
Honda CB125R 2026 เน็กเก็ตสไตล์ Neo Sports ปรับโฉมสีใหม่ อัดโช้คหน้า Showa SFF-BP จอ TFT พร้อมลุ้นดีไซน์นี้ข้ามมารุ่น 150 ซีซีในไทย
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda CB125R 2026 เน็กเก็ตสไตล์ Neo Sports ปรับโฉมสีใหม่ อัดโช้คหน้า Showa SFF-BP จอ TFT พร้อมลุ้นดีไซน์นี้ข้ามมารุ่น 150 ซีซีในไทย

All New Yamaha Aerox155 ราคา 85,900 บาท เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งพร้อมท้าชนกับ Honda Click160 ศึกนี้ใครเจ๋งกว่ากัน

รถจักรยานยนต์ในคลาสไม่เกิน 160 Honda มีหลากหลายโมเดลในประเทศไทย หากอยากซื้อสักคันต้องเลือกคันไหน คอลัมน์นี้มีคำตอบ

สเปค CB500 Hornet 2024 หล่อ คม คล่องตัว CB500 Hornet 2024 สตรีทไบค์ไบค์ไซส์กลางพิกัด 500 ซีซี ที่ปรับเปลี่ยนใหม่จาก CB500F กับโฉมที่ถอดรหัส DNA มาจากรุ่นพี่อย่าง CB1000 Hornet และ CB750 Hornet พร้อมกับสมรรถนะที่ให้การขับขี่สนุก คล่องตัว เหมาะสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน Hornet 500 ราคาแนะนำ 217,700 บาท อัปโฉมใหม่ หล่อยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงพิกัด 500 ซีซี โช้คหน้า USD Showa SFF-BP ขนาด 41 มม. ดิสก์เบรกเดี่ยวด้านหลังขนาด 240 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ล้อ 17 นิ้วและยางขนาด 120/70 สเปค CB500 Hornet 2024 ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 471 ซีซี แรงม้า (เคลม) 47 แรงม้าที่ 8,600 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67 x 66.8 มม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 160/60-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คแบบหัวกลับขนาด ขนาด 41 มม. รุ่น Showa SFF-BP ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปร์ลิงค์ ปรับค่าสปริงได้ 5 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 296 มม. คาลิเปอร์ Nissin 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,080 x 800 x 1,060 มม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 145 มม. ความสูงเบาะ 785 มม. น้ำหนักรถ 188 กก. ความจุถังน้ำมัน 17.7 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี แอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ ระบบแทร็คชันคอนโทรล หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว แอปพลิเคชัน Honda RodeSync เชื่อมต่อข้อมูลตัวรถผ่านสมาร์ทโฟน ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล ควิกชิฟเตอร์ สีสันที่มีจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค Honda NX500 2024 ทัวร์ริ่งไบค์ไซส์กลาง หน้าจอใหม่ TFT Honda NX500 2024 แอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลางจากค่ายปีกนก มาพร้อมขุมพลัง 2 สูบ พิกัด 500 ซีซี ที่ปรับใหม่ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย เข้ามาอำนวยความสะดวกในการขับขี่ได้สนุกมากยิ่งขึ้น ราคาแนะนำ 227,900 บาท หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ไฟหน้า LED ดีไซน์สวยงาม ปลายท่อคู่ ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 296 มม. คาลิเปอร์เบรก 2 ลูกสูบ ไฟท้าย LED เครื่องยนต์ 2 สูบ ขนาด 471 ซีซี สเปค Honda NX500 2024 ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 471 ซีซี แรงม้า (เคลม) 47 แรงม้าที่ 8,600 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67 x 66.8 มม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 110/80 -19 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 160/60-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คแบบหัวกลับขนาด ขนาด 41 มม. รุ่น Showa SFF-BP ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปร์ลิงค์ ปรับค่าสปริงได้ 5 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 296 มม. คาลิเปอร์ Nissin 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,165 x 830 x 1,415 มม. ระยะฐานล้อ 1,445 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 108 มม. ความสูงเบาะ 830 มม. น้ำหนักรถ 196 กก. ความจุถังน้ำมัน 17.7 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี แอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ ระบบแทร็คชันคอนโทรล หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว แอปพลิเคชัน Honda RodeSync เชื่อมต่อข้อมูลตัวรถผ่านสมาร์ทโฟน ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล ระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกระทันหัน ESS สีสันที่มีจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค CBR1000RR-R SP 2024 อัปเกรดใหม่ สมรรถนะเต็มพิกัด CBR1000RR-R SP 2024 ซูเปอร์ไบค์รุ่นเรือธงพิกัด 1000 ซีซี มาพร้อมกับการปรับปรุงขนานใหญ่ ใหม่รอบคัน โดยได้รับการถ่ายทอด DNA จากรถแข่ง MotoGP อย่าง RC213V ดึงสมรรถนะออกมาได้แบบไร้ขีดจำกัด ราคาแนะนำ (รออัปเดตอีกครั้ง) ไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ วิงก์เลตดีไซน์ใหม่ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงพิกัด 1,000 ซีซี พละกำลังแรงม้า 214.56 ตัว แรงบิด 113 นิวตันเมตร โช้คหน้า Ohlins TTX36 S-EC3.0 USD ปรับพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชัน หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ท่อ Akrapovic ไทเทเนียม ดีไซน์ใหม่ น้ำหนักเบา ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 330 มม.ปั๊มเบรก Brembo Stylema ขนาด 4 ลูกสูบ กันรอยถังคาร์บอน ดีไซน์ใหม่ ดุดัน ยิ่งกว่าเดิม สเปค CBR1000RR-R SP 2024 ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999.9 ซีซี แรงม้า (เคลม) 214.56 แรงม้าที่ 14,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 113 นิวตันเมตรที่ 12,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 81 x 48.5 มม. อัตราส่วนการอัด 13.6 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน (ยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3) ยางหลัง 200/55-17 แบบไม่ใช้ยางใน (ยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3) ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คแบบหัวกลับขนาด 43 มม. รุ่น Ohlins TTX36 S-EC3.0 ปรับพรีโหลด รีบาวด์ และคอมเพรสชัน พร้อมระยะยุบ 125 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปร์ลิงค์ รุ่น S-EX3.0 ปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ ระยะยุบ 143 มม. เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 330 มม. คาลิเปอร์เบรกเรเดียนเมาท์ Brembo Stylema ขนาด 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิเปอร์เบรก Brembo 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง 2,100 X 745 X 1,140 มม. ระยะฐานล้อ 1,455 มม ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 102 มม. ความสูงเบาะ 830 มม.

สเปค CBR500R 2024 อัปเกรดใหม่ แรงกว่าเดิม CBR500R 2024 สปอร์ตไบค์ ขุมพลัง 2 สูบ พร้อมกับการปรับใหม่ทั้ง รูปลักษณ์ดีไซน์ เครื่องยนต์ หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ช่วงล่างใหม่และระบบ Road RoadSync เพิ่มประสบการณ์การขับขี่บนท้องถนนให้สนุกมากยิ่งขึ้น ราคาแนะนำ 222,800 บาท หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ด้านหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมระบบไฟ LED รอบคัน โช้คอัพจาก Showa ดิสก์เบรกคู่ พร้อมระบบเบรก ABS ดีไซน์เอกลักษณ์ตามฉบับโมเดลของค่าย สเปค CBR500R 2024 ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 471 ซีซี แรงม้า (เคลม) 47 แรงม้าที่ 8,600 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67.0 x 66.8 มม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 160/60-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คแบบหัวกลับ เส้นผ่าศูนย์กลาง 41 มม. รุ่น Showa SFF-BP ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์เบรก 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกขนาด 240 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,080 x 755 x 1,145 มม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 102 มม. ความสูงเบาะ 785 มม. น้ำหนักรถ 191 กก. ความจุถังน้ำมัน 17.1 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบ Cornering ABS แอปพลิเคชัน Road RoadSync เชื่อมต่อข้อมูลรถผ่านสมาร์ทโฟน ระบบแทร็คชันคอนโทรล (HSTC) แอสซิสแอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ สีสันที่มีจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Hypermotard 698 Mono 2024 รถโมตาร์ดสูบเดียวที่แรงสุดในโลก หลังจากทางค่ายรถอสูรแดงอย่าง Ducati ทำการเปิดตัวเครื่องยนต์สูบเดียวที่แรงที่สุดในโลกอย่าง Ducati Superquadro ไปเมื่อไม่นานนี้ และก็ได้กระแสตอบรับจากแฟน ๆ และเหล่าสาวกไม่น้อยเลยทีเดียว จนเกิดการลุ้นกันว่า ทางค่ายจะนำเครื่องยนต์มาใส่ในโมเดลรุ่นอะไรจากทางค่ายกันแน่ และในที่สุดทาง Ducati ก็เฉลยออกมาแล้ว โดยเครื่องยนต์รุ่นดังกล่าว จะถูกยกเครื่องนำมาใช้กับ Ducati Hypermotard 698 Mono 2024 สายสไลด์ทางดำควันโขมงหรือซูเปอร์โมโตนั่นเอง จึงเป็นที่น่าลุ้นว่า ตัวรถจะมีสมรรถนะการใช้งานออกมาเป็นอย่างไร ก่อนอื่นเราจะมาพาส่องรูปลักษณ์การดีไซน์ของโมเดลรุ่นนี้กันก่อน แน่นอนว่าตัวรถนั้นออกแบบมาในสไตล์โมตาร์ดแบบเต็มพิกัด ซึ่งมีจุดที่น่าสนใจสำคัญนั่นก็คือ ไฟหน้าออกแบบได้สปอร์ต โฉบเฉี่ยวแบบ LED พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ ตวัดขึ้นแนวเฉียงเป็นรูปตัว C เข้าหากัน ให้ดูมีความดุดันเป็นพิเศษ รวมถึงไฟแนวตั้งด้านหน้า ออกแบบมาได้ดูเรียบ และลงตัว ต่อมาอีกจุดที่บริเวณบังโคลนหน้า ดีไซน์แบบปากนก และปาดเว้าให้ดูโฉบเฉี่ยว รวมถึงตัวแฟริ่งของตัวรถทั้งคันที่ใช้ชุดสีแดงแบบเดียวจากทางค่าย ตัดกับโทนสีดำในชิ้นส่วนต่าง ๆ ทั้งเครื่องยนต์ เบาะ ล้อ หม้อน้ำ และการ์ดแฮนด์ ผสมกับสีทองในส่วนของฝาแคร้งและโช้คหน้า ให้ดูกลมกลืม สวยงามตามสไตล์ของทางค่าย นอกจากนี้ยังมีรุ่น Hypermotard 698 Mono RVE ซึ่งเป็นรุ่นอิดิชันพิเศษ ด้วยกราฟิตี้ที่มีลูกเล่นน่าสนใจ รวมไปถึง อแด็ปสีแดงเพิ่มเข้าไปในส่วนของล้อและตัวซับเฟรม ประดับหมายเลข 689 ลงบนบริเวณครอบโช้คหน้า พร้อมรหัส RVE ซึ่งย่อมาจาก “Riding Version Essential” ซึ่งหมายถึงโมเดลที่ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ได้แบบเต็มพิกัด และแน่นอนว่าเครื่องยนต์ Ducati Superquadro เป็นบล็อกใหม่ล่าสุดจากทางค่าย ซึ่งผ่าครึ่งมาจากเครื่องยนต์รุ่นพี่อย่าง Superquadro 2 สูบ Panigale 1299 ซีซี โดยรุ่นนี้ใช้แบบสูบเดียว ขนาด 659 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยใช้ลูกสูบขนาดพิเศษที่ 116 มม. ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าลูกสูบเครื่องยนต์บ็อกเซอร์เสียเลยทีเดียว นอกจากลูกสูบและตัววาล์วยังมีชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่ออกแบบพิเศษของเครื่องยนต์รุ่นนี้ สามารถไปชมได้ที่นี่ นอกจากนี้ตัวลูกสูบยังเคลือบ DLC ซึ่งจะช่วยลดการเสียดทานต่อการทำงานในเครื่องยนต์ รวมไปถึงการปรับวาล์วไอดีขนาดใหญ่ขึ้นที่ 46.8 มม. และใช้ก้านวาล์วแบบไทเทเนียม ทำให้มีน้ำหนักเบาและทนทานนั่นเอง ขณะที่วาล์วไอเสียมีขนาด 38.2 มม. และใช้ระบบวาล์วแบบ Desmodromic โดยให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 77.5 แรงม้าที่ 9,750 รอบ มาพร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 63 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ สำหรับช่วงล่างของโมเดลรุ่นนี้ โช้คหน้าใช้แบบหัวกลับขนาด 45 มม.จาก Mazocchi ปรับแต่งได้เต็มระบบ ขณะที่โช้คหลังเป็นแบบเดี่ยวพร้อมซับแทงค์ ปรับแต่งได้เช่นเดียวกัน ต่อด้วยระบบเบรกกับดิสก์เบรกหน้าขนาด 330 มม. พร้อมติดคาลิปเปอร์โมโนบล็อกจาก Brembo รุ่น M4.32 แบบเดียวกับรุ่นพี่สายสปอร์ตอย่าง Panigale V4 ขณะที่ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเช่นเดียวกัน ส่วนล้อดีไซน์ 5 ก้าน รูปทรงตัว Y และรัดยางสายสปอร์ตคู่บุญทางจากทางค่ายอย่าง Pirelli Rosso IV มาให้อีกด้วย ในด้านเทคโนโลยีติดมาให้ทั้ง หน้าจอดิจิทัล LCD ทรงสี่เหลี่ยม และระบบความปลอดภัยทั้ง Cornering ABS ปรับการทำงานได้ 3 ระดับ ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบป้องกันล้อหน้ายก ระบบควบคุมการออกตัว ควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง รวมไปถึง โหมดการขับขี่ 4 โหมด (Sport, Road, Urban และ Wet) ก็เฉลยกันไปที่เรียบร้อยแล้วนะครับกับโมเดลสายโมตาร์ดเครื่องยนต์สูบเดียวที่แรงที่สุด ณ ตอนนี้ โดยเปิดราคาเริ่มต้นที่ 10,995 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือราว ๆ 4.79 แสนบาท สำหรับรุ่นเริ่มต้น และรุ่น RVE เปิดราคาแนะนำอยู่ที่ 11,895 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือประมาณ 5.18 แสนบาท ดูถือว่าราคาค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อเลยทีเดียว ถูกใจสายแต่งอย่างแน่นอน แต่ทว่าจะเข้ามาขายในไทยหรือไม่

Aprilia SR GT 200 REPLICA โฉมพิเศษ เปิดราคาแล้วที่ 1.49 แสน หลังจากเปิดตัวในมาได้ซักระยะนึงแล้ว สำหรับแอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์โฉมพิเศษจากค่ายสามตาอย่าง Aprilia SR GT 200 Replica Edition โดยคราวนี้มาพร้อมกับเซอร์ไพรส์พิเศษ กับการเปิดตัวโมเดลในไทยและพร้อมจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยความพิเศษของโฉมดังกล่าวนั้นอยู่ที่ลวดลายที่ได้ออกแบบมาใหม่ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากม้าศึกคู่ใจนักแข่งจาก Aprilia Racing Team ในเวทีแข่งขัน MotoGP ถ่ายทอดมาสู่รุ่นนี้ เสริมออดีนาลีนแห่งความสปอร์ตอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยลวดลายผ่านตัวรถสีดำด้าน พาดโลโก้ “Aprilia” ผสานลายกราฟฟิกสีแดงและสีม่วงตลอดทั้งคัน รวมทั้งกิมมิกเล็กน้อย ๆ กับแถบสีแดงที่ขอบล้อหน้า เพิ่มลุคความเป็นรถสปอร์ตมากยิ่งขึ้น และแน่นอน เครื่องยนต์ยังคงอัดแน่น ทรงพลังในหมวดรถสกู๊ตเตอร์กับเครื่องยนต์ I-Get 4 วาล์ว แบบสูบเดียวขนาด 174 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 17.4 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 16.5 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที ทั้งยังผ่านมาตรฐาน EURO5 อีกด้วย พร้อมระบบช่วงล่างของรุ่นนี้ ที่ให้ความนุ่มนวลในสไตล์แอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์ ด้วยโช้คหน้าแบบ เทเทลสโคปิกพิเศษจาก SHOWA มีระยะยุบ 122 มม. ขณะที่ด้านหลังใช้โช้คคู่ มีระยะยุบ 102 มม. สามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ รวมถึงระบบเบรกด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลังขนาด 260 มม. และ 220 มม. มีระบบเบรก ABS ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน ต่อด้วยล้อและยางขนาด 110/80-14 / และ 130/70-13 ตามลำกับ โดยไม่ใช้ยางใน เสริมด้วยระบบไฟ LED รอบคัน และระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Start&Stop System) สำหรับโมเดลโฉมพิเศษดังกล่าว พร้อมให้ลูกค้าให้เป็นเจ้าของแล้ว สนนราคาอยู่ที่ 149,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยสามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Aprilia ทั่วประเทศ พร้อมของสมนาคุณ ได้แก่ บัตรกำนัล มูลค่า 5,000 บาท สามารถกดรับบัตรกำนัลได้ใน Line O/A บัตรกำนัล มูลค่า 10,000 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าและบริการกับสำนักแต่ง 10 แห่ง ที่เข้าร่วมแคมเปญเท่านั้นไม่สามารถแลกคืนเป็นส่วนลดหรือเงินสดได้ ฟรีประกันรถหาย จดทะเบียน และ พรบ. มูลค่า 3,500 บาท ฟรีค่าซ่อมบำรุงรักษา 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร มูลค่า 5,220 บาท Aprilia Welcome Kit มูลค่า 1,200 บาท รุ่น SR GT 200 สีดำ (Aprilia Black) สีเทา (Street Grey) สีน้ำเงิน (Infinity Blue) นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจ Aprilia SR GT 200 มีจำหน่ายทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (Aprilia Black), สีเทา (Street Grey) และสีน้ำเงิน (Infinity Blue) เปิดราคาจำหน่าย 143,900 บาท รุ่น SR GT 200 (Sport) สีเหลือง (Street Gold) สีเทา (Iridium Grey) สีแดง (Red Raceway) และ Aprilia SR GT 200 (Sport) มีทั้งหมด 3 สี

ZEEHO เปิด 3 โมเดลรถไฟฟ้า รุ่นใหม่ล่าสุด เรียกได้ว่าเตรียมเปิดตลาดใหม่ สำหรับมอเตอร์ไบค์ไฟฟ้า โดยล่าสุด ZHEJIANG CFMOTO POWER ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ รถ ATV รถ UTV ชั้นนำของโลก แต่งตั้งให้ บริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด เป็นผู้นำเข้า ประกอบ และจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ZEEHO แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง 3 รุ่น พร้อมกัน คือ AE6+, AE8+ และ AE8 S+ คุณภาณุ ศีติสาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พยัคฆ์ เพาเวอร์ คอร์ป และบริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด หรือ PAYAK MOTOR กล่าวว่า ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบทั้งการผลักดันและส่งเสริมจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต ประกอบยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค โดยรุ่นที่จะทำตลาดในประเทศจะเป็นรุ่น AE6+ ขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า 2,500 วัตต์ สามารถส่งกำลังสูงสุดที่ 5,500 วัตต์ รุ่น AE8+ และ AE8 S+ ขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า 5,000 วัตต์ ที่สามารถส่งกำลังสูงสุดได้ถึง 12,500 วัตต์ ที่มาพร้อมระบบเบรก BOSCH ABS plus Brembo Caliper มีอัตราเร่ง 0-50 km ใน 2.6 วินาที ความเร็วในการขับขี่ 100+ กม./ชม. ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้งประมาณ 120-140 กม. นับว่าเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพและประสิทธิภาพสูงที่จัดจำหน่ายไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ได้ครบทุกความต้องการทั้งในด้านดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ สมรรถนะที่เหนือชั้น เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และโซลูชั่นการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมาพร้อมกับความแรงและสเปคที่จัดเต็ม โดยมีโหมดการขับขี่ทั่วไป 3 โหมด คือ ECO MODE เน้นประหยัดพลังงาน STREET MODE โหมดขับขี่ปกติ และ SPORT MODE ด้วยความแรง 0-50 km ใช้เวลาเพียง 2.6 วินาที สำหรับในรุ่น AE8+ และ AE8 S+ ยังมี BOOST MODE เพื่อใช้ในจังหวะการแซงแบบเร่งด่วน โดยสามารถทำความเร็วได้มากกว่า 110 กม./ชม. รวมทั้งให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย ด้วยระบบเบรก ABS ทั้งหน้า-หลัง และปั๊มเบรก Brembo พร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และการเชื่อมต่อที่เรียบง่ายผ่าน ZEEHO APP พร้อมทั้งระบบ Cruise control at reverse กุญแจสมาร์ทคีย์การ์ด ฯลฯ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของการขับขี่ นอกจากนี้ในส่วนของแบตเตอรีที่พัฒนาขึ้นโดย ATL ผ่านการทดสอบความปลอดภัยระดับยานยนต์จาก UN Regulations มีอายุการใช้งานในการชาร์จสูงถึง 2,500 รอบ พร้อมกันนี้ พยัคฆ์ มอเตอร์ ร่วมกับ ZEEHO จัดโปรโมชันราคาพิเศษ ในรุ่น AE6+ ที่ราคา 85,000 บาท รุ่น AE8+ ที่ราคา 137,500 บาท และรุ่น AE8 S+ ที่ราคา 149,900 บาท พร้อมทั้งรับของสมนาคุณ มูลค่ากว่า 10,000 บาท รวมถึง ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายโดยตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งในขณะนี้ 2

KTM 50SX 2024 สายลุย ตัวจิ๋ว จากค่ายส้ม ชมรถใหญ่มาหลายต่อหลายรุ่นกันแล้ว คราวนี้มาลองส่องรถเล็กกันบ้าง โดยล่าสุดทางค่าย KTM ประกาศเปิดตัวมินิไบค์สายลุย ตัวเล็ก สเปคจี๊ดไปกับ KTM 50SX 2024 และ KTM 65SX รวมถึงอิดิชันสุดพิเศษกับ 50SX Factory Edition โดยทั้งหมดนี้มาพร้อมกับการปรับปรุงใหม่ พร้อมตอบสนองเพอร์ฟอร์มานซ์อันเร้าใจแก่นักซิ่งตัวจิ๋วได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเวอร์ชันใหม่ที่ทางโรงงาน ได้มีการปรับปรุงทั้งในส่วนของโครงเหล็กแบบใหม่และซับเฟรมสองชิ้นที่ทำจากพอลิเอไมด์ รวมไปถึง การออกแบบระบบช่วงล่างให้สามารถปรับแต่งระดับ เพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่ที่แตกต่างกันได้อีกด้วย รุ่น 50SX 2024 สำหรับรุ่น 50SX เวอร์ชันใหม่ครั้งนี้ มาพร้อมกำลังเครื่องยนต์สูบเดียวแบบ 2 จังหวะ ขนาด 49.9 ซีซี ใช้เพลาข้อเหวี่ยง 3 แกน และกระบอกสูบที่มีการออกแบบใหม่ ซึ่งตัวรถสามารถรีดกำลังแรงม้าสูงสุดได้มากถึง 15 ตัว มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 2.3 ลิตร ซึ่งมีน้ำหนักรวม 42.5 กก. รวมถึงยังใช้ระบบเกียร์เป็นแบบออโตเมติก จึงเหมาะสำหรับนักบิดตัวจิ๋วมือใหม่อย่างแน่นอน รุ่น 65SX 2024 ในขณะที่รุ่น 65SX จะเป็นรุ่นอัปเลเวลขึ้นมาหน่อย กับเครื่องยนต์สูบเดียวแบบ 2 จังหวะเช่นเดียวกัน มีปริมาตรขนาด 64.9 ซีซี เหมาะสำหรับเด็กโตที่เริ่มขี่รถชำนาญมาได้ระดับหนึ่งแล้ว โดยรุ่นนี้ทางโรงงานได้ติดตั้งคลัตช์แบบเปียกมาให้ พร้อมระบบขีบเคลื่อนแบบเกียร์ 6 สปีด โดยมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 53.5 กก. สำหรับระบบช่วงล่างของทั้ง 2 รุ่น ด้านหน้าจะใช้โช้คแบบหัวกลับแบรนด์คู่บุญอย่าง WP XACT ที่มีน้ำหนักเบา มาพร้อมเทคโนโลยี AER แยกฟังก์ชันของขาแต่ละข้าง สามารถปรับเซ็ตได้เต็มระบบ ตามสภาพสนามและตัวผู้ขับขี่ ขณะที่ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว สามารถปรับเซ็ตได้เช่นเดียวกัน ถ้าหากเทียบกันแล้ว รุ่นพี่อย่าง 65SX จะเซ็ตตัวโช้คที่ให้ระยุบที่มากกว่า ในขณะที่ระบบเบรก เป็นดิสก์เบรกหน้า-หลัง ส่วนล้อซี่ลวด ขอบล้อชุปอโนไดซ์สีดำ ติดมาพร้อมยางหนามให้ใช้งานอีกด้วย ทั้งสามโมเดลนี้ยังสามารถปรับตั้งค่าความสูงเบาะและตำแหน่งแฮนด์บาร์ให้เหมาะสมกับผู้ขับขี่ โดยในรุ่น 50SX ปรับได้ระหว่าง 634-683 มม. ขณะที่รุ่น 65SX ปรับได้ระหว่าง 730-760 มม.เช่นเดียวกัน รุ่น 50 SX Factory Edition อิดิชันพิเศษสำหรับรุ่น 50SX Factory Edition เวอร์ชัน 2024 มาพร้อมท่อไอเสียจาก FMF เบาะใหม่จากโรงงาน ติดตั้งหัวเทียนใหม่จาก Brisk รวมไปถึง ลวดลายกราฟิกแบบเดียวกันกับรถแข่ง MXGP (Red Bull KTM Factory Racing Team) สำหรับโมเดล KTM 50SX, 50SX Factory Edition และ 60SX จะเริ่มวางจำหน่ายผ่านทางดีลเลอร์ KTM ในเดือนพฤศจิกายน 2023 ที่กำลังจะถึงนี้เป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Drone 4 Valves 2023 เฉดสีใหม่ ขุมพลัง 4 วาล์ว ถึงคราวของค่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติไทยอย่าง GPX Thailand ทำการเปิดตัวสกู๊ตเตอร์สายสปอร์ตพิกัด 150 ซีซี โฉมใหม่กับ GPX Drone 4 Valves 2023 ภายใต้เฉดสีใหม่อย่าง MIDNIGHT BLUE ด้วยดีไซน์ที่ให้คุณได้ปลดปล่อยตัวตนในการขับขี่ พร้อมกับรูปทรงที่ขับเคลื่อนความสปอร์ต ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 4 Valves แบบเข้มเท่ กับดีไซน์สุดเร้าใจในทุก ๆ มิติ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบสนองความมันส์ในทุกเส้นทาง สะกดทุกสายตาด้วยอิสระแห่งดีไซน์ เดี๋ยวพาไปชมจุดเด่นของโมเดลรุ่นนี้ว่ามีอะไรพิเศษที่น่าสนใจบ้าง ฟังกชั่นที่ตอบโจทย์การใช้งาน – เครื่องยนต์เทคโนโลยีจาก SYM ในพิกัด 150 ซีซี 4 จังหวะ ,**4 วาล์ว – ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ (หม้อน้ำ) หายห่วงทุกการเดินทาง – ระบบไฟแบบ Full LED รอบคัน , มีไฟฉุกเฉินมาให้ – ระบบรีโมทกุญแจอัจฉริยะ มาพร้อมสัญญาณกันขโมย – เรือนไมล์ FULL DIGITAL LCD METER สีสันคมชัด บอกฟังก์ชั่นครบครัน – เบาะนั่งกว้างงงง…สัมผัสสบาย ดีไซน์สปอร์ต – มี STORAGE BOX เก็บของใต้เบาะได้ สบาย ใส่หมวกกันน็อคเต็มใบได้ – เบรกมั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง (ระบบ CBS) – สมูททุกเส้นทาง ด้วยโช้คหลังสปริงคู่ ,ปรับพรีโหลดได้ 3 ระดับ – มี USB CHARGING SOCKET ขนาด 2 แอมป์ สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือได้ มีให้เลือกด้วยกันถึง 3 Type ใน 6 เฉดสี ได้แก่ รุ่น Standard (ระบบกุญแจปกติ) กับ เฉดสี LIGHTNING BLUE (น้ำเงิน-ดำ) ในราคาเปิดตัวแนะนำขายอยู่ที่ 77,500 บาท รุ่น Standard LIGHTNING BLUE (น้ำเงิน-ดำ) ราคา 77,500 บาท รุ่น Keyless (ระบบกุญแจรีโมท พร้อมติดตั้งสัญญาณกันขโมย) ราคาเปิดตัวแนะนำขายอยู่ที่ 79,500 บาท มีให้เลือก 2 เฉดสีพิเศษ – MASTER GREEN (เขียว-เทา) – ENERGETIC RED (แดง-เทา) รุ่น Keyless MASTER GREEN (เขียว-เทา) ราคา 79,500 บาท รุ่น Keyless ENERGETIC RED (แดง-เทา) ราคา 79,500 บาท รุ่น Keyless Special (ระบบกุญแจรีโมท พร้อมติดตั้งสัญญาณกันขโมย) มีให้เลือก 2 เฉดสีพิเศษ – DEEP WINE (ดำ-เทา) – HYPER SILVER (เทา-ดำ) และสีใหม่ล่าสุด! MIDNIGHT BLUE (น้ำเงิน-เทา) ราคาเปิดตัวแนะนำขายอยู่ที่ 79,500 บาท รุ่น Keyless Special DEEP WINE (ดำ-เทา) ราคา 79,500 บาท รุ่น Keyless Special HYPER SILVER (เทา-ดำ) ราคา 79,500 บาท ดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

Honda SH125i 2024 เรโทรสกู๊ตเตอร์ กับคอลเลกชันใหม่ สุดพรีเมียม ปล่อยโฉมคอลเลกชันใหม่ล่าสุด สำหรับทางค่ายปีกนกประกาศเปิดตัวสกู๊ตเตอร์ Honda SH Series ทั้ง SH125i Vetro, Honda SH125i 2024, SH350i และ SH Mode 125 พรีเมียมสกู๊ตเตอร์ สไตล์โมเดิร์นคลาสสิก กับโฉมเฉดสีใหม่ ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่คุ้น สำหรับ Honda SH Series จัดอยู่ในกลุ่มพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ สไตล์เรโทรจากยุโรป ที่มีการจัดจำหน่ายมาอย่างยาวนานถึง 38 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวออกมา ซึ่งกลุ่มโปรดักต์อาจเป็นรองกลุ่มสกู๊ตเตอร์แถวหน้าอย่าง X-ADV, Forza 350 และ PCX125 อย่างไรก็ตามทางค่ายการันตียอดขายโมเดลรุ่นนี้มากกว่า 1 ล้านคันเลยทีเดียว เดี๋ยวไปชมโมเดลแต่ละรุ่นกันว่าจะมีอะไรอัปเดตใหม่มาบ้าง Honda SH125i Vetro 2024 เปิดประเดิมด้วยเฮดไลน์โมเดลไปกับ SH125i Vetro 2024 อิดิชันพิเศษมาพร้อมกับสีเขียวโปร่งแสง โดดเด่นด้วยชิลด์หน้าแบบสูง และติดกล่องท้ายด้านหลัง รวมถึงการ์ดแฮนด์แบบใส ซึ่งโดยรวมแล้ว การดีไซน์นั้นถูกออกแบบมาให้ดูลงตัว สมกับโมเดลแห่งแฟชัน และเหมาะแก่การใช้ขี่ออกทริปทางไกลเลยทีเดียว Honda SH125i 2024 ต่อด้วยโมเดลรุ่นมาตรฐานในเวอร์ชัน 2024 โดยมาพร้อมกับเฉดสีใหม่ สี ประกอบไปด้วย สีขาวมุก (Matt Pearl Cool White), สีเทา (Pearl Falcon Grey) ,สีน้ำเงิน (Matt Pearl Pacific Blue) และสีดำ (Pearl Nightstar Black) มาพร้อมล้อแบบสีใหม่ ดูเข้มมากยิ่งขึ้น โดยทั้ง 2 รุ่นใช้ขุมพลังแบบเดียวกันกับเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว 1 สูบ พิกัด 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 12.06 แรงม้าที่ 8,250 รอบ แรงบิด 11.4 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ มาพร้อมระบบหัวฉีด PGM-Fi เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น โดยเคลมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 44.6 กม./ลิตร ใช้ระบบส่งกำลังแบบสายพาน CVT และติดตั้งถังน้ำมันมาให้ขนาด 7 ลิตร และยังคงโดดเด่นด้วยระบบช่วงล่างปรับแต่งมาให้เหมาะกับการใช้งาน ด้วยระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบเทเลสโคปิก มีขนาดแกน 33 มม. ส่วนด้านหลังเป็นแบบสปริงคู่ ต่อด้วยระบบเบรกกับดิสก์เบรกหน้า-หลังขนาดเท่ากันที่ 240 มม. คาลิเปอร์เบรกหน้าแบบ 2 ลูกสูบ ด้านหลังลูกสูบเดียว ล้อเท่ากันขนาด 16 นิ้ว และยางขนาด 100/80 และ 120/80 ตามลำดับ และใช้ระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบกุญแจคีย์เลส ช่องเสียบชาร์จ USB พร้อมด้วยระบบอำนวยการขับขี่ ประกอบไปด้วย ระบบเบรก ABS Dual Channel ระบบ Iding Stop หรือระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์ในรอบเดินเบา และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (HSTC) สำหรับราคาเปิดตัวที่ 3,999 ปอนด์สเตอลิงหรือราว ๆ 1.7 แสนบาท ถือว่าเอาเรื่องอยู่พอสมควร Honda SH350i 2024 มาถึงรุ่นพี่ใหญ่กับ Honda SH350i ซึ่งครั้งนี้จัดเต็มกับสีใหม่เช่นเดียวกัน กับสีฟ้า (Zefiro Blue Metallic) และสีเงิน (Matt Techno Silver Metallic) มาพร้อมล้อสีใหม่แบบเดียวกันกับรุ่นเล็กนั่นเอง รวมไปถึงจุดเด่นในส่วนอื่น ๆ ทั้ง หน้าจอดิจิทัล LCD ระบบป้องกันล้อหน้ายก ระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน และช่องเสียบ USB

Honda Monkey Limited Edition เปิดลายพิเศษฉลองครบรอบ 56 ปี CUB House by ฮอนด้า ทำการเปิดตัว ‘Honda Monkey Limited Edition’ รถคัสต้อมตัวใหม่ล่าสุด เนื่องในโอกาสครบรอบ 56 ปี ของ Monkey ความซนระดับตำนานของเจ้าลิงสุดซ่าที่มีมาตั้งแต่ปี 1967 โดยครั้งนี้มาในธีมสีเทาใหม่ ‘Grey Ray’ พร้อมกับลายมังกี้ลิมิเต็ดอิดิชัน 56 ปี เอาใจแฟนคลับสาวกลิงให้ได้สะสม สำหรับโมเดลดังกล่าวมาพร้อมคอนเซปต์ ‘Born to Be New Grey Ray’ กับสีเทาใหม่ “Grey Ray” เท่ ขรึม อย่างแตกต่าง ให้อารมณ์สปอร์ต์ด้วย Silver Chrome ลุคสปอร์ตพรีเมียม แต่ไม่ทิ้งลายความแสบซุกซน มาพร้อมกับ Soft Emblem เจ้าลิงสุดซ่าใส่แว่น ก๊อกเกิ้ล ที่เป็นเอกลักษณ์ของความซนที่ไม่เคยเก่า เข้าคู่กับเบาะลายตารางหมากรุกที่สะท้อนความซนของรถได้เป็นอย่างดี สำหรับสาวก Monkey ที่ต้องการเป็นเจ้าของก่อนใคร สามารถเข้าไปชมรถคันจริงได้ที่ CUB House Flagship Store ทั้ง 15 สาขา และ CUB House Corner ทั้ง 23 สาขาทั่วประเทศไทย ในราคาแนะนำ 109,900 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th/cubhouse/ เฟซบุ๊ก CUB House : fb.com/cubhousebyhonda เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

TUAREG 660 2024 อัปสีใหม่ สไตล์แรลลี่ หลังจากเปิดตัวและได้ลองจับมารีวิวซักระยะหนึ่งแล้วกับ Aprilia Tuareg 660 เวอร์ชัน 2023 แอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งไซส์กลางจากค่ายสามตา ล่าสุดทางค่ายทำการเปิดตัว Tuareg 660 2024 โฉมใหม่ล่าสุด ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้มีอะไรอัปเดตเพิ่มเติมนอกจากชุดสีที่มีมาให้เลือกถึง 3 เฉดสีด้วยกัน ถือเป็นการเพิ่มตัวเลือกใหม่ ตามความชื่นชอบของผู้ขับขี่แบบเต็มพิกัด โดยสีใหม่ที่พึ่งเปิดตัวออกมาล่าสุด ประกอบไปด้วย สีไตรคัลเลอร์ (Dakar Podium color) แยกเป็นสีขาว น้ำเงิน และสีแดง และลวดลายที่ได้รับรับแรงบันดาลใจมาจากชัยชนะในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันดาการ์ แรลลี่ เมื่อปี 2010 ในแอฟริกา โดยนักบิด Chaleco Lopez ที่ใช้ตัวแข่ง Aprillia RXV450 ส่วนอีก 2 เฉด ประกอบไปด้วย สีดำ (Atreides Black) และสีน้ำตาล (Canyon Sand) รวมถึงมีการใช้เฟรมสีแดง เพิ่มความสดใหม่ พร้อมใช้งานมากยิ่งขึ้น ในด้านอื่น ๆ ยังคงใช้พื้นฐานจากเจ็นเดิม ทั้งเครื่องยนต์แบบ 2 สูบ ขนาด 659 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบเกียร์ 6 สปีด มีกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 80 แรงม้าที่ 9,250 รอบ แรงบิด 70 นิวตันเมตรที่ 6,500 ต่อด้วยช่วงล่าง โช้คหน้าหัวกลับขนาด 43 มม.จาก KYB ให้ระยะยุบ 240 มม. ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวแบบซับแทงค์ ให้ระยะยุบ 106.5 มม. ปรับค่าได้เต็มระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงระบบเบรก ด้วยดิสก์คู่ด้านหน้าขนาด 300 มม. ดิสก์เบรกหลังขนาด 260 มม. จาก Brembo มีล้อและยางหน้าขนาด 90/90-21 และด้านหลัง 150/70/18 เสริมด้วยยางกึ่งทางลุยและทางฝุ่นจาก Pirelli Scorpion Rally STR มาพร้อมเทคโนโลยีออปชันแบบเต็มระบบ ทั้งฟังก์ชันโหมดต่าง ๆ กับระบบเซฟตี้โหมดจาก Aprilia Performance Ride Control (แทร็คชันคอนโทรล, ครูซคอนโทรล, เอ็นจิ้นแม็พ, เอ็นจิ้นเบรกและแอนตี้ล็อก เบรก ซิสเต็ม) ระบบเบรก ABS โหมดการขับขี่ 4 โหมด (Urban, Explore, Off-Road และ Individual) มีให้เลือกใช้แบบเต็มพิกัด รวมถึงหน้าจอสี TFT ระบบไฟ LED รอบคัน ถือว่าครบเครื่องสุดในทัวริ่งไซส์กลางเลยก็ว่าได้ หากต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้ารับชมรีวิวTuareg 660 ได้ที่นี่ สรุปโดยรวม สำหรับ Tuareg 660 2024 มีสีอัปเดตมาใหม่มาให้เลือกถึง 3 สี รับรองว่าถูกใจสายแอดเวนเจอร์อย่างแน่นอน โดยเปิดให้จองแล้วในประเทศอังกฤษ ในราคาเริ่มต้นที่ 9,950 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือราว ๆ 4.4 แสนบาท หากนำเข้ามาขายในไทยราคาคงกระโดดขึ้นอีกเท่าตัวแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในบ้านเรามีจำหน่าย โมเดลโฉมปี 2023 ในราคาเริ่มต้นที่ 749,000 บาท โดยสามารถรับชมตัวจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ Aprilia สาขาใกล้บ้านท่าน หรือรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.aprilia.com/th_TH/ หากมีรถรุ่นอัปเดตใหม่จากทางอาพริเลีย ก็อย่าลืมฝากติดตามเป็นกำลังใจให้พวกเรา SuperBike Thailand กันด้วยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก