTOGP
Yamaha ยอมรับ ฝืนต่อไม่ไหว!

Yamaha ต้องเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ V4 ในศึก MotoGP ยุค 850cc ปี 2027 เมื่อกฎแอโรไดนามิกบีบให้เครื่องยนต์สูบเรียงกลายเป็นของล้าสมัย

ข่าวการแข่งขัน WSBK

  • All Posts
  • WSBK
WorldSBK 2024 สนามสุดท้าย ชี้แชมป์

WorldSBK 2024 สนามสุดท้าย ชี้แชมป์ ใครจะได้ ระหว่าง Toprak Razgatlioglu กับ Nicolo Bulega   จากปี 2023 ที่ความแรงของ Ducati ผนวกกับสไตล์การขับขี่ของ Álvaro Bautista ที่ทำให้ในหลายๆ Race สนุกปน น่าเบื่อ เพราะรู้ๆกันอยู่ว่า ยังไง Ducati ก็ฉีกทิ้งทุกค่าย แต่จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับคนขี่ และลุ้นๆว่า Bautista บึ้มที่โค้งไหน ถ้าไม่บึ้ม ก็ชนะ  เล่นเอาแฟนๆ ดูคาติ ดีใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะ ชนะทั้ง motoGP และ WorldSBK ซีซั่น 2024 ถือได้ว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง เพราะ มีการเปลี่ยนย้ายค่าย และดูน่ามีความหวัง ถ้าจะไม่พูดถึง “บังโต” Toprak Razgatlioglu กับทีม BMW ก็เป็นไปไม่ได้  เพราะ หลายๆ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ BMW เปลี่ยนโฉมจาก S1000RR มาจนรุ่น M1000RR ก็ไม่มีใครสามารถยืน 1 ได้หลายๆสนาม เท่า “บังโต” Toprak Razgatlioglu ส่วนแชมป์เก่าอย่าง “น้าโจ” Jonathan Rea ในฤดูกาล 2024 ย้ายมาเข้าร่วมทีม Yamaha หลังจากออกจาก Kawasaki ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหม่ เขาประสบปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับ Yamaha R1 และฟอร์มการขับขี่ไม่สม่ำเสมอเหมือนก่อน แม้ว่าเขาจะโชว์ฟอร์มได้บางสนาม เช่น การคว้าตำแหน่งโพลที่ Assen และติดอันดับ 5 ที่ Estoril แต่การหาจุดสมดุลที่ลงตัวกับรถยังต้องใช้เวลา ถือเป็นฤดูกาลที่ต้องปรับตัวและเรียนรู้สำหรับเขา อีกด้านหนึ่งคือ วัยรุ่น พุ่งแรง “นิคโก้” Nicolo Bulega ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2024 กับทีม Ducati หลังจากเปลี่ยนจากการแข่งขัน WorldSSP มาเป็น WorldSBK และเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าชัยชนะในสนามแรกที่ Phillip Island ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นักแข่งสามารถชนะได้ตั้งแต่การแข่งแรกของเขาใน และเป็นหนึ่งใน ม้ามืด ที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในระดับการแข่งขันที่สูงขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่า Rookie of the Year ก็ไม่พ้นคนนี้   ไฮไลท์การแข่งขัน WorldSBK 2024 1.Grand Ridge Brewery Australia Round (Phillip Island) การแข่งขันเปิดฤดูกาลที่ Phillip Island  Alex Lowes โชว์ฟอร์มแกร่งด้วยการคว้าชัยใน Race 2 และ Superpole Race ส่วน Nicolo Bulega เอาชนะในการแข่งขัน Race 1 ท่ามกลางสภาพอากาศฝนตก ทำให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้นและดุเดือดตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2.Pirelli Catalunya Round (Barcelona) Bautista คว้าชัยใน Race 1 แต่ Nicolo Bulega สามารถคว้าชัยใน Superpole Race ได้อย่างน่าตื่นเต้น ส่วน Jonathan Rea กลับมาแข็งแกร่งใน Race 2 โดยคว้าชัยครั้งแรกของฤดูกาล 3.Pirelli Dutch Round (Assen) ใน Race 1 เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งเมื่อ Razgatlioglu และ Bautista ชนกัน ส่วน Race 2 Michael van der Mark คว้าชัยชนะให้ทีม BMW สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวดัตช์ 4.Pirelli

Sam Lowes ต่อสัญญา Marc VDS Ducati พร้อมลุย WSBK 2025

Sam Lowes ต่อสัญญา Marc VDS Ducati พร้อมพิสูจน์ตัวเองใน WorldSBK 2025 Sam Lowes ต่อสัญญา Marc VDS Ducati เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมพิสูจน์ตัวเองสำหรับการแข่งขัน World Superbike Championship 2025 Sam Lowes (ELF Marc VDS Racing Team) จะยังคงอยู่ในการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship ในปี 2025 นักแข่งชาวอังกฤษรายนี้ได้ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกในปีนี้และทำผลงานได้ดี แต่ก็มีผลการแข่งขันที่ไม่คงเส้นคงวาในบางครั้ง เนื่องจากเขายังคงต้องปรับตัวกับรถแข่ง Ducati Panigale V4 R และสนามแข่งใหม่ ๆ  ฝีมือขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนรถไฟเหาะ ผลการแข่งขันที่ดีที่สุดของ Lowes ในปี 2024 จนถึงตอนนี้คือการจบอันดับที่ 6 ในการแข่งขันเรซที่ 2 ที่ Assen แม้ว่าเขาจะได้ออกตัวจากแถวหน้าและเคยขึ้นนำในสนามบาร์เซโลนาก็ตาม เขาจบในอันดับท็อป 8 ได้ทั้งหมด 5 ครั้งในฤดูกาลเปิดตัว แต่ผลงานในรอบหลังกลับยากขึ้นเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากการล้มของเขาใต้การแข่งขันที่ปะทุดุเดือดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขามีปัญหาในการติดอันดับท็อป 10 โดยครั้งสุดท้ายที่เขาอยู่ในท็อป 10 คือการแข่งขัน Tissot Superpole Race ที่ Donington Park แซม โลว์ เคยประสบความสำเร็จ ในรุ่น Moto2 , WorldSSP และ British Supersport ก่อนที่จะเข้าร่วมทีมใน WorldSBK, Lowes ลงแข่งใน Moto2™ ทั้งหมด 155 เรซ โดยร่วมกับทีม Marc VDS 4 ฤดูกาลตั้งแต่ปี 2020 เขาจบอันดับ 3 ในตารางคะแนนในฤดูกาลแรกกับทีม ก่อนที่จะจบอันดับ 4 ในฤดูกาลถัดมา แม้ว่าจะมีสองฤดูกาลที่ยากลำบากตามมา แต่ทีมก็ยังคงสนับสนุน Lowes ต่อไปในปี 2024 โดยเปลี่ยนไปแข่ง WorldSBK ด้วยรถ Ducati Panigale V4 R นอกจากนี้เขายังเคยลงแข่งใน MotoGP™ หนึ่งฤดูกาล โดยลงแข่ง 18 Race และทำคะแนนได้ 5 คะแนน  นักแข่งวัย 34 ปีคนนี้ เคยเป็นแชมป์โลกมาแล้ว โดยคว้าแชมป์ WorldSSP ในปี 2013 ก่อนที่จะย้ายไปแข่งใน MotoGP เขาชนะการแข่งขัน 6 ครั้งและขึ้นโพเดียมทั้งหมด 11 ครั้งในฤดูกาลแรกของเขากับ Yamaha ในรายการชิงแชมป์ ก่อนหน้านั้นเขาใช้เวลาสองฤดูกาลเต็มแข่งด้วยรถ Honda ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวกับที่เขาคว้าแชมป์ British Supersport ในปี 2010 ด้วยชัยชนะ 5 ครั้งและขึ้นโพเดียม 10 ครั้ง การตั้งเป้าในปีฤดูกาล 2025 สำหรับปี 2025 ด้วยประสบการณ์การเรียนรู้หนึ่งปีที่ทั้งเขาและทีมได้สะสมมา และไม่ต้องปรับตัวกับรถหรือยางใหม่อีกต่อไป Lowes หวังว่าจะสามารถจบในอันดับท็อป 10 หรือแม้แต่ต่อสู้เพื่อขึ้นโพเดียมในฤดูกาลที่สองของเขา ขณะที่เขามุ่งหาความสำเร็จกับ Ducati ทีมอิสระ การเดินหน้าต่อไปนี้จะเป็นการสานต่อความสำเร็จของพวกเขาในฐานะคู่หู หลังจากที่เคยคว้าชัยชนะหลายครั้งใน Moto2 และต่อสู้เพื่อชิงแชมป์มาแล้ว Lowes หวังที่จะทำผลงานให้ดีในช่วงท้ายซีซั่น 2024 “ผมหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในช่วงท้ายของฤดูกาลนี้”  “เมื่อพูดถึงการต่อสัญญากับทีม Lower กล่าวว่า: ‘ผมรู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้สานต่อกับทีม Elf Marc VDS Racing ใน WorldSBK ต่ออีกหนึ่งปี เป้าหมายของผมและทีมคือการวางแผนอย่างน้อยสองปีเนื่องจากความแตกต่างอย่างมากระหว่าง Moto2™ และ WorldSBK ช่วงหลังมานี้ผลการแข่งขันค่อนข้างซับซ้อนเพราะอาการบาดเจ็บที่ไหล่ของผม แต่การแข่งขันรอบแรก ๆ นั้นสนุกมากและเราได้พัฒนาผลงานไปในทางที่ดีขึ้น

  • All Posts
  • WSBK
Pirelli ส่งยาง SCQ

Pirelli ส่งยาง SCQ ให้นักแข่ง WSBK กดเวลาทำลายสถิติ ล่าสุดทางพีเรลลี่ผู้ผลิตยางสัญชาติอิตาลีก็ได้ประกาศเปิดยางตัวเลือกใหม่ที่นักแข่ง WSBK ได้เคยใช้ทดสอบในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2022 ให้เป็นยางคอมปาวด์นุ่มพิเศษพร้อมใช้ในการแข่งขันในรอบควอลิฟายและซูเปอร์โพลแล้ว หากนับตั้งแต่เริ่มต้นที่แบรนด์ยางตัวพียาวผู้สนับสนุนยางรายเดียวในการแข่งขัน WorldSBK ก็นับว่าเป็นเวลากว่า 19 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว และฤดูกาลนี้จะเป็นการแข่งขันปีที่ 53 แล้วของรายการนี้ โดยทางแบรนด์ได้ประกาศเปิดตัวอย่างคอมปาวด์พิเศษนี้อย่างเป็นทางการ โดยยางนี้จะออกแบบมาเพื่อใช้ในการแข่งในแบบที่มุ่งเน้นทำเวลาเป็นพิเศษ เนื่องจากมีคอมปาวด์ที่นุ่มเป็นพิเศษ สามารถทำเวลาได้ดียิ่งกว่า SCX ที่เคยเป็นคอมปาวด์ยอดนิยมจากฤดูกาลผที่ผ่านมา โดยจะใช้ยางนี้ในรอบควอลิฟายและรอบซูเปอร์โพลในช่วงเช้าของวันอาทิตย์เท่านั้น ในช่วงพักเบรกฤดูหนาวนั้นวิศวกรของทางแบรนด์ไม่ได้หยุดพักแต่อย่างใด ยังคงวิจัยและพัฒนาคิดค้นยางคอมปาวด์ใหม่นี้อยู่อย่างต่อเนื่องจนได้ยางคอมปาวด์ดังกล่าวมีรหัสพัฒนาว่า A1359 ซึ่งได้รับการทดสอบและยอมรับจากนักแข่งระดับซูเปอร์ไบค์มาแล้วหลายคน  การทดสอบช่วงก่อนเปิดฤดูกาลที่สนาม MotorLand Aragon ที่ประเทศสเปนนั้นจะถูกใช้เป็นเวทีในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของยางสูตรพิเศษแท็กสีชมพูนี้ โดยสนามนี้จะมีพื้นแทร็กที่คมซึ่งสร้างภาระให้กับยางหลังอย่างมาก นอกจากนี้ในวันที่ลมแรงยังอาจจะมีทรายที่ถูกพัดเข้ามาในแทร็ก ซึ่งทำให้ยางเสียการยึดเกาะและเสียอาการได้ ทางพีเรลลี่เองก็ได้ทำการปรับยางทั้งคอมปาวด์แบบซอฟต์และมีเดียมมาให้เพื่อรองรับสถานการณ์นี้ รวมไปถึงช่วงซ้อมในตอนเช้าที่มีอากาศเย็นอีกด้วย ยางหน้าจะสึกหรอมากขึ้นจากแทร็กที่คม และจะต้องทนแรงเบรกที่มหาศาลที่จะเกิดขึ้นที่สุดปลายทางตรงฝั่งตรงข้ามพิทและทางลงเนินชันซึ่งสองจุดนี้จะสร้างภาระให้ยางหน้าอย่างมาก นอกจากนี้โค้งความเร็วสูงและการเปลี่ยนแปลงทิศทางหลายครั้งนั้นบีบบังคับให้ยางจะต้องมีให้ความแม่นยำและการยึดเกาะในระดับสูงอีกด้วย งานนี้ Pirelli ส่งยาง SCQ ให้นักแข่ง WorldSBK ทดสอบ สูตรยางที่จะมีรองรับให้นักแข่งในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP สำหรับรุ่น WorldSBK จะมียางสลิกให้เลือกทั้งหมด 8 สูตร แบ่งเป็นอย่างหน้า 3 สูตรและยางหลัง 5 สูตร  โดยยางหน้าจะเป็นสูตรมาตรฐาน 2 สูตร คือ ยางซอฟต์ SC1 และยางมีเดียม SC2 และสูตรกำลังพัฒนาอีก 1 สูตร เป็น SC1 A0674 ซึ่งนักแข่งหลายคนให้การยอมรับและเลือกใช้ในการแข่งขันที่  Jerez และ Portimao เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับสูตรมาตรฐานแล้ว จะแตกต่างที่มีโครงสร้างใหม่ที่พัฒนามาเพื่อเพิ่มฟีลลิ่งที่ล้อหน้าให้กับนักแข่งมากขึ้น โดยเพิ่มพื้นที่รองรับเวลาเข้าโค้งและในช่วงกลางโค้ง  ส่วนยางหลังจะมี 3 สูตรมาตรฐานได้แก่ ยางมีเดียม SC1 ยางซอฟต์ SC0 ยางซูเปอร์ซอฟต์ SCX A0557 ที่นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ในการแข่งขันที่ Misano ขณะที่ยางอีกสองสูตรที่เหลือจะเป็นยางที่กำลังพัฒนา โดยจะเป็นคอมปาวด์ SCQ ทั้ง 2 สูตร โดยจะเป็นสเปก SCQ A1359 ซึ่งเป็นสูตรแรกและได้รับการทดสอบไปบ้างแล้ว และ B0230 ซึ่งจะเป็นสูตรทางเลือกที่จะมีให้ทดลองใช้ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลเท่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักเทคนิคได้มีโอกาสพัฒนาและปรับปรุงยางคอมปาวด์ใหม่เพิ่มขึ้น ขณะที่ในรุ่น WorldSSP จะมี 5 สูตรสำหรับแทร็กแห้ง แบ่งเป็นยางหน้า 2 สูตรและยางหลัง 3 สูตร ซึ่งทั้งหมดจะเป็นยางสูตรมาตรฐาน  โดยยางหน้าจะมียาง SC1 สูตรใหม่จากยางพัฒนา SC1 A0460 และอีกสูตรคือ SC2 ที่เป็นยางมีเดียมที่ทนทานมากกว่ายางตัวแรก ขณะที่ยางหลังจะมี SCX, SC0 และ SC1 ซึ่งพัฒนามาให้มีสมรรถนะและการสึกหรอที่คงที่  และสุดท้ายนักแข่งในทุกคลาสจะมียางแบบกึ่งฝน และยางฝนให้เลือกในกรณีมีฝนตก  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSSP 2022 ปรับกติกาใหม่ อะไรยังไง เรามีคำตอบ

WorldSSP 2022 ปรับกติกาใหม่ อะไรยังไง เรามีคำตอบ จากกรณีที่ทาง FIM หรือสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศได้ทำการปรับปรุงกฎกติกาของการแข่งขัน Supersport World Championship เรื่องของโฮโมโลเกชันเกี่ยวกับรถ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน เนื่องจากในตอนนี้รถสปอร์ตในพิกัดซูเปอร์สปอร์ตตามแบบที่สามารถใช้เป็น รถแข่ง WorldSSP ได้นั้น แทบจะไม่มีจำหน่ายแล้ว กลับกลายเป็นว่ามีการขยายความจุของเครื่องยนต์ในพิกัดเดิมให้มากขึ้นแทน ส่วนนึงก็เป็นเพราะเรื่องของมาตรฐานไอเสีย Euro5 WorldSSP 2022 ปรับกติกาใหม่ ดังนั้นทาง FIM ก็เลยปรับปรุงเรื่องโฮโมโลเกชันเสียใหม่เพื่อมีรถรุ่นใหม่ ๆ จากแบรนด์ต่าง ๆ สามารถเข้ามาทำการแข่งขันได้มากขึ้น เราก็เลยได้รวบรวมข้อมูลรุ่นรถที่สามารถใช้ลงแข่งในรายการนี้มาให้ พร้อมกับการจำกัดรอบเครื่องยนต์เบื้องต้นและน้ำหนักตัวรถมาให้อีกด้วยครับ โดยในปีนี้จะมีซูเปอร์สปอร์ตเจ็นฯ ใหม่ลงแข่งดังนี้ Ducati Panigale V2, MV Agusta F3 800, MV Agusta F3 Superveloce และ Triumph Street Triple RS ซึ่งก็จะลงแข่งร่วมกันกับรถรุ่นเดิมที่เคยทำการแข่งอยู่เดิม อาทิ Honda CBR600RR, Kawasaki ZX-6R, MV Agusta F3 675, Suzuki GSX-R600, Triumph Daytona 675R และ Yamaha YZF-R6 นอกจากนี้ในปี 2023 จะอนุญาตให้สามารถใช้ Kawasaki ZX-636R ลงแข่งได้อีกด้วย รวมไปถึงในอนาคตอาจจะมี Suzuki GSX-R750 มาลงแข่งได้ด้วยก็เป็นได้ ส่วนเรื่องของน้ำหนักจำกัดของรถแข่งทุกคันก็คือต้องไม่เบาไปกว่า 161 ก.ก.และไม่เกินไปกว่า 173 ก.ก. โดยทั้งรถและคนขับขี่จะต้องมีน้ำหนักรวมไม่เกิน 242 ก.ก. โดยแต่ละรุ่นจะมีการจำกัดรอบสูงสุดของเครื่องยนต์ไว้ดังตารางนี้ หมายเหตุ การจำกัดรอบเครื่องยนต์จะมีการพิจารณาและกำหนดขึ้นใหม่ทุก ๆ การแข่งขัน 3 สนาม อนึ่งกติกาคร่าว ๆ เพื่อให้เข้าใจการแข่งขันรายการนี้มากขึ้นคือรถแข่งทุกคันจะต้องใช้อะไหล่ของเดิมหลาย ๆ ส่วนที่ติดรถโปรดักชันมา เช่น ระบบกันสะเทือน เบรก และท่อไอเสีย เป็นต้น มาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะเข้าใจการแข่งขันรายการนี้มากขึ้น และสนุกไปกับการเชียร์การแข่งขันนี้ได้มากขึ้นนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รู้หรือไม่ WorldSSP

รู้หรือไม่ WorldSSP ไม่ได้มีแต่รถแข่ง 600 ซีซีนะ สำหรับคนที่ยังไม่รู้ WorldSSP คือการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกรายการนึงที่ใช้รถโปรดักชันระดับกลางหรือที่นิยมเรียกกันว่ารถซูเปอร์สปอร์ต มีชื่อการแข่งขันเต็ม ๆ ว่า Supersport World Championship และเป็นรายการย่อยในการแข่งขันใหญ่อย่าง WorldSBK ซึ่งหลาย ๆ คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์และชอบมอเตอร์สปอร์ตน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่ารถที่ใช้ทำการแข่งขันนั้นโดยมากจะเป็นรถพิกัด 600 ซีซี แต่จริง ๆ แล้วมีเงื่อนไขเปิดกว้างมากกว่านั้น โดยแต่เดิมก่อนปี 2022 หรือปีก่อนหน้านี้ จะจำกัดไม่เกิน 600 ซีซี สำหรับเครื่อง 4 สูบหรือ 675 ซีซี สำหรับเครื่อง 3 สูบ และ 750 ซีซีสำหรับเครื่อง 2 สูบ แต่ปี 2022 นี้มันเปลี่ยนแปลงไปแล้วทาง FIM ได้มองถึงความเป็นไปได้ใหม่ของการแข่งขัน และความหลากหลายของแบรนด์รถ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าในตลาดรถซูเปอร์สปอร์ต หรือสปอร์ตไบค์ระดับกลางนั้น มีการขยับซีซีขึ้นไปสูงกว่าเกณฑ์เดิมแทบทุกแบรนด์ โดยมีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่สามารถลงแข่งได้ เช่น Yamaha YZF-R6, Honda CBR600R, MV Agusta F3 675, Kawasaki ZX-6R เป็นต้น ซึ่งจะสังเกตได้ว่ามีรถรุ่นใหม่ ๆ น้อยมาก ดังนั้นจึงได้มีการปรับปรุงเรื่องของโฮโมโลเกชันขึ้นมา เพื่อให้มีรถรุ่นใหม่ ๆ แบรนด์ใหม่ ๆ สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้มากขึ้น โดยจะมีเรื่องของการจำกัดรอบเครื่องยนต์เข้ามาบังคับเพิ่มเติมสำหรับเครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุสูง ๆ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันมากที่สุด โดยตอนนี้เครื่อง 4 สูบจะมีความจุได้ถึง 750 ซีซี ก็สามารถลงได้ เช่น Suzuki GSX-R750 เป็นต้น เครื่อง 3 สูบจะมีความจุ 800 ซีซี เช่น MV Agusta F3 800 และเครื่อง 2 สูบจะได้มากถึง 955 ซีซี เช่น Ducati Panigale V2 เป็นต้น     นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่แปลกใหม่ที่สุดก็ถือการมาของ Triumph Street Triple 765 R ซึ่งปกติแล้วจะไม่สามารถลงแข่งได้เพราะเป็นเน็กเก็ดไบค์ แต่โมเดลนี้ถูกทำให้เป็นเวอร์ชันสปอร์ตจากการใส่แฟริ่งเพิ่ม ซึ่งทาง FIM ก็รับรองให้ลงแข่งขันได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นรถโปรดักชันหรือรถที่มีจำหน่ายทั่วไป ตรงจุดนี้อาจจะทำให้ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นรถเน็กเก็ดไบค์จากค่ายอื่น ๆ มาลงแข่งในรายการนี้เพิ่มเติมก็เป็นได้ครับ รู้หรือไม่ WorldSSP อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Dynavolt Triumph รับ Hannes Soomer

