
รีวิว Husqvarna Norden 901 อยากท่องโลก ต้องรุ่นนี้ แอดเวนเจอร์ทัวริ่งสำหรับคนรักสายเดินทางรุ่นนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง พร้อมพิสูจน์มาแล้ว
นับเป็นโอกาสที่หายากเหลือเกิน..สำหรับการได้ขี่รถทัวริ่งรุ่นใหญ่จากค่ายต่างประเทศโดยเฉพาะฮุสควาน่า หรือชื่อเล่น “ฮัสกี้” ซึ่งอันนี้ต้องบอกจริง ๆ เพราะการที่ได้มาขี่รถแบรนด์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องทางฝุ่นมันเป็นประสบการณ์อะไรที่พิเศษ และครั้งนี้ทางทีม Superbike ก็จะมา รีวิว Husqvarna Norden 901 แอดเวนเจอร์ทัวริ่งรุ่นเรือธงรหัส 901 ตัวตึงสายลุยที่ได้ถูกกล่าวขานจากแฟนเพจว่ามันคือ ที่สุดของสายแอดเวนเจอร์ทัวริ่ง ตอนแรกก็ไม่เคยเชื่อว่ามันดียังไงจนกระทั่งมาได้ลองคร่อมและขับขี่เต็ม ๆ ในวันเดย์ทริป กทม. – ระยอง
ถ้าให้นึกภาพของรถ “แอดเวนเจอร์ทัวริ่ง” ของหลาย ๆ แบรนด์ก็คงมีภาพในหัวไปในทิศทางเดียวกัน รถโครงใหญ่ หน้าแหลม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ติดแร็คท้ายมาให้ (บางรุ่น) รวมไปถึง ยางหนามหรือไม่หนามก็แล้วแต่รุ่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการชิงเค้กในตลาดเซ็กเมนต์นี้ บางแบรนด์ก็เอาเทคโนโลยีมาสู้ เอาระบบช่วงล่างมาสู้ เอาความสะดวกสบายหรือแม้กระทั่งราคาเพื่อชิงความได้เปรียบ นี่แหล่ะ..เสน่ห์ของตลาดรถทัวริ่ง และเช่นเดียวกันสำหรับเจ้า Norden 901 รุ่นนี้ เอาจริง ๆ มีอะไรหลายอย่างที่ไม่ค่อยจะแมตซ์กันเท่าไหร่ แต่มันคือเสน่ห์ที่ลงตัวเลยทีเดียว
ประการแรกก็คือเรื่องของดีไซน์ สำหรับเจ้านอร์เดิร์นก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ออกแบบรถใช้งานทุกรุ่นเป็นสไตล์เดียวกันหมดก็คือความคลาสสิกหรูหรา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรถสไตล์ไหนพี่แกก็จัดให้มันดูคล้ายคลึงกันโดยมีแกนกลางก็คือไฟหน้าดวงกลมทรงโต พร้อมไฟตัดหมอก ท่อไอเสียทรงปลายดาบที่ดูเหมือน Akrapovic แต่ติดโลโก้ฮุสควาน่ามาให้สำหรับรุ่นนี้ติดตั้งมาเสมือนฝังชิปไว้ตามประกบด้วยพาร์ทออกแบบดีไซน์ที่แตกต่างกัน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ซึ่งเจ้านอร์เดิร์นรุ่นนี้มาพร้อมชุดแฟริ่งออกแบบให้มีความดูเรียบประกอบกับชุดตัวถังออกแบบกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน พาดด้วยลายกราฟิกพร้อมประทับตราโลโก้ด้านข้าง และชุดสีดำ เทา ขาวและสีเขียวนีออนสไตล์ฮุสควาน่าไว้อย่างชัดเจน ต่อด้วยเบาะ 2 ชิ้นขนาดกว้าง แบ่งเป็นเบาะอัลคันทาร่าสำหรับโซนผู้ขับขี่และเบาะหนังคนซ้อน ด้านท้ายมีแร็คสำหรับติดตั้งปิ๊ปมาให้ ในขณะที่ระบบไอเสียใช้เป็นท่อแสตนเลสประดับโลโก้จัดทรงยกสูง รวมถึงติดการ์ดท้องเครื่องเอาไว้อย่างสวยงาม
ออกแบบไดเมนชันสไตล์แอดเวนเจอร์

