SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
Toprak Razgatlioglu ร่วมจอย MotoGP ก็ดีนะ แต่ !?

Toprak Razgatlioglu ร่วมจอย MotoGP ก็ดีนะ แต่ !? Toprak Razgatlioglu นักแข่งสัญชาติตุรกีจากค่าย ROKIT BMW MOTORRAD WORLDSBK TEAM ยอดทีมจากศึกการแข่งขัน WSBK ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ช่องทางสื่อออนไลน์อย่างเป็นทางการของ MotoGP ก็ได้ออกมาโพสต์เปิดตัวอย่างเป็นทางการของนักแข่งรายนี้ที่จะมาร่วมแข่งขันในฤดูกาล 2026 ซึ่งโทปรัคจะเข้ามาร่วมแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาล 2026 ภายใต้ทีม Prima Pramac Yamaha ซึ่งการขยับเข้ามาแข่งในรายการนี้ยังเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของนักบิดสัญชาติตุรกีอีกด้วย โดยโทปรัคสร้างประวัติศาสตร์ในการเป็นนักแข่งชาวตุรกีคนแรกที่แข่งขันในรายการ MotoGP  แน่นอนว่าการขยับเข้ามาแข่งขันในการแข่งขันรายการ MotoGP เปรียบเป็นการเติมเต็มความฝันให้กับเจ้าตัว แต่ทางด้านของอดีตแชมป์ MotoGP 3 สมัยอย่าง ‘ฆอร์เก้ ลอเรนโซ’ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกับเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านช่องทาง Instagram ของเจ้าตัวว่าการย้ายมาแข่งให้ทีมรองของยามาฮ่าก็ดีนะ แต่ไปทีมอื่นจะดีกว่านี้หรือไม่ ซึ่งมีเนื้อหาในความดังนี้ “ว้าว! นี่คือข่าวที่สุดยอดสำหรับแฟน ๆ โมโตจีพีทุกคน มันคือสิ่งที่เราเฝ้ารออ่านกัน” “แม้ว่าผมจะคิดว่าสไตล์การขี่ของเขาน่าจะเข้ากับดูคาติหรือแม้แต่ฮอนด้ามากกว่า แต่ผมก็มั่นใจว่า ด้วยความอดทนและเวลา ท็อปรัคจะประสบความสำเร็จในโมโตจีพีได้เช่นกัน ความสามารถและทักษะการเบรกของเขานั้นปฏิเสธไม่ได้เลย” “ขอแสดงความยินดีกับท็อปรัค, ทีมพรามัค และยามาฮ่าสำหรับดีลครั้งนี้” การย้ายมาร่วมแข่งขัน MotoGP ของโทปรัคจะช่วยให้ทีม Prima Pramac ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของรายการอีกหรือไม่ หลังจากที่ทีมเคยคว้าแชมป์ MotoGP ในปี 2024 ร่วมกับฆอร์เก้ มาร์ติน จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ต้องติดตามกันต่อไป อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

โคตรมันส์!! คลาสใหญ่สุดของรายการ ‘FUCHS Silkolene Superbike 1,000CC’

โคตรมันส์!! คลาสใหญ่สุดของรายการ ‘FUCHS Silkolene Superbike 1,000CC’ แม้จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่ความสนุกความเร้าใจของกิจกรรมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 สนามแรกของฤดูกาล ยังคงอยู่ในดวงจิตดวงใจของเหล่านักซิ่งอยู่ ซึ่งก็ได้ทำการประเดิมการแข่งขันกันที่สนามพีระเซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรีเช่นเคย และแน่นอนว่ารุ่นไฮไลท์ของการแข่งขันอย่าง SuperBike 1000CC ในการแข่งขันฤดูกาลนี้ก็มีสปอนเซอร์รุ่นแข่งอีกด้วย ! แน่นอนว่าความดุเดือด เร้าใจของรุ่นการแข่งขัน ‘ตัวพัน’ ของรายการมันร้อนแรงเกินกว่าจะอดใจไหว ซึ่งในการแข่งขันฤดูกาล 2025 นี้ ในรุ่นของตัวพันซีซีก็ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลก ประสิทธิภาพสูงจากสนามแข่งระดับโลกที่ได้รับการผลิต-วิจัย และพัฒนาในเยอรมนี สำหรับรถจักรยานยนต์แบบ 100% อย่าง ‘FUCHS Silkolene’ และที่สำคัญคือแบรนด์น้ำมันเครื่องเจ้านี้จะมาเป็นสปอนเซอร์ให้กับรุ่นพันซีซีถึงสามสนามอีกด้วย ! ยกขบวนสินค้าน้ำมันเครื่องระดับโลกมาไว้ในงาน แน่นอนว่าแบรนด์น้ำมันเครื่องจากประเทศเยอรมนีค่ายนี้ไม่ได้เข้ามาเพียงแค่สนับสนุนรุ่นแข่งขันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังยกขบวนสินค้าต่าง ๆ ของทางแบรนด์ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่องเกรดต่าง ๆ ของทางค่าย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าของรถเล็ก รถใหญ่ เกียร์แมนนวล หรือเกียร์ออโต้ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ก็มาร่วมจำหน่ายภายในงานให้เหล่าไบค์เกอร์มาเลือกสรรกัน   เพราะการแข่งขันนี้มี ‘โพเดียม’ เป็นเดิมพัน อันดับ หมายเลข นักแข่ง สังกัดทีม 1 67 ไมค์ เวลเลอร์ Buvado Racing 2 994 จาตุรนต์ เลิศมุธากร Updej Racing Team 3 919 นพพร สุทธิกาปลูก ID Helmet CP2 Racing Team 4 51 อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช REPSOL R-SERIES TEAM 5 8 วัชรพงศ์ ไชยเสริม Zipper & Raceline By.40 Garage 6 69 ณัฐกร อิ่มใจสุข Orchid Palm Homes Hua Hin iD Helmet CP2 Racing Team 7 720 ณัฐวัฒน์ วาริชชูชัยตระกูล CHERPOND   โดยผลการแข่งขันในรุ่นใหญ่สุดของรายการในคลาส ‘พันซีซี’ อันดับที่ 1 ได้แก่ ไมค์ เวลเลอร์ จากทีม Buvado Racing ที่ควบคู่ใจอย่าง Honda CBR1000RR-R สามารถประเดิมคว้าแชมป์ในการแข่งขันสนามแรกไปครองได้สำเร็จ ทางด้านของ ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช ก็ได้มาเข้าร่วมการแข่งขันในรุ่นพันซีซีเช่นเดียวกัน ควบ YZF-R1 และสามารถคว้าโพเดียมอันดับ 4 ไปครองได้สำเร็จ โดยผู้ที่ทำเวลาต่อรอบดีที่สุดของการแข่งขันในรุ่นนี้ตกเป็นของนักบิดหมายเลข 994 คุณจาตุรนต์ เลิศมุธากร จากทีม Updej Racing Team โดยกดเวลาอยู่ที่ 1:06.763 นาที ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 129.413 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  และแน่นอนว่าน้ำมันเครื่องจากประเทศเยอรมนีค่ายนี้ก็ยังเป็นแบรนด์น้ำมันเครื่องที่นักแข่งในรายการ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 ได้เลือกใช้จริง ๆ ซึ่งคุณศุภลาภ แสงจริง นักแข่งหมายเลข 161 ในรุ่น Scooter 300-350cc OPEN จากทีม N Bike Pro Shop Chonburi ก็ได้ออกมายืนยันว่าน้ำมันเครื่องของทางแบรนด์จะใช้งานหนักแค่ไหนก็เอาอยู่ ไม่มีปัญหา “รถแข่งทุกคันเราใช้น้ำมันเครื่อง FUCHS Silkolene ทุกลำ รถโมดิฟาย และเอาไปซัดแช่คันเร่งในสนามอย่างหนัก เอาอยู่สบาย ๆ จ้า  ขอบคุณสปอนเซอร์น้ำมันเครื่องดีๆให้เราใช้ทำผลงานดีๆ  FUCHS Silkolene ” อ่านต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) สำหรับการแข่งขันในรุ่นพันซีซี ‘FUCHS Silkolene Superbike 1,000CC’ จะยังคงความสนุกเร้าใจกันอย่างต่อเนื่องในการแข่งขันสนามที่สองของฤดูกาล

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
10 เรื่องที่คุณต้องรู้

10 เรื่องที่คุณต้องรู้ กับการแข่งขัน WorldSBK สนามที่ 2 ที่ประเทศไทย   การแข่งขันทั้งหมด 8 เรซที่ผ่านมากับสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต นั้น ชัยชนะตกเป็นของนักแข่งจาสหราชอาณาจักรทั้งหมด โดยชัยชนะ 6 ครั้งเป็นของ 6 by Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) 1 ครั้งเป็นของ Sykes (BMW Motorrad WorldSBK Team) และ 1 ครั้งเป็นของ Davies (Aruba.it Racing – Ducati)   การแข่งขันที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ครั้งนี้ Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) อยู่ในตำแหน่งที่อาจจะกลายเป็นนักแข่งหน้าใหม่คนแรก (ในรายการนี้) ที่คว้าชัยชนะ 3 เรซติดต่อกันในศึก WorldSBK.   Leon Haslam (Kawasaki Racing Team WorldSBK) จะลงแข่ง WorldSBK เป็นเรซที่ 220 กับช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต (เรซแรก) เขาเป็นนักแข่งคนที่ 7 แล้วที่มาถึงจุดนี้ และเป้าหมายต่อไปคือ สถิติของ Aaron Slight ที่ลงแข่งไปทั้งหมด 229 เรซกับรายการนี้ Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ควอลิฟายและได้ออกสตาร์ทในแถวหน้ากับสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตทุกครั้ง (คว้าตำแหน่งโพลมาได้ 3 ครั้งและกริดที่ 3 ในปี 2016)   Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ไม่เคยจบอันดับต่ำกว่าอันดับ 4 กับสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เขาชนะทั้งหมด 6 ครั้งจากทั้งหมด 8 เรซ มีเพียงเรซเดียวที่ไม่ได้โพเดียมคือเรซที่สองของการแข่งขันเมื่อปี 2018 (ได้อันดับ 4)   สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตคือหนึ่งในสองสนามจากสนามทั้งหมดที่ใช้ในการแข่งขันปีนี้ ที่ Sykes ไม่เคยออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล อีกสนามคือสนามที่ San Juan ซึ่งใช้แข่ง WorldSBK ปีที่แล้ว   สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตคือเป็นสนามเพียงแห่งเดียวจากสนามทั้งหมดที่ใช้ในการแข่งขันปีนี้ Ducati ไม่เคยควอลิฟายได้ตำแหน่งโพลเลย   สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตคือหนึ่งในสองสนามจากสนามทั้งหมดที่ใช้ในการแข่งขันปีนี้ที่นักแข่งชาวอิตาลีไม่สามารถคว้าชัยได้เลย อีกสนามคือสนามที่ San Juan ซึ่งใช้แข่ง WorldSBK ปีที่แล้ว จำนวนโพเดียมของ Kawasaki ที่ทำไว้ที่นี่เท่ากับ 12 ซึ่งเท่ากับจำนวนโพเดียมของคู่แข่งรวมกัน (Ducati 6, Aprilia และ Yamaha ค่ายละ 2, Suzuki และ Honda ค่ายละ 1).   ปีล่าสุดตำแหน่งโพลกับกริดที่สองนั้นทำเวลาเฉือนกันเพียง 0.003 วินาที โดย Rea เป็นคนคว้าตำแหน่งโพลไปจาก Sykes ถือเป็นเวลาเฉือนกันน้อยที่สุดเป็นอันดับ 4 ลองจากการแย่งชิงตำแหน่งโพลที่สนาม Kyalami ในปี 2009 ที่ 0.001 วินาที (Spies/Fabrizio) ที่สนาม Algarve ในปี 2013, 0.001 วินาที (Sykes/Laverty) และ Sugo ในปี 1997, 0.002 วินาที(Yanagawa/Yoshikawa)   และนี่คือ 10 เรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการแข่งขัน WorldSBK ในสนามที่ 2 ที่จะจัดขึ้นที่บ้านเราครับ อ่านข่าวเกี่ยวกับ WorldSBK คลิกที่นี่ ติดตามแฟนเพจเราคลิก

WorldSSP

WorldSSP สนามนี้มีอะไรที่น่าสนใจไม่แพ้ WorldSBK เวลางวดเข้ามามากขึ้นทุกทีแล้วกับศึก World Superbike Championship Pirelli Thai Round ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15 – 17 มีนาคมหรือช่วงสุดสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึงนี้นี่เอง แน่นอนว่าสถานที่จัดก็เป็นสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ แลนด์มาร์คสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยและโลก แน่นอนว่าไฮไลท์ของใครหลายๆ คนคงจะไปอยู่ที่การแข่งขันของรุ่นใหญ่ตัวพันอย่างรุ่น World Superbike ที่จะแข่งกันทั้งหมด 2 เรซ (เรซแรกในวันเสาร์ และเรซที่สองในวันอาทิตย์) ซึ่งจุดเด่นของการแข่งขันของรายการนี้คือการใช้รถโปรดักชั่นหรือรถตลาดที่เราหาซื้อได้มาปรับแต่งเพื่อทำการแข่งขันกันในสนาม เรียกได้ว่าไบเกอร์หลายๆ คนสามารถอินไปกับรถที่ตนรักได้อย่างเต็มที่ ซึ่งปีนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงมีการมาใหม่ของรถรุ่นใหม่มากถึง 3 ค่าย ได้แก่ Kawasaki ZX-10RR, Ducati Panigale V4 R และ BMW S 1000 RR ซึ่งหลายๆ รวมไปถึงนักแข่งหน้าใหม่ โดยเฉพาะกับ Alvaro Bautista ที่มาควบ Ducati Panigale V4 R และพาคว้าชัยแบบดับเบิ้ลแชมป์ไปในสนามที่แล้วกับการแข่งขันในรอบ Yamaha Finance Austraian Round หรือสนามแรกนั่นเอง หรือว่าปีนี้ Jonathan Rea จะไม่สามารถผูกขาดแชมป์โลกได้อีกต่อไป…อ่อเกือบลืมไป สำหรับการแข่งขันในรุ่นใหญ่สนามนี้จะมีนักแข่งไทยได้ไวลด์การ์ดลงแข่งด้วยนั่นก็คือ ติ๊งโน๊ต ฐิติพงศ์ วโรกร ที่มีม้าศึกเป็น Kawasaki ZX-10RR ครับ แต่เดี๋ยวก่อน ผมกำลังจะพูดถึงสิ่งที่น่าสนใจกับการแข่งขัน WorldSSP ที่หลายๆ คนมักจะมองข้ามไป เพราะเป็นเหมือนรายการรอง แต่จริงๆ แล้วก็เป็นรายการแข่งขันในคลาสที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ การแข่งขัน WorldSSP นั้นจะใช้รถในคลาสซูเปอร์สปอร์ต พิกัด 600 ซีซี (สำหรับรถ 4 สูบ 675 ซีซีสำหรับรถ 3 สูบ) จุดเด่นของคลาสนี้ที่ตอนนี้รุ่นใหญ่ไม่มีคือการมีนักแข่งหญิงเข้าทำการแข่งขันกับนักแข่งชายแบบไม่แบ่งแยก แบบเต็มฤดูกาล ในแบบที่รุ่นใหญ่อย่าง WorldSBK นั้นยังไม่เคยมีมา โดยนักแข่งหญิงเพียงคนเดียวคนนี้ก็คือ Maria Herrera นักแข่งสาวผมยาวชาวสเปน วัย 23 ปี ที่มีประสบการณ์การแข่งขันครั้งแรกตั้งแต่ปี 2012 หรือวัย 16 ปีในระดับ Moto3 ในการแข่งขัน Spanish championship CEV และในปีต่อมาหรือปี 2013 เธอก็สามารถคว้าชัยมาได้ 2 ครั้ง และคว้าโพเดียมมาได้อีก 3 ครั้ง และปีเดียวกันนี่เองที่เธอได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดในการแข่งที่สนามบ้านเกิดของเธอที่ Aragon โดยครั้งนี้ได้แข่งใน Moto3 World Championship ที่เป็นรายการใหญ่ระดับโลก จากนั้นเธอก็ลงแข่ง Spanish championship CEV ในปี 2014 และมาเป็นนักแข่ง Moto3 World Championship ในปี 2015 – 2017 ก่อนที่จะย้ายมาขี่รถโปรดักชั่นในปี 2018 ในคลาส WorldSSP300 และทำผลงานได้ดีโดยจบฤดูกาลที่อันดับ 13 กับการแข่งขันในคลาสนี้เป็นครั้งแรกของเธอ และในปี 2019 นี้เธอก็จะเป็นนักแข่งหญิงคนแรกที่ลงแข่งใน WorldSSP แบบเต็มฤดูกาลคนแรก โดยจะทำการควบ Yamaha YZF-R6 ภายใต้สังกัด MS Racing ทำการชิงชัย   นอกจากนักแข่งหญิงคนแรกที่จะลงแข่งแบบเต็มฤดูกาลแล้วก็มีเรื่องน่ายินดีของชาวเอเชีย โดยเฉพาะกับชาวฟิลิปปินส์ที่ครั้งนี้ Timothy Joseph Cua Alberto จะกลายเป็นนักแข่งจากแดนตากาล็อกคนแรกที่ได้แข่งขันในรายการ WorldSSP เนื่องมาจากเหตุการณ์ที่นักแข่งชาวดัตช์ Rob Hartog จากสังกัด Team Hartog – Against Cancer แชมป์จากรายการ European Supersport 2018 ประสบอุบัติเหตุในช่วงซ้อมอิสระเซ็กชั่นที่ 2 ในการแข่งขันในรอบ Yamaha Finance Austraian Round หรือสนามแรก จนกระดูกข้อมือขวาแตกและต้องทำการพักรักษาตัว และเนื่องในโอกาสที่ Hartog พักรักษาอาการบาดเจ็บนี้เอง ทางทีมก็ยืนยันว่า Timothy

Ducati Panigale V4 R

Ducati Panigale V4 R รอบสูงจัดทำค่ายอื่นเสียเปรียบ?   ล่าสุดจากการแข่งขัน World Superbike Championship 2019 ในสนามแรกที่ Philips Island ที่ประเทศออสเตรเลียจะเห็นได้ว่า Alvaro Bautista นักแข่งแดนกระทิงดุที่เคยอยู่ในสังเวียน MotoGP มานานถึง 16 ปี แต่ทว่าในปีนี้เขาได้มาลงแข่งให้กับทีม Aruba.it Racing – Ducati ควบ Panigale V4 R และทำเรื่องช็อกวงการชาวสองล้อ เข้าเส้นเป็นอันดับ 1 ทั้งสองเรซ แบบที่ Jonathan Rea แชมป์ WorldSBK 4 สมัยรวดที่ควบ Kawasaki ZX-10RR ต้องเครียดหนัก แม้ว่า Rea เองจะยังสามารถรักษาโพเดี้ยมอันดับ 2 ไว้ได้ทั้ง 2 เรซก็ตาม แต่ก็ยังเป็นน่าตกใจที่ Bautista นั้นเป็นน้องใหม่ WorldSBK ที่มาพร้อมกับรถใหม่ของ Ducati ที่เพิ่งจะใช้แข่งในปีนี้อีกด้วย อะไรคือสาเหตุให้ปีนี้ Ducati จึงมาแรงแบบนี้ “หรือรอบสูงๆ ของ Ducati Panigale V4 R เป็นเหตุให้รถคันอื่นสู้ไม่ไหว?”   การหาเหตุผลมารองรับก็มีการคาดคะเนกันว่ามันมาจากเรื่องของความเร็วรอบเครื่องยนต์ สืบเนื่องจากกติกาเรื่องการจำกัดความเร็วรอบของเครื่องยนต์สูงสุดที่มีผลต่อรถทุกคนอาจจะเป็นช่องโหว่ให้ Ducati Panigale V4 R เป็นรถที่ได้เปรียบคันอื่นๆ กติกานั้นคือทาง FIM หรือสมาพันธ์สมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติได้กำหนดกติกาเรื่องความเร็วรอบไว้ว่าให้เพิ่มรอบสูงสุดของเครื่องยนต์อีก 3% จากรอบสูงสุดโดยเฉลี่ยของเกียร์ 3 และเกียร์ 4 (กติการเรื่องการจำกัดรอบนี้เริ่มใช้ในการแข่งขันในปี 2018 และอาจะเปลี่ยนแปลงได้แม้การแข่งจะดำเนินไปแล้วหลายสนามก็ตาม) โดย Scott Smart เทคนิคัลไดเรกเตอร์ของทาง FIM WSBK ได้อธิบายไว้ว่า “เราได้ทำการทดสอบบนไดโนและสเต็ปเทสต์หลายครั้งเพื่อให้รู้ว่าแรงม้าสูงสุดของรถนั้นอยู่ที่รอบที่เท่าไหร่ จากนั้นเราก็เพิ่มรอบเข้าไปอีก 1100 รอบ แล้วเราก็เอาตัวเลขที่ได้ 2 ค่าแล้วเลือกค่าที่ต่ำที่สุดมา วิธีนี้จะทำให้ค่ายรถไม่สามารถใช้ตัวจำกัดรอบแบบปลอมๆ มาได้ ดังนั้นเราก็จะได้ตำแหน่งกราฟแรงม้าที่สมเหตุสมผลกับความเร็วรอบ” “โดยพื้นฐานแล้วเวลาคุณเร่งความเร็วเครื่องยนต์บนไดโน มันก็เลยจะวิ่งไปได้ถึง 16,500 รอบที่เกียร์สูงสุด ซึ่งดูเกินจริง คุณไม่เคยเห็นตัวเลขนี้ในรถซูเปอร์ไบค์พันซีซีมาก่อนแน่นอน ส่วนในเกียร์อื่นๆ มันมีรอบสูงสุดที่ 16,000 รอบ และเกียร์สูงสุดที่ 16,500 รอบ เกือบจะเหมือนว่ามันโอเวอร์รันแล้ว ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าที่ความเร็วรอบขนาดนั้นคุณจะทำอะไรได้บ้าง และมันจะมีแรงม้ามากขนาดไหน”   “ถ้าเราอิงจากฐานที่ 16,000 หรือ 16,500 รอบ แล้วบวก 3% เข้าไป ก็จะอยู่ที่ราวๆ 16,500-16,600 หรือ 17,000 ในเกียร์สูงสุด แต่มันจะเกินจริงเกินไป เนื่องจากรถนั้นมีแรงม้าสูงสุดที่ 15,250 รอบ ดังนั้นเราก็เลยเพิ่มความเร็วรอบ 1100 รอบเข้าไปที่จุดนี้ กลายเป็น 16,350 รอบ ซึ่งเป็นจุดที่เรากำหนดว่าเป็นเรดไลน์ และดูสมเหตุสมผลมากขึ้น แต่มันก็ดูเหมือนจะสามารถทำความเร็วจบทางตรงได้เร็วมากๆ อยู่ดี”   และนั่นเองเป็นเหตุให้รอบของ Ducati Panigale V4 R มีรอบสูงสุดสูงถึง 16,350 รอบ มากที่สุดเมื่อเทียบกับรถจากค่ายอื่นๆ ด้านบนคือกราฟเปรียบเทียบความเร็วรอบสูงสุดของแต่ละค่าย อิงข้อมูลที่ทาง WSBK เปิดเผยออกมา จากกราฟด้านบนจะเห็นได้ว่า Ducati นั้นมีรอบที่สูงโดดออกไปอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ดี เราก็จะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงเรื่องความเร็วรอบของรถจากค่ายอื่นๆ อีกด้วย ปีนี้นอกจาก Ducati ที่เป็นรถใหม่แล้วหลายๆ ค่ายก็ใช้รถใหม่ทำการแข่งขันเช่นกัน Kawasaki Ninja ZX-10RR เองก็เป็นรถใหม่เนื่องจากโมเดลใหม่นั้นถูกออกแบบให้มีความเร็วรอบของเครื่องยนต์นั้นเพิ่มสูงจากเดิม โดยรถสแตนดาร์ดขี่ถนนนั้นมีความเร็วรอบมากกว่าเดิม 600 รอบ แต่รถแข่งใน WorldSBK ถูกเพิ่มเข้ามาอีกเพียง 500 รอบเท่านั้น ทำให้ ZX-10RR มีความเร็วรอบสูงสุดในตอนต้นฤดูกาล 2019 ที่ 14,600 รอบ BMW S 1000 RR ก็เป็นโมเดลใหม่และได้รับการปรับความเร็วรอบสูงสุดเป็น 14,900 ตามที่ FIM

Kawasaki กดเวลาเร็วที่สุด WorldSBK Pre-Season

จบไปแล้วสำหรับการทดสอบ Pre-Season ในศึก WorldSBK ซึ่งจัดขึ้นที่สนาม Algarve International Circuit ประเทศ Portugal ก่อนที่จะมีการแข่งขันจริงในเดือนกุมภาพันธ์ เราไปดูกันดีกว่าว่าผลงานของแต่ละคนนั้นจะเป็นอย่างไรกันบ้าง โดยคนที่สามารถกดเวลาได้ดีที่สุดก็เป็นไปตามคาด เจ้าของแชมป์ WSBK 4 สมัยซ้อนอย่าง Jonathan Rea นักบิดเมืองผู้ดีจากทีม Kawasaki Racing WorldSBK Team ยังคงรักษาฟอร์มเก๋าได้อย่างคงเส้นคงวา เป็นผู้ที่หวดเวลาได้เร็วที่สุด 1’40.855 ตามมาด้วย Alex Lowes สังกัดทีม Pata Yamaha WorldSBK Team ทำเวลาได้ 1’41.814 ตามหลัง Jonathan Rea อยู่เกือบๆ 1 วินาที Alvaro Bautista นักแข่งที่ย้ายมาจาก MotoGP สามารถทำเวลาตามมาเป็นอันดับที่ 3 โดยเขากดเวลาได้ที่ 1’41.934 ตามหลัง Alex Lowes เพียงแค่ 0.120 วินาทีเท่านั้น ด้วยรถ Ducati Desmosedici GP19 Tom Sykes ที่พึ่งย้ายไปซบค่ายใบพัดสีฟ้า ควบ BMW S 1000 RR 2019 รุ่นใหม่ล่าสุดที่พึ่งเปิดตัวไปหมาดๆเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยสามารถกดเวลาได้ที่ 1’42.246 ตามหลัง Jonathan Rea อยู่ 1.391 วินาที รั้งอันดับที่ 6 ทางด้านของ Chaz Davies จากทีม Aruba.it Racing – Ducati แชมป์เก่าในรุ่น WorldSSP ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเขาสามารถทำเวลาได้ 1’43.361 รั้งอันดับที่ 11 ดูเหมือนว่าเขาจะต้องทำความเคยชินกับรถแข่ง Desmosedici GP19 รุ่นใหม่นี้อีกพอสมควร สำหรับการแข่งขัน WorldSBK สนามแรกนั้นจะระเบิดความมันส์ในวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ ที่สนาม Phillip Island Grand Prix Circuit ประเทศออสเตรเลีย ผลการทดสอบ Pre-Season WorldSBK Jonathan Rea (Kawasaki Racing WorldSBK Team) 1’40.855 Alex Lowes (Pata Yamaha WorldSBK Team) 1’41.814 +0.959 Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) 1’41.934 +1.079 Leon Haslam (Kawasaki Racing WorldSBK Team) 1’42.144 +1.289 Michael van der Mark (Pata Yamaha WorldSBK Team) 1’42.191 +1.336 Tom Sykes (BMW Motorrad WorldSBK Team) 1’42.246 +1.391 Sandro Cortese (GRT Yamaha WorldSBK) 1’42.469 +1.614 Marco Melandri (GRT Yamaha WorldSBK) 1’42.507 +1.652 Toprak Razgatlioglu (Turkish Puccetti Racing) 1’42.537 +1.682 Markus Reiterberger (BMW Motorrad WorldSBK Team) 1’43.146 +2.291 Chaz Davies (Aruba.it Racing – Ducati) 1’43.361 +2.506 Michael

HRC หันกลับมาทำทีมลง WorldSBK

งานนี้ค่ายเขียวมีเสียว บางคนอาจจะยังไม่รู้เรื่องราวที่ผมกำลังจะเสนอ แต่ผมเชื่อว่าแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตย่อมไม่พลาดข่าวนี้ และสาวกค่ายปีกนกยิ่งไม่ควรพลาดข่าวนี้ อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อ HRC หรือ Honda Racing Corporation ที่ดูแลทีมแชมป์โลกหลายสมัยอย่างทีม Repsol Honda Team ทั้งยังอยู่เบื้องหลังตำแหน่งแชมป์ในการแข่งขันอีกหลายรายการ หันมาเพ่งเล็งบัลลังก์ในรายการแข่งขันรถโปรดักชั่นอย่าง WorldSBK ที่ตอนนี้มีค่ายเขียว Kawasaki เป็นราชันย์ครองแชมป์อยู่หลายปีติดต่อกัน   “16 ปีแห่งความหลัง” ท่อนนึงของเพลงดังลอยขึ้นมาในหัวทันที เพราะที่ผ่านมานั้นก็นับเป็นเวลานานถึง 16 ปีด้วยกันที่ HRC ไม่ได้สนับสนุนทำทีมโรงงานเพื่อแลงข่งในศึก WorldSBK ปล่อยให้เป็นทีมอิสระทำทีมแข่งอยู่นานหลายปี โดยที่ผลงานก็ไม่ได้หวือหวาอะไรนัก ครั้งสุดท้ายที่ Honda ได้สนับสนุนทำทีมโรงงานลงแข่งนั้นก็ตั้งแต่ปี 2002 แล้ว   และในการแข่งขัน WorldSBK ปี 2002 นั้นก็เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างนักแข่งจากค่ายแดง Ducati อย่าง Troy Bayliss นักแข่งแดนจิงโจ้และนักแข่งสังกัดค่ายปีกนกภายใต้ชื่อทีม Castrol Honda HRC อย่าง Colin Edwards จากเมืองลุงแซม โดยในช่วงแรกของฤดูกาลชัยชนะตกเป็นของ Troy Bayliss มากถึง 14 ครั้งจากทั้งหมด 17 เรซแรก ต่อมาภายหลังสถานการณ์กลับพลิกผัน กลายเป็นว่า Colin Edwards ที่ควบ VTR1000 คว้าชัยได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าและคว้าแชมป์โลกในปี 2002 ไปครองโดยมีคะแนนห่างกันเพียง 11 คะแนนเท่านั้น   โดยในปี 2019 นี้ทาง HRC จับมือกับ Althea และ Moriwaki เพื่อกลับมาลงทำการชิงชัยในศึกการแข่งขันรถโปรดักชั่นอีกครั้งด้วยรถ Honda CBR1000RR SP2 โดยมี Leon Camier และ Ryuichi Kiyonari ทำหน้าที่เป็นคนควบกระต่ายเพลิงภายใต้สังกัดทีมใหม่ล่าสุดชื่อว่า Moriwaki-Althea Honda Racing Team   ทั้งนี้ Camier จะเป็นปีที่สองแล้วกับรถ Honda CBR1000RR SP2 ที่ปีนี้นักแข่งชาวอังกฤษผู้นี้จะได้เผชิญหน้าความท้าทายใหม่ด้วยรถแข่งคันเดิม “ผมตื่นเต้นมากๆ และนี่คือโอกาสที่สุดยอดมากๆ และมันน่าตื่นเต้นมากจริงๆ กับการที่ทาง HRC กลับเข้ามาใน WorldSBK ก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่งสุดๆ และผมก็ตั้งตาคอยที่จะได้เริ่มต้นการแข่งขันแล้ว ระดับการแข่งขันของ WorldSBK ก็สูงมาก สูงกว่าที่คนทั่วไปรู้สึกด้วยซ้ำ Rea นั่นแหละที่เป็นคนเซ็ตระดับไว้สูง แผนการของเราคือพัฒนาและเอาคืน Kawasaki ให้ได้ในบางจุด เราจำเป็นจะต้องลงแข่งได้อย่างสูสีเสียก่อน ตอนนี้มันคือทีมใหม่พร้อมกับอะไรใหม่ๆ ที่เข้ามารวมกัน และยังมีอะไรที่ต้องทำอีกมาก ผมรู้สึกได้ถึงความเป็นไปได้ในอนาคตว่าเราจะขึ้นยืนบนโพเดียมได้” นอกจากนี้ปี 2019 จะเป็นที่น่าจดจำยิ่งขึ้นจากการกลับมาของตำนานซูเปอร์ไบค์อย่าง Ryuichi Kiyonari นักแข่งแดนปลาดิบที่จะได้กลับมาแข่งในรายการนี้อีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2009 สมัยที่เขาลงแข่งให้กับ Honda “ตอนแรกผมก็ตกใจที่ HRC กลับมาแข่ง WorldSBK และผมก็ประหลาดใจที่ HRC เรียกใช้ผม มันเป็นเวลานับ 10 ปีแล้วที่ผมได้ขี่ใน SBK ผมดีใจมากๆ ที่ได้มาร่วมโปรเจ็กต์ใหญ่ครั้งนี้ ผมมีประสบการณ์การแข่งในรายการนี้ 2 ปีคือปี 2008 และ 2009 และมันก็เป็นการแข่งขันที่เข้มข้นมากๆ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะติดหนึ่งใน 6 อันดับแรก แต่เรามีรถที่ดีและทีมที่ดี ถ้าเราสามารถทำหน้าที่ของเราได้ดี ผมก็หวังว่าผมจะสามารถทำผลงานได้ดีด้วยเช่นกัน”   งานนี้ Kawasaki ที่มี Jonathan Rea ครองบัลลังก์แชมป์ด้วย ZX-10RR อยู่นานหลายปีต้องเริ่มมีหนาวๆ ร้อนๆ กันบ้างล่ะครับ อาจจะต้องปรับตัวใหม่มากขึ้นจากการมีเพื่อนร่วมทีมคนใหม่อย่าง Leon Haslam เพราะว่า Tom Sykes ย้ายไปอยู่กับ BMW แล้ว BMW น่าจะได้อะไรดีๆ จาก Sykes ที่อยู่ Kawasaki มานาน  และแน่นอนค่ายแดงที่ปีนี้มีรถสเป็กเทพคันใหม่อย่าง Panigale V4 R ก็ต้องมาดูกันว่าจะทำผลงานได้ดีต่อเนื่องมั้ย แต่ที่แน่ๆ ปีนี้มันกว่าเดิมแน่นอน เพราะยักษ์ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังทีม

Pirelli สร้างสถิติโลกใหม่ ด้วย 70 แชมป์ในการแข่งขัน FIM Motocross World Championship 2018

Pirelli สร้างสถิติโลกใหม่ ด้วย 70 แชมป์ในการแข่งขัน FIM Motocross World Championship 2018 บริษัทยางจากอิตาลีได้เข้าร่วมการแข่งขันและสะสมแต้มของการขึ้นโพเดียมอันดับ 1 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบ 38 ปี ที่สร้างชัยชนะให้กับนักแข่งจากทัวโลก และเป็นแบรนด์ยางเพียงหนึ่งเดียวที่ได้เข้า Hall of Fame ของยางที่สร้างชัยชนะต่อเนื่องสูงที่สุด จากสถิติของการเข้าโพเดียม เป็นผลงานและเทคโนโลยีการผลิตของยาง Pirelli Scorpion MX32 มากที่สุด และในการแข่ง FIM Motocross World Championship ของปี พ.ศ. 2561 นี้ Pirelli ได้เข้าเส้นชัย 53 ครั้งจาก 54 การแข่งขัน (26 ตำแหน่งจาก 27 การแข่งขันในรุ่นของ MXGP ส่วนในรุ่นของ MX2 ได้ขึ้นโพเดียมทั้งหมด) ราชื่อด้านล่างคือผลการแข่งขัยของสนามล่าสุดที่บัลเกเรียน นักแข่งที่ใช้ยาง Pirelli จะเป็นตัวหนา MXGP HERLINGS Jeffrey (NED) p.783 CAIROLI Antonio (ITA) p.710 DESALLE Clement (BEL) p.581 GAJSER Tim (SLO) p.549 FEBVRE Romain (FRA) p.544 PAULIN Gautier (FRA) p.483 MX2 PRADO GARCIA Jorge (SPA) p.739 JONASS Pauls (LAT) p.709 KJER OLSEN Thomas (DEN) p.555 WATSON Ben (GBR) p.515 COVINGTON Thomas (USA) p.480 VLAANDEREN Calvin (RSA) p.462 Race results: MXGP race 1 HERLINGS Jeffrey (NED) GAJSER Tim (SLO) DESALLE Clement (BEL) FEBVRE Romain (FRA) PAULIN Gautier (FRA) MXGP race 2 HERLINGS Jeffrey (NED) CAIROLI Antonio (ITA) GAJSER Tim (SLO) DESALLE Clement (BEL) FEBVRE Romain (FRA) MX2 race 1 JONASS Pauls (LAT) PRADO GARCIA Jorge (SPA) KJER OLSEN Thomas (DEN) COVINGTON Thomas (USA) LAWRENCE Hunter (AUS) MX2 race 2 PRADO GARCIA Jorge (SPA) LAWRENCE Hunter (AUS) JONASS Pauls (LAT) WATSON Ben (GBR) KJER OLSEN Thomas (DEN)   คะแนนรวม: MXGP HERLINGS Jeffrey (NED) FEBVRE Romain (FRA) DESALLE Clement (BEL)

Yamaha แชมป์ 2 สมัย!! Suzuka 4 Hour

ยามาฮ่าประกาศความสำเร็จหลังคว้าแชมป์ SUZUKA 4 Hours 2 สมัยติดต่อกัน สร้างประวัติศาสตร์วงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทย นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ และสถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และนักแข่งในสังกัด YAMAHA THAILAND RACING TEAM พร้อมด้วยทีมงาน นำโดย อนุภาพ ซามูล, พีรพงศ์ บุญเลิศ และประวัติ ญาณวุฒิ ที่สามารถป้องกันแชมป์การแข่งขัน FIM World Endurance Championship 2018 ในรายการ Suzuka 4 Hours ที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วยรถ Yamaha YZF-R6 หมายเลข 99 โดยทีมYAMAHA THAILAND RACING TEAM สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตของเมืองไทยที่ลงทำการแข่งในระดับนานาชาติและสามารถคว้าแชมป์ได้ถึงสองปีติดต่อกัน ด้วยบรรยากาศการแถลงข่าวที่อบอุ่นและเป็นกันเองณ Yamaha Riders’ Club ถ.ประเสริฐมนูกิจ เมื่อเร็วๆ นี้

Honda ฉลองแชมป์โลก Endurance World Championship 2018

“Honda” ฉลองแชมป์โลกสุดยิ่งใหญ่ “Endurance World Championship 2018” AP Honda ส่งสุดยอดช่างไทย” ร่วมลุยศึก Suzuka 8 Hours F.C.C. TSR Honda France ยอดทีมแข่งหมายเลข 5 ผงาดคว้าแชมป์โลกในศึกบิดมาราธอน Endurance World Championship 2018 หลังจบสนามสุดท้ายในรายการ Suzuka 8 Hours ขณะ “ AP Honda” ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยส่งสุดยอดช่างชาวไทย สิทธิชัย กานิวาสน์ และรมิดา เลาหจตุพร เจ้าหน้าที่ประสานงานสาวไทย ร่วมทัพ “Honda Asia Dream Racing Team” ทำงานสุดท้าทายในสนามระดับโลก พร้อมช่วยทีมคว้าอันดับ 7 ย้ำชัดจุดยืนเดินตามโร้ดแม็ปผลักดันทีมแข่งไทยก้าวสู่ “MotoGP” ภายในปี 2025 การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบมาราธอนชิงแชมป์โลก หรือ FIM Endurance World Championship 2018 ดวลความเร็วสนามสุดท้ายของปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ Suzuka International Circuit ประเทศญี่ปุน โดยนับเป็นสนามตัดสินแชมป์โลกซึ่งมีแฟนๆ จากทั่วโลกจับตามอง โดยผลการแข่งขันปรากฏว่า Redbull Honda with Japan Post หมายเลข 33 มี 2 นักบิดญี่ปุ่น Takumi Takahashi , Takaaki Nakagami และ PJ Jacobsen นักบิดอเมริกัน ร่วมกันคว้าอันดับ 2 ในสนามสุดท้าย ขณะที่จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพอย่าง F.C.C. TSR Honda France ยอดทีมแข่งญี่ปุ่น ผงาดคว้าแชมป์โลกในปีนี้ได้สำเร็จ หลัง Josh Hook, Freddy Foray และ Alan Techer ที่แม้จะคว้าได้เพียงอันดับ 5 ในสนามนี้ แต่ก็มีคะแนนสะสมเพียงพอต่อการขึ้นไปฉลองบัลลังก์ในฤดูกาล 2018 ด้าน Honda Asia Dream Racing Team ที่บิดโดย Zaqhwan Zaidi, Troy Herfoss และ Andi Farid Izdihar หมายเลข 22 ซึ่งมีสุดยอดช่างชาวไทยอย่าง สิทธิชัย กานิวาสน์ รวมถึง รมิดา เลาหจตุพร เจ้าหน้าที่ประสานงานสาวไทย ร่วมทำงานระดับโลกด้วยนั้น สามารถคว้าอันดับ 7 มาครอง ขณะที่ KYB Moriwaki Motul Racing ที่ “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ รับหน้าที่เป็นนักบิดสำรอง หมายเลข 19 ก็คว้าอันดับ 8 จากผลงานของ Yuki Takahashi และ Ryuichi Kiyonari อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตาม Facebook คลิกทีนี้ 

Yamaha แกร่งคว้าแชมป์ Suzuka 8 Hours 4 สมัยซ้อน

YAMAHA FACTORY RACING TEAM สุดแกร่ง คว้าแชมป์ 4 สมัยซ้อน เกมความเร็วทางเรียบสุดทรหดระดับโลก Suzuka 8 hours ขุนพลนักบิด YAMAHA FACTORY RACING TEAM ซึ่งนำทัพโดย Katsuyuki Nakazuga (ญี่ปุ่น) พร้อมด้วย Alex Lowes (อังกฤษ) และ Michael van der MARK (เนเธอร์แลนด์) ร่วมผนึกกำลังควบรถแข่ง Yamaha YZF-R1 หมายเลข 21 โชว์ฟอร์มการขับขี่สุดแข็งแกร่งแบบเหนือชั้น ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างขาดลอย ด้วยการทำรอบสูงสุดถึง 199 รอบสนาม ก่อนจบการแข่งขันด้วยการคว้าชัยชนะอันดับ 1 ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบเอ็นดูร้านซ์ชื่อดังของโลกที่สุดทรหด 8 ชั่วโมง รายการ The 41st “Coca-Cola” Suzuka 8 hours FIM Endurance World Championship 2018 และเป็นการคว้าแชมป์ 4 สมัยติดต่อกันให้กับทีม YAMAHA FACTORY RACING TEAM ได้อย่างยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรี โดยการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้น ณ สนาม ซูซูก้า อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเร็วๆ นี้

“ติ้งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร แชมป์ SB1 PTT BRIC Round 1

“ติ๊งโน๊ต ฐิติพงศ์ วโรกร ” ประเดิมแชมป์สนามแรก!! “ซีเค-ชัยวิชิต” คว้าอันดับ3 ที่บุรีรัมย์ CORE” Kawasaki Thailand Racing Team ประเดิมแชมป์สนามแรก ในรุ่น Superbike 1000cc (SB1) รายการ PTT BRIC Superbike 2018 ด้วยฝีมือแชมป์เก่าปี 2017 “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร (TingNote Thitipong Warokorn) #100 ผู้ควบม้าศึก Ninja ZX-10RR ที่หลังออกสตาร์ทในช่วงแรกถูกเบียดสลับตำแหน่งขึ้นลงอยู่หลายครั้ง จนมาถึงในช่วงท้าย “ติ๊งโน๊ต” กลับมาท๊อปฟอร์มอีกครั้ง ขยับตำแหน่งไล่ขึ้นมาได้ในอันดับ 2 ด้วยทักษะและประสบการณ์จากโมโตทู บวกกับความพร้อมทั้งร่างกายและความพยายามอย่างไม่ลดละสามารถเบียดแซงคู่แข่งในช่วงก่อนโค้งสุดท้ายเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก คว้าธงหมากรุกประเดิมแชมป์สนามเปิดฤดูกาลให้กับ “คาวาซากิ” ไปครอง  ด้านขุนพลคู่หู “ซีเค” Chaiwichit Ck Nisagul #25 หลังออกสตาร์ทและขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ2 ตามหลังคู่แข่งเพียงไม่กี่วินาที พยายามไล่บี้เพื่อขยับตำแหน่งตั้งแต่ต้นจนท้ายเกม จนในช่วงท้ายสามารถเข้าเส้นชัยได้ในอันดับ 3 ขึ้นโพเดี้ยมคู่รับรางวัลอย่างงดงามร่วมกับทีมเมท ขอบคุณทุกแรงใจที่ช่วยเชียร์ “ติ๊งโน๊ต” และ “ซีเค” จนคว้าธงหมากรุกมาครองได้เป็นผลสำเร็จ ท่านสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ CORE” Kawasaki Thailand Racing Team ได้ที่นี่ !! #SuperBikeMagazine #KawasakiThailand

400 cc Pro Division ใช้ยาง PIRELLI Diablo Supercorsa  กดเวลา Best Lap !!

ขอแสดงความยินดีกับผู้ขึ้นโพเดียมในรายการ FMSCT All Thailand Championship 2018 รุ่น Open 400 cc Pro Division ที่ใช้ยาง PIRELLI Diablo Supercorsa กดเวลา Best Lap  !! อันดับ 1 พีรพงศ์ หลุยบุญเป็ง #24 ควบ Yamaha YZF-R3 กดเวลา Bestlap อยู่ที่ 1:50.100 ด้วยยาง PIRELLI Diablo Supercorsa ลายสายฟ้า ส่วนอันดับ 2 เป็น วรพงศ์ มาลาหวล #46 ที่ควบ Yamaha YZF-R3 กดเวลา Bestlap อยู่ที่ 1:50.271 ด้วยยาง PIRELLI Diablo Supercorsa เช่นกัน และอันดับ 3 ตกเป็นของ ชนะชัย บุญงาม #91 ที่บิดเจ้า Yamaha YZF-R3 เข้ามาเป็นอันดับที่3 ได้สำเร็จ กดเวลา Bestlap อยุ่ที่ 1:53.033 ด้วยยาง PIRELLI Diablo Supercorsa ลายสายฟ้า #อยากเร็วต้องPirelli  

ไม่ธรรมดา นักบิด Yamaha Riders’Club Racing Team ขึ้นโพเดี้ยม !!

นักบิด YAMAHA RIDERS’ CLUB RACING TEAM สุดร้อนแรงผงาดโพเดี้ยม ศึกชิงแชมป์ประเทศไทย สนาม 2 รายการ PTT BRIC SuperBike Championship 2018 สนามที่ 1 ซุป-อนุชา นาคเจริญศรี #10 นักบิดซุปตาร์สังกัดทีม YAMAHA RIDERS’ CLUB RACING TEAM กระชากคันเร่งรถแข่งยามาฮ่า YZF-R1 ไล่บี้ขับเคี่ยวกับอดีตนักแข่งโมโตทูแบบสุดมันส์ ก่อนทะยานเข้าเส้นชัยคว้าอันดับที่ 2 ผงาดยืนโพเดี้ยมรุ่น Super Bike 1000 cc (SB1) ศึกชิงแชมป์ประเทศไทย FMSCT All Thailand SuperBike Championship 2018 สนามที่ 2 ในรายการ PTT BRIC SuperBike Championship 2018 สนามที่ 1 ส่วน โซ่-อานนท์ สังวาลย์ #3 คว้าอันดับที่ 4 นอกจากนี้นักบิดในสังกัด YAMAHA THAILAND RACING ที่ลงทำการแข่งขันในทีมที่ยามาฮ่าให้การสนับสนุน โดยในรุ่น Super Stock 1000 cc (ST1) ตี – อนุภาพ ซามูล #500 โชว์ฟอร์มเดือดสะท้านแทร็คด้วยการกระชากคันเร่งรถแข่งยามาฮ่า YZF-R1 ไล่แซงคู่แข่งแบบสุดมันส์ ก่อนผงาดคว้าอันดับที่ 1 หลังออกสตาร์ทจากกริดที่ 21 ส่วน เบิร์ด-ประวัติ ญาณวุฒิ #95 รถแข่งมีปัญหาไม่จบการแข่งขัน และในรุ่น Super Sport 600 cc (SS1) ต๋ง – พีระพงษ์ บุญเลิศ #55 คว้าชัยชนะอันดับที่ 1 ด้วยการกดคันเร่งรถแข่ง ยามาฮ่า YZF-R6 นำแบบม้วนเดียวจบ ส่วน ฟอง – คณาฑัต ใจมั่น #90 พลาดล้มต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย โดยการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้น ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อเร็วๆ นี้

ข่าวการแข่งขัน MotoGP

  • All Posts
  • MOTOGP
Marco Bezzecchi Aprilia 2026

Marco Bezzecchi ออกมาเบรกกระแสหลัง Aprilia ทำผลงานหรูในการทดสอบ MotoGP 2026 ที่บุรีรัมย์ ย้ำผลซ้อมวัดอะไรไม่ได้ ขอโฟกัสความสม่ำเสมอมากกว่าคำชม

  • All Posts
  • MOTOGP
V4 Yamaha ยังไม่สุด! เฟอร์นันเดซชี้ ‘ต้องเสริมอีกขั้น’

V4 Yamaha ยังคงต้องเพิ่มเติมอีกบางอย่าง คำกล่าวอ้างจากเทสต์ไรเดอร์อย่างออกุสโต้ เฟอร์นันเดซหลังจบการแข่งขันที่สนามเซปังฤดูกาล 2025 ที่ผ่านมา

ข่าวการแข่งขัน WSBK

  • All Posts
  • WSBK
5 จุดเปลี่ยนใหญ่ ในศึก WorldSBK 2024

5 จุดเปลี่ยนใหญ่ ในศึก WorldSBK 2024 และนี่คือ 5 จุดเปลี่ยนใหญ่ ในศึก WorldSBK 2024 ที่ทำให้เกมการแข่งขันนั้นยุติธรรมและท้าทายมากขึ้น จากการปรับเปลี่ยนกฏและกติกาการแข่งขัน งานนี้บอกเลยค่ายแดงจะเป็นแชมป์อีกสมัยไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ๆ จุดแรกคือ การถ่วงน้ำหนัก จุดนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ส่งผลมากที่สุดเรื่องนึงต่อการแข่งขัน WorldSBK ในปี 2024 นี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำหนัก โดยนักแข่งจะต้องถ่วงน้ำหนักที่รถของพวกเขาหากว่าพวกเขามีน้ำหนักตัวเบากว่าน้ำหนักมาตรฐานอ้างอิง ซึ่งน้ำหนักมาตรฐานอ้างอิงที่ว่าคือ 80 กิโลกรัม โดยมีเกณฑ์การถ่วงน้ำหนักที่รถเพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัมทุก ๆ น้ำหนักตัวของนักแข่งที่เบากว่าเกณฑ์ 1 กิโลกรัม ยกตัวอย่างเช่น หากนักแข่งคนนึงน้ำหนักตัว 70 กิโลกรัม เมื่อคำนวณแล้วถือว่าเบากว่ามาตรฐานอ้างอิง 10 กิโลกรัม ก็จะต้องถ่วงน้ำหนักที่รถเพิ่มขึ้น 5 กิโลกรัมนั่นเอง แต่ทั้งนี้จะมีการถ่วงน้ำหนักมากที่สุดไม่เกิน 10 กิโลกรัม งานนี้ใครตัวเล็กก็จะต้องถ่วงกันเยอะหน่อย และแน่นอนว่าแชมป์โลกอย่าง Alvaro Bautista จะต้องโดนถ่วงน้ำหนักที่รถมากแน่นอน จุดที่ 2 คือ ลดปริมาณน้ำมัน เรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงเองก็มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีการลดความจุของถังน้ำมันให้เหลือเพียง 21 ลิตรเท่านั้น ขณะเดียวกันก็มีการทดสอบบางอย่างเพื่อนำไปใช้ประเมินเรื่องการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2025 นอกจากนี้การแข่งขันต้องใช้น้ำมันที่เปลี่ยนไป โดยน้ำมันใหม่นี้จะต้องมีส่วนผสมน้ำมันที่ไม่ได้มาจากฟอสซิลในอัตราส่วน 40% เพื่อมุ่งหน้าสู่ความยั่งยืนในอนาคต แน่นอนว่าเรื่องนี้มีผลต่อการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์อย่างมาก เพราะจะต้องทำให้เครื่องยนต์นั้นยังคงทำงานได้ดีจากน้ำมันผสมใหม่นี้ จุดที่ 3 กระบวนการคำนวณแต้มต่อใหม่ แต้มต่อที่ว่านี้คือ Concession Point นั่นเอง ซึ่งทางสมาพันธ์จะใช้แต้มต่อที่ว่านี้ในการรักษาบาลานซ์ในการแข่งขัน ไม่ให้มีรถจากค่ายใดค่ายนึงมีความได้เปรียบเสียเปรียบมากเกินไป เพื่อให้เกมการแข่งขันมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ตอนนี้กลายเป็นว่าจะมีจุดเช็คพอยต์เพื่อคำนวณแต้มต่อที่ว่านี้ทุก 2 สนาม จากเดิม 3 สนาม และการแข่งซูเปอร์โพลเรซก็จะมีแต้มตัวนี้ด้วยเหมือนกัน จากเดิมที่ไม่มีในรอบซูเปอร์โพลเรซ ซึ่งเริ่มต้นทุกทีมจะมี 0 คะแนน และ เมื่อถึงเช็คพอยต์ค่ายรถใดที่มีแต้มนี้น้อยกว่าค่ายใดที่ได้มากที่สุดตั้งแต่ 33 คะแนนขึ้นไปจะถูกประเมินเพื่อปรับเปลี่ยนให้สามารถใช้ชิ้นส่วนที่ปรับแต่งได้ ซึ่งจากเดิมแค่เรื่องของแชสซี แต่ตอนนี้รวมถึงชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ทีมที่ได้อันดับน้อย ๆ หรือแข่งขันกับค่ายอื่นไม่ได้ มีโอกาสทำคะแนนได้มากขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้จะมีสูตรการคำนวณที่ซับซ้อนพอสมควรเลยทีเดียว จุดที่ 4 การลงโทษแบบใหม่     จะมีบทลงโทษใหม่สำหรับคนที่ใช้เครื่องยนต์เกินจำนวนที่อนุญาต นักแข่งที่ทำผิดจะต้องออกสตาร์ทจากท้ายของกริดและต้องวิ่งลองแล็ป (Long Lap) จำนวน 2 แล็ปด้วยกัน จากเดิมที่ให้ออกสตาร์ทจากพิทเลนโดยนักแข่งจะออกจากพิทเลนได้ต่อเมื่อไฟเขียวติดขึ้นหลังจากที่นักแข่งทุกคนได้เลยผ่านทางออกพิทไปแล้ว จุดที่ 5 เปลี่ยนเรื่องตำแหน่งกริดในเรซที่ 2 จริง ๆ จุดที่ 5 นี้ก็ไม่ใช่ของ WorldSBK โดยตรง แต่จะเป็นการแข่งขันซัพพอร์ตรายการอื่น ๆ ที่แข่งในวันหยุดสุดสัปดาห์เดียวกันต่างหาก ซึ่งก็คือรายการ WorldSSP, WorldSSP300 และ WorldWCR ซึ่งตอนนี้ตำแหน่งกริดสตาร์ทของเรซที่ 2 จะยึดตามสถิติเวลาแล็ปเร็วที่สุดของ Race ที่ 1 แทน ส่วนกริดสตาร์ทเรซที่ 1 จะยังคงยึดลำดับจากรอบซูเปอร์โพลตามเดิม โดยนักแข่งที่ทำเวลาได้เร็วที่สุด 9 อันดับแรก ก็จะออกสตาร์ทเป็นกลุ่มแรกตามลำดับในเรซที่ 2 ส่วนอันดับที่เหลือจะอิงตามผลของซูเปอร์โพลตามเดิม   งานนี้บอกเลยว่าเกมการแข่งขันจะสนุกและสูสีกันมากขึ้นอย่างแน่นอน แชมป์อาจจะมีการเปลี่ยนมือก็ได้ ทีมที่ด้อยกว่าก็จะมีโอกาสได้พัฒนามากขึ้น และแน่นอนว่าเพื่อน ๆ อย่าลืมติดตามเชียร์กันด้วยนะ โดยเฉพาะรุ่น WorldSSP จะมีนักแข่งชาวไทยลงแข่งขันภายใต้ทีม Yamaha Thailand Racing Team ด้วยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR1000RR-R Fireblade SP 2024 ตัวแข่ง WorldSBK

CBR1000RR-R Fireblade SP 2024 ตัวแข่ง WorldSBK สเปกยังไง สำหรับเจ้าตัวแข่งคันใหม่ของค่ายปีกนกอย่าง Honda CBR1000RR-R Fireblade SP 2024 ตัวแข่ง WorldSBK นั้นถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “Total Control for the Track” หรือก็คือการตามหาสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมควบคุมได้ทั้งในแทร็กและในการแข่งขัน เครื่องยนต์ใช้เทคโนโลยีที่ถ่ายทอดมาจากรถแข่ง MotoGP อย่าง RC213V ส่งผลให้โมเดลนี้ทรงพลังที่สุดของ CBR แต่มีสเปกอะไรยังไง เราจะพาไปดูกันครับ   รูปโฉมโดนใจ ด้วยเฉดสีไตรคัลเลอร์ แดง ขาว และน้ำเงิน เด่นด้วยโลโก้ CBR ด้านข้าง และตัวอักษร RRR สีฟ้าข้างตัวรถที่ดูเฉียบคมก็ลงตัว ขณะที่ภายใต้แฟริ่งอันสวยงามนั้นคือเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงขนาด 999.9 ซีซี ที่มีแรงม้ากว่า 228 แรงม้าที่ 14,500 รอบ (รถเดิมเคลมที่ 214.6 แรงม้า) ระบบเกียร์ 6 สปีด ควบคุมการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงตามกติกาของ FIM และใช้น้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 21 ลิตร และท่อสูตรจาก Akrapovic ทั้งนี้การโมดิฟายปรับแต่งหลัก ๆ ของรถเดิมโมเดลใหม่ปี 2024 นี้มาจากการปรับแต่งฝาสูบ กำลังอัด จังหวะการทำงานของวาล์วและสปริงวาล์ว เปลี่ยนเพลาข้อเหวี่ยงและก้านสูบให้เบาขึ้น อัตราทดเกียร์ใหม่ คันเร่งไฟฟ้าพร้อมมอเตอร์ควบคุม 2 ตัว เพื่อเพิ่มความแม่นยำการตอบสนองฟีลลิ่ง มาพร้อมช่วงล่างที่มีระบบกันสะเทือนไฟฟ้าจาก Ohlins เจ็นใหม่ล่าสุด และระบบเบรกจาก Brembo ขณะที่เวอร์ชันตัวแข่งของ WorldSBK ทางทีมงาน HRC เลือกที่จะใช้ระบบกันสะเทือนจากทาง Showa และระบบเบรกจากทาง Nissin แทน ล้อจาก OZ Racing ยางสลิก Pirelli Diablo SuperBike ส่วนเฟรมและสวิงอาร์มก็จะเป็นอลูมิเนียม และเมื่อช่างน้ำหนักทั้งคันแล้วรถจะมีน้ำหนักเหลือเพียง 168 กิโลกรัม จากรถเดิมที่หนัก 201 กิโลกรัม โดยรวมแล้วความแรงแม้ว่าจะเพิ่มขึ้นไม่ได้มากหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้แค่เพียงประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ แต่ในเรื่องของสมรรถนะโดยรวมแล้วจะเพิ่มขึ้นมากกว่าด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบากว่ามาก หากคิดเปรียบเทียบอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักแล้วต่างกันมากทีเดียวครับ โดยตัวแข่งนั้นมีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักมากกว่าถึง 27 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว   สุดท้ายนี้เราก็ต้องมาดูกันว่ารถแข่งคันใหม่คันนี้จะทำผลงานในรายการได้ดีขนาดไหน เพราะทีมอื่น ๆ เองก็มีการพัฒนาขึ้นมาเช่นกัน โดยเฉพาะทางค่ายแดงที่เป็นแชมป์ปัจจุบันอยู่ตอนนี้ มีเครื่องยนต์ที่รอบจัดมากที่สุดเลยทีเดียวครับ แน่นอนว่าแรงม้าก็ต้องมากตามไปด้วยนั่นเอง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!