การก้าวข้ามรุ่นจากเวที World Superbike (WSBK) สู่จุดสูงสุดอย่าง MotoGP คือความฝันที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกอยากเห็นจากนักบิดพรสวรรค์สูงอย่าง ท็อปรัค ราซกัตลิโอกลู (Toprak Razgatlioglu) ทว่าความฝันนั้นอาจกำลังกลายเป็นฝันร้าย เมื่อเจ้าตัวออกมาระบายความอัดอั้นหลังจบการทดสอบ Pre-season Test 2026 ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดยยอมรับว่าเขากำลังเผชิญกับสภาวะ “หมดแรงจูงใจ” เนื่องจากปัญหาด้านสมรรถนะของรถแข่งที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้
ความคาดหวังที่พังทลายในเซปัง
ท็อปรัค เดินทางมาถึงเซปังด้วยความหวังที่จะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า สไตล์การขี่ที่ดุดันและการเบรกที่ลึกถึงลูกถึงคนของเขา สามารถใช้งานได้กับรถแข่ง MotoGP เวอร์ชันล่าสุด แต่ผลลัพธ์ในตารางเวลา (Lap Times) กลับเป็นสิ่งที่บอกความจริงที่เจ็บปวด ตลอดการทดสอบ 3 วัน ท็อปรัคไม่สามารถขยับเข้าใกล้กลุ่ม Top 10 ได้เลย และมีช่องว่างของเวลาห่างจากผู้นำมากกว่า 1.5 – 2 วินาที
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อร่วมขบวน ผมมาที่นี่เพื่อเป็นผู้ชนะ” ท็อปรัคกล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว “แต่เมื่อคุณขี่จนสุดความสามารถแล้วรถยังช้ากว่าคนอื่นในทุกๆ ช่วงของสนาม มันยากมากที่จะรักษาความตื่นเต้นเอาไว้ได้ ตอนนี้ผมโกรธมาก และความโกรธนั้นมันกำลังทำลายแรงจูงใจในการย้ายมาที่นี่”
ปัญหาเชิงวิศวกรรม เมื่อความเร็วไม่เท่ากับใจสั่ง
ปัญหาหลักที่ท็อปรัคเจอคือ “พละกำลังและการตอบสนองของตัวรถ” เขาเปิดเผยว่ารถทดสอบที่ทางต้นสังกัดจัดหามาให้นั้นมีปัญหาเรื่องการส่งกำลังในช่วงขาออกจากโค้ง และความเร็วปลายบนทางตรงที่สู้รถของ Ducati หรือ KTM ไม่ได้เลย การที่ต้องฝืนขี่รถที่สมรรถนะด้อยกว่า ทำให้เขาต้องเสี่ยงล้มในจังหวะเบรกเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป
นอกจากนี้ การปรับตัวเข้ากับยาง Michelin สเปก MotoGP ก็ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ ท็อปรัคยอมรับว่าเขายังไม่สามารถหาความเชื่อมั่นจากยางหน้าได้เหมือนที่เขาเคยทำได้กับยาง Pirelli ใน WSBK “ใน Superbike ผมสามารถสั่งรถให้ทำอะไรก็ได้ แต่ที่นี่ รถเป็นฝ่ายสั่งให้ผมทำตามกฎของมัน ซึ่งมันไม่ใช่ตัวตนของผมเลย”
ผลกระทบต่อสัญญาปี 2027 จะอยู่หรือจะไป?
ก่อนหน้าการทดสอบครั้งนี้ มีข่าวลือหนาหูว่าค่ายรถยักษ์ใหญ่อย่าง Yamaha หรือแม้แต่ BMW ที่มีแผนจะทำโปรเจกต์ MotoGP 2027 ต่างพยายามรุมจีบท็อปรัคให้เป็นหัวหอกหลัก ทว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน แรงดึงดูดของ MotoGP ในใจของท็อปรัคเริ่มจางลง
Kenan Sofuoglu ผู้จัดการส่วนตัวและที่ปรึกษาคนสำคัญของท็อปรัค เคยกล่าวไว้ชัดเจนว่าท็อปรัคจะย้ายมา MotoGP ก็ต่อเมื่อได้รับข้อเสนอจาก “ทีมโรงงาน” และ “รถที่ชนะได้” เท่านั้น การทดสอบที่น่าผิดหวังในครั้งนี้อาจทำให้ทีมงานของท็อปรัคต้องกลับมาทบทวนอีกครั้งว่า การทิ้งบัลลังก์ราชาใน WSBK มาเป็นเพียงนักบิดกลางกริดใน MotoGP นั้นคุ้มค่าหรือไม่
เสียงวิจารณ์จากคนในพิทเลน
นักบิดและผู้เชี่ยวชาญใน MotoGP บางส่วนมองว่า ท็อปรัคอาจจะคาดหวังกับผลลัพธ์ที่รวดเร็วเกินไป “MotoGP คือระดับที่ยากที่สุดในโลก คุณไม่สามารถคาดหวังจะเร็วกว่าแชมป์โลกที่ขี่รถพวกนี้มาทั้งชีวิตได้ภายใน 3 วัน” นักบิดนิรนามรายหนึ่งกล่าว อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นนี้ดูจะขัดกับความเชื่อมั่นของท็อปรัคที่มองว่า “ฝีมือ” ของเขานั้นอยู่ในระดับสูงสุด และปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ “เครื่องจักร”
บทสรุป จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของ “El Turco”
สถานการณ์ของ Toprak Razgatlioglu ในตอนนี้เปรียบเสมือนอยู่บนทางแยก หากความสัมพันธ์และบรรยากาศภายในทีมทดสอบยังไม่ดีขึ้น เราอาจเห็นเขาสะบัดบ็อบใส่ MotoGP แล้วกลับไปประกาศศักดาในเวทีที่เขารักและคุ้นเคยอย่าง WSBK ต่อไป
สิ่งที่ท็อปรัคต้องการตอนนี้ไม่ใช่แค่คำปลอบใจ แต่คือ “หลักฐาน” ทางวิศวกรรมที่แสดงให้เห็นว่ารถคันนี้สามารถพาเขาไปสู่ชัยชนะได้ มิเช่นนั้น โลกของ MotoGP อาจจะต้องสูญเสียหนึ่งในนักบิดที่น่าตื่นเต้นที่สุดยุคนี้ไปเพียงเพราะ “ความเร็ว” ที่ไม่ทันใจเขาเพียงอย่างเดียว




