โทปราค สารภาพขี่ MotoGP ไม่ง่าย มิลเลอร์เตือนเลิกขี่สไตล์ WorldSBK ไม่งั้นรั้งท้าย
ในการทดสอบอย่างเป็นทางการของ MotoGP ปี 2026 ที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือการปรับตัวของ Toprak Razgatlioglu (โทปราค ราซกัตลิโอกลู) ยอดนักบิดดีกรีแชมป์โลก WorldSBK ที่ย้ายมาหาความท้าทายใหม่กับทีม Prima Pramac Yamaha ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวและเพื่อนร่วมทีมอย่าง Jack Miller (แจ็ค มิลเลอร์) ได้ออกมาเปิดเผยถึงอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความเร็วต่อรอบยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ปัญหายางที่ “สปินแล้วไม่ยอมหยุด”
Toprak Razgatlioglu อธิบายว่าความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างรถ Superbike และรถ MotoGP คือ “พฤติกรรมของยางหลัง” ในขณะที่ยาง Pirelli ใน WorldSBK เมื่อเกิดอาการล้อหมุนฟรี (Spin) นักแข่งยังสามารถควบคุมและจัดการได้ง่าย แต่สำหรับยาง Michelin ใน MotoGP นั้นต่างออกไป
“ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่ายาง Michelin มันสปินเมื่อไหร่ มันจะไม่หยุดสปินง่ายๆ เลย” ท็อปรัคกล่าว “คุณต้องขี่ด้วยสไตล์เหมือนรถ Moto2 คือต้องเปิดคันเร่งอย่างนุ่มนวลและใจเย็นมาก ซึ่งมันขัดกับสัญชาตญาณของผม เพราะใน Superbike ผมมักจะใช้ยางหลังสไลด์เพื่อช่วยในการเลี้ยวรถ แต่ใน MotoGP มันคือหนังคนละม้วน”
คำแนะนำจาก “แจ็ค มิลเลอร์” และทิศทางของ Yamaha
แจ็ค มิลเลอร์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์สูงกับยาง Michelin ทั้งจากสมัยอยู่กับ Ducati, KTM จนมาถึง Yamaha ได้ยืนยันว่าสิ่งที่ท็อปรัคเจอคือเรื่องจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถที่กำลังพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่อย่าง Yamaha V4
มิลเลอร์ระบุว่า “จุดเด่นของ Ducati คือความนุ่มนวลในการถ่ายกำลังในช่วงเปิดคันเร่ง ซึ่งช่วยให้รถรักษาแรงเสียดทาน (Traction) ได้ดี แต่ถ้าคุณเปิดคันเร่งแรงเกินไปจนยางเริ่มหมุนฟรีในจังหวะแรก มันจะหมุนทิ้งไปเรื่อยๆ จนถึงเกียร์ 5 หรือเกียร์ 6 แม้จะเป็นทางตรงก็ตาม” ซึ่งนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ท็อปรัคต้องแก้ให้ตก
บทสรุปก่อนเริ่มฤดูกาล 2026
Toprak Razgatlioglu จบการทดสอบที่เซปังด้วยเวลาตามหลังผู้นำอย่าง Alex Marquez ถึง 1.9 วินาที อย่างไรก็ตาม เขายังมีโอกาสแก้ตัวอีกครั้งในการทดสอบที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนที่จะเปิดฉากการแข่งขันสนามแรกในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งแฟนความเร็วชาวไทยจะได้เห็นกันว่า “พ่อหมอสายสต็อปปี้” จะสามารถล้างสมองและปรับสไตล์การขี่ให้เข้ากับ Michelin ได้ทันเวลาหรือไม่



