SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ราคาและสเปคมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
2026 New Honda Monkey 3 สีใหม่สุดแสบ

อัปเดตล่าสุด New Honda Monkey 2026 รถจักรยานยนต์จิ๋วระดับตำนาน อัปเกรดระบบเบรก ABS ใหม่ พร้อมเผย 3 เฉดสีใหม่สุดเท่ เช็กสเปคและราคาแนะนำที่นี่

ราคาและสเปคมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Ducati Scrambler2025 รุ่นพิเศษ ‘Rizoma Edition’

Ducati Scrambler2025 รุ่นพิเศษ ‘Rizoma Edition’ Ducati Scrambler2025 ได้เปิดตัวรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันปี 2025 ‘Anniversario Rizoma Edition’ ซึ่งความพิเศษของโมเดลนี้ผลิตออกมาเพียง 500 คันเท่านั้น หลังจากการเปิดตัว Scrambler รุ่นใหม่ในรุ่น  รุ่น Icon Dark และ Full Throttle นอกจากนี้ยังมีการเผยโฉม Multistrada รุ่นใหม่สามรุ่น ได้แก่ V4, V4 S และ Pikes Peak ในซีรีส์ World Premiere ปี 2025 เครื่องยนต์ของ Scrambler รุ่นลิมิเต็ดนี้ใช้เครื่องยนต์เดียวกับรุ่น Scrambler ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้คือรุ่น Icon Dark และ Full Throttle มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบสองสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 803 ซีซี ให้กำลัง 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 65.2 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ รวมไปถึงระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ อาทิ ติดตั้งระบบ Ride-by-Wire, ระบบ Quickshifter และโหมดการขับขี่ แม้ว่า Scrambler รุ่นลิมิเต็ดนี้จะคล้ายกับรุ่น Icon Dark และ Full Throttle แต่ Fabrizio Rigolio นักออกแบบจาก Rizoma กล่าวว่า  “รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับ 500 คนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และต้องการสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง อีกทั้งการออกแบบในรุ่นลิมิเต็ดนี้ เป็นงานที่ท้าทายพวกเรา (Rizoma) ที่ต้องออกแบบโดยคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวรถไว้ และพวกเราก็สามารถคงเอกลักษณ์ของความเป็น Scrambler ไว้ได้อย่างสมบูรณ์” “ผมประทับใจกับความตั้งใจ ความใส่ใจในรายละเอียด และความเรียบง่ายของการออกแบบ รวมถึงการใช้สีที่ Rizoma ได้นำมาผสมผสานในแนวคิด ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรุ่นเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ Scrambler รุ่นนี้” สีของรถคันนี้ถูกออกแบบโดย Rizoma ร่วมกับ Centre Stile Ducati โดยใช้โทนสีที่สมดุลระหว่างสี Stone White, สีดำ และสี Metal Rose จุดเด่นไฮไลท์น่าสนใจ ตัวถังด้านข้างสกรีนด้วยตัวอักษรแบบมินิมอล ที่พักท้าสีทูโทนแบบเดียวกับตัวรถ กระจกมองหลังใต้แฮนด์ เบาะตรงกลางลายผ้าอัลคันทาร่า พร้อมกันลื่นด้านท้าย   โดยราคาวางจำหน่าย Ducati ตัวพิเศษนี้ “10 Anniversario Rizoma Edition” ซึ่งเป็นรุ่นที่ถือเป็น “ของสะสมที่แท้จริง” โดยมีราคาจำหน่ายในประเทศอังกฤษอยู่ที่ 13,095 ปอนด์ หรือตีเป็นเงินไทยยังไม่รวมภาษีประมาณ 566,000 บาท ซึ่งสูงกว่ารุ่น Full Throttle อยู่ที่ประมาณ 82,000 บาท และสูงกว่ารุ่น Icon Dark 156,000 บาท โดยในตัวลิมิเต็ดนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2025 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 KTM FREERIDE E เอ็นดูโร่ไร้เสียง

2025 KTM FREERIDE E เอ็นดูโร่ไร้เสียง 2025 KTM FREERIDE E เปิดตัวแล้วในเว็บไซต์หลักที่เป็นทางการของ KTM โดยในโมเดลที่เปิดใหม่ล่าสุดนี้เป็นโมเดลที่ 4 จาก 9 โมเดลที่จะเปิดตัวในปีนี้ เอ็นดูโร่ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมสมรรถนะที่ปรับปรุงใหม่ รวมไปถึงระบบช่วงล่างที่ถูกตั้งค่ามาให้เหมาะกับการขับขี่ทางฝุ่นมากยิ่งขึ้น ระยะทางการวิ่งที่มากขึ้น ความสามารถที่มากขึ้น และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ขุมพลังกระทัดรัด แต่พลังล้น มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่สามารถให้กำลังสูงสุดได้ถึง 19.2 กิโลวัตต์ มาพร้อมแรงบิด 37 นิวตันเมตร และสามารถทำความเร็วสูงสุด (เคลม) ที่ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดีไซน์มอเตอร์ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก กะทัดรัด และเงียบกว่าเดิม ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องยนต์มีความน่าเชื่อถือ มีแรงบิดที่ตอบสนองทันที ให้ความรู้สึกเหมือนการขับขี่รถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แบตเตอรี่ปรับปรุงใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน MX50 น้ำหนัก 29 กิโลกรัม ถูกออกแบบให้ถอดเปลี่ยนได้เพื่อเพิ่มระยะทางในการขับขี่ ความจุแบตเตอรี่ 5.5 kWh ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 1.5 kWh อีกทั้งยังช่วยเพิ่มระยะการขับขี่ได้มากขึ้นถึง 20% แบตเตอรี่มีแรงดันไฟฟ้าประมาณ 50 โวลต์ และสามารถชาร์จได้มากกว่า 1,000 รอบการชาร์จหนึ่งครั้งสามารถกับขี่ได้ระยะเวลาขับขี่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง และระยะเวลาชาร์จตั้งแต่ 0-100% จะใช้ระยะเวลาการชาร์จทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง (เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 660W) ระบบช่วงล่างจาก WP ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้า และด้านหลังจากแบรนด์ WP Suspension โดยด้านหน้ามาในรุ่น WP XACT แบบหัวกลับ โช้คหน้าแบบแยกขนาดแกน 43 มม. มีแคปซูลอากาศในด้านซ้าย และระบบหน่วงน้ำมันในด้านขวา การปรับตั้งทำได้ง่ายด้วยวาล์วปรับแรงดันอากาศ และปั๊มอากาศที่มาพร้อมกันสำหรับตั้งค่าพรีโหลดสามารถปรับการหน่วงในจังหวะยืดตัวของโช้คอัพได้อย่างง่ายดาย โช้คอัพด้านหลังรุ่น WP XPLOR PDS มาพร้อมซับแทงค์และระยะยุบตัว 250 มม. การไหลของน้ำมันได้รับการปรับเพื่อให้การหน่วงคงที่ การตั้งค่าที่เหมาะสมสามารถปรับได้ตามสภาพการขับขี่ โดยมีตัวปรับแบบ Clicker ที่สามารถปรับได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ปรับแรงหน่วงความเร็วสูงและต่ำได้ที่ส่วนบนของโช้ค และปรับอัตราการหน่วงการยืดที่ฐาน ผู้ขับขี่สามารถปรับพรีโหลดได้อย่างรวดเร็วด้วยการหมุนประแจหกเหลี่ยม เบรกพร้อมระบบ BRAKTEC KTM FREERIDE E มาพร้อมกับดิสก์เบรก และระบบ BRAKTEC ที่พัฒนามาจากการใช้งานในรถออฟโรด ด้านหน้า มาพร้อมจานเบรกขนาด 260 มม. และ ด้านหลัง มีขนาดจานเบรกอยู่ที่ 240 มม. การติดตั้งเบรคแบบ “สไตล์จักรยาน” หนึ่งในจุดเด่นที่แตกต่างจากรถรุ่นอื่น ๆ ของ KTM ล้อเคลือบสีดำพร้อมดุมอลูมิเนียมจาก Giant ขนาด 90/90-21 และ 120/90-18 มาพร้อมยาง Michelin Enduro Medium จอแสดงผล LCD จะแสดงข้อมูลสำคัญทีละค่า เช่น สถานะแบตเตอรี่ โหมดการขับขี่ แผนที่การคืนพลังงาน และข้อมูลการเดินทาง โดยผู้ขับขี่สามารถสลับตัวเลือกได้ง่าย ๆ ผ่านปุ่มบนแฮนด์ 2025 KTM FREERIDE E สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ ประเภทมอเตอร์ มอเตอร์กระแสตรงแบบซิงค์โครนัส กำลังสูงสุด 19.2 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 37.6 นิวตันเมตร ประเภทแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ความจุของแบตเตอรี่ 5.5 kWh น้ำหนักแบตเตอรี่ 29 กิโลกรัม เวลาชาร์จแบตเตอรี่ 8 ชั่วโมง (0-100% เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 660W) 1.30 ชั่วโมง (0-100% เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 3.3 kW) ความเร็วสูงสุด (เคลม) 95 กิโลเมตร/ชั่วโมง ยางหน้า 90/90-21 M/C 54R ยางหลัง 120/90-18 M/C 70R เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว

2025 Triumph Speed Twin 900 สเปค และรายละเอียด

2025 Triumph Speed Twin 900 สเปค และรายละเอียด 2025 Triumph Speed Twin 900 สปอร์ตคลาสสิค 2 สูบเรียงขนาดเครื่องยนต์ 900 ซีซี มาพร้อมสไตล์ใหม่ที่ผสมผสาน DNA การออกแบบของ Speed ​​Twin เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่เพรียวบาง สปอร์ต และมีไดนามิกมากขึ้น รวมถึงระบบฟีเจอร์การใช้งานต่าง ๆ ระบบช่วงล่าง อีกทั้งยังเสริมความคล่องตัวไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือออกทริปทางไกล ซึ่งรถคันนี้พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน และน่าหลงใหลให้กับผู้ขับขี่มากกว่าเดิม ราคา : คาดการณ์ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 415,000 บาท   ระบบไฟ Full LED สว่างชัด ฝาถังน้ำมันพร้อมโลโก้ของไทรอัมพ์ ถังน้ำมันพร้อมกราฟิกสีสัน และโลโก้ไทรอัมพ์ เพลท Speed Twin 900 ด้านข้างรถ ขุมกำลังขนาด 900 ซีซี โช้คอัพคู่จาก Marzocchi พร้อมซับแทงค์   2025 Triumph Speed Twin 900 ข้อมูล และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 900 ซีซี แรงม้า (เคลม) 65 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 80 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 8 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 84.6 x 80 มม. อัตราส่วนการอัด 11.0:1 ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 100/90-R18 ยางหลัง 150/70 R17 ระบบกันสะเทือนหน้า ระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับจาก Marzocchi ขนาด 43 มม. โดยมีระยะยุบตัวอยู่ที่ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง ระบบกันสะเทือนหลังคู่จาก Marzocchi พร้อมซับแทงค์ และสามารถปรับตั้งค่าพรีโหลดได้ โดยมีระยะยุบตัวอยู่ที่ 116 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ 4 พอต ขนาด 320 มม. (OC-ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ 2 พอตขนาด 255 มม. (OC-ABS) กว้าง X ยาว X สูง 777 x 2,090 x 1,115 มม. ระยะฐานล้อ 1,435 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ N/A ความสูงเบาะ 780 มม. น้ำหนักรถ 216 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี โหมดการขับขี่ 2 โหมดได้แก่ Road และ Rain Bluetooth สำหรับเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Cruise Control ช่องเสียบ USB Type-C ระบบไฟ Full LED  ABS Traction Control   สีสันที่วางจำหน่าย สีขาว (Pure White) สีดำ (Phantom Black)

Honda CUV e: อีวีไบค์ สมรรถนะเครื่อง 110

Honda CUV e: อีวีไบค์ สมรรถนะเครื่อง 110 Honda CUV e: อีกหนึ่งโมเดลยานยนต์ไฟฟ้าที่ทาง ฮอนด้า มอเตอร์ ประกาศผ่านเว็บไซต์หลักอย่างเป็นทางการกับการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในอินโดนีเซีย ได้แก่ CUV e: ซึ่งนับเป็นโมเดลที่ 10 ตามแผนเปิดตัวโมเดลไฟฟ้า 30 รุ่นภายในปี 2030 CUV e: มาจากรุ่น CUV ES (Clean Urban Vehicle Electric Scooter) ซึ่งเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ฮอนด้าที่เริ่มวางจำหน่ายในปี 1994 CUV e: ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดเดียวกันกับ CUV ES ในฐานะสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ให้ความสะดวกในการเดินทางในเมือง โดยมีคำว่า “e:” ที่บ่งบอกรถคันนี้คือยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า CUV e: 1994 CUV ES   พละกำลังมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นนี้มีสมรรถนะเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ 110 ซีซี ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์ ความเร็วสูงสุด 83 กม./ชม. ซึ่งใช้แบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้ 2 ก้อน ชนิด ลิเธียม-ไอออน “ฮอนด้า โมบายล์ พาวเวอร์แพ็ค” (Honda Mobile Power Pack e:) เป็นแหล่งพลังงาน ทำงานคู่กับมอเตอร์ที่พัฒนาโดยฮอนด้าเอง ซึ่งช่วยเพิ่มระยะการขับขี่ให้ดีขึ้น ด้วยการปรับปรุงวงจรแม่เหล็กและโครงสร้างเพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น การออกแบบของ CUV e: มีลักษณะเรียบง่าย แต่ยังคงความโฉบเฉี่ยวตามสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมกับไฟหน้า และไฟท้ายแบบ Full LED แต่มีดีไซน์การออกแบบที่โดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่นนี้ ระบบมอเตอร์ใหม่นี้พัฒนามาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ STANDARD, SPORT และ ECON เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลายตามความต้องการของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังมีโหมดถอยหลังเพื่อความสะดวกในการกลับรถในพื้นที่แคบ โดยในรุ่นของ CUV e: มีทั้งหมด 2 รุ่นย่อยได้แก่ ตัวที่เป็นมาตรฐาน และ RoadSync Duo® ซึ่งเป็นฟีเจอร์เสริมที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อ CUV e: กับสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่แล้วสามารถ รับโทรศัพท์ ฟังเพลง และใช้งานระบบนำทางได้จากหน้าจอกลาง Honda CUV e: สเปค และรายละเอียด ประเภทมอเตอร์ มอเตอร์กระแสตรงแบบซิงค์โครนัส กำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 22 นิวตันเมตรที่ 2,300 รอบต่อนาที ประเภทแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ 50.26 โวลต์ ความจุของแบตเตอรี่ 29.4 แอมแปร์ น้ำหนักแบตเตอรี่ 10.2 กิโลกรัม เวลาชาร์จแบตเตอรี่ 6 ชั่วโมง (0-100%) ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (เคลม) 80.7 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด (เคลม) 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยางหน้า 100/90-12 59J ยางหลัง 100/90-12 64J เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมระบบ Combi Brake System (CBS) เบรกหลัง ดรัมเบรก ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว กว้าง X ยาว X สูง 664 x 1,889 x 1,096 มม. ระยะฐานล้อ 1,310 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 139 มม. ความสูงเบาะ 761 มม. น้ำหนักรถ 117 กิโลกรัม   จุดเด่นไฮไลท์อื่น หน้าจอแบบ TFT พร้อมแสดงข้อมูลการขับขี่ ช่องเสียบชาร์จไฟแบบ

Piaggio MP3 310 สามล้อ แม่บ้านอิตาลี

Piaggio MP3 310 สามล้อ แม่บ้านอิตาลี 2025 Piaggio MP3 310 สกูตเตอร์สามล้อรุ่นใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากรุ่นพี่อย่าง MP3 400 และ MP3 530 สไตล์ตัวรถที่โดดเด่น แฟริ่งด้านหน้ารถได้รับการออกแบบใหม่ โดยมีขนาดที่กว้างขึ้น มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED เต็มระบบ ตรงกลางแผงหน้ามีช่องดักอากาศขนาดเล็กที่ดูสปอร์ต พร้อมกับกระจังหน้าแบบรังผึ้งสามมิติ พร้อมสปอยเลอร์แนวตั้งซึ่งเป็นผลจากการค้นคว้า ด้านอากาศพลศาสตร์อย่างพิถีพิถัน ร่วมกับแผ่นบังลมด้านข้างใหม่ ให้ความเสถียรมากขึ้น ชิลด์บังลมได้รับการออกแบบใหม่ ที่มีขนาดใหญ่และสามารถกันลมได้เป็นอย่างดี ส่วนหน้ามีความสปอร์ตและดุดัน ไปจนถึงบังโคลนที่มีองค์ประกอบสีเดียวกับตัวรถในรุ่น Sport ล้อที่มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่แบบก้านแยก 5 ก้าน ให้ความรู้สึกเหมือนรถสปอร์ตหรู ส่วนหน้าที่ดูเด่นสะดุดตานั้นตัดกับท้ายรถที่ดูเพรียวลม ซึ่งออกแบบอย่างลงตัวด้วยแถบจับด้านท้าย สำหรับผู้โดยสารที่สะดวกสบาย และจบด้วยไฟส่องสว่าง Full LED รอบคัน เบาะนั่งที่มีระดับสองชั้นได้รับการออกแบบใหม่ นั่งสบาย และมีรูปทรงที่ช่วยให้เท้าผู้ขับขี่สามารถสัมผัสกับพื้นได้ง่ายและปลอดภัย พร้อมตำแหน่งของผู้โดยสารได้รับการออกแบบให้มีความสบายขึ้น โดยมีแผ่นพักเท้าพับได้ที่ใช้งานง่าย ซึ่งเมื่อพับเก็บแล้วจะผสานเข้ากับแฟริ่งของตัวรถอย่างลงตัว ช่องเก็บของใต้เบาะมีพื้นที่กว้างขวาง สามารถใส่หมวกกันน็อคเต็มใบได้หนึ่งใบ หรือหมวกแบบครึ่งใบสองใบ รวมถึงสิ่งของอื่น ๆ  เครื่องยนต์ใหม่ ใหญ่ขึ้น แถมรักษ์โลก เครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดในตระกูล HPE (High Performance Engine) ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน Euro 5+ เมีความจุกระบอกสูบเพิ่มขึ้น จากเดิม 278 ซีซี เป็น 310 ซีซี รวมถึงมีคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การขับขี่ ไม่เพียงแค่ด้านสมรรถนะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสะดวกสบายในการขับขี่และความคล่องตัว ทั้งหมดนี้ยังช่วยให้รถประหยัดน้ำมันขึ้นอีกด้วย โดยอยู่ที่ 32.2 กม./ลิตร โดยเครื่องยนต์ใหม่นี้ เป็นเครืองยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ให้พละกำลังเเรงม้าสูงสุดที่ 26.4 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 27.3 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุดก็เพิ่มขึ้น จากการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ โดยจากเดิมที่เคยทำความเร็วได้ 120 กม./ชม. เพิ่มเป็น 129 กม./ชม ช่วงล่างปรับใหม่ อัพเกรดความปลอดภัยเต็มขั้น   ระบบเบรกมาพร้อมระบบ ABS ป้องกันล้อล็อกที่ผสานกับระบบควบคุมการลื่นไถล ASR (Acceleration Slip Regulation) ระบบ ASR (ซึ่ง Piaggio เป็นผู้ริเริ่มนำมาใช้ในสกู๊ตเตอร์) สามารถปิดการใช้งานได้ง่าย และช่วยรับประกันความปลอดภัยโดยป้องกันไม่ให้ล้อหลังลื่นไถลบนพื้นผิวที่อันตราย เช่น แอสฟัลต์เปียก ระบบ ABS แบบสามช่อง ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Continental ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเชิงป้องกัน โดยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกเมื่อเบรกและให้การควบคุมรถที่สมบูรณ์ตลอดเวลา Piaggio MP3 ติดตั้งระบบเบรกแบบดิสก์ทั้งสามล้อ โดยมีขนาดดิสก์ 258 มม. ที่ล้อหน้า และ 240 มม. ที่ล้อหลัง ความปลอดภัยที่มากขึ้นและการขับขี่ที่ราบรื่นขึ้นยังมาจากล้อหน้าขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 13 นิ้ว ส่วนล้อหลังขนาด 14 นิ้ว ระบบล็อคช่วงล่างด้านหน้า ซึ่งเป็นจุดเด่นของสกู๊ตเตอร์สามล้อสัญชาติอิตาลีรุ่นนี้ ช่วยเปลี่ยนสมดุลแบบไดนามิกเป็นสมดุลแบบสแตติก เมื่อสตาร์ทรถแล้ว มันจะรักษาสมดุลอยู่บนล้อทั้งสามโดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง (แม้ว่าจะติดตั้งมาให้) เมื่อต้องการกลับสู่การทำงานปกติ เพียงแค่เร่งความเร็วหรือใช้ปุ่มกดเฉพาะ นั่นหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องวางเท้าลงพื้น และสามารถจอดได้ทุกที่อย่างง่ายดาย เทคโนโลยีจัดเต็มพร้อมอำนวยความสะดวก มาพร้อมกับ หน้าจอ LCD ขนาด 5 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดความเร็วแบบดิจิทัล มาตรวัดรอบที่อยู่ตรงกลาง พร้อมกับตัวบอกระยะทางรวม และระยะทางทริป อุณหภูมิอากาศ นาฬิกาดิจิทัล ตัวบอกระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และตัวบอกอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น   ซึ่งสามารถเลือกดูได้โดยใช้ปุ่ม MODE บนแผงควบคุมด้านขวา เช่น ความเร็วสูงสุด ความเร็วเฉลี่ย การใช้เชื้อเพลิงแบบทันที การใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ย ระยะทางแบตเตอรี่ และระดับการชาร์จ ส่วนไฟเตือนจะแสดงการทำงานต่าง ๆ เช่น “ตรวจสอบการฉีดเชื้อเพลิง” น้ำมันสำรอง ความดันน้ำมัน การทำงานของ ABS และระบบป้องกันการโจรกรรม การควบคุมบนแฮนด์และแผงหน้าปัดได้รับการจัดตำแหน่งใหม่ให้ใช้งานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2025 Yamaha YZF R7 อัพสเปค เพิ่มสีใหม่

2025 Yamaha YZF R7 อัพสเปค เพิ่มสีใหม่ 2025 Yamaha YZF R7 อีกหนึ่งโมเดลที่เปิดตัวใหม่เช่นเดียวกับน้องใหม่ในตระกูล R-Series อย่าง R9 เท่านั้น แน่นอนว่าคันนี้เองก็มีดีกรีร้อนแรงไม่แพ้รุ่นพี่ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ซูเปอร์สปอร์ตไซส์กลาง พิกัด 700CC (CP2) มาพร้อมสีสันใหม่ เปิดราคาโมเดลใหม่ที่ 9,199 ดอลลาร์เหรียญสหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 309,000 บาท เครื่องยนต์สองสูบจี๊ดจ๊าดถึงใจ ขุมพลัง CP2 พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 689 ซีซี DOHC มอบพลังและสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ตื่นเต้นเร้าใจและแท้จริงในแบบ Supersport เพลาข้อเหวี่ยง 270 องศา ช่วยให้มีแรงบิดที่ต่อเนื่องเพื่อการเร่งที่เร้าใจ และลดการสั่นสะเทือน ช่วงล่างปรับใหม่ มั่นใจทุกโค้ง ระบบกันสะเทือนหน้ามาพร้อมกับโช้คอัพแบบหัวกลับขนาด 41 มม. ที่มีการปรับอัตราสปริง และการหน่วงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมในขณะเข้าโค้ง ระบบช่วงล่างด้านหลังมาแบบระบบโช้คเดี่ยว Monocross สามารถปรับพรีโหลดสปริง และให้ความสมดุลที่ดีเยี่ยมระหว่างขับขี่ โดยช่วงออกแบบมาให้สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองไปจนถึงการขี่ในสนามแข่ง ในส่วนของระบบเบรกแน่นอนว่าเป็นระบบเบรก OEM จากโรงงานที่มีประสิทธิภาพการเบรกไม่แพ้ค่ายดัง ระบบ Assist slipper clutch สามารถช่วยลดแรงกดที่ก้านคลัตช์ขณะเปลี่ยนเกียร์ ช่วยให้เชนจ์เกียร์ไว ไม่กระชาก ให้ความรู้สึกที่ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ให้ประสบการณ์การขับขี่แบบ Supersport ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังมีระบบ Quick Shift System (QSS) ที่ทำให้การเข้าเกียร์ไหลลื่นมากยิ่งขึ้นโดยที่ไม่ต้องกำคลัตซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ให้มากับ YZF-R7 2025 Yamaha YZF R7 สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ CP2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 689 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73.4 แรงม้าที่ 8,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 68.6 มม. อัตราส่วนการอัด 11.5 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อม Assist Slipper clutch ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 ZR17 ยางหลัง 180/55 ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพหัวกลับ ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้ ขนาดแกน 43 มม. ระยะยุบ 130 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คหลังเดี่ยว ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ ร่วมกับสวิงอาร์ม ระยะยุบ 130 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ขนาด 298 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก OEM จากโรงงาน เบรกหลัง ดิสก์เบรกหลังเดี่ยวขนาด 245 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 1 พอต กว้าง X ยาว X สูง 706 x 2,070 x 1,160 มม. ระยะฐานล้อ 1,394 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 134 มม. ความสูงเบาะ 835 มม. น้ำหนักรถ 187.7 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 12.8 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้

Yamaha PW50 2025 ปลุกความเป็นไบค์เกอร์ให้ลูกคุณ

Yamaha PW50 2025 ปลุกความเป็นไบค์เกอร์ให้ลูกคุณ Yamaha PW50 มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในตลาดมอเตอร์ไซค์เด็ก และในปี 2025 นี้ Yamaha ยังคงรักษาความเป็นมาตรฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ระดับเริ่มต้น โดย PW50 รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีประสบการณ์แรกกับมอเตอร์ไซค์ในรูปแบบที่ปลอดภัย เรียบง่าย และสนุกสนาน ดีไซน์เหมาะกับวัยจิ๋ว จุดเด่นสำคัญ คือการออกแบบที่เรียบง่าย และเหมาะสมกับเด็ก ด้วยที่นั่งที่มีความสูงเพียง 18.7 นิ้ว ทำให้เด็ก ๆ สามารถนั่ง และวางเท้าทั้งสองข้างถึงพื้นได้อย่างมั่นคง ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่ที่เป็นเด็กเล็ก กราฟิก และดีไซน์ของตัวรถได้รับแรงบันดาลใจจากทีม Yamaha Racing ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงความเป็นมือโปร “มือโปร” ให้กับผู้ขับขี่รุ่นจิ๋ว แม้ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์สำหรับเด็ก แต่ก็ยังคงรักษาความรู้สึกของความเป็นนักแข่งมอเตอร์ไซค์ที่จริงจัง เช่นเดียวกับรุ่นพี่ใหญ่ในตระกูล Yamaha Off-Road  เครื่องยนต์สองจังหวะสำหรับเด็ก PW50 2025 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 49 ซีซี แบบ 2 จังหวะ เครื่องยนต์นี้มีการออกแบบให้ขับเคลื่อนได้อย่างนุ่มนวล และควบคุมได้ง่าย ทำให้เด็ก ๆ สามารถเริ่มต้นเรียนรู้การขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการบังคับที่ซับซ้อน เครื่องยนต์ขนาดเล็กนี้ไม่เพียงแต่มีพละกำลังเพียงพอสำหรับการขับขี่แบบเบา ๆ บนทางดินหรือเส้นทางวิบาก แต่ยังทำให้ผู้ที่ขับขี่เป็นครั้งแรกสามารถขับขี่ได้ง่าย เพราะสามารถให้แรงบิดที่เหมาะสม โดยไม่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกหวาดกลัว เครื่องยนต์ที่ปรับจูนมาอย่างดี ทำให้ PW50 สามารถขับได้อย่างสนุกและปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็กที่ต้องการประสบการณ์แรกกับการขับขี่มอเตอร์ไซค์  ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ PW50 เป็นที่นิยม คือระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ “twist-and-go” ซึ่งผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเกียร์ เพียงแค่บิดคันเร่งรถจะเคลื่อนที่ไปได้ในทันที ระบบนี้ช่วยลดความซับซ้อนในการขับขี่ และทำให้เด็กสามารถมีสมาธิในการเรียนรู้การควบคุมตัวรถได้มากขึ้น การออกแบบนี้เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการให้ความรู้สึกของการควบคุมมอเตอร์ไซค์ที่แท้จริงกับการลดความซับซ้อนในการใช้งาน ทำให้ผู้ขับขี่รุ่นเล็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและสนุกสนาน ความปลอดภัยและการบำรุงรักษาที่ง่าย ความปลอดภัยเป็นหัวใจหลักของ Yamaha PW50 ระบบขับเคลื่อนด้วยเพลาขับที่มาพร้อมการปิดครอบอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการบำรุงรักษา และยังเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่เด็กเมื่อเทียบกับระบบโซ่ที่อาจมีความเสี่ยงในบางสถานการณ์ นอกจากนี้ PW50 ยังมาพร้อมกับระบบเบรกแบบดรัมทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่ให้การหยุดรถอย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยน้ำหนักตัวรถเพียง 40 กิโลกรัมนิด ๆ ทำให้เด็ก ๆ สามารถควบคุมรถได้ง่าย ไม่รู้สึกว่ารถหนัก หรือขับขี่ยากเกินไปบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ​ ระบบกันสะเทือนและการขับขี่ที่นุ่มนวล สำหรับการขับขี่บนทางวิบากหรือทางที่ไม่เรียบ PW50 ได้รับการติดตั้งระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ telescopic fork ขนาด 26 มม. พร้อมระยะยุบ 2.4 นิ้ว และระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบสวิงอาร์มพร้อมระยะยุบ 2.0 นิ้ว แม้ว่าระบบกันสะเทือนจะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับมอเตอร์ไซค์รุ่นใหญ่ แต่ก็เพียงพอที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลให้กับเด็กๆ โดยที่ไม่ทำให้รู้สึกว่าการขับขี่นั้นแข็งกระด้าง​ ความจุถังน้ำมัน ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 2 ลิตร ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ในระยะทางสั้น ๆ มากกว่าการเดินทางระยะไกล แต่เพียงพอสำหรับการใช้งานในสวนหลังบ้านหรือพื้นที่ฝึกซ้อมเล็กๆ ด้วยเครื่องยนต์สองจังหวะที่ประหยัดน้ำมัน ผู้ปกครองสามารถมั่นใจได้ว่าการเติมน้ำมันจะไม่บ่อยเกินไป และยังคงสามารถสนุกกับการขับขี่ได้เป็นเวลานานต่อการเติมครั้งเดียว ราคาที่เป็นมิตร สำหรับมอเตอร์ไซค์จิ๋วคันนี้ตั้งราคาจำหน่ายที่ประมาณ 1,849 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 62,015 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับมอเตอร์ไซค์เด็กที่มีประสิทธิภาพ และความทนทานระดับนี้ เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการให้ลูกหลานเริ่มต้นในการทดลองขี่รถมอเตอร์ไซค์ ด้วยการออกแบบที่ทนทาน และระบบการขับขี่ที่เรียบง่ายทำให้ PW50 เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเรียนรู้ในระยะยาว สรุป Yamaha PW50 2025 ยังคงรักษามาตรฐานการเป็นมอเตอร์ไซค์สำหรับเด็กที่ยอดเยี่ยม ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงความปลอดภัย ความง่ายในการใช้งาน และการบำรุงรักษาที่ต่ำ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งแรกที่สนุกและปลอดภัยให้กับลูก ๆ ได้อย่างเเน่นอน  Yamaha PW50 2025 สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 49 ซีซี แรงม้า N/A แรงบิด N/A ระบบวาล์ว ลิ้นปีกผีเสื้อ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 40 x 39.2 มม. อัตราส่วนการอัด 6.0 : 1 ระบบเกียร์ เกียร์อัตโนมัติแบบ Centrifugal ระบบจุดระเบิด CDI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง คาร์บูเรเตอร์ VM12 ยางหน้า 2.50 – 10 4PR ยางหลัง 2.50 – 10

Triumph Trident 660 2025 สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ

Triumph Trident 660 2025 สเปค  และรายละเอียดต่าง ๆ Triumph Trident 660 2025 สเปค สปอร์ตโมเดิร์นขนาด 3 สูบเรียง 660 ซีซี มาพร้อมลวดลายกราฟิกที่ได้รับการออกแบบใหม่ รวมถึงระบบฟีเจอร์ใช้งานต่าง ๆ และระบบช่วงล่าง ทั้งยังเสริมความคล่องตัวไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือออกทริปทางไกล นี่แหล่ะโมเดลสุดพิเศษของค่ายผู้ดี บริติชของแท้ รออัปเดตในเร็ว ๆ นี้    กราฟิกออกแบบใหม่ อัปเกรดใหม่ทั้งระบบฟีเจอร์ และช่วงล่าง สปอร์ต คล่องตัว หล่อ แม้ในยามค่ำคืน Triumph Trident 660 2025 ข้อมูลและรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ 3 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 660 ซีซี แรงม้า (เคลม) 81 แรงม้าที่ 10,250 รอบ แรงบิด (เคลม) 64 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 74.0 x 51.1 มม. อัตราส่วนการอัด 11.95 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์  ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 R 17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55 R 17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 41 มม. จาก Showa ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Showa ปรับพรีโหลดได้ ระยะยุบ 130 มม. เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ 310 มม. (OC-ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 255 มม. (OC-ABS) กว้าง X ยาว X สูง 795 x NA x 2,020 มม. ระยะฐานล้อ 1,401 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 190 กก. ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบเบรก Cornering ABS ระบบไฟ Full LED รอบคัน ระบบแทร็คชันคอนโทรล หน้าจอสี TFT ระบบครูซคอนโทรล ระบบนำทาง Turn-by-Turn แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ สีสันที่มีจำหน่าย สีเหลือง (Cosmic Yellow) สีน้ำเงิน (Cobalt Blue) สีแดง (Diablo Red) สีดำ (Jet Black) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Ducati Scrambler 2 รุ่นใหม่ ดุ เข้ม สปอร์ต อิตาลี

2025 Ducati Scrambler 2 รุ่นใหม่ ดุ เข้ม สปอร์ต อิตาลี เผยโฉมออกมาแล้วอย่างเป็นทางการกับ Ducati Scrambler โมเดลปี 2025 ที่ออกมาพร้อมกันถึงสองรุ่น ได้แก่ โมเดลรหัส Icon dark และ Full Throttle ซึ่งทั้งสองโมเดลที่เปิดพร้อมกันมานี้มีการใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดเท่ากันคือ 803 ซีซี ซึ่งได้รับการปรับแต่งอย่างสมบูรณ์เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานไอเสีย Euro 5+ แต่ก็สามารถสร้างความสนุกเร้าใจได้ตลอดการเดินทาง โดยทั้งสองรุ่นที่ปล่อยออกมาจะแตกต่างกันก็เพียงกราฟิก และรายละเอียดบางอย่างเท่านั้น Ducati Scrambler ‘ICON DARK’ ดีไซน์การออกแบบของ Ducati Scrambler ‘ICON DARK’ มาแบบเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ด้วยกราฟิกสีดำที่ดูสะอาดตา พร้อมถังน้ำมันทรงหยดน้ำสุดคลาสสิก และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มากับรถคันนี้ทุกอย่างเป็นสีดำ ไม่ว่าจะเป็นแผงด้านข้าง ล้อ เฟรม ฝาครอบคลัตช์ และฝาครอบสายพานแคม ที่ถังน้ำมันมีโลโก้ Ducati คลาสสิกที่ถูกสลักอยู่ในปีก Ducati พร้อมด้วยไฟหน้า LED ทันสมัย แฮนด์บาร์ทรงคลาสสิก และหน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 4.3 นิ้วที่เติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับ ICON DARK ยิ่งไปกว่านั้นโมเดลนี้ยังรองรับการติดตั้ง ควิกชิฟเตอร์ (ชุดแต่งเพิ่มเติม) อีกด้วย ล้อแม็กสีดำ เพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ ไฟท้ายดีไซน์สปอร์ต เพลทโลโก้ข้างถังน้ำมัน เบาะแต่ง กับลวดลายสุดเท่   Ducati Scrambler ‘FULL THROTTLE’ ดีไซน์การออกแบบของ Ducati Scrambler ‘FULL THROTTLE’ ตัวรถมาในสีดำเช่นกัน พร้อมอุปกรณ์ไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มรูปแบบ ระบบท่อไอเสียจาก Termignoni และระบบเกียร์แบบ Quickshifter ขึ้น-ลง แฮนด์บาร์ที่ต่ำลงเพื่อท่าทางการขับขี่ที่สปอร์ตยิ่งขึ้นโลโก้บนถังน้ำมันแสดงคำว่า Scrambler Ducati ด้วยตัวอักษรที่ทันสมัยและโดดเด่น เบาะนั่งถูกออกแบบมาให้มีความสอดคล้องตามหลักสรีรศาสตร์มากขึ้น พร้อมหมายเลข 62 ขนาดใหญ่ถูกสลักไว้บนแผงด้านข้าง เพื่อเป็นการระลึกถึงถึงปี 1962 ที่เป็นปีของ Scrambler Ducati ถือกำเนิดขึ้น ล้อแม็กสีทองสวย โดดเด่น #62 เพื่อระลึกถึง Ducati Scrambler รุ่นแรกในปี 1962 ระบบเกียร์แบบ Quickshifter หน้าจอ TFT ขนาด 4.3”   2025 Ducati Scrambler สเปคและรายละเอียดอื่น ๆ Ducati Scrambler ‘ICON DARK’ Ducati Scrambler ‘FULL THROTTLE’ เครื่องยนต์ Desmodromic แบบ L-twin ระบายความร้อนด้วยอากาศ Desmodromic แบบ L-twin ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 803 ซีซี 803 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 65.2 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที 65.2 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 88 x 86 มม. 88 x 86 มม. อัตราส่วนการอัด 11.1:1 11.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด 6 สปีด พร้อมระบบ Ducati Quick Shift ระบบจ่ายเชื้อเพลิง