Dynavolt Triumph รับ Hannes Soomer เข้าร่วมทีมพร้อมลุยศึก WSSP 2022 Dynavolt Triumph เผยเซ็นสัญญา Hannes Soomer เข้าร่วมทีมเพื่อสู้ศึก World Supersport Championship ฤดูกาล 2022 Hannes คือชายที่สามารถคว้าชัยในศึก European Supersport Championship เมื่อปี 2017 โดยเขาจะเข้ามาร่วมทีม Dynavolt Triumph และเป็นการกลับเข้ามาสู่เวทีโลกอีกครั้งหลังจากที่การแข่งขัน FIM Supersport นั้นปรับเปลี่ยนกติกาโดยใช้ระบบ Balance of Performance ใหม่ นักแข่งชาวเอสโตเนียวัย 23 ปีรายนี้เริ่มต้นเส้นทางนักแข่งของเขาในรายการ ADAC Junior Cup ในปี 2011 และคว้าโพเดียมแรกของเขาได้ในปี 2012 และจบที่อันดับ 5 ในตารางคะแนนรวม ต่อมาในปี 2013 เขาก็ลงแข่ง European Junior Cup เป็นครั้งแรก และในปี 2015 เขาก็สามารถคว้าโพเดียมแรกในรายการนี้มาได้ และในปีถัดมาเขาก็สามารถคว้าชัยชนะแรกของเขามาได้ ในปีเดียวกันนั้นเอง Soomer ก็ได้เปิดตัวลงแข่งในศึก World Supersport อยู่ 3 สนาม ต่อมาปี 2017 เขาก็เข้าร่วมในศึก European WorldSSP championship และสามารถทำคะแนนไปได้ 28 คะแนน และกลายเป็นแชมป์ในปีนี้เอง จากนั้น Soomer ก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลเป็นครั้งแรกกับศึก WorldSSP ในปีถัดมา และจากนั้นเขาก็กลายเป็นนักแข่งที่สามารถทำคะแนนได้สม่ำเสมอ เขามีความก้าวหน้ามากขึ้นในปี 2019 และสามารถจบการแข่งขันติดท็อป 10 อยู่บ่อยครั้ง เพียงพอที่จะทำให้เขามีหน้ามีตาและชื่อเสียงและย้ายไปอยู่ทีม Kallio Racing ในปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่เขาสามารถคว้ามาได้ 3 โพเดียมจากการแข่งขัน 3 เรซท้ายสุด ต่อมาในปี 2021 ปีที่มีการแข่งขันน้อยลง เขาก็ได้ฉายาว่า เจ้าลูกกระสุนปืนจากบอลติก และตอนนี้เขาก็พร้อมที่จะออกลุยกับฤดูกาลที่ 5 ของเขาในพร้อมกับทีมที่มีโรงงานตั้งอยู่ที่สหราชอาณาจักรอย่าง Triumph Hannes Soomer เผยว่า “ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้ร่วมงานกับทีม Dynavolt Triumph ในฤดูกาล 2022 ผมเชื่อในศักยภาพของรถและประสบการณ์ของทีม และผมมั่นใจว่าเราสามารถหาทางร่วมงานกันได้อย่างรวดเร็ว ปีนี้เราจะได้เห็นความท้าทายใหม่ ๆ จากกติกาใหม่ ๆ ซึ่งจะทำให้การแข่งขันนั้นยากที่จะคาดเดาและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ผมพูดได้แต่เพียงว่าเราจะทุ่มสุดกำลังของเรา และผมทนไม่ไหวแล้วที่จะได้เริ่มต้นการทดสอบและอยากที่จะลุยศึกในฤดูกาลนี้เต็มที่แล้ว” Simon Buckmaster ผู้จัดการทีม Dynavolt Triumph เผยว่า “เรายินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศว่าเราได้ทำข้อตกลงร่วมกันกับ Hannes Soomer ให้เข้ามาร่วมทีม Dynavolt Triumph อย่างเป็นทางการ จริง ๆ แล้ว ผมเฝ้าดูพัฒนาการของ Hannes ในไม่กี่ปีให้หลังมานี้และเคยพูดคุยกับเขาในช่วงสองสามฤดูกาลหลังมากนี้ เกี่ยวกับเรื่องความเป็นไปได้ในการเซ็นสัญญาให้เขามาร่วมทีมของเรา ดังนั้นผมก็เลยดีใจที่ปีนี้เขาสามารถตกลงปลงใจกับเราได้” “Hannes นั้นเคยได้มาแล้วหลายโพเดียมในปี 2020 ปีที่แล้วเขาบาดเจ็บที่ขาในช่วงต้นฤดูกาลแต่ก็กลับมาโชว์ผลงานได้อย่างประทับใจ ผมเชื่อว่าเขามีศักยภาพ เขามีประสบการณ์และเขายังเชื่อมั่นในทีมของเรา เชื่อในโปรเจ็กต์ของไทรอัมพ์ เราตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นการทดสอบรถและเฝ้ารอที่จะได้ร่วมการแข่งขัน เป้าหมายของเราคือต้องมุ่งไปข้างหน้าและเป้าสูงสุดคือโพเดียมและแชมป์ ผมคิดว่าเขาจะต้องทำให้ผู้คนต้องประหลาดใจ แต่ก็อาจจะไม่ถึงกับทุกคน เพราะมีคนไม่กี่คนที่เหมือนเรา ที่รับรู้ได้ถึงพรสวรรค์ของเขา แต่เขากำลังจะทำให้แปลกใจแน่ ๆ และผมก็เฝ้ารอวันนั้น” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก Dynavolt Triumph รับ Hannes Soomer

YAMAHA กวาดทุกแชมป์ TOPRAK RAZGATLIOGLU แชมป์โลก WSBK 2021

ค่ายยามาฮ่า กระหึ่มเวทีเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ จากผลงานระดับท็อปของ TOPRAK RAZGATLIOGLU #54 ดาวบิดเติร์ก ที่แท็กทีมต้นสังกัดผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลก หลังผ่านการชิงชัยในนัดส่งท้ายฤดูกาล ที่ มันดาลิกา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ศึกซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 สนามสุดท้ายของฤดูกาล ดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บนแทร็กป้ายแดงอย่าง เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย ระยะทางต่อรอบ 4.300 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 2 เรซ ในรายการพิเรลลี่ อินโดนิเซีย ราวนด์ โดย โทปรัค ราซกัตลิโอกลู #54 ดาวบิดเติร์ก สังกัดพาต้า ยามาฮ่า วิท บริกซ์ เวิลด์เอสบีเค สามารถปิดจ็อบได้ในเรซแรกของการแข่งขัน หลังบิดเข้าเส้นชัยด้วยอันดับ 2 ทว่าเพียงพอที่จะคว้าแชมป์โลกสมัยแรกให้กับตนเอง ก่อนจะส่งท้ายฤดูกาลด้วยการซิ่งจบการแข่งขันอันดับ 4 ในเรซที่ 2 ด้าน อันเดรีย โลคาเทลลี่ #55 เพื่อนร่วมสังกัด บิดจบการแข่งขันด้วยอันดับ 4 และ 8 ตามลำดับจากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้ ยามาฮ่า ผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลกประเภทค่ายผู้ผลิต รวมถึง พาต้า ยามาฮ่า วิท บริกซ์ เวิลด์เอสบีเค ในประเภททีม ขณะที่ อันเดรีย โลคาเทลลี่ ซิว รุกกี้ ออฟ เดอะเยียร์ ด้าน การ์เรต เกอร์ลอฟ และ จีอาร์ที ยามาฮ่า เวิลด์เอสบีเค ทีม คว้าแชมป์ประเภททีมอิสระ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

แชมป์โลก WorldSBK 2021 ตัดสินกันสนามนี้ ที่ Mandalika อินโดนีเซีย

แชมป์โลก WorldSBK 2021 ตัดสินกันสนามนี้ ที่ Mandalika อินโดนีเซีย สุดสัปดาห์นี้้การแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์จะตัดสินว่าใครจะได้เป็น แชมป์โลก WorldSBK 2021 โดยการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นสนามสุดท้ายแล้ว และจะไปจัดการแข่งขันกันที่สนามแห่งใหม่อย่าง Mandalika ที่แดนอิเหนาหรืออินโดนีเซียนั่นเอง เรียกได้ว่าเข้มข้นกันจนสนามสุดท้ายจริง ๆ การแข่งขันสนามนี้เมนสปอนเซอร์จะเป็นทาง Pirelli ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนยางที่ใช้ในการแข่งขันมาโดยตลอด ซึ่งแน่นอนว่าทางค่ายก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะลงทุนในการแข่งขันรถโปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลกนี้ เพื่อที่จะใช้เวทีแห่งนี้พัฒนายางของพวกเขาและใช้เป็นแหล่งประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงคุณภาพของแบรนด์ต่อไป สำหรับการแข่งขันสนามนี้จะเป็นการแข่งขันแฟน ๆ นักบิดจะต้องจับตามองมากที่สุดในรอบไม่กี่ปีมานี้ เพราะนอกจากจะจัดในสนามแข่งแห่งใหม่ในเอเชียแล้ว จะยังเป็นการดวลแย่งแชมป์โลกระหว่าง Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) แชมป์โลก 6 สมัยและแชมป์โลกคนล่าสุด นอกจากนี้ยังมีจะมีการลุ้นแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตอีกด้วย โดยตอนนี้เป็นฝ่ายยามาฮ่าที่มีแต้มสะสมเป็นอันดับ 1 ที่ 574 คะแนน นำหน้าค่ายแดง Ducati อยู่ 16 คะแนน สนาม Mandalika นี้จะเป็นสนามใหม่สำหรับนักแข่ง WorldSBK และ WorldSSP ทุกคน โดยสนามนั้นมีความยาว 4.310 กม. มีโค้งทั้งหมด 17 โค้ง แบ่งเป็นโค้งขวามากถึง 11 โค้ง และโค้งซ้าย 6 โค้งเท่านั้น ส่วนทางตรงหน้าเส้นชัยนั้นมีความยาวมากถึง 507 เมตรเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเป็นโจทย์ที่ทาง Pirelli จะต้องรับมือให้ได้ สูตรยางสำหรับการแข่งขันในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP นับว่าเป็นการยากมากทีเดียวสำหรับสนามใหม่ที่หลาย ๆ ฝ่ายล้วนขาดประสบการณ์ในการรับมือ แต่แน่นอนว่าทางพีเรลลี่ค่ายยางตัวพียาวเฟื้่อยก็ยังคงตั้งใจรับมือด้วยการเตรียมยางไปมากถึง 2039 เส้นเพื่อให้เพียงพอกับการแข่งขันทั้ง 2 คลาส และในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะแห้งหรือเปียก สำหรับพิกัดใหญ่อย่าง WorldSBK จะมียางสลิกให้ใช้ 5 สูตร แบ่งเป็นหน้า 2 สูตรและหลัง 3 สูตร โดยยางหน้าจะเป็น SC1 และ SC2 สูตรมาตรฐานทั้งคู่ ส่วนยางหลังจะเป็นยาง SCX, SC0 และ SC1 สูตรมาตรฐานทั้งหมด ส่วนในพิกัด WorldSSP นักแข่งจะได้ยางทั้งหมด 4 สูตร โดยเป็นยางหน้า 2 สูตรและยางหลัง 2 สูตร โดยยางหน้าจะเป็น SC1 และ SC2 สูตรมาตรฐานทั้งคู่ ส่วนยางหลังจะเป็นยาง SC0และ SC1 สูตรมาตรฐานทั้งคู่เช่นเดียวกัน และในกรณีที่สภาพอากาศย่ำแย่ทาง Pirelli ก็ยังได้เตรียมทั้งยางกึ่งและยางฝนไว้รองรับอีกด้วย งานนี้ร่วมไปลุ้นแชมป์โลกกับเราได้ในสุดสัปดาห์นี้กันนะครับ บอกเลยว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง อ่านข่าวอื่น ๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก