SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

สงกรานต์ 2569

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 กำลังถูกจารึกว่าเป็นปีที่คนไทยต้องเผชิญกับบทดสอบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ราคาน้ำมันสงกรานต์ 2569 กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการท่องเที่ยวและการกลับภูมิลำเนา ข้อมูล ณ วันที่ 6 เมษายน 2569 แสดงให้เห็นถึงตัวเลขราคาขายปลีกหน้าปั๊มที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของรถกระบะและรถขนส่งสาธารณะที่พุ่งทะลุ 50.54 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลพรีเมียมทะยานไปถึง 70.44 บาทต่อลิตร สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อค่าครองชีพและกำลังซื้อของประชาชนในช่วงเวลาที่ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่สุดของปี

ตารางราคาน้ำมันขายปลีกปัจจุบันและคาดการณ์ทิศทางช่วง 7 วันอันตราย

ข้อมูลราคาน้ำมัน ณ วันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมการวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (11-17 เมษายน 2569) เพื่อสรุปสภาวะพลังงานรายประเภทดังนี้:

ประเภทน้ำมัน ราคาปัจจุบัน (บาท/ลิตร) แนวโน้ม 7 วันอันตราย สถานะแนวโน้ม
เบนซิน 95 52.54 53.00 – 55.00 ⬆️ ปรับขึ้นรุนแรง
ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 53.04 54.00 – 55.50 ⬆️ ขาขึ้น
แก๊สโซฮอล์ 95 43.95 44.50 – 45.00 ⬆️ ขาขึ้น
แก๊สโซฮอล์ 91 43.58 44.00 – 44.50 ⬆️ ขาขึ้น
แก๊สโซฮอล์ E20 38.95 39.50 – 40.00 ⬆️ จ่อทะลุ 40
แก๊สโซฮอล์ E85 34.89 35.50 – 36.00 ⬆️ ขาขึ้น
ดีเซล 50.54 50.54 – 52.00 ⚠️ วิกฤต/เฝ้าระวัง
ดีเซลพรีเมียม 70.44 70.44 – 72.00 ⚠️ วิกฤตนิวไฮ
ดีเซล B20 45.54 45.54 – 47.00 ⬆️ ขาขึ้น
แก๊ส NGV 16.66 16.66 – 17.50 ⬆️ จ่อปรับขึ้น

วิเคราะห์ปัจจัยระดับโลก: สงครามและภูมิรัฐศาสตร์ที่กำหนดต้นทุนไทย

สาเหตุพื้นฐานที่ทำให้ ราคาน้ำมัน 2569 พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและวิกฤตการเดินเรือในทะเลแดงที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย การสู้รบที่ยืดเยื้อส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกตึงตัว ประกอบกับนโยบายของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ที่ยังคงจำกัดการผลิตเพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันให้อยู่ในเกณฑ์สูง ประเทศไทยซึ่งต้องนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 80% จึงได้รับผลกระทบโดยตรงจากส่วนต่างของราคาตลาดโลกและค่าระวางเรือที่พ่วงมากับต้นทุนการนำเข้า ส่งผลให้ราคาขายปลีกในประเทศต้องปรับฐานขึ้นตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขอขอบคุณภาพจาก : Kaohoon

เปรียบเทียบวิธีจัดการของรัฐบาล: ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์

ความเหลื่อมล้ำของราคาน้ำมันเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนตั้งคำถาม:

  • ประเทศมาเลเซีย: รัฐบาลยังคงใช้นโยบายอุดหนุนราคาอย่างหนัก (Subsidies) โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน RON 95 ที่มีราคาถูกกว่าไทยเกือบเท่าตัว เนื่องจากเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมัน และใช้กำไรจากบริษัทพลังงานแห่งชาติอย่าง Petronas เข้ามาแบกรับภาระแทนประชาชน

  • ประเทศสิงคโปร์: ใช้ระบบตลาดเสรีเต็มรูปแบบและมีการเก็บภาษีสรรพสามิตรวมถึงภาษีคาร์บอนในระดับสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในสิงคโปร์สูงกว่าไทย แต่ประชาชนได้รับสวัสดิการด้านขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมทดแทน

  • ประเทศไทย: ใช้ระบบผสมผสานผ่าน “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” แต่ในปี 2569 สถานะกองทุนติดลบมหาศาลจากการพยุงราคาในอดีต ทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของทีมเศรษฐกิจใหม่และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ต้องเผชิญกับโจทย์หินในการหาจุดสมดุลระหว่างการพยุงราคาเพื่อช่วยเหลือประชาชนและการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของกองทุนฯ

ดราม่าภายในประเทศ ปมน้ำมันหาย 57 ล้านลิตรและการกักตุนสินค้า

อีกหนึ่งชนวนเหตุที่ทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภคคือกรณี น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับเป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลพบความผิดปกติในขั้นตอนการขนส่งทางทะเลที่น้ำมันออกจากต้นทางแต่ไม่ถึงปลายทางในปริมาณที่ถูกต้อง พฤติการณ์นี้ส่อเค้าไปถึงการกักตุนน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และมาตรา 10 เพื่อรอจังหวะปรับขึ้นราคาในช่วงเทศกาล รวมถึงการลักลอบขายน้ำมันออกนอกระบบ ส่งผลให้อุปทานน้ำมันในบางพื้นที่ขาดแคลนและทำให้ราคาขายปลีกไม่สะท้อนความเป็นจริงตามกลไกตลาด

ผลกระทบลูกโซ่ ทำไมคนไทยถึง “ไม่อยากกลับบ้าน” ในปีนี้

แรงกระตุ้นเชิงลบที่ทำให้ปริมาณการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงสงกรานต์ปี 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบด้วย:

  1. ต้นทุนการเดินทางที่พุ่งสูงจนทะลุเพดาน: เมื่อดีเซลขยับไปที่ 50.54 บาทต่อลิตร การเดินทางระยะไกลกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯ-สงขลา ต้องใช้งบค่าน้ำมันไป-กลับสูงถึง 6,000 – 8,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ขั้นต่ำ ทำให้คนไทยจำนวนมากเลือกที่จะพับแผนการเดินทาง

  2. วิกฤตคมนาคมและปัญหา “ภูเก็ตอัมพาต”: กรณีแท็กซี่ภูเก็ตหยุดวิ่งประท้วงน้ำมันแพงและปัญหาแอปพลิเคชันเถื่อน สะท้อนถึงสภาวะที่ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะแบกรับต้นทุนไม่ไหว ประชาชนจึงกังวลว่าหากเดินทางไปถึงต่างจังหวัดแล้วจะเจอกับราคาค่าโดยสารสาธารณะที่แพงหูฉี่หรือไม่มีรถให้บริการ

  3. ภาวะเงินเฟ้อกัดกินงบประมาณของฝาก: เมื่อน้ำมันแพง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็ปรับตัวขึ้นตามค่าขนส่ง ประชาชนมีความรู้สึกว่า “เงินหมื่นในกระเป๋า” มีมูลค่าลดลง งบประมาณที่เคยเตรียมไว้สำหรับสรงน้ำขอพรผู้ใหญ่และซื้อของฝากจึงถูกใช้ไปกับค่าน้ำมันและค่าอาหารระหว่างทางจนหมด

ทางออกและการปรับตัว ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

จากวิกฤต ราคาน้ำมันสงกรานต์ 2569 ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคในไทยเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในงาน Motor Show ที่ผ่านมาคือคำตอบของการหนีจากวงจรฟอสซิล นโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและการปฏิรูปโครงสร้างค่าการกลั่นให้โปร่งใสมากขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของนายเอกนิติ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยรอดพ้นจากกับดักราคาพลังงานในระยะยาว การเปิดเผยต้นทุนที่แท้จริงและลดส่วนต่างกำไรแฝงของโรงกลั่นคือสิ่งที่ประชาชนเฝ้ารอเพื่อความเป็นธรรมในการใช้พลังงานระดับชาติ

บทสรุป: บทเรียนจากสงกรานต์ยุคน้ำมันแพงและการก้าวต่อไปของพลังงานไทย

บทสรุปของ ราคาน้ำมันสงกรานต์ 2569 คือภาพสะท้อนของความเปราะบางในโครงสร้างพลังงานไทย ราคาดีเซล 50 บาท และพรีเมียม 70 บาท ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่คืออุปสรรคที่ขัดขวางสายสัมพันธ์ในสถาบันครอบครัวที่คนไทยให้ความสำคัญที่สุด การที่ประชาชนเลือกที่จะไม่ออกเดินทางคือเสียงสะท้อนที่ดังที่สุดว่าพวกเขาแบกรับภาระต่อไปไม่ไหวแล้ว ความท้าทายหลังจากนี้คือการสะสางปมทุจริตน้ำมันหาย และการสร้างกลไกราคาที่เป็นธรรมอย่างแท้จริง เพื่อให้สงกรานต์ในปีต่อๆ ไป “การกลับบ้าน” จะไม่ต้องแลกมาด้วยความเดือดร้อนทางการเงินอย่างแสนสาหัสเช่นนี้อีก

ก้าวสู่ยุคใหม่ที่พลังงานสะอาดต้องเข้ามาเป็นฟันเฟืองหลัก การปฏิรูปโครงสร้างราคาที่เป็นธรรมภายใต้ธรรมาภิบาลคือคำตอบเดียวที่จะนำความสุขกลับคืนสู่เทศกาลของคนไทยอย่างยั่งยืนติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เจาะลึกทุกเรื่องราวของวงการยานยนต์และพลังงานได้ที่เพจ Superbike X Superdrive ไม่พลาดทุกประเด็นร้อนที่คนใช้รถต้องรู้

Peak SuperBikeMag

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

ราคาน้ำมันสงกรานต์ 2569 วิเคราะห์แนวโน้ม 7 วันอันตรายและวิกฤตพลังงานไทย

สงกรานต์ 2569

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 กำลังถูกจารึกว่าเป็นปีที่คนไทยต้องเผชิญกับบทดสอบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ราคาน้ำมันสงกรานต์ 2569 กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการท่องเที่ยวและการกลับภูมิลำเนา ข้อมูล ณ วันที่ 6 เมษายน 2569 แสดงให้เห็นถึงตัวเลขราคาขายปลีกหน้าปั๊มที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของรถกระบะและรถขนส่งสาธารณะที่พุ่งทะลุ 50.54 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลพรีเมียมทะยานไปถึง 70.44 บาทต่อลิตร สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อค่าครองชีพและกำลังซื้อของประชาชนในช่วงเวลาที่ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่สุดของปี

ตารางราคาน้ำมันขายปลีกปัจจุบันและคาดการณ์ทิศทางช่วง 7 วันอันตราย

ข้อมูลราคาน้ำมัน ณ วันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมการวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (11-17 เมษายน 2569) เพื่อสรุปสภาวะพลังงานรายประเภทดังนี้:

ประเภทน้ำมัน ราคาปัจจุบัน (บาท/ลิตร) แนวโน้ม 7 วันอันตราย สถานะแนวโน้ม
เบนซิน 95 52.54 53.00 – 55.00 ⬆️ ปรับขึ้นรุนแรง
ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 53.04 54.00 – 55.50 ⬆️ ขาขึ้น
แก๊สโซฮอล์ 95 43.95 44.50 – 45.00 ⬆️ ขาขึ้น
แก๊สโซฮอล์ 91 43.58 44.00 – 44.50 ⬆️ ขาขึ้น
แก๊สโซฮอล์ E20 38.95 39.50 – 40.00 ⬆️ จ่อทะลุ 40
แก๊สโซฮอล์ E85 34.89 35.50 – 36.00 ⬆️ ขาขึ้น
ดีเซล 50.54 50.54 – 52.00 ⚠️ วิกฤต/เฝ้าระวัง
ดีเซลพรีเมียม 70.44 70.44 – 72.00 ⚠️ วิกฤตนิวไฮ
ดีเซล B20 45.54 45.54 – 47.00 ⬆️ ขาขึ้น
แก๊ส NGV 16.66 16.66 – 17.50 ⬆️ จ่อปรับขึ้น

วิเคราะห์ปัจจัยระดับโลก: สงครามและภูมิรัฐศาสตร์ที่กำหนดต้นทุนไทย

สาเหตุพื้นฐานที่ทำให้ ราคาน้ำมัน 2569 พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและวิกฤตการเดินเรือในทะเลแดงที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย การสู้รบที่ยืดเยื้อส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกตึงตัว ประกอบกับนโยบายของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ที่ยังคงจำกัดการผลิตเพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันให้อยู่ในเกณฑ์สูง ประเทศไทยซึ่งต้องนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 80% จึงได้รับผลกระทบโดยตรงจากส่วนต่างของราคาตลาดโลกและค่าระวางเรือที่พ่วงมากับต้นทุนการนำเข้า ส่งผลให้ราคาขายปลีกในประเทศต้องปรับฐานขึ้นตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขอขอบคุณภาพจาก : Kaohoon

เปรียบเทียบวิธีจัดการของรัฐบาล: ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์

ความเหลื่อมล้ำของราคาน้ำมันเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนตั้งคำถาม:

  • ประเทศมาเลเซีย: รัฐบาลยังคงใช้นโยบายอุดหนุนราคาอย่างหนัก (Subsidies) โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน RON 95 ที่มีราคาถูกกว่าไทยเกือบเท่าตัว เนื่องจากเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมัน และใช้กำไรจากบริษัทพลังงานแห่งชาติอย่าง Petronas เข้ามาแบกรับภาระแทนประชาชน

  • ประเทศสิงคโปร์: ใช้ระบบตลาดเสรีเต็มรูปแบบและมีการเก็บภาษีสรรพสามิตรวมถึงภาษีคาร์บอนในระดับสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในสิงคโปร์สูงกว่าไทย แต่ประชาชนได้รับสวัสดิการด้านขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมทดแทน

  • ประเทศไทย: ใช้ระบบผสมผสานผ่าน “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” แต่ในปี 2569 สถานะกองทุนติดลบมหาศาลจากการพยุงราคาในอดีต ทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของทีมเศรษฐกิจใหม่และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ต้องเผชิญกับโจทย์หินในการหาจุดสมดุลระหว่างการพยุงราคาเพื่อช่วยเหลือประชาชนและการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของกองทุนฯ

ดราม่าภายในประเทศ ปมน้ำมันหาย 57 ล้านลิตรและการกักตุนสินค้า

อีกหนึ่งชนวนเหตุที่ทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภคคือกรณี น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับเป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลพบความผิดปกติในขั้นตอนการขนส่งทางทะเลที่น้ำมันออกจากต้นทางแต่ไม่ถึงปลายทางในปริมาณที่ถูกต้อง พฤติการณ์นี้ส่อเค้าไปถึงการกักตุนน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และมาตรา 10 เพื่อรอจังหวะปรับขึ้นราคาในช่วงเทศกาล รวมถึงการลักลอบขายน้ำมันออกนอกระบบ ส่งผลให้อุปทานน้ำมันในบางพื้นที่ขาดแคลนและทำให้ราคาขายปลีกไม่สะท้อนความเป็นจริงตามกลไกตลาด

ผลกระทบลูกโซ่ ทำไมคนไทยถึง “ไม่อยากกลับบ้าน” ในปีนี้

แรงกระตุ้นเชิงลบที่ทำให้ปริมาณการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงสงกรานต์ปี 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบด้วย:

  1. ต้นทุนการเดินทางที่พุ่งสูงจนทะลุเพดาน: เมื่อดีเซลขยับไปที่ 50.54 บาทต่อลิตร การเดินทางระยะไกลกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯ-สงขลา ต้องใช้งบค่าน้ำมันไป-กลับสูงถึง 6,000 – 8,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ขั้นต่ำ ทำให้คนไทยจำนวนมากเลือกที่จะพับแผนการเดินทาง

  2. วิกฤตคมนาคมและปัญหา “ภูเก็ตอัมพาต”: กรณีแท็กซี่ภูเก็ตหยุดวิ่งประท้วงน้ำมันแพงและปัญหาแอปพลิเคชันเถื่อน สะท้อนถึงสภาวะที่ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะแบกรับต้นทุนไม่ไหว ประชาชนจึงกังวลว่าหากเดินทางไปถึงต่างจังหวัดแล้วจะเจอกับราคาค่าโดยสารสาธารณะที่แพงหูฉี่หรือไม่มีรถให้บริการ

  3. ภาวะเงินเฟ้อกัดกินงบประมาณของฝาก: เมื่อน้ำมันแพง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็ปรับตัวขึ้นตามค่าขนส่ง ประชาชนมีความรู้สึกว่า “เงินหมื่นในกระเป๋า” มีมูลค่าลดลง งบประมาณที่เคยเตรียมไว้สำหรับสรงน้ำขอพรผู้ใหญ่และซื้อของฝากจึงถูกใช้ไปกับค่าน้ำมันและค่าอาหารระหว่างทางจนหมด

ทางออกและการปรับตัว ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

จากวิกฤต ราคาน้ำมันสงกรานต์ 2569 ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคในไทยเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในงาน Motor Show ที่ผ่านมาคือคำตอบของการหนีจากวงจรฟอสซิล นโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและการปฏิรูปโครงสร้างค่าการกลั่นให้โปร่งใสมากขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของนายเอกนิติ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยรอดพ้นจากกับดักราคาพลังงานในระยะยาว การเปิดเผยต้นทุนที่แท้จริงและลดส่วนต่างกำไรแฝงของโรงกลั่นคือสิ่งที่ประชาชนเฝ้ารอเพื่อความเป็นธรรมในการใช้พลังงานระดับชาติ

บทสรุป: บทเรียนจากสงกรานต์ยุคน้ำมันแพงและการก้าวต่อไปของพลังงานไทย

บทสรุปของ ราคาน้ำมันสงกรานต์ 2569 คือภาพสะท้อนของความเปราะบางในโครงสร้างพลังงานไทย ราคาดีเซล 50 บาท และพรีเมียม 70 บาท ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่คืออุปสรรคที่ขัดขวางสายสัมพันธ์ในสถาบันครอบครัวที่คนไทยให้ความสำคัญที่สุด การที่ประชาชนเลือกที่จะไม่ออกเดินทางคือเสียงสะท้อนที่ดังที่สุดว่าพวกเขาแบกรับภาระต่อไปไม่ไหวแล้ว ความท้าทายหลังจากนี้คือการสะสางปมทุจริตน้ำมันหาย และการสร้างกลไกราคาที่เป็นธรรมอย่างแท้จริง เพื่อให้สงกรานต์ในปีต่อๆ ไป “การกลับบ้าน” จะไม่ต้องแลกมาด้วยความเดือดร้อนทางการเงินอย่างแสนสาหัสเช่นนี้อีก

ก้าวสู่ยุคใหม่ที่พลังงานสะอาดต้องเข้ามาเป็นฟันเฟืองหลัก การปฏิรูปโครงสร้างราคาที่เป็นธรรมภายใต้ธรรมาภิบาลคือคำตอบเดียวที่จะนำความสุขกลับคืนสู่เทศกาลของคนไทยอย่างยั่งยืนติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เจาะลึกทุกเรื่องราวของวงการยานยนต์และพลังงานได้ที่เพจ Superbike X Superdrive ไม่พลาดทุกประเด็นร้อนที่คนใช้รถต้องรู้

Peak SuperBikeMag

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถยนต์ไฟฟ้า