
รีวิวฉบับเต็ม CFMoto 800MT Explore (ES) 2026 แอดเวนเจอร์พิกัดกลางที่คุ้มที่สุด เครื่องยนต์ 94 แรงม้า พร้อมระบบเรดาร์หลังและจอ MMI 8 นิ้
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

รีวิวฉบับเต็ม CFMoto 800MT Explore (ES) 2026 แอดเวนเจอร์พิกัดกลางที่คุ้มที่สุด เครื่องยนต์ 94 แรงม้า พร้อมระบบเรดาร์หลังและจอ MMI 8 นิ้

Bonneville T120 2026 ยกระดับความมั่นใจและความสะดวกไปอีกขั้น กับตำนานคลาสสิกพี่ใหญ่ หัวใจสูบคู่ 1,200 ซีซี มีเทคโนโลยีครบถ้วน

Bonneville T100 2026 โมเดลคลาสสิกต้นแบบแห่งตระกูล Bonneville พร้อมอัปเกรดเรื่อเทคโนโลยีกับเครื่องยนต์สองสูบขนาด 900 ซีซี พร้อมรายละเอียด

2025 Honda CBR600RR แรงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่ 2025 Honda CBR600RR สปอร์ตไบค์คลาส 600 ซีซี ที่ Honda ยังคงทำตลาดอยู่ และตอนนี้เปิดตัวเจนใหม่แล้วในประเทศอเมริกา ซึ่งในโมเดลนี้ไม่ใช่รุ่นที่อัปเดตใหม่เหมือนที่วางขายในยุโรป โมเดลใหม่ดีไซน์เครื่องเดิมสนิท ขุมพลังหลักของ CBR 600RR รุ่นปี 2025 ได้แก่ เครื่องยนต์สี่สูบเรียงขนาด 599 ซีซี จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด DSFI 4 วาล์วต่อสูบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุดที่ 183 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 66 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบต่อนาที ช่วงล่างด้านหน้ามาพร้อมโช้คหัวกลับ Showa BPF และด้านหลังเป็นแบบโช้คเดี่ยว Pro-Link เพื่อให้การควบคุมที่แม่นยำขึ้นและเพิ่มการยึดเกาะถนน ทั้งสองด้านสามารถปรับแต่งพรีโหลด รีบาวนด์ได้ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ มาพร้อมคาลิเปอร์เบรก Tokico เบรกหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว มาพร้อมกับขนาดล้อและยางที่ 120/70 ZR-17 และ 180/55 ZR-17 หน้าหลังตามลำดับ ในส่วนของการออกแบบ โมเดลรถคันนี้มีพื้นฐานมาจากโมเดลเก่าปี 2013 (รหัส EBL-PC40) ที่ยังคงมีเลี้ยวอยู่ด้านข้างยังไม่ใช่ปีกวิงก์เล็ตแบบโมเดลปี 2020 มาพร้อมไฟหน้า LED แบบคู่ และหน้าจอแสดงผลดิจิทัล พร้อมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น โหมดการขับขี่ คันเร่งไฟฟ้า (throttle-by-wire) และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ที่ยังคงเหมือนเดิมจากรุ่นก่อนหน้า เปลี่ยนสีประจำโมเดล โมเดลที่เปิดใหม่ในอเมริกานี้เป็นโมเดลที่ต่อเนื่องมาจากรุ่นก่อนหน้าที่วางขายอยู่ในอเมริกา ไม่ใช่รุ่นที่มีการพัฒนาใหม่ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นของปี 2025 ก็มีเพียงอย่างเดียวคือสีสันใหม่ ได้แก่สีเทา ‘Deep Pearl Gray’ ที่มาแทนที่สี Grand Prix Red จากปีก่อน ตัวรถถูกเคลือบด้วยสีเทาเข้มเป็นสีพื้น พร้อมการตกแต่งด้วยสีเทาอ่อน และขาว พร้อมด้วยการคาดเส้นสีแดงบาง ๆ ที่ใส่มาเพื่อให้เกิดการตัดกันของสีเพื่อให้เกิดความโดดเด่น อาจจะขัดใจกับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบในสีแดง 2025 Honda CBR600RR สเปคและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 599 ซีซี แรงม้า (เคลม) 119 แรงม้าที่ 14,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 63 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67 x 42.5 มม. อัตราส่วนการอัด 12.2 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ขนาดล้อและยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ขนาดล้อและยางหลัง 180/55-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบหัวกลับขนาด ขนาด 41 มม. รุ่น Showa ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ระยะยุบ 128 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เรเดียนเมาท์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X

BMW R NineT 801 Steampunk จาก Zillers Garage BMW R NINET 801 Motorcycle ซึ่งได้รับการโมดิฟายด้วยสำนักแต่งรถจากประเทศรัสเซียอย่าง Zillers Garage ที่มีผลงานการคัสตอมรถมอเตอร์ไซค์ออกมาได้อย่างจี๊ดจ๊าดไม่ว่าจะเป็น การคัสตอม BMW R18 ที่เปลี่ยนจากรถที่มีดีไซน์แบบครุยเซอร์คลาสสิคให้มีความล้ำสมัย เสมือนหลุดออกมาจากโลกอนาคต รวมไปถึงการได้รางวัลชนะเลิศ AMD World Champion of bike building ที่มีผลงานชื่อดังระดับโลกอย่าง ‘Insomnia.’ Yamaha SR400 อีกทั้งสำนักแต่งนี้ก็ยังมีผลงานชิ้นโบว์แดงอีกหนึ่งชิ้นนั่นคือการนำ BMW R Nine T มาแยกชิ้นส่วนจนเหลือเพียงแค่เครื่องยนต์ ระบบเบรกล่าง และโช้คอัพหน้าเท่านั้นที่เป็นของเดิมมาจากโรงงาน มาจัดการปรับรูปลักษณ์ภายนอกใหม่โดยมีชื่อว่า BMW R NINET 801 Motorcycle โดยรถคันนี้มีระยะเวลาในการผลิตประมาณ 10 เดือนต่อหนึ่งคัน เครื่องยนต์เดิมสนิทจากโรงงาน ในส่วนของขุมกำลังของรถคันนี้ทางสำนักแต่งจะไม่ไปยุ่งอะไรกับเครื่องยนต์ เพราะยังคงไว้ใจในขุมกำลังเครื่องยนต์แบบ 2 สูบเรียงนอน Boxer ขนาดความจุ 1,170 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 110 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 116 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที ระบบเบรก Brembo จากโรงงาน ในส่วนของช่วงล่างมาพร้อมกับล้อคัสตอมขนาดขอบ 18 นิ้วทั้งหน้า และหลัง ระบบเบรกด้านหน้า และด้านหลังเป็นเบรกเดิมของรถที่มาจากโรงงานได้แก่ เบรกหน้าดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo 4 พอตขนาด 320 มม. เบรกหลังแบบดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo 2 พอตขนาด 265 มม. พร้อมระบบ ABS ทั้งคู่ ส่วนของระบบกันสะเทือนหน้า Hydraulic suspension สามารถยกรถขึ้นได้แค่เพียงกดปุ่มเมื่อต้องการขับขี่ ปุ่มฟังก์ชันครบบนถังน้ำมัน โครงที่พาดอยู่เหนือแฮนด์บาร์นั้นทำหน้าที่เป็นส่วนค็อกพิทที่ใช้งานได้จริง โดยมีมาตรวัดความเร็ว Motogadget Motoscope Mini และปุ่มควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น ปุ่มไฟสูง/ไฟต่ำ และปุ่มควบคุมความสูงรถด้วยระบบไฮดรอลิก ที่ถูกรวมเข้าไว้ปกถังน้ำมันอย่างไร้รอยต่อ ตัวถังภายนอกอลูมิเนียมทำมือทั้งคัน ในส่วนของคอนเซปต์ดีไซน์ของรถดีคันนี้ Dmitry มีความตั้งใจให้ตัวถังมีสไตล์ย้อนยุคผสมผสานกับความล้ำสมัย และชิ้นส่วนตัวถังถูกหุ้มด้วยชิ้นส่วนอะลูมิเนียมด้วยมือทีละชิ้น เส้นสายของการออกแบบมีความประณีต ตั้งแต่ส่วนหน้าที่ดูคล้ายหุ่นยนต์มีความ Sci-fi ไปจนถึงส่วนท้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถคลาสสิค พร้อมด้วยโลโก้ BMW แปะอยู่ที่ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง ช่องเก็บของท้ายรถแบบมินิมอล หลายครั้งมักมีวลีที่บอกว่า ‘เท่แต่กินไม่ได้’ ที่หมายถึงไม่อเนกประสงค์ในการเก็บสัมภาระ แต่ไม่ใช่กับรถคันนี้ เพราะรถคันนี้ไม่ได้เท่แค่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถเก็บของได้บ้างเล็กน้อย (เล็กน้อยที่แปลว่าเล็กน้อยมาก ๆ) โดยช่องเก็บดังกล่าวอยู่ส่วนของท้ายรถ อีกทั้งในช่องนั้นยังมีพอร์ตสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วย ดีไซน์สุดล้ำไร้ขาตั้งกวนใจ ความเท่อีกหนึ่งจุดคือของรถคันนี้คือ การจอดโดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง เพราะด้านล่างสุดของตัวรถคือจุดรับน้ำหนักที่ประคองให้มันตั้งอยู่ได้ โดย Dimitry ออกแบบ และพัฒนาระบบ Hydraulic suspension ให้ฝังอยู่ในตะเกียบหน้า โดยระบบนี้จะยกรถขึ้นเมื่อต้องการผู้ขับขี่ต้องการขับขี่ และย่อลงติดพื้นเมื่อดับเครื่องยนต์ ภาพในมุมอื่น ๆ สรุป Zillers’ R nineT เป็นรถที่มีความโดดเด่น มีสไตล์ แต่ก็น่าเสียดายที่ถูกตกแต่งเพียงแค่ตัวถังภายนอกเท่านั้น ไม่ได้มีการไปยุ่งกับเครื่องยนต์ 2 สูบ 1,170 ซีซี 110 แรงม้า แต่การตกแต่งสไตล์นี้มันก็มากพอที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้ที่พบเห็นได้จนจำผลงานแบบ One-off อีกชิ้นของ Dimitry ได้ไปอีกนาน หากอ่านแล้วสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Zillers custom คลิ๊กที่นี่

Aprilia Racing ดึงตัว Sterlacchini คุมฝ่ายเทคนิค เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2024 ก่อนเริ่มการแข่งที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ทีม Aprilia Racing มีการประกาศแจ้งให้ทราบถึงการแต่งตั้ง Fabiano Sterlacchini เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของทีม Aprilia Racing โดยมีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2024 เป็นต้นไป การมาของ Fabiano ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของทีม Aprilia ในการแข่งขัน MotoGP หลังจากการเซ็นสัญญากับนักบิดหนุ่มที่มีพรสวรรค์ถึงสองคน คือ Jorge Martín และ Marco Bezzecchi Aprilia Racing โพสต์ผ่านช่องทาง Instagram ของทีมโดยมีเนื้อหาดังนี้ “ขอขอบคุณ Romano Albesiano (ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคคนเก่า) สำหรับ 11 ปีที่ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของทีม รวมถึงตลอด 20 ปีที่ทำงานในร่วมกับกลุ่ม Piaggio” โดย Albesiano จะเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคที่ Honda ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า สำหรับการแข่งขันสนามถัดไปของ MotoGP จะแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม เวลา 12.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Kawasaki Versys 1100 ยักษ์เขียวทัวร์ริ่ง เครื่องใหญ่กว่าเดิม เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในยุโรปกับ 2025 Kawasaki Versys 1100 ที่ขยายความจุเพิ่มขึ้นจากตัวก่อนหน้า พร้อมทั้งได้รับการอัพเกรดให้รถคันนี้ตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้นไปอีก การออกแบบดีไซน์ตัวถังของ Versys 1100 มีเส้นสายที่พลิ้วไหวให้รูปลักษณ์มีความสปอร์ต อีกทั้งยังมีการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยให้ขับขี่ทางไกลได้อย่างสบาย โดยในโมเดล 2025 นี้มีการเปิดตัวออกมาด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นย่อยได้แก่ Kawasaki Versys 1100, Kawasaki Versys 1100S และ Kawasaki Versys 1100SE เครื่องยนต์อัพไซส์ ดีดม้าเพิ่ม 15 ตัว ซึ่งสิ่งที่อัพเกรดคือเครื่องยนต์ ใน Kawasaki Versys โมเดลใหม่นี้จะใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกันทั้งสามรุ่นย่อย คือมาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุเพิ่มขึ้นจาก 1,043 ซีซีเป็น 1,099 ซีซี ทำให้ได้ม้าเพิ่มขึ้นถึง 15 ตัวจาก 120 แรงม้าเป็น 135 แรงม้า ทำให้การขับขี่มีความสนุก และสบายมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกล การเร่งจากรอบต่ำถึงรอบสูงเป็นไปอย่างน่าตื่นเต้นมากขึ้น อีกทั้งการตอบสนองของคันเร่งที่ยอดเยี่ยม แรงบิดที่แข็งแกร่งในทุกช่วงรอบ และเสียงดูดอากาศที่น่าดึงดูดยังช่วยเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่อีกด้วย Quick Shifter ปรับใหม่ 1,500 รอบก็ทำงานแล้ว Kawasaki Quick Shifter (KQS) ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ขึ้น และลงโดยไม่ต้องใช้คลัตช์ เพื่อการเร่งความเร็วที่ราบรื่น และลดความเร็วได้อย่างรวดเร็ว ระบบ KQS ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สามารถทำงานในช่วงรอบต่อนาทีที่กว้างขึ้น โดยรอบต่อนาทีต่ำสุดจะเปลี่ยนจาก 2,500 รอบต่อนาที เป็น 1,500 รอบต่อนาที ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวลแม้จะอยู่ในเมืองหรือขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ เทคโนโลยีแบบเต็มระบบ นอกจาก Quick Shifter ที่ทำให้การเข้าเกียร์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นแล้ว เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับ Versys 1100 ในโมเดลใหม่นี้เรียกได้ว่าให้มาแบบครบครัน สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่อย่างเต็มพิกัดไม่ว่าจะเป็น IMU หรือหน่วยประมวลแรงเฉื่อยแบบ 6 แกน แทรคชันคอนโทรล 3 โหมด ได้แก่ โหมดเพิ่มความเสียรภาพในถนนลื่นไม่ให้ล้อหมุนฟรี โหมดในการรักษาแรงยึดเกาะที่เหมาะสมขณะเข้าโค้ง และโหมดในการลดกำลังเครื่องเมื่อระบบตรวจพบว่าล้อหลังหมุนฟรี ระบบควบคุมเบรก ระบบเบรก ABS ระบบ Cruise control (ครูซ คอนโทรล) และช่องจ่ายไฟแบบ USB-Type C นอกจากฟีเจอร์ที่มีอยู่แล้วยังเพิ่มความสามารถให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมแอปด้วยคำสั่งเสียง ผ่านแอปพลิเคชัน RIDEOLOGY THE APP MOTORCYCLE ซึ่งช่วยให้สามารถปรับการตั้งค่ามอเตอร์ไซค์และฟังก์ชันอื่นๆ ด้วยการสั่งงานผ่านเสียง ซึ่งในฟังก์ชันนี้จะสามารถใช้ได้แค่ในรุ่น S และ SE เท่านั้น ซึ่งจุดพิจารณาคือ อาจจะยังใช้ได้แค่ภาษาอังกฤษ ซึ่งการออกเสียงสำเนียงในแต่ละท่านอาจจะทำให้การรับคำสั่งบางคนไม่ตอบสนองได้ดีเท่าที่ควร https://www.youtube.com/watch?v=EH-Fz8lK7N0 2025 Kawasaki Versys 1100 สเปคพร้อมรายละเอียดอื่น ๆ 2025 Kawasaki Versys 2025 Kawasaki Versys S 2025 Kawasaki Versys SE เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,099 ซีซี 1,099 ซีซี 1,099 ซีซี แรงม้า (เคลม) 135 แรงม้าที่ 9,000 รอบ 135 แรงม้าที่ 9,000 รอบ 135 แรงม้าที่ 9,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 112 นิวตันเมตรที่ 7,600 รอบ 112 นิวตันเมตรที่ 7,600 รอบ 112

VESPARTE : HEARTBEAT ได้บุญแถมได้รถ VIVA LA VESPA แคมเปญจากทางเวสป้าที่เฉลิมฉลองให้กับ เวสป้า ประเทศไทย โดยคอนเซ็ปต์ของ VIVA LA VESPA ประกอบไปด้วย 3 กิจกรรมใหญ่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ขับขี่เวสป้า หรือ Vespisti (เวสปิสตี้) ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น Vespanista (Fashion) , Vespafesta (Music) และ Vesparte (ART) และ Phase ของ VESPARTE กับคอนเซปต์ Vesparte Heartbeat ที่จัดเสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 25-29 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้จะเป็นงานที่จะพาเหล่าเวสปิสตี้โลดแล่นเข้าไปสู่โลกของงานศิลปะในทุกรูปแบบ โดยในครั้งนี้ทางเวสป้าได้ร่วมมือกับศิลปินไทยในแขนงต่าง ๆ เพื่อสร้างผลงานที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองให้กับช่วงเวลาพิเศษในครั้งนี้ โดยจุดประสงค์การจัดงานครั้งนี้คือ การร่วมประมูลรถเวสป้าเพื่อนำรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่ป่วยด้วยโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด โดยรายได้จากการประมูลผลงานหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปมอบให้กับมูลนิธิเด็กโรคหัวใจแห่งประเทศไทยทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, มูลนิธิเพื่อสนับสนุน การผ่าตัดหัวใจเด็ก และ โครงการหนึ่งหัวใจ สู่ชีวิตใหม่ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ATT 19 ศูนย์รวมแกลอรีชื่อดังมากมาย สำหรับสถานที่ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ อยู่ที่ ATT19 แถวย่านเจริญกรุง และพรั่งพร้อมไปด้วยโมเดลรถเวสป้าที่ถูกวาดลวดลายด้วยศิลปินทั้ง 7 ท่าน ได้แก่ Benzilla (เบนซิลล่า), Nanzo (แนนโซ่), Yoon Phanaphast (ยูน ปัณพัท), Poorboy (พูลบอย), Thaiwijit (ไทยวิจิต), Gongkan (ก้องกาน) และ Mackcha (แม็กชา) ที่มาร่วมส่งต่อโอกาสให้กับเด็ก ๆ ผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจที่ยังรอการรักษาในประเทศไทย เพื่อให้เด็ก ๆ เหล่านั้นได้มีโอกาสและใช้ชีวิต เดินตามความฝันของตัวเองได้อย่างอิสระ เดี๋ยวเรามาชมเวสป้าที่ประดับด้วยลวดลายศิลปะแต่ละคันว่าจะสวยสดงดงามขนาดไหน VESPA LX 125 I-GET BY Benzilla สำหรับสาวกเวสปิสตี้ หรือผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะในวงการสตรีทอาร์ตน่าจะรู้จักกับ เบนซ์-ปริญญา ศิริสินสุข หรือ Benzilla กับคอนเซ็ปต์การออกแบบเวสป้า LX125 i-Get มาในลวดลายของตัวการ์ตูนสุดน่ารักอย่าง LOOOK เปรียบเสมือนตัวแทนของเด็ก ๆ ที่พร้อมจะออกเผชิญโลกกว้างนั่นเอง ชื่อผลงาน : Blomming โมเดล : VESPA LX 125 I-GET คอนเซปต์ : การขับขี่เวสป้าก็เหมือนการได้แล่นไปกลางทุ่งดอกไม้ผ่านสายลมในทุกช่วงวินาทีของการเดินทาง จึงหยิบใช้ดอกไม้และองค์ประกอบของธรรมชาติมาใส่ไว้บนรถเวสป้า เลือกสีที่ใช้มีความน่ารักด้วยความ ตั้งใจที่อยากจะส่งต่อความสดใส ความหวัง และมุมมองในการใช้ชีวิตในแง่บวก แบบเจ้า LOOOK และตัวละครอื่น ๆ โดยเปรียบเจ้า LOOOK เป็นเหมือนเด็กคนหนึ่งที่หน้าตาไม่เหมือนใคร แต่ก็พยายามที่จะปรับตัวเข้ากับสิ่งต่าง ๆ ทําความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ด้วยดวงตาใหญ่ ๆ ที่มีไว้มองสิ่งที่เกิดขึ้น คล้ายกับเป็นผู้สังเกตการณ์ เรียนรู้จากทุกปัญหาที่ต้องเผชิญด้วยมุมมองที่เป็นบวก สร้าง ความรู้สึกสบายท่ามกลางสายลมอิสระ VESPA LX 125 I-GET BY Nanzo ต่อด้วย โมเดลสุดพิเศษของศิลปินสาวสวยอย่าง แนน – วราภรณ์ เหมรัตน หรือ Nanzo ศิลปิน Art ชื่อดังกับรถเวสป้า LX 125 i-Get มาพร้อมลวดลายสุดคลีนแต่เต็มไปด้วยสีสันสดใส สะท้อนถึงความอิสระแห่งการปลอดปล่อยตัวเองไปกับธรรมชาติ Project : THE JOYFUL RIDE โมเดล : VESPA LX 125 I-GET คอนเซปต์ : ถ่ายทอดบรรยากาศของการท่องเที่ยวกับเพื่อน ๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงการเต้นรําและอิสระ การเดินทางที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ดื่มดําไปกับธรรมชาติรอบตัว ด้วยแรงบันดาลใจจากรูปทรง ของมนุษย์กับธรรมชาติต่าง ๆ เช่น ภูเขา

Royal Enfield Himalayan 450 อีกหนึ่งโมเดลรถที่พร้อมผจญภัยในสภาพถนน มาพร้อมการขับขี่ที่นุ่มสบาย พร้อมลุยในทุกสภาพถนน

2025 Kawasaki W230 และ Meguro S1 คลาสสิคที่ยังมีลมหายใจ 2025 Kawasaki W230 และ Meguro S1 เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับรถจักรยานยนต์ที่มีกลิ่นอายของความเป็นเรโทรคลาสสิคตระกูล W ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน โดย Kawasaki W230 เป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของ W แบรนด์ และ Meguro S1 ทายาทของ Kawasaki 250 Meguro ที่อายุครบ 100 ปีในปีนี้แบบพอดิบพอดี ทั้งสองคันมีรูปแบบการดีไซน์ย้อนยุคสวยงาม เรียกได้ว่าถูกใจเหล่าไบค์เกอร์สายคลาสสิคอย่างแน่นอน Meguro S1 ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบโดยตรงจากรถมอเตอร์ไซค์ในตำนาน ในประวัติศาสตร์ของ Kawasaki และ Meguro: Kawasaki 250 Meguro SG ซึ่งผลิตในปี 1964 การออกแบบที่เห็นใน Meguro S1 สัมผัสได้ว่าสืบทอดมาจากรุ่นบรรพบุรุษโดยตรง โดยยังคงความเท่แบบเหนือกาลเวลาซึ่งยังคงสวยงามเหมือนในปี 1964 Kawasaki W230 โมลเดลที่สืบสานความภาคภูมิใจของซีรีส์ W ด้วยสัมผัสแห่งสไตล์ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่รุ่น W รุ่นดั้งเดิม W230 จึงมีความงามอันเรียบง่ายเหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนดีไซน์ก็ยังมีความคลาสสิคและสวยงามอยู่เสมอ Kawasaki W230 และ Meguro S1 ใช้เครื่องยนต์ขนาดเดียวกันที่ 233 ซีซี สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีพละกำลังอยู่ที่ 17 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิด 18.6 นิวตันเมตรที่ 5,800 รอบต่อนาที ซึ่งเจ้าเครื่องนี้ก็จะเป็นพื้นฐานมาจาก KLX230 จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด มาพร้อมกับเกียร์ 6 สปีดแบบแมนนวล ล้อหน้าให้มาแบบซี่ลวดขนาด 90/90-18 M/C ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว 2 พอต ขนาด 265 มม. มาพร้อมโช้คอัพแบบเทเลสโคปิกขนาดแกน 37 มม. พร้อมปลอกกันฝุ่น ในส่วนของระบบความปลอดภัย ให้ระบบเบรกมาพร้อม ABS ช่วยให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเมื่อต้องมีการเบรกกระทันหัน ล้อหลังให้มาแบบซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว 110/90-17 M/C ขนาด 220 มม. ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบสวิงอาร์มพร้อมโช้คอัพสปริงคู่ ระบบไฟส่องสว่าง ไฟหน้าให้ไฟแบบ LED สีขาว แต่ในส่วนของไฟเลี้ยวด้านหน้า ไฟท้าย และไฟเลี้ยวด้านหลังให้เพียวแค่หลอดไฟแบบฮาโลเจนเท่านั้น เรือนไมล์ที่ความผสมผสานระหว่างดิจิตอล และอนาล็อก โดยฝั่งซ้ายจะบอกความเร็ว และจอดิจิตอลสำหรับบอกระยะทางรวมของรถคันนี้ และนาฬิกา ฝั่งขวาจะเป็นรอบของเครื่องยนต์ และสัญญาณต่าง ๆ อาทิ ไฟบอกสถานะเกียร์ว่าง , ไฟเตือนไฟสูง , ABS , ไฟเตือนระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และสัญญาณไฟเลี้ยว 2025 Kawasaki W230 และ Meguro S1 สเปค และรายละเอียด Kawasaki W230 Meguro S1 เครื่องยนต์ เครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ เครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 233 ซีซี 233 ซีซี แรงม้า (เคลม) 17 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที 17 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 18.6 นิวตันเมตรที่ 5,800 รอบต่อนาที 18.6 นิวตันเมตรที่ 5,800 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67.0 x 66.0 มม. 67.0 x 66.0

Honda ADV160 2025 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ และมาพร้อมกับสีใหม่ที่พร้อมลุยยิ่งกว่าเดิม พร้อมเปิดให้เป็นเจ้าของแล้ว

ยักษ์เขียว ล้อหมุนเปิดรุ่นใหม่ 2025 Kawasaki Ninja 1100 SX หลังจากที่ Kawasaki Versys 1100S เปิดตัวแล้วในประเทศออสเตรเลีย ก็มีข่าวเพิ่มเติมออกมาเกี่ยวกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ 2025 Kawasaki Ninja 1100 SX ที่ใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกัน รวมไปถึงรุ่นย่อยที่ใส่ของแต่งสายทัวร์ริ่งมาให้ เครื่องยนต์ 1100 เจนใหม่ เพิ่มขนาดแต่ม้าตาย เครื่องยนต์ใหม่ ในโมเดลนี้มีขนาด 1,099 ซีซี 4 สูบเรียง โดยเป็น เครื่องยนต์ที่ถูกพัฒนามาจากรุ่น Ninja 1000SX เดิม ซึ่งขาววงในบอกสเปคคร่าวๆมาว่า จะสามารถส่งกำลัง 134 แรงม้าที่ 9,000 rpm แรงบิด 112.6 นิวตันเมตร ที่ 7,600 rpm เทียบกับตัวเก่าเครื่องยนต์ตัวใหม่เหมือนจะโดนตอนม้ามา แต่ได้แรงบิดที่เพิ่มหน่อยนึง เพราะจากสเปคเดิม Ninja 1000SX ที่มีพละกำลังอยู่ที่ 140 แรงม้าที่ 10,000 rpm แรงบิดอยู่ที่ 111.2 ที่ 8,000 rpm ที่ม้าล้มตายไปฝูงนึง น่าจะมีสาเหตุจาก กฎ Euro 5+ ที่ไม่ใช่แค่คาวาที่โดน แต่ ตัวพันรุ่นใหม่ โดนแทบทุยี่ห้อ ต้องมาดูอีกทีว่า Kawasaki ให้โหมดแบบไม่ตอนมารึเปล่า หรือต้องซื้อท่อฟูลซักเส้น เพิ่มท็อปสปีดกับอัตราทดเกียร์ใหม่ ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์ใหม่นี้จะมีกำลังแรงม้าที่น้อยกว่า และมีน้ำหนักที่ใกล้เคียงกัน แต่เจ้า Ninja 1100SX มีการปรับอัตราทดเกียร์ใหม่ จึงทำให้มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 251 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่ง 1000SX ทำได้ที่ 249 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รุ่น SE เพื่อสายทัวร์ริ่งโดยเฉพาะ ในส่วนของรายละเอียดรุ่นย่อยของ Kawasaki Ninja 1100SX จะไม่ได้มาเพียงแค่รุ่นธรรมดา (โมเดลต่อท้ายด้วย SX) แต่จะมีรุ่น SE ที่เป็นรุ่นอัพเกรดเพิ่มเติมขึ้นมา โดยในรุ่น SE จะมาพร้อมอุปกรณ์เสริมเช่นกล่องสัมภาระด้านข้าง และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ รวมถึงระบบความปลอดภัยที่มีความทันสมัยมากขึ้น และรวมไปถึงสีพิเศษที่อาจจะมีเฉพาะในรุ่นนี้ สรุป รถจักรยานยนต์รุ่นนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่สไตล์สปอร์ต-ทัวร์ริ่ง โดยมุ่งเน้นไปที่ความสมดุลระหว่างสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของรุ่นนี้คาดว่าจะเปิดตัวขี้นในเดือนตุลาคม 2024 นี้ และคาดว่าจะมีคันจริงให้สาวกยักษ์เขียว ลูบไล้สัมผัสที่งาน EICMA 2024 ที่ประเทศอิตาลี ในเดือนพฤศจิกายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เจาะสเปค Honda Lead 125 (2025) รุ่นใหม่เพิ่ม ABS และโช้ค Öhlins ราคาเริ่ม 61,500 บาท U-Box 37 ลิตรยังอยู่ครบ เช็กตารางผ่อนและสีใหม่ได้ที่นี่

2025 Suzuki GSX-8R เพิ่มความหล่อด้วยสีใหม่ เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับ 2025 Suzuki GSX-8R ที่ยังคงคอนเซปต์เดิม นั่นคือการที่ให้รถจักรยานยนต์คันนี้สามารถขี่ใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน และแข่งขันในสนามได้ ซึ่งการเปิดตัวในโมเดลนี้จะมีเพียงสีใหม่ที่เปิดตัวเพิ่มเข้ามา คือสี เหลือง-ดำ Pearl Ignite Yellow เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับผลิตภัณฑ์ อีกทั้งในเจ้าโมเดลที่เปิดตัวใหม่ ก็มีจุดเด่นไฮไลท์ที่น่าสนใจ ดังนี้ สปอร์ตฟลูแฟริ่ง ออกแบบตามหลักพลศาสตร์ ทาง Suzuki ได้เปิดตัววางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ GSX-8R MY2025 โดยรูปแบบตัวรถมาในทรงของรถสปอร์ตฟลูแฟริ่งแบบเต็มพร้อมบังลม ซึ่งทุกรายละเอียดของการออกแบบจะมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพ และผ่านการทดสอบในอุโมงค์ลม อีกทั้งยังออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ รูปทรงเพรียวบางช่วยให้ลมไหลผ่านได้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดยขนาดตัวรถมีขนาดอยู่ที่ (กว้าง x ยาว x สูง) 770 x 2,115 x 1,135 มม. ความยาวของช่วงล้ออยู่ที่ 1,465 มม. ตัวรถมีระยะห่างจากพื้น 145 มม. และความสูงของเบาะนั่งอยู่ที่ 810 มม. ล้อรถแบบแม็กซ์มีขนาดด้านหน้า 17 x 3.5 นิ้ว และล้อหลังขนาด 17 x 5.5 นิ้ว พร้อมกับขนาดยางหน้าขนาด 120/70-ZR17 และขนาดยางหลังขนาด 180/55-ZR17 Dynamic ABS LINEAR STOPPING POWER ระบบเบรกคู่หน้แบบดิสก์เบรกคู่ 4 พอตปั้มเบรก Nissin ขนาด 310 มม. และระบบเบรกล้อหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว 1 พอต ขนาด 240 มม. ที่มาพร้อมกับระบบ ABS ช่วยให้เบรกได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น ERGONOMIC CHASSIS การควบคุมและความสะดวกสบายที่ไม่เหมือนใคร แชสซีที่ถูกออกแบบมาเพื่อความเสถียรในการขับขี่ทางตรงอันยอดเยี่ยม พร้อมทั้งยังคงการขับขี่ที่สปอร์ต ให้ผู้ขับขี่รู้สึกตื่นเต้น สนุกทุกครั้งที่ได้ร่วมทางกับคันนี้ โดยระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพหัวกลับ Showa SFF-BP ขนาดแกน 41 มม. มีระยะยุบตัว 130 มม. ระบบกันสะเทือนด้านหลังโช้คอัพเดี่ยว Showa Link-type มีระยะยุบตัว 130 มม. สามารถปรับตั้งค่าพรีโหลดได้ ที่สามารถปรับแต่งเพื่อความคล่องตัวและการควบคุมที่มั่นใจขณะขับขี่มากยิ่งขึ้น PARALLEL-TWIN ENGINE ทํางานได้อย่างราบรื่น เครื่องยนต์ 2สูบ มาในขนาด 776 ซีซี 4 จังหวะ ข้อเหวี่ยงแบบ 270° DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยเคลมกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 82.9 แรงม้าที่ 8,500 รอบและแรงบิดที่ 78 นิวตันเมตรที่ 6,800 รอบ และติดตั้งระบบ Cross Balancer เอกสิทธิ์เฉพาะของ Suzuki เพื่อการทำงานของเครื่องยนต์ที่ราบรื่นมากยิ่งขึ้น QUICK SHIFTER ให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นเรื่องง่าย The Suzuki Clutch Assist System (SCAS) ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ และการเบรกเครื่องยนต์เป็นไปอย่างนุ่มนวล ขณะที่ระบบ Quick Shift แบบสองทิศทางช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้ง่ายกว่าที่เคย SUZUKI INTELLIGENT RIDE SYSTEM GSX-8R ใช้ระบบ Suzuki Intelligent Ride System (SIRS) พร้อมตัวเลือกโหมดขับขี่ Suzuki 3 โหมด ได้แก่ โหมด A (แอคทีฟ) ซึ่งให้การตอบสนองของคันเร่งที่เฉียบคมที่สุด โหมด B และโหมด C ที่สามารถเลือกใช้การตอบสนองความนุ่มนวลของคันเร่งได้ตามระดับ และระบบควบคุมการยึดเกาะถนนขั้นสูง 4 โหมด พร้อมด้วยระบบ Easy Start สตาร์ทเครื่องง่าย ๆ ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว และ Low RPM Assist ระบบช่วยป้องกันรถดับเมื่อขับขี่ในรอบต่ำ สีสันที่วางจำหน่าย 2025 Suzuki GSX-8R

บทความนี้เราได้สืบหา มอเตอร์ไซค์ท่าขี่แบบสปอร์ต หรือเข่าหนีบถัง เท้าไม่ยื่นไปข้างหน้า นั่นหมายถึงว่าจะตัดรถกลุ่มมอเตอร์ไซค์ครูซเซอร์ออกเกือบทั้งหมด แต่มีหลงๆมาอยู่ เพราะท่าขี่นะแหละ โดยความแรงจะเรียงตามอัตราส่วน ของแรงม้าต่อน้ำหนัก เพื่อความแฟร์ เหมือนเทียบมวยตามน้ำหนักตัวเพื่อทำการจัดอันดับ มอเตอร์ไซค์สปอร์ตแรงสุดของปี2024 อันดับที่ 13.Triumph Rocket 3 Storm Rocket 3 Storm ความภาคภูมิใจของวิศวกร Triumph ที่สร้างเครื่องยนต์ 3 สูบ ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา ในพิกัด 2,458 ซีซี ใหญ่กว่า Honda Civic แถมแรง และทอร์คก็ใกล้เคียงกันด้วย เวลาขี่ก็เหมือนคร่อมเครื่องรถยนต์อยู่นั่นเอง เครื่องยนต์ 2,458 ซีซี, Inline 3 (3 สูบเรียง) กำลังสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิด 225 นิวตันเมตร น้ำหนักรวมน้ำมันเต็มถัง 320 กิโลกรัม Power to weight Ratio 0.51 hp/kg ราคา 1,079,000 บาท อันดับที่ 12. Ducati Diavel V4 Ducati Diavel V4 เครื่องรถแข่งใส่รถทรงลุง ใครบอกว่ารุ่นนี้เกิดมาขี่ชิวๆ คิดให้ดีก่อนนะ เทียบกับครูซเซอร์รุ่นอื่นแล้วน้ำหนักเบากว่าเกือบครึ่ง รับรองคนขี่ไม่ปวดหลัง แถมแรงพร้อมแซงสปอร์ตตัวพัน ถ้าเผลอ เครื่องยนต์ 1,183 ซีซี, V4 (4 สูบวี) กำลังสูงสุด 168 แรงม้า แรงบิด 126 นิวตันเมตร น้ำหนักรวมน้ำมันเต็มถัง 236 กิโลกรัม Power to weight Ratio 0.71 hp/kg ราคา 1,309,000 บาท อันดับที่ 11. Suzuki Hayabusa Suzuki Hayabusa ตำนานที่ยังมีลมหายใจ อดีตที่เคยแรงที่สุดในทางตรง ปัจจุบันอาจจะโดนดันได้ แต่บอกเลยว่ายาก เพราะถึงแม้ว่าจะอัดเกรดมาแค่บางส่วนแต่ก็ยังมีความเก๋าอยู่พอสมควรในทางตรง เครื่องยนต์ 1,340 ซีซี, Inline 4 (4 สูบเรียง) กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตันเมตร น้ำหนักรวมน้ำมันเต็มถัง 264 กิโลกรัม Power to weight Ratio 0.72 hp/kg ราคา 899,000 บาท อันดับที่ 10. KTM SuperDuke 1390 แรง ดิบ เถื่อน คือนิยามของ KTM ค่ายเดียวที่ไม่ยอมเป็นรองเรื่อง King of Naked ไม่เพียงแค่พละกำลังแต่ดีไซน์การออกแบบของ KTM เองก็เป็นเอกลักษณ์ เครื่องยนต์ 1,350 ซีซี, LC8 (2สูบวี) กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 145 นิวตันเมตร น้ำหนักรวมน้ำมันเต็มถัง 212 กิโลกรัม Power to weight Ratio 0.89 hp/kg ราคา 1,XXX,XXX บาท อันดับที่ 9. Triumph Speed Triple 1200 RR Triumph Speed Triple 1200 RR สปอร์ตตัวแรงของค่ายผู้ดี เครื่อง 3 สูบ หนึ่งเดียวในกลุ่มตัวพัน และเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ไม่เป็นรองค่ายไหนๆ แถมราคาน่าสอยที่สุดในกลุ่มนี้ เครื่องยนต์ 1,160