
ท่ามกลางกระแสความคาดหวังที่พุ่งสูงลิ่วจากการที่ โทปรัค ราซกัตลิโอกลู (Toprak Razgatlioglu) ยอดนักบิดชาวตุรกีประกาศศักดาข้ามฟากจากเวที WorldSBK เข้าสู่ศึก MotoGP ฤดูกาล 2026 ร่วมกับทีม Prima Pramac Yamaha ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาให้สัมภาษณ์พิเศษผ่านทาง Motorsport.com โดยแสดงมุมมองที่สมจริงและถ่อมตัว ซึ่งอาจจะขัดกับภาพลักษณ์นักบิดสายลุยที่แฟนๆ คุ้นตา แต่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพที่ประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน
2026 ปีแห่งการเปลี่ยนผ่านและกำแพงที่ต้องข้าม
โทปรัคเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ฤดูกาลแรกของเขาในรุ่นพรีเมียร์คลาสจะเป็นปีที่ต้องต่อสู้กับข้อจำกัดหลายด้าน “มันไม่ใช่ปีที่ง่ายสำหรับผม เพราะนี่คือความท้าทายที่แตกต่างออกไปจากที่ผมเคยเจอมาอย่างสิ้นเชิง”
อุปสรรคสำคัญที่โทปรัคระบุคือการปรับตัวเข้ากับ Yamaha YZR-M1 รุ่นใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์ V4 ซึ่งเป็นก้าวเดินครั้งสำคัญของ Yamaha นอกจากเรื่องรถแล้ว เขายังต้องเผชิญกับปฏิทินการแข่งขันที่ยาวนานและสนามแข่งหลายแห่งที่เขาแทบไม่มีข้อมูลเลยในฐานะนักบิดอาชีพ การเรียนรู้ไลน์การวิ่ง (Racing Line) และจุดเบรกของรถ Prototype จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลามากกว่าแค่การทดสอบไม่กี่วัน
เหตุผลทางเทคนิค: จากยาง Pirelli สู่ Michelin และอากาศพลศาสตร์
สิ่งที่ทำให้โทปรัคคาดการณ์ว่าโพเดี้ยมอาจยังมาไม่ถึงในปีแรก คือความซับซ้อนของตัวรถ MotoGP ใน WorldSBK เขาคุ้นเคยกับยาง Pirelli ที่มีความยืดหยุ่นสูงและเอื้อต่อสไตล์การเบรกที่รุนแรงของเขา แต่ใน MotoGP เขาต้องรับมือกับยาง Michelin ที่มีบุคลิกเฉพาะตัวสูงมาก โดยเฉพาะยางหน้าที่ต้องการความละเอียดอ่อนในการควบคุม
นอกจากนี้ ระบบอากาศพลศาสตร์ (Aero Devices) และอุปกรณ์ปรับความสูงของรถ (Ride Height Devices) ยังเป็นสิ่งที่เขาต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเพื่อให้สามารถเค้นสมรรถนะของรถออกมาได้ถึงขีดสุด “ปี 2026 จะเป็นปีแห่งการเรียนรู้ของผม ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด แต่ต้องยอมรับความเป็นจริงที่ว่าเราอาจจะยังไม่เห็นโพเดี้ยมในช่วงแรก” โทปรัคกล่าวเสริม
กลยุทธ์การมองการณ์ไกล: ปักหมุดทวงความยิ่งใหญ่ปี 2027
แม้จะถ่อมตัวในปีแรก แต่โทปรัคไม่ได้ลดทอนความทะเยอทะยานของเขาลงเพียงแต่เขามองไปที่ “จังหวะเวลา” ที่เหมาะสม เขาให้ความเห็นว่าความได้เปรียบที่แท้จริงจะเริ่มขึ้นในปี 2027 ซึ่งเป็นปีที่ MotoGP จะมีการปรับเปลี่ยนกฎกติกาทางเทคนิคครั้งใหญ่ (เครื่องยนต์ 850 ซีซี)
“ในปี 2027 หลังจากกติกาใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้ นั่นคือจุดที่ทุกคนต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในหลายๆ เรื่อง และนั่นแหละคือโอกาสที่ผมจะกลับมาต่อสู้เพื่อตำแหน่งโพเดี้ยมและชัยชนะได้อย่างเต็มตัว” การวางแผนเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าเขาต้องการสร้างรากฐานที่มั่นคงในปี 2026 เพื่อที่จะกลายเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์โลกอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต
มุมมองจากคนรอบข้างและการสนับสนุนของ Yamaha
แม้ตัวเขาจะถ่อมตัว แต่ เคนัน โซฟูโอกลู ผู้จัดการส่วนตัวของเขาก็ยังคงเชื่อมั่นว่าพรสวรรค์ของโทปรัคอาจจะสร้างเซอร์ไพรส์ได้เร็วกว่าที่คาด ขณะที่ทาง Yamaha และทีม Pramac เองก็ได้เตรียมแผนการสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อลดความกดดันและช่วยให้เขาปรับตัวได้เร็วที่สุด การที่เขากล้าพูดความจริงเรื่องโพเดี้ยม จึงถือเป็นการลดความกดดันจากสื่อและแฟนๆ เพื่อให้เขาสามารถโฟกัสกับการ “ขี่เพื่อเรียนรู้” ได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ สนาม
บทสรุป
บทสัมภาษณ์ของ โทปรัค ราซกัตลิโอกลู MotoGP 2026 สะท้อนให้เห็นว่า เส้นทางของเขาในโมโตจีพีไม่ได้ถูกวางไว้เพียงเพื่อการสร้างกระแส แต่เขาต้องการความสำเร็จที่ยั่งยืน การยอมรับว่าอาจจะไม่มีโพเดี้ยมในปี 2026 คือการแสดงออกถึงวุฒิภาวะของนักแข่งระดับแชมป์โลก แฟนๆ ของ “บังโต” ทั่วโลกจึงควรอดใจรอและรับชมพัฒนาการของเขาในทุกๆ เซสชั่น เพราะทุกกิโลเมตรบนแทร็กในปี 2026 คือกุญแจที่จะพาเขาไปสู่ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงในฤดูกาลถัดไป
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่



