Xiaomi SU7 Ultra โดนแห่ขอคืนเงิน! ปมฝากระโปรงคาร์บอน “ช่องลมหลอก”
ข่าวรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในเวลานี้ เมื่อรถยนต์รุ่นเรือธงสมรรถนะสูงอย่าง Xiaomi SU7 Ultra ที่เปิดตัวด้วยราคาค่าตัวสุดเร้าใจที่ 814,900 หยวน (หรือประมาณ 3.9 – 4 ล้านบาท) ต้องมาสะดุดขาตัวเองอย่างจัง ล่าสุดมีรายงานว่ากลุ่มเจ้าของรถจำนวนมากได้รวมตัวกันยื่นข้อเรียกร้องที่รุนแรงที่สุด นั่นคือการขอ “คืนเงินค่ารถเต็มจำนวน” โดยมีสาเหตุมาจากความไม่พอใจในเรื่อง ช่องลมหลอก บนฝากระโปรงหน้าคาร์บอนไฟเบอร์

จากจุดขายกลายเป็นจุดตาย: ช่องลมคู่ (Dual Air Ducts)
SU7 Ultra ถูกวางตำแหน่งให้เป็น “Porsche Killer” ด้วยสเปกความแรงระดับ 1,548 แรงม้า และราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าคู่แข่งฝั่งยุโรปเกือบครึ่ง แต่ถึงกระนั้น ราคา 8 แสนกว่าหยวน (4 ล้านบาท) ก็ถือเป็นเม็ดเงินมหาศาลสำหรับผู้บริโภคทั่วไป
รถรุ่นนี้อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและวัสดุเกรดพรีเมียม จุดขายสำคัญคือการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์รอบคันเพื่อลดน้ำหนักและเสริมสมรรถนะ โดยเฉพาะ “ฝากระโปรงหน้าคาร์บอน” ที่ระบุในสื่อประชาสัมพันธ์ว่ามีดีไซน์ “ช่องระบายอากาศคู่” (Dual Air Ducts) ในทางวิศวกรรมยานยนต์ช่องลมบนฝากระโปรงหน้ามีหน้าที่สำคัญมาก คือการช่วยระบายความร้อนจากระบบขับเคลื่อน หรือช่วยจัดระเบียบกระแสลมเพื่อสร้างแรงกด (Downforce) ผู้ซื้อที่ยอมจ่ายเงินระดับนี้ จึงคาดหวัง “ฟังก์ชัน” ที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ความสวยงาม
ความจริงเปิดเผย: เป็นแค่ของประดับ (Decorative)
ฝากระโปรงหน้าคาร์บอนไฟเบอร์รุ่นใหม่นี้มาพร้อมค่าตัวที่สูงลิ่วถึง 42,000 หยวน หรือประมาณ 180,000 บาท โดยถอดแบบดีไซน์มาจากฝากระโปรงของรถต้นแบบ SU7 Ultra รุ่นดั้งเดิม พร้อมติดตั้งช่องดักลมขนาดใหญ่ 2 ช่องที่ Xiaomi เคลมว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน เมื่อรถถูกส่งมอบถึงมือลูกค้า ความจริงก็ปรากฏว่าช่องลมที่ดูดุดันบนฝากระโปรงหน้านั้น เป็นเพียงการขึ้นรูปให้ดูเหมือนมีช่อง แต่เนื้อวัสดุกลับ “ตันสนิท” และเป็นเพียง “สิ่งของประดับตกแต่ง” (Decorative) เท่านั้น อย่างไรก็ตาม บล็อกเกอร์สายยานยนต์ชาวจีนหลายรายได้นำฝากระโปรงนี้ไปทดสอบจริง และพบว่ามันแทบไม่ได้ช่วยให้อากาศไหลเวียนดีขึ้นเลย ซึ่งหมายความว่านี่เป็นเพียงชุดแต่งเพื่อความสวยงามเท่านั้น ไม่ใช่อุปกรณ์อัปเกรดสมรรถนะแต่อย่างใด การค้นพบนี้สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับกลุ่มเจ้าของรถ พวกเขามองว่า Xiaomi จงใจใช้คำโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด (Misleading) ว่าชิ้นส่วนนี้มีผลต่ออากาศพลศาสตร์และการระบายความร้อน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่าย “โฆษณาเกินจริง” (False Advertising) และเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคที่จ่ายเงินซื้อมารถสมรรถนะสูง แต่ได้ของแต่งหลอกตาเหมือนรถบ้านทั่วไป

มาตรการเยียวยา: เปลี่ยนวัสดุ หรือ รับเศษเงิน?
