รถ F1 2026 การก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของ Formula 1 ในปี 2026 ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนผ่านด้านขุมพลังเครื่องยนต์เท่านั้น แต่คือการรีเซ็ตมาตราฐานการออกแบบอากาศพลศาสตร์ครั้งสำคัญที่สุดในรอบทศวรรษ ข้อมูลล่าสุดจากการทดสอบที่บาห์เรนเผยให้เห็นแนวทางการพัฒนาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของ 3 ทีมยักษ์ใหญ่ที่เป็นตัวเต็งลุ้นแชมป์โลกในปีนี้ ได้แก่ McLaren, Mercedes และ Red Bull Racing ซึ่งแต่ละทีมต่างงัดไม้ตายเพื่อชิงความได้เปรียบภายใต้กฎระเบียบใหม่ที่เน้นความคล่องตัวและการลดแรงต้านอากาศ
การออกแบบปีกหน้าและระบบจัดการอากาศพลศาสตร์ยุคใหม่
![]() |
ออกแบบให้มีความเป็น 3 มิติสูง (โค้งมน) มีแผ่นแยกส่วน (Splitter) แนวนอนที่โค้งลงด้านล่าง ทำงานร่วมกับมุมของปีกหน้าที่ลาดเอียงลงอย่างมากที่ส่วนปลาย เพื่อสร้างแรงกดและส่งกระแสลมออกด้านข้างให้แรงที่สุด โดยเชื่อมโยงกับลมที่ถูกดีดออกมาจากยางหน้า (Tyre Squirt) |
![]() |
เน้นรูปทรงที่โค้งมนอย่างมาก (Super-curvy) แม้ส่วนบนจะดูเรียบง่ายและไม่มีแผ่นแยกส่วนแนวนอน แต่ส่วนล่างมีความโค้งมากเพื่อลดความอ่อนไหวต่อระยะห่างระหว่างตัวรถกับพื้นถนน ช่วยให้รถมีความสมดุลคงที่ทั้งในช่วงเบรกและเข้าโค้ง |
![]() |
ใช้ดีไซน์แบบ 3 มิติคล้าย McLaren แต่ไม่สุดโต่งเท่า จุดที่ต่างคือ Mercedes ขยายแผ่นฐาน (Footplate) เข้าหาด้านในตัวรถมากขึ้นเพื่อให้พื้นผิวใกล้กับพื้นถนนมากที่สุด และมีครีบแนวตั้งขนาดเล็กที่ขอบหลังเพื่อช่วยรีดลมออกด้านข้าง |
แผงกั้นลมและนวัตกรรมใต้ท้องรถที่เปลี่ยนไป
![]() |
ใช้แผ่นจัดระเบียบลมในแนวตั้ง (Vertical) เพื่อจัดการกับความปั่นป่วนของลมที่เกิดขึ้นรอบๆ จุดศูนย์กลางของยางหน้า และมีครีบแนวนอนขนาดเล็กช่วย “ตัก” (Scoop) กระแสลมจากยางหน้าเข้าไปในช่องใต้ Sidepod |
![]() |
มาในสไตล์ที่ดุดันกว่าด้วยชุดครีบแนวนอนที่เน้นการจัดการลมที่ไหลผ่านด้านในของยางหน้าโดยเฉพาะ เพื่อกันลมไม่ให้ไปรบกวนส่วนที่เป็น Undercut ของ Sidepod และมีครีบขนาดเล็กเพื่อเชื่อมต่อกระแสลมรอบๆ ยางให้ไหลลื่นที่สุด |
![]() |
มีแนวทางคล้าย Red Bull แต่ดูไม่ดุดันเท่า เป้าหมายหลักคือการป้องกันไม่ให้ลมปั่นป่วนจากยาง (Tyre Squirt) ถูกดูดเข้าไปใต้ท้องรถส่วนหน้า |
ระบบช่วงล่างและกลไกซับแรงกระแทกบริเวณพื้นรถ
![]() |
ให้ความสำคัญกับส่วนนี้มาก โดยการทำ “ทางลาด” (Ramps) ขนาดเล็กไว้ที่แต่ละด้านของแผ่นกันกระแทก (Skid Plate) เพื่อสร้าง “เบาะลม” (Air Cushion) ระหว่างพื้นรถกับแทร็ก ช่วยให้รถสามารถวิ่งในระยะความสูงที่ต่ำได้โดยที่พื้นรถไม่กระแทกพื้นรุนแรงเกินไปในช่วงเบรก |
![]() |
ออกแบบพื้นที่ส่วนนี้เป็นทรงลิ่ม (Wedge-shaped) ปกติ แต่ภายในมีการซ่อนกลไกคล้าย “สวิงอาร์มของมอเตอร์ไซค์” ซึ่งมีสปริงและตัวหน่วงการสั่นสะเทือน (Damper) ตามกฎข้อบังคับ กลไกนี้ช่วยให้พื้นรถส่วนหน้าสามารถยืดหยุ่นตัวขึ้นด้านบนได้เมื่อวิ่งทับเคิร์บ (Kerb) แต่จะไม่ขยับเมื่อเจอแรงกดอากาศปกติบนทางวิ่ง |
![]() |
ใช้กลไกสวิงอาร์มที่คล้ายกับ Red Bull ซึ่งเกือบทุกทีมในพิตเลนก็น่าจะใช้แนวทางที่คล้ายคลึงกันนี้เช่นกัน |
สรุปทิศทางการแข่งขันในฤดูกาล 2026
รถ F1 2026 แม้ว่ารถแข่งปี 2026 จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา แต่เราเห็นได้ชัดว่า McLaren เน้นไปที่ความเสถียรของตัวรถ Red Bull เน้นความดิบและความแม่นยำของระบบกลไก ส่วน Mercedes เน้นการเก็บรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด สงครามเทคโนโลยีครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และการอัปเดตในช่วงต้นฤดูกาลจะเป็นตัวชี้วัดว่าแนวทางของใครคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับยุคใหม่ของ Formula 1
อ้างอิงข้อมูลและขอขอบคุณภาพจาก : The Race
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand










