Nissan Versa 2026 หรือจะมาแทน ALMERA หน้าใหม่ จอใหญ่ เปิดตัวในเม็กซิโก
ในขณะที่ตลาดโลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่รถยนต์ซีดานขนาดเล็ก (Sub-compact Sedan) ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหลายภูมิภาค ล่าสุด Nissan Mexicana ได้ประกาศเริ่มสายการผลิต All-New Nissan Versa 2026 อย่างเป็นทางการ ณ โรงงาน Aguascalientes A1 ซึ่งเป็นการปรับโฉมครั้งสำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้ดูทันสมัยและพรีเมียมยิ่งขึ้น
ดีไซน์ใหม่สะกดทุกสายตา (Exterior Redesign)
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดของ Nissan Versa 2026 คือส่วนหน้าของรถที่ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจาก Nissan Murano และ Nissan Rogue รุ่นล่าสุด โดยเปลี่ยนมาใช้ไฟหน้าแบบสองชั้น (Split Headlights) ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) ถูกจัดวางอยู่ส่วนบนสุดติดกับขอบฝากระโปรง เชื่อมต่อด้วยแถบสีดำเงาที่ประดับโลโก้ Nissan แบบใหม่ ส่วนไฟหลักจะถูกฝังไว้ที่กันชนด้านล่าง ทำให้ตัวรถดูเตี้ยและกว้างขึ้นกว่าเดิม
ด้านท้ายมีการปรับปรุงไฟท้ายใหม่และเพิ่มแถบตกแต่งสี Piano Black เชื่อมต่อระหว่างไฟท้ายทั้งสองข้าง พร้อมสัญลักษณ์ชื่อรุ่น “Versa” ตรงกลางฝาท้าย เพิ่มลุคสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว
ขุมพลังและสมรรถนะที่ไว้ใจได้
สำหรับสเปกที่เปิดตัวในเม็กซิโก Nissan Versa 2026 ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร 4 สูบ ให้พละกำลังสูงสุด 118 แรงม้า และแรงบิด 110 ฟุต-ปอนด์ (น้อยกว่าสเปกอเมริกาเล็กน้อย) ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ Xtronic CVT ที่ปรับจูนมาเพื่อความประหยัดน้ำมัน และยังคงมีตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 5 สปีดสำหรับรุ่นเริ่มต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากแล้วในรถยุคปัจจุบัน
เทคโนโลยีภายในและความปลอดภัยขั้นสูง
ภายในห้องโดยสารมีการยกระดับวัสดุตกแต่งให้ดูพรีเมียมขึ้น โดยรุ่นท็อปจะมาพร้อมกับหน้าจอ Infotainment ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบเสียง Bose Premium Audio พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง (รวมลำโพงที่พนักพิงศีรษะคู่หน้า)
ในด้านความปลอดภัย Nissan Versa 2026 มาพร้อมระบบ Nissan Intelligent Mobility แบบครบวงจร ได้แก่:
-
Intelligent Emergency Braking (ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ)
-
Blind Spot Warning & Intervention (ระบบเตือนและช่วยควบคุมรถเมื่อมีรถในจุดอับสายตา)
-
Lane Departure Warning & Prevention (ระบบเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน)
-
Rear Cross Traffic Alert (ระบบเตือนขณะถอยรถ)
วิเคราะห์สถานการณ์ในไทย (2569)
ปัจจุบัน Nissan Motor Thailand เพิ่งจะขยับตัวด้วยการส่ง Nissan Almera MY2026 รุ่นปรับปรุงมาตรฐานไอเสีย Euro 6 เข้าสู่ตลาดเมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นการ “ปรับส่งท้าย” หรือลากจำหน่ายเพื่อรอการเปลี่ยนโฉมใหญ่ (Big Minorchange หรือ Model Change)
กูรูหลายสำนักคาดการณ์ว่า ดีไซน์จากเม็กซิโกรุ่นนี้แหละ คือ “ว่าที่ Almera ใหม่” ที่จะเข้าสู่สายการผลิตในไทยในช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 โดยมีความเป็นไปได้สูงว่าจะยังคงขุมพลังเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ เอาไว้ แต่อาจมีการปรับจูนแรงม้าและแรงบิดให้ตอบสนองดีขึ้นเพื่อรับกับมาตรฐานไอเสียใหม่
สิ่งที่ต้องลุ้น: e-POWER จะมาไหม?
ความท้าทายของ Nissan ในประเทศไทยคือการสู้กับรถยนต์ Hybrid และ EV จากแบรนด์จีน หาก Almera โฉมใหม่ต้องการขึ้นเป็นผู้นำตลาดอีกครั้ง การนำระบบ e-POWER มาใส่อาจจะเป็นไม้ตายสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูว่า Nissan จะสามารถคุมต้นทุนให้อยู่ในกลุ่มรถยนต์ประหยัด (B-Segment / Eco Car) ได้หรือไม่