เพื่อบรรเทากระแสความโกรธเกรี้ยวที่กำลังลุกลาม ทาง Xiaomi ได้ประกาศข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้:
-
สำหรับผู้ที่สั่งจองแต่ “ยังไม่ได้รับรถ”: บริษัทเปิดทางเลือกให้ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ขอ “เปลี่ยนไปใช้ฝากระโปรงอลูมิเนียมแบบมาตรฐาน” แทนฝากระโปรงคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีปัญหาได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าลูกค้าต้องยอมลดเกรดวัสดุลงเพื่อแลกกับความสบายใจ (หรือเพื่อหนีจากชิ้นส่วนที่ไม่ได้มาตรฐาน)
-
สำหรับผู้ที่ “รับรถไปแล้ว”: สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ขับรถกลับบ้านไปพร้อมกับฝากระโปรงคาร์บอน “ช่องลมทิพย์” แล้ว Xiaomi สัญญาว่าจะมอบ คะแนนสะสม 20,000 คะแนน เข้าบัญชีผู้ใช้เพื่อเป็นการชดเชย
ดราม่าซ้อนดราม่า: มูลค่าชดเชย 9,600 บาท กับรถราคา 4 ล้าน?
ประเด็นที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง คือมูลค่าของคะแนนสะสมที่มอบให้ เมื่อคำนวณออกมาเป็นตัวเงินจริงแล้ว 20,000 คะแนนนั้น มีมูลค่าเพียง 2,000 หยวน หรือประมาณ 9,600 บาท เท่านั้น ตัวเลขนี้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะเมื่อเทียบกับราคารถระดับ 4 ล้านบาท และราคาของ “ออปชันคาร์บอนไฟเบอร์” ที่โดยปกติจะมีราคาสูงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท การชดเชยด้วยเงินไม่ถึงหมื่นบาท จึงถูกมองว่าไม่สมเหตุสมผลและเป็นการดูถูกลูกค้ากลุ่ม High-End อย่างแรง
ลูกค้า 300 รายลุกฮือ! เมินแต้มสะสม ขอคืนเงินเต็มจำนวน
เป็นที่เข้าใจได้ว่าข้อเสนอนี้ไม่ได้ช่วยให้ทุกคนพอใจ ล่าสุดมีรายงานว่า กลุ่มเจ้าของรถ Xiaomi SU7 Ultra มากถึง 300 คน ได้รวมตัวกันเพื่อปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว และยื่นข้อเรียกร้องขั้นเด็ดขาดคือ “ขอคืนเงินค่ารถเต็มจำนวน” (Full Refund)
กลุ่มผู้เสียหายให้เหตุผลว่า การอัปเกรดเป็นฝากระโปรงคาร์บอนไฟเบอร์ที่สัญญากันไว้นั้น กลายเป็นเพียงชิ้นส่วนพลาสติกผสมราคาแพงเกินจริง (Overpriced) ที่ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรที่จับต้องได้ในเชิงวิศวกรรม การจะมาปิดปากด้วยแต้มสะสมหลักพันบาท จึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้สำหรับสินค้าที่มีการโฆษณาเกินจริงเช่นนี้
บทเรียนราคาแพง: การตลาดที่ขาดความจริงใจ
แม้ว่าในเชิงสมรรถนะ Xiaomi จะสามารถสร้างรถซีดานที่ยอดเยี่ยมอย่าง SU7 Ultra ออกมาได้ ทั้งอัตราเร่งและเทคโนโลยีช่วงล่างที่น่าประทับใจ แต่เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ทีมการตลาดจำเป็นต้องปรับปรุงการสื่อสารอย่างเร่งด่วน
ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในการใส่รายละเอียดสเปก หรือการใช้คำโฆษณาที่ “Overclaim” เกินความเป็นจริง อาจย้อนกลับมาทำร้ายภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด การกู้คืนความเชื่อมั่นจากจุดนี้ อาจต้องใช้ต้นทุนที่สูงกว่าเงินชดเชย 2,000 หยวน หลายเท่าตัวนัก

