กลายเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกให้ความสนใจเมื่อยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตยางอย่าง Pirelli ออกมาเปิดเผยแผนการทดสอบสุดแปลกประหลาด ด้วยการจัด Wet Test กลางทะเลทรายบาห์เรน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ รถ F1 ปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องไปฉีดน้ำทิ้งกลางแดดเปรี้ยงในพื้นที่ที่แทบไม่มีฝนตก แต่ในเชิงวิศวกรรมยานยนต์ นี่คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดครั้งหนึ่งเพื่อแก้ปัญหายางรีดน้ำที่เรื้อรังมานานหลายปี
ทำไมต้อง Wet Test ในสนามที่แห้งที่สุดอย่างบาห์เรน?
โดยปกติแล้ว การทดสอบยางรีดน้ำหรือ Wet Tyre มักจะจัดขึ้นในสนามที่มีระบบฉีดน้ำติดตั้งอยู่แล้ว เช่น สนาม Fiorano ของ Ferrari ในอิตาลี หรือ Paul Ricard ในฝรั่งเศส แต่ปัญหาใหญ่ที่ Pirelli พบคือสนามเหล่านั้นมีผิวแทร็กที่ “ถนอมยาง” เกินไป ทำให้ไม่เห็นประสิทธิภาพที่แท้จริงเมื่อยางต้องเจอกับแรงเค้นมหาศาล
Mario Isola ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ Pirelli ระบุว่าสนาม Sakhir ในบาห์เรนมีคุณสมบัติที่หาจากสนามอื่นไม่ได้ นั่นคือ “High Severity” หรือความหยาบของผิวแทร็กที่สูงมาก ซึ่งจะช่วยให้วิศวกรเห็นการสึกหรอและขีดจำกัดของยาง Wet และ Intermediate ได้ชัดเจนกว่าการวิ่งบนสนามที่ผิวเรียบเนียน การทดสอบภายใต้สภาวะสุดโต่งนี้จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำสำหรับการพัฒนายางที่จะใช้กับ รถ F1 ปี 2026 ซึ่งมีพละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก
นวัตกรรม Sprinkler ระบบฉีดน้ำอัจฉริยะรักษาระดับน้ำคงที่
โจทย์ที่ยากที่สุดไม่ใช่แค่การฉีดน้ำ แต่คือการทำให้ “น้ำท่วมขังอย่างสม่ำเสมอ” เพื่อไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ทางผู้จัดสนามบาห์เรนได้ตอบรับคำขอสุดพิสดารนี้ด้วยการเตรียมติดตั้งระบบ Sprinkler และอุปกรณ์พิเศษรอบสนามเพื่อรักษาระดับน้ำให้คงที่ตลอดช่วงการทดสอบ
การทดสอบนี้ถูกกำหนดไว้ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงสุดสัปดาห์ก่อนการแข่งขันเปิดสนามที่ออสเตรเลีย โดยจะมีทีมยักษ์ใหญ่อย่าง Mercedes และ McLaren รับหน้าที่ขับรถ Mule Car หรือรถแข่งที่ดัดแปลงเพื่อจำลองแรงกดอากาศ (Downforce) ของปี 2026 ลงไปเก็บข้อมูลสำคัญนี้ นอกจากนี้แผนการทดสอบยังจะลากยาวไปจนถึงช่วงค่ำเพื่อให้ได้ความหลากหลายของอุณหภูมิพื้นผิว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการยึดเกาะของยาง
เป้าหมายหลักคือการลดช่องว่างระหว่างยาง Wet และ Intermediate
หนึ่งในคำจิกกัดที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตมีต่อยาง Pirelli มาโดยตลอดคือ “ยาง Wet ที่ใช้งานไม่ได้จริง” เพราะเมื่อใดที่ฝนตกหนักจนต้องใช้ยาง Wet กรรมการมักจะตีธงแดงหยุดการแข่งขันเสมอเนื่องจากทัศนวิสัยและการเหินน้ำ (Hydroplaning) แต่พอสนามเริ่มหมาด ยาง Intermediate กลับทำหน้าที่ได้ดีกว่าจนยาง Wet แทบไม่มีความหมาย
สำหรับการพัฒนาในครั้งนี้ Pirelli ตั้งเป้าที่จะลดค่า Crossover Time หรือช่วงรอยต่อระหว่างการเปลี่ยนยางทั้งสองชนิด เพื่อให้ยาง Wet สามารถทำงานได้ครอบคลุมมากขึ้นในสภาวะฝนตกหนัก และลดความเสี่ยงที่การแข่งขันจะต้องหยุดชะงักลงเพียงเพราะน้ำบนแทร็ก นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ที่ต้องแลกมาด้วยการเนรมิตสายฝนกลางทะเลทราย เพื่อให้แน่ใจว่าการแข่งขันในยุค รถF1 ปี 2026 จะมีความตื่นเต้นและปลอดภัยในทุกสภาวะอากาศ
สุดท้ายนี้ แฟนความเร็วคงต้องจับตามองว่าผลการทดสอบที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ จะช่วยแก้ปัญหา “ยางไม่กลัวฝน” ได้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงความพยายามที่สูญเปล่ากลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ แต่ที่แน่ๆ นี่คือก้าวสำคัญของการปฏิวัติวงการยานยนต์ในระดับสูงสุดที่ท้าทายกฎของธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand



