เผยโฉม Honda RA626H ขุมพลัง F1 ยุคใหม่! หัวใจหลักของ Aston Martin สู้ศึก 2026
ปี 2026 (พ.ศ. 2569) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ Formula 1 เมื่อกฎกติกาด้านเครื่องยนต์ (Power Unit Regulations) ถูกรื้อใหม่หมด และนี่คือช่วงเวลาที่ Honda รอคอยที่จะกลับมาทวงบัลลังก์อย่างเต็มตัว ล่าสุด HRC ได้ทำการเปิดตัว Honda RA626H หน่วยขับเคลื่อนพลังงานลูกผสมรุ่นใหม่ล่าสุด ที่พร้อมจะคำรามในสนามภายใต้สีเขียวของทีม Aston Martin Aramco Honda

RA626H: รหัสลับแห่งชัยชนะ
ชื่อรหัส RA626H ยังคงเอกลักษณ์การตั้งชื่อของ Honda ไว้อย่างครบถ้วน (RA = Racing Automobile, 6 = 6 Cylinders, 26 = Year 2026, H = Hybrid) แต่ไส้ในนั้นแตกต่างจากเครื่องยนต์ตระกูล RBPT (Red Bull Powertrains) ที่เคยพา Max Verstappen คว้าแชมป์โลกอย่างสิ้นเชิง
จุดเด่นของเทคโนโลยี F1 2026 ใน RA626H
-
50% Electric Power: หัวใจสำคัญของกฎใหม่คือการเพิ่มสัดส่วนพลังงานไฟฟ้า ระบบ MGU-K (Motor Generator Unit – Kinetic) ของ RA626H สามารถผลิตกำลังได้สูงถึง 350 กิโลวัตต์ (ประมาณ 469 แรงม้า) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากยุคก่อนเกือบ 3 เท่า ทำให้สัดส่วนพละกำลังระหว่าง เครื่องยนต์สันดาป V6 และ มอเตอร์ไฟฟ้า กลายเป็น 50:50
-
Turbo Lag คือศัตรู: เมื่อกฎปี 2026 สั่งยกเลิก MGU-H (ตัวปั่นไฟจากไอเสีย) วิศวกรของ Honda ต้องงัดวิชาทั้งหมดมาแก้ปัญหา Turbo Lag เพื่อให้การตอบสนองคันเร่งยังคง “ติดเท้า” นักแข่งที่สุด แม้ไม่มีตัวช่วยหมุนเทอร์โบไฟฟ้าแล้วก็ตาม
-
100% Sustainable Fuel: เครื่องยนต์ V6 1.6 ลิตร เทอร์โบ บล็อกนี้ ถูกจูนมาเพื่อดื่มเชื้อเพลิงสังเคราะห์ 100% (Carbon Neutral Fuel) ซึ่งเป็นความท้าทายในการรักษาความแรงให้เท่าเดิมในขณะที่เปลี่ยนชนิดน้ำมัน
การจับคู่ที่น่ากลัว: Honda x Aston Martin
การย้ายขั้วจาก Red Bull มาจับมือกับ Aston Martin ถือเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ ทางฝั่ง Aston Martin ภายใต้การนำของ Lawrence Stroll ได้ทุ่มเงินสร้างโรงงานใหม่และอุโมงค์ลมที่ทันสมัยที่สุดใน Silverstone เตรียมไว้รองรับขุมพลัง Honda RA626H นี้โดยเฉพาะ
แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกต่างจับตามองว่า การผสาน “วิศวกรรมญี่ปุ่น” เข้ากับ “แชสซีอังกฤษ” จะสามารถล้มแชมป์เก่าและทีมยักษ์ใหญ่อย่าง Ferrari หรือ Mercedes ได้หรือไม่
บทสรุป
การเปิดตัว Honda RA626H ไม่ใช่แค่การโชว์เครื่องยนต์ แต่คือการประกาศสงครามว่า Honda เอาจริงเอาจังกับการเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดในโลกอีกครั้ง ฤดูกาล 2026 นี้ จะเป็นบทพิสูจน์ว่า “The Power of Dreams” จะแรงพอที่จะพา Aston Martin เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ได้หรือไม่ แฟนความเร็วห้ามกะพริบตา!

