SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

GAC AION ปิดตัว

กระแสข่าวในโลกโซเชียลที่กำลังตั้งคำถามว่า GAC AION ปิดตัว แบรนด์ รถยนต์ไฟฟ้า ยักษ์ใหญ่จากจีนกำลังจะถอนตัวออกจากประเทศไทยหรือไม่ กลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับผู้ใช้รถและผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้ออย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการสังเกตเห็นว่าป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในจุดยุทธศาสตร์เริ่มหายไป และศูนย์บริการบางแห่งมีการติดป้ายปิดประกาศ หรือเปลี่ยนไปจำหน่ายแบรนด์อื่นแทน เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดภาพจำซ้ำรอยกับแบรนด์รถยนต์บางรายที่เคยถอนตัวไปก่อนหน้านี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สถานการณ์ของ GAC AION ในปี 2569 กลับมีความซับซ้อนและน่าสนใจกว่าที่ตาเห็น

วิเคราะห์ยอดขาย GAC AION ปี 2569 สวนทางดราม่าปิดกิจการ

หากมองเพียงกายภาพของโชว์รูมที่ปิดตัวลง หลายคนอาจสรุปไปแล้วว่าแบรนด์นี้ไปไม่รอด แต่เมื่อตรวจสอบตัวเลขยอดจดทะเบียน รถยนต์ ไฟฟ้าล่าสุดในเดือนมกราคม 2569 พบว่า GAC AION Thailand มียอดจดทะเบียนสูงถึง 5,584 คัน ซึ่งคิดเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 438% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตัวเลขนี้ยืนยันชัดเจนว่าความต้องการในตัวผลิตภัณฑ์อย่าง AION Y Plus, AION V และน้องใหม่อย่าง AION UT ยังคงแข็งแกร่งและครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี การที่ยอดขายพุ่งสูงขนาดนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่แบรนด์จะตัดสินใจปิดตัวลงในขณะที่กำลังทำกำไรและมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่ม SUV ไฟฟ้า

เบื้องหลังป้ายโฆษณาหายและการปิดตัวของดีลเลอร์บางราย

คำถามที่ตามมาคือ “ถ้าขายดีแล้วทำไมศูนย์ถึงปิด?” คำตอบอยู่ที่กลยุทธ์การปรับปรุงเครือข่ายผู้จำหน่ายหรือ Dealer Restructuring ภายใต้แผนงาน “One GAC 2.0” ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานโชว์รูมและศูนย์บริการให้เป็นรูปแบบใหม่ที่เน้นประสบการณ์ลูกค้ามากกว่าการเป็นเพียงที่โชว์รถ ในอดีต GAC AION เริ่มต้นด้วยการมีดีลเลอร์หลายรายที่ทับซ้อนพื้นที่กัน ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือดจนส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์แบรนด์

การที่เห็นป้ายหายไปหรือบางศูนย์ปิดตัวลง ส่วนใหญ่เกิดจากการหมดสัญญาของดีลเลอร์รายเดิมที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานใหม่ หรือการโยกย้ายทำเลไปสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพมากกว่า นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้ขยายศูนย์บริการมาตรฐานอย่าง M18 Mobility ในย่านสำคัญ เช่น สะพานใหม่ เพื่อรองรับลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ ตอนบนและปทุมธานี ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการลงทุนเพิ่ม ไม่ได้ลดถอยลงแต่อย่างใด

แผนงานปี 2569 ยืนยันความเชื่อมั่นด้วยฐานการผลิตในไทย

อีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันว่า GAC AION จะยังคงอยู่คู่ตลาดไทยไปอีกนาน คือโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ที่ใช้เงินลงทุนกว่า 2,300 ล้านบาท ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ไม่เพียงแต่ผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศด้วยสัดส่วน Localization ที่สูงถึง 51% แต่ยังเป็นฐานการผลิตสำคัญในการส่งออกรถพวงมาลัยขวาไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม การลงทุนระดับมหาศาลขนาดนี้ไม่ใช่สิ่งที่แบรนด์ที่คิดจะปิดตัวจะกระทำได้ นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวรถยนต์เทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) และการอัปเกรดซอฟต์แวร์ให้กับรถรุ่นเดิมอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาที่ต้องแก้ บริการหลังการขายและราคาขายต่อ

แม้ความจริงแบรนด์จะไม่ได้ปิดตัว แต่ GAC AION ก็ต้องเผชิญกับโจทย์หินที่คนไทยตั้งคำถาม คือ “ความเชื่อมั่นในระยะยาว” สำนวนจิกกัดที่ว่า “รถจีนเน้นแต่ขาย ไม่เน้นซ่อม” ยังคงเป็นหนามยอกอก ซึ่งในปี 2569 นี้ ทาง GAC ได้ประกาศนโยบายสำรองอะไหล่ให้ครบ 100% และการรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) เพื่อแก้ลำดราม่าที่เคยเกิดขึ้น หากแบรนด์สามารถพิสูจน์ได้ว่าการปิดศูนย์บางแห่งเพื่อเปิดศูนย์ที่มาตรฐานสูงกว่าเดิมนั้นทำได้จริง ความกังวลเรื่องการ “ลอยแพ” ก็จะค่อยๆ หายไปเอง

สรุปได้ว่า ข่าวลือเรื่อง GAC AION ปิดตัว นั้นไม่เป็นความจริง แต่เป็นช่วงเวลาของการ “ผลัดใบ” เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงขึ้นในไทยภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงของสงครามราคา EV ใครที่เป็นเจ้าของ รถEV อยู่แล้วหรือกำลังตัดสินใจซื้อ จึงยังสามารถเบาใจได้ว่าบริการหลังการขายและการดูแลจากค่ายยักษ์ใหญ่รายนี้ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand 

Big SuperBike

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

GAC AION ปิดตัว ในไทยจริงหรือ?หลังป้ายโฆษณาหายและศูนย์บริการบางศูนย์ปิดตัวลง

GAC AION ปิดตัว

กระแสข่าวในโลกโซเชียลที่กำลังตั้งคำถามว่า GAC AION ปิดตัว แบรนด์ รถยนต์ไฟฟ้า ยักษ์ใหญ่จากจีนกำลังจะถอนตัวออกจากประเทศไทยหรือไม่ กลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับผู้ใช้รถและผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้ออย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการสังเกตเห็นว่าป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในจุดยุทธศาสตร์เริ่มหายไป และศูนย์บริการบางแห่งมีการติดป้ายปิดประกาศ หรือเปลี่ยนไปจำหน่ายแบรนด์อื่นแทน เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดภาพจำซ้ำรอยกับแบรนด์รถยนต์บางรายที่เคยถอนตัวไปก่อนหน้านี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สถานการณ์ของ GAC AION ในปี 2569 กลับมีความซับซ้อนและน่าสนใจกว่าที่ตาเห็น

วิเคราะห์ยอดขาย GAC AION ปี 2569 สวนทางดราม่าปิดกิจการ

หากมองเพียงกายภาพของโชว์รูมที่ปิดตัวลง หลายคนอาจสรุปไปแล้วว่าแบรนด์นี้ไปไม่รอด แต่เมื่อตรวจสอบตัวเลขยอดจดทะเบียน รถยนต์ ไฟฟ้าล่าสุดในเดือนมกราคม 2569 พบว่า GAC AION Thailand มียอดจดทะเบียนสูงถึง 5,584 คัน ซึ่งคิดเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 438% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตัวเลขนี้ยืนยันชัดเจนว่าความต้องการในตัวผลิตภัณฑ์อย่าง AION Y Plus, AION V และน้องใหม่อย่าง AION UT ยังคงแข็งแกร่งและครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี การที่ยอดขายพุ่งสูงขนาดนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่แบรนด์จะตัดสินใจปิดตัวลงในขณะที่กำลังทำกำไรและมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่ม SUV ไฟฟ้า

เบื้องหลังป้ายโฆษณาหายและการปิดตัวของดีลเลอร์บางราย

คำถามที่ตามมาคือ “ถ้าขายดีแล้วทำไมศูนย์ถึงปิด?” คำตอบอยู่ที่กลยุทธ์การปรับปรุงเครือข่ายผู้จำหน่ายหรือ Dealer Restructuring ภายใต้แผนงาน “One GAC 2.0” ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานโชว์รูมและศูนย์บริการให้เป็นรูปแบบใหม่ที่เน้นประสบการณ์ลูกค้ามากกว่าการเป็นเพียงที่โชว์รถ ในอดีต GAC AION เริ่มต้นด้วยการมีดีลเลอร์หลายรายที่ทับซ้อนพื้นที่กัน ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือดจนส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์แบรนด์

การที่เห็นป้ายหายไปหรือบางศูนย์ปิดตัวลง ส่วนใหญ่เกิดจากการหมดสัญญาของดีลเลอร์รายเดิมที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานใหม่ หรือการโยกย้ายทำเลไปสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพมากกว่า นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้ขยายศูนย์บริการมาตรฐานอย่าง M18 Mobility ในย่านสำคัญ เช่น สะพานใหม่ เพื่อรองรับลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ ตอนบนและปทุมธานี ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการลงทุนเพิ่ม ไม่ได้ลดถอยลงแต่อย่างใด

แผนงานปี 2569 ยืนยันความเชื่อมั่นด้วยฐานการผลิตในไทย

อีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันว่า GAC AION จะยังคงอยู่คู่ตลาดไทยไปอีกนาน คือโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ที่ใช้เงินลงทุนกว่า 2,300 ล้านบาท ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ไม่เพียงแต่ผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศด้วยสัดส่วน Localization ที่สูงถึง 51% แต่ยังเป็นฐานการผลิตสำคัญในการส่งออกรถพวงมาลัยขวาไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม การลงทุนระดับมหาศาลขนาดนี้ไม่ใช่สิ่งที่แบรนด์ที่คิดจะปิดตัวจะกระทำได้ นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวรถยนต์เทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) และการอัปเกรดซอฟต์แวร์ให้กับรถรุ่นเดิมอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาที่ต้องแก้ บริการหลังการขายและราคาขายต่อ

แม้ความจริงแบรนด์จะไม่ได้ปิดตัว แต่ GAC AION ก็ต้องเผชิญกับโจทย์หินที่คนไทยตั้งคำถาม คือ “ความเชื่อมั่นในระยะยาว” สำนวนจิกกัดที่ว่า “รถจีนเน้นแต่ขาย ไม่เน้นซ่อม” ยังคงเป็นหนามยอกอก ซึ่งในปี 2569 นี้ ทาง GAC ได้ประกาศนโยบายสำรองอะไหล่ให้ครบ 100% และการรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) เพื่อแก้ลำดราม่าที่เคยเกิดขึ้น หากแบรนด์สามารถพิสูจน์ได้ว่าการปิดศูนย์บางแห่งเพื่อเปิดศูนย์ที่มาตรฐานสูงกว่าเดิมนั้นทำได้จริง ความกังวลเรื่องการ “ลอยแพ” ก็จะค่อยๆ หายไปเอง

สรุปได้ว่า ข่าวลือเรื่อง GAC AION ปิดตัว นั้นไม่เป็นความจริง แต่เป็นช่วงเวลาของการ “ผลัดใบ” เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงขึ้นในไทยภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงของสงครามราคา EV ใครที่เป็นเจ้าของ รถEV อยู่แล้วหรือกำลังตัดสินใจซื้อ จึงยังสามารถเบาใจได้ว่าบริการหลังการขายและการดูแลจากค่ายยักษ์ใหญ่รายนี้ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand 

Big SuperBike

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า