

เมื่อพูดถึงรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการบุกตะลุยเส้นทางออฟโรดอย่างจริงจัง ปี 2026 นับเป็นปีทองของการปะทะกันระหว่างสองค่ายยักษ์ใหญ่ การเปิดตัวของ All-New Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันใหม่บนโครงสร้างแลดเดอร์เฟรมขยายใหญ่ ได้เข้ามาท้าชิงตำแหน่งกับผู้ครองเค้กส่วนแบ่งตลาดสายออปชันแน่นอย่าง Ford Everest การประกบคู่ระหว่าง All-New Pajero 2026 vs Ford Everest จึงกลายเป็น “ศึก SUV ตัวจริง” ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดใน ข่าวยานยนต์และมอเตอร์ไซค์ ขณะนี้
แนวคิดการออกแบบและตำแหน่งการตลาดของทั้งสองรุ่น
All-New Pajero 2026 ถูกยกระดับขึ้นเป็น Flagship Off-Road SUV ขนาดใหญ่ที่เน้นความนุ่มนวลและพื้นที่ห้องโดยสาร ส่วน Ford Everest เน้นภาพลักษณ์พรีเมียมเอสยูวีสไตล์อเมริกันที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและความโปร่งสบาย

มิตซูบิชิ วางเป้าหมายให้ All-New Pajero เป็นรถเอสยูวีเรือธงระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง การพัฒนาบนโครงสร้างแลดเดอร์เฟรมขยายขนาด ช่วยเพิ่มพื้นที่วางขา (Legroom) และพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ ให้กว้างขวางเหนือกว่ารถยนต์ PPV ทั่วไปในท้องตลาด

ขณะที่ Ford Everest สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดอเนกประสงค์ด้วยดีไซน์ภายนอกอันแข็งแกร่ง ไฟหน้า C-Clamp เอกลักษณ์เฉพาะตัว และห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ใครที่ติดตามอ่านบทความ รีวิวมอไซค์ หรือรถยนต์ทางไกล จะทราบดีว่า Ford Everest เป็นรถที่ให้ความรู้สึกมั่นคงในการขับขี่ย่านความเร็วสูงและซับเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง
เจาะลึกขุมพลัง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และเทคโนโลยีช่วงล่าง
Pajero 2026 เด่นด้วยขุมพลัง 2.4L Bi-Turbo จับคู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ S-AWC ที่เฉลี่ยแรงบิดได้ละเอียดแม่นยำ ส่วน Ford Everest เด่นด้วยตัวเลือกเครื่องยนต์ 2.0L Bi-Turbo และ 3.0L V6 Turbo พร้อมระบบ Full-time 4WD
ในด้านสมรรถนะทางวิศวกรรม ทั้งสองค่ายต่างงัดเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของตนเองมาประชันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เพื่อให้เห็นสเปกเปรียบเทียบที่ชัดเจน ทีมงานได้สรุปข้อมูลสเปกของทั้งสองรุ่นร่วมกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันไว้ดังนี้
| รายการเปรียบเทียบ | All-New Mitsubishi Pajero 2026 | Ford Everest (Bi-Turbo / V6) | Toyota Fortuner (GR Sport) |
| ตำแหน่งการตลาด | Flagship Premium Off-Road SUV | Premium Tech SUV / PPV | Mid-size PPV / SUV เจ้าตลาด |
| โครงสร้างแชสซีส์ | แลดเดอร์เฟรมขยายใหญ่ยุคใหม่ | แลดเดอร์เฟรมมาตรฐาน PPV | แลดเดอร์เฟรมมาตรฐาน PPV |
| ขุมพลังเครื่องยนต์ | ดีเซล 2.4L Hyper Power Bi-TURBO | ดีเซล 2.0L Bi-Turbo / 3.0L V6 Turbo | ดีเซล 2.8L GD Turbo |
| พละกำลังสูงสุด | คาดการณ์ 204+ แรงม้า | 210 แรงม้า (2.0L) / 250 แรงม้า (V6) | 224 แรงม้า |
| ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ | Super-All Wheel Control (S-AWC) | Full-time 4WD + Terrain Management | Part-time 4WD / Full-time 4WD |
| จุดเด่นสำคัญ | ช่วงล่างนุ่มนวล ระบบ 4WD ฉลาด | ออปชันล้ำสมัย จอใหญ่ มีเครื่อง V6 | อะไหล่หาง่าย ทนทาน ราคาไม่ตก |
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super-All Wheel Control (S-AWC) ของมิตซูบิชิ ได้รับการพัฒนาถ่ายทอดมาจากรถแข่งแรลลี่ระดับโลก ซึ่งเน้นการใช้อิเล็กทรอนิกส์ช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้างขณะเข้าโค้ง ทำให้ตัวรถทรงตัวได้อย่างมั่นคงบนพื้นถนนเปียกลื่น ขณะที่ระบบ Full-time 4WD ของ Ford Everest เด่นในเรื่องโหมดการขับขี่ที่ปรับเปลี่ยนตามสภาพพื้นผิวได้หลากหลาย (Sand, Mud/Ruts, Tow/Haul)
ฐานการผลิตและกำหนดการเปิดตัวในประเทศไทย
All-New Pajero 2026 ยืนยันผลิตที่โรงงานแหลมฉบัง ประเทศไทย โดยเตรียมเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการหลังจากการเผยโฉมครั้งแรกในโลกที่ญี่ปุ่น วันที่ 2 กันยายน 2026
การใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักของทั้ง All-New Pajero 2026 และ Ford Everest (โรงงาน AAT / FTT จังหวัดระยอง) ส่งผลดีโดยตรงต่อผู้บริโภคชาวไทย ทั้งในเรื่องราคาจำหน่ายที่ไม่มีกำแพงภาษีนำเข้า และความพร้อมของอะไหล่ชิ้นส่วนในการบำรุงรักษาระยะยาว
การขยับตัวของมิตซูบิชิในครั้งนี้ จะช่วยดึงผู้ซื้อที่ต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นอายความพรีเมียมแบบ SUV สากล เข้ามาแข่งขันกับ Ford Everest ที่ครองใจกลุ่มผู้ชอบเทคโนโลยีได้อย่างสนุกสนาน
ความคิดเห็นของ SuperBike x SuperDrive
SuperBike x SuperDrive มองว่า All-New Pajero 2026 vs Ford Everest คือศึกของสองรถยนต์เอสยูวีที่ดีที่สุดในยุคนี้ หากเน้นช่วงล่างนุ่มนวล เข้าโค้งคม และระบบ 4 ล้อเฉลี่ยแรงบิดเนียน Pajero 2026 คือคำตอบ แต่หากชอบพละกำลัง V6 มหาศาล ออปชันหน้าจอใหญ่ล้ำสมัย Everest คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์
ในมุมมองของทีมงาน SuperBike x SuperDrive การชนกันของสองรุ่นนี้ถือเป็น “ศึก SUV ตัวจริง” เพราะทั้งสองค่ายไม่ได้เน้นแค่การทำรถกระบะดัดแปลง (PPV) แบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ ออปชัน และระบบเซฟตี้ขึ้นไปเทียบเท่ากับ SUV หรูราคาแพง
- จุดเด่นที่ทำให้ All-New Pajero 2026 น่าซื้อ: การจับคู่ระหว่างแชสซีส์แลดเดอร์เฟรมยุคใหม่ กับระบบขับเคลื่อน Super-All Wheel Control (S-AWC) มอบฟีลลิงการขับขี่ที่นุ่มนวล ทรงตัวนิ่งยามเข้าโค้งด้วยความเร็ว และไม่ดีดเด้งในทางขรุขระ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวสายเดินทางที่ต้องการความผ่อนคลายตลอดทริปไกลๆ รวมถึงความทนทานของเครื่องยนต์ดีเซล 2.4L Bi-Turbo ที่ซ่อมบำรุงดูแลรักษาง่าย
- จุดเด่นที่ทำให้ Ford Everest น่าซื้อ: ความสะใจของขุมพลัง 3.0L V6 Turbo ที่ให้แรงบิดมหาศาลสำหรับการลากจูงเทรลเลอร์สปอร์ตบิ๊กไบค์หรือเรือแพได้อย่างสบายๆ ผสานกับเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารอย่างหน้าจอ SYNC 4A ขนาด 12 นิ้ว และระบบสั่งการผ่านแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้อย่างครบถ้วน
สรุปแล้ว การตัดสินใจเลือกระหว่างสองรุ่นนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะบุคคล หากคุณต้องการรถเอสยูวีที่เน้นระบบการขับขี่สี่ล้อฉลาดล้ำ ช่วงล่างนุ่มนั่งสบาย และผลิตขึ้นด้วยมาตรฐานความทนทาน All-New Pajero 2026 ถือเป็นหมัดเด็ดที่ไม่ควรมองข้าม ขณะที่ Ford Everest ยังคงเป็นตัวเต็งสำหรับผู้ที่หลงใหลในออปชันล้ำยุคและพละกำลังดีเซล V6 ระดับท็อปคลาส!
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
Ford Everest ในรุ่นเครื่องยนต์ 3.0L V6 Turbo มีพละกำลังสูงสุดที่ 250 แรงม้า ขณะที่ All-New Pajero 2026 ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.4L Bi-Turbo คาดการณ์พละกำลัง 204+ แรงม้า
Pajero 2026 เด่นด้วยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) ควบคุมแรงบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์แม่นยำสูง ส่วน Ford Everest ใช้ระบบ Full-time 4WD พร้อมโหมดการขับขี่ Terrain Management System
ทั้งสองรุ่นทำได้ดีมาก โดย Pajero 2026 ได้เปรียบเรื่องแชสซีส์ขยายใหญ่และความนุ่มนวลเข้าโค้งเนียนตา ขณะที่ Ford Everest ได้เปรียบเรื่องความโปร่งของหน้าจอควบคุม SYNC 4A และพละกำลังแรงบิดมหาศาลในการลากจูง





















