ภาพของคนขับรถยนต์ที่เปิดกระจกแง้มๆ เอาข้อนิ้วคีบมวนยาสูบพ่นควันออกนอกรถ หรือคนขี่มอเตอร์ไซค์ที่คาบบุหรี่ไว้ในปากขณะบิดฝ่าการจราจร ก่อนจะปิดท้ายด้วยท่าดีดก้นรีดน้ำยาอันสละสลวยให้ขยะชิ้นเล็กจิ๋วปลิวละลิ่วลงพื้นถนนสาธารณะ เป็นสิ่งที่เราสามารถพบเห็นได้ทุกวันจนกลายเป็นความเคยชินที่น่ารังเกียจ คำถามสากลที่เกิดขึ้นในใจของเพื่อนร่วมทางทุกคนคือ คนเหล่านี้คิดอะไรอยู่ในการทำพฤติกรรมแบบนั้น พวกเขาคิดว่าการ สูบบุหรี่ขณะขับรถ แล้วโยนเศษซากทิ้งลงพื้นมันดูเหมือนพระเอกหนังฮอลลีวูดยุค 90 หรืออย่างไร ทั้งที่ในสายตาของคนรอบข้าง มันไม่ต่างอะไรจากความมักง่ายและไร้อารยธรรมอย่างสิ้นเชิง
ถอดรหัสจิตวิทยาความมักง่าย สูบบุหรี่ตอนขับรถ เพราะคิดว่าคูล?
หากเรามองผ่านมุมมองทางจิตวิทยาและสังคมศาสตร์ พฤติกรรมที่เลือกจะ สูบบุหรี่ตอนขับรถ แล้วโยนขยะลงพื้นทางหลวง มักจะแฝงไปด้วยปมความคิดและค่านิยมที่ผิดเพี้ยนอยู่หลายประการ กลุ่มคนเหล่านี้มักจะได้รับอิทธิพลจากสื่อภาพยนตร์เก่าๆ ที่มักจะสร้างภาพจำให้ตัวละครที่เป็นขบถ สันโดษ หรือมีความเป็นชายชาตรีสูง นั่งสูบควันพ่นออกนอกหน้าต่างรถยนต์คลาสสิกเพื่อแสดงถึงความอิสระและการไม่ยอมสยบต่อกฎเกณฑ์ใดๆ ในสังคม เมื่อค่านิยมนี้ถูกส่งต่อมายังโลกความเป็นจริง มันจึงกลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบที่คนขับคิดเอาเองว่าทำแล้วจะดูเท่ ดูเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ และดูมีความมั่นใจในตัวเองสูง
แต่ในความเป็นจริงของสังคมปัจจุบัน การกระทำเช่นนี้สะท้อนถึงสภาวะที่เรียกว่า “ความบกพร่องด้านความเห็นอกเห็นใจส่วนรวม” (Lack of Empathy) ผู้ขับขี่มองว่าพื้นที่ภายในห้องโดยสารรถยนต์ของตนเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ต้องรักษาความสะอาดและไร้กลิ่นรบกวน แต่กลับมองว่าพื้นที่ถนนสาธารณะด้านนอกเป็น “ถังขยะไร้เจ้าของ” ที่ตนมีสิทธิ์จะโยนอะไรทิ้งลงไปก็ได้ตามใจชอบ เป็นตรรกะที่ย้อนแย้งและน่าขำสิ้นดี รักรถตัวเองไม่อยากให้เหม็นควัน แต่เปิดกระจกเอาความมักง่ายมาพ่นใส่หน้าคนอื่นแทน
พฤติกรรมมักง่ายบนถนน ที่กลายเป็นฝันร้ายของคนขี่สองล้อ
ในขณะที่คนนั่งในห้องแอร์เย็นๆ คิดว่าท่าดีดนิ้วปล่อยก้นยาสูบของตัวเองมันช่างพลิ้วไหวสะกดสายตา แต่สำหรับคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามหลังมา มันคือฝันร้ายและสภาวะอันตรายถึงแก่ชีวิต หากใครที่ตามอ่านข้อมูลในเซกเมนต์ ข่าวมอไซค์ เป็นประจำ จะพบรายงานอุบัติเหตุที่เกิดจากสะเก็ดไฟและก้นยาสูบปลิวเข้าตาหรือหลุดเข้าไปในหมวกกันน็อคของไรเดอร์อยู่บ่อยครั้ง แรงลมปะทะขณะรถวิ่งจะทำหน้าที่เสมือนพัดลมเป่าให้สะเก็ดไฟจากมวนยาสูบแตกตัวเป็นประกายไฟดวงเล็กๆ ลอยไปปะทะหน้าและเสื้อผ้าของคนข้างหลัง
จังหวะที่สะเก็ดไฟสีส้มแดงปลิวเข้าใบหน้าหรือหลุดรอดเข้าไปใต้ชิลด์หมวกกันน็อค จะทำให้นักบิดเกิดอาการตกใจอย่างรุนแรง (Panic) จนสูญเสียการควบคุมรถทันที บางรายถึงขั้นต้องปล่อยมือจากแฮนด์เพื่อพยายามปัดเศษไฟออกจากตา ส่งผลให้รถเสียหลักล้มคว่ำได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือโดนรถคันหลังเหยียบซ้ำ พฤติกรรมมักง่ายบนถนน ของคนเพียงคนเดียวจึงสามารถทำลายชีวิตของเพื่อนร่วมทางได้อย่างไม่ยุติธรรมเลยแม้แต่น้อย
ส่องข้อกฎหมายและบทลงโทษ ดีดก้นบุหรี่บนถนน ไม่ใช่เรื่องตลก
สำหรับสิงห์รมควันที่ยังคิดว่าถนนคือที่เขี่ยบุหรี่ส่วนตัว คงต้องหันมาศึกษาระเบียบข้อบังคับทางกฎหมายอย่างจริงจัง เพราะมาตรการควบคุมความสะอาดบนทางหลวงมีการระบุความผิดและอัตราโทษปรับเอาไว้ค่อนข้างรุนแรง การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 32 ในข้อหาทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือขยะมูลฝอยลงบนทางสาธารณะ ซึ่งมีอัตราโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ถึง 5,000 บาท นอกจากนี้หากสะเก็ดไฟก่อให้เกิดเพลิงไหม้ทรัพย์สินของผู้อื่นหรือป้ายโฆษณาข้างทาง จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษถึงขั้นจำคุกเลยทีเดียว
น่าแปลกใจที่คนในยุคนี้ยอมควักเงินก้อนโตเพื่อตรวจสอบ ราคาและสเปครถยนต์ ใหม่ล่าสุดที่มีระบบฟอกอากาศในห้องโดยสารระดับพรีเมียม แต่กลับเปิดกระจกเพื่อทำลายอากาศบริสุทธิ์ของโลกภายนอกด้วยความคึกคะนอง หรือแม้กระทั่งเวลาเราไปอ่านบทความ รีวิวรถยนต์ หรืองาน รีวิวมอไซค์ ค่ายต่างๆ วิศวกรเขาพยายามออกแบบระบบความปลอดภัยและมารยาทการใช้ถนนร่วมกันมาอย่างดี แต่ทุกอย่างต้องมาพังทลายลงเพราะค่านิยมมักง่ายของสิงห์อมควันไม่กี่คน
ตารางสรุปผลกระทบและความเสี่ยงจากพฤติกรรมการทิ้งขยะยาสูบบนทางสาธารณะ
| มิติผลกระทบที่เกิดขึ้น | รายละเอียดความเสียหายและภัยอันตราย | ระดับความรุนแรงและผลลัพธ์ |
| มิติความปลอดภัยบนท้องถนน | สะเก็ดไฟปลิวเข้าตาคนขี่มอเตอร์ไซค์ ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ | รุนแรงขั้นสูงสุด (เสี่ยงต่อชีวิต) |
| มิติด้านสิ่งแวดล้อม | สารเคมีและพลาสติกจากก้นกรองยาสูบตกค้าง ย่อยสลายยากอุดตันท่อระบายน้ำ | รุนแรงในระยะยาว (เกิดน้ำท่วมขัง) |
| มิติทางกฎหมายและบทลงโทษ | ความผิดตาม พ.ร.บ. รักษาความสะอาดฯ และกฎหมายจราจรทางบก | โทษปรับสูงสุด 5,000 บาท |
| มิติภาพลักษณ์ทางสังคม | สะท้อนถึงวุฒิภาวะและความมักง่ายของผู้ขับขี่รถคันนั้นๆ | โดนสังคมประณามและบันทึกกล้องหน้ารถ |
บทสรุปและทางออกเพื่อสังคมไร้ควันหลังพวงมาลัย
การแก้ไขปัญหาค่านิยมผิดๆ อย่างการ สูบบุหรี่ขณะขับรถ แล้วโยนทิ้งลงพื้น ไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่การบังคับใช้กฎหมายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนทัศนคติขั้นพื้นฐานของตัวผู้ขับขี่เอง หากคุณมีความจำเป็นต้องบริโภคยาสูบในระหว่างการเดินทาง ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการติดตั้งที่เขี่ยบุหรี่แบบมีฝาปิดมิดชิดภายในตัวรถ หรือการแวะพักสูบในพื้นที่จัดสรรเฉพาะตามสถานีบริการน้ำมันให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง การแสดงความรับผิดชอบต่อขยะของตัวเองและการเคารพสิทธิ์ในการใช้ถนนของเพื่อนร่วมทางต่างหาก คือนิยามของคำว่า “เท่” ที่แท้จริงในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่การสร้างความสกปรกและอันตรายให้แก่ผู้อื่นเพื่อสนองความต้องการส่วนตนไปวันๆ
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com























