ความปลอดภัยบนท้องถนนและระเบียบวินัยการจราจรในประเทศไทยกำลังถูกยกระดับอย่างเข้มงวด เมื่อกรมการขนส่งทางบก (ขส.) ได้ออกหนังสือประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการถึงผู้ครอบครองรถยนต์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งานรถกระบะบรรทุกและรถรั้วเชิงพาณิชย์ ห้ามทำการ กระบะดัดแปลงสภาพรถ เพื่อนำไปใช้งานบรรทุกน้ำหนักที่มากเกินกว่าสมรรถนะและมาตรฐานความปลอดภัยที่ผู้ผลิตกำหนด การออกมาตรการคุมเข้มในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนอันเนื่องมาจากโครงสร้างรถเสียสมดุล ระบบเบรกขัดข้อง และเพลาหักขณะขนส่ง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง
ส่อง 4 ข้อห้ามเด็ดขาด หากฝ่าฝืนถือว่าผิดกฎหมายทันที
จากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก ระบุชัดเจนว่ารถยนต์ทุกคันที่ทำการแก้ไขดัดแปลงไปจากเดิมที่จดทะเบียนไว้ จะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนอย่างถูกต้อง และที่สำคัญคือ รถที่ผ่านการ แก้ไขดัดแปลงสภาพรถยนต์ แล้วจะไม่สามารถเพิ่มน้ำหนักบรรทุกสูงสุด (Gross Vehicle Weight: GVW) ให้เกินกว่าที่ผู้ผลิตกำหนดหรือที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบไว้ โดยมี 4 ข้อห้ามหลักด้านวิศวกรรมที่ตรวจพบและสั่งห้ามดำเนินการเด็ดขาด ดังนี้:
-
กรณีเว้าคัสซี (Chassis Modification): ห้ามทำการตัดต่อ แขนง หรือเว้าโครงคัสซีรถยนต์ ซึ่งทำให้ขนาดและมิติของโครงสร้างหลักเปลี่ยนแปลงไปจากที่ผู้ผลิตกำหนด เสี่ยงต่อการหักกลางตัวรถเมื่อรับแรงกดหนัก
-
การใช้วัสดุไม่ได้มาตรฐานทำตัวถัง: ห้ามนำวัสดุโปร่งแสง เช่น พลาสติก อะคริลิก หรือวัสดุที่ไม่มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยมาประกอบเป็นส่วนหลักของตัวถังรถ (ฝากระบะข้าง หรือฝาท้าย) เพราะอาจแตกหักและก่ออันตรายร้ายแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
-
การติดตั้งโคมไฟสัญญาณที่ผิดกฎหมาย: ห้ามติดตั้งไฟแสงสว่างหรือไฟสัญญาณที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งในแง่ของสี ตำแหน่ง ความสว่าง และทิศทางการส่องสว่าง (เช่น ไฟไอซ์บลู หรือไฟสปอตไลท์แยงตาคู่กรณี)
-
ล้อยื่นเกินซุ้มล้อ: การเปลี่ยนกงล้อและยางที่ทำให้ขอบยางด้านนอกสุดยื่นล้ำตัวถังรถ (ซุ้มล้อ) ออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งเสี่ยงต่อการดีดเศษหินใส่ผู้ร่วมทางและควบคุมทิศทางรถได้ยากขึ้น
เหตุผลทางวิศวกรรม ทำไมสายแบกหนักถึงโดนเพ่งเล็ง?
ในมุมมองของการ รีวิวรถยนต์ และทดสอบสมรรถนะเชิงพาณิชย์ การนำรถกระบะพิกัด 1 ตันไปเสริมแหนบ ใส่เพลาลอย และเว้าคัสซีเพื่อแบกน้ำหนักระดับ 3 ถึง 5 ตันนั้น ถือเป็นการทำลายไดนามิกการทรงตัวของรถโดยสิ้นเชิง แม้ช่วงล่างจะถูกทำให้แข็งขึ้นแต่ระบบเบรกเดิมของรถไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อหยุดแรงเฉื่อยของน้ำหนักมหาศาลขนาดนั้น ส่งผลให้ระยะเบรกเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และเมื่อรถต้องเข้าโค้งด้วยความเร็ว แรงเหวี่ยงจะทำให้แชสซีบิดตัวจนเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำเทกระจาด กรมการขนส่งทางบกจึงสั่งคุมเข้มข้อกำหนดนี้เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม
ตารางสรุปอัตราโทษปรับและการแจ้งมาตรการตาม พ.ร.บ.
| ลักษณะข้อหาความผิด | พ.ร.บ. ที่บังคับใช้ | อัตราโทษปรับสูงสุด | แนวทางปฏิบัติให้ถูกต้อง |
| ดัดแปลงสภาพรถ โดยไม่แจ้งนายทะเบียน | พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 | ปรับไม่เกิน 2,000 บาท | แจ้งเปลี่ยนลักษณะรถต่อนายทะเบียนใน 30 วัน |
| เปลี่ยนแปลงสภาพรถไปจากที่จดทะเบียน | พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 | ปรับไม่เกิน 5,000 บาท | ต้องใช้ใบรับรองจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ |
| บรรทุกน้ำหนักเกินเกณฑ์สมรรถนะสูงสุด | พ.ร.บ. ทางหลวง / พ.ร.บ. ขนส่ง | ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท | ห้ามบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าค่า GVW ในเล่ม |
วิธีการทำให้ถูกต้อง สายบรรทุกต้องเตรียมตัวอย่างไร?
สำหรับผู้ประกอบการหรือวัยรุ่นสร้างตัวที่มีความจำเป็นต้องดัดแปลงตัวรถ เช่น การเสริมแหนบรองรับน้ำหนัก หรือการติดตั้งคอกรั้ว-หลังคาเพื่อการพาณิชย์ กรมการขนส่งทางบกยังคงเปิดช่องให้ดำเนินการได้ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างโปร่งใส ข่าวรถยนต์ ส่วนภูมิภาคระบุว่า เจ้าของรถจะต้องดำเนินการแจ้งเปลี่ยนลักษณะรถ ณ สำนักงานขนส่งภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ด็จแปลง โดยต้องเตรียมหลักฐานสำคัญ เช่น คู่มือจดทะเบียนรถ, บัตรประชาชน, ใบเสร็จค่าติดตั้งชิ้นส่วน และที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือรับรองการตรวจวัดและติดตั้งจากวิศวกรเครื่องกล ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพื่อยืนยันว่าการดัดแปลงนั้นปลอดภัยต่อการใช้งาน
หากประชาชนหรือผู้ใช้รถใช้ถนนพบเห็นรถกระบะบรรทุกหนักที่มีพฤติกรรมการแก้ไขดัดแปลงสภาพอย่างผิดกฎหมาย ตัวถังไม่มั่นคงแข็งแรง หรือบรรทุกยื่นล้ำเกินขอบเขตจนเสี่ยงอันตราย สามารถร่วมส่งเบาะแสและร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สรุปแนวทางคุมเข้มวินัยจราจรของภาครัฐ
การออกมาแจ้งเตือนและบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายกับการ กระบะดัดแปลงสภาพรถ ของกรมการขนส่งทางบกในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดระเบียบรถขนส่งขนาดเล็กในเมืองไทย แม้จะส่งผลกระทบต่อวิถีการขนส่งดั้งเดิมของกลุ่มรถคอกรถรั้วอยู่บ้าง แต่เมื่อคำนวณถึงความปลอดภัยส่วนรวมบนท้องถนน การจำกัดน้ำหนักบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์สมรรถนะความปลอดภัยถือเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ ผู้ใช้รถกระบะทุกคนจึงควรตรวจสอบสภาพรถของตนเองและปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสีย




