สงครามบนแทร็ก Formula 1 ฤดูกาล 2026 ยังไม่ทันเริ่ม แต่ไฟแค้นระหว่างสองค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกาอย่าง Ford และ Cadillac (ภายใต้ General Motors) กลับปะทุขึ้นอย่างรุนแรงผ่านหน้าสื่อ โดยประเด็นหลักอยู่ที่การตั้งคำถามถึง “ความจริงใจ” ในการทำทีมแข่งและการพัฒนา เทคโนโลยีเครื่องยนต์ F1 ยุคใหม่ที่จะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
จุดเริ่มต้นดราม่า เมื่อ Cadillac ปรามาส Ford เป็นแค่ “สติ๊กเกอร์แปะข้างรถ”
ชนวนเหตุของความขัดแย้งเริ่มต้นจาก Dan Towriss ซีอีโอของทีม Cadillac F1 ที่ได้ให้สัมภาษณ์ในเชิงเปรียบเทียบว่า การเข้ามาของ Cadillac นั้นแตกต่างจากการกลับมาของ Ford อย่างสิ้นเชิง โดยเขาระบุว่าดีลระหว่าง Ford กับ Red Bull Racing เป็นเพียง “Marketing Agreement” หรือสัญญาทางการตลาดที่มีผลกระทบทางวิศวกรรมน้อยมาก เมื่อเทียบกับ Cadillac ที่เข้ามาในฐานะเจ้าของทีม (Equity Owner) และมีการเตรียมพร้อมด้านวิศวกรรมที่ลึกซึ้งกว่า
คำพูดนี้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้บริหารระดับสูงของค่ายวงรีสีน้ำเงินเป็นอย่างมาก เพราะ Ford พยายามย้ำมาตลอดว่าการกลับเข้าสู่ F1 ครั้งนี้ คือการทำงานร่วมกันในนาม Red Bull Ford Powertrains ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านแบตเตอรี่และระบบซอฟต์แวร์ควบคุม ไม่ใช่เพียงแค่การจ่ายเงินเพื่อชื่อเสียง
Bill Ford หัวเราะเยาะ “ตอกกลับ” ใครกันแน่ที่ใช้เครื่องคนอื่น
Bill Ford ประธานบริหารของ Ford Motor Company ไม่ปล่อยให้คู่แข่งขิงนานเกินไป เขาออกมาตอบโต้อย่างดุดันว่าสิ่งที่ Cadillac พูดนั้นเป็นเรื่อง “น่าขำและไร้สาระ” โดยเขาเน้นย้ำว่าในขณะที่ Ford ส่งวิศวกรจากเมืองดีร์บอร์น (Dearborn) เข้าไปฝังตัวอยู่ที่มิลตัน คีนส์ (Milton Keynes) เพื่อพัฒนาหน่วยประจุไฟฟ้าและระบบไฮบริด แต่ทาง Cadillac เองกลับเปิดตัวทีมโดยที่ยังไม่มีเครื่องยนต์ของตัวเอง และต้องพึ่งพาพละกำลังจาก เครื่องยนต์ Ferrari ในช่วงปีแรกๆ ที่ลงแข่งขัน
“มันตลกดีที่พวกเขาบอกว่าเราเป็นแค่การตลาด แต่พวกเขากลับแข่งด้วยเครื่องยนต์ Ferrari ไม่ใช่เครื่องยนต์ Cadillac แถมผมยังไม่แน่ใจเลยว่าในทีมเขามีพนักงานของ GM จริงๆ กี่คน” นี่คือคำพูดที่สั่นสะเทือนไปทั้งวงการ ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่าในเชิงเทคนิคแล้ว Ford อาจจะมีความเป็น “ทีมอเมริกัน” มากกว่าในแง่ของการพัฒนาขุมพลังร่วมกับพาร์ทเนอร์
เทคโนโลยีเครื่องยนต์ F1 2026 เดิมพันครั้งใหญ่ของพาวเวอร์ยูนิตยุคใหม่
กฎระเบียบใหม่ของ F1 ในปี 2026 เน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 50% และการใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน 100% ทำให้ เทคโนโลยีเครื่องยนต์ F1 กลายเป็นสนามรบทางวิศวกรรมที่แท้จริง Ford ยืนยันว่าการตัดสินใจไม่สร้างทีมเองตั้งแต่ศูนย์เหมือน Cadillac แต่เลือกจับมือกับ Red Bull คือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมของแชมป์โลกได้ทันที
ในทางกลับกัน Cadillac แม้จะเข้ามาในฐานะทีมที่ 11 ของกริด แต่การที่ยังไม่มี หน่วยประจุไฟฟ้า หรือเครื่องยนต์ที่เป็นผลผลิตของตัวเองในช่วงแรก ทำให้ถูกมองว่าอาจเป็นเพียงการสร้างแบรนด์เพื่อเข้าสู่ตลาดโลกเท่านั้น จนกว่าโปรเจกต์เครื่องยนต์ของ GM จะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปี 2029 ตามที่ได้เคยประกาศไว้
บทสรุปของสงครามความเร็วและศักดิ์ศรี
การฟาดฟันด้วยวาจาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ฤดูกาล 2026 จะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นที่สุดปีหนึ่งในประวัติศาสตร์ F1 เมื่อยักษ์ใหญ่จากดีทรอยต์ต้องมาห้ำหั่นกันเองบนเวทีโลก ความพยายามของ Ford ในการพิสูจน์ว่าพวกเขาคือ “Technical Partner” ที่แท้จริง และการที่ Cadillac ต้องพิสูจน์ว่าการเป็นเจ้าของทีมนั้นคุ้มค่ากว่าการเป็นพาร์ทเนอร์ จะเป็นบทพิสูจน์ว่าใครคือราชาแห่งมอเตอร์สปอร์ตตัวจริง
ไม่ว่าผลลัพธ์บนสนามจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่แน่นอนคือ แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกจะได้เห็นการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทั้งในและนอกสนาม และการพัฒนา เทคโนโลยีเครื่องยนต์ F1 จะก้าวกระโดดไปอีกขั้นจากการทุ่มทรัพยากรของทั้งสองบริษัทนี้อย่างแน่นอน
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand


