เทียบชัดๆ “รถยนต์ควันดำ” ไทยปรับหลักพัน เมืองนอกปรับหลักแสน-เสี่ยงคุก

ปัญหามลพิษทางอากาศ หรือ PM2.5 ในประเทศไทย กลายเป็น “ฤดูฝุ่น” ที่มาตรงเวลาทุกปี และหนึ่งในจำเลยสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้คือ “รถยนต์ควันดำ” โดยเฉพาะรถกระบะดีเซลและรถบรรทุกที่ผ่านการดัดแปลงสภาพ (รีแมพ, อุด EGR, ตัดแคท, ดันราง) เพื่อให้มีความแรงและพ่นควันดำโชว์พาว หรือที่เรียกกันว่า “ดันโล-พ่นหมึก”
แต่ทำไมรถเหล่านี้ถึงยังวิ่งเกลื่อนถนน? คำตอบอาจอยู่ที่ “ความศักดิ์สิทธิ์และความรุนแรงของกฎหมาย” ที่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับต่างประเทศแล้ว กฎหมายไทยแทบจะกลายเป็นเรื่องตลก
กฎหมายรถควันดำ เสือกระดาษปรับหลักพัน แต่ ค่าปรับ จริงแค่ 1000?
อ้างอิงตามประกาศล่าสุดของ กรมการขนส่งทางบก และ กองบังคับการตำรวจจราจร การตรวจจับรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐาน มีบทลงโทษดังนี้:
-
พ.ร.บ. การขนส่งทางบก: มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท
-
คำสั่งห้ามใช้รถ: เจ้าหน้าที่จะพ่นสเปรย์สัญลักษณ์ห้ามใช้รถ (ห้ามใช้ชั่วคราว/เด็ดขาด) จนกว่าจะนำรถไปแก้ไขและผ่านการตรวจสภาพใหม่
ความเป็นจริง: ในทางปฏิบัติ ด่านตรวจมักจะเปรียบเทียบปรับในอัตรา 1,000 บาท เท่านั้น ซึ่งสำหรับผู้ที่แต่งรถด้วยงบหลักหมื่นหลักแสน เงินค่าปรับเพียงเท่านี้ถือว่า “คุ้มค่า” ที่จะจ่ายเพื่อแลกกับความสะใจในการพ่นควันต่อไป
บทลงโทษควันดำ ต่างประเทศ: อเมริกา-สิงคโปร์-ญี่ปุ่น จัดการพวก รถแต่งซิ่ง อย่างไร?
หากเรามองไปยังประเทศที่พัฒนาแล้ว การปล่อยควันดำไม่ใช่แค่เรื่องผิดกฎจราจร แต่คือ “อาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อม”
1. สหรัฐอเมริกา: ความผิดฐาน Rolling Coal ปรับ 1.7 แสน และมี โทษจำคุก
ในอเมริกา วัฒนธรรมการแต่งรถกระบะให้พ่นควันดำเรียกว่า “Rolling Coal” ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของหน่วยงาน EPA (Environmental Protection Agency)
-
ค่าปรับ: รัฐอย่าง Colorado หรือ Maryland มีกฎหมายเฉพาะที่ระบุโทษปรับสูงถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 170,000 บาท) สำหรับผู้ที่ดัดแปลงรถให้พ่นควันดำโดยเจตนา
-
ร้านแต่งรถ: อู่ที่รับจ้างจูนหรือถอดอุปกรณ์บำบัดไอเสีย (Emission Delete) อาจโดนปรับทางแพ่งสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ (34 ล้านบาท) จนล้มละลายกันมาแล้วหลายราย
2. สิงคโปร์: ค่าปรับมลพิษ สุดโหด เริ่มต้น 5 หมื่นบาท ผิดซ้ำส่งฟ้องศาล
ประเทศเพื่อนบ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาด
-
ค่าปรับ: สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (NEA) กำหนดโทษปรับรถควันดำ เริ่มต้นที่ 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 53,000 บาท) สำหรับความผิดครั้งแรก
-
ทำผิดซ้ำ: หากถูกจับซ้ำ ค่าปรับจะพุ่งสูงขึ้นและอาจต้อง “ขึ้นศาล” เพื่อรับโทษที่หนักกว่าเดิม
3. ญี่ปุ่น: ญี่ปุ่น: เข้มงวดเรื่อง ดัดแปลงสภาพรถ ตัดแคท-อุด EGR โดนหนัก ห้ามวิ่งถนนหลวง
ญี่ปุ่นมีระบบการตรวจสภาพรถที่เข้มงวดที่สุดในโลก (Shaken)
-
การดัดแปลง: การถอดตัวกรองเขม่า (DPF) ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายร้ายแรง รถจะไม่สามารถต่อภาษีและวิ่งบนถนนได้
-
บทลงโทษ: ปรับหนักไม่ต่ำกว่า 500,000 เยน (ประมาณ 120,000 บาท) สำหรับผู้ที่ดัดแปลงสภาพรถให้ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน
บทสรุป: ไทยต้องไปต่อทางไหน?
ตัวเลขค่าปรับที่ต่างกันราว “ฟ้ากับเหว” (1,000 บาท vs 170,000 บาท) สะท้อนให้เห็นว่าทำไมไทยถึงแก้ปัญหานี้ไม่ได้เสียที การบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ ทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกิดความเกรงกลัว
หากภาครัฐต้องการคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชนจริงๆ คงถึงเวลาแล้วที่ต้อง “สังคายนากฎหมาย” เพิ่มโทษปรับให้สูงจนคนทำผิดเข็ดหลาบ และเอาผิดไปถึง “อู่/ร้านแต่ง” ที่รับดัดแปลงสภาพรถเพื่อพ่นควันพิษ ไม่เช่นนั้น คนไทยก็ต้องก้มหน้ารับกรรม ดมควันพิษกันต่อไป

