หล่อสปอร์ตอย่างกับ XMAX ไฟฟ้า! เปิดสเปกและราคา Yadea GT80 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบิ๊กสกู๊ตเตอร์ ออปชันแน่นราคาต่ำกว่าหกหมื่น
ในยุค พ.ศ. 2026 ที่ราคาน้ำมันขยับขึ้นเก่งยิ่งกว่าเงินเดือนของพวกเรา การมองหาทางเลือกใหม่ในการเดินทางกลายเป็นภารกิจหลักของคนเมือง และแน่นอนว่าตลาด ข่าวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ในบ้านเรากำลังเดือดจนปรอทแตก ล่าสุดยาเดีย แบรนด์ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะยอดขายอันดับ 1 ของโลก 9 ปีซ้อน ได้ทำการส่งหมัดเด็ดลงมาเขย่ากระเป๋าสตางค์ไบค์เกอร์ไทยด้วยการส่งเจ้า Yadea GT80 รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 100% สไตล์บิ๊กสกู๊ตเตอร์ลำโตที่มาพร้อมหน้าตาหล่อเหลาคมคายชนิดที่ถ้าปิดโลโก้แบรนด์ไว้ หลายคนต้องทักว่านี่มันรถสกู๊ตเตอร์น้ำมันคลาส 300cc ตัวท็อปชัดๆ แต่ทว่าค่าตัวของมันเปิดออกมาได้น่ารักน่าคบหาเริ่มต้นเพียง 57,900 บาทเท่านั้น งานนี้ทำเอาค่ายรถน้ำมันดั้งเดิมและค่ายรถไฟฟ้าโนเนมถึงกับต้องนั่งกุมขมับ เพราะออปชันที่ยัดมาให้ในคันนี้มันเกินราคาไปไกลมาก

ดีไซน์สปอร์ตดุดัน มิติใหญ่สะใจสไตล์บิ๊กสกู๊ตเตอร์
รูปลักษณ์ภายนอกของ Yadea GT80 ถือเป็นจุดขายสำคัญที่ดึงดูดสายตาตั้งแต่แรกเห็น ตัวรถมาพร้อมทรวดทรงหน้ายาวท้ายโมเดิร์น ไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED รอบคันที่ออกแบบมาได้อย่างเฉียบคม มิติตัวถังใหญ่โตกำยำให้ท่านั่งที่สะดวกสบาย สไตล์การออกแบบรองรับการขับขี่เดินทางไกลและใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัว ชิลด์หน้าขนาดใหญ่ช่วยลดแรงลมปะทะตัวผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี พื้นที่เบาะนั่งกว้างขวางแบ่งชั้นชัดเจนระหว่างคนขี่และคนซ้อน นั่งแล้วไม่รู้สึกอึดอัดอับทึบเหมือนรถไฟฟ้าไซส์มินิทั่วไป
เมื่อลองขึ้นไปนั่งคร่อมและก้มมองที่แผงคอนโซล จะพบกับหน้าจอแสดงผลแบบ TFT full-colour อัจฉริยะที่ให้ความคมชัดและกราฟิกที่สวยงามล้ำสมัย รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่าน Yadea App เพื่อตรวจสอบสถานะตัวรถ บันทึกข้อมูลการเดินทาง และระบบจัดการอัจฉริยะต่างๆ ซึ่งในมุมมองของคนที่ชื่นชอบการอ่าน รีวิวมอไซค์ จะรู้ดีว่าหน้าจอสีระดับนี้มักจะสงวนไว้ให้เฉพาะรถบิ๊กไบค์ราคาหลักแสนเท่านั้น การที่ใส่มาให้ในรถราคาระดับนี้ถือเป็นโบนัสชิ้นโตสำหรับผู้บริโภคยุคนี้
ขุมพลังมอเตอร์ 3,000 วัตต์ ไต่ทางชันสบายใจไม่ลุ้นจนเยี่ยวเหนียว
หมดสบประมาทเรื่องรถไฟฟ้าอืดอาดคลานเป็นเต่าต้มไปได้เลย เพราะเจ้า Yadea GT80 พกพามอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง TTFAR Hyper Motor แบบ Wheel Hub Motor ที่ให้กำลังพิกัดแรงสะใจถึง 3,000 วัตต์ ปลดปล่อยแรงบิดสูงสุดมหาศาลถึง 145 นิวตันเมตร กดคันเร่งไฟฟ้าปุ๊บตัวรถพร้อมพุ่งทะยานออกไปทันทีโดยไม่มีอาการรอรอบให้เสียอารมณ์ สามารถทำความเร็วสูงสุดท็อปสปีดได้ที่ 80-85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่เพียงพอและปลอดภัยสำหรับการใช้งานวิ่งข้ามเขตในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ
เรื่องการขึ้นสะพานหรือทางลาดชันที่หลายคนกังวลใจ รถรุ่นนี้สามารถไต่ความชันได้สูงถึง 17 องศา แถมยังมีระบบระบายความร้อนขั้นสูงเสริมเข้ามาเพื่อความทนทานยามต้องบดคันเร่งยาวๆ มีโหมดการขับขี่ให้เลือกปรับตามใจชอบตั้งแต่โหมดประหยัดพลังงาน TTFAR ไปจนถึงโหมด Turbo เพิ่มความสะใจยามต้องการเร่งแซง หากใครที่ชอบตามอ่าน ข่าวมอไซค์ เป็นประจำ จะพบว่านี่คือการปฏิวัติสมรรถนะของรถสองล้อไฟฟ้าที่ก้าวขึ้นมาทดแทนรถน้ำมันคลาส 125-150cc ได้อย่างเต็มตัวแล้ว
เจาะสเปกแบตเตอรี่และความต่างของรุ่นย่อย GT80 VS GT80P
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการระยะทางที่แตกต่างกัน ทางค่ายจึงส่งทางเลือกมาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เลือกสรรถึง 2 รุ่นย่อยหลักๆ นั่นคือรุ่นมาตรฐาน และรุ่นอัปเกรดรหัสรุนแรงอย่าง GT80P โดยจุดแตกต่างสำคัญจะอยู่ที่ขนาดความจุของแบตเตอรี่และราคาจำหน่าย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ TTFAR High-Energy LFP Battery แรงดันสูง 72V เท่ากัน มีระบบ BMS คอยมอนิเตอร์ความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ และผ่านมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX7 โครงสร้างซีลแน่นหนาหายห่วงยามต้องลุยน้ำขังรอการระบายในบ้านเรา โดยสามารถจำแนกความต่างของทั้งสองรุ่นย่อยได้ดังนี้
| รุ่นย่อย | ขนาดความจุแบตเตอรี่ | ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC) | ราคาจำหน่ายโดยประมาณ |
| GT80 (รุ่นมาตรฐาน) | 75V 50Ah | 110 กิโลเมตร | 57,900 – 69,900 บาท |
| GT80 P (รุ่นท็อปแบตใหญ่) | 75V 80Ah | 170 กิโลเมตร | 79,900 บาท |
ตัวเลขระยะทางวิ่งไกลสูงสุดระดับ 110 ถึง 170 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ถือว่าครอบคลุมการใช้งานวิ่งวินมอเตอร์ไซค์ ขี่ส่งของไรเดอร์ หรือขี่ไป-กลับที่ทำงานตลอดทั้งสัปดาห์ได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องคอยมองหาปลั๊กชาร์จไฟบ่อยๆ ส่วนการชาร์จไฟกลับก็ทำได้รวดเร็วทันใจผ่านระบบ Fast Charging ใช้เวลาเพียง 4-5 ชั่วโมง แบตเตอรี่ก็พร้อมกลับมาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อเทียบสเปกตรงนี้ในหมวด รีวิวมอไซค์ไฟฟ้า แล้ว ถือว่าตระกูลนี้ทำตัวเลขออกมาได้น่าประทับใจและเสถียรมากในแง่ของโครงสร้างน้ำหนักตัวรถรวมแบตเตอรี่ที่ไม่หนักจนเกินไป
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่จัดเต็มระดับพรีเมียม
นอกจากมอเตอร์แรงและแบตเตอรี่อึดแล้ว สิ่งที่ทำให้ Yadea GT80 โดดเด่นกว่ารถค่ายอื่นในพิกัดราคาเดียวกันคือ ระบบความปลอดภัยที่ใส่มาให้แบบไม่มีกั๊ก ตัวรถติดตั้งระบบเบรกดิสก์หน้า-หลัง พร้อมระบบป้องกันล้อล็อกแบบ Dual-Channel ABS คอยตรวจจับสัญญาณความเร็วล้อและควบคุมแรงดันเบรกอย่างแม่นยำ ไม่พอ! ยังแถมระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction Control System) มาให้อีกแรง คอยช่วยกระจายกำลังมอเตอร์ยามเจอพื้นถนนลื่น ผิวทางกรวด หรือฝนตกถนนลื่น ทำให้ลดอาการท้ายปัดล้อสไลด์ได้อย่างดีเยี่ยม เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ทุกสภาวะอากาศ
ยังล้ำไม่พอ รถคันนี้ยังมีระบบช่วยเสริมความสะดวกสบายบนทางลาดชันครบวงจร ทั้งระบบ Hill Hold ช่วยค้างรถไว้บนทางลาดชันไม่ให้ไหลถอยหลัง, ระบบ Hill Descent Control ช่วยควบคุมความเร็วออโต้ขณะลงทางชันป้องกันรถพุ่งทะยานเกินควบคุม และระบบ Push Assist คอยช่วยออกแรงดันรถเบาๆ ยามต้องเข็นรถขึ้นเนินชันๆ เรียกว่าออปชันพวกนี้ถ้าไปอยู่ในรถน้ำมันค่ายญี่ปุ่น คงต้องจ่ายเงินทะลุแสนบาทแน่นอน แต่นี่จ่ายค่าตัวในราคาหลักหมื่นกลางๆ ก็ได้เทคโนโลยีความปลอดภัยระดับนี้มาใช้งานแล้ว
บทสรุปความคุ้มค่า ยานยนต์สองล้อไฟฟ้าที่พร้อมเปลี่ยนผ่านชีวิตคนเมือง
สรุปในภาพรวมหลังจากได้ไล่เรียงดู ราคา Yadea GT80 ต้องยอมรับว่ารถไฟฟ้าทรงสปอร์ตบิ๊กสกู๊ตเตอร์ตระกูลนี้ ออกแบบมาเพื่ออุดรอยรั่วและแก้ปัญหาของรถไฟฟ้าเจเนอเรชันเก่าๆ ได้อย่างหมดจด ทั้งมิติตัวรถที่ใหญ่นั่งสบาย ขุมพลังมอเตอร์ 3,000 วัตต์ที่แรงพอสำหรับเร่งแซง และแบตเตอรี่อึดวิ่งไกลสุดถึง 170 กิโลเมตรในรุ่น P พ่วงด้วยระบบความปลอดภัย ABS และ TCS ครบสูตร ใครที่กำลังคอยเช็กข้อมูลตามหน้า ข่าวมอเตอร์ไซค์ เพื่อหารถสองล้อคู่ใจคันใหม่มาใช้งานทดแทนรถน้ำมัน และต้องการความประหยัดค่าน้ำมันแบบเห็นผลทันตาในระยะยาว การหันมาซบตระกูล GT80 รุ่นล่าสุดนี้ ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าน่าลงทุนที่สุดในชั่วโมงนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ คุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์แน่นอน
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com





















