ข่าวด่วน
Admin Superbike Admin Superbike

ปอ ตนุภัทร ย้ำไม่ขอเปลี่ยนผล Cadet B ขอผู้จัดตอบเรื่องมาตรฐาน

ปอ ตนุภัทร ย้ำไม่ต้องการเปลี่ยนอันดับ Cadet B ขอเพียงผู้จัดและ รยสท. ชี้แจงมาตรฐานตรวจรถให้ชัดเจน

ดราม่าการแข่งขันโกคาร์ทเยาวชนรุ่น Cadet B อายุ 8-9 ปี มีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังปอ ตนุภัทร ผู้จัดการทีม TNP Motorsport และผู้ยื่นประท้วงผลการแข่งขัน ออกมาประกาศจุดยืนเพิ่มเติมอย่างชัดเจนว่า ไม่ได้เรียกร้องให้เปลี่ยนอันดับการแข่งขัน และเสนอให้คงผลการแข่งขันตามเดิม

สิ่งที่เขาต้องการจากผู้จัดและราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย หรือ รยสท. คือคำอธิบายว่า รถทั้ง 21 คันถูกตรวจภายใต้มาตรฐานเดียวกันหรือไม่ และหากรถคันหนึ่งใช้เครื่องยนต์หรือชิ้นส่วนที่แตกต่างจากคันอื่น ความแตกต่างนั้นได้รับอนุญาตจากกติกาข้อใด

จุดยืนล่าสุดจึงทำให้แกนของเรื่องเปลี่ยนจากคำถามว่า “ใครควรได้อันดับ 1” ไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า คือการแข่งขันเยาวชนจะทำให้ทุกทีมเชื่อมั่นได้อย่างไรว่ากติกาถูกใช้เหมือนกันทุกคัน

ผู้ยื่นประท้วงต้องการให้เปลี่ยนอันดับจริงหรือไม่?

ไม่ จากคำชี้แจงล่าสุด ปอ ตนุภัทรยืนยันว่าไม่เคยเรียกร้องให้เปลี่ยนอันดับ และเสนอให้คงผลการแข่งขันตามเดิม เพราะไม่ต้องการให้ปัญหาเรื่องกติกากระทบเด็กหรือครอบครัวนักแข่ง

นี่เป็นจุดที่ต่างจากภาพของดราม่าในช่วงแรกอย่างชัดเจน การแข่งขันจบลงโดยพายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ เข้าเส้นชัยอันดับ 1 ก่อนมีการยื่นประท้วงให้ตรวจสอบสเปกเครื่องยนต์รถหมายเลข 69 ส่งผลให้ผลอย่างเป็นทางการต้องเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณา

สำหรับจุดเริ่มต้นของเรื่อง สามารถย้อนอ่าน พายุเข้าเส้นชัยอันดับ 1 แต่ยังรอผลประท้วง ซึ่งสรุปลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่หลังธงหมากรุกจนถึงการส่งเรื่องให้คณะกรรมการผู้ตัดสินไว้แล้ว

ผู้ประท้วงมีปัญหากับครอบครัวของพายุหรือไม่?

เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีปัญหาหรือความรู้สึกไม่ดีกับครอบครัวของพายุ และทั้งสองครอบครัวยังพูดคุย จับมือ และแสดงความยินดีกันตามปกติหลังการแข่งขัน

ปอ ตนุภัทรระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวไม่ได้เป็นต้นเหตุของการประท้วง และมองว่าเด็กทั้งสองฝ่ายยังต้องเติบโตอยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตอีกยาว

ดังนั้น หากตัดเสียงเชียร์และกระแสแบ่งฝ่ายออกไป สิ่งที่ยังเหลืออยู่จริงคือข้อพิพาทเรื่องมาตรฐานทางเทคนิคและการตรวจสภาพรถ ไม่ใช่ปัญหาส่วนตัวระหว่างสองครอบครัว

ผู้ยื่นประท้วงยังต้องการคำตอบเรื่องอะไร?

คำถามล่าสุดถูกสรุปเหลือ 3 ประเด็นหลัก คือรถทุกคันถูกตรวจด้วยมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ ชิ้นส่วนหรือเครื่องยนต์ต่างรุ่นสามารถใช้ได้หรือไม่ และหากใช้ได้ กติกาข้อใดเป็นผู้อนุญาต

คำถามสิ่งที่ต้องการให้ชี้แจง
มาตรฐานการตรวจรถทั้ง 21 คันถูกตรวจด้วยหลักเกณฑ์เดียวกันหรือไม่
เครื่องยนต์/ชิ้นส่วนต่างรุ่นสามารถนำมาใช้ใน Cadet B ได้หรือไม่
ฐานกติกาหากใช้ชิ้นส่วนต่างรุ่นหรือมีความแตกต่าง กติกาข้อใดรองรับ

สามคำถามนี้ยังอยู่ในรูปของการขอคำอธิบาย ไม่ใช่คำตัดสินว่ารถหมายเลข 69 ผิดกติกา

จุดยืนล่าสุดต่างจากคำชี้แจงรอบแรกอย่างไร?

