SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ราคาและสเปคมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปคมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
2025 MV Agusta F3 Competizione ผลิตเยอะไม่ไหวเลยทำแค่ 300 คัน

2025 MV Agusta F3 Competizione ผลิตเยอะไม่ไหวเลยทำแค่ 300 คัน 2025 MV Agusta F3 Competizione ซูเปอร์สปอร์ตตัวโหดรุ่นใหม่จากค่าย MV Agusta ที่มาพร้อมความเป็นลิมิเต็ดเพราะผลิตจำนวนจำกัดเพียงแค่ 300 คันเท่านั้น ตัวรถใช้พื้นฐานจากรุ่น F3 RR ที่เปิดตัวในปี 2022 ซึ่งในโมเดลใหม่นี้มาพร้อมปีกข้างที่ช่วยสร้างแรงกด ระบบ IMU พัฒนาใหม่ ระบบเบรก ABS  การออกแบบดีไซน์ หน้าตาหล่อ โฉบเฉี่ยวตามสไตล์หนุ่มหล่อจากประเทศอิตาลี มาพร้อมปีกข้างเสริมแรงกด โดยสามารถสร้างแรงกดที่ด้านหน้าถึง 8 กิโลกรัมเมื่อขับขี่ที่ความเร็วประมาณ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อีกทั้งน้ำหนักรถยังเบากว่า F3 RR ถึง 14 กิโลกรัม (159 กิโลกรัม ) มาพร้อมชุดอุปกรณ์สนามแข่ง เช่น ท่อไอเสีย Akrapovič แบบไทเทเนียม, ผ้าคลุมรถ, ฝาครอบเบาะไฟเบอร์กลาส และใบรับรองความเป็นของแท้ โดยรถทุกคันจะมีหมายเลขกำกับเพื่อยืนยันความเป็นเอกลักษณ์ เครื่องยนต์ทรงพลัง ขุมพลังที่พัฒนาใหม่ เครื่องยนต์ 3 สูบเรียงขนาด 798 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พละกำลังอยู่ที่ 147 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที แรงบิด 88 นิวตันเมตรที่ 10,100 รอบต่อนาที เมื่อใช้ชุดท่อไอเสีย Akrapovič รุ่นใหม่แรงม้าจะกระโดดเพิ่มเป็น 157.8 แรงม้า F3 Competizione อีกทั้งในโมเดลใหม่นี้ยังมีการปรับมาตรฐานไอเสียใหม่เพื่อรองรับกับมาตรฐาน Euro5+ อีกทั้งยังมาพร้อม คลัตช์เสริม และ slipper clutch แบบ 9 จาน ซึ่งคลัตช์นี้ช่วยลดแรงที่ต้องใช้ในการบีบก้านคลัตช์ด้านซ้ายได้ถึง 50% ทำให้การออกตัวและหยุดรถง่ายขึ้น และมีระบบ Quickshifter แบบขึ้น/ลง เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นมากยิ่งขึ้น ช่วงล่างให้มาแบบทำถึง ระบบกันสะเทือนหน้าโช้คอัพหน้าแบบหัวกลับจาก Öhlins NIX30 ขนาด 43 มม. ที่สามารถปรับได้เต็มรูปแบบระยะยุบ 120 มม. และโช้คหลัง Öhlins TTX36 พร้อมระบบปรับได้แบบเต็มรูปแบบ พร้อมระยะยุบ 130 มม. โดยโช้คอัพใหม่นี้จะช่วยลดน้ำหนักรถลงประมาณ 1 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับโช้ค Marzocchi และ Sachs ที่ใช้ในรุ่น F3 RR มาตรฐาน ระบบเบรกด้านหน้าคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema แบบ 4 ลูกสูบพร้อมจานเบรกขนาด 320 มม. ในส่วนของระบบเบรกด้านหลังคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบพร้อมจานเบรกขนาด 220 มม. ล้อขนาด 120/70-ZR17 M/C และ 180/55-ZR17 M/C พร้อมยาง Pirelli Diablo Rosso IV Corsa หน้าและหลังตามลำดับ ระบบเทคโนโลยีแน่น ไม่เพียงแค่เครื่องยนต์ และช่วงล่างที่เร้าใจ แต่ใน F3 Competizione มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่จัดจ้านเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็น IMU หกแกนที่ทำงานร่วมกับ ECU ใหม่ มีโหมดการขับขี่ 4 แบบ ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนที่ปรับได้แปดระดับ และระบบคันเร่งแบบ ride-by-wire ที่มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ นอกจากนี้ ระบบ ABS ที่ล้อหลังสามารถปิดการใช้งานในโหมด Race เพื่อให้สามารถเลี้ยวแบบสไลด์เข้าโค้งได้ และสามารถติดตั้งระบบ launch control เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับผู้ที่ต้องการ โดยราคาวางจำหน่ายยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ แต่คาดการณ์ว่าราคาน่าจะสูงใช้ได้เลยทีเดียว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

2025 KTM 990 Duke R สับโดดทุกเกียร์

2025 KTM 990 Duke R สับโดดทุกเกียร์ 2025 KTM 990 Duke R เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ การออกแบบดีไซน์มีความดุดัน และสปอร์ตยิ่งขึ้น โดยเป็นมาตรฐานใหม่ของรถ Naked ขนาดกลางที่พร้อมท้าทายทุกคู่แข่ง ด้วยการพัฒนาจากรุ่นเดิมและพร้อมลุยทุกพื้นที่ด้วยทัศนคติ “Ready To Race” อย่างแท้จริง และที่สำคัญเพื่อให้รถคันนี้เป็นที่สุดในทุกด้าน เครื่องยนต์พัฒนาใหม่ เพิ่มม้า 7 ตัว ขุมพลังเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงแบบ parallel-twin ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 947 ซีซี พละกำลังที่ 130 แรงม้า เพิ่มขึ้นจากโมเดลที่เปิดตัวก่อนหน้าถึง 7 ตัว แรงบิดอยู่ที่ 103 นิวตันเมตร รอบเครื่องยนต์สูงสุดอยู่ที่ 10,500 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์ 6 สปีด มีการปรับปรุงมาตรฐานการปล่อยไอเสียใหม่เพื่อให้รองรับกับ Euro5+ อีกทั้งเครื่องยนต์นี้ยังมีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 57 กิโลกรัมเท่านั้น ช่วงอัพเกรดใหม่ ขับขี่มั่นใจกว่าเดิม   ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้ามากับโช้คอัพ WP APEX แบบหัวกลับที่มีขนาดแกนอยู่ที่ 48 มม. ระยะยุบอยู่ที่ 143 มม. สามารถปรับแต่งได้เต็มรูปแบบ ซึ่งโช้คอัพที่มาพร้อมรถโมเดลใหม่นี้ทางแบรนด์เคลมว่าแข็งขึ้นถึง 34% อีกทั้งยังมีการตั้งค่าใหม่ที่อัพเกรดประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการควบคุมมากยิ่งขึ้น  โช้คอัพเดี่ยวด้านหลังจาก WP APEX พัฒนาใหม่มีระยะยุบด้านหลังอยู่ที่ 140 มม. (ลดลงจากตัวก่อนหน้า 10 มม.) สามารถปรับได้อย่างละเอียด ปรับรีบาวด์ 30 คลิก พรีโหลดได้ 10 มม. และมีการปรับสปริงใหม่เพื่อให้การขับขี่มีความนุ่มมวล พร้อมลุยทุกการขับขี่    ระบบห้ามล้อให้มาแบบเดียวกับรถซีซีสูงในสมัยปัจจุบัน ดิกส์เบรกคู่หน้า คาลิเปอร์เบรกประสิทธิภาพสูงจาก Brembo Stylema แบบ 4 ลูกสูบพร้อมจานเบรกขนาด 320 มม. ช่วยให้การเบรกมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น และล้อขนาด 120/70-R17  ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo พร้อมจานเบรกขนาด 240 มม. และล้อหลังขนาด 180/55-R17 เทคโนโลยีแน่น จัดเต็มไม่มีกั๊ก แม้จะเป็นรถที่มีดีไซน์การออกแบบที่ดุ ดูมีความดิบเถื่อน แต่ก็พร้อมไปด้วยเทคโนโลยี จอกลางใหม่ขนาด 8.88 นิ้วแบบสัมผัส แสดงข้อมูลการขับขี่ครบไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งเกียร์, รอบเครื่องยนต์, ความเร็วขณะขับขี่, รายการโปรด, แผนที่ และรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ไม่เพียงแค่มุมค็อกพิทที่น่าสนใจแต่ระบบอื่น ๆ ที่ให้มาก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบเบรก ABS, โหมดการขับขี่  4 โหมดได้แก่ Rain, Street, Sport และ Custom, Wheelie control (ระบบป้องกันล้อหน้ายก), ระบบควิกชิฟเตอร์ และ Traction Control  ราคาวางจำหน่ายยังไม่มีออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดการณ์ว่าอาจจะไล่เลี่ยจากราคาเดิมที่เปิดตัวในโมเดลก่อนหน้า (โมเดล 990 Duke มีราคาอยู่ที่ 12,999 ปอนด์) อยู่ที่ประมาณ 13,500 ปอนด์ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 588,200 บาท (ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แต่ราคาไทยไม่น่าจะพุ่งถึงขนาดนั้น)  แฟนคลับ KTM ชาวไทยหากสนใจอยากจะเป็นเจ้าของ ก็สามารถติดต่อดีลเลอร์ใกล้บ้านท่าน หรือทางร้านโชว์พาวทุกสาขาได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Kawasaki Z900 หน้าใหม่ เทคโนโลยีจัดเต็ม

หน้าใหม่ ดีไซน์โฉบเฉี่ยว2025 Kawasaki Z900 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับรถเนกเก็ตไบค์ ในโมเดลใหม่ที่เปิดตัวนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดเป็นอันดับแรกคือหน้าตาที่ปรับใหม่ มาพร้อมระบบไฟแบบ LED รอบคัน เส้นสายรอบคันเพิ่มความสปอร์ต ปรับปรุงการระบายไอเสียใหม่เพื่อให้ผ่านมาตรฐาน Euro5+ และมาพร้อมกับสองรุ่นย่อยได้แก่ ตัวธรรมดา และตัวพิเศษ (SE) จุดเด่นไฮไลท์ หน้าตาใหม่ดุดันมากขึ้น พร้อมไฟ Full LED รอบคัน หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง รองรับระบบนำทางจากสมาร์ทโฟน ปุ่มฟังก์ชันควบคุมการขับขี่ที่ประกับแฮนด์ด้านซ้าย เบรกหน้าจาก Brembo พร้อมโช้คอัพหลังจาก Öhlins (เฉพาะรุ่น SE)   2025 Kawasaki Z900 สเปค และรายละเอียด Kawasaki Z900 ABS Kawasaki Z900 SE ABS เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 948 ซีซี 948 ซีซี แรงม้า (เคลม) 123 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที 123 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 99 นิวตันเมตรที่ 7,700 รอบต่อนาที 99 นิวตันเมตรที่ 7,700 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 16 วาล์ว DOHC 16 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ / ช่วงชัก 73.4 x 56 มม. 73.4 x 56 มม. อัตราส่วนการอัด 11.8:1 11.8:1 ระบบเกียร์ เกียร์ 6 สปีด เกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด TCBI TCBI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ โซ่ ยางหน้า 120/70-17 120/70-17 ยางหลัง 180/55-17 180/55-17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ ขนาดแกน 41 มม. ปรับรีบาวด์ และพรีโหลดได้ ระยะยุบ 199 มม. โช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ ขนาดแกน 41 มม. ปรับรีบาวด์ และพรีโหลดได้ ระยะยุบ 199 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยวพร้อมซับแทงค์  ปรับรีบาวด์ และพรีโหลดได้ ระยะยุบตัว 139 มม. โช้คอัพเดี่ยวพร้อมซับแทงค์จาก Öhlins S46 ปรับรีบาวด์ และพรีโหลดได้ ระยะยุบตัว 139 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบจาก Nissin พร้อมจานเบรกขนาด 300 มม. ดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบจาก Brembo M4.32 พร้อมจานเบรกขนาด 300 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมจานเบรกขนาด 250 มม. ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมจานเบรกขนาด 250 มม. กว้าง x ยาว x สูง 830 x 2,065 x 1,099

Suzuki Hayabusa 4 ล้อ ในร่างของ Citroen C2

Suzuki Hayabusa เครื่องยนต์ขนาด 1300 ซีซีถูกยัดลงไปใน Citroen C2 แล้วปรับแต่งให้เป็นรถแข่งสำหรับการแข่งขันไต่เขา พละกำลังสูงถึง 200 แรงม้า

Triumph TF 250-X เตรียมซิ่งในเกม Call of Duty

Triumph TF 250-X เตรียมซิ่งในเกม Call of Duty Triumph TF 250-X จะปรากฏเป็นยานพาหนะในเกม โดยเป็นการร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาเกม Call of Duty และไทร์อัมพ์ รถจักรยานยนต์จากเมืองผู้ดี ซึ่งจะเปิดตัวในวิดีโอเกมซีรีส์ Call of Duty: Black Ops 6 ภาคล่าสุดโมโตครอสไซส์เล็กคันนี้จะเพิ่มประสบการณ์การขับขี่เสมือนจริงในเกม ความร่วมมือนี้เป็นการผสานโลกของเกมกับความตื่นเต้นของมอเตอร์ครอสอย่างลงตัว ใน Call of Duty ภาคล่าสุดนี้ TF 250-X จะเป็นหนึ่งในยานพาหนะที่ผู้เล่นสามารถขับขี่ได้ โดยการขับขี่จะอ้างอิงจากหลักฟิสิกส์ และการควบคุมของมอเตอร์ไซค์จะถูกควบคุมโดยกลไกในเกมมีการออกแบบมาอย่างดี ทำให้ผู้เล่นสามารถขับขี่ไปตามภูมิประเทศได้อย่างสมจริง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าโค้งแบบเอนตัว กระโดด หรือสไลด์ขณะหลบหลีกหรือไล่ตามศัตรู เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวการร่วมมือครั้งนี้ งานดังกล่าวถูกจัดขึ้นที่วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา นอกจากจะมีการเปิดตัวเกมภาคใหม่ล่าสุดในรอบ Multiplayer Beta แล้ว ภายในงานยังมีขบวนรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์รุ่น Scrambler 1200 และ Tiger 900 จำนวน 16 คัน มาให้แฟน ๆ สาวกไทร์อัมพ์ได้ยลชมกันแบบใกล้ชิด โดยรถจักรยานยนต์ทุกคันมาพร้อมโลโก้ Cerberus สุดพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์จากเกม  พอล สเตราท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Triumph Motorcycles กล่าวถึงการร่วมมือครั้งนี้ว่า ‘เกมนี้เป็นแฟรนไชส์เกมที่ได้รับความนิยม อีกทั้งเกมนี้ยังมีผู้เล่นหลายล้านคนทั่วโลก การที่ Triumph Motorcycles ได้เป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้ อีกทั้งยังมีบทบาทในเรื่องราวอันน่าตื่นเต้น ในฐานะพันธมิตรจักรยานยนต์อย่างเป็นทางการ เราได้ทำงานใกล้ชิดกับนักออกแบบของเกมนี้ (Call of Duty) พวกเขามีความตั้งใจอย่างมากเพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่จักรยานแต่ละคันสมจริงที่สุด รวมถึงการแสดงสตันท์ และการเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นที่จะทำให้ทั้งคนรักจักรยานยนต์ และแฟนเกมได้สนุกกัน” Call of Duty: Black Ops 6 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว บนแพลตฟอร์ม Xbox Series X|S, Xbox One, PlayStation 5, PlayStation 4 และ PC ผ่าน Microsoft Store, Battle.net และ Steam สำหรับไบค์เกอร์คนไหนที่อยากจะขับขี่ไทร์อัมพ์ในโมเดลนี้ก็กดเกมแล้วมาซิ่งกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki Bimota KB998 ตัวแข่งคันใหม่ของ Kawasaki ในการแข่งขันรายการ 2025 Motul FIM WorldSBK Championship โดย Bimota แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี เป็นที่รู้จักในประเภทของรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง (แถมยังมีราคาแพง) อีกทั้งยังมีการออกแบบดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทางแบรนด์กำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่โดยการโดดเข้าร่วมการแข่งขันในรายการระดับโลก  เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Kawasaki Racing Team (KRT) ในรายการแข่งขัน WorldSBK ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Bimota by Kawasaki Racing Team (BbRT) เพื่อสะท้อนความร่วมมือระหว่างสองบริษัท Bimota และ Kawasaki ได้ร่วมมือกันสร้าง และพัฒนามอเตอร์ไซค์ใหม่ทั้งหมดสำหรับการแข่งขัน ซึ่งผสมผสานจุดเด่นจากทั้งสองผู้ผลิต ที่ไม่ได้เป็นการนำ Kawasaki Ninja ZX-10RR มาเปลี่ยนชุดตกแต่งใหม่ แต่พัฒนารถแข่งรุ่นพิเศษขึ้นมาเอง 2025 Bimota KB998 2024 Kawasaki ZX-10R   ซึ่งรายละเอียดสเปคยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ามาพร้อมขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี จาก Kawasaki ZX-10RR ที่มีกำลังมากกว่า 200 แรงม้า โช้คอัพหน้าจาก Showa คาลิเปอร์เบรกจาก Brembo (ถึงแม้ว่าจะแปะด้วยตัวอักษร J.JUAN ก็เถอะ) และระบบท่อไอเสียของ Akrapovič แฟริ่งถูกออกแบบใหม่ แม้ด้านหน้าจะยังคงมีเค้าโครงสไตล์ Kawasaki Ninja มาพร้อมปีกแอโรไดนามิกเช่นเดียวกับรถแข่งในสมัยใหม่ โดยตัวแข่งคันใหม่นี้ได้ทำการลงวิ่งทดสอบที่ Circuit de Jerez ประเทศสเปน ซึ่งเป็นสนามเดียวกับการแข่งขันในรอบสุดท้ายของฤดูกาล 2024 แม้โมเดลรถคันนี้จะถูกพัฒนามาได้ไม่นาน แต่ด้วยการขับขี่ของ Alex Lowes และ Axel Bassani สองนักบิดของทีม ทำให้ KB998 ได้แสดงศักยภาพของมันออกมาสามารถทำเวลาได้อย่างน่าประทับใจบนสนาม Jerez พร้อมกับการออกแบบที่โดดเด่น และสมรรถนะที่ดุดัน โดย Axel Bassani ทำเวลาได้ 1:38.478 นาที และ Alex Lowes ทำเวลาได้ 1:38.679 นาที แน่นอนว่า KB998 คันนี้จะผลิตออกมาแค่รุ่นสำหรับทำการแข่งขันเท่านั้น จะยังไม่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของการแข่งขัน WorldSBK รถที่จะเข้าร่วมแข่งขันในรายการ จะต้องมีการผลิตในรูปแบบของ Production Bike วางจำหน่ายโดยมีจำนวนการผลิตอย่างน้อย 500 คันเป็นข้อบังคับมาตรฐาน อย่าง BMW M 1000 RR, Ducati Panigale V4 R และ Honda CBR1000RR-R Fireblade SP ที่มีวางจำหน่ายทั่วไป ซึ่งทาง Bimota ยังไม่มีการประกาศอย่างชัดเจนว่า จะมีรุ่น KB998 วางจำหน่ายต่อสาธารณะชน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ Bimota จะผลิตออกมาแค่ในจำนวนที่กำหนดเพื่อให้ผ่านข้อพิจารณา หากผลิตออกมาแค่ตามยอดเกณฑ์ที่กำหนด โมเดลนี้อาจจะถูกยกเป็นรถที่โคตรแรร์อีกหนึ่งรุ่น และในโมเดลคันจริงนั้นอาจจะมีไปตั้งโชว์ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสที่งาน EICMA 2024 sประเทศอิตาลีในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ หรือการร่วมมือของทั้งสองค่ายนี้จะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างสำหรับ Kawasaki ในการแข่งขัน 2025 Motul FIM WorldSBK Championship ฤดูกาลหน้าหรือเปล่า ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 KTM 1390 Super Adventure S สเปคตัวท็อป

2025 KTM 1390 Super Adventure S สเปคตัวท็อป 2025 KTM 1390 Super Adventure S อีกหนึ่งโมเดลจากค่ายส้ม KTM กับรถแนวสปอร์ต แอดเวนเจอร์ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับนักขี่ที่ต้องการความท้าทายมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีล้ำสมัยยิ่งขึ้น และพลังที่เร้าใจยิ่งกว่าเดิม โดยรูปลักษณ์ของมันแทบไม่ต่างกับตัวท็อปสุดตารางอย่าง ‘S EVO’ จะแตกต่างก็มีเพียงแค่รายละเอียดบางจุดเท่านั้น เครื่องยนต์ในรุ่นตัวรองนี้มีเครื่องยนต์กับตัว ‘S EVO’ แทบจะทุกจุด เครื่องยนต์สองสูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ได้รับการขยายปริมาตรกระบอกสูบจาก 1,300 ซีซี เป็น 1,350 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 173 แรงม้าที่ ที่ 9,500 รอบ และแรงบิด 145 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ เพิ่มเทคโนโลยี CAMSHIFT ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่ในช่วงรอบต่ำ อีกทั้งยังปรับปรุงในเรื่องของการปล่อยมลพิษ และพัฒนาให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น  โดยจุดที่แตกต่างระหว่างรุ่น ‘S’ และ ‘S EVO’ คือ ระบบเกียร์ โดยในรุ่น S จะใช้คลัตซ์แบบธรรมดามาพร้อมชุดเกียร์แมนนวล 6 สปีด ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้าก็เป็นรูปแบบเดียวกันกับของโมเดล ‘S EVO’ ที่ให้โช้คอัพด้านหน้าแบบ UpSide Down จาก WP SAT (WP Semi Active Technology) แบบปรับไฟฟ้าเต็มระบบ ทั้งพรีโหลด รีบาวด์ และคอมเพรสชัน และโช้คอัพด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว ปรับไฟฟ้าเช่นเดียวกันกับโช้คอัพหน้า ทั้งสองด้านมีระยะยุบตัวเท่ากันที่ 200 มม. ระบบเบรกด้านหน้าแบบดิสก์เบรกคู่แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบจาก Brembo พร้อมจานเบรกขนาด 320 มม. พร้อมด้วยล้อขนาด 120/70-19 ระบบเบรกด้านหลังมาแบบดิสก์เบรกเดี่ยวสองลูกสูบจาก Brembo พร้อมจานเบรกขนาด 267 มม. และขนาดล้ออยู่ที่ 170/60-17 ในส่วนของเทคโนโลยีเรียกได้ว่า ‘S EVO’ มีอะไร ‘S’ ก็มีแบบนั้นเว้นแค่ระบบเกียร์ AMT ตัวใหม่จากทางค่ายที่ในรุ่นรองจะไม่ได้ใส่มาให้ แต่ในส่วนที่เหลือม่ว่าจะเป็นจอกลางที่เด่นเป็นสง่าด้วยขนาดจอ 8.8 นิ้ว ระบบสัมผัสที่สามารถสัมผัสได้ทั้งตอนใส่ถุงมือ และถอดถุงมือ โดยจอนี้เป็นเสมือนจุดศูนย์กลางของรถคันนี้ เพราะเป็นจุดที่ควบคุมทุกอย่าง เช่น การหน่วง SAT, การตั้งค่า Preload และการบอกข้อมูลสถานะต่าง ๆ ของรถ อาทิ โหมดการขับขี่ 5 โหมด Rain, Street, Sport, Offroad และ Rally , ระบบเบรก ABS, Traction Control, Adaptive Cruise Control ที่สามารถทำได้จากจุดที่รถหยุดนิ่ง เรดาห์ด้านหน้ารถที่พัฒนาโดย Bosch ซึ่งมีการปรับปรุงประสิทธิภาพ การตรวจจับรถวัตถุรอบข้างที่ดีขึ้น รวมถึงเพิ่มโหมดการขับขี่เป็นกลุ่ม (Group Ride) อีกทั้งเรดาห์นี้ยังครอบคลุมไปในส่วนของ ระบบช่วยรักษาระยะห่าง, ระบบช่วยเบรก, และ การเตือนการชน โดยเซ็นเซอร์เรดาร์จะถูกติดตั้งใต้ไฟหน้า และรวมอยู่ในดีไซน์ของรถ สีสันที่วางจำหน่าย สีส้ม สีดำ   ในส่วนของราคาจะยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แต่เรียกได้ว่าเป็นรถตัวรองที่สเปคไม่แพ้ตัวท็อปเลยแม้แต่นิดเดียว จะต่างกันก็เพียงระบบเกียร์ ที่ตัว ‘S’ ให้คลัตซ์แบบธรรมดาพร้อมเกียร์ 6 สปีด แต่ในส่วนของ ‘S EVO’ มาพร้อมเกียร์ใหม่ของทางค่ายอย่าง AMT หากใครที่ชื่นชอบการขับรถแล้วต้อง ‘กำคลัตซ์’ ก่อนเข้าเกียร์ บอกเลยว่าตัว S นี่แหละ ตอบโจทย์สุด ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Honda Rebel 1100 ทรงเดิม เพิ่มแรงม้า พร้อมจอ TFT

2025 Honda Rebel 1100 ทรงเดิม เพิ่มแรงม้า พร้อมจอ TFT 2025 Honda Rebel 1100 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศทางฝั่งยุโรป โดยใช้ชื่อรหัส CMX1100 การดีไซน์ออกแบบที่ยังคงความเป็นรถ ‘ครุยเซอร์’ ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความทันสมัย เน้นความเรียบง่ายแต่ก็ยังคงความดุดัน เครื่องยนต์เพิ่มแรงม้าจากตัวก่อนหน้า และยังมาพร้อมกับระบบเกียร์ DCT (Dual Clutch Transmission) ได้รับการอัปเกรดให้ใช้งานได้ดีขึ้นที่ความเร็วต่ำ และที่สำคัญมาพร้อมกับหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้วใหม่ พร้อมการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เครื่องยนต์อัพเกรด เพิ่มแรงม้า ในโมเดลใหม่นี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 1,084 ซีซี พละกำลังอยู่ 87 แรงม้าที่ 7,250 รอบต่อนาที (เพิ่มจากตัวก่อนหน้า 1 ตัว) แรงบิดอยู่ที่ 98 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์ 6 สปีด และเกียร์แบบ DCT 6 สปีด (แล้วแต่รุ่นย่อย) ความจุถังน้ำมัน 13.6 ลิตร ช่วงล่างตามสไตล์ครุยเซอร์ ระบบกันสะเทือนด้านหน้ามาพร้อมกับโช้คอัพหัวกลับขนาดแกน 43 มม. สามารถปรับพรีโหลดได้ ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหลังมาพร้อมกับโช้คอัพคู่พร้อมซับแทงค์ สามารถปรับพรีโหลดได้เช่นเดียวกับด้านหน้า หนึบและขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรกเดี่ยวแบบเรเดียล คาลิเปอร์แบบสี่ลูกสูบ ขนาด 330 มม. ในส่วนของระบบเบรกด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลูกสูบเดี่ยวขนาด 256 มม. ล้อและยางมีขนาด 130/70 B18 และ 180/65 B16 หน้า และหลังตามลำดับ  หน้าจอ TFT และเทคโนโลยีตามสมัยนิยม ในส่วนของเทคโนโลยีต่าง ๆ ของ Rebel ในโมเดลใหม่จัดเต็มมาแบบสุด ๆ หน้าจอใหม่แบบ TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพ Honda RoadSync โหมดการขับขี่เริ่มต้น 3 โหมด ได้แก่ Standard, Rain และ Sport และยังมี Custom สำหรับให้ผู้ขับขี่ปรับแต่งเองได้ ระบบครูซ คอลโทรล ระบบ HSTC ที่ปรับได้ 3 ระดับ และมีการปรับช่องจ่ายไฟแบบ USB-C มาไว้ทางด้านซ้ายของเรือนไมล์ Dual Clutch Transmission พร้อมกับระบบเกียร์ DCT (Dual Clutch Transmission) ได้รับการอัปเกรดให้ใช้งานได้ดีขึ้นที่ความเร็วต่ำ สามารถมีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นทั้งออกตัว และการหยุดรถ โดยชุดเกียร์ DCT นี้จะใส่ลงในรุ่นย่อยที่เป็นตัว T DCT และ รุ่น SE เท่านั้น ในส่วนของรุ่นล่างสุดหรือ Standard จะเป็นเพียงเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเท่านั้น สำหรับสีที่จำหน่ายมีทั้งหมด 3 รุ่นย่อยประกอบไปด้วย รุ่นธรรมดา (Rebel 2025) ในรุ่นนี้มีเพียงสีเดียว ได้แก่ สีน้ำเงิน (Pearl Hawkseye Blue) สีน้ำเงิน (Pearl Hawkseye Blue)   2. รุ่น T DCT (Rebel T DCT 2025) ที่ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติม โดยมีกล่องข้างขนาดรวม 35 ลิตร แฟริ่งหน้าขนาดใหญ่ มีเพียงสีเดียว ได้แก่ สีเทา (Iridium Grey Metallic) สีเทา (Iridium Grey Metallic)   รุ่น SE ตัวท็อปสุดของโมเดลนี้ โดยในรุ่น Special Edition จะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป โดยมีการตกแต่งเพิ่มเติม

2025 Yamaha MT-07 ยกหน้าใหม่ เพิ่มเติมคือ Y-AMT

ดีไซน์ใหม่ ไม่รู้จะพูดยังไงนอกจากคำว่า โคตรหล่อ 2025 Yamaha MT-07 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับ Hyper Naked คันใหม่ของค่าย โดยความพิเศษในโมเดลใหม่นี้ คือการมาพร้อมเกียร์ใหม่ตามรุ่นพี่ MT-09 กับเกียร์ Y-AMT ที่ทำให้การเข้าเกียร์เป็นเรื่องง่ายขึ้นการออกแบบดีไซน์ยกหน้าใหม่ ไฟแบบ Full LED โดดเด่นด้วยน้ำหนักเบา การควบคุมที่คล่องตัว พร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือต่าง ๆ  เปิดประสบการณ์การขับขี่ที่สุดแสนจะเร้าใจให้กับผู้ขับขี่ เครื่องยนต์ CP2 ขุมพลังหลัก โช้คอัพด้านหน้าหัวกลับขนาดแกน 41 มม. ดิสก์เบรกคู่หน้าพร้อมคาลิเปอร์แบบ 4 พอต หน้าจอ TFT ดีไซน์ใหม่ ก้านคลัตซ์ที่หายไปในตัว Y-AMT ปุ่มควบคุมบริเวณประกับแฮนด์ฝั่งซ้าย   2025 Yamaha MT-07 สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง CP 2 ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 689 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73.4 แรงม้าที่ 8,750 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 68.6 มม. อัตราส่วนการอัด 11.5 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ขนาดล้อ และยางหน้า ล้อสปินฟอร์จ ขนาด 120/70 ZR-17M/C แบบไม่มียางใน ขนาดล้อ และยางหลัง ล้อสปินฟอร์จ ขนาด 180/55 ZR-17M/C แบบไม่มียางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบหัวกลับ ขนาดแกน 41 มม. ระยะยุบ 130 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว ระยะยุบตัว 130 มม. ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ปรับพรีโหลดและ รีบาวด์ได้ เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ แบบ 4 พอต ขนาด 298 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 245 มม. กว้าง X ยาว X สูง 780 x 2,085 x 1,105 มม. ระยะฐานล้อ 1,400 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 140 มม. ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 184 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี ระบบเกียร์ใหม่ Y-AMT (เฉพาะรุ่น) ระบบ YCC-T ระบบเบรก ABS หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน โหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Sport, Street และ Custom ที่สามารถให้ผู้ขับขี่ปรับแต่งเองได้  ระบบยกเลิกไฟเลี้ยวเอง ระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกระทันหัน Traction control Cruise control Quickshifter แบบสองทาง ระบบช่วยควบคุมการยึดเกาะถนน   สีสันที่วางจำหน่าย รุ่น

2025 Triumph Tiger Sport 800 ดีไซน์คล้ายน้อง แต่เครื่องใหม่

2025 Triumph Tiger Sport 800 ดีไซน์คล้ายน้อง แต่เครื่องใหม่ 2025 Triumph Tiger Sport 800 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการเอาใจเหล่าไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบในสไตล์รถของสปอร์ต แอดเวนเจอร์ การออกแบบด้รับการออกแบบมาเพื่อมอบสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจและความสามารถในการทัวร์ระยะไกล ด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง โครงสร้างที่ขับขี่สนุกและสะดวกสบาย พร้อมเทคโนโลยีทันสมัย และการตกแต่งที่หรูหรา เครื่องยนต์พัฒนาใหม่ ในส่วนของเครื่องยนต์ ทาง Triumph ไม่ได้นำเครื่องยนต์ของ Tiger Sport 900 มาลดปริมาตรกระบอกสูบ แต่เป็นการนำเครื่องยนต์ในโมเดลของ Street Triple 765 มาพัฒนาต่อยอด เพิ่มช่วงชักรวมไปถึงแรงบิด ให้เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 798 ซีซี 3 สูบเรียงระบายความความร้อนด้วยน้ำ พละกำลังอยู่ที่ 113 แรงม้าที่ 10,750 รอบต่อนาที และแรงบิดอยู่ที่ 83.9 นิวตันเมตรที่ 8,500 รอบต่อนาที พร้อมถังน้ำมันขนาด 18.5 ลิตร ระบบช่วงล่างที่โดดเด่น แม้รูปร่างจะมีขนาดใหญ่กว่า Tiger Sport 660 แต่ Triumph สามารถใส่รุ่น 800 ใหม่ลงในโครงสร้างเดิมที่ใช้กับรุ่น 660 ได้ เพราะขนาดเครื่องยนต์ของทั้งสองโมเดลมีความใกล้เคียงกัน โครงและสวิงอาร์มยังคงเหมือนเดิม แต่รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับระบบกันสะเทือนที่โดดเด่นกว่าเดิม ทั้งด้านหน้า และด้านหลังใช้โช้คอัพจาก Showa ให้ระยะยุบตัว 150 มม. ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยมีโช้คหน้าแบบหัวกลับขนาด 41 มม. ที่ปรับได้เต็มรูปแบบ และโช้คหลังเดี่ยว Showa ส่วนระบบเบรกของ Tiger Sport 800 ประกอบด้วยคาลิเปอร์เบรกสี่สูบแบบติดตั้งเรเดียลที่ล้อหน้าพร้อมจานคู่ขนาด 310 มม. และคาลิเปอร์เบรกหลังแบบสูบเดียวติดตั้งกับจานเบรกขนาด 255 มม. เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่มาแบบแน่น ๆ เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับตัวรถคันนี้จัดให้แบบไม่ธรรมดา โดยใน Tiger 800 ทาง Triumph ได้ทำการปรับแต่งชุดอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งยังมีส่วนของระบบควบคุมการยึดเกาะถนน, ระบบ IMU แบบ 6 แกน, ระบบเกียร์พร้อม Quickshifter แบบสองทาง, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ที่สำคัญยังมีโหมดการขับขี่อีก 3 โหมดได้แก่ Sport, Road และ Rain รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนก็สามารถทำได้โดยเชื่อมผ่านระบบ Bluetooth ด้วยแอพพลิเคชัน ‘My Triumph’ ที่จะแสดงข้อมูลต่าง ๆ อีกทั้งยังมีระบบในการนำทางได้ รวมไปถึงการรับสายโทรศัพท์ และแสดงข้อมูลจากโทรศัพท์ผ่านจอสี TFT ขนาดเล็กด้านล่าง สีสันที่วางจำหน่าย สีเหลือง (Cosmic Yellow) สีเทา-ดำ (Graphite/Sapphire Black) สีดำ (Sapphire Black) สีน้ำเงิน-ดำ (Caspian Blue/Phantom Black)   อีกหนึ่งรถดีไซน์ Sport Adventure ที่มีความน่าสนใจ ด้วยเครื่องยนต์ที่พัฒนาใหม่ ระบบเทคโนโลยีการขับขี่ ในส่วนของราคาจะอยู่ที่ 12,495 ดอลล่าร์เหรียฐสหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยมูลค่าประมาณ 421,500 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) โดยจะเริ่มวางขายอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมปี 2025 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 KTM 1390 Super Adventure S EVO ดีไซน์ใหม่ ไร้คลัตซ์

2025 KTM 1390 Super Adventure S EVO ดีไซน์ใหม่ ไร้คลัตซ์ 2025 KTM 1390 SUPER ADVENTURE S EVO เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับอีกหนึ่งโมเดลที่เรียกได้ว่าเป็นตัวสุดของวงการสายลุย บ้าพลัง ที่ได้รับการออกแบบดีไซน์ใหม่ และมาพร้อมขุมกำลังที่พัฒนาใหม่ และไฮไลท์เด็ดคือมาพร้อมเกียร์ตัวใหม่ของค่ายอย่าง AMT ที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ขับขี่ เครื่องยนต์พัฒนาใหม่ ซีซีเพิ่มขึ้น เครื่องยนต์แบบสองสูบวีที่ขยายปริมาตรกระบอกสูบ จาก 1,301 ซีซี เป็น 1,350 ซีซี สามารถรีดกำลังได้ถึง 173 แรงม้าที่ 9,500 รอบ และแรงบิด 145 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยี CAMSHIFT ใหม่ที่ช่วยให้ยกวาล์วไอดีได้สองระดับตามช่วงรอบเครื่องยนต์ ส่งผลให้กำลังและแรงบิดเพิ่มขึ้นตลอดช่วงรอบ และทำให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งหมดนี้ช่วยให้การทำงานของเครื่องยนต์เป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยมลพิษใหม่ผ่านมาตรฐาน EURO 5+ โดยในเครื่องยนต์นี้จะมาพร้อมกับระบบเกีบร์ใหม่ของค่ายอย่าง AMT (สามารถเกี่ยวกับระบบเกียร์ใหม่ได้ที่นี่) ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องกำคลัตซ์เมื่อเข้าในโหมด M หรือสามารถขับขี่ในโหมดเกียร์อัตโนมัติได้ในโหมด A ที่สำคัญมาพร้อมเกียร์ P หรือเกียร์สำหรับการจอด ช่วยป้องกันไม่ให้ไหลเคลื่อนที่ในเวลาจอด ทั้งนี้ ระบบเกียร์จะถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน ECU และชุดควบคุมระบบส่งกำลัง ปรับเปลี่ยนเกียร์ด้วยระบบไฟฟ้าเชิงกล โดยใช้เวลาเพียง 50 มิลลิวินาทีเท่านั้น ซึ่งใช้เวลาเทียบเท่ากับระบบควิกชิฟเตอร์ในรถเกียร์แมนนวลนั่นเอง ช่วงล่างไฟฟ้าเต็มระบบ ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้าให้โช้คอัพแบบ Upside Down จาก WP SAT (WP Semi Active Technology) หรือโช้คแบบปรับไฟฟ้าที่สามารถปรับได้แบบเต็มรูปแบบ ทั้งพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชัน ในส่วนของโช้คอัพด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว จาก WP SAT (semi-active technology) ปรับไฟฟ้า ซึ่งสามารถปรับได้เต็มรูปแบบเช่นเดียวกับด้านหน้า โดยทั้งคู่มีระยะยุบตัวเท่ากันที่ 200 มม. ระบบเบรกด้านหน้าให้มาแบบดิสก์เบรกคู่แบบเรเดียล เมาท์ 4 พอต จาก Brembo และจานเบรกขนาด 320 มม. พร้อมด้วยล้อขนาด 120/70-19 ในส่วนของเบรกหลังแบบดิสก์เบรกเดี่ยว 2 พอต จาก Brembo เช่นเดียวกับเบรกหน้าพร้อมจานเบรกขนาด 267 มม. พร้อมด้วยล้อขนาด 170/60-17 เทคโนโลยีเต็มพิกัด ไม่เพียงแค่ขุมพลังที่ให้มาแบบเต็มพิกัด แต่ในส่วนของเทคโนโลยีที่มาพร้อมรถคันนี้เองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นจอกลางที่เด่นเป็นสง่าด้วยขนาดจอ 8.8 นิ้ว ระบบสัมผัสที่สามารถสัมผัสได้ทั้งตอนใส่ถุงมือ และถอดถุงมือ โดยจอนี้เป็นเสมือนจุดศูนย์กลางของรถคันนี้ เพราะเป็นจุดที่ควบคุมทุกอย่าง เช่น การหน่วง SAT, การตั้งค่า Preload และการบอกข้อมูลสถานะต่าง ๆ ของรถ อาทิ โหมดการขับขี่ 5 โหมด, ระบบเบรก ABS, Traction Control, Adaptive Cruise Control ที่สามารถทำได้จากจุดที่รถหยุดนิ่ง ไม่เพียงแค่ระบบเทคโนโลยีบางส่วนที่ได้กล่าวถึง แต่รถคันนี้ยังมาพร้อมกับเรดาห์ด้านหน้ารถที่พัฒนาโดย Bosch (อ่านข้อมูลเกี่ยวกับเรดาห์ความปลอดภัยได้ที่นี่คลิ๊ก) โดยมีการปรับปรุงประสิทธิภาพ การตรวจจับรถวัตถุรอบข้างที่ดีขึ้น รวมถึงเพิ่มโหมดการขับขี่เป็นกลุ่ม (Group Ride) อีกทั้งเรดาห์นี้เพิ่มฟังก์ชันใหม่ เช่น ระบบช่วยรักษาระยะห่าง การสตาร์ท และหยุดอัตโนมัติด้วยเกียร์ AMT, ระบบช่วยเบรก, การเตือนการชน และการเตือนระยะห่าง โดยเซ็นเซอร์เรดาร์จะถูกติดตั้งใต้ไฟหน้า และรวมอยู่ในดีไซน์ของรถ 2025 KTM 1390 Super Adventure S EVO รายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ V-Twin ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,350 ซีซี แรงม้า (เคลม) 170 แรงม้าที่ 9,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 145 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 8 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก