
2025 Tiger Sport 660 เปิดตัวมาแบบเงียบ ๆ ตามสไตล์แบบผู้ดีอังกฤษกับ สปอร์ตทัวร์ริ่งไซส์กลาง ที่มาพร้อมการออกแบบดีไซน์ที่ไม่ได้มีการปรับเปลื่ยนอะไรมากมายนัก
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

2025 Tiger Sport 660 เปิดตัวมาแบบเงียบ ๆ ตามสไตล์แบบผู้ดีอังกฤษกับ สปอร์ตทัวร์ริ่งไซส์กลาง ที่มาพร้อมการออกแบบดีไซน์ที่ไม่ได้มีการปรับเปลื่ยนอะไรมากมายนัก

รีวิว MT-09 Y-AMT ครั้งนี้ทีมงาน SuperBike Thailand ก็ไม่พลาดโอกาสที่บอกเล่าถึงประสบการณ์การการขับขี่ เจ้า Y-AMT รุ่นนี้จะมีอะไรเป็นพิเศษ

Honda NX500 2024 รีวิว พร้อม 5 จุดเด่น ทำไมต้องเลือกนำมาใช้งาน แล้วมันดีกว่ารุ่นเก่าอย่าง CB500X ยังไง ในบทความนี้มีคำตอบ

รีวิว Yamaha NMAX Connected ล้ำสุดเรื่องเทคโนโลยี หล่อสุด แม้เจ้า NMAX Connected จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ใหม่ แต่ก็มีสีสันใหม่ที่ดูสวยงามและพรีเมียมมากยิ่งขึ้น สะดุดตาด้วยล้อแม็กสีทอง และสีน้ำเงิน ระบบไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Full LED พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์และไฟฉุกเฉิน โดยไฟเลี้ยวหน้าเป็นแบบบิลต์อินในแฟริ่งชิ้นข้าง ไม่ยื่นออกมาให้เกะกะสายตา ดูสวยงามลงตัว ขุมพลังแรงและล้ำสุด เจ้าเอ็นแม็กซ์คันนี้ใช้เครื่องยนต์ Blue Core สูบเดียว 4 วาล์วขนาด 155 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเทคโนโลยี VVA หรือวาล์วแปรผันช่วยให้อัตราเร่งที่ดีทุกย่านความเร็วรอบ แถมลูกสูบยังเป็นลูกสูบฟอร์จที่มีความทนทาน ซึ่งล้ำกว่าคันอื่นในคลาส ช่วงล่างเด่นสุดที่ระบบเบรก ช่วงล่างนั้นด้านหน้าให้โช้คเทเลสโคปิกมา ด้านหลังเป็นยูนิตสวิงและโช้คคู่ซึ่งไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ทีเด็ดอยู่ที่ระบบเบรก นอกจากจะเป็นดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลังแล้ว ยังมีระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนเนลอีกด้วย ส่วนขนาดล้อและหลังจะเป็น 13 นิ้วเท่ากัน เทคโนโลยีจัดเต็มสุด นอกจากระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนเนลที่พูดไปแล้ว เทคโนโลยีต่างๆ ก็ถือว่าเหนือกว่าค่ายอื่น โดยโมเดลนี้จะมาพร้อมแทร็คชันคอนโทรลแล้ว ซึ่งดีมากๆ เวลาขับขี่บนถนนที่มีการยึดเกาะน้อยๆ เช่น ถนนเปียกชื้น หรือเจอทราย ก็จะช่วยตัดกำลังรถและช่วยให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น มีระบบ Yamaha Y-Connect เชื่อมต่อ CCU ของรถเข้ากับสมาร์ทโฟนช่วยให้รับรู้ข้อมูลต่างๆ ได้มากขึ้น และใช้งานได้มากถึง 8 ฟังก์ชัน ได้แก่ แจ้งสถานะน้ำมันเครื่องและแบตเตอรี่ เพื่อให้เรารู้ว่าถึงระยะเวลาเซอร์วิสต์แล้วหรือยัง ป้องกันการลืม รวมไปถึงในระยะยาวจะช่วยให้อายุการใช้งานของเครื่องยนต์ยาวนานอีกด้วย เพราะเราไม่ลืมที่จะเปลี่ยนถ่ายของเหลว และไม่ต้องเสียเวลากับปัญหาแบตหมดสตาร์ทรถไม่ได้อีกด้วยครับ แจ้งเตือนเครื่องยนต์ผิดปกติ ซึ่งตรงนี้สะดวกมากๆ ทำให้เรารู้ได้ว่าเกิดอะไรผิดปกติกับเครื่องยนต์ แจ้งตำแหน่งจอดรถดับเครื่องครั้งล่าสุด ทำให้เราค้นหารถได้ง่ายขึ้นนั่นเองครับ แจ้งเตือนการสื่อสาร จะมีสัญลักษณ์ขึ้นบนเรือนไมล์ให้เรารู้ว่ามีคนติดต่อเราเข้ามา ทำให้เราไม่พลาดทุกการสื่อสาร ซึ่งเหมาะกับคนที่งานรัดตัว รีบเร่ง หรือคนที่ประกอบอาชีพจำพวกเดลิเวอรีอย่างมากครับ ติดต่อสอบถาม สามารถติดต่อสอบถามปัญหาการใช้งานหรือเรื่องอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชันกับทาง Yamaha ได้สะดวก ตรวจสอบการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง หรือดูอัตราการบริโภคน้ำมันนั่นเอง ซึ่งสามารถบอกได้แบบเรียลไทม์เลยครับ ซึ่งตรงนี้จะทำให้เราได้ด้วยว่าขับขี่แบบไหนถึงจะประหยัดน้ำมันอีกด้วยครับ จัดอันดับการขับขี่ ซึ่งจะเป็นการเปรียบเทียบกับผู้ใช้รถรุ่นเดียวกันกับเราไปทั่วโลก ถือเป็นการช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ เพราะเราจะรู้สึกได้ถึงการแข่งขันครับ แสดงกราฟิกมาตรวัดได้ 2 สไตล์ จะแสดงให้เห็นถึงรอบเครื่องยนต์และความเร็ว ช่วยให้บิดสนุกขี่มันยิ่งขึ้น สะดวกสบายขั้นสุด นอกจากนี้แล้ว ยังมีเทคโนโลยีและลูกเล่นอื่นๆ ที่มีประโยชน์และใช้งานได้จริง อาทิ ระบบกุญแจอัจฉริยะหรือสมาร์ทคีย์ สามารถสตาร์ทหรือดับเครื่อง ปลดล็อกรถ ปลดล็อกเบาะ ปลดล็อกและล็อคฝาถังน้ำมัน ตลอดจนถึงระบบช่วยค้นหารถ โดยไม่ต้องเสียบกุญแจ ปุ่มควบคุมการแสดงผลหน้าจอเรือนไมล์ดิจิตอลที่แฮนด์ ไม่ต้องละมือมากดที่หน้าจอ ช่วยให้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ช่องจ่ายไฟที่ช่องเก็บของด้านหน้ารถสำหรับชาร์จไฟให้อุปกรณ์ต่างๆ ระบบ Stop & Start System พร้อมสมาร์ทมอเตอร์เจเนอเรเตอร์ ช่วยประหยัดน้ำมัน คือเมื่อรถหยุดนิ่งเกิน 5 วินาที หรือเบรกจนรถหยุด เครื่องยนต์ก็จะหยุดการทำงาน และเพียงแค่บิดคันเร่ง ก็จะสามารถออกตัวได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาสตาร์ทเครื่องใหม่ และสุดท้ายช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ สามารถใส่หมวกกันน็อคเต็มใบได้ 1 ใบ หมดห่วงเรื่องหมวกใบโปรดของคุณ ขับขี่ได้สุดสนุก การขับขี่นั้นไม่ต่างจากโมเดล 2020 เลย เพราะทุกอย่างเหมือนกันหมด แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองโฉมใหม่ ทุกอย่างคือปรับใหม่ทั้งหมด ระยะแฮนด์ที่ไม่กว้างมาก ท่านั่งกระชับ การวางเท้าก็ออกแบบมาพอดี สำหรับคนสูง 160-175 เซนติเมตร ถือว่าเหมาะกับสัดส่วนพอดี ทำให้มั่นใจได้ในการเลี้ยว การคอนโทรล ตัวรถที่ออกแบบมาใหม่ให้ฐานล้อสั้นลงเวลามุด ซอกแซกในเมืองทำได้ดี ช่วงล่างไว้ใจได้ ตัวรถโฉมนี้มีช่วงล่างและระบบ ABS ที่ดีกว่าโฉมเดิม ก็ทำให้รู้สึกมั่นใจกว่าเดิม ระบบดิสก์เบรกหน้าหลัง ที่เดิมทีมีอยู่แล้วตั้งแต่โฉมแรก แต่ในโฉม 2021 มีระบบ ABS 2 Channel ที่เป็นระบบกันล้อล็อคทั้ง หน้า-หลัง ทำให้ระยะเบรกสั้นขึ้นกว่าเดิม และให้ความตอนกำเบรกที่รู้สึกได้ว่านุ่มมือกว่าเดิมยิ่งช่วงเวลา ABS ทำงานก็นุ่มไม่กระด้าง และในส่วนของระบบกันสะเทือน ยังคงเหมือนตัว 2020 ที่มีการปรับค่า K สปริง ให้มีค่าที่แข็งขึ้นกว่าเดิม รับแรงกระแทกได้ดี เวลาขึ้นคอสะพานหรือเจอรอยต่อของถนนที่ไม่เท่ากัน จะไม่รู้สึกถึงโช้คยัน ฟีลลิ่งกระชับมากขึ้น ทำให้เวลาขับขี่ในช่วงความเร็วสูงๆ

เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ Random Demon ครั้งนี้ทางเราเองก็ได้ติดต่อขอนำเอามา รีวิว กันหน่อยกับราคาไม่ถึงสองพันบาท คุ้มจริงๆทั้งลูกเล่นตัวหมวก วัสดุที่ใช้ มาตรฐานการผลิต เอาเป็นว่าลองมาดูกันว่ารุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้างครับ รูปลักษณ์ เปลือกหมวก ดีไซน์ วัสดุเปลือกตัวนี้เป็นพลาสติกชนิดพิเศษ เทคโนโลยี SIRT ( Super High Impact Resisiant Thermoplastic ) ที่มีคุณสบบัติที่แข็งแรง ทนทาน ทนต่อแรงกระแทกได้ดี ตัวเปลือกหมวกมีการดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว มีสปอยเลอร์ติดมาจากโรงงาน ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อที่จะลมแรงต้านจากลมที่ปะทะหมวกในความเร็วสูงๆ เพื่อที่จะช่วยให้ตัวหมวกเวลาส่วมใส่มีความเสถียรมากขึ้น ไม่สั้น ไม่ส่าย และตัวเปลือกหมวกเองยังมีการออกแบบ รูระบายอากาศ 5 จุด จุดแรกอยู่ที่คาง 1 จุด หน้าผาก 1 จุด สปอยเลอร์ด้านหลัง 1 จุด(สามารถที่จะสไลค์เปิดปิดได้) และด้านหลังอีก 2 จุด จะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ลดอุณหภูมิในหมวกได้ดีขึ้นกว่าเดิม ชิลด์หมวกปรอทอิริเดียมเคลือบสารกันรอยขีดข่วนมาให้ด้วย สำหรับวัสดุชิ้นส่วนนี้เป็นแบบ Polycarbonate ที่ผลิตได้มาตรฐาน มอก.369-2557 ที่ผ่านค่าวัดแสงตามมาตรฐาน มอก. สามารถที่จะกรองแสงได้ 50% และป้องกันแสง UV ได้ถึง 99% ลูกเล่นตัวชิลด์หน้าก็ยังมีให้เช่นกัน อย่าง Shark fin Air Diffuser ที่ออกแบบเพื่อที่จะช่วยลดแรงเสียดทานของการปะทะจากลม รวมไปถึงการออกแบบมาแบบ Tool-Less ที่สามารถถอดเปลี่ยนตัวแผ่นชิลด์ได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ลูกเล่นตัวนี้เป็นกลไกสปริงดึงรั้งกลับ ข้อดีตรงนี้จะช่วยลดลมแทรกเข้ามาในตัวหมวกและยังมีฟังก์ชั่นล็อคชิลด์หน้าหมวกเปิดปิดได้ง่าย ภายใน โฟมชนิดพิเศษ Asian Fit ใช่ครับตัวโฟมเป็นชนิดพิเศษเทคโนโลยี EPS High Density ออกแบบมาให้รองรับแรงกระแทกได้สูงถูกดีไวนืให้เหมาะสมกับศีรษะของคนไทย ทำให้ใส่สบาย กระชับ ตัวเนื้อผ้าเป็นแบบ Dry tech แห้งไวและตัวฟองน้ำที่มีการดีไซน์ตัดเย็บแบบ 3D Cutting สามารถออกแบบให้รับกับทรงแก้มและใบหน้าที่สำคัญสามารถถอดทำความสะอาดได้ง่าย ตัวนวมยังมีการออกแบบเว้นช่องไว้สำหรับลำโพง Bluetooth และยังมีการเว้นช่องสำหรับส่วมใส่แว่นอีกด้วย ตรงนี้ถือว่าออกแบบมาตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบาย ขี่รถเดินทางฟังเพลง สบายๆ ภายในอีกหนึ่งส่วนของตัวนี้ที่มีผลต่อการขับขี่อย่าง Neck Roll ที่เป็นปิดกันลมบริเวณต้นคอด้านหลัง และ แผ่นปิดใต้คางกันลมย้อนเข้าไปในตัวหมวก ข้อดีของส่วนนี้จะช่วงลดเสียงภายนอกได้ระดับนึงเลยละ มีแว่นกันแดดในตัว จุดขายอีก 1 จุดสำหรับแว่นกันแด่นที่บิ้วอินอยู่ภายในหมวกตัวนี้ ตัวแว่นนี้เป็นวัสดุแบบ Polycarbonate สีดำสามารถที่จะกรองแสงได้ 80% และสามารถป้องกัน UV สูงสุด 99% สำหรับการใช้งานแว่นกันแดดเป็นกลไกที่ใช้งานง่ายสามารถที่จะเอามือซ้ายเปิดปิดได้อย่างง่ายดายจากตัวเปลือกหมวกทางด้านซ้าย สายรัดคางแบบ Grip lock ที่เป็นตัวเสียบแบบสไลด์บาร์สามารถที่จะ ถอดและใส่ได้อย่างรวดเร็วใช้งานง่ายปลอดภัย ตัวนี้ถ้าพูดถึงดีไซน์ต้องบอกเลยครับว่า “มาถูกทางแล้ว” ที่มีการออกแบบสีสัน ลวดลาย ถึง 10 สี ที่ให้เราได้เลือกใช้ เลือกใส่กันได้อย่างจุใจ แต่ในครั้งนี้เราเอารีวิว 2 ลาย ที่มีสีสันสวยโทนเขียว-ฟ้า และ ส้ม-ฟ้า กราฟิกบนหมวกถูกใจจริงๆ กับบรู๊ซลี และ หุ่นยนต์เกมเมอร์ สำหรับที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดน้ำหนักตัวหมวก Random Demon มีหนักอยู่ที่ 1,600 กรัม -+ 50 กรัม มีไซส์วางจำหน่ายทั้งหมด 3 ไซส์ M (57-58 cm) L (59-60 cm) XL และ (61-62 cm) ซึงก็ถือว่าน้ำหนักไม่มากจนเกินไป เวลาใส่ไม่ค่อยรู้สึกหนักเท่าไหร่ ตัวหมวกใบนี้ได้รับมาตรฐาน มอก.369-2557 ผ่านมาตรฐาน Dot FMVSS No.218 CERTIFIED อีกด้วย ส่วนที่สำคัญที่สุดเลย ราคาใบนี้จัดจำหน่ายอยู่ที่ 1,950 บาท เท่านั้นเป็นราคาที่คุ้มกับฟังก์ชั่นที่ให้มา ใช้งานได้ยาวๆเลยละ สำหรับฟีลลิ่งการส่วมใส่ ในการสวมใสขับขี่ รีวิว Random Demon ได้ทดสอบในเมือง ตัวนวมได้ฟิวลิ่งกระชับแน่นดี ไม่ได้แน่นจนเกินไปแค่ถ้าคิดว่าเป็นรถสปอร์ตขี่ความเร็ว 100-140 กม/ชม ถือว่าตัวนวมกระชับ สบายๆ สายรัดคางใช้งานง่ายสวมถุงมือแล้วลองถอดใส่ดูก็ทำได้ดีของดีของกิ๊ปล็อกเลยละ รูอากาศออกแบบมาเหมาะสำหรับอากาศเมืองไทยเวลาใช้งานในเมืองรู้สึกได้ว่าเย็นสบายหัว รถต้องวิ่งนะครับ ถ้าไม่วิ่งก็จะไม่มีเข้ามาในหมวก ส่วนสุดท้ายพูดถึงมุมมองทำได้ดี มุมมองในการมองด้านข้างซ้าย-ขวา

รีวิว Tmax TechMax 560 2021 ขี่สนุกขี่มันระดับหัวแถว!! ทดสอบตัวท็อปบิ๊กสกู๊ตเตอร์สุดในรุ่นจากค่าย Yamaha กันหน่อยอย่างเจ้า TMax TechMax 560 2021 มีการขยายซีซีมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับเปลี่ยนไฟท้ายให้ดูหล่อขึ้นเป็นกอง เสริมด้วยลูกเล่นมากมายมาจากโรงงาน สมกับเป็นตัวแรงตัวสุดของทางค่าย ครั้งนี้เรามารีวิวทดสอบในแบบทัวริ่งทางไกล เป็นระยะทางราวๆ 300 ก.ม. บนเส้นทางจริง จราจรจริง เริ่มต้นจากรุงเทพ บางบัวทอง จนไปถึงสุพรรณบุรี ขี่กันทั้งแบบบิดเต็มข้อ เบาบ้างแรงบ้างขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ บนท้องถนน ครั้งนี้ถือว่าทดสอบได้ถูกจริตถูกสไตล์เลยเลยละครับรอบนี้ มาถึงจุดนี้แล้ว ก่อนจะไปพูดเรื่องฟีลลิ่ง เราไปดูว่าเจ้าคันนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้างก่อนดีกว่าครับ รูปลักษณ์ รูปร่างหน้าตาของเจ้านี่เปลี่ยนไปพอสมควร ที่แฟริ่งด้านหน้ามีการปรับเปลี่ยนส่วนของไฟหน้าด้วยการบิ้วอินไฟเลี้ยวเข้าไปอยู่ในแฟริ่งด้านข้างไฟ มีไฟหน้าส่องสว่างแบบ Daytime Running light ดูหล่อขึ้น พร้อมกับชิลด์หน้าขนาดใหญ่บังลมได้ดีไม่เกะกะสายตา ในส่วนของไฟท้ายที่มีการออกแบบเปลี่ยนใหม่ที่มีลักษณะคล้ายกับตัว T ให้สมชื่อโมเดล แฟริ่งด้านท้ายเพรียวและเล็กลงมากกว่าเดิมส่งผมให้คนที่ซ้อนท้ายนั่งได้ดีไม่ต้องอ้าขามากจนเกินไป เรือนไมล์แบบผสมผสานลงตัวระหว่างแบบเข็มและดิจิทัล แสงสว่างสีน้ำเงินขาวดูเป็นเอกลักษณ์ ส่วนตรงกลางที่เป็นดิจิทัล จะแสดงข้อมูลต่างๆ ของตัวเครื่องยนต์ อัตราค่าเฉลี่ยน้ำมันเชื้อเพลิง ความร้อนเครื่องยนต์ รวมไปถึงสัญลักษณ์การทำงานของระบบต่างๆ ในรถคันนี้ ปะกับทางด้านซ้ายจะดูล้ำสมัยปุ่มเยอะๆ แต่มีการออกแบบไว้เป็นสัดส่วน ใช้งานได้ง่าย ด้วยการคอนโทรลเมนูต่างๆ ผ่านนิ้วมือซ้าย และยังมีเบรกมือที่ถูกติดตั้งไว้ใต้แฮนด์ ใช้เวลาจอดบนทางลาดชันได้อีกด้วย ส่วนปะกับขวาที่บิลด์อินปะกับคันเร่งไปในตัว และยังมีในส่วนของการปรับโหมดการขับขี่และปุ่มสตาร์ท ถัดลงมาด้านล่างมีเกะใส่ของที่อยู่ทางด้านขวา ติดตั้งช่องจ่ายไฟแบบ 12 โวลต์มาให้ด้วยสามารถที่จะต่อชาร์จโทรศัพท์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย มาพูดในส่วนของตัวเบาะนั่งกันบ้างมีการออกแบบเป็นแบบชิ้นเดียวแต่มีการดีไซน์ระดับที่แตกต่างกันระหว่างคนขับและคนซ้อนเวลาในส่วนของการวางเท้าก็สามารุที่จะวางได้ทั้งสองแบบยืดขาได้สบายๆ ในส่วนของคอนโทรลกลางถูกออกแบบมาให้มีปุ้มเปิดเบาะและเปิดถังน้ำมัน ใช้งานได้ง่าย สะดวกสบาย ขุมพลัง เจ้าทีแม็กซ์โมเดลนี้มีขุมพลังแบบ 2 สูบเรียงระบายความร้อยด้วยน้ำ ขนาด 562 ซีซี ที่เคลมแรงม้ามาสูงสุดที่ 47 แรงม้าที่ 7,500 รอบ แรงบิดสูงสุดเคลมมาที่ 55.7 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบ (มากกว่าเดิม 6%) ส่งกำลังผ่านสายผ่านแบบวีเบลต์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเครื่องที่ใหญ่ที่สุดและทรงพลังที่สุดในรอบ 20 ปีของทีแม็กซ์แล้ว แต่ยังคงใช้ระบบขับเคลื่อนแบบสายผ่าน ทำให้การถ่ายทอดกำลังนั้นออกมาได้นุ่มนวลไม่เหมือนบิ๊กสกู๊ตเตอร์คันไหนๆ ช่วงล่าง ตัวรถนั้นถึงแม้จะเป็นสกู๊ตเตอร์แต่ก็ให้ช่วงล่างมาเฉกเช่นกับว่าตัวเองเป็นบิ๊กไบค์สไตล์สปอร์ตกันเลยทีเดียว เรื่องของระบบกันสะเทือนนั้นด้านหน้าจะมีโช้คหน้าแบบหัวกลับขนาด 41 ม.ม. ส่วนด้านหลังจะเป็นสวิงอาร์มทำงานร่วมกับโช้คเดี่ยวและกระเดื่อง ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนขนาดล้อและยางนั้นจะเป็น 120/70 R15 และ 160/60 R15 ตามลำดับ เทคโนโลยี มาถึงเรื่องของเทคโนโลยีกันบ้าง บอกเลยว่าโมเดลนี้จัดเต็ม โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในโมเดลนี้ก็มีทั้งในส่วนของอำนวยความสะดวกสบายในการขับขี่ตลอดไปจนถึงเรื่องของความปลอดภัย ในด้านของความสะดวกสบายนั้นก็จะมีระบบครูซคอนโทรลที่ช่วยเวลาเดินทางไกลๆ ช่วยลดความเมื่อยล้อและยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย (อย่างน้อยต้อง 50 กม./ชม.) ระบบอุ่นมือและอุ่นเบาะซึ่งก็เหมาะกับการขับขี่ในอากาศหนาวๆ ซึ่งรถประเภทนี้จะขาดไปไม่ได้เลยครับ เพราะมักจะถูกใช้เวลาออกทริปหน้าหนาวกันเสมอ ระบบสมาร์ทคีย์หรือกุญแจอัจฉริยะช่วยให้ไม่ต้องเสียบกุญแจเวลาจะสตาร์ท ล็อครถ เปิดเบาะ หรือเปิดฝาถัง เพียงแค่พกติดตัวไว้ก็พอ และสุดท้ายระบบชิลด์หน้าปรับไฟฟ้าเพียงปลายนิ้วกดเท่านั้นก็สามารถปรับระดับความสูงได้ เพื่อให้เหมาะกับการขับขี่ในสถานการณ์ต่างๆ ส่วนด้านความปลอดภัยก็จะมีแทร็คชันคอนโทรล โหมดการขับขี่ 2 โหมดที่ให้เลือกใช้ในแต่ละสถานการณ์ และระบบเบรก ABS ฟีลลิ่งการขับขี่ ขอเริ่มกันที่ท่านั่งขับขี่กันก่อน พื้นฐานเลยคือนั่งสบายอยู่แล้วเพราะเป็นสกู๊ตเตอร์ แต่สำหรับคันนี้สบายขั้นสุดด้วยเบาะผู้ขับขี่ที่ถูกออกแบบมาเป็นแบบ 2 ระดับ เวลานั่งจะรู้สึกถึงพนักพิงที่บั้นท้าย เวลาบิดเร่งลำตัวจะไม่ไถลไปข้างหลัง แฮนด์บาร์เองก็ไม่กว้างจนเกินสมควร ระยะบังคับเลี้ยวทำได้ดี รวมไปถึงการวางขาบนฟุตบอร์ดก็มีระยะที่พอดีไม่ยืดไม่ย่อจนเกินไป อันนี้คือสรีสะของคนที่สูง 170 ซม. แต่ถ้าให้บวกลบความสูงสัก 7-10 ซม.ก็ยังรู้สึกถึงความสบายได้อย่างแน่นอน และถ้าให้พูดถึงคนซ้อนจากการสัมภาษณ์มา สามารถนั่งซ้อนได้กระชับมากขึ้นด้วยท้ายรถมีขนาดที่เพรียวเล็กลงทำให้การนั่งไม่ต้องอ้าขาจนมากเกินไปรวมถึงการขึ้นรถและลงรถที่ทำได้ง่ายมากขึ้น ชิลด์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ให้มานั้นเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เวลาขับขี่ในเมืองอยากได้ลมโกรกๆเข้าตัวเองมองเห็นชัดเจนก็ปรับให้เตี้ยลง สำหรับในช่วงที่ใช้ความเร็วสูงๆ เดินทางไกลๆ ต่างจังหวัดก็สามารถที่จะปรับให้สูงขึ้นได้ขณะขับขี่ ซึ่งตัวชิลด์ก็สามารถบังลมได้ดี มองเห็นผ่านแผ่นชิลด์ได้ชัดเจน ขี่สนุกแต่ก็นุ่มนวล ระบบกันสะเทือนที่ให้มาทั้งโช้คอัพหน้าแบบหัวกลับและโช้คหลังแบบเดี่ยวทำงานควบคู่กับกระเดื่องซับแรง ทำให้ฟีลลิ่งคันนี้สมเป็นสปอร์ตสกู๊ตเตอร์จริงๆ การขับขี่บนทางเรียบต้องยกให้เขาเลย การเข้าโค้งแบบต่อเนื่องอย่างโค้ง S ทำได้ดี กระชับ หนักแน่น ขี่แล้วรู้สึกสนุกตลอดเวลา เวลาขึ้นคอสะพานหหรือมีจุดรอยตัดถนน รู้สึกเล็กๆน้อย สำหรับช่วงล่างเดิมๆ คันนี้ถือว่าผ่านเลย ระบบเบรกมั่นใจได้เลย ดิสก์หน้าคู่ เบรกได้เนียน รวมไปถึงเบรกด้านหลังก็เป็นแบบดิสก์เบรก พร้อมกับระบบเบรกมือที่สามารถจอดรถบนเนินได้ เวลาที่เบรกหนักรู้สึกได้ว่าเอาอยู่ ช่วงล่าง ล้อ ยางก็มีส่วนซับแรงเบรกไปในตัวอีกด้วย เบรกได้ดีกำเบรกหนักๆ ระบบ ABS ยังไม่ทำงานเลย สามารถได้ระยะเบรกที่ดี แต่ถ้าลื่นๆ

รีวิว MT07 2021 แฟริ่งใหม่ดุกว่าเดิม เครื่องยนต์ CP2 แรง ดิบ..!! น้ำขึ้นให้รีบตัก สุภาษิตไทยว่าไว้อย่างนั้น เช่นเดียวกัน ในครั้งนี้เราเองก็ได้มีโอกาสทดสอบและรีวิว Yamaha MT07 2021 ตัวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวกันไปหมาดๆ ในงาน Motor Show 2021 มาถึงตรงนี้แล้ว เราไปดูกันดีกว่าว่าโมเดลใหม่ปี 2021 มีอะไรใหม่ น่าใช้น่าขับขี่อย่างไรกันบ้างกันครับ ดีไซน์ใหม่ดุดัน เจ้า 07 นั้นมาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่มีความละม้ายคล้ายคลึงกับ MT-09 ซึ่งมีภาพลักษณ์ที่ดูดุดัน เฉียบคม และมีความปราดเปรียวมากยิ่งกว่าแต่ก่อน ไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์แบบ LED ไฟหน้าใหม่นี้ให้ทัศนวิสัยที่ดีกว่าไฟหน้าแบบเดิม อีกทั้งยังมีข้อดีเรื่องน้ำหนัก ซึ่งเบากว่าเดิม และยังมีดีไซน์เป็นรูปตัว Y แบบเดียวกับรุ่นพี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นยามาฮ่าอีกด้วย ตัวโมเดลใหม่ให้ไฟเลี้ยวแบบ LED แล้ว นอกจากจะสวยหล่อ ยังช่วยให้ผู้ใช้ถนนร่วมกับเราเห็นเราได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ได้มากขึ้นตามไปด้วย เรือนไมล์ LCD ใหม่ หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิตอลใหม่ แสดงผลแบบอินเวิร์สหรือกลับสี ช่วยให้เห็นข้อมูลต่างๆ ชัดแม้ยามแสงแดดแรงๆ พร้อมกับปุ่มควบคุมการแสดงผลที่ประกับแฮนด์ด้านซ้าย ไม่ต้องละมือไปกดที่เรือนไมล์ ถือว่าใช้งานง่ายและสะดวกถูกใจมาก สีสันและลายกราฟิกใหม่ เรียกว่าไม่ผิดหวังจริงๆ ยามาฮ่านั้นเป็นผู้นำในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสีสันกราฟิกรถก็ยังคงเป็นผู้นำเทรนด์อยู่เสมอ โดยสีสันในโมเดลใหม่นี้จะเน้นความพรีเมี่ยมมากขึ้น โดยชิ้นส่วนหลายๆ ชิ้นจะถูกทำให้เป็นสีดำดุดัน และดูพรีเมี่ยมด้วยการทำสีครอบเครื่องด้านนอกด้วยสีคริสตัลกราไฟต์ ที่จะดูคล้ายๆ ประกายเพชรในเนื้อสี และยังมีเฉดสีล้อส้ม ล้อน้ำเงิน ที่ทำให้ดูสวยเท่ แม้ขี่รถตอนกลางคืนก็ดูดี ดุดัน ถูกใจไบค์เกอร์ เครื่องปรับจูนใหม่ เครื่องยนต์แบบ 2 สูบสไตล์ Crossplane เอกลักษณ์เฉพาะยามาฮ่าก็มีการปรับปรุงใหม่ ให้เครื่องยนต์ CP2 ขนาด 689 ซีซี เกียร์ 6 สปีด ผ่านมาตรฐานไอเสียใหม่ Euro5 โดยมีการดีไซน์ท่อไอดีขึ้นมาใหม่ แบบ 2 ออก 1 เสียงดุดัน ปรับการจ่ายน้ำมันแบบใหม่ และปรับกล่อง ECU ใหม่ โดยการตอบสนองของเครื่องยนต์จะสมู้ทมากขึ้น เครื่องยนต์ตัวนี้ที่ปรับปรุงใหม่ ให้กำลังแรงม้า 74.8 แรงม้าที่ 8,750 รอบ และแรงบิดที่ 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ว่าให้พละกำลังได้ดีเลยทีเดียวสำหรับบิ๊กไบค์ 2 สูบในคลาสนี้ ไม่ต้องห่วงเรื่องความแรงเพราะสไตล์รถ MT (Master of Torque) ให้กำลังที่หนักแน่น บิดมันส์แน่นอน ดิสก์เบรกใหญ่ขึ้น มาพร้อม ABS โมเดลนี้มีการปรับจานดิสก์หน้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้น จากเดิม 282 ม.ม.เป็น 298 ม.ม. เพื่อให้ประสิทธิภาพเบรกที่ดีขึ้น ซึ่งให้แรงเบรกที่ดีขึ้น แต่ไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้นจนรบกวนการขับขี่ ในส่วนของโช้คอัพด้านหน้ายังคงเป็นแบบ เทเลสโคปิค ส่วนด้านหลังสามารถปรับการตั้งค่าความแข็งอ่อนของสปริงได้ ด้วยสตรัทปรับเกลียวทำงานควบคู่กับตัวกระเดื่องโช้คช่วยซับแรงกระแทกได้ดีขึ้นกว่าเดิม มาที่เรื่องของล้อกันบ้างครับ ไม่ใช่เพียงแค่สีสวยอย่างเดียว ยางที่ให้มาด้านหน้ามีขนาด 120/70 และด้านหลังมีขนาด 180/55 ตัวยางแบบไม่มียางในดูใหญ่เต็มดี ทำให้ขับขี่ได้มั่นใจมากขึ้น ขี่ได้สนุกขึ้น สำหรับโมเดลนี้จะมีท่านั่งการขับขี่ที่กระชับมากขึ้นที่เกิดจากรูปทรงของตัวถังน้ำมันที่มีการปรับให้เข้ากับช่วงหน้าขาของผู้ขับขี่ สำหรับคนสูง 165-170 เซนติเมตร ขาถึงพื้นสบายๆ หายห่วง ตัวแฮนด์บาร์ที่มีความกว้างเพิ่มขึ้น ทำให้การบังคับรถเลี้ยวทำได้ง่าย ขี่ในเมืองสนุก มุดง่ายแม้ช่วงรถติดๆ ในส่วนนี้ถ้าใครไม่เชื่อต้องลองเอง เดียวหาว่าโม้.. ต่อมาในส่วนของช่วงล่างกันบ้าง คันนี้มาแบบเดิมๆ ไม่ได้ปรับอะไร ขับขี่ในช่วงของเส้นทางเมืองทองฯ วิ่งเข้าเมือง แถบราชดำเนินและสนามหลวง ถือว่าได้ฟีลลิ่งที่กระชับดีเหมือนกันนะครับ สัมผัสได้ว่าช่วงบาลานซ์น้ำหนักตัวรถค่อนข้างดี ช่วงความเร็ว 100-120 กิโลเมตร ก็ยังรู้สึกนิ่ง ไม่มีอาการสะบัดแต่อย่างใด ส่วนถ้าจะให้พูดถึงความเร็วสูงๆ ก็อาจจะโดนลมปะทะกันบ้างด้วยสไตล์ตัวรถที่เป็นแบบเน็กเก็ดไบค์ ไม่ได้หมอบจนติดถังหรือมีบังลมช่วย จะเหมาะกับการเน้นขับขี่สบายๆ ถ้าเจอลมแรงๆต้องมีปะทะลมกันบ้างอาจจะต้องจับแฮนด์แน่นขึ้นหรือหมอบให้มิดติดถังกันไปเลย มาพูดถึงเครื่องยนต์ CP2 มาพูดถึงเครื่องยนต์กันบ้าง ยังคงดิบโหดเหมือนเดิม บิดเด้ง เร่งลอย ขี่สนุกตามสไตล์ 2 สูบยามาฮ่า ให้พละกำลังตั้งแต่ช่วงรอบความเร็วต่ำเกียร์ 1-2 บิดแบบเต็มพิกัดต้องมียกล้อกันหน่อยเพราะคันนี้ค่อนข้างแรง ทอร์คเยอะ ช่วงความเร็วกลางๆ ถึงปลาย ต่อเกียร์ทำได้ดี

รีวิว Meteor 350 ครูเซอร์ไบค์แห่งปีจากอินเดีย ล่าสุดทาง SuperBike ได้มีโอกาสเข้าร่วมทริปทดสอบรถ Royal Enfield Meteor 350 พร้อมกับเข้าร่วมงานเปิดศูนย์ รอยัล เอนฟิลด์ เอ็กซ์คลูซีฟ สโตร์ อยุธยา โดยโมเดลที่ผมได้ทดสอบคือเจ้า Supernova Blue ซึ่งเป็นตัวท็อปสุดของรุ่น จะแตกต่างจากตัวสแตนดาร์ดตรงที่จะมีชิลด์หน้าทรงสูง มีเบาะพนักพิงคนซ้อน เป็นของแต่งติดรถมาเลย และจะได้สีพิเศษเป็นแบบสีทูโทนที่ต่างออกไปด้วยครับ ในเรื่องของดีไซน์นั้นก็จะชัดเจนอยู่แล้วว่ามันคลาสสิค ตามแนวทางของทางค่ายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว กระจกมองหลัง และเรือนไมล์ทรงกลม รวมถึงถังน้ำมันทรงหยดน้ำ ตามแบบฉบับครบถ้วนดี ถึงจะมีดีไซน์ที่คลาสสิคเต็มรูปแบบ แต่ทางค่ายก็ใส่เทคโนโลยีสมัยใหม่มาให้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นช่องจ่ายไฟแบบ USB ใต้แฮนด์บาร์ฝั่งซ้าย ในส่วนเรือนไมล์เป็นแบบผสมนอกจากจะแสดงข้อมูลทั่วไปแล้ว ยังมีตัวจอ LCD ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานระบบนำทางแบบเทิร์นบายเทิร์นได้ และระบบเบรก ABS พูดถึงเรื่องขุมพลังกันบ้าง มันใช้เครื่องบล็อกใหม่แบบสูบเดียวขนาด 349 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 5 สปีด ใช้เชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 15 ลิตร ช่วงล่างด้านหน้านั้นเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิกขนาด 41 ม.ม. ส่วนด้านหลังเป็นโช้คคู่ที่สามารถปรับพรีโหลดได้ 6 ระดับ ในส่วนของขนาดล้อและยางนั้นจะเป็น ล้อหน้า 19 นิ้วกับยาง 100/90 ด้านหลังจะเป็นล้อ 17 นิ้วกับยางขนาด 140/70 ความเห็นหลังซิ่ง เริ่มต้นการทดสอบ เดินทางจากย่านรัชดา ฝ่าจราจรที่รถติดในช่วงเช้าของกรุงเทพไปอยุธยา เจ้า Meteor 350 คันนี้ผมคิดว่ามันเป็นรถที่ขี่สบายมาก ด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ทำให้ขับขี่ได้ง่ายท่านั่งหลังตรง สบายๆ คล่องตัว บาลานซ์รถดี ทำให้ขี่มุดหรือซอกแซกในเมืองสบายๆ ระบบเบรก ABS ที่ให้มาตอบสนองได้ไวมั่นใจได้เลย ขี่ทดสอบในเมืองถือว่าผ่านเลยจากการขี่ในกรุงเทพทั้งตอนเช้าและตอนเย็นในช่วงเวลาการจราจรที่ติดขัดในเมือง พอออกเส้นนอกเมืองได้ลองพละกำลังของเครื่องยนต์ บิดได้สุดกับความเร็วปลายที่ทำได้ 120 กม./ชม. ไม่มีอาการสั่นหรือชกให้รู้สึก ถือว่าเป็นความเร็วที่กำลังสบายๆ เพียงแต่ช่วงเกียร์ 1-5 สั้นไปหน่อย แต่สำหรับมือใหม่นับว่ารถคันนี้เป็นมิตรเลยล่ะ ขี่เดินทางไกลๆ สบาย นอกจากนี้แล้วหากดูจากตัวรถภายนอกแล้วถือว่าเป็นรถที่ไม่มีอะไรวุ่นวายซับซ้อน เป็นสไตล์รถครูเซอร์เหมาะกับการขับขี่เดินทางสบายๆ ไม่มีอะไรจุกจิกเซอร์วิสง่ายๆ หากมีปัญหาอะไรก็สามารถเข้าร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปได้เลย สรุปการ รีวิว Meteor 350 ผมก็ขอบอกเลยว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ชอบและมองหารถคลาสสิก สไตล์ครูเซอร์ ไว้ครอบครองซักคัน ทั้งนี้ตัวรถจะมี 3 รุ่นให้เลือก ได้แก่ Fireball ราคา 150,000 บาท Stella ราคา 155,000 บาท และ Supernova ราคา 159,500 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ในการ รีวิว Honda CRF450RL ครั้งนี้ต้องบอกเลยว่าเอาใจเข้าสู้ เอาตัวเข้าแลกเลยก็ว่าได้ ทั้งล้ม ทั้งสไลด์ใช้งานจริง อย่างหนักหน่วง ในครั้งนี้เรามาทดสอบกันที่บริเวณเขาไม้แก้ว ทางเอพีฮอนด้าจัดรอบสื่อได้สัมผัสสมรรถนะตัวแรงกันอย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับเป็นยาแก้ตึงมือเลยก็ว่าได้ หลังจากรับยาแก้ตึงมือกันไปแล้วก็ได้รวบรวมเป็นจุดเด่นได้ทั้งหมด 9 จุดดังนี้ รถตระกูลแชมป์ ใช่แล้วครับแชมป์ Dakar Rally รายการแข่งขันสุดโหดที่มีระยะทางรวม 8000 กิโลเมตร เป็นการคว้าแชมป์ในรายการนี้ถึง 2 ปีซ้อน ในปี 2020-2021 ด้วยรถ Honda CRF450Rally และยังคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในรายการโมโตครอสชิงแชมป์โลกอย่าง MXGP ด้วย CRF450RW จึงทำให้ทางฮอนด้าอยากจะต่อยอดความยิ่งใหญ่นี้จากสนามแข่งลงสู่ถนนให้คนทั่วไปได้สัมผัสความเร้าใจของรถตระกูลนี้ที่ได้ดีกรีแชมป์อีกด้วย ความแรงที่สัมผัสได้ จุดเด่นเลยสำหรับเครื่องยนต์คันนี้ ที่ใช้พื้นฐานเดียวกับเครื่องยนต์ CRF450R ที่เป็นเครื่องรถแข่งโมโตครอส เครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบเดียว 450 ซีซี เกียร์ 6 สปีด (รถแข่งมี 5 เกียร์) จ่ายน้ำมันแบบระบบหัวฉีด PGM-Fi ระบายความร้อนแบบหม้อน้ำคู่ + พัดลมไฟฟ้า แรงบิดคันนี้น้อง ๆ รถสูตรเลยก็ว่าได้ ที่ให้กำลังแรงบิดอยู่ 32 นิวตันเมตร ที่ 3500 รอบต่อนาที แรงบิดมารอบต่ำ ๆ แบบนี้ ขี่ไต่เนินสบายๆ เลยละครับ โช้คอัพตัวเทพ ช่วงล่างสามารถปรับได้เต็มระบบจาก Showa ทั้งหน้าและหลัง ในส่วนของของโช้คอัพด้านหน้า มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 49 มิลลิเมตร และสามารถที่จะปรับตั้งค่าความแข็งอ่อน การคืนตัว การกดได้เต็มระบบ และในส่วนของโช้คอัพด้านหลังที่เป็นแบบเดี่ยวมี ซัพแท้งค์ ทำงานควบคู่กับกระเดื่องทดแรงแบบ Pro-Link (แบบเดียวกับ CRF450R) และสามารถปรับตั้งค่าได้เช่นกัน ฟีลลิ่งตัวโช้คทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในการทดสอบครั้งนี้ รับแรงกระแทกได้ทุกสภาพผิวถนนเลย มั่นใจไม่มีย้วยเลยละครับ ถังน้ำมันไทเทเนี่ยม จุดที่น่าสนใจสำหรับถังน้ำมันที่ถูกออกแบบมาให้กะทัดรัดยังไม่พอ ยังเลือกใช้วัสดุไทเทเนี่ยมที่ให้ความแข็งแรงและน้ำหนักเบาอีกด้วย สามารถบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 7.6 ลิตร และยังออกแบบติดตั้งให้บาลานซ์กับตัวรถมากที่สุด พร้อมกับติดตั้งวาล์วตัดการทำงานการไหลของเชื้อเพลิงหากรถล้ม เพื่อความปลอดภัยอีกด้วย ดิสก์เบรก หน้า-หลัง ระบบความปลอดภัยให้ดิสก์เบรกมาทั้งหน้าและหลัง เป็นของ Nissin ตัวจานดิสก์ถูกดีไซน์แบบ Wave disk ไล่เบา ระบายความร้อนไล่ขี้ฝุ่น ขี้ดิน ด้วยการเซาะร่องจานเบรก เมื่อเวลาเราเอาไปลุยในป่าบางทีตัวเบรกก็สำคัญไม่ใช่น้อยเลย ใช้ชะลอ บังคับทิศทางได้อย่างปลอดภัย แต่มันจะสำคัญยิ่งกว่าเมื่อคันนี้ลงถนนหลวง เวลาต้องการที่จะหยุดรถก็จะทำได้อย่างมั่นใจ ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ภาระน้อย..ตัวรถน้ำหนักเบา เบามาก คันนี้มีน้ำหนักรวมทั้งคันได้เพียง 131 กิโลกรัมเท่านั้น ด้วยวัสดุที่ใส่เข้ามาทั้งตัวเฟรมอลูมิเนียม Twin spar เป็นเฟรมพื้นฐานเดียวกันกับ CRF450R แบตเตอรี่แบบลิเธียมทั้งเล็กและเบา แฮนด์อลูมิเนียมจาก Renthal ขาตั้งแบบอัลลอย รวมไปถึงวงล้อ DiD Dirt Star ที่เป็นอลูมิเนียมขนาดล้อหน้า 21 นิ้ว หลัง 18 นิ้ว เป็นแบบซี่ลวดมีความยืดหยุ่นสูง และยังคงให้ความแข็งแรง เบา ทุกอย่างมีคุณสมบัติที่ทำให้รถคันนี้เบา ลดภาระการขับขี่ คล่องตัวมากขึ้น น่าขี่มาก การ์ดกันกระแทกรอบคัน ชิ้นส่วนกันกระแทรกถูกใส่มาให้พร้อมลุยจากโรงงาน ทั้งนวมแฮนด์ การ์ดมือ การ์ดเครื่องยนต์ การ์ดเบรกทั้งหน้า-หลัง ทุกอย่างถูกติดติดตั้งมาจากโรงงาน ใช้งานได้จริงและมีประโยชน์อย่างมาก ทำให้ประหยัดได้ไปหลายบาทเลย พร้อมลุยได้สบายๆ ความหล่อที่โดดเด่น หน้าตาคันนี้หล่อเด่นด้วยโคมไฟหน้าแบบรมดำ ระบบไฟแบบ Full LED ทั้งคันที่ให้ความสว่างดูหล่อ ตัวแฟริ่งชุดสีสีแดงที่ออกแบบมาดูเพรียวบางมาพร้อมกับเบาะหนังสีแดงทำให้ดูเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง วงล้อสีดำพร้อมยางหนามทำให้ดูดุดันมากยิ่งขึ้น และยังมีเรือนไมล์แบบ LED ให้ฟังก์ชั่นมาครบถ้วน มองเห็นได้ง่าย ออกแบบมาได้หล่อจริงๆ คุ้มค่า Made in Japan จดทะเบียนได้ สำหรับคันนี้ราคา 339,000 บาท ถูกต้องตามกฎหมายสามารถจดทะเบียนได้นะครับ มีระบบส่องสว่าง ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ที่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สามารถที่จะขับขี่บนถนนหลวงได้อย่างถูกต้อง เจอด่านก็ไม่ต้องกลัวพริ้วเข้าได้เลยเพราะสามารถยืนยันความถูกต้องได้หายห่วง ที่สำคัญท่อไอเสียคันนี้เสียงเบามาก ถูกใจแน่นอน ฟีลลิ่งเป็นยังไงหรอ?? หลังจากที่ขับขี่ทดสอบ รีวิว CRF450RL โมเดลปี 2021 กันมาอย่างเต็มที่ ให้ท่องเอาไว้เลยว่ามันคือรถสูตรโมโตครอสที่เครื่องยนต์ถูกออกแบบมาให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ แต่ยังคงมีกำลังเครื่องยนต์ดุดันซ้อนอยู่ในตัวของมันเองพร้อมที่จะปลดปล่อยออกมาได้ตลอดเวลา

Harley-Davidson Low Rider S 2021 คลาสสิค ดุดัน สไตล์เวสต์โคสต์ นานๆ ทีปีละไม่กี่ครั้ง กับการที่ SuperBike จะได้ทดลองขับขี่และรีวิว Harley-Davidson ครับ และครั้งนี้เป็นการได้ลองขับขี่ครูเซอร์ไบค์อย่างเจ้า Low Rider S 2021 ดีไซน์ เจ้าโลว์ไรเดอร์คันนี้ มีดีไซน์ที่ดูคลาสสิค แต่มาในโทนสีที่ดุดันด้วยสีดำ Vivid Black ไม่ได้มาในแบบคลาสสิคดั้งเดิมที่มักจะเต็มไปด้วยชิ้นส่วนสีโครเมียม โดยยังมีไฟหน้า ไฟเลี้ยว และเรือนไมล์แบบผสมเป็นทรงกลม ลักษณะตัวรถออกมาในรูปแบบมินิมอล น้อยชิ้นแต่มีความพิถีพิถันในทุกๆ ส่วน โดดเด่นเป็นพิเศษตามสไตล์ของ HD ไม่ว่าจะเป็นถังน้ำมันทรงหยดน้ำ ตำแหน่งการวางเรือนไมล์บนถังน้ำมัน ตลอดไปจนถึงเครื่องยนต์วีทวินขนาดใหญ่ที่ดูโดดเด่นจากการเผยให้เห็นครีบระบายความร้อน กรองอากาศ และก้านกระทุ้ง ท่อไอเสียแบบ 2 ออก 2 ทำสีดำตั้งแต่ต้นจรดปลายทรงคลาสสิคดูสวยงามกลมกลืน ขุมพลัง เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 คิวบิกนิ้ว ให้เสียงที่กระหึ่มเร้าใจ ปลุกเร้าอารมณ์สาวก HD ได้ดีเยี่ยม เคลมแรงม้าที่ 93 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 155 นิวตันเมตรตั้งแต่รอบต่ำเพียง 3,250 รอบเท่านั้น ดูตัวเลขแรงม้าอาจจะน้อย แต่ด้วยสไตล์ของรถที่เน้นความสบายและความเพลิดเพลินมันก็น่าจะเพียงพอแล้ว และจากการทดลองขับขี่ มันให้พละกำลังอย่างเหลือเฟือ ตอบสนองตามแรงบิดได้อย่างดี ขี่สนุกทั้งทางตรงและทางโค้ง ด้วยตัวรถที่แม้จะหนักแต่ก็มีศูนย์ถ่วงต่ำทำให้ควบคุมรถได้ง่าย การขับขี่ ช่วงล่างที่ให้มาไม่ว่าจะเป็นโช้คหน้าแบบหัวกลับและโช้คหลังเดี่ยวแบบปรับได้ง่ายๆ แค่เพียงหมุนปรับระดับพรีโหลดให้เข้ากับน้ำหนักตัวของเรา ก็ทำให้การขับขี่สนุกได้มากขึ้น เบาะนั่งตอนเดียวกระชับตัวนุ่มสบายไม่รู้สึกปวดเมื่อย แม้จะขี่เดินทางไกลๆ หรือการขี่เข้าโค้งตัวเบาะก็รองรับตัวทำให้มั่นใจในท่านั่งไม่ว่าจะขี่ในรูปแบบไหนก็นั่งสบายไม่ปวดเมื่อย อีกทั้งพักเท้ายังมีสองตำแหน่งคือตำแหน่งด้านหน้าที่สามารถเหยียดขาไปด้านหน้าคลายเมื่อยขบได้ดี และตำแหน่งด้านข้างตามปกติก็ช่วยให้คอนโทรลรถได้ดีอย่างที่เราคุ้นชิน ส่วนเรื่องเบรกมั่นใจได้เลยว่าเอาอยู่กับประสิทธิภาพจากดิสก์เบรกหน้าแบบคู่ และดิสก์หลังเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS สรุป โดยรวมแล้วเจ้า Low Rider S 2021 เป็นรถที่ขี่ง่ายขี่สนุก ท่านั่งสบาย ให้อารมณ์การขี่ค่อนมาทางสปอร์ตมากขึ้น ต่างจากรถ HD รุ่นอื่นๆ เครื่องยนต์ที่เดินเรียบขึ้นไม่สั่นสะท้าน ระบบเบรกที่บอกได้เลยว่ามั่นใจแน่นอนว่าเอาอยู่ เพียงพอที่จะหยุดพละกำลังของเครื่องแรงๆ ของมันได้สบายๆ ถือได้ว่าเป็นรถ HD ปีใหม่ๆ มีการเปลี่ยนแปลงให้น่าขับขี่มากขึ้น ไม่ได้ล้าหลังอย่างที่คิดอีกต่อไป โดยรถระดับตำนานคันนี้มีราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 989,000 บาทครับ และสุดท้ายขอฝากไว้ว่า “Harley คือ Harley ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ครับ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ยินดีที่ได้เห็นรุ่นนี้กลับมาอีกครั้ง สำหรับการ รีวิว CBR600RR โมเดลซูเปอร์สปอร์ตค่ายปีกนก การกลับมาครั้งนี้ถือว่าเป็น All New เลยก็ว่าได้เพราะจัดเต็มมาทุกส่วนทั้งแฟริ่ง เครื่องยนต์ เทคโนโลยีแบบจัดเต็มมาให้แบบไม่น้อยหน้าค่ายอื่นเลย ในครั้งนี้ได้มีโอกาสทดสอบกันในแทร็กระดับโลก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต บุรีรัมย์ ในการทดสอบครั้งนี้จะเป็นรอบสื่อมวลชน ถือว่าเป็นสื่อมวลชนกรุ๊ปแรกที่ได้ทดสอบกันในแทร็กอย่างเป็นทางการ เป็นเรื่องดีเลยทีเดียวเพราะในการทดสอบจะได้ทดสอบกันแบบเต็มไม้เต็มมือ บิด เบรกกันได้เต็มที่ แถมความปลอดภัยเต็มร้อยอีกด้วย ซึ่งก็ต้องขอบคุณ เอพี ฮอนด้า ที่ได้ปิดสนามให้ทดสอบกันเต็มที่ในครั้งนี้ด้วยครับ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าหลายๆ คนคงอยากจะรู้แล้ว่าเจ้าหกร้อยคันนี้มีอะไรดีบ้าง ฟีลลิ่งเป็นยังไง? ดีไซน์ด้วยเทคโนโลยีจากรถแข่ง MotoGP แฟริ่งภายนอกสีไตรคัลเลอร์ดูสวยสดงดงามเด่นตา ถูกดีไซน์ให้เป็นรถที่ลู่ลมที่สุดในคลาสด้วยการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ แฟริ่งด้านหน้ามีการออกแบบเสริมปีกด้านข้างแฟริ่งเป็นแบบวิงก์เล็ตที่จะช่วยสร้างแรงกดที่ล้อหน้าช่วยให้การควบคุมตัวรถในย่านความเร็วสูงๆ ทำได้ดี ทั้งยังช่วยให้เลี้ยวเข้าโค้งได้เนียนมากขึ้น พร้อมกับเพิ่มความหล่อด้วยระบบส่องสว่างแบบ Full LED หล่อเด่นสุดในรุ่น การดีไซน์ที่เฉียบคม เส้นสายรอบตัวรถออกแบบให้มีทางเดินอากาศลดแรงเสียดทาน ทำให้มีส่วนช่วยให้รถนิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงออกแบบแฟริ่งหน้ากากด้านหน้าให้มีช่องดักลมเข้าคอไอดีเหมือนกันตัว CBR1000RR-R ยังออกแบบทางเดินอากาศเข้าไประบายความร้อนได้อย่างเต็มที่ อกแฟริ่งด้านล่างที่มีการออกแบบเหมือนรถแข่งเพื่อที่จะลดแรงต้านที่ล้อหลังช่วยได้เยอะขึ้น ออกแบบถังน้ำมันใหม่สไตล์รถแข่ง ถูกออกแบบให้มีการบาลานซ์น้ำหนักให้ใกล้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถมากที่สุดทำให้การควบคุมรถ เวลาเลี้ยวหรือการเปิดคันเร่งเข้าโค้งทำได้ดีขึ้น และยังมีการปรับมุมเรือนไมล์ TFT ใหม่เพื่อเวลาหมอบไม่ต้องละสายตามากจนเสียสมาธิควบคุม เรือนไมล์จอสีแบบ TFT ที่สามารถแสดงสถานะต่างๆ ของรถคันนี้ได้ทั้งหมด อาทิเช่น ความเร็ว รอบเครื่องยนต์ อัตราการกินน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย ไฟเลี้ยว ไฟสูง สถานะ HSTC สถานะการเตือนเปลี่ยนเกียร์ Shift Light และยังสามารถปรับการตั้งค่าการขับขี่ Riding Mode ได้อีกด้วย ฟังก์ชั่นเยอะมีให้ใช้แบบเหลือๆ ไปจนถึงฟังก์ชั่น Lap Timer ที่สามารถจับเวลาต่อรอบได้อีกด้วย เฟรมใหม่ เป็นโครงสร้างแบบอลูมิเนียมทวินทูบเฟรมที่ประกอบไปด้วยพาร์ทอลูมิเนียมดายแคสต์ 4 ชิ้นโดยมีชิ้นส่วนที่แข็งแรงอย่างโดยเฉพาะส่วนของคอรถที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้เฟรม หลักการของเฟรมตัวนี้จะรวมมวลทั้งหมดเข้ามาอยู่จุดศูนย์กลางที่ได้ออกแบบเครื่องยนต์ ถังน้ำมัน ให้อยู่ใกล้กันมากที่สุดทำให้เวลาขับขี่จะรู้สึกควบคุมได้ง่าย รวมไปถึงตัวสวิงอาร์มที่ออกแบบใหม่เพิ่มบาลานซ์ปรับโครงสร้างภายในตัวสวิงอาร์มใหม่ลดน้ำหนักทำให้เบากว่าตัวเดิม ซึ่งสองอย่างนี้เป็นปัจจัยหลักเลยก็ว่าได้ที่จะทำให้รถคันนี้ได้ฟิวลิ่งที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วงล่างมาเต็มมาแน่น โช้คอัพด้านหน้าให้มาเป็นแบบหัวกลับ Upside-Down จาก Showa ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 ม.ม. ตัวกระบอกสไลด์เป็นสีดำ (แต่ในใจผมเองอยากให้เป็นสีทอง) ภายในเป็นลูกสูบขนาดใหญ่ สามารถปรับตั้งค่าได้ทั้งพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์แดมปิ้ง ทั้งยังปรับได้ง่ายตามความต้องการ โช้คอัพด้านหลังเป็นแบบซับแทงก์ ทำงานร่วมกับ Unit pro link ถูกติดตั้งระหว่างเฟรมกับสวิงอาร์ม สามารถปรับตั้งค่าได้เช่นเดียวกันกับโช้คหน้า โดยเลือกปรับตามความต้องการที่จะใช้งานได้เลย กันสะบัดไฟฟ้า HESD ถูกติดมาให้จากโรงงานถูกติดตั้งให้ใกล้กับแผงคอด้านบน เพราะในการทำงานของตัวกันสะบัดจะทำงานตามความแรงของการสะบัดจากแฮนด์บังคับเลี้ยว ทำให้การติดตั้งให้ใกล้กับจุดศูนย์กลางของแฮนด์ก็จะสามารถทำงานได้ดีที่สุด แถมไม่กินพื้นที่ส่วนอื่นของตัวรถด้วย ระบบเบรก เบรกด้านหน้า Tokico ดิสก์คู่เป็นคาลิเปอร์แบบเรเดียลเมาท์ 4 สูบ มาพร้อมกับจานเบรกแบบโฟลตติ้ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 320 ม.ม. และด้านหลังเป็นคาลิปเปอร์ Nissin ลูกสูบเดี่ยวน้ำหนักเบา ดิสก์เบรกด้านหลังมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 220 ม.ม. ล้อและยางหน้าหลัง ล้อที่ให้ติดมาจากโรงงานเป็นแบบ 6 ก้านคู่เส้นรอบวงขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์คล้ายกับตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว Y พร้อมด้วยยางขนาด 120/70 ZR17 และขนาด 180/55 ZR17 ตามลำดับ ขุมพลัง Supersport 600 CC. ปลายไหลๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงขนาดความจุ 600 ซีซี เส้นผ่าศูนย์กลางลูกสูบ 67 มิลลิเมตร ระบบจ่ายน้ำมันเข้าเครื่องยนต์แบบหัวฉีด PGM Fi แบบคู่ Dual Stage Fuel injection เครื่องยนต์ระบายความร้อยด้วยน้ำ เกียร์ 6 สปีด เครื่องยนต์ตัวนี้สามารถให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 120 ที่รอบเครื่องยนต์ 14,000 รอบ/นาที และยังให้แรงบิดสูงสุดที่ 64 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบ/นาที วิ่งดีกว่าเดิมแน่นอน เครื่องยนต์ตัวนี้ยังมีการพัฒนามาใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการประจุไอดีและเผาไหม้ทั้งหมด มีลิ้นปีกผีเสื้อ 44 ม.ม. และพอร์ทไอดีใหม่ แบบ Direct to head ดีไซน์ทางเดินอากาศใหม่จากลิ้นปีกผีเสื้อถึงหลังใบวาล์วได้มีการออกแบบใหม่ทำให้มีส่วนที่โค้งมนมากขึ้น ทำให้มีประสิทธิภาพการเร่งดี รวดเร็วมากขึ้น 2.2% ตัวฝาสูบแบบใหม่ ได้มีการใช้หัวเทียนแบบยาวส่งให้ให้การจุดระเบิดสมบูรณ์ทั่วหัวลูกสูบมากขึ้น และยังออกแบบทางเดินน้ำหล่อเย็นใหม่ในฝาสูบ รักษาอุณหภูมิให้คงที่ตลอดเวลาเพื่อการเผาไหม้ที่ดีขึ้นทุกย่านความเร็ว ท่อไอเสียแบบ Middle Tip ให้อารมณ์สปอร์ตท่อออกท้ายกลางตัวรถดูเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

รีวิว Triumph Trident 660 เครื่องยนต์ทรงพลัง 3 สูบขี่ง่าย สนุกเร้าใจ..! บอกก่อนเลยว่าโรสเตอร์ขนาดกลางคันนี้ เป็นโมเดลที่มีความคุ้มค่า เทคโนโลยีทันสมัย มาพร้อมการออกแบบเครื่องยนต์ 3 สูบที่ลงตัว รูปร่างกระทัดรัด ช่วงล่างที่ให้มาใช้อย่างเหลือใช้ ต้องขอบอกคนที่รอเลยว่าคุ้มค่าแก่การรอคอยแน่นอน สัมผัสแรกที่จะได้สัมผัสโรดสเตอร์ขนาดกลางเมืองผู้ดีสัญชาติอังกฤษ ต้องขอขอบคุณ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิล ไทยแลนด์ ที่ได้เทียบเชิญเรามาทดสอบในครั้งนี้ และบอกก่อนเลยว่าทางไทรอัมพ์เองทำการบ้านมาดีสำหรับการพัฒนารถที่จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ทั้งการออกแบบตัวรถ เครื่องยนต์ เทคโนโลยีการขับขี่ต่างๆ ทำให้เอ็นจอยกับการขับขี่มากขึ้นและที่สำคัญคนที่ชื่นชอบสามารถเข้าถึงแบรนด์ไทรอัมพ์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม รูปลักษณ์ร่วมสมัย โครงเหล็กกล้า เรามาเข้าเรื่องของรูปลักษณ์หน้าตากันก่อนเลย สำหรับโร้ดสเตอร์เน็กเก็ตไบค์คันนี้ ได้รับการออกแบบที่เรียบง่าย ดูดี สะดุดตาด้วยไฟหน้าทรงกลมที่มาพร้อมกับระบบไฟส่องสว่างแบบ Full LED พร้อมระบบไฟเลี้ยวแบบ Auto Cancel ยกเลิกเองอัตโนมัติ ดูดีมีสไตล์ แฮนด์บาร์อลูมิเนียมยกสูงทำให้ขับขี่ได้ง่าย พร้อมกับรูปทรงตัวถังน้ำมันที่ออกแบบให้มีรูปทรงที่รับกับขาด้านในของตัวผู้ขับขี่ ทำให้เวลาขับขี่กระชับมากขึ้นเวลาเลี้ยวรถหรือเบรกพร้อมกับโลโก้ไทรเด้นท์ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เบาะผู้ขับขี่เป็นแบบตอนเดียว 2 ระดับ ให้ฟีลที่กระชับ นุ่มนวล โครงรถใหม่ที่เป็นแบบท่อเหล็กกล้า ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ทำให้ท่านั่ง การวางเท้า การจับแฮนด์เฟรนด์ลี่กับผู้ขับขี่ จะรู้สึกถึงความสบาย และการคอนโทรลตัวรถก็ทำได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งรถคันนี้มีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 189 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้ลดภาระการบังคับรถได้อีกเยอะเลยล่ะครับ มาดูในส่วนของตัวล้อกันบ้างที่ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างนึงเลยก็ว่าได้เพราะเจ้าคันนี้ใส่ล้ออลูมิเนียมน้ำมันเบา ดีไซน์แบบ 5 ก้าน ทำให้ตัวรถดูสปอร์ตมากขึ้นเป็นกองเลยละครับ พร้อมกับท่อไอเสียที่อยู่กลางลำตัวรถ เวลามองๆแล้ว บาลานซ์รถมันช่างเหมาะเจาะเสียเหลือเกิน เครื่องยนต์ โคตรจี๊ด เสียงเร้าใจ เครื่องตัวนี้ยังคงให้ความเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์อยู่เช่นเดิม มีการออกแบบเครื่องยนต์ 3 สูบ ไม่เหมือนใครในวงการ ขนาดของเครื่องยนต์คันนี้มีอยู่ที่ 660 ซีซี DOHC 12 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด ด้วยขนาดลูกสูบที่มีขนาดใหญ่ถึง 74 มม. และมีช่วงชักที่ 51.1 มม. สามารถให้กำลังแรงม้าได้ถึง 81 แรงม้า ที่ 10,250 รอบ/นาที มีแรงบิดที่ 64 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบ/นาที ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับรถเซ็กเมนต์นี้ มีการดีไซน์ท่อไอเสียแบบ 3 ออก 1 ตัวปลายท่อไอเสียเองอยู่กึ่งกลางลำตัวรถพอดี เป็นการบาลานซ์น้ำหนักของตัวรถไปในตัว ต้องบอกเลยว่าตัวเสียงท่อและเครื่องยนต์ของเจ้าไทรเดนท์คันนี้ทำเอาถูกใจเทสต์ไรเดอร์หลายคนเลยทีเดียวรวมไปถึงตัวผมเองด้วย ฟิ้ว ฟิ้ว ฟีลเครื่องยนต์ 3 สูบตัวนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังพอประมาณ การทำงานของรอบเครื่องยนต์ทำได้เนียนดี การสั่งการบิดคันเร่งไฟฟ้าไปที่เครื่องยนต์นั้นตอบสนองได้ทันใจ ให้พละกำลังในรอบกลางและปลายทำได้ดี ถือว่าเครื่องยนต์ตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่กำลังหารถไว้ใช้งานทุกวัน รอบต้นกำลังพอดีมือ ขี่สนุก ส่วนถ้าอยากมันส์ก็เติมคันเร่งหน่อยก็สามารถที่จะรับรู้ความรู้สึก บิดเด้ง เร่งลอยได้เต็มที่เลยละครับ ช่วงล่างเหลือใช้ มาต่อกันที่ช่วงล่างที่ขอพูดไว้ตรงนี้เลยว่า “เพียงพอ” แล้วสำหรับคันนี้แล้วหรือสำหรับบางคนคือเหลือใช้แน่นอน เพราะช่วงล่างที่ให้มาจากโรงงานเป็น Showa ทั้งหน้าและหลังเลย โดยด้านหน้าที่ให้มาแบบ Up-Side Down หรือหัวกลับขนาด 41 มม. และด้านหลังเป็นแบบโช้คเดี่ยวยึดกับสวิงอาร์มคู่ สามารถที่จะปรับค่าความแข็งอ่อนของตัวสปริงได้อีกด้วยเหมาะสำหรับใครที่มีคนซ้อนท้ายก็ต้องบอกเลยว่าสบายๆ หายห่วง การขับขี่ใช้งานในเมืองเวลาเจอกับช่วงของคอสะพานหรือรอยต่อพื้นถนน รู้สึกได้ถึงความนุ่มนวล หรือแม้แต่ในช่วงของความเร็วสูงๆ เวลาเลี้ยวเข้าโค้งก็รู้สึกได้ถึงความกระชับมั่นใจในตัวรถมากขึ้น ระบบเบรกจาก Nissin ทั้งหน้า-หลัง ด้วยตัวเบรกด้านหน้า ที่ให้มาแบบดับเบิ้ลดิสก์หรือดิสก์เบรกคู่ โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางจานดิสก์อยู่ที่ 310 มม. และตัวเบรกหลังแบบดิสก์เบรกที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 255 มม. ใส่ส่วนของตัวกระทุ้งน้ำมันเบรกหลังยังมีลูกเล่นเป็นกระปุกน้ำมันแบบใสติดตั้งมาให้ด้วยทำให้ดูหล่อขึ้นกว่าเดิม และสำหรับระบบเบรกที่ให้มาเบรกได้ดีมั่นใจได้เลย และส่วนสุดท้ายสำหรับช่วงล่างนั้นก็คือ ตัวล้ออลูมิเนียมแบบ 5 ก้านที่ดีไซน์ได้สวยงามลงตัวจริงๆ โดยจะมาพร้อมกับยางขนาดใหญ่ขอบ 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยมียางหน้าขนาด 120/70 และยางหลัง 180/55 ทำให้ดูใหญ่ ดูแน่น เข้มและดุดัน เรียกว่าลงตัวดีจริงๆ เหมาะสำหรับคันนี้มากๆ ครับ เทคโนโลยีก็มีมาแน่นๆ เริ่มจากแทร็คชันคอนโทรล เป็นระบบความปลอดภัยที่ติดมาให้จากโรงงาน เพื่อที่จะกันล้อหน้า-หลัง หมุนไม่เท่ากัน เมื่อเจอสภาพถนนเส้นทาง ทั้งลื่นน้ำ ทราย กรวด สภาพต่างๆ ที่ไม่สามารถระวังได้ระบบนี้จะตัดกำลังการหมุนของตัวล้อไม่ให้ตัวรถเสียอาการทำให้ควบคุม ช่วยให้ประคองรถผ่านไปได้ด้วยดี ต้องบอกเลยว่าตอนทดสอบได้ใช้เต็มที่เลย เวลาระบบทำงานจะมีสัญลักษณ์ TC ขึ้นที่เรือนไมล์ TFT และหากใครที่ต้องการความเร้าใจก็สามารถปิดได้ด้วย ต่อที่โหมดการขับขี่