รอบแรกเน้นเหตุผลว่าทำไมจึงยื่นประท้วง ส่วนรอบล่าสุดพยายามตัดประเด็นเรื่องผลแพ้ชนะออกอย่างชัดเจน และโยนคำถามกลับไปยังผู้จัดว่าระบบตรวจรถใช้มาตรฐานเดียวกันจริงหรือไม่

ในคำชี้แจงก่อนหน้านี้ TNP Motorsport ตั้งคำถามถึงเครื่องยนต์ IAME X30 Water Swift 60cc และชิ้นส่วนที่ระบุว่ามีลักษณะแตกต่างจากเครื่องยนต์ของรถคันอื่น สามารถย้อนอ่านรายละเอียดได้จาก TNP Motorsport ชี้แจงเหตุประท้วง Cadet B

แต่หลัง DT Motorsport ทีมดูแลรถหมายเลข 69 ออกเอกสารชี้แจงกลับ โดยอ้างกติกาเทคนิคและ Homologation 364H ฝั่งผู้ยื่นประท้วงก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเรียกร้องให้ตัดสิทธิ์ กลับย้ำว่าให้คงอันดับเดิมได้ แต่ขอให้ผู้จัดตอบให้ชัดว่าทำไมชิ้นส่วนดังกล่าวจึงใช้ได้

ฝั่ง DT Motorsport ชี้แจงเรื่องเครื่องยนต์ไว้อย่างไร?

DT Motorsport ยืนยันว่ารถหมายเลข 69 ใช้เครื่องยนต์และเสื้อสูบตามกติกาเทคนิคของรายการ โดยอ้าง Homologation 364H และระบุว่ารถผ่านการตรวจสภาพรวมถึงการซีลเครื่องก่อนแข่งขันแล้ว

ตามคำชี้แจงของ DT Motorsport ทีมอ้างกติกา Superkart Thailand 2026 ข้อ 14 และ 14.5 โดยระบุว่า Cadet B ใช้เครื่องยนต์ IAME X30 Water Swift 60cc ตาม Homologation Form 364H และเอกสารรับรองดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบการแข่งขัน

รายละเอียดฝั่งทีมรถหมายเลข 69 สามารถย้อนอ่านได้จาก DT Motorsport ชี้แจงปมเสื้อสูบรถหมายเลข 69

นี่คือเหตุผลที่เรื่องยังไม่สามารถตัดสินจากคำชี้แจงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ ฝั่งหนึ่งถามว่าทำไมชิ้นส่วนต่างจากรถอื่น อีกฝั่งตอบว่าความแตกต่างดังกล่าวยังอยู่ในกรอบที่กติกายอมรับ สิ่งที่จะตัดสินสองมุมนี้ได้คือเอกสารที่มีผลในวันแข่งขันและตัวชิ้นส่วนจริง

การเสนอให้คงผลเดิมทำให้คำประท้วงหมดความหมายหรือไม่?

ไม่ เพราะการตรวจสอบความถูกต้องทางเทคนิคกับการเรียกร้องเปลี่ยนอันดับเป็นคนละเรื่องกัน ผู้ยื่นเรื่องสามารถไม่ต้องการผลประโยชน์ด้านอันดับ แต่ยังขอให้ผู้จัดอธิบายการใช้กติกาได้

จุดยืนล่าสุดของปอ ตนุภัทรคือ ไม่ต้องการให้ลูกตัวเองได้อันดับดีขึ้น และไม่ต้องการให้ใครเสียชัยชนะ แต่ต้องการคำตอบที่ใช้เป็นมาตรฐานสำหรับการแข่งขันในอนาคต

หากมองในมุมนี้ เป้าหมายของการประท้วงจึงขยับจากเรื่องผลการแข่งขัน ไปสู่เรื่องความชัดเจนของกติกาและมาตรฐานการตรวจสภาพ

ทำไมคำตอบจากผู้จัดจึงสำคัญกว่าการเถียงว่าใครถูก?

เพราะทั้งสองฝ่ายต่างมีเอกสารและเหตุผลของตัวเอง หากผู้จัดไม่อธิบายว่าใช้กติกาฉบับไหน ตรวจอะไร และเหตุใดจึงรับรองหรือไม่รับรองชิ้นส่วน ข้อสงสัยก็จะวนกลับมาเหมือนเดิม

ตอนนี้ฝั่ง TNP Motorsport มีคำถาม ฝั่ง DT Motorsport มีเอกสารที่ใช้ตอบ แต่คนที่มีหน้าที่บอกว่าเอกสารใดเป็นหลัก และชิ้นส่วนจริงตรงกับเอกสารนั้นหรือไม่ คือผู้จัด ฝ่ายตรวจสภาพ คณะกรรมการเทคนิค และคณะกรรมการผู้ตัดสิน

  • รถหมายเลข 69 ใช้ชิ้นส่วนอะไร
  • ชิ้นส่วนนั้นตรงกับเอกสารกติกาหรือไม่
  • หากเป็นชิ้นส่วนต่างรุ่น เหตุใดจึงใช้ได้หรือใช้ไม่ได้
  • รถทั้ง 21 คันถูกตรวจภายใต้หลักเดียวกันอย่างไร
  • ผลตรวจส่งผลต่ออันดับการแข่งขันหรือไม่

ผลการแข่งขันได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง?

จากข้อมูลที่ใช้จัดทำแบบร่างนี้ ยังต้องรอคำวินิจฉัยหรือการรับรองอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อน จึงไม่ควรสรุปแทน รยสท. ว่าฝ่ายใดชนะข้อพิพาท

ในเชิงข่าวจึงควรแยกสามเรื่องออกจากกัน ได้แก่ ผลหน้าเส้นชัยที่พายุเข้าเส้นชัยอันดับ 1 จุดยืนของ DT Motorsport ที่ยืนยันว่ารถถูกกติกา และผลอย่างเป็นทางการซึ่งต้องรอการรับรองจากผู้มีอำนาจ

สรุป ปอ ตนุภัทร Cadet B รอบล่าสุด ดราม่าเปลี่ยนไปอย่างไร?

จุดยืนล่าสุดทำให้ดราม่าเปลี่ยนจากการแย่งผลการแข่งขัน ไปเป็นการเรียกร้องคำอธิบายเรื่องกติกา เพราะผู้ยื่นประท้วงยืนยันว่าไม่ต้องการเปลี่ยนอันดับ และเสนอให้คงผลเดิม แต่ยังต้องการคำตอบว่ารถทุกคันถูกตรวจด้วยมาตรฐานเดียวกันจริงหรือไม่

ถ้ามองย้อนตั้งแต่วันแรก เรื่องนี้เริ่มจากพายุเข้าเส้นชัยอันดับ 1 มีหนังสือประท้วง ผู้ประท้วงตั้งข้อสงสัยเรื่องชิ้นส่วนเครื่องยนต์ DT Motorsport อ้างกติกาและ Homologation 364H ตอบกลับ และล่าสุดผู้ประท้วงย้ำว่าไม่ได้ต้องการถ้วย ไม่ต้องการเลื่อนอันดับ และไม่มีปัญหากับครอบครัวของพายุ

สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนคือคำถามเรื่องมาตรฐาน รถ 21 คันใช้กติกาเดียวกันอย่างไร ความแตกต่างของชิ้นส่วนได้รับอนุญาตจากข้อใด และฝ่ายตรวจสภาพใช้หลักอะไรในการรับรอง

หากผู้จัดสามารถอธิบายกติกาอย่างชัดเจน รถหมายเลข 69 ได้รับการยืนยันบนหลักฐานทางเทคนิค และทีมอื่นได้รับคำตอบว่ามาตรฐานเดียวกันถูกใช้กับทุกคันอย่างไร เรื่องนี้ก็อาจจบโดยไม่จำเป็นต้องมีฝ่ายแพ้ในดราม่า

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Q: ปอ ตนุภัทร ต้องการให้เปลี่ยนอันดับการแข่งขันหรือไม่?

A: ไม่ คำชี้แจงล่าสุดระบุว่าเขาไม่เรียกร้องให้เปลี่ยนอันดับ และเสนอให้คงผลการแข่งขันเดิมไว้ โดยต้องการคำตอบเรื่องมาตรฐานกติกาแทน

Q: ผู้ยื่นประท้วงมีปัญหากับครอบครัวพายุหรือไม่?

A: เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีปัญหาส่วนตัว และระบุว่าทั้งสองครอบครัวยังพูดคุยและแสดงความยินดีกันตามปกติ

Q: ตอนนี้ผู้ประท้วงต้องการคำตอบเรื่องอะไร?

A: ต้องการคำชี้แจง 3 เรื่องหลัก ได้แก่ มาตรฐานการตรวจรถทั้ง 21 คัน การอนุญาตใช้เครื่องยนต์หรือชิ้นส่วนต่างรุ่น และข้อกติกาที่รองรับความแตกต่างดังกล่าว

บทความที่เกี่ยวข้อง