ถึงแม้จะมีความเรโทรคลาสสิกแต่ก็ยังออกแบบให้มีความทันสมัย ผสมผสานกับขนาดมิติของความเป็นรถแอดเวนเจอร์ ด้วยระยะกราวด์เคลียแรนซ์ที่สูงถึง 252 มม. ระยะฐานล้อ 1,513 มม. บวกกับความสูงตัวเบาะที่ราว ๆ 859 – 879 มม. ซึ่งสิ่งแรกที่จะบอกก็คือท่านั่งขับขี่
โดยลำดับการคร่อมยืนสำหรับคนส่วนสูงที่ 175 ซม. รุ่นนี้ถือว่าสูงอยู่พอสมควร ยืนแล้วขาถึงพื้นทั้งสองข้างแต่เป็นปลายเท้า (ใส่รองเท้าทัวริ่ง) คาดว่าคนที่สูงกว่าซัก 180 ซม.ขึ้นไป คร่อมขี่สบาย แต่ไม่เป็นผลสำหรับคนขาสั้นอย่างเรา ๆ สามารถให้ช่างแก้ไขได้ครับ

สำหรับเบาะอัลคันทาร่า..นั่งสบายโครต เบาะคนซ้อนเช่นเดียวกัน (ระหว่างทดสอบ..ถามทีมงานที่ซ้อนด้วยกันมา) แม้เดินทางเป็นร้อยกิโลฯ แต่ก็ไม่ค่อยรู้สึกปวดเมื่อยซึ่งถือว่าเนื้อโฟมซับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี..ชอบเลยจุดนี้ แฮนด์บาร์ออกแบบให้มีความกว้างตามสไตล์รถทัวริ่ง เน้นฟีลลิ่งให้การขับขี่ที่มั่นคง ควบคุมได้ไม่ยากเย็นแม้จะเป็นบิ๊กไบค์ทัวริ่งก็ตาม (อ้อ..รุ่นนี้ติดกันสะบัดไฟฟ้ามาให้) ขณะเดียวกันมิติสำหรับการยืนขี่ในเส้นทางลุยก็ถือว่าตอบโจทย์ ยิ่งยืนคร่อม เข่าชิด สายตาโฟกัสทางข้างหน้าพร้อมแฮนเดอริ่ง มันเป็นอะไรที่อยากจะจับนำมาขี่อีกครั้ง สรุปนี่มันรถทัวริ่งหรือแอดเวนเจอร์กันนะ..ชักเริ่มสงสัย ?


ในเรื่องของเทคโนโลยีที่ต้องกล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอสี TFT สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ระบบ Cornering ABS ระบบแทร็คชันคอนโทรล โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Street, Rain, Off-road) โดยแต่ละโหมดจะสามารถเซ็ตค่าแทร็คชัน / ABS ได้ด้วยตัวของมันเอง (แต่เราสามารถเปิด-ปิดได้อีกตั้งหากผ่านปุ่มคอนโทรลที่ประกับฝั่งซ้าย) มีระบบครูซคอนโทรล เอ็นจิ้นเบรกและคันเร่งไฟฟ้า
หลังการทดสอบ
ด้วยพื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกันกับเจ้า KTM 890 Adventure (ผู้ผลิตเดียวกัน) กับ 2 สูบ 889 ซีซี มีกำลังแรงม้าสูงสุด 105 แรงม้าที่ 8,000 รอบ และแรงบิด 100 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบจึงทำให้นอร์เดิร์นรุ่นนี้ เป็นรถแอดเวนเจอร์ทัวริ่งที่มีสมรรถนะจัดจ้านอยู่พอควร ซึ่งสำหรับการทดสอบ..เราได้นำเจ้านอร์เดิร์นคันใหม่ หน้าไมล์ 0 โล ออกจากเตามาทดสอบพร้อม ๆ กับรันอินไปตัว
หลังจากสตาร์ทฟังเสียงเครื่องสองสูบทุ้ม ๆ หล่อ ๆ ใช้โหมดขับขี่มาตรฐานบนทางดำ (Street) ผลที่ได้คือรถเริ่มฟ้องอาการตั้งแต่ออกตัว อาจเพราะด้วยยางใหม่..มีอาการท้ายสะบัดตั้งแต่หน้าโชว์รูมยังไม่พ้นอาณาเขต 100 เมตร ทำเอาใจเสียวแปร๊บ..นี่ขนาดเปิดแทร็คชันนะเนี่ย

ในขณะที่เครื่องยนต์นั้นตอบสนองคันเร่งได้ดี ตามสเต็ปของระบบคันเร่งไฟฟ้า จังหวะเชนเกียร์ไหลลื่นโดยเฉพาะชิฟอัป ส่วนชิฟดาวน์รู้สึกเหมือนต้องรอรอบเล็กน้อยในรอบสูง ๆ ซึ่งมิใช่ปัญหา สำหรับเพอร์ฟอร์แมนซ์บนทางดำถือว่ายอดเยี่ยม เลยลองขี่ซัก 190 กว่า ๆ ถือว่าเป็นความเร็วที่สนุกสำหรับรถทัวริ่ง แต่ไม่ค่อยเป็นมิตรต่อใบสั่ง
สำหรับมือใหม่สายลุย ต้องเหลาสกิล

สำหรับทางฝุ่นอาจจะต้องเกลาทักษะเล็กน้อย ถ้าหากให้พูดจริง ๆ มันไม่ใช่รถที่ขี่ง่ายโดยเฉพาะมือใหม่ ถึงจะเป็นแอดเวนเจอร์ทัวริ่งทรงเรโทร แต่คาแรคเตอร์เครื่องยนต์นั้นเต็มไปด้วยความดิบ ความดาร์ก ในแบบสไตล์เคทีเอ็ม ซึ่งถ้ามีทักษะหน่อย รับรองรุ่นนี้ขี่มันส์
ซึ่งอาการแบบนี้มันทำให้นึกถึงคำพูดของคุณตี๋เทสไรเดอร์ของซูเปอร์ไบค์ที่เคยรีวิวเจ้า Desert x Rally ไว้ว่า “มันคือเสือที่อยู่ในป่า ถ้าคุณไม่เก่งหรือเจ๋งจริง คุณก็อาจถูกเสือกิน” ซึ่งถ้าหากเจ้าทะเลทรายค่ายแดงคือเสือ รุ่นนี้คงเป็นหมียักษ์กริซลี แต่นั้นมิใช่ปัญหาสำหรับผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบสายลุยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โหมด Off-Road พร้อมตอบสนองความเร้าใจของคุณอย่างเต็มพิกัด
สำหรับระบบช่วงล่างทำออกมาได้ดี โช้ค WP ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ขี่ทางฝุ่นมันส์อยู่แล้ว และยิ่งขี่ทางดำจังหวะความเร็วสูง จังหวะจั้มสะพานหรือวิ่งผ่านหลุม ตัวโช้คทำงานได้ดีโดยเฉพาะความหนืดและการคืนตัว ซึ่งจุด ๆ นี้ช่วยทำให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ส่วนระบบเบรกต้องยอมรับว่าตอนขี่แรก ๆ แอบลื่นเบา ๆ ต้องรันอินไปซักระยะถึงจะดีขึ้น..แล้วมันก็ดีขึ้นจริง ๆ ต่อด้วยยางที่ติดมากับรถเป็นยางมิจ ออนโร้ด 80 ออฟโร้ด 20 ขี่ทางดำโอเค สนุก ส่วนทางฝุ่น ถ้าเปลี่ยนมาใช้ Pirelli Scorpion Rally STR รับรอง สนุก (ไม่ได้อวย เพราะยางเดิมติดรถในบ้านเขาก็ให้รุ่นนี้มาอยู่แล้ว)
เกณฑ์การให้คะแนน
Ergonomic : 8 /10 เป็นรถที่ขี่สบายสไตล์ทัวริ่ง ทั้งระยะแฮนด์ ฟุตเพลท ออกแบบมาดี มีการ์ดแฮนด์ ครบสูตรสำหรับนักเดินทาง ตัด 2 คะแนนเพราะรถไซส์ยุโรป แต่คนเอเชียอย่างแอด ขา (เขย่ง) ถึง
Engine : 8.5/10 ดิบเต็มสูบ ม้าพร้อมฟาด เป็นรถที่พร้อมพยศผู้ขับขี่ได้ทุกเมื่อ ถ้าคุมคันเร่งไม่เป็น / โดยรวมเครื่องยนต์ตอบสนองการขับขี่ได้ดี ไม่ว่าจะรอบสูงหรือรอบต่ำ มีคันเร่งไฟฟ้า มีโหมดขับขี่ มีครูซคอนโทรล ตอบรับความต้องการที่หลากหลาย
Suspension : 9/10 เรื่องช่วงล่างนี่ไว้ใจได้ ใคร ๆ ย่อมรู้ WP ทำถึงอยู่แล้ว ปรับแต่งได้เต็มระบบ ครบสูตร
Brake : 8/10 ใช้งานได้ตามมาตรฐาน สำหรับรถพิกัด 900 ซีซี
Tyre : 7/10 ยางเพอร์ฟอร์แมนซ์บนทางดำถือว่าโอเคตามมาตรฐาน ทางฝุ่นควรเปลี่ยน โดยรวมถือว่าสเปคยางยังไม่ค่อยตรงคาแรคเตอร์รถเท่าไหร่ ยิ่งขึ้นชื่อในเรื่องของสายลุยเดินทางอยู่แล้วด้วยควรเปลี่ยน!!
Rider’s Aid : 8.5/10 ระบบความปลอดภัยติดตั้งมาให้ตามมาตรฐาน ซึ่งข้อดีของรุ่นนี้ก็คือสามารถจัดสภาพได้ตรงตามความต้องการของผู้ขับขี่ (มีครูซคอนโทรลสำหรับสายทัวริ่ง มีโหมดออฟโร้ดสำหรับสายลุย)
OVERALL : 8.5/10 มันคือรถที่เหมาะกับคนที่มีแพทชัน ชื่นชอบสายลุย สายเดินทาง จะขี่ลุย ๆ เข้าป่า หรือเดินทางท่องต่างจังหวัด ข้ามประเทศ อันนี้ตอบโจทย์ เพราะรุ่นนี้ ไม่ได้หากันง่าย ๆ บวกกับการเซอร์วิสต่าง ๆ ก็คือต้องมีใจรักจริง แล้วมันจะเป็นรถที่ขี่สนุกมาก ๆ รวมถึงราคาที่คุ้มค่า ในราคาเพียง 589,000 บาท กับดีไซน์ เครื่องยนต์ และออปชันที่ให้มา โครตจะคุ้ม
สรุปสำหรับเจ้านอร์เดิร์นรุ่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความเพอร์เฟ็กต์ ความลงตัวในความย้อนแย้ง สไตล์การออกแบบ ความดิบของเครื่องยนต์ที่เป็นพื้นฐานเดียวกับเจ้า 890 Adventure จึงทำให้โมเดลรุ่นนี้กลับมีเสน่ห์ที่แตกต่างออกไป อย่างที่ได้เทียบไว้ว่าเหมือนหมี หมีมันน่ารัก..แต่พอเวลาดุร้าย ก็โหดเหี้ยมซะเหลือเกิน
ส่วนช่วงล่าง เทคโนโลยีนับว่าให้มามากมายในราคา 589,000 บาท ซึ่งถูกกว่าไซส์ใหญ่ของบางค่าย แถมยังเป็นพรีเมียมแบรนด์ ใคร ๆ เห็นต้องชอบ สำหรับใครที่สนใจลองไปทดลองหรือชมตัวจริงได้ที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่าย KTM และ Husqvarna ทุกสาขาทั่วประเทศ
[envira-gallery id=”69845″]
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Hondaรีวิว Honda PCX 160 2026 พรีเมียมสกู๊ตเตอร์สีใหม่ สเปกคุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกการขับขี่
ข่าวมอเตอร์ไซค์รีวิว Honda Click 160 2026 ปลดล็อก Smart Key ลบจุดบอด สเปกคุ้ม ราคาโดนใจ!
ข่าวมอเตอร์ไซค์Grand Filano Hybrid 2026 รุ่น Special Edition สกู๊ตเตอร์พรีเมียมสีใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เจ้าถนน
ข่าวมอเตอร์ไซค์Yamaha PG-1 2026 รุ่น Special Edition แต่งเต็มสูบจากโรงงาน เอาใจสายแคมป์
ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTESZONTES 368E ETC ผอมลง 10 โล! สเปคล้นคลาส ราคา 163,800 บาท
ZXMOTOZXMOTO เตรียมเปิดตัวในงาน Motor Expo ครั้งที่ 43
ZONTESZontes 552G คาดการณ์การเปิดตัว บิ๊กสกู๊ตเตอร์ สายลุย ออปชันล้น
ข่าวกฎหมายจราจรมอเตอร์ไซค์ลงอุโมงค์ ลอดได้หรือไม่? สรุปชัดที่นี่