ไม่ต้องรอนาน! Toyota และ Idemitsu ลุยผลิตแบตฯ 1,200 กม. ใน 10 นาที พร้อมใช้ปี 2027
การรอคอยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Solid-state กำลังจะสิ้นสุดลง เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์อย่าง Toyota ร่วมกับพันธมิตรด้านพลังงาน Idemitsu Kosan ประกาศเริ่มต้นการก่อสร้างโรงงานผลิตอิเล็กโทรไลต์ของแข็ง (Solid Electrolyte) ขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สุดในการย้ายเทคโนโลยีจากห้องทดลองสู่โรงงานผลิตจริง
ก้าวที่สำคัญ: การก่อสร้างโรงงานต้นแบบขนาดใหญ่ (Large-scale Pilot Plant)
เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 (2026) Idemitsu Kosan ได้เริ่มการก่อสร้างโรงงานต้นแบบเพื่อผลิตอิเล็กโทรไลต์แบบซัลไฟด์ (Sulfide-based Solid Electrolytes) ณ นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น โดยโรงงานแห่งนี้มีกำหนดการแล้วเสร็จภายในช่วงปลายปี 2027 ซึ่งสอดคล้องกับแผนโรดแมปของ Toyota ที่ต้องการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) รุ่นแรกที่ใช้แบตเตอรี่ Solid-state ภายในปี 2027 หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินปี 2028
โรงงานแห่งนี้ไม่ใช่แค่ที่ผลิตตัวอย่าง แต่เป็นการทดสอบกระบวนการผลิตขนานใหญ่ (Mass Production Technology) เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ซึ่งอิเล็กโทรไลต์ของแข็งจะเป็นส่วนประกอบที่เข้ามาแทนที่ของเหลวในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนปัจจุบัน ทำให้มีความเสถียรสูงกว่า และนำไฟฟ้าได้รวดเร็วกว่า
ทำไมโลกต้องจับตา Solid-state แบตเตอรี่ของ Toyota?
Solid-state การร่วมมือระหว่าง Toyota และ Idemitsu ในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่วัสดุประเภท “ซัลไฟด์” ซึ่งมีคุณสมบัติอ่อนตัวและยืดเกาะได้ดี เหมาะสำหรับการผลิตในปริมาณมาก ซึ่ง Toyota มั่นใจว่าหากโรงงานแห่งนี้เดินเครื่องเต็มตัว จะสามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ EV ได้ดังนี้:
- ระยะทางวิ่ง: คาดว่าจะทำได้สูงถึง 1,000 – 1,200 กิโลเมตรต่อการชาร์จ
- ความเร็วการชาร์จ: สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 10 นาที หรือน้อยกว่านั้น
- ความทนทาน: แก้ปัญหาการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ที่มักเกิดขึ้นเมื่อใช้งานไปนานๆ
สรุปโรดแมปปี 2027-2028
หากการก่อสร้างโรงงานเสร็จตามกำหนดในปี 2027 เราจะได้เห็นการเริ่มผลิตแบตเตอรี่ลอทแรกเพื่อติดตั้งในรถยนต์กลุ่ม Lexus หรือรถยนต์ไฟฟ้าระดับ Flagship ของ Toyota ในช่วงปี 2028 ซึ่งถือเป็นการรุกตลาดอย่างดุดันเพื่อชิงส่วนแบ่งจากผู้ผลิตจีนและสหรัฐฯ ที่กำลังขับเคี่ยวกันในปัจจุบัน




