SuperBikeMag.Com ข่าวรถยนต์ รีวิวรถใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถจักรยานยนต์

Zeekr 8X SUV PHEV

การขยับตัวของ Zeekr (ซีกเกอร์) แบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในเครือ Geely Group ในช่วงต้นปี 2569 นี้ Zeekr 8X SUV PHEV สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม เมื่อมีการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการเปิดตัว Zeekr 8X รถ SUV พลังงานปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่นเรือธงใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรุ่นรถใหม่ แต่คือการประกาศศักดาของเทคโนโลยี “Super Hybrid” ที่รวมข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) เข้ากับความสะดวกสบายของรถยนต์สันดาปได้อย่างไร้รอยต่อ

การกลับมาของ “ปลั๊กอินไฮบริด” ในร่างอวตารใหม่

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) เริ่มมีการชะลอตัวในบางภูมิภาคเนื่องจากปัญหาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ Zeekr จึงแก้เกมด้วยการพัฒนา Zeekr 8X บนแนวคิดที่ต้องการให้ผู้ใช้งานลืมคำว่า “รอคิวชาร์จ” ไปได้เลย 8X ถูกวางตำแหน่งให้เป็น SUV ขนาดกลางถึงใหญ่ (Mid-to-Large SUV) ที่เน้นสมรรถนะและความหรูหรา โดยจะเป็นรุ่นที่สองที่ใช้ระบบไฮบริดต่อจากรุ่นพี่อย่าง Zeekr 9X ที่เพิ่งสร้างยอดขายถล่มทลายในจีนไปก่อนหน้านี้

พละกำลัง 544 แรงม้า บนแพลตฟอร์ม SEA-S

หัวใจหลักของ Zeekr 8X คือสถาปัตยกรรม SEA-S (Sustainable Experience Architecture – Smart Hybrid) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ Geely พัฒนาขึ้นมาเพื่อรถไฮบริดสมรรถนะสูงโดยเฉพาะ ขุมพลังของ 8X ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพทางความร้อนสูงถึง 46% ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Dual Motors) ให้กำลังรวมสูงสุด 400 kW หรือ 544 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลระดับ 700 นิวตันเมตร ส่งผลให้ SUV ไซส์ยักษ์คันนี้พุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที เทียบชั้นได้กับรถสปอร์ตหลายๆ รุ่น

ทลายข้อจำกัดการชาร์จด้วยระบบ 900V High-Voltage

ความว้าวที่สุดของ Zeekr 8X ที่รถ PHEV ค่ายอื่นยังทำไม่ได้ คือการนำระบบสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 900V มาใช้งาน ซึ่งปกติจะจำกัดอยู่เฉพาะในรถ BEV ระดับ Hypercar หรือ Luxury เท่านั้น การใช้ระบบแรงดันสูงช่วยให้ 8X สามารถชาร์จไฟได้เร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ:

  • ชาร์จ 10-80%: ใช้เวลาเพียง 15 นาที

  • ชาร์จ 5 นาที: เพิ่มระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ถึง 200 กม.

  • ระบบ V2L (Vehicle-to-Load): สามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้เสมือนแบตเตอรี่สำรองเคลื่อนที่

ด้วยแบตเตอรี่แบบ Ternary-Lithium ความจุถึง 70 kWh (จาก CATL) ทำให้ Zeekr 8X วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลกว่า 400 กม. (CLTC) ซึ่งเกือบเท่ากับรถ BEV รุ่นเริ่มต้นหลายรุ่น และเมื่อรวมพลังงานจากน้ำมันเต็มถัง รถคันนี้สามารถทำระยะทางรวมได้ไกลกว่า 1,200 กม. ตอบโจทย์การเดินทางไกลโดยไม่ต้องแวะพักบ่อย

Zeekr 8X SUV PHEV

ดีไซน์เรือธง: ความหรูหราที่มาพร้อม “มันสมอง”

Zeekr 8X สืบทอดดีไซน์บางส่วนมาจากรุ่น 9X แต่มีการปรับปรุงให้ดูโฉบเฉี่ยวและมีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น ภายในห้องโดยสารเน้นความพรีเมียมด้วยเลย์เอาต์ 6 ที่นั่งแบบ 2+2+2 โดยเบาะแถวที่สองเป็นแบบ Captain Seats ที่มีฟังก์ชันนวดไฟฟ้า ระบายอากาศ และอุ่นร้อนในตัว วัสดุส่วนใหญ่หุ้มด้วยหนัง Nappa และ Alcantara

ด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ Zeekr 8X ติดตั้งชิปประมวลผล NVIDIA Drive Thor ซึ่งเป็นชิป AI รุ่นล่าสุดที่มีกำลังประมวลผลสูงถึง 1,000 TOPS ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา และกล้องความละเอียดสูงรอบคัน ทำให้ระบบขับขี่อัจฉริยะสามารถทำงานได้ในระดับ L3 (Conditional Automation) ทั้งการขับขี่ในเมืองที่มีจราจรคับคั่งและการขับขี่บนทางหลวงแบบไร้คนควบคุมในบางสภาวะ

สงครามราคาและคู่แข่งในตลาด

ในตลาดจีน Zeekr 8X ถูกวางระดับราคาไว้ที่ประมาณ 400,000 – 500,000 หยวน (ตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 2 – 2.5 ล้านบาท) ซึ่งเป็นการชนโดยตรงกับคู่แข่งสัญชาติเดียวกันอย่าง Li Auto L8 และ AITO M8 รวมถึงแบรนด์ยุโรปอย่าง BMW X5 PHEV และ Mercedes-Benz GLE 350e ที่มีราคาสูงกว่าแต่สเปกบางด้านอาจจะยังตามหลัง 8X อยู่

Zeekr 8X SUV PHEV

บทวิเคราะห์เชิงวิพากษ์: ไฮบริดแสนล้าน…จะคุ้มค่าหรือแค่กระแส?

คำถามสำคัญที่ประชาชนมักตั้งข้อสงสัยคือ “แบตเตอรี่ขนาด 70 kWh ในรถไฮบริด มันมากเกินความจำเป็นหรือไม่?” ในเมื่อการใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่หมายถึงน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นเกือบ 3 ตัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการสึกหรอของยางและช่วงล่างในระยะยาว นอกจากนี้ ราคาค่าตัว 2 ล้านกว่าบาท (ในจีน) เมื่อมาถึงไทยบวกภาษีและกำไรตัวแทนจำหน่าย อาจพุ่งทะลุ 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ท้าทายความเชื่อมั่นของแบรนด์น้องใหม่ในตลาดบ้านเราอย่างยิ่ง

อีกประเด็นที่น่าคิดคือ “ความคุ้มครองทางกฎหมาย” สำหรับระบบขับขี่อัจฉริยะของ Zeekr ในปี 2569 นี้ กฎหมายในไทยจะพัฒนาไปถึงขั้นอนุญาตให้เราปล่อยมือจากพวงมาลัยได้จริงหรือไม่? หากระบบ ADAS ที่ใช้ชิปเทพอย่าง NVIDIA Drive Thor เกิดผิดพลาดจนอุบัติเหตุบนถนนในเมืองไทย ใครจะเป็นคนรับผิดชอบระหว่างคนขับหรือค่ายรถ? นี่คือการบ้านชิ้นใหญ่ที่ Zeekr ต้องตีให้แตกหากต้องการครองใจผู้ใช้ชาวไทย

บทสรุป: อนาคตของ Zeekr ในประเทศไทย

Zeekr 8X คือตัวแทนของความทะเยอทะยานของ Geely ที่ต้องการพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างรถยนต์ที่ไม่มีข้อบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความแรง ความหรู หรือความสะดวกในการชาร์จ สำหรับประเทศไทยที่มีฐานแฟนคลับ Zeekr หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ การนำเข้า 8X มาจำหน่ายในช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนไทยกล้าเปิดใจให้รถจีนในระดับหรูหรามากขึ้น แต่ท้ายที่สุดแล้ว “บริการหลังการขาย” และ “ราคาขายต่อ” จะยังคงเป็นโจทย์หินที่ Zeekr ต้องพิสูจน์ตัวเองในสนามจริง

อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก)

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

Zeekr 8X SUV PHEV เรือธง 544 แรงม้า วิ่งไกล 1,200 กม.

Zeekr 8X SUV PHEV

การขยับตัวของ Zeekr (ซีกเกอร์) แบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในเครือ Geely Group ในช่วงต้นปี 2569 นี้ Zeekr 8X SUV PHEV สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม เมื่อมีการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการเปิดตัว Zeekr 8X รถ SUV พลังงานปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่นเรือธงใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรุ่นรถใหม่ แต่คือการประกาศศักดาของเทคโนโลยี “Super Hybrid” ที่รวมข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) เข้ากับความสะดวกสบายของรถยนต์สันดาปได้อย่างไร้รอยต่อ

การกลับมาของ “ปลั๊กอินไฮบริด” ในร่างอวตารใหม่

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) เริ่มมีการชะลอตัวในบางภูมิภาคเนื่องจากปัญหาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ Zeekr จึงแก้เกมด้วยการพัฒนา Zeekr 8X บนแนวคิดที่ต้องการให้ผู้ใช้งานลืมคำว่า “รอคิวชาร์จ” ไปได้เลย 8X ถูกวางตำแหน่งให้เป็น SUV ขนาดกลางถึงใหญ่ (Mid-to-Large SUV) ที่เน้นสมรรถนะและความหรูหรา โดยจะเป็นรุ่นที่สองที่ใช้ระบบไฮบริดต่อจากรุ่นพี่อย่าง Zeekr 9X ที่เพิ่งสร้างยอดขายถล่มทลายในจีนไปก่อนหน้านี้

พละกำลัง 544 แรงม้า บนแพลตฟอร์ม SEA-S

หัวใจหลักของ Zeekr 8X คือสถาปัตยกรรม SEA-S (Sustainable Experience Architecture – Smart Hybrid) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ Geely พัฒนาขึ้นมาเพื่อรถไฮบริดสมรรถนะสูงโดยเฉพาะ ขุมพลังของ 8X ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพทางความร้อนสูงถึง 46% ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Dual Motors) ให้กำลังรวมสูงสุด 400 kW หรือ 544 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลระดับ 700 นิวตันเมตร ส่งผลให้ SUV ไซส์ยักษ์คันนี้พุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที เทียบชั้นได้กับรถสปอร์ตหลายๆ รุ่น

ทลายข้อจำกัดการชาร์จด้วยระบบ 900V High-Voltage

ความว้าวที่สุดของ Zeekr 8X ที่รถ PHEV ค่ายอื่นยังทำไม่ได้ คือการนำระบบสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 900V มาใช้งาน ซึ่งปกติจะจำกัดอยู่เฉพาะในรถ BEV ระดับ Hypercar หรือ Luxury เท่านั้น การใช้ระบบแรงดันสูงช่วยให้ 8X สามารถชาร์จไฟได้เร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ:

  • ชาร์จ 10-80%: ใช้เวลาเพียง 15 นาที

  • ชาร์จ 5 นาที: เพิ่มระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ถึง 200 กม.

  • ระบบ V2L (Vehicle-to-Load): สามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้เสมือนแบตเตอรี่สำรองเคลื่อนที่

ด้วยแบตเตอรี่แบบ Ternary-Lithium ความจุถึง 70 kWh (จาก CATL) ทำให้ Zeekr 8X วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลกว่า 400 กม. (CLTC) ซึ่งเกือบเท่ากับรถ BEV รุ่นเริ่มต้นหลายรุ่น และเมื่อรวมพลังงานจากน้ำมันเต็มถัง รถคันนี้สามารถทำระยะทางรวมได้ไกลกว่า 1,200 กม. ตอบโจทย์การเดินทางไกลโดยไม่ต้องแวะพักบ่อย

Zeekr 8X SUV PHEV

ดีไซน์เรือธง: ความหรูหราที่มาพร้อม “มันสมอง”

Zeekr 8X สืบทอดดีไซน์บางส่วนมาจากรุ่น 9X แต่มีการปรับปรุงให้ดูโฉบเฉี่ยวและมีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น ภายในห้องโดยสารเน้นความพรีเมียมด้วยเลย์เอาต์ 6 ที่นั่งแบบ 2+2+2 โดยเบาะแถวที่สองเป็นแบบ Captain Seats ที่มีฟังก์ชันนวดไฟฟ้า ระบายอากาศ และอุ่นร้อนในตัว วัสดุส่วนใหญ่หุ้มด้วยหนัง Nappa และ Alcantara

ด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ Zeekr 8X ติดตั้งชิปประมวลผล NVIDIA Drive Thor ซึ่งเป็นชิป AI รุ่นล่าสุดที่มีกำลังประมวลผลสูงถึง 1,000 TOPS ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา และกล้องความละเอียดสูงรอบคัน ทำให้ระบบขับขี่อัจฉริยะสามารถทำงานได้ในระดับ L3 (Conditional Automation) ทั้งการขับขี่ในเมืองที่มีจราจรคับคั่งและการขับขี่บนทางหลวงแบบไร้คนควบคุมในบางสภาวะ

สงครามราคาและคู่แข่งในตลาด

ในตลาดจีน Zeekr 8X ถูกวางระดับราคาไว้ที่ประมาณ 400,000 – 500,000 หยวน (ตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 2 – 2.5 ล้านบาท) ซึ่งเป็นการชนโดยตรงกับคู่แข่งสัญชาติเดียวกันอย่าง Li Auto L8 และ AITO M8 รวมถึงแบรนด์ยุโรปอย่าง BMW X5 PHEV และ Mercedes-Benz GLE 350e ที่มีราคาสูงกว่าแต่สเปกบางด้านอาจจะยังตามหลัง 8X อยู่

Zeekr 8X SUV PHEV

บทวิเคราะห์เชิงวิพากษ์: ไฮบริดแสนล้าน…จะคุ้มค่าหรือแค่กระแส?

คำถามสำคัญที่ประชาชนมักตั้งข้อสงสัยคือ “แบตเตอรี่ขนาด 70 kWh ในรถไฮบริด มันมากเกินความจำเป็นหรือไม่?” ในเมื่อการใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่หมายถึงน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นเกือบ 3 ตัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการสึกหรอของยางและช่วงล่างในระยะยาว นอกจากนี้ ราคาค่าตัว 2 ล้านกว่าบาท (ในจีน) เมื่อมาถึงไทยบวกภาษีและกำไรตัวแทนจำหน่าย อาจพุ่งทะลุ 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ท้าทายความเชื่อมั่นของแบรนด์น้องใหม่ในตลาดบ้านเราอย่างยิ่ง

อีกประเด็นที่น่าคิดคือ “ความคุ้มครองทางกฎหมาย” สำหรับระบบขับขี่อัจฉริยะของ Zeekr ในปี 2569 นี้ กฎหมายในไทยจะพัฒนาไปถึงขั้นอนุญาตให้เราปล่อยมือจากพวงมาลัยได้จริงหรือไม่? หากระบบ ADAS ที่ใช้ชิปเทพอย่าง NVIDIA Drive Thor เกิดผิดพลาดจนอุบัติเหตุบนถนนในเมืองไทย ใครจะเป็นคนรับผิดชอบระหว่างคนขับหรือค่ายรถ? นี่คือการบ้านชิ้นใหญ่ที่ Zeekr ต้องตีให้แตกหากต้องการครองใจผู้ใช้ชาวไทย

บทสรุป: อนาคตของ Zeekr ในประเทศไทย

Zeekr 8X คือตัวแทนของความทะเยอทะยานของ Geely ที่ต้องการพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างรถยนต์ที่ไม่มีข้อบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความแรง ความหรู หรือความสะดวกในการชาร์จ สำหรับประเทศไทยที่มีฐานแฟนคลับ Zeekr หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ การนำเข้า 8X มาจำหน่ายในช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนไทยกล้าเปิดใจให้รถจีนในระดับหรูหรามากขึ้น แต่ท้ายที่สุดแล้ว “บริการหลังการขาย” และ “ราคาขายต่อ” จะยังคงเป็นโจทย์หินที่ Zeekr ต้องพิสูจน์ตัวเองในสนามจริง

อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก)

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

Share It:

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า