SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า จักรยายนต์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ลูกค้าทำเบาะเปื้อน กฎหมาย
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : Thachasorn Krujai , โกยเถอะโยม

ปัญหาความมักง่ายของผู้โดยสารเป็นสิ่งที่ไรเดอร์แอปเรียกพกพาอย่าง Bolt หรือ Grab ต้องพบเจอเป็นประจำ แต่กรณีที่รุนแรงอย่าง ลูกค้าทำเบาะเปื้อน จากคราบเครื่องสำอางหรือ คราบรองพื้น ที่ฝังแน่นบนเบาะรถยนต์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องความสะอาด แต่มันคือการทำให้ทรัพย์สินเสียหายจนส่งผลกระทบต่อการทำงานในลำบทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า ในทางกฎหมายและนโยบายของแอปพลิเคชัน ใครคือฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ?

ใครผิด? เมื่อ ลูกค้าทำเบาะเปื้อนทรัพย์สินของคนขับได้รับความเสียหาย

ในกรณีที่ผู้โดยสารขึ้นมาใช้บริการแล้วทำให้เบาะรถเปื้อน ไม่ว่าจะเป็นคราบเครื่องสำอาง อาเจียน หรืออาหารหกใส่ ผู้โดยสารคือฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ ครับ ตามหลักความจริงเมื่อเราใช้บริการรถสาธารณะหรือรถรับจ้าง เรามีหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาดเบื้องต้นและไม่กระทำการใดๆ ให้รถของผู้อื่นเสียหาย การที่คราบรองพื้นจากใบหน้าหรือร่างกายเลอะติดเบาะจนเป็นคราบฝังแน่น ถือเป็นความประมาทเลินเล่อของผู้โดยสารเอง

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กฎหมายละเมิดทรัพย์สิน

ในทางกฎหมายไทย กรณีนี้เข้าข่าย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ที่ระบุว่า:

“ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย…แก่ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”

ซึ่ง “ค่าสินไหมทดแทน” ที่คนขับสามารถเรียกร้องได้ ประกอบด้วย:

  1. ค่าทำความสะอาด (Cleaning Fee): ตามใบเสร็จจริงจากคาร์แคร์ที่ต้องทำการซักเบาะหรือขัดเคลือบใหม่

  2. ค่าเสียโอกาสในการทำงาน (Loss of Income): ในขณะที่รถต้องเข้าอู่หรือคาร์แคร์จนไม่สามารถรับงานได้ คนขับสามารถเรียกค่าชดเชยรายได้ต่อวันตามค่าเฉลี่ยที่เคยได้รับ

 

ขั้นตอนการจัดการเมื่อพบผู้โดยสารทำรถเลอะ ค่าล้างเบาะรถเรียกเก็บจากใคร

หากคุณเป็นไรเดอร์ Bolt ที่เจอปัญหานี้ ให้รีบดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง:

  • ถ่ายรูปหลักฐาน: ถ่ายรูปคราบเปื้อนให้ชัดเจนก่อนจะทำการเช็ด (เพื่อพิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง)

  • แจ้งผู้โดยสารทันที: หากพบเห็นก่อนผู้โดยสารลงรถ ให้เจรจาตกลงค่าเสียหายเบื้องต้น หากตกลงกันได้ควรมีการบันทึกเสียงหรือข้อความไว้

  • รายงานผ่านแอป Bolt: เข้าไปที่เมนู “ความช่วยเหลือ” (Support) เลือกหัวข้อที่เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้โดยสารหรือ “รถได้รับความเสียหาย/ความสะอาด” เพื่อให้ทางแอปประสานงานหักเงินหรือแบนผู้ใช้บริการรายนั้น

  • แจ้งความ (กรณีตกลงไม่ได้): หากความเสียหายสูงและลูกค้าปฏิเสธความรับผิดชอบ สามารถนำหลักฐานไปแจ้งความที่โรงพักในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ (ทางแพ่ง) เพื่อออกหมายเรียกมาไกล่เกลี่ย

 

สรุปความคุ้มค่าและความเป็นธรรมเมื่อ ผู้โดยสารทำรถเลอะ

ความสะอาดของรถคือหัวใจสำคัญของงานบริการ การที่เบาะเป็นคราบรองพื้นไม่เพียงแต่ทำให้ดูไม่ดี แต่ยังอาจทำให้ถูกผู้โดยสารคนถัดไปคอมเพลนจนโดนหักคะแนนได้ ไรเดอร์จึงมีสิทธิ์ชอบธรรมตามกฎหมายที่จะปกป้องทรัพย์สินของตนเอง

Big SuperBike

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อกฎหมาย! ลูกค้าทำเบาะเปื้อน ไรเดอร์เรียกค่าเสียหายได้แค่ไหน?

ลูกค้าทำเบาะเปื้อน กฎหมาย
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : Thachasorn Krujai , โกยเถอะโยม

ปัญหาความมักง่ายของผู้โดยสารเป็นสิ่งที่ไรเดอร์แอปเรียกพกพาอย่าง Bolt หรือ Grab ต้องพบเจอเป็นประจำ แต่กรณีที่รุนแรงอย่าง ลูกค้าทำเบาะเปื้อน จากคราบเครื่องสำอางหรือ คราบรองพื้น ที่ฝังแน่นบนเบาะรถยนต์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องความสะอาด แต่มันคือการทำให้ทรัพย์สินเสียหายจนส่งผลกระทบต่อการทำงานในลำบทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า ในทางกฎหมายและนโยบายของแอปพลิเคชัน ใครคือฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ?

ใครผิด? เมื่อ ลูกค้าทำเบาะเปื้อนทรัพย์สินของคนขับได้รับความเสียหาย

ในกรณีที่ผู้โดยสารขึ้นมาใช้บริการแล้วทำให้เบาะรถเปื้อน ไม่ว่าจะเป็นคราบเครื่องสำอาง อาเจียน หรืออาหารหกใส่ ผู้โดยสารคือฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ ครับ ตามหลักความจริงเมื่อเราใช้บริการรถสาธารณะหรือรถรับจ้าง เรามีหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาดเบื้องต้นและไม่กระทำการใดๆ ให้รถของผู้อื่นเสียหาย การที่คราบรองพื้นจากใบหน้าหรือร่างกายเลอะติดเบาะจนเป็นคราบฝังแน่น ถือเป็นความประมาทเลินเล่อของผู้โดยสารเอง

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กฎหมายละเมิดทรัพย์สิน

ในทางกฎหมายไทย กรณีนี้เข้าข่าย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ที่ระบุว่า:

“ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย…แก่ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”

ซึ่ง “ค่าสินไหมทดแทน” ที่คนขับสามารถเรียกร้องได้ ประกอบด้วย:

  1. ค่าทำความสะอาด (Cleaning Fee): ตามใบเสร็จจริงจากคาร์แคร์ที่ต้องทำการซักเบาะหรือขัดเคลือบใหม่

  2. ค่าเสียโอกาสในการทำงาน (Loss of Income): ในขณะที่รถต้องเข้าอู่หรือคาร์แคร์จนไม่สามารถรับงานได้ คนขับสามารถเรียกค่าชดเชยรายได้ต่อวันตามค่าเฉลี่ยที่เคยได้รับ

 

ขั้นตอนการจัดการเมื่อพบผู้โดยสารทำรถเลอะ ค่าล้างเบาะรถเรียกเก็บจากใคร

หากคุณเป็นไรเดอร์ Bolt ที่เจอปัญหานี้ ให้รีบดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง:

  • ถ่ายรูปหลักฐาน: ถ่ายรูปคราบเปื้อนให้ชัดเจนก่อนจะทำการเช็ด (เพื่อพิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง)

  • แจ้งผู้โดยสารทันที: หากพบเห็นก่อนผู้โดยสารลงรถ ให้เจรจาตกลงค่าเสียหายเบื้องต้น หากตกลงกันได้ควรมีการบันทึกเสียงหรือข้อความไว้

  • รายงานผ่านแอป Bolt: เข้าไปที่เมนู “ความช่วยเหลือ” (Support) เลือกหัวข้อที่เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้โดยสารหรือ “รถได้รับความเสียหาย/ความสะอาด” เพื่อให้ทางแอปประสานงานหักเงินหรือแบนผู้ใช้บริการรายนั้น

  • แจ้งความ (กรณีตกลงไม่ได้): หากความเสียหายสูงและลูกค้าปฏิเสธความรับผิดชอบ สามารถนำหลักฐานไปแจ้งความที่โรงพักในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ (ทางแพ่ง) เพื่อออกหมายเรียกมาไกล่เกลี่ย

 

สรุปความคุ้มค่าและความเป็นธรรมเมื่อ ผู้โดยสารทำรถเลอะ

ความสะอาดของรถคือหัวใจสำคัญของงานบริการ การที่เบาะเป็นคราบรองพื้นไม่เพียงแต่ทำให้ดูไม่ดี แต่ยังอาจทำให้ถูกผู้โดยสารคนถัดไปคอมเพลนจนโดนหักคะแนนได้ ไรเดอร์จึงมีสิทธิ์ชอบธรรมตามกฎหมายที่จะปกป้องทรัพย์สินของตนเอง

Big SuperBike